200210-034 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน034-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 10 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 แต่เดี๋ยวนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ด้วยนะโมพุทธายะทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกนี้เราก็มาตั้งใจฟังซึ่งเป็นเรื่องยากตั้งใจฟังเรื่องฌานซึ่งเป็นเรื่องของกฎหมายเป็นเรื่องของสิ่งซึ่งเหนือมนุษย์ที่จะรู้ได้ง่ายๆคนที่รู้เห็นจริงเข้าใจจริงไม่ต้องเป็นผู้มีปัญญาอันแหลมลึกและจะต้องมีสภาวะธรรมถ้ารู้จริงก็ต้องมีสภาวะธรรมที่แท้ แล้วจะรู้ได้จริงเราได้อธิบายฌานมาจนกระทั่งถึงรูปฌานทั้งหมดรวมฌาน 4 มีความละเอียดถึงร่วมทาน 4 มาแล้วจนกระทั่งถึงสภาพที่เรียกว่ามันค่อนข้างละเอียดลงไปอีกเราเรียกว่ารูปรูปช้างก็คือรูปที่ติดต่อรูปก็คือรูปแต่ไม่มีภาษาจะเรียกกันแล้วเขาก็เรียกว่าลูกที่เป็นรูปคือมันไม่ใช่รูปแล้วล่ะมันเป็นสภาพบางเบากำหนดหมายที่ใช้ลงไปเป็นรูปไม่ค่อยชัดแล้วแต่ต้องรู้แต่อาจารย์ที่ละเอียดสุขุม ผิดกันแล้วแม้กระทั่งอาการของความว่างความว่างนั้นไม่มีรูปแต่ก็เป็นรูปที่เราจะรู้ได้เพราะเป็นสิ่งที่ถูกรู้เป็นรูปที่เราจะรู้ได้เพราะเป็นสิ่งที่ถูกรู้ที่จริงมันไม่มีรูปแล้วมันไม่มีอะไรแล้วมันว่างแล้วแต่เราก็จะต้องรู้ความว่างนั้นไอ้สิ่งที่ว่านั้นน่ะไม่มีแต่เราจะต้องรู้ความไม่มีนั้นจึงไม่มีนั้นเราจึงเรียกมันว่าลูกเป็นสิ่งที่ถูกรู้โดยนามที่ถูกรู้โดยวิญญาณธาตุที่ถูกรู้โดยเพราะฉะนั้นพระอรหันต์จะต้องรู้ความว่าจะต้องมี รู้ความว่างจะต้องมีวิญญาณธาตุจึงจะเรียกว่าพระอรหันต์ถ้าเผื่อว่าไม่รู้ไม่มีวิญญาณรู้ความว่างไม่มีธาตุรู้ความว่างก็ไม่มีอะไรเป็นพระอรหันต์มีแต่ความว่าเป็นของความว่างเองเมื่อความว่างเป็นของความว่างเองมันก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขของตัวมันเองถ้าเราเป็นคนเรามีค่ารู้เรามีวิญญาณธาตุเราได้รู้ความว่าและเราก็เป็นตัวว่าเราเป็นตัวไม่ทุกข์ไม่สุขเองฉันใดเราก็คือความว่างที่รู้คว
อ่านต่อ
ามว่างตัวเองฟังดีๆแล้วก็เป็นตัวความว่างที่ ความหวังนั่นเองตัวเองเมื่อเป็นอย่างนั้นเราจะเป็นตัวอนัตตาเราจะเป็นตัวที่ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้นไม่ใช่เราไม่ใช่เขาไม่ใช่ของเราเราจะไม่มีอารมณ์อีกอันหนึ่งนอนก็หมดแล้วนี่ภาษาเราบอกแล้วว่ามันว่างหมดไม่มีอะไรตีกลับตีซ้อนอีกแล้วมันว่างแล้วก็ว่างๆๆว่างไปอย่างนั้นเพราะฉะนั้นในขณะที่เรามีธาตุรู้ก็สักแต่ว่ารู้รู้รู้รู้รู้รู้รู้จึงรู้เป็นอนันตังวิญญาณังอนิจจังอนัตตามันจึงอนันต์ตรังไปปราบที่มาเยอะมันยังมีภาพรู้ที่ยังไม่สลายตัวไม่เกาะกลุ่มเพราะฉะนั้นเมื่อมันรู้มันสลายตัวมันหมดเกาะกลุ่มมันก็เลิกกัน ผู้ใดที่มีธาตุรู้ที่รู้ความว่างและจิตของเราว่างจึงจะหมดสงสัยเพราะมันจะมีอะไรต่อก็เมื่อมันเป็นว่างจริงแล้วมันไม่ต้องสงสัยอะไรหยุดก็หยุดได้สนิทดับได้เด็ดขาดสงบก็สงบหรือเลิกก็เลิกได้ทุกเรื่องทุกราวที่เราเจตนาจะสงบจะได้เจตนาจะหยุดที่เราเจตนาจะปล่อยแล้วมันก็หยุดได้จริงพวกนั้นคนสงสัยเพราะผู้นั้นเองเป็นผู้กระทำได้จริงตัวเองรู้และตัวเองจะละเอียดละเอียดสุดคุ้มก็ตามตัวเองบางคนยังไม่ละเอียดนึกว่าตัวหมดแล้วนึกว่าตัวอยู่ใต้ดินแล้วแต่ตัวที่มันยังมีสภาพก่อนบางเล่นงานเราอยู่เขาจะมีอยู่ของเขาจนกว่าเขาจะมีจุดเดือดไปรู้ เอาเข้าอีกทีนึงเขาก็จะลบออกเรายังรู้สึกพระพุทธเจ้าคือตัวยินดีตามหลังไม่ได้ยินดีตามหลังแล้วไม่ติดไม่ยินดีไม่หลงไม่ยินดีแล้วมีสุขหรือว่าแล้วมีแต่ไอ้ตัวว่าที่เราไปหลงยินดีเลยว่ามีอีกไหมเธอก็ต้องรู้จักว่าว่างอย่างไรว่าจากอะไรสภาพว่ากับอุเบกขาใช้ภาษาบาลีว่าอุเบกขากับอาสามันวางเฉยมันว่างเฉยมันว่าง ปลอดมันว่าอย่างไรแม้แต่เราเฉยนี่แกไปธาตุรู้ที่วางเฉยวางเฉยนี่เราก็ว่างนะว่างจากโลภะว่างจากโทสะว่างจะตกว่างจะทุกข์จะเรียกอุเบกขาปะทุธรรมสุขไม่มีทุกข์ไม่มีสุขเมื่อเราหมดทุกข์นั่นแหละเป็นจุดหมายที่เราต้องการเราเป็นคนเราต้องการหมดทุกข์อริยสัจหมดทุกอริยสัจเชื้อที่จะตีตลกเป็นเหตุแห่งทุกข์อีกเราก็ได้ตรวจสอบแล้วเราได้อีกเราก็หมดทุกข์เมื่อหมดทุกข์ชื่อว่าคุณนั้นโดยภาษาชื่อโดยภาษาอังกฤษ ดั่งโลกแต่สุขเพราะว่าสุขสบายครับสุขก็ไม่มีไม่มีเศษแก้วของเสพติดเชื้อลามกจิตที่ยังย้อนแย้งจิตที่ยังตีตลอดไม่มีสิทธิ์คิดอย่างนั้นสุขเพราะไม่มีไม่ใช่สุขเพราะมีสุขก็ไม่มีไม่ใช่สุขเสมอเราก็จะต้องรู้ว่าเราว่างจากสิ่งอะไรที่เรามีอาการสาจึงมีความหมายว่ามันว่างจากสิ่งที่เราจะไม่มีแล้วอย่าง มันเป็นภาษาที่ 4 ตลกอธิบายย้อนสอนให้ชัดเจนเพราะฉะนั้นอากาสานัญจายตนะแม้มีอายตนะทั้งหมดทั้ง 5 6 อายตนะจะแปลอายตนะว่าเป็นทวารก่อนตาหูจมูกลิ้นกายของเราเป็นนายชัยชนะรับรู้ได้เมื่อรู้แล้วแม้จะมีธาตุรู้มีวิญญาณทางตาทางหูทางจมูกทางนี้ทางการกระทบแล้วเข้าไปถึงจิตพอไปเข้าถึงจิตแล้วรับรู้ทันทีเราก็มีความรู้อันนี้อ่านจิตเป็นอาณาจักรไล่เรียงชัดเจนเลยว่าไม่มีแม้แต่ทุกข์ธรรมชาติไม่มีแม้แต่ทุกข์หรือสุขเป็นความยิ่งความสูงไม่มีปัญหาเรียกแล้วจะเรียกว่าสุขคือ กระจกที่โลกเขามีสุขก็มีไม่มีมีแต่สุขเพราะไม่มีเป็นหูปวดสมองสุโขแล้วเป็นสันติสุขหรือเป็นบรมศพที่มันสุขยิ่งกว่าสุขอย่างโล่งๆที่เขารสชาติคนละอันน่ะรสชาติคนละอย่างให้มันแย่งว่าวางเฉยจืดสนิทอยู่ไม่ดิ้นในต้นมันมีสภาพนั้นอย่างแท้จริงเพราะงั้นแม่จะตาเราลืมก็ลืมได้ชั่วโมงก็มีกลิ่นได้หูเราลิ้มรสได้เรารู้สึกคันมั่นหมายได้สิ่งนั้นตามโลกเขาได้อย่างชัดเจนจึงเรียกว่ามีอายัดชนะด้วยอยู่เหนืออายตนะนั้นจึงเรียกว่าอาการสาหัสนาฬิกานะชาญฟังให้ดีนะจึงเรียกว่ามี อากาสานัญจายตนะฌานฌานแปลว่าเพ่งแล้วเผาแล้วพี่แป้งมีเผามีรูและมีวางเพลงรู้เขาละลายไม่รู้และมีวางนิดหน่อยแล้วว่างแล้วจึงเรียกว่าชาญถ้าอายตนะเรียกว่าเอะอากาสานัญจายตนะเฉยๆก็หมายความว่าอากาศมีนันจะไม่มีอะอันจักมันได้รู้ไม่รู้ในอากาศและรู้อันนั้นรู้ไปอีกจนกระทั่งแม่รู้ว่าอายตนะทั้ง 6 อายตนะอะไรก็ตามไม่รู้มาในทวารก็รู้ได้และ ว่างได้เพราะเรามีฌานจึงเรียกภาษาเต็มต่อเขาไปหมดว่าเป็นพูดถึงซึ่งอากาสานัญจายตนะฌานพลถึงใช้ภาษาเรียกอีกว่าคนอาการสาหัสนะสัญญาพลพ้นความกำหนดรู้อันนี้แล้วไม่ต้องรู้อีกเพราะมีสัญญาแล้วเป็นเวทีตัดมันยอดรู้แล้วกำหนดรู้ได้อย่างจริงแล้วเป็นปริญญาสัญญานี้แปลว่าปริญญาคือมันเป็นรู้อย่างยอดปริญญายอดปริญญามันยอดรู้แล้วรอบแล้วปริญญา มันยอดดูแล้วปริญญาปริญญาหมดปัญญาอัญญะมันยอดดูยอดเกิดรอบแล้วเดี๋ยวมันได้รู้สนิทไม่ได้รู้จนจบจึงเรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธรู้จนรอบเศรษฐกิจสภาพรู้อย่างนั้นแล้วมันจึงเป็นการกำหนดรู้อย่างชัดเจนและจึงเรียกว่าคนและไม่ต้องสัญญาไม่ต้องกำหนดไม่ต้องกำหนดรู้อะไรกันเลยหมดแล้วเป็นคดี แล้วพอได้กำหนดรู้แล้วจบแล้วไม่ต้องรู้อะไรจึงเรียกว่าพ้นอากาสานัญจายตนะสัญญาอธิบายให้ฟังชัดๆแต่ละระดับแต่ละอันเพราะฉะนั้นจะมีภาษามีคนเปย์เลอะเทอะถ้าเราไม่รู้ภาษาเครื่องหมายละเอียดอย่างนี้ก็บอกเผินๆอาการนินทาแต่อาจารย์จะชนะอากาสานัญจายตนะทานไม่มีปัญญายังไงแล้วพูดกันให้หมดความยังไงเราก็จะเป็นผู้โดยสารจะเข้าใจในความหมายอันละเอียดของผู้ที่ละเอียดถ้าพูดกับคนเผินก็ยังมียังมีการกำหนดอยู่ยังมีการรู้อยู่แต่ยังรู้มีสิ่งยังไม่พ้นอากาศสามัญประจำสำนักสัญญาก็เป็นผู้ที่ยังไม่ เดี๋ยวตำรวจอยู่เดี๋ยวตำรวจยังไม่หมดยังหมายังไม่หมดยังรู้ความหมายยังไม่หมดเพราะว่าถ้าได้เป็นชามก็ได้เพ่งได้เผาเรียบร้อยนี่เรียกว่าพ้นนะสัญญาด้วยก็ได้แค่นี้ท่านอธิบายไว้เพราะได้ทำในใจซึ่งความกำหนดหมายในภาวะต่างๆเรียกว่าท่านพุทธทาสคำแปลจากคำว่านาฏศิลป์คือผลงานระดับสัญญารู้ในสภาพต่างๆหมดหรือภาวะต่างๆกำหนดรู้หมดเมื่อได้บรรลุแล้วก็หมดทีนี้อายตนะต่อไปอาจจะชนะก็ขอย้อนอาจจะชนะมาแปลว่าประโยคเป็นผู้รู้ในประโยคเพราะฉะนั้นว่างในประโยครู้ในประโยค ว่างในประโยคเป็นผู้ที่เข้าใจประโยคทำประโยชน์ก็ทำได้มีตาทำให้ตามีหูทำในหูมีจมูกทำให้จมูกมีลิ้นทำเป็นลิ้นมีกายทำด้วยกายจิตใจทำด้วยใจทำประโยชน์แม้ประโยชน์นั้นมากก็ยิ่งรู้ชัดประโยชน์นั้นใหญ่ประโยชน์ทั้งโตประโยชน์ฉันมากก็รู้ชัดแต่เราไม่ได้ยึดในประโยชน์เราก็ยังว่างจากประโยชน์ทั้งทีหรือประโยชน์นั้นว่าจากเราเราเป็นตัวทำประโยชน์นะที่จริงแต่เราก็ปล่อยประโยชน์เพราะเราวางประโยคประโยค ไม่ได้ยึดถือแม้แต่เอาหมั้นหมายว่าเป็นของเราแม้แต่เรายินดีในประโยคนั้นก็เพียงเรารู้ว่าประโยคนี้เป็นของดีแต่เราไม่ได้มีอารมณ์ยินดีหรือชอบใจชื่นใจอะไรไม่มีอารมณ์อาการรู้ดีเออดีแล้วและก็ดีแล้วก็ว่าข้าต้องการให้รู้ดีนั้นเป็นดีจริงๆไม่ใช่ดีเจๆไม่รู้ดีเพราะฉะนั้นแม้จะเป็นประโยชน์อันน้อย เป็นผู้มีเกียรติมีจุดละเอียดสุขุมเป็นเครื่องรู้ที่รู้ได้อย่างแกร่งแม้เล็กๆละเอียดๆก็ไม่รอดไม่หลุดรอดเป็นตะแกรงที่คลองได้อย่างละเอียดจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีความสูงเฮ้ยอายแชโดว์ที่ผมแปลให้ฟังที่ผมหมายถึงป่านนี้และเราเข้าใจอย่างจริงด้วยเข้าใจในประโยชน์แล้วก็มายึดแม้แต่ประโยชน์ใดเป็นของเราแต่เราเป็นผู้มีประโยชน์ที่อยู่นาวาอากาศ เป็นจริงเลยชนะหรือตนตัวตนๆนี่แหละมันไม่มีตนแม้แต่น้อยๆนิดๆขนาดไหนก็ไม่เหลือตนไม่เหลือสักนิดน้อยว่างจากนี้จากน้อยที่จะมาหลงเป็นตนมาหลงเป็นธรรมะที่คุณจะเห็นได้เลยว่าภาษาไทยกับภาษาบาลีนี่มันมาจากอันเดียวกันที่มันเรียกว่าเป็นตนๆๆๆตัวเป็นตัวแล้วเป็นตัวแล้วมันก็มาจากสำนักนี่แหละนิดนึงกลับเป็นตัวแล้วเป็นตัวใหญ่เลยมันก็ไม่ต้องพูดกันเลยเพราะฉะนั้นควรจะรู้ตัวได้ก็จะรู้ตนได้ก็จะต้องมีกิจกรรมต้องรู้ไอ้ต้นใหญ่ๆยังไม่รู้นะมันแย่แล้วรูปร่างตัวตนที่ใหญ่ๆเบิ่งๆก็ยังไม่รู้ว่าเป็นตน หรือว่าปลามันหยาบหูมันหยาบทุกอย่างมีความรู้มันหยาบมันแม้แต่เล็กแต่น้อยเราก็สามารถรู้ได้ว่านี่แหละต้นนี่แหละน้อยนี่แหละตัวเราไปยึดเป็นตัวพอไปเกี่ยวพันเอาอาการยังไงเราไปเกี่ยวพันไม่เป็นตัวมันไม่วางมันไม่ว่างมันไม่ปล่อยเป็นยังไงเรารู้อาการรู้นิมิตรู้หลักเกณฑ์รู้ลักษณะที่แตกต่างกันว่าเอาเป็นตนกับที่ไม่เอาเป็นตนแตกต่างกันอย่างไรรู้หมดถ้าผู้ใดทำได้มันถึงขั้นนี้แล้วก็เป็นอันจบไม่อธิบายต่อก็ได้แต่ก็ยังต้องอธิบายต่อเพราะว่าในฐานะที่ผู้ใดมีอาการสาม ตัวเองเป็นธรรมดาเกิดเป็นตัววางตัววางเองแล้วแต่ไม่มีสำเนียงไม่มีปัญญาญาณปีตลกรู้เจโตวิมุตติมีแล้วแต่ไม่มีปัญญาเป็นศาสนาพุทธไม่ยอมรับเพราะแม่มีเจโตไปแล้วอากาสานัญจายตนะของตนเองรู้แล้วว่าเราไม่ยึดเป็นเราเป็นของเราเราก็จะต้องรู้ให้ชัดเด่นลงไปอีกเป็นวิญญาณธาตุจะต้องเป็นวิญญาณธาตุนะครับเพราะแม่ลูกไม่เป็นว่างได้แล้วมันมีว่างได้แล้วก็จะต้องมีปัญญาหลักแหลมเข้าไปรู้ว่าเป็นอย่างนี้จิตเราว่างหนอขณะนี้เราว่างเป็นจริงก็เป็นอากาศจึงต้องเกิดวิญญาณธาตุต้องมีปัญญา ให้รู้ในรีโมทเจโตวิมุตติจริงชัดเด่นซ้อนย้อนออกไปอีกเป็นอุปโภคมีจริงและรู้จริงวรเดชรู้ทำเจโตไม่มีมติจริงได้แต่รู้รู้จิตของเราก็รู้อยู่ว่าจิตของเรายังไม่หมดเราก็ต้องรู้ว่าเรายังไม่มีมดจิตของเรายังไม่ว่างหรือเรารู้รู้เราว่างแล้วเราก็ต้องรู้ป่าวว่าจริงๆอีกจึงจะต้องทุกข์ต้อง 2 ส่วนว่างโดยไม่รู้ศาสนาพุทธยังไม่ยอมรับรู้ว่าเราก็ยังไม่ว่างรู้แต่ยังไม่ว่างครับคิดเป็นจริงแล้วเรารู้ เป็นปัญญาวิมุตซ้อนจึงจะบริบูรณ์เขาจึงต้องทำวิญญาณให้เกิดแม้มีวิมุติแล้วเป็นธรรมดาเป็นเกิดเป็นธรรมะขึ้นมามันเป็นญาณในอย่างลงไปทำปฏิกิริยามันสร้างขึ้นจริงๆแล้วเราก็จะต้องรู้สึกที่เราวางสิ่งให้ได้จึงจะต้องมีวิญญาณถึงจะต้องเกิดรู้ในรู้วิญญาณจะต้องมีการสอนออกไปไม่ได้ชั้นเดียวกันวิญญาณในวิญญาณก็จะรู้ซ้อนวิญญาณในวิญญาณจึงรู้แม้แต่อายตนะทั้งหมดตอนอยู่ในป่าหูจมูกลิ้น แม่จ่ายเองเพราะฉะนั้นจะทราบซึ่งซ้อนรู้ทั้งจับจิตวิญญาณโสตวิญญาณคานะวิญญาณชิวหาวิญญาณกายะวิญญาณมโนวิญญาณต้องรู้ในวิญญาณของทุกข์ถวายด้วยจึงเรียกว่าอายตนะทั้ง 6 อีกเรียกว่าอายตนะและต้องรู้ในสิ่งที่มันรับมาแล้วก็รู้ในประโยคไปตามรับวันนี้อันนี้อันไหนเป็นกลุ่มประโยชน์อย่างไรและเราจะทำประโยชน์ขนาดไหนโหได้รับเสียงขนาดไหนเสียงอย่างไรที่เราจะไปอยู่แต่เราจะตัดรอบขนาดไหนตามกำหนดเรารู้ความพอดีพอควรขนาดไหนเพราะเหมาะขนาดไหนเราเป็นผู้จัดการเราเป็นผู้รู้โดยการสมานโดยการร่วมบริจาคโดย บุคคลโดยการรุกกาละโดยการรู้เนื้อสารรู้พอเหมาะพอควรมากไปหรือน้อยไปมีการรู้อย่างชัดแจ้งถึงจะได้ออกวิญญาณทันใจฐานะรู้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงและประโยชน์และประโยชน์น้อยเข้าใจละเอียดไปหมดถ้าอาการสาววิญญาณัญจายตนะก็ตอบคำนี้จะอ่านภาษาพระพุทธเจ้าอีกทีนึงก่อนนะให้ฟังแล้วก็จะอธิบายสอนซ้ำลงไปอีกอานนท์ความคิดที่เกิดขึ้นแก่เราสืบไปว่าอะไรหนอเป็นปัจจัยที่ทำให้จิตของเราเป็นเช่นนั้นอานนท์ความรู้สึกไม่เกิดขึ้นแก่เราว่าเพราะว่าโทษในรูปทั้งหลายเป็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็น ยังไม่ได้นำมาทำการคิดเลขให้มาอานิสงส์อากาสานัญจายตนะเราก็ยังไม่เคยได้รับเลยยังไม่เคยรู้รถเลยแล้วอันนี้อ้าวไม่ใช่แต่อันนี้สูงแห่งอาสาฬหบูชาจะชนะเราก็ยังไม่เคยได้รับก็คือรับเลยยังไม่เคยรู้รถเลยจิตของเราจึงเป็นเช่นนั้นอานนท์ความคิดได้เกิดขึ้นแก่เราสืบไปว่าถ้าหากเราได้เห็นโทษในรูปทั้งหลายแล้วนำมาทำการนึกคิดในข้อนั้นมาได้รับอานิสงส์ในอากาศสาธารณะแล้วเพิ่งเสร็จในอานิสงส์นั้นอย่างทั่วถึงใช้ข้อนั้นแหละจะเป็นฐานะที่จะทำให้จิตของ คุยเล่นไปเพิ่งเริ่มใสตั้งอยู่ได้หลุดออกไปในอาสานาฬิกาจะชนะด้วยเหตุที่เห็นอยู่ว่านั่นสงบอานนท์โดยการต่อมาเราได้ทำเช่นนั้นแล้วอย่างทั่วถึงจิตของเราจึงแล่นไปถึงเลื่อมใสฟังอยู่ได้หลุดออกไปในอากาศขณะนั้นโดยที่เห็นว่าโดยที่เห็นอยู่ว่านั่นสงบอานนท์เมื่อเป็นเช่นนั้นเราแลเพราะผ่านพ้นรูปพระสัญญาโดยประการทั้งปวงเสียได้เพราะสิ่งที่กำหนดรู้นั้นได้กำหนดรู้รูปแปลว่าสิ่งที่กำหนดรู้และได้กำหนดรู้รูปแบบสัญญากำหนดรู้รูป โดยประกาศทั้งปวงเสียดายเพราะความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งปฏิกะสัญญารู้ว่าอย่างนี้เป็นปฏิกะก็ได้กำหนดรู้ในปฏิทินเพราะความตั้งอยู่ไม่ได้ปฏิกิริยาเพราะไม่ได้ทำในใจซึ่งงานและสัญญาเพราะไม่ได้ไปที่สำคัญมั่นหมายงานนัดปักสัญญาไม่ว่าอัตตาใดๆสำคัญลงไปในอัตราใดๆไม่ได้ทำในใจไม่ทันจะทำสัญญาไม่ได้กำหนดสิทธิ์หมายเป็นอัตตาไว้ในใจจึงบรรลุอากาสานัญจายตนะผลฟุตบอลไม่ได้มีนามสกุลสัญญาไว้กำหนด ปริญญาหมดแล้วในอัตราทั้งหลายแล้วเราก็รู้เท่าทันในอัตราและจริงไม่ได้ทำในใจไม่ได้เกาะไว้ในใจไม่ได้สร้างไว้ในใจไม่ได้มีไว้ในใจซึ่งนามนับต่อสัญญาไม่ว่าอัตตาใดๆที่กำหนดรู้แล้วที่ได้กำหนดหมายแล้วก็ไม่ได้ทำไว้ในใจไม่ได้สร้างไว้ในใจไม่ได้มีไว้ในใจไม่ได้ปิดไว้ในใจจะใช้ภาษาอะไรก็ได้ไม่ได้เป็นไว้ในใจไม่ได้เอาไว้ในใจคือรู้แล้วแล้วก็ปล่อยรู้แล้วเราก็ปล่อยจริงจึงบรรลุอาสา ไม่เที่ยงเหมือนกันถึงรู้แล้วก็ไม่เที่ยงอานนท์แม้เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมคืออากาสานัญจายตนะนี้การทำในใจตามอำนาจแห่งสัญญาที่เป็นไปในรูปทั้งหลายก็ยังเกิดแทรกแซงอยู่ตอนแรกยึดมั่นถือมั่นว่าอาการสามีจะเป็นของเที่ยงแต่ถ้าเกิดว่าพูดอย่างไม่รู้หวังตลอดอย่างนี้สิให้ได้อย่างนี้นะยายอะไรมาแทรกมาแซงนะแต่ถึงอย่างนั้นไอ้สิ่งที่เป็นรูปทั้งหลายและเป็นอะไรต่ออะไรทั้งหลายเพราะเรายังไม่ตายคุณคนยังไม่ตายมันไม่มีไม่มีทางหรอกมันต้องรู้รูปทั้งหลายมันต้องมีอะไรแต่ใดมาแทรกแซงมันจะ ว่างๆๆอยู่ตัวอย่างนั้นน่ะมันไม่มีเพราะฉะนั้นการทำในใจตามอำนาจสัญญาคือไปกำหนดหมายได้แล้วว่าโอ๊ยอากาศจะเป็นยอดว่างๆจะเป็นยอดเท่าทำได้ทำได้จริงๆในจังหวะหนึ่งถึงอย่างนั้นก็ตามความเป็นไปในรูปทั้งหลายก็ยังเกิดแทรกแซงอยู่แทรกแซงอยู่มันจะไม่มีรูปทั้งนั้นมันจะว่างอยู่ตรงนั้นตลอดไม่ได้ไม่มีทำร้อยวันก็ถ้าคนที่ทำได้ 100 วันก็ 100 วันและจาก 100 วันไปมันก็ไม่เที่ยงมันก็จะต้องมีทำได้ล้านปีก็จะทำได้แค่ล้านปีจากเลยล้านปีแล้วก็ไม่เที่ยงจะต้องมีทักษะที่คุณจะมีอายุการที่คุณยังมีค่าดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมธาตุอากาศ ต้องมีเพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่ถึงอายุล้านปีอายุเท่าไหร่แล้วคุณทำได้กี่วันถึงครับคุณทำไม่ได้ถึงล้านวันด้วยซ้ำถ้าคุณทำได้กี่วันมันจะไปเที่ยงอะไรประเดี๋ยวเดียวมันก็ต้องเป็นอื่นไปแล้วมันจะไม่ว่างอยู่เหมือนกันได้ยังไงเพราะฉะนั้นเราจะว่างอยู่ได้แค่วินาทีหนึ่งกดขอบได้วินาทีนึงเดี๋ยวมันก็ไม่ว่างหรือกูจะเก่งกูจะกดผมได้ 7 วันมันก็ต้องกลับมาไม่ว่างอยู่นั่นแหละไปยึดมั่นถือมั่นเอาได้ที่ไหนเดี๋ยวมันถึงมันเอาไม่ได้มันก็ยังเกิดแทรกแซงอยู่ข้อนั้นยังเป็นการอาฆาตแก่เราเพราะเมื่อไม่รู้เราก็จะต้องพยายามทำให้รู้ต่อไปอีกว่าโอ้ยนี่มันยังมีแทรกแซงอย่างนี้มันก็ต้องเอาภาพที่เรายังไม่บริบูรณ์สูงสุดด้วยความไม่รู้จบมันจะเป็นอย่างนี้มันจะวนเวียนพอทำว่างได้แล้วก็ไม่ว่างทำไมไม่ว่าง ทำว่างได้แล้วก็ยังไม่ว่างถ้าไม่ว่างแล้วก็หรือว่าไม่ส่งให้พ้นทุกข์เพราะฉะนั้นเพราะเราไปถือสิ่งที่ไม่ว่างวัตถุไปถือสิ่งที่มีวัตถุฟังดีๆนะเจ็บนี้พอเราไปถือสิ่งที่มีวัตถุเราไปยึดมั่นยึดหมายในรูปพระนามของเราไปยึดในรูปต่างๆแม้จะเป็นอาการของจิตอาการของจิตเราเรียกว่านามเราไปถืออาการของจิตจนกระทั่งอาการเรียกว่าสุขอาการหรือว่าทุกข์เป็นเราเป็นของเราถือว่าน่ายินดีในสุขได้ยินร้ายในทุกข์เพราะฉะนั้นมันไปกินร้ายในทุกศาสนาเป็นยินดีในสุขโดยไม่มีปัญญา ยานรู้รอบวันที่ 21 หน้ารักหน้าชอบน่าเอาหน้าเป็นหน้ามีถ้าจิตไปมีความรู้สึกอย่างนี้ก็คือยังไม่ตัดหางเพราะถ้าเรามีความรู้สึกอย่างนี้มันดีอย่างนี้มันไอ้นี่มันร้ายเราไม่เห็นร้ายถ้าเห็นร้านนี้รู้สึกอะไรนี่แหละเขาทำไว้มันก็เป็นคนที่เขาถ้าเราทำไปทำร้ายอย่างนี้คนอื่นมาเห็นเขาก็จะรู้สึกไม่ชอบเหมือนกันเพราะถ้าเราทำดีคนอื่นก็ชอบเราก็เห็นมันดีเพราะเราจะทำจะดีแล้วเราก็เออถ้าเกิดดูเป็นอยู่มีอยู่เราก็จะทำสักทีรู้ดีแล้วเราก็รู้กันดีไม่ใช่ของเราดีนี่เป็นกำหนดจิตใจไม่ได้เราก็รู้ดีแล้วก็เข้าใจดีแล้วก็ปล่อยดีก็จบไปก็เป็นไม่ติดตามได้เพราะฉะนั้นถ้าอย่างไร อธิบายมาในฐานฤาษีแล้วมาถึงร่างกายสาธารณะแล้วยังหลงวนไปอีกแม้จะต้องสูงกว่านี้มีอีกนะมีอีกก็คือไม่รู้นั่นแหละก็คือไปเป็นวิญญาณนั่นแหละจะไปรู้อะไรก็รู้ว่าว่างก็ไม่ว่างไม่มีอะไรอื่นๆในโลกมีแต่ว่าก็ไม่ว่างทำบ้างได้แล้วก็ดีแล้วแต่ว่าได้แล้วไปธนาคารแล้วก็รู้ว่าไอ้สิ่งที่ว่านั้นรู้ได้เพราะมันมีวิญญาณรู้มันมีธาตุรู้จึงรู้ก็ไม่เห็นวิญญาณเพราะงั้นพรุ่งนี้ก็จะต้องพยายามทำเมื่อพวกนี้มาถึงอาการเจตนาแล้วก็ยังไม่รู้ตัวนี้หมายถึงผู้ไม่รู้ตัวนะก็จะไปทำต่อไปอีกครั้งต่อไปก็เป็นว่าถ้าอย่างนั้นก็บอกว่าเราเองยังมีแทรกแซงมันไม่เที่ยงนี่มันยังปรับเปลี่ยนได้อย่างนี้มันก็ยังเป็นอา เราเหมือนผู้มีสุขแล้วยังมีทุกข์เกิดขัดขวางเพราะอาพาธฉันใดก็ฉันนั้นฉันมีสุขมีทุกข์เพราะอาพาธอานนท์ความคิดได้เกิดแก่เราว่าเพื่อกำจัดอาภาสคนนั้นเสียหากอะไรเราเพราะผ่านพ้นอาการสามัญโดยประการทั้งปวงเสียแล้วพึงบรรลุวิญญาณนังกายจะชนะอันมีการทำในใจว่าวิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดแล้วแลอยู่เถิดดังนี้ฟังดีๆนะตอนนี้ตอนนี้ก็เลยบอกว่าถ้ามันมีอากาศระบาดว่างแล้วมันก็ยังไม่ว่างคือความไม่รู้ตัวความไม่รู้ว่าอ้าวก็เกิดเป็นคนมีธาตุดินน้ำไฟลมและมีภาคอีสานเรายังไม่เข้าใจตัวตนว่า มันมีอันนี้อยู่ครบมันก็ต้องมีอากาศน่ะสิถ้ามันมีอากาศแล้วไม่ต้องกลับมามีรู้ระลึกรู้อยู่น่ะสิก็ไม่รู้เพราะฉะนั้นเมื่อไม่รู้ก็นึกว่าไอ้วิญญาณนี่แหละสูงกว่าอากาศไอ้ว่างเนี่ยถึงยังไงยังไงมันมีว่างแล้วมันก็จะต้องมาเหลือวิญญาณธาตุฟังให้ดีนะถ้าเผื่อว่าติดตรงนี้เป็นปรามเลยนะเพราะดีนะติดตัวนี้เป็นปรมัตถ์ของมันเพราะว่าเมื่อมีอากาศเข้าใจแล้วว่าว่างมีแต่เสร็จแล้วบอกเอ้ถึงว่างยังไงมันไม่มีมันต้องดับศูนย์เลยมันยังต้องมีลูกเพราะฉะนั้นไอ้รู้นี่แหละเป็นตัวหาไอ้รู้นี่แหละเป็นตัวที่สุดในโลกรู้ว่างแล้วดีแล้วเราได้ว่างเพราะฉะนั้นแม้ได้บ้างแล้ว รู้คือตัววิญญาณธาตุนี่แหละเป็นตัวนิรันดรเป็นตัวสูงสุดนี่เรียกว่าเป็นนิพพานเขาว่างั้นนะฟังให้ดีนะถ้าเราจะคนนี้จะเข้าใจผิดจะเข้าใจคนรับรู้ว่างได้วิญญาณนี่แหละเป็นยอดคือธาตุรู้เองคือตัวรู้นี่แหละมันมีวิญญาณรู้มารู้ไอ้อากาศนี่แหละไม่รู้ว่าได้เพราะฉะนั้นอากาศที่เหนือกว่าวิญญาณธาตุนี้เหนือกว่าอากาศและวิญญาณธาตุจะต้องไม่มีที่สิ้นสุดวิญญาณจะต้องไม่มีที่สิ้นสุดวิญญาณจะต้องเป็นปรามาสกับมันวิญญาณจะต้องเป็นพระเจ้าใครทำวิญญาณได้อย่างนี้เป็นสูงสุดแล้วเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทุกคนเป็นอย่างนี้หมดทุกคนก็มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหมด สุพจน์มารวมอยู่ด้วยกันหมดนี่เป็นตัวจบความเป็นวิญญาณธาตุความเป็นก้อนความเป็นอัตตาอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของคุณน่ะเพราะผู้ใดมีตัวธาตุรู้และรู้ตัวว่าเป็นวิญญาณรู้ตัวว่าอ๋อมันมีธาตุรู้รู้ได้นี่รู้อากาศและก็ไม่เที่ยงนี่ก็รู้อนิจจังด้วยนะฟังให้ดีนะรู้จักด้วยนะเพราะฉะนั้นว่าเราได้เกิดว่าจะรู้เรามีรู้มีตัวรู้จะไม่มีตัวรู้ไม่ได้วันนี้เป็นจะต้องเข้าใจเข้าใจเราจะต้องจะต้องมีตัวรู้นี่แหละเหลืออยู่สุดไม่มีตัวตนเพราะอากาศมันก็ไม่มีไม่มีอะไรแล้วมันว่างหมดแล้วอาการขามันโล่งโปร่งมันไม่มีตัวมีเนื้อแล้วเพราะฉะนั้นไม่มีตัวมีเนื้อได้นี่ สัตว์อยู่ในความไม่มีตัวตัวไม่มีรถไม่มีตัวไม่มีมันยังมีตัวรู้พอจะรู้นี่มีแต่ภาษาเรียกว่าตัวรู้มันไม่มีธาตุดินน้ำไฟลมแล้วมันเหนือจากดินน้ำไฟลมเนื้อก็จะอากาศสภาพอีกแล้วเพราะฉะนั้นตัววิญญาณธาตุจึงเป็นตัวสุดท้ายคนนี้ก็ถ้าคนนี้เยอะกว่าไอ้อากาศสภาพนี่แหละเป็นตัวอากาศสภาพสุดยอดอากาศสภาพนี่แหละจะไม่ละลายหายไปไหนจะไม่มีอะไรจึงเป็นระบบของสามารถน้ำมันเป็นลัทธิของพวกที่เหนือสูงสุดมีว่างมีว่างมีอะไรได้แล้วแต่ยังติดอันนี้ยังมีอันนี้เพราะฉะนั้นจะต้องเอาอันนี้เป็นประโยชน์ทำประโยชน์นี้ให้ได้มีอันนี้จังรู้อัน แต่ไม่รู้อนัตตายังไม่ละลายวิญญาณธาตุยังไม่รู้ว่าไอ้นี่ก็ไม่ใช่ของเราของอะไรหรอกแต่ทีนี้เมื่อกี้นี้เราอธิบายอย่างพุทธมาเรื่อยๆพอถามไม่ได้ละเอียดถ้าพราหมณ์ก็ไม่เข้าใจตัวอย่างอนัตตาอย่างที่อธิบายมาตลอดแกก็จะมีสภาพรูปคนรูปแล้วก็มาว่าว่างแล้วก็มีธาตุรู้เพราะถ้ารู้ก็ติดมาถ้าพรุ่งนี้ได้ฝึกเขียนอีกก็จะถึงไปถึงอดีตจริงจังใดอธิบายตอนนี้ตอนนี้คนนี้ก็เข้าใจว่าวิญญาณนี่เองวิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดอันมีการทำใน สร้างขึ้นไว้ในใจมีไว้ในใจเหมือนกันเพราะฉะนั้นพึงบรรลุวิญญาณนั้นจริยธรรมมีการทำในใจอันมีการทำวิจัยก็คือการขยายขยายความเป็นความดีก็ทำในใจเอาไว้ว่าวิญญาณไม่มีที่สุดแล้วก็มีวิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดสักทีก็เป็นวิญญาณดอนวิญญาณไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดวิญญาณทรมานวิญญาณตลอดนิรันดร์กาลแล้วนั้นจิตเราก็ยังไม่แล่นไปยังไม่เลื่อมใสไม่ตั้งอยู่ได้ไม่หลุดไปในวิญญาณัญจายตนะนั้นทั้งที่เราเห็นอยู่วันนั้นสงบรู้ว่านี่สงบกว่าวางใจได้เออกินยามันก็เป็นนิรันดรนี่แหละรู้ก่อน อธิบายเป็นขั้นๆรู้แล้วก็จะทำไม่ได้ยังไม่แล่นไปเพราะฉะนั้นจึงต้องทำอีกอานนท์ความคิดที่เกิดขึ้นแก่ดาวศุกร์ไปว่าอะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่ทำให้จิตของเราเป็นเช่นนั้นอานนท์ความรู้สึกได้เกิดขึ้นแก่เราว่าเพราะว่าโทษในอาสามันจายทํานายเป็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็นก็อีกแหละก็ไปโทษอันล่างพอได้อันบนเข้าใจว่าควรเป็นอย่างนี้ก็ไปโทษอันล่างก็เป็นเพราะว่าโทษในอากาสานัญจายตนะเป็นสิ่งที่เรายังมองไม่เห็นยังไม่ได้นำมาทำการคิดนึกให้มากและอานิสงส์แห่งวิญญาณัญจายตนะเราก็ยังไม่เคยได้รับเลยยังไม่เคยรู้รถเลยจิตของเราจึงเป็นเช่นนั้นอานนท์ความคิดที่เกิดขึ้นแก่เราสืบไปว่า [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เอาแหล่ผ่านพ้นอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวงเสียแล้วจึงบรรลุวิญญาณัญจายตนะอันมีการทำในใจว่าวิญญาณไม่มีที่สิ้นสุดแล้วใหญ่มีการสร้างขึ้นในใจมีการคิดอยู่ในใจว่าอ๋อที่แท้วิญญาณเป็นตัวนิรันดรวิญญาณนี่เองเป็นตัวไม่สิ้นสุดและวิญญาณมีเอกเป็นตัวสูงสุดที่มันรู้อาการสาหัสในฐานะถ้าไปยึดอาการสาวบางๆอยู่ก็ไม่ต้องยึดแล้วว่างก็ว่างสิแล้วก็มีวิญญาณรู้ว่าและไอ้ตัววิญญาณมีแล้วเป็นของเราก็วิญญาณนี่แหละเป็นตัวเป็นตนผู้สูงสุดเป็นยอดยอดครบยอดขาดยอดตัวสุดท้าย ก็จะยึดอโศวิญญาณน้อนิรันดรวิญญาณหนอไม่มีที่สุดวิญญาณน้ออนันตังวิญญาณน้องอนันตาว่างไม่ได้ถึงว่าน่าจะตัวเราตัวจะกินยาเนี่ยมันฟังดีๆนะมันซ้อนจนไม่รู้จะสอนยังไงแล้วตอนนี้มันคุ้มมากแล้วก็รู้สึกดีนะรู้สึกว่าว่างก็สบายที่ว่างก็อร่อยอร่อยแล้วก็ออกวิญญาณนี้เป็นตัวรับรถวิญญาณเป็นตัวรับรู้วิญญาณนี้เป็นตัวหน้าเอาหน้าเป็นหน้าไว้ก็จึงเหลือวิญญาณเป็นนิรันดรนี่ฤาษีเข้าใจอย่างนี้ตอบเดี๋ยวจะตอบเดี๋ยวจะต่อไปคุณก็คิดตอบด้วย ญาณและเป็นอัตราอย่างแท้ทีนี้ Alarm Download ก็อุทกดาบสสูงกว่าฉันสูงกว่าชั้นวิญญาณที่จะเข้าใจได้ยิ่งกว่านี้มาต่อดูซิอานนท์แม่เมื่อเราอยู่ด้วยวิหารธรรมคือวิญญาณบรรยายลักษณะนี้พอได้รู้อย่างนี้แล้วก็ได้ครองสภาพอย่างนี้ไปตั้งนานนานแล้วอยู่ด้วยวิหารธรรมคือวิญญาณในขณะนี้การทำ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive