200213-037 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน037-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์218 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์และนำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอับเราก็มาทำวัดกันต่อจะเรียกว่าต่อก็ต่อจะเรียกว่าจบในตัวจบการศึกษาเรียกว่าการศึกษาทั้งภาคปริยัติปฏิบัติก็คือได้รู้แนวทาง ดูหลักเกณฑ์แล้วก็เอาไปกระทำลงให้ยิ่งขึ้นให้ครบพร้อมให้เดินทางไกลเข้าไปเดินทางไกลก็ไปหาจุดยิ่งขึ้นแนวปฏิบัติให้เกิดให้มันถึงทวนแล้วทวนเล่าให้มันถึงย้ำแล้วย้ำเล่าให้มันถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้มันถึงปฏิปัตติฟังดูเผินๆมันก็ปฏิบัติไม่ใช่ปฏิปักษ์นั่นแหละมาเป็นภาษาไทยเราเรียกว่าบัตรภาษาบาลีมันไม่มีบใบไม้หรอกมันปัดติงานเราก็จะมาพยายามทำทบทวนสอนซ้ำ โดนยำทำให้เกิดผลขึ้นมาให้มันบรรลุออกมาให้มันเกิดสิ่งที่เป็นความจริงที่มันชัดเด่นที่จริงที่สุดเท่าที่เราจะเอาตัวจริงนั้นออกมาได้ตัวจริงที่เป็นวัตถุมันก็เป็นแท่งเป็นก้อนตัวจริงที่เป็นนามธรรมก็รู้ยากขึ้นแล้วเราจะรู้นามธรรมนั้นชัดเจนจึงเรียกว่ารู้แจ้งแทงทะลุและรู้แจ้งที่เป็นนามธรรมนั้นยากเพราะมันไม่มีตัวตนบนวัตถุเราจะต้องไปรับทราบถึงอารมณ์อารมณ์จิตของเรานี่คือตัวพลังงานอันละเอียดที่จะมีความ เปลี่ยนเข้าไปแทรกซ้อนเข้าไปสัมผัสร่วมสัมผัสร่วมกับความละเอียดของนามธรรมนามธรรมที่มันละเอียดขนาดไหนขนาดไหนขนาดไหนก็ตามจิตของเรานึกภาพรู้ของเราที่ละเอียดเนี่ยจะมีความสามารถเข้าไปร่วมงานร่วมสัมผัสรู้ใช้คำว่าสัมผัสแต่มันลึกละเอียดเข้าไปแล้วนี่มันมันมีบทบาทแห่งการแตกต่างกันที่รู้ด้วยว่าสัมผัสเพราะไม่สัมผัสเข้าแล้วมันก็มีบทบาทการแตกต่างกันที่รู้รู้ไปเจอกระทั่งความไม่แตกต่างที่เนียนสนิทก็เป็นความสัมพันธ์ที่นี่ มันรู้จนกระทั่งไม่แตกต่างถึงความไม่แตกต่างกันอันสนิทสุดท้ายถ้าเราจะมีอาการที่ละเอียดที่จะรู้ว่าสิ่งที่สนิทแล้วที

อ่านต่อ

่สนิทอยู่กับสิ่งที่สนิทแล้วแต่แท้จริงยังไม่สนิทอยู่เพราะเราไม่มีอารมณ์ละเอียดที่จะไปรู้ว่าสิ่งที่ไม่สนิทนั้นยังมีอาการยังมีบทบาทยังมีปฏิกิริยาแต่เราไม่รู้ว่ามันมีปฏิกิริยาเรานึกว่ามันนิ่งแล้วสงบแล้วก็คนที่มีความรู้สึกหยาบมีอะไร แตะต้องตัวด้วยของที่หยาบหน่อยหรือว่าบางขึ้นไปหน่อยนึงเขาก็ไม่รู้ตัวแล้วไม่รู้สึกว่ามีอะไรกระทบสัมผัสเขาแต่คนที่มีอารมณ์ละเอียดอ่อนแม้แต่ของที่มากระทบสัมผัสตัวเบาบางขนาดนั้นเขารู้สึกชัดเจนเลยว่ามีอะไรมาแตะต้องเขาอย่างนี้ก็เรื่องของความรู้สึกของจิตที่วัตถุอันเดียวกันขนาดเดียวกันในนี้เป็นต้นเพราะงานมาทำก็เหมือนกันน้ำมาทำที่ละเอียดบางคนก็สัมผัสได้บางคนสัมผัสไม่ได้แตกต่างกันด้วยความละเอียดอ่อนของฉัน ฉันผิดที่สามารถรับรู้รับแยกแยะเราผู้ที่อยู่รู้ละเอียดรู้ความลึกซึ้งรู้ความสุขผมเป็นหนี้บางเบาได้และก็สามารถที่จะรู้ความอยากได้จะไปปรับเปลี่ยนจิตใจของเราให้จิตใจของเรานั้นเป็นไปด้วยความรู้เท่าทันอยู่เหนือมันไม่หวั่นไหวไม่เอียงเอนไม่สะดุ้งสะเทือนจนกระทั่งจิตใจของเราแสดงอาการชอบหรืออาการไม่ชอบขึ้นมาในจิตได้เพราะสิ่งที่มากระทบนั้นๆก็ไปจับยาแพงกล้าไปจนกระทั่งถึงขั้นตอนก็รู้ได้ สัมผัสรู้ได้เมล็ดลอดไปแสดงว่ายิ่งเก่งใหญ่จริงๆไม่มีความสามารถลึกซึ้งยิ่งรู้ได้มากไม่ได้เรามาเรียนกันก็เพื่อความลึกซึ้งเพื่อความรู้เท่าทันสิ่งหยาบสิ่งละเอียดในโลกต่างๆที่คนเรารู้ไม่เท่าไม่ทันแล้วเราก็ไปเป็นทาสมันต่างๆนี่เป็นการศึกษาของคนหมู่ 1 คนหมู่ที่เขายิ่งศึกษาของแปลกของใหม่ศึกษาว่าโลกเค้าสุขอะไรแล้วก็จะไปซอกซอนตามโลกเขาอันนี้สุขอันนี้อร่อยอันนี้หน้าได้หน้ามีหน้าเป็นแล้วก็ไปตามข้อสอบสอนตามเขาหรือไม่ตัวเองนั่นแหละ ตัวสำคัญคิดเองเลยสร้างสิ่งแปลกสิ่งใหม่สร้างสิ่งอะไรขึ้นมาในโลกเพื่อให้ชาวโลกหลงแทรกซ้อนเป็นทาสสิ่งที่เราสร้างขึ้นเราเป็นผู้ก่อขึ้นให้ซอกซ้อนตามนั้นอีกนั่นยิ่งแล้วใหญ่เลยเพราะสิ่งที่โลกมันได้สร้างกันขึ้นมาทุกวันนี้มันมากมากมายเหลือเกินสิ่งที่โลกในประดิษฐ์สร้างพยายามพัฒนาให้มาแปลกความใหม่เพื่อให้คนไปที่ดินหลงสิ่งที่แต่ละคนก็พยายามสร้างเนี่ยมันมากจนคนไม่รู้จะทำยังไงแล้วหัวปั่นเวียนวนวุ่นวายจนไม่รู้เท่าทันเลยว่าอะไรแท้ๆคือความ อันนี้คือความสุขหรือพอไปได้รับแล้วก็ดูเหมือนสุขต่อไปก็เปลี่ยนลดน้อยลงทำยังไงก็จะต้องเอาสิ่งนั้นให้แปลกเปลี่ยนมีเชิงชั้นใหม่สดแรงกล้าหรือว่าเป็นยังไงก็ตามแต่ที่เขานึกเกิดความเบื่อซ้ำซากไม่ต้องพลิกแพลงออกไปอีกบ่นแล้ววนรอบนี้แล้วก็หาใหม่ๆๆๆๆไปไม่มีที่สิ้นสุดหรอกไม่มีที่สิ้นสุดแล้วก็จะเป็นผู้ที่เป็นทาสสิ่งที่จะต้องแทรกซ้อนหาอย่างนั้นตลอดกาลนะมันเป็นเรื่องของคนหมู่ 1 ซึ่งเป็นมูลยายในโลก เป็นเรื่องของคนหมู่ 1 ซึ่งเป็นหมู่ใหญ่ที่เขาทำกันชนปราชญ์นั้นน่ะหรือว่าผู้ที่เป็นศาสดาที่ค้นพบสิ่งที่เรียกว่าสัจธรรมหรือความจริงแล้วมาพบว่าคนหลงสิ่งที่สัตว์โลกในการสร้างขึ้นมานี่แหละจนมาปลดปล่อยรู้เท่าทันสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเรื่อยๆพอรู้เท่าทันแล้วเราก็รู้เท่าทันอีกว่าสิ่งที่เขาจะสร้างให้จัดจ้างก็กล่าวไปนั้นเป็นอย่างไรรู้เท่าทันเพราะฉะนั้นผู้ที่รู้เท่าทันและไม่จำเป็นเลยที่จะไปเสาะแสวงหาสิ่งที่มันจัดจ้านยิ่งขึ้นกว่า อะไรก็ตามสิ่งที่จัดจ้านที่จะรสชาติยิ่งกว่าแปลกใหม่ยิ่งกว่าแต่มันก็ของเก่านั่นแหละคือรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสนั่นแหละที่รับได้ด้วยทุกวันทั้ง 5 เลยหรือไม่ก็ขอเป็นนามธรรมปั้นรูปปั้นร่างปั้นอะไรต่ออะไรเอาไว้ก่อนในใจยังไม่มีลูกยังไม่มีรถยังไม่มีกลิ่นยังไม่มีเสียงไม่มีหรอกแต่ปั้นเป็นอะไรเอาไว้โดยนักสร้างคิดอ่านขยันสร้างวิมานลอยลมและเราก็ไปคิดฝันอันนั้นไว้เอาไปพบเป็นชาตินึกว่าจะเป็นนึกว่าจะมีถ้าเผื่อว่ามันเป็นวัตถุที่มัน ขึ้นมาได้แล้วมันก็จะเป็นได้ในโอกาสข้างหน้าแต่ถ้าไม่ใช่วัตถุก็เป็นแต่เพียงภพชาติที่เกิดอยู่ในจิตแล้วก็ปั้นไว้เป็นสภาพนั้นเสร็จแล้วเราก็ไปไปพยายามแสวงหาให้มันได้ตามสภาพนั้นจริงผมไม่เอาเลื่อยคนนั้นก็โมเมว่าเออสภาพอย่างนี้ต่างคนต่างโมเมตามผู้ที่ปั่นสร้างไว้ก่อนตามความคิดคำนึงเป็นวิมานในอากาศและผู้ที่รับฟังรับรู้นั้นก็ไปพยายามทำสภาพนั้นให้ตรงกับวิมานในอากาศที่ตัวคิดนั้นปั่นได้ไปเรื่อยๆก็มีอยู่แล้วก็เป็นไปอยู่นี่เป็นภพของจิตมีภพของทางด้านทวารนอกที่เป็นชิ้นเป็นอันเฉพาะของจิต ไปปั่นสร้างกันให้สมใจมี 2 อาทิตย์เนี่ยใหญ่ๆแล้วคนก็เป็นหลงแปลกใหม่หรือว่าไปหลงยึดตามตามที่เขาเป็นเขามีกันมาว่ามันเป็นอรรถเป็นรถของโลกเป็นรถเป็นชาติเป็นความเอร็ดอร่อยเป็นความชื่นชมเป็นความสุขเราพูดได้แท้ๆไม่ถึงความสุขว่ามันเป็นอนิจจังไม่แพงถึงว่าเราไปหลงอุปาทานว่าจะต้องได้เกิดสุขเพราะเราไปอุปทานว่าเราจะได้เสพสุขเราจึงมีทุกข์ตามมาเราจึงต้องเสาะแสวงหาจึงต้องปรารถนาจึงต้องอยากใคร่มันเป็นสมุนไพรตามมาเลย ถ้าเราไม่หลงว่าสิ่งนี้เป็นสุขทุกข์ก็ไม่เกิดปัญหาไม่มีพระอุปทานไม่มีเพราะเราไม่ได้อยากเราไม่ได้ปรารถนาใครเราไม่ต้องเสาะแสวงหาเราไม่ต้องสอดแสวงหาเพราะเราไม่ได้อุปทานไว้เพราะเราไม่ได้ไปยึดว่าจะต้องเป็นสิ่งที่ต้องอยากได้อยากมีอยากเป็นหรือหน้าได้หน้ามีหน้าเป็นเพราะไม่มีอุปทานอย่างนั้นปัญหาจึงไม่เกิดปัญหาไม่เกิดมันก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราไม่ได้ลงว่าจะต้องไปอยากได้อย่างนั้นอย่างจะเป็นอย่างนั้นอยากมีอย่างนั้นไม่สนใจและถึงจะเกิดสุขถ้าไม่ได้แล้วก็ทุกข์จึงไม่มีจะเห็นได้ว่าเวทนาตัณหา งานเกี่ยวกันอยู่ชัดๆเมื่อศุกร์เขาเวทนาทุกขเวทนาไม่ต้องมีเพราะเราไม่เราไม่เห็นว่าจะต้องไปอยากมีอะไรที่เราไม่เห็นจะอยากมีอะไรเพราะเราไม่ได้ไปสร้างสภาวะอะไรไปยึดเกาะเอาไว้ก็เป็นอย่างนี้ที่มันหน้าด้านมีหน้าเป็นยึดมั่นถือมั่นเอาไว้เป็นอุปทานหวยเอาไว้ไม่วางวายถ้าเราไม่มีสิ่งนั้นมันก็ไม่ต้องไปอยากไม่ว่าจะอย่างอย่างชัดเจนพยายามมากๆหรือไปช่วยไว้อย่างจัดจ้านฉันจะต้องได้ต้องได้ต้องได้ต้องได้ต้องเอาตรงนี้ต้องเป็นไม่ได้เร็วๆปัญหามันก็เลยเด่นชัดลอยตัวออก ชัดเลยว่ะเราต้องพยายามอยากได้ใครพูดเพ่งเป็นอภิชาวิศวะโลภะเป็นโลกที่เห็นได้ให้มันต่อเนื่องขึ้นมาเด่นๆชัดๆเลยมาให้ขาดห้วงไม่ให้ยืดยาวไม่ให้อ่อนบางให้เห็นผีจ๋าขึ้นมาชัดเลยเป็นอธิษฐานว่าเราก็จะเห็นความอยากของเราชัดแต่ถ้าเราไม่มีอุปทานถ้ามีอุปทานอ่อนๆไปยึดฉวยไว้ได้ก็ไม่เป็นไรไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแต่ก็ยังโน้มไปในทางอยากได้อยากมีอยากเป็นอยู่มันก็พยายามอยู่เหมือนกันแต่ว่ามันก็ไม่จริงใจมันก็ไม่เห็นปัญหาชัดแต่มันยังไม่สิ้นสุดอุปทานเพราะเราไปหลงว่าที่เรายึดไว้นั้นเป็นภพ เป็นภพมิตรภาพเป็นภาวะเป็นพฤติกรรมอันหนึ่งที่เราจะต้องให้มันเกิดอยู่นะได้ช่องไม่ได้และโอกาสไม่ได้นะถ้าได้โอกาสต้องให้มันเกิดนะถึงเรียกว่าภาวะหรือภพถ้าได้โอกาสต้องให้มีพฤติกรรมอันนี้นะเกาะเกี่ยวไว้ทีเดียวอุปทานเกี่ยวยึดไว้ไม่ให้วางไว้ให้เกิดนะเกิดมาได้แล้วเราจะสมใจเพราะเกิดมาแล้วจะเป็นสุขก็เวทนามันก่อเกี่ยวกับหมดเวทนาตัณหาอุปทานพบเพราะฉะนั้นชาติจึงจบไม่ได้จะต้องเกิดสภาพนั้นเป็นของตนนั้นเป็นสุข ไปสุขาภิบาลก็นั่นแหละเป็นสุขมีนัยยะของผู้ที่ผูกพันเป็นมีอัตราแต่ถ้าผู้ที่ไม่มีอัตราไม่ได้สุขกับเวทนาไม่ได้ทุกขเวทนาจะเป็นปัญหาอย่างได้อยากได้ทำอย่างนี้ด้วยจิตรู้แล้วว่าอันนี้ดียึดไว้เลยทีเดียวไปอุปทานเป็นที่ถูกประทานเป็นความเห็นยึดความเห็นดีอันนี้เจตนาดีอันนี้แต่ก่อนจะสร้างขึ้นด้วยอย่าว่าจะเป็นพบเลยจะกระทำไม่มีพฤติกรรมพฤติกรรมเอาให้เกิดได้ให้เป็นภพเป็นตัวตนเป็นเจริญด้วยเพราะว่านี่คือพฤติกรรมมันเจริญให้เจริญขึ้นมาทัน ทันตาได้ด้วยมีแบบอย่างมีวิธีการมีศีลมีพรตมีอะไรที่จะอุบายโกสนอะไรที่จะพึงสร้างพึงพอให้มันเป็นอย่างนั้นขึ้นมาได้ทำซะด้วยซ้ำไปมีชาติมีชาติติดมีสภาพนั้นอยู่ในจิตที่จะให้เกิดแต่เมื่อเกิดแล้วท่านผู้นี้มีอนัตตาแท้ถึงเกิดก็ไม่ได้ยึดเอาเป็นของตนรู้ดีแล้วก็ปล่อยไม่มีแม้แต่ดินดีหลงกินดีเผลอไปให้ยินดีนั้นเป็นอัตตาตัวซ้อนติดตามไปอยู่เป็นภพชาตินี้ไม่มีเห็นว่าดีรู้ แม้จะยินดีก็เป็นแต่เพียงแค่แว๊บนึงที่รู้แล้วก็ปล่อยทันทีรู้เท่าทันว่าอย่าไปหลงใหลกับอาการยินดีนี้อีกนี่เป็นภาษาอธิบายซ้อนผู้ใดมีจิตอย่างนี้จริงจะรู้จะเข้าใจจิตตัวเองวันนี้ก็ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่เป็นวิโรจน์จะยังจางคลายอยู่สลัดคืนอยู่ปฏิสันพระอยู่แม้จะเกิดก็ไม่หลงไม่หลงอาการยินดีปรีดาปราโมทย์ความเรียกว่าสมใจที่จริงมันก็สมที่เราคาดคะเนเอ่อเป็นไปตามจริงตามที่เราคิดค่าจัดทำขึ้นแล้วก็มีสิ่งนี้อาการสมอย่างนั้นอย่างโล่งๆมันก็จะยิ่งดีร่าเริงมากและก็ถือว่าไอ้ยินดีร่าเริงนั้นเป็นความสุขยินดีร่า ตรงนี้ไม่ใช่ความสุขหรอกเป็นความตอบรับตอบชนิดหนึ่งเป็นความตอบรับเมื่อสิ่งนี้เกิดปุ๊บเราก็รับรู้เมื่อสิ่งนี้เกิดเราก็รับรู้มีชาติเกิดขึ้นแล้วก็รับรู้พอเรารับรู้ในชาตินี้แล้วรู้ตัวนี้มันก็รู้ว่าดีหรือไม่ดีที่ไม่ดีก็คือมันถูกตรงออกไอ้นี่ถูกตรงตามที่เราคาดคะเนเกิดแล้วหนอมันก็รู้ดีแต่ใช้ทวารตาเครียดก็ว่าเห็นดีเห็นได้เห็นสิ่งที่ดีเกิดจะได้ใช้ต่อวันเรียกก็ว่ายินดีได้ยินดีได้ยินแต่สิ่งนี้ว่าดีแล้วถ้าจะใช้ ทวารที่ใช้ตาหูจะใช้จมูกมันก็ไม่ๆๆถ้าไม่ใช้แล้วเพราะว่ามันเป็นสภาพธรรมที่มันไม่ใช่จำเพาะลงไปจะใช้ลิ้นก็ไม่ใช้แล้วจะใช้กายสัมผัสก็เออสัมผัสดีได้แต่ต้องเป็นสิ่งที่ดีเท่านั้นเองดีว่าดีรู้ว่าดีจิตใจก็เข้าใจแล้วว่าดีแล้วก็ปล่อยรู้ว่าอารมณ์ที่รู้ว่าดีนี่มันสบายแล้วในโลกถ้าอารมณ์ที่รู้ว่าอ้าวยังบกพร่องร้ายเลวผิดเป็นอกุศลมันก็ยังไม่บริบูรณ์มันก็จะต้องทำอีก เท่านั้นเองแก้ไขอิฐบกพร่องอะไรก็ตอนนั้นถ้าท่านดีแล้วก็จบแล้วนี่ถ้าเห็นว่ามันดีรู้ดีแล้วดีแล้วก็จบรู้ความจบโลกนี้ต้องจบด้วยดีมีสิ่งดีนั้นตามที่เราคาดคะเนตามที่เรามีอนังคโณคือมีความคาดคะเนนำนำหน้าตามภูมิปัญญาที่มีไปได้ทุกคนน่ะมีไปได้คาดคะเนไปได้ตามเหตุตามข้อมูลแล้วมันก็จะจบอย่างนี้ตามที่คาดหมายบวกลบคูณหารแล้วจะเป็นจริงดีและถึงที่ลบถึงเกิดจุดนั้นแล้วสำเร็จสิ่งนั้นแล้ว เมื่อมันสำเร็จแล้วครบบริบูรณ์ว่าดีผู้รู้จบเท่านั้นแหละคือพูดจบอาการก็จิตจะเกิดฟูฟ่องขึ้นมาอีกหรือไม่ก็ของผู้นั้นเองถ้าไม่พูดนั้นเข้าใจดีแล้วก็ดีแล้วนี่ก็จบแล้วก็ถ้ามีการตอบรับและกิริยากลายเป็นยิ้มแย้มตอบกลับถ้ามีการตอบรับด้วยภาษาจะบอกว่าเออดีโดยภาษาพูดก็พูดออกไปก็แสดงกิริยาการแสดงกิริยาบัญชีถ้าไม่มีกิริยากายไม่มีกิริยาว่าจีจะรู้ดีแล้วก็รู้ดีเออดีแล้วจิตใจมันก็ดีมันก็โล่งมัน ว่างมันก็สบายเบาจบแล้วหนอดีหนอก็เป็นอันเราจบการจบเราเราจบลงเรียกว่าไม่มีอัตตาๆไปไม่มีเราตามไปไม่มีหลงยึดมาเป็นของเราไม่มียินดีไม่มีอาการยินดีไม่มีอาการปราโมทย์บันเทิงอะไรตามไปมันมีแต่ความตอบรับรู้ตอบรับกับสิ่งที่ได้รู้ว่าดีเท่านั้นเองจบมันเป็นการตอบรับรู้ดีและปัญญาเข้าใจแล้วบางทีก็จบเท่านั้นเองก็ อธิบายสิ่งที่ลึกละเอียดของจิตสภาพจิตที่มันจบแล้วเราก็สบายแล้วมีที่จบอย่างนี้แม้ผู้ใดจะยังไม่ถึงจุดที่ว่านี้หรือพูดถึงแล้วก็ตามจะสามารถที่รู้ได้ว่าเราจะแสดงปฏิสันถารหรือความตอบรับที่สูงกว่านี้อีกยินดียิ่งกว่านี้ให้เห็นชัดเจนยิ้มแย้มติดต่ออยู่กับเขาได้นานพูดพอดีติดต่อกับเขาก็ได้นานใจเรารู้ว่าดีเข้าใจดีแล้วอยู่กับดีนี้ไปนานก็ไม่ระแวงไม่กังวลไม่กลัวว่ายิน อันนี้อาการแสดงความบันเทิงอาการแสดงความบันเทิงนี่เป็นของโลกบันเทิงหรือว่าน่าชื่นใจน่าชมชอบเพื่อชี้ชวนให้เข้ามาชมชอบสิ่งนี้สิอันนี้ดีนะยืนยันความดียืนยันสิ่งดีควรจะมาชมชอบความควรจะมาให้มันมีอย่างนี้อยู่ให้มากเป็นอุบายอย่าโกนขนของผู้ที่สูงจึงจะทำอยู่นานทั้งกายซึ่งกิริยากายกิริยาไว้ที่ผู้นั้นก็สามารถเข้าใจและรู้ทันได้ว่าเราทำเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นใจของเราก็สบายเราดีอย่างนี้เราก็พยายามชักจูงให้ เห็นดีแล้วสิ่งนี้ก็ดีจริงก็ได้สัจธรรมเป็นของดีใช้จิตของเรานี่ให้ดูดียินดีให้เห็นดีให้มันเชิงชอบเชิงชื่นใจอยู่นานก็รู้ได้วันนี้เราทำโดยเราก็ไม่ได้ติดว่าท่านดีอย่างนี้ตลอดไปถ้ามีไม่ดีมาแทรกแล้วเราจะโกรธถ้าอันนี้มันเป็นไปไม่ได้ในกาละใดแล้วเราจะโกรธจะเกิดเราก็รู้ดีว่าไม่เราไม่โกรธไม่เคืองผู้ที่ชัดเด่นในจิตอย่างนี้แล้วก็จะปล่อยใจให้ยินดีไปอีกกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นดวงจิตก็ได้เหมือนผู้ที่สู้เสือตัวใหญ่ได้แล้วมันก็ไอ้ลักษณะเดียวกันนั่นแหละแต่เราไม่ต้องเป็นหลงเชื้อตัวใหญ่ เราก็รู้จะให้ตัวยาวหรือคือยาวคือใหญ่คือลักษณะอาการที่เรียกไปว่ายาวให้มันติดต่อตามไปแรงหรือนานถ้าแรงจะหมายความว่าสภาพที่กระทบกระทั่งแรงและไม่มีข้าวมากแรงมีน้ำหนักหรือนานติดต่อไปช้านานมันก็เป็นลักษณะหนึ่งซึ่งไม่ใช่นาสิ่งน่ามองเรารู้เท่าทันแล้วว่าอันอย่างนี้ความยินดีอย่างนี้ก็คือลักษณะหนึ่งของจิตคนจิตเรามีจิตเราทำให้เป็นหรือจิตเราปล่อยให้เกิดแต่เราก็ไม่ต้องไปหลงความเป็นความจริงผู้ที่รู้ซับซ้อนได้ลึกซึ้งเอง แล้วก็ไม่อิจฉาละอายใจอะไรที่จะปฏิสันถารติดต่อครับว่ายินดีเพราะสิ่งที่น่ายินดีจริงวันนี้ก็แสดงความยินดีและก็น่ายินดีมีมุมแบบอื่นที่จะจูงจูงดึงให้เข้ามายินดีอันนี้ก็ทำคนอื่นก็ยินดีคนอื่นก็ยิ่งเพื่อให้มันติดมันติดสภาพที่เป็นอย่างนี้แทนที่จะไปติดสภาพอย่างโลกเพราะว่าประวัติศาสตร์จึงพยายามจะจูงดึงเก่งแต่พร้อมกันนั้นอยู่ในตัวก็มีอาการสอนไม่ให้ติดอยู่ในตัวให้ติดแต่ให้ตัดให้ติดแต่ให้ตัดให้ติดแต่ให้ตัดพระโพธิสัตว์หรือว่าครูอาจารย์ที่เก่งจะมีกรรมวิธีมีเขาติดให้ติดก่อนแล้วก็มีนัยยะที่จะตัดตัดตอนนี้ เป็นเชิงไว้ก่อนก็ได้เขาอาจจะยังไม่ไหวรู้เชิงตัดยังไม่เด่นชัดแต่ให้ติดก่อนก็ได้เพราะต่อไปก็ติดสิ่งที่ตัดนี้อีกสิ่งที่ผิดที่อีกให้ตัดสิ่งที่ผิดอีกในเชิงหลังจนสุดท้ายเรารู้ว่าดีคืออย่างนี้แล้วเราควรจะมีชีวิตอยู่กับดีก่อดีสร้างสรรค์ดีจรรโลงส่วนดีนี้ปากที่มีอายุอยู่มีวินาทีทุกวินาทีก็ก่อนดีอันนี้แต่อย่าหลงดีอย่าหลงใหลติดดีเมื่อผู้ใดไม่ติดรู้เท่าทันว่าเป็นสิ่งที่เป็นเกิดเท่านั้นเองเป็นความเกิดในโลกไม่ใช่ของเราไม่ใช่ของเขาไม่ใช่ของใครมันเป็นสิ่งที่จะเกิดมีในโลกแล้วก็ สะพัดไปแล้วก็เป็นตัวผู้สร้างดีไว้ในโลกแล้วก็ชักชวนกันในแต่ละคนแต่ละคนแต่ละคนมารู้ดีอย่างนี้แล้วก็มาสร้างดีอย่างนี้ให้มันเต็มโลกให้ได้ให้มันมากมันไม่เต็มหรอกเพราะคนสร้างเลวไว้ส่วนนึงน่ะมันมากกว่าคนที่สร้างดีแต่เราต้องชวนคนให้มาสร้างดีนี่ขึ้นมาให้กองกองทัพทวีขึ้นมาเพื่อแข่งกันเร็วบ้างเพราะในโลกคนสร้างเลวในปริมาณแหมมันเดี๋ยวนี้มันเอียงมากนะแล้วคนที่ไปสร้างเลวมากๆมันก็ยิ่งเอียงมากเพราะเราจะต้องพยายามเก็บกวาดคนให้มารู้ดีแล้วก็มาก่อนดีจะทำดีโดยเฉพาะจิตใจที่สร้างอะไรก็ได้ที่เหมาะสมที่รู้ความ เมื่อเราก็สร้างแต่สิ่งที่ดีสูงมาไล่ลงมาสิ่งที่ดีต่ำเราไม่เคยแตะต้องไม่ร่วมมือสร้างด้วยให้มากและจะเอาลดลงมาสร้างดีนั้นได้จะอนุโลมลงไปหาความไม่ดีได้เท่าไหร่ก็ดูตามกาลเทศะบุคคลที่เป็นไปเป็นชั้นตอนนั้นเรามีขีดขั้นแล้วว่าไม่เอายังไงยังไงก็ไม่ทำไม่สร้างเราก็มีขีดจะต้องสร้างบ้างไม่สร้างบ้างก็มีสิทธิ์จะต้องสร้างอยู่อย่างเข้มงวดกวดขันให้มากให้มากทีเดียวก็มีเราจะต้องรู้ว่าเราจะสร้างอะไรที่เราทำอยู่นี่แหละเป็นงานเป็นหน้าที่เป็นกิจแต่ลักษณะจะต้องทำให้มากอยู่แล้วก็ทำส่วนนั้นตามหน้าที่ส่วนที่ต้องอนุโลมบ้างไหมอนุโลมบ้างก็ ยืดหยุ่นเอาส่วนที่ไหม้เลยเอาใหม่เลยเด็ดขาดนี่แบ่งเป็น 3 เปราะเป็น 3 เชิง 3 ชั้นง่ายๆใน 3 แถวนี้จะแบ่งละเอียดไปอีกตามปัญญาของแต่ละคนก็แล้วแต่ผู้รู้แล้วถึงความสุดยอดของอนัตตาหรืออัตตาหรือรู้สึกเป็นสิ่งมีในโลกและก็ยังสิ่งเป็นสิ่งมีตามระดับโดยประมาณเอาได้มีมัดจำด้วยตาจิตใจของเราเองเราอ่านจิตใจของเรารู้แล้วว่าเรารู้ความจริงทุกอย่างก็ทำอย่างนั้นแหละแต่หลงสุขเราจึงเป็นทุกข์เพราะฉะนั้นเราไม่หลงสุขเราอยู่ในสภาพสร้างดีแล้วก็ทำดีแล้วก็รู้ดีจะยินดีบ้างเราก็เข้าใจว่าตัวยินดีด้วยก็เป็นอาการคิดอย่างนั้นอย่างนั้นแหละถ้าเราจะตอบรับยาว รื่นแรงบ้างเพื่อจูงดึงคนก็ทำไปตามขั้นตอนตามกาละก็ไม่มีปัญหาอะไรผู้รู้อะไรชัดเจนผู้รู้อะไรจนกระทั่งรู้เท่าทันมันเป็นภาพสิ่งเหล่านั้นได้แล้วดังกล่าวนี้ก็อยู่กับลูกสบายแสนสบายเพราะเราจะมารู้ความเกิดที่เรียกว่าทำให้เกิดหรือทำสิ่งดีนั้นให้เป็นให้มีปากเท่าเครื่องกลของเราคือร่างกายรูปขันน้ำขันธ์ 5 ของเราขันธ์ 5 ที่มีลูกค้านำกันมันยังอยู่เราก็ทำสิ่งเกิดที่ดีใจเราเองไม่เป็นหลงดีไม่ติดดีที่โลกเค้า แม่เราทำดีสิ่งดีนี้ก็ไม่ไปหลงดีนี่สอนอีกแล้วก็สบายแสนสบายแล้วสบายฉันสบายแล้วมีงานการอะไรก็ทำเพราะเราทำให้เกิดจิตระดับหมายเอาตรงนี้จิตดับหรือจิตที่อยู่เหนือหรือจิตที่มันไม่มีอะไรเกิดอีกไม้เอาธงชาติวิชาที่มันหลงหลงไหลไหลเพราะชาติดที่มันไม่หลงใหลชาติที่มันไม่ได้หลงผิดมันรู้ว่ามีสิ่งดีแล้วก็ทำให้แก่โลกเขาแล้วก็มายึดเป็นของเรามันก็ไม่ได้พูดกันเท่านั้นเองและอธิบายเชิงปฏิบัติสอนปฏิจจสมุปบาทที่เขาอธิบายมาตั้งแต่อภิชาสังขารวิญญาณนามรูปศัลยกรรม ผัสสะหรือสัมผัสจะมาถึงเวทนาตัณหาอุปทานได้จับตอนอธิบายแต่เวทนาตัณหาอุปทานภพชาติให้เห็นว่าชาติหมดหรือมีชาติมันคล้ายๆตีกับอ้าวทั้งนั้นก็ทำให้เกิดน่ะสิก็ไม่ต้องทำยังไงเราก็คนมันก็ต้องทำมันมีการงานมีการกระทำก็ต้องทำสิ่งดีข้อสำคัญจิตของเรานี่มันไปเกิดชัวร์ๆมันเป็นหลงรสชาติของโลกก็ต้องรู้รสชาติของโลกรถอัดสาธารณรัฐนั่นแหละมันหลอกเรารสชาติของโลกมันเป็นนิยม 3 กิโลกรัมมันไปเที่ยงตามลงไปแสวงหาตามโลกพอเรารู้อัน ที่แล้วเราก็ไม่ไม่แล้วเราจะสร้างดีอะไรขึ้นมาในโลกแม้แต่จะชาติสร้างสีสันสวยงามแม้เราจะสร้างอะไรก็สร้างไอ้นี่ก็เป็นอย่างนี้แหละเราก็ไม่ได้อดีตอร่อยอะไรมันก็เป็นอย่างที่มันเป็นมีแต่พวกที่อยู่เหนือพระพุทธที่ยังไม่บรรลุผู้ยังไม่หมดเชื้อเชื้อเขาแห่งความเป็นทาสเขาพยายามเพียรลงทะเบียนลงแล้วเราได้เกรียนลงจนกระทั่งจืดจางลงไปเรื่อยๆๆรถอันนี้ทำทำหน้าทำพิษร้ายให้แก่เราไม่ได้เราอยู่เหนือมันเรื่อยเรื่อยๆจนเราเด็ดขาดแน่นอนแล้วเราก็จะเป็นผู้สร้างสิ่งนี้ตามสมมติโลกเรารู้ว่าเขาลูกเขาต้องการอย่างนี้โลกก็ต้องมีอย่างนี้เป็นกษัยให้เป็นน้ำตาล ยามีน้ำตาลเกลือหน่อยปลวกเกลือปลวกเกลือไปหน่อยทำยังไงก็กินยานี่ไม่ลงเรารู้ว่ายาหรือสารพิษกัดคืออะไรที่เราจะปั้นให้เขาแก่นคืออะไรจะผสมยาผสมผงชูรสผสมน้ำตาลน้ำเปรี้ยวน้ำหวานอะไรเล็กน้อยเราก็ต้องรู้ว่าน้ำเปรี้ยวน้ำหวานพวกนี้ไม่ได้เด่นนะเราไม่ได้ปั้นชัดขึ้นไปจนกระทั่งเขาปฏิเสธแต่เฉพาะน้ำตาลหรือว่าของเคลือบหรือของที่เป็นกระแสผสมไปนี้เรารู้ผู้นั้นก็จะปั้นตัวนั้นก็จะทำได้ดีตามแต่ขั้นตอนที่จะลดลงสำหรับคนนี้อาจจะยาวขนาดนี้ต้องขายน้ำตาลขนาดนี้เพราะเด็กมากไอ้โตแล้ว ให้น้ำตาลขนาดนี้เพราะโตแล้วไม่ใช่คนพาลไม่ใช่คนภาระยังอ่อนยังยาวไม่ใช่โตแล้วเดียงสาขึ้นมามากแล้วน้ำตาลน้อยเดียวก็พอเอากันเยอะแยะหน่อยเอาคนนี้ไม่ต้องใส่น้ำตาลเลยเอาแกนให้เลยโป๊ะเลยยัดเปลี่ยนเข้าไปเลยก็ต้องรู้แต่โดยแท้แล้วคนที่จะรับกันโป๊ะๆเลยนั่นน่ะมีน้อยมีน้อยส่วนมากจะต้องใส่น้ำตาลเปรี้ยวน้ำหวานเครื่องหล่อเล็กน้อยไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเรือจะอนุโลมไปขนาดไหนถ้าอนุโลมจนกระทั่งบอกโอ้ยนี่มันบรรยายอะไรแล้วมันได้แต่ของผมของพ่อ ฉันก็ไม่เอาเลยไม่เข้าถึงแก่นหรอกกินยังไงก็ไปกินถึงกันแล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปใช้เปลือกกับพี่นั้นมากเกินไปนักเอาละพอถึงหายไปแล้วก็ไม่ถึงหรอกยังไม่ถึงกันหรอกคนนี้ก็ติดอยู่แค่น้ำตาลนั่นแหละและมีฤทธิ์แรงของจิตที่จะหยั่งได้แค่น้ำตาลไม่ถึงกันหรอกเพราะงั้นอันนี้ก็ไม่ต้องอนุโลมไปให้ไม่ต้องทำไม่ต้องปั้นให้ก็เป็นจบกันสุดท้ายเราจะมารู้ความเกิดความดับมารู้สึกตัวปะป๊าสั่งของข้างนอกด้วยโดยเฉพาะของเราเองคิดแล้วเหลือเชื้อที่มันจะเกิดเป็นชาติเศษเสี้ยวไปหาโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสทุกฝ่ายจ้าชาติพวกนั้นที่จะก่อการเกิด เราจะไม่ให้มีเราไม่มีโสกะไม่มีปริเทวะไม่มีทุกข์โทมนัสอุปายาสแต่เรามีสิ่งที่เกิดเกิดแล้วก็เกิดเกิดแล้วเราจะให้มันเที่ยงนิรันดรอีกก็ไม่ได้เรารู้ในความชราเรารู้ในความมรณะเพราะฉะนั้นเมื่อมันมีชาติมันก็ต้องมีชรามีชราก็ต้องมีมรณะวนเวียนเป็นธรรมดาเราจึงเห็นความเกิดความแก่ความตายหรือแม้เราจะมีความเจ็บใส่เข้าไปอีกก็เป็นสภาพธรรมดาที่มันจะเกิดถ้าเจ็บรูปขันเป็นการที่จะทุกข์เราก็รู้ส่วนจิตใจของเราหมดเจ็บผู้ที่เป็นพระอรหันต์หมดเจ็บใจฟัง พระปฏิจจสมุปบาทจึงมีแต่ชาติชรามรณะปฏิจจสมุปบาทไม่มีเกิดแก่เจ็บบาลีผู้ชายอะไรเคยถามพญานาคที่ว่าอยุธยาที่เกิดชาติแก่ชราเจ็บพยาธิหรืออาภาพได้กับมรณะเกิดแก่เจ็บตายเพราะเงินในชาติชรามรณะจึงไม่มีพยาธิพระอรหันต์ไม่มีเอาพยัคฆ์เอาพญา Alphard ไปอธิบายไว้อีกต่างหากขยายไปเป็นโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสอ้าวแล้วเป็นขยะไปทิ้งไว้ตรงนู้นพระพุทธที่ถึงแล้วซึ่งชาติชรามรณะก็เป็นธรรมดาหมดอาการเจ็บหรือปวดอาการโสกะปริเทวะทุกขะโทมัสทุกฝ่ายญาตินั่นแหละอธิบายความเจ็บก็คือโสกะปริเทวะทุกกระทงมนัสอุปายะนั่นคือความเจ็บของจิตความอาฆาตของจิตนั่นคือความเจ็บของจิตหรือความอาฆาตบางทีไม่มีพระอริยเจ้าท่านอรหันต์แล้วสูงแล้วไม่มีหรอกมีแต่เกิดฉลากมรณะไม่มีเจ็บจึงเรียกว่าหมดสิ้นทุกราย ทุกข์ทุกข์คืออะไรทุกข์คือโศกทุกข์คืออะไรทุกข์คือปริเทวะทุกข์คืออะไรทุกข์คือโทมนัสทุกข์คืออะไรทุกข์คืออุปสรรคแต่ทุกคืนอย่างนั้นไม่มีแล้วเรียกเห็นแต่ความเป็นธรรมดาของความเกิดความแก่ความตายความเจ็บปวดเพราะเจ็บโดยการที่จะทุกข์นี่คือเจตสิกกระทบเกลี้ยงแล้วไม่มีเจ็บที่จิตไม่มีจิตแจ่มไม่มีจิตเจ็บนั้นมันมาหลอกกันมานานแล้ว 17 น่ะมันหลอกกันมานานแล้วเจ็บใจน้อยใจเสียใจเศร้าใจไปซ่อมมันทำไมโง่จัง มันทำไมเจ็บจังปวดใจเจ็บปวดปวดไปทำไมเราเข้าใจก็โยนทิ้งเดี๋ยวนี้มึงก็เดี๋ยวนี้มันไม่เหมือนกับไอ้ที่มันมีเชื้ออยู่ที่เนื้อหนังเนี่ยปวดเพราะว่าเจ้าจุลินทรีย์มันแทงอยู่มันจิ้มอยู่มันกัดเป็นแผลอยู่เออไอ้นั่นมันมีเหตุปัจจัยก็ไม่ว่าไอ้ที่จิตนี่มันไม่มีเหตุปัจจัยอะไรมันไม่มีมีปัจจัยเพราะเราโง่ไปยึดมาความหมายมันมีมันไม่เหมือนตัวจุลินทรีย์นะมันมีตัวบงการของมันเองไอ้นี่มันไม่มีตัววงการเข้ามาเองเราโง่เป็นวงการคิดเราเองให้มันมาจิ้มมาใช้สิทธิ์เอาเองไอ้ตัวจุลินทรีย์มันมีพลังงานส่วนตัวของมันที่มันอยู่ในตัวของจุลินทรีย์มันมาเจาะมาใช้อย่างนั้นเราก็ไปบังคับมันมันยากมันจะเอาชนะมันก็อีกเรื่องหนึ่งถ้าเรา เพลงเราเอาชนะมันได้แต่มันก็ปลอดภัยถ้าเอาชนะมันไม่ได้มันมีอยู่มันก็มีอยู่แล้วมีเหตุมีปัจจัยอย่างนั้นใจแท้ๆแต่มันไม่มีมันไม่ใช่ตัวจุลินทรีย์มันเราเองนั่นแหละไปก่อให้มีชีวิตเองเป็นชีวะภูตะปานะสร้างมันมีชีวิตจริงแล้วให้มันมาเจาะมาใช้ใจเราเองไม่มีนะคนอื่นไม่มีใครบันดาลให้ได้ไม่มีเราเองให้ชีวิตตัวนั้นเกิดเป็นปานะภูตะชีวะและก็เป็นตัวเชื้อร้ายเจาะใจหรอกเจ็บใจเจ็บใจเจ็บใจให้ตายก็แล้วกันงงไปเจ็บมันทำไมใจเอาจริงๆคิดดีๆนะ พี่เจี๊ยบไปเอา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน