200208-032 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน032-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์126 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันที่ 8 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกสำหรับวันนี้ยังคงบรรยายต่อในพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ตอนที่ว่าด้วยทรงพยายามในเนกขัมมะจิตและอนุภาควิหารสมาบัติก่อนตรัสรู้เอ่อทำวัตรกันต่อไปและทำการทำบัตรเมื่อวานนี้เราก็ได้เริ่มขึ้นถึงคำว่าฌานแล้วเราก็ได้ พยายามที่จะอธิบายสู่กันฟังเรื่องฌานหรือคำว่าฌานคือจิตที่มันอ่านจุดของจิตอ่านสภาพของจิตจริงๆจับจิตได้แล้วก็อ่านซ้อนเข้าไปที่จริงๆโดยมีอาการของจิตที่ปราศจากกิเลสหยาบแล้วมันจะมีอารมณ์ไปในทางการหยาบไปมีอารมณ์ไปในทางพยาบาทอยากจากผีนะมีพระพุทธเจ้าอยากอะไรเนี่ยเราจะต้องรู้ให้ชัดเจนแต่ว่าไม่มีแล้ว 10 ปกติของเราไม่มีอย่างนี้แต่ รักกันนั้นก็ดีเราจับที่จิตจริงๆเห็นที่จิตจริงๆมันก็ยังไม่ใช่ว่าเราไม่มีนั่นน่ะคือเราหมดกิเลสนั้นหรือรวมหมดไอ้สิ่งที่เป็นสภาพนิวรณ์ 5 เหล่านั้นมันไม่ใช่มันก็ยังมีอารมณ์หรืออวัยวะยังมีอะไรผสมอยู่ในจิตเรียกว่าวิตกมันยังมีวิจาระมันยังมีพฤติกรรมเมื่อเวลาเราทำงานอานาปานสติคือเวลาเราทำงานกรรมฐานหรือวิปัสสนาก็ตามซึ่งเป็นภาษาใช้เรียกว่าเราจะต้องเพ่งอ่านที่จิตหรือว่าพยายามสอนจิตจับจิตพิจารณา ในขณะนั้นเราเรียกว่าเราปฏิบัติธรรมมันสำคัญจะเรียกเป็นภาษาอะไรซึ่งเป็นภาษาขยายเป็นภาษาที่เรียกว่าไวพจน์มันเป็นคำคำที่ขยายคำที่แสดงความหมายคล้ายคลึงและความหมายใกล้เคียงทุกๆคำทุกๆประสานแล้วแต่ว่าถ้าประกาศปฏิบัติธรรมแล้วก็คือไปรู้จริงจับจิตให้ได้รู้จิตของเราแล้วก็รู้ลึกซึ้งก็รู้ละเอียดละออรู้แม้แต่อาการและอาการน้อยของมันในบทแรกๆที่ผมบอกว่าเราไม่มีการไม่มีพยาบาลไม่มีที่นะมีพระไม่มีอุปสรรคก็จะรู้ได้เห็นชัดโดย สงสัยไม่กังวลไม่ขาดไม่ขัดเขินอะไรไปอ่านออกจริงๆนั่นแหละเราเราร

อ่านต่อ

ู้ชัดๆแล้วอาการอย่างหยาบๆอย่างง่ายๆอย่างนี้มันไม่มีเพราะเราได้เพลงผ่านมาแต่เก่าแต่ก่อนแล้วก็ได้ฝึกหัดมาแล้วแบบฝึกหัดมาจนกระทั่งธรรมดาปกติเราก็เป็นคนไม่มีหรอกอย่างนั้นธรรมดาเราก็ไม่มีหรอกถามจากๆเข้าใจแล้วไม่มีสมาธิกับปอมีการฝึกหัดมาด้วยสัมมาวายามะสัมมาสติจนกระทั่งได้สัมมาสมาธิมีจิตที่เป็นจิตอันดีจิตใจขัดเกลามาพอสมควรแล้วไม่ใช่ว่ามันนั่งหลับตาเอาลืมตาขึ้นมาตามก็มากพยาบาทก็มากที่นะ พระพม่าหรือว่าวุฒิศักดิ์ก็มากถ้าอยู่ในสภาวะลืมตาแต่พอเป็นหลับตาเข้าก็เก่งรวมจิตได้ไอ้นิวรณ์พวกนี้ไม่มีทักไปก็เลยไม่ได้อานาปานสติแต่ตอนนั่งหลับตาพอลืมตาขึ้นมามีผัสสะมีสฬายตนะทั้ง 5 ทั้ง 6 ผัสสะต่ออะไรต่ออะไรเข้าก็มีกำลังของการเต็มรูปอย่างเก่าธรรมดาแต่ไม่เคยปฏิบัติธรรมมาก็เหมือนเก่าแต่นี่วอน 5 มีเหมือนเก่าแข็งแรงเหมือนเก่าให้อย่างนั้นก็ขาดทุนแน่ปฏิบัติธรรมได้แต่ตอนนั่งหลับตาลืมตาแล้วก็เป็นดังกล่าวนี้ขาดทุนแน่แต่เราไม่ได้เลื่อนขั้นพระอริยะอะไรถ้าเลื่อน พระอริยะแล้วจะต้องลดลงจริงๆรู้ว่าเราลดแล้วก็เรารู้ด้วยว่าเรารถอะไรอ่านออกทีเดียวใจเราจิตของเรามันไม่มีอาการไม่มีความโหยหาอาวรณ์อย่างนั้นมันจางคลายมันได้หลุดได้ปล่อยออกไปแม้หลุดปล่อยเป็นจำนวนว่ามันน้อยหลุดปลายออกไปเบาบางลงบ้างก็รู้หรือบางอันได้หลุดขาดไปก็รู้ชัดจริงๆและสภาพอย่างนั้นเกี่ยวกับวัตถุอย่างนั้นคำว่ากามว่าสิ่งที่กระทบสัมผัสทางตามันก็ไม่ใช่ว่ามีแต่ตามันมีวัตถุที่แยกแยะออกไปอีกที่เราเห็นโดยสีด้วยอะไรที่เรารักเราชอบเราติดประยุทธ์มันมีตั้งร้อยพันแปดหมื่นประการและเราก็ได้ลดสิ่งนั้นส่วนนี้บางอัน เคยติดเคยเย็ดจริงๆหลุดลอยไปแล้วอย่างนี้ก็เป็นรายละเอียดต่างๆนานาเราได้เข้าใจเราได้รู้ว่าเรารถเราถอยมาจริงๆด้วยปัญญาอันยิ่งอาทิตย์นี้พอเวลาเรามารวมจิบข้าวจริงๆหรือว่าในสภาวะที่รอคอยสังเกตจิตจริงๆในขณะลืมตาหรือหลับตาก็ตามทุกๆเวลาถ้าเราเข้าใจอานาปานสติสมาธิดั่งที่ได้อธิบายสู่ฟังแล้วเพราะไม่ได้หมายความว่าเป็นนั่งหลับตาเท่านั้นเมื่อไหร่ก็ได้แต่หมายความว่าเป็นสติปัฏฐานอย่างละเอียดแล้วเป็นชั้นเก่งนะเป็นชั้นปลายและสติปัฏฐานนั่นเองพิจารณาวิปัสสนานั่นเองเดินยืนนั่งนอนเมื่อไหร่ก็ตามแต่ว่าเราจับมีสติมั่นคงจับจิตได้มั่นแน่ Michael Price เป็นชั้นละเอียดเป็นความเก่งเป็นขั้นพระอนาคามีเรื่องการอ่อนเราจะเรียกว่าพระอนาคามีหมดกามกามราคะปฏิกะสังโยชน์นี่ขาดสิ้นก็เรียกว่าพรรคอนาคตมี 100% แต่ถ้าคนยังไม่หมดกามราคะปฏิฆะหมดสิ้นเปลืองมันมีเศษรูปราคะอรูปราคะนี่ก็คือเศษของกลางวันนี้แหละแต่เสียของการมันนี่แหละมันมีมาบ้างเหลืออยู่อีกนิดบ้างอีกนิดหน่อยและอีกพอสมควรก็ตามแต่เราก็มาตั้งใจมีสติดูอาการใจของเราเนี่ยดูดิตาหูจมูกลิ้นกายในเราก็ยังมีอาการอย่างนี้เลยเนาะเป็นอาการอยู่ที่จิตแล้วก็เราจับจิตได้ร่างกายหยาบ ทั้งกายทั้งวจีของเราไม่ละเมิดแล้วล่ะมันไม่มีอารมณ์รุนแรงรู้ชั่วรู้ดีรู้ว่าเราไปแสดงอาการชอบชังในสิ่งที่ขาดสารด้วยตาหูจมูกลิ้นกายอย่างนี้เรามีความระมัดระวังได้แล้วปลดปล่อยได้แล้วพบหรือพระโมว่าพบภายนอกอันเป็นภายนอกนั้นเราไม่มีอีกเราไม่เกิดไม่เกิดสภาพที่จะแสดงให้คนเห็นได้เลยว่าเราไปกินที่โดยสภาพนอกในการทำให้ดินดีหรือเราไม่ยินร้ายกับสิ่งที่ประสบปัญหาจมูกลิ้นกายข้างนอกแต่ในใจมีอาการใจของเรายังมี ผมมีอาการเป็นพบในเพราะฉะนั้นอาการในภพในนั้นก็คือจิตของเราอยู่ในโลกนั้นอยู่ในวัฏฏะของจิตมันไม่ได้ออกมาทำงานกับวัฏฏะข้างนอกไม่ได้ออกมาทำงานกับวัดป่าข้างนอกจึงเรียกว่าอนาคตมีอย่างแท้จริงฟังก็ดีนะอนาคตมีอย่างแท้จริงในสภาพที่อธิบายอย่างพบข้างนอกกับภพข้างในมันบาปพบแล้วติดเพราะปิดชาติชัดๆทุกอย่างไม่มาเกิดอีกถ้ายิ่งแน่ใจเลยว่าภพอยากให้มาเกิดอีกเมื่อใดเมื่อใดก็ไม่แสดงออกมาทางกายทางวจีก็ยิ่งเป็นพระอนาคามีชัดเดี๋ยวนี้ไม่เวียนกลับออกมาเกิดเห็นอยู่เดี๋ยวนี้พิสูจน์อยู่นี่ ข้างนอกไม่มีมีแต่องค์พบข้างในมีแต่ภวังค์มีแต่จิตไม่เจ็บเท่านั้นอาชีพเป็นจริงมันเกิดกันอยู่ข้างนอกไม่มีอย่างนี้เป็นผู้เข้าใจชัดไม่พูดเข้าใจชัดเราจะเรียกอย่างนี้ว่าพระอนาคามีก็จงเข้าใจให้ได้วันนี้เป็นลักษณะหนึ่งที่อธิบายแล้วก็บอกว่าไม่ได้เอามาเกิดอีกไม่กลับมาเกิดอีกใช่แน่นอนหรือจะกลับมาเกิดอีกก็เป็นเรื่องของเราเป็นองค์ประกอบที่จะมาหลอกเราได้หลอนเราได้หรือเรียกว่าหลอนตอนนี้จะเรียกว่าหล่อหลอนคือเราเองเรารู้แล้วล่ะว่าจะไม่ให้พยายามเลยมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติไม่ให้มันออกมาข้างนอกกายนอกวจีแต่มันก็หลอนเราออกมาได้ ร้อนออกมาให้คนอื่นเห็นได้ตอนนี้มันไม่หลอกหรอกมันรู้จริงแล้วล่ะเรารู้ชัดแล้วล่ะแล้วเราก็รู้ว่ามันเกินกำลังหลอนออกมาได้ออกมาเกิดภพนอกบ้างแล้วก็อุปกรณ์ที่จะออกมาเป็นผีให้คนอื่นเห็นบ้างในความไม่งามเลยว่าผีนี่อาจจะปรับคำสอนของใครที่เขียนกลอนเอาไว้ว่าความงานอยู่ที่สร้างผีแบบไหนนึงเออผมบอกว่ามันมาออกมาเป็นผีมันเป็นออกเป็นความงามและมันก็ออกมาให้คนอื่นได้เห็นได้เราถือว่ามันเป็นผีมันเป็นสิ่งที่ไม่งามแล้วมันก็มาคอยหลอกคนอื่นเขาเราเองเราต้องระมัดระวังอย่าให้เราเป็นผีเรายังมีกายกรรมเป็นผีเรายังมี ทำเป็นผีใจของเราก็อยากเป็นผีใจของเราจะต้องเป็นอันเดียวเป็นอันที่ถูกต้องที่สุดดีงามวางปล่อยเจตนารมณ์อันตรงมีปัญญาอันยิ่งหาไม่ให้เป็นผีทั้งหมดได้นี่ก็เป็นสภาพนึงของจีนที่เรียกว่าอนาคาริกจิตได้มีนัยยะนัยยะที่เราจะอธิบายหรือยิ่งขาดเลยสบายจิตขาดจากกามราคะปฏิฆะอย่างแน่หรือเศษเหล็กเล็กน้อยที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเกิดนานๆเราไม่เจตนาโผล่ขึ้นมาบ้างหน่อยนึงเอาล่ะแต่อยู่ในใจเราไม่รู้ไอ้นั่นอยู่เป็นอนาคามีอย่างเก่งเลยทีเดียวทั้งในจิตด้วยจิตก็ กามราคะสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกายก็ไม่มีเหลือแต่จิตมีเศษๆเล็กๆน้อยๆนานๆโผล่อะไรก็นั่งจับจิตคอยดูหารูปพระราคะหรือตัวมานะที่เป็นแกนใหญ่ของพระอนาคามีมานะถ้าคนที่ไม่มีอะไรมากในเรื่องการในเรื่องโลกก็ทำในเรื่องอบายมุขแล้วฟุ้งซ่านก็น้อยฟุ้งซ่านน้อยกูก็จะน้อยเมื่อไม่มีและจริงจิตใจไม่ติดเลยลูกเพราะเป็นเสียงสัมผัสลาบยศสรรเสริญอะไรก็ไม่เอาถ่านทั้งหลายปล่อยวางได้เก่งจริงๆไม่ต้องกล่าวถึงอบายมุขก็ได้คันนี้มันขั้นสูงแล้วถ้าพูดเป็นอย่างนั้นแหละจะไม่อุดตันด้วยเรื่องของ ได้เรื่องของการถือตัวเรื่องการคืนดีฝ่ายดีมุ่งเพ่งปรารถนาทำสิ่งดีทีนี้ก็ประยุทธ์ดีสิเป็นปฏิมากรรมคือดียึดดียึดมากใครทำอะไรผิดใครทำอะไรไม่ดีไม่งามอะไรจะดึกพุทธจักรก็จะไปหมดทีนี้คุณจะจากคุณจ๋าก็เกิดเพราะถือดีเกิดเพราะยึดดียึดดีมากไปแม้แต่ตัวเราเองก็ลงโทษตัวเราเองมากไปที่จริงเราก็เป็นคนที่ปลอดภัยมากแล้วเป็นพระอนาคามีปลอดภัยให้แก่โลกมากแล้วล่ะเราไม่ใช่คนเลวคน 3 คน 3 คนที่เป็นตัวอย่างอันเลวทรามอะไรเป็นที่พึ่งอันดีเป็นแบบอย่างอันดีเป็นคน ไม่มีกายวจีมโนอะไรเกษตรโลกหรือว่าเป็นเป็นผีหลอกโลกไปชวนโลกให้เข้ามาเป็นตามอย่างเราสิหรือเป็นอณูหนึ่งที่เป็นหน่วยของสังคมที่ไปเกลือกกลั้วของต่อมไปเป็นมวลของส่วนต่ำเป็นเนื้อเนื้อสาระของพวกต่ำเปล่าไม่ได้เป็นพระอนาคามีนี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วล่ะก็เป็นคนดีแล้วล่ะแต่ก็ยังเพ่งดีจัดดีจริงมันมีอีกมันมีสูงกว่านั้นอีกจะมีเศษเข้ามานะยังมีเศษของส่วนที่เรายังเหลือเป็นอุปกิเลสอะไรต่างๆที่เราจะต้องรู้จิตที่ละเอียดละเอียดเข้าไปอีกเอออันนี้จะต้องรู้อย่างชัดเจนจะต้อง เจโตปริยญาณจะต้องรู้เป็นโสดทิพย์จะต้องมีอิทธิวิธีที่จะอ่านมันหลุดลงไปได้และที่จะทำมีวิธีทำอย่างเก่งที่จะทำกับมันให้มันลดหย่อนลงหรือทำกับมันอย่างลึกซึ้งจริงๆจึงเรียกว่าต้องมีอภิญญาก็ต้องมีอภิญญาต่อจากนี้ภิญญาแต่นี่ขออธิบายเพราะว่าพระพุทธเจ้าไม่ได้เขาไม่ได้ต่อจากนี้คงไม่ได้อธิบายอย่างที่จะอธิบายไม่รู้นะนี่อธิบายถึงในว่าสัญญานะสัญญาดูผ่านๆนะไม่มีอภิญญาหรอกขออธิบายว่าอภิญญานี้ต้องใช้ในศาลายาสัญญาแล้วก็เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธก็เป็นบริสุทธิ์หมดแหละเพราะฉะนั้นอภิญญาทั้งหลายแหล่ที่อธิบาย ก็คือสภาพสิมันรู้แล้วมันก็กระทำกับจิตไม่มีอื่นหรอกเป็นความเก่งอภิญญาเป็นความเก่งที่รู้จริงแล้วก็ทำได้ยิ่งทำให้มันเจริญขึ้นมาได้ให้จิตของมันสูงหรือว่าประเสริฐขึ้นมาได้พยายามจับแล้วก็รู้เป็นเจโตปฏิญาณรู้ว่านี่เป็นโลโก้มูลจิตหนุ่ยนี่เป็นโทรศัพท์มูลนิธินี่เป็นโมหะโมจิรู้ชัดๆงานก็ไปว่าจิตของเราลดไปได้บ้างแล้วนี่สังคิดตังค์คิดตังค์นิววิกฤตการณ์ไม่สบายขึ้นมากกว่าภาษาอังกฤษๆก็เป็นจิตที่ประกอบไปด้วยอาการอย่างนั้นอย่างนี้จับตัวมันได้พอจับได้เจ็บมากนี่ก็ไปสังกัด เพราะมันไม่คิดตังค์คิดตังค์กับหมาเขาก็รู้แล้วว่าเราต้องการรถอะไรก็ได้แล้วไม่มีแล้วเป็นจิตที่ยิ่งแล้วไปคิดต่างจิตที่ยิ่งขึ้นไปกว่านั้นตอนนี้ประกอบสังกิจจะประกอบไปด้วยขนาดอย่างนี้เราก็ได้ทำให้อ่อนเบาจางคลายละปล่อยลงไปได้อีกบ้างเรียกว่าวิกฤตทางลักษณะอย่างนี้แหละลักษณะรู้จิตแล้วก็ทำให้จิตปล่อยจิตและจิตน้อยหรือว่าจิตสะอาดขึ้นไปได้เรื่อยๆนี่แหละยิ่งไปได้เรื่อยๆมันก็ลึกยิ่งขึ้นสูงยิ่งขึ้นจึงเรียกว่าสหรัฐกะตะเป็นจิตอันยิ่งจิตอันลึกซึ้งจิตอันนี้เข้าไปยิ่งเรื่อยๆเรียกว่าสารคดีอาสาฬหบูชาก็รู้คือว่ามันไม่ใช่จิตซึ่งก็เป็นจริงก็รู้ว่าความ ต่างกันว่าเรานี่เป็นผู้ที่รู้จิตและรู้สึกคุ้มประณีตลึกซึ้งขึ้นจริงหรือเปล่าแล้วทำจิตของเราได้ลึกขึ้นจริงหรือเปล่าถ้าไม่ใช่เราก็รู้ว่าไม่ใช่เป็นสหรัฐกะตะนี่มันต้องมันมีการอธิบายเท่านั้นเองสหรัฐอเมริกาอธิบายว่าจริงหรือเปล่าหรือว่าเราได้แต่บัญญัติหรือเราได้แต่ภาษาจริงหรือเปล่าถ้าจริงเป็นสหรัฐจริงๆเป็นสหกิจจิตจริงๆนะไม่ใช่จิตแก่ๆหรอกไม่ใช่ไม่ใช่ว่าไม่ลึกซึ้งเข้าไปเป็นจิตที่ลึกชั้นลึกเชิงเข้าไปตามประสาเรานึกเอาต้นเอาเป็นอัตราอัตราการแตกเป็นจริงๆนั่นแหละเป็นสหรัฐกษัตริย์จริงๆลึกเข้าไปอีก โดนจับจีบได้อธิบายเชิงใหม่ของจิตก็เป็นจิตสะอึกสะอื้นพิจิตรที่ติดขนาดนี้จะจับจิตของเราได้นี่มาชา 1 เนี่ยเราจับจิตแล้วเราก็จับจิตของเราได้ยังมีจิตอื่นที่ยิ่งกว่าเป็นทางหนึ่งนี่นะศักดิ์อุตรดิตถ์เป็นจิตที่มีจิตอื่นหรือมีจิตลักษณะถ้าจิตอย่างนี้อาการอย่างนี้ถ้าอาการที่มันดีกว่านี้มีอีกขนาดนี้ไปจับจิตของเราได้จิตอย่างนี้ยังไม่ดีทีเดียวยังไม่ดีทีเดียวยังไม่เป็นยอดยังไม่เป็น Big Bang ที่แท้ยังไม่ยอด ใส่พฤติกรรมอันเอกวิเวกฟังระหว่างเอกเป็นพฤติตนเองเป็นพฤติกรรมเอกยังไม่ใช่งานจิตขนาดนี้ยังมีจิตอื่นถ้าทำลักษณะหรือทำอาการให้ดีกว่านี้ได้อีกทำได้อีกแท้ๆเลยแหม่จึงเรียกว่าสกุลอุจจาระจิตตังจิตอื่นที่ยิ่งกว่านี้ยังมีอีกเพราะฉะนั้นเราก็รู้อาการของจิตอย่างที่ดียิ่งกว่านั้นคืออะไรทำให้ได้บอกว่าระงับกว่านี้ได้นี่ผักวิเศษยังลงไปให้ได้ยิ่งกว่านี้ทำวิเวกให้ได้ยิ่งกว่านี้เพราะชาหนึ่งนี่ยังไม่เรียก rov เหี้ยมึงกับอันมีวิตกมีปิติและสุขอันเกิดแต่วิเวกและแลอยู่เรียกวิเวกคันนึงนะยังวิเวกยิ่งกว่านี้อีกยิ่งกว่านี้อีกถามให้มันยอดเป็นอุเบกขาขึ้นไปชัดกว่านี้อีกตอนนี้ยังไม่มีอุปสรรคนะนี่ภาษาของมาลีครับบาลีเข้าเวรกะวิเวกก็เป็นเอกเป็นเยี่ยมๆขึ้นไปเรื่อยเกินไปเป็นอุปสรรคยิ่งกว่าขึ้นไปอีกไกลความเป็นขาดอุปสรรคไปเข้าไปใกล้เข้าไปจริงๆแล้วบอกว่าทำพฤติกรรมเห็นว่านี่เป็นสระอุจจาระจิตตังก็ทำไม่เป็นอนุตตรธรรมฉันรู้ว่าจิตของเราทำได้ดีที่สุดขณะนี้ จิตของเราขนาดนี้เยี่ยมที่สุดแล้วไม่มีจิตอื่นที่ยิ่งกว่านี้อีกแล้วอ่านจิตของเราให้ดีเลยขณะนี้เรากำลังทำงานขณะนี้เรากำลังมีตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสอยู่รู้เห็นขณะนี้เรากำลังกินดาวกินข้างนอกเป็นยังไงอาการเออเรายังกับเพื่อนอยู่นะยังไม่ชอบสะเดาอยู่หน่อยๆเจ็บอย่างนี้กำลังกินขนมโก๋แหมเคยติดขนมโก๋ชอบมันจังกินขนมโก๋เข้าปากไปจิตของเราตอนนี้ยังอร่อยๆชื่นใจกับมันอยู่นะยังเป็นสระอุตรดิตตังค์ถ้าเผื่อว่าไม่มีอาการอย่างนี้ปล่อยวางเฉยเฉยมันก็ผ่านเฉยๆช่างมันปล่อยได้ปล่อยอยู่ปล่อยอยู่ได้เอออย่างนี้จิตดีกว่าถ้าจิตยังเป็นประมาณรื่นรมยิน ชื่นใจอยู่ก็เป็นสวรรค์เป็นสวรรค์แต่เราอย่าเลยลดลงไปกว่านี้อีกปล่อยไปอีกทำวิโรจน์จะยังลงไปอีกทำให้ราคาทำพิราคะลงไปอีกการคลายลงไปอีกให้ได้อย่าให้อารมณ์ของจิตมันเป็นอย่างนั้นแม้เป็นสวรรค์เราก็จะไม่ยินดีในสวรรค์รู้แล้วว่าเออก็ง่ายก็สบายก็ดีหรอกแต่ถ้าบอกว่าอร่อยนะมันเป็นอะไรที่มันรู้สึกว่าจะชื่นใจนะอาการอย่างนี้มันมีที่จิตจริงเราก็ต้องอ่านให้ออกจริงไอ้ที่พูดนี่พูดเป็นภาษาทั้งนั้นแหละของใครของมันใครรู้ของใครใครลูกของใครยกตัวอย่างอาหารที่กินกับพิจารณาของเราเรารู้เป็นสวรรค์ก็ยังดีกว่านรก แม้เราจะเป็นนรกกินสะเดาเคี้ยวอยู่หรือกินผักบางอย่างแม่อันนี้ทุกข์แฮะทรมานแท้ทนได้โดยยากแท้แล้วก็บอกแกก็ไอ้นี่แล้วก็พิจารณาต่อมันลงไปก็เรากินใครก็กินได้คนอื่นเขาก็กินเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจึงไม่ใช่ของไร้ประโยชน์จริงก็ไม่มีประโยชน์มันก็ไปสังเคราะห์ร่างกายได้จริงก็เราจำเป็นจะต้องกินอย่างนี้ก็ทำไมเราจะต้องมารังเกียจรังนอนจิตของเราไม่เคยกับมันแล้วไม่เคยไปสั่งสมจิตรว่าอย่างนี้ควรชอบอย่างนี้คนชอบเอาบางคนกินจะชื่นใจด้วยซ้ำไปกินแล้วหมายเคี้ยวแล้วมันขมปะแล่มลงไปนี่อร่อยนะได้กินพริกเข้าไปในแสงมันอะไรแล้วแต่ก็แล้วแต่คนที่ไปเคยสั่งสมมา ไปเคยสั่งสมมติว่าเรามันติดมันยึดมันชอบก็แล้วแต่แต่ถ้าคนไหนฝืนฝืนมันก็เป็นอารมณ์ของจิตที่เราไปยึดไว้ไปติดไว้มันจะเราเองเราจางคลายมันเสียสมมุติอย่างนี้มันก็เป็นสมุดอย่างนี้แล้วจะไปทำให้ฉันตื่นยังไงแล้วจะไปจะทำให้พริกมันจืดยังไงมันก็เป็นรถของมันอย่างนั้นแหละอย่าเลยอย่าไปที่จะเอาฤทธิ์เอาเด็กเอาแล้วก็เอาอะไรมาทำให้มันจืดมันอะไรเป็นการอธิบายไปเปลี่ยนไปเลยมันก็เป็นอย่างนั้นแหละจริงๆเวลาเราแตะสะเดาแตะพริกบอกว่าจืดนี่นะมันไม่ใช่เพราะว่าไอ้ดาวมันลงปฏิกิริยาของมันเอ้ยไม่ใช่ตัวธาตุของมันมันหายไปปลามันไม่หายหรอกแต่มันทำปฏิกิริยากับเซลล์ เราน่ะเราไปดับเซลล์ประสาทหรือว่าจิตของเราไม่ไปปรุงร่วมไม่ทำปฏิกิริยาร่วมเท่านั้นแหละมันจิตของเรามันไม่ใช่เรื่องของสิ่งเหล่านั้นถ้าจิตของเราตายจริงแล้วแต่สิ่งพวกนี้ไม่รู้จริงไม่ใช่จิตประสาทประสาทของเราตายจริงเราไม่รู้สึกกับเหล่านี้จริงเมื่อไหร่เมื่อไหร่แต่เขาก็จืดหมดแล้วประสาทแต่คนที่เก่งทางจิตนั้นแต่ตอนนี้ไม่ให้รับไม่รับรถนี้แต่พริกไม่เผ็ดแต่สะเดาไม่ขมมันจิตของเราแต่บางคราวเราบอกว่าเราปล่อยเป็นธรรมดาแต่พริกเผ็ดเท่าเก่าแต่สะเดาขมเท่าเก่านั่นคือเราเล่นจิตและเราสามารถเปลี่ยนจิต นับถือเป็นการสะกดจิตได้หรือว่าทำแต่จิตของเราได้นั่นเป็นตัวเราทำฝึกหัดจิตของเรามาจริงดีจริงก็เก่งและเป็นการดับจิตด้วยระงับจิตระงับอารมณ์ระงับไปถึงประสาทยิ่งกว่าจะหมอที่วางยาที่ฉันมีพระวิสัญญีแพทย์นี่เราสามารถใช้ได้โดยจิตของเราเองไม่ต้องเอายามาเอาพฤติกรรมอะไรไม่รู้หรอกทางวัตถุธาตุมาใช้กับเศรษฐศาสตร์ของเราแต่เราใช้จิตของเราเองเลยก็เป็นอสัญญีของเราเองและอาจารย์ดีมันภาษา ภาษาที่เรียกว่าไม่มามามามามาบอกว่าตอนนี้ไม่มีสัญญาเหมือนกันนั่นแหละวิสัญญีก็คือไม่มีความสงบสัญญาอสัญญีก็คือความไม่กำหนดสัญญาเราไม่กำหนดสัญญาเฉพาะส่วนมีขนาดนี้เรากำลังพูดที่ว่าลิ้นไม่รับรสอันนี้ก็ได้เป็นอสัญญีหรือวิสัญญีอันนี้ก็ได้เราสามารถกำหนดสิทธิ์แล้วก็สั่งจิตฝึกเอาก็ได้เก่งไม่ฝึกก็ไม่ได้ก็เท่านั้นเองไม่เป็นไรเพราะว่าเรามีเวลาเราก็ทำเราไม่มีเวลาเราก็พลิกมันก็รู้เต็มพลิกแล้วเราก็ทำจิตใจปล่อยสะเดานี่ก็ควรจะกินบ้างก็แสบเผ็ดกินมากไม่ไหวก็ไม่ไหวสะเดานี่กินพอสมควรกินมากก็ไม่ไหวเหมือนกันก็แล้วแต่เรียกว่ากินก็ได้ไม่กินก็ได้ ก็ไม่เป็นไรเราก็กินแล้วก็ทำไปอย่างนี้เป็นต้นยกตัวอย่างของที่เขาทำลิ้นนะแล้วก็กินอะไรอย่างนี้ของทางอื่นเหมือนกันทั้งตาหูจมูกลิ้นกายของเรามักกระทบสัมผัสรู้สภาวะอย่างนั้นแล้วเกิดอาการที่จิตว่าชอบหรือยังมีโลภะหรือโทสะโดยไม่หลงผิดจิตตัวเองไม่โมหะไม่เข้าใจวิปลาสเป็นสัญญากำหนดหมายผิดอื่นเห็นชัดเลยว่าจิตของเรานี่มันมีชอบมีอาการชอบอากาศของมันอยู่โลกโทสะนี่แหละชัดโมหักคือหลงผิดไปตามสัญญาโลกเขากำหนดไอ้อย่างนี้ต้องชอบอย่างนี้ต้องไม่ชอบอันนี้เป็นของดีอันนี้ของไม่ดีตามโลกเธอก็กำหนดแต่เรารู้แล้วว่านี่ดีโดยสาระของมันและไอ้นี่ดีต้องกินอันนี้ไม่ดี ไอ้นี่ดีอ่ะดีตามโลกที่เขาสมมุติถ้าเราก็รับด้วยด้วยรูปหรือด้วยเสียงหรือเรื่องผัสสะทั้งกายและกลิ่นจะต่างก็สมมุติอย่างนั้นอย่างนี้แล้วก็รู้ตามเขาสมมติโลกเราเองนั่นแหละมันเป็นกับคนโลกเราไปยึดดียึดชั่วตามโลกเขาแล้วเราก็รู้ตามลูกเขาแต่เราไม่ยึดก็ได้ยึดก็ได้เราจะยึดก็ดีๆเออนี่เค้าว่าสีใช้ใช้สีมาประกอบรูปนี้บ้างดีและคนก็จะได้มาดูก็เอาอย่างนี้เขาสมมุติว่าสวยอย่างนี้ก็สมมุติว่างานเราสมมุติต่างก็ได้เราจำได้อยู่ใจของเราก็อย่างนั้นแหละลุงขึ้นมาให้มันงามดูกับเขาบ้างสวยแต่เขาบ้างก็ได้แต่เราก็ไม่ได้ยินดีปรีดาอะไรแล้ว นิดหน่อยเสร็จแล้วเราปล่อยมันก็เฉยๆจืดๆก็เท่านั้นเองปล่อยด้วยรูปปล่อยด้วยกลิ่นปลายด้วยรถพอเราแตะอาการอย่างนี้สะเดาเออสะเดาโลกเขาบอกว่าเสือดาวบางคนชอบบางคนไม่ชอบคนชอบอร่อยคนไม่ชอบไม่อร่อยและส่วนมากส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบเพราะว่าเป็นของที่มันลดไปในทางที่ไม่ส่วนใหญ่เขาไม่ได้กำหนดของอันนี้เป็นของอร่อยเขากำหนดของหวานของอร่อยเขากำหนดของขมเป็นของไม่อร่อยเพราะฉะนั้นคนก็ไม่เคยไปติดต่อของนี้ติดน้อยแล้วเราก็เป็นอยู่ในพวกอย่างนี้แหละถ้าเอาเป็นว่าผมไม่ชอบแต่เข้าไปก็แตกแล้วจะกินไม่กินแล้วก็ปล่อยคลายกลางคลายเฉยอยู่ได้เราก็ดูจิตของเราว่าเราทำได้ขนาดนี้เป็นอนุตตรคิดตังค์จิตของมนุษย์ก็ได้ดีที่สุดแล้วไม่ดี เราทำได้ขนาดนี้แหละจิตของเราไม่มีมันทำให้มีโลภะโทสะมีสภาพชอบหรือไม่ชอบอยู่ในจิตได้ขนาดนี้ดีที่สุดแล้วล่ะนี่เป็นวางเฉยปล่อยแล้วไม่ถือสาก็จะกินก็กินสิจะทำกรรมนี้ก็ทำกรรมนี้สิอาจจะดูก็ดูสิจะได้ยินเสียงนี้อยู่ก็ได้ยินเสียงจะร่วมปรุงด้วยเสียงนี้เราฟังแล้วเราก็จะประกอบไปด้วยเราจะคิดไปด้วยกับเขาจะทำงานร่วมไปด้วยกับเขากับโลกเขาก็ฟังสิไม่เป็นไรนี่เรารู้แล้วขนาดนี้เราจิตของเราทำได้ขนาดนี้แหละดีที่สุดอนุตตราจิตที่ทำได้ดียิ่งกว่านี้ไม่มีอีกจิตที่เหลือยิ่งกว่านี้ไม่มีอีกที่เราทำได้ของเรานะแต่ ขณะนี้ตึงที่สุดแล้วไปเก่งที่สุดแล้วแต่ถ้าเผื่อว่าเรารู้อยู่ด้วยยานเหมือนกันว่ามันยังไม่มีอารมณ์สนิททีเดียวอ่ะเรารู้อีกอย่างเนี่ยแต่เราทำได้เท่านี้ก็เรียกว่าเราเรียกว่ามนุษย์จะรักจิตตังของเราเรียกว่าอัตตาของเราเรียกว่าเราทำได้เป็นของเราขนาดนี้ล่ะแต่ถ้าใจของเรารู้อยู่อีกว่ามันดีกว่านี้มีอีกเหมือนกันถ้าเราได้พากเพียรทำอันนี้ให้เก่งก็จะเป็นฐานแก่เราเมื่อเป็นฐานแก่เราแล้วเราจะทำได้ยิ่งกว่านี้ไปอีกเพราะฉะนั้นเราก็ทำไอ้นี่ให้เป็นฐานให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิเมื่อเราจับจิตรู้วิตกรู้วิจารณ์ พฤติกรรมโรคจิตแล้วตัวจิตเป็นอย่างนี้อย่างนี้มีอาการอย่างนี้ก็ให้มันสงบลงให้มันงามขึ้นตามที่เรามีความรู้ว่าอย่างนี้ดีกว่าอย่างนี้แล้วทำลงไปทำลงไปจึงเลือกสายอยู่ได้หลุดออกไปในอวัยวะกระทำในอดีตต่างๆคือในฐานที่สูงขึ้นในจิตในตัวพี่ตรรกะตัวนั้นน่ะตัวจิตนั่นแหละให้มันเป็นจิตที่สูงขึ้นยิ่งไม่เป็นตามที่มันเป็นวิตกแปลว่าจิตตัวที่เป็นอย่างนี้คือตรวจสภาพจิตอย่างนี้อวัยวะเรารู้ว่าอย่างวิชาการในจิตอย่างนี้ยังมีดียิ่งกว่านี้อีกเพราะงั้นทำให้เป็นไม่เอาอย่างที่มันเป็นอย่างนี้แหละให้มันยิ่งให้มันเป็นความพิกัด อาจารย์ขายวัดช้างคลายลงไปให้เล็กกว่านี้อีกหน่อยมันเล็กลงไปแล้วแต่ก่อนมันเท่านี้นะพี่จะกลับตอนนี้จะกลับให้มันเล็กลงไปเพื่อให้มันบางเบาลงไปให้นิโรธลงไปให้เย็นสนิทสงบสงัดลงไปหรืองามยิ่งกว่านี้ก็ได้เพราะจิตขนาดนี้เรามีความขยันหมั่นเพียรน้อยมันควรจะขยันมันควรจะเก่งมันควรจะทำวิธีตัดกะแค่นี้แล้วตรรกะแล้วไตร่ตรองเราคิดอยู่แค่นี้หรือว่าเราใส่ใจอยู่แค่นี้แต่ถ้าดีกว่านี้ต้องใส่ใจมากกว่านี้เป็นอวัยวะต้องมีพฤติกรรมที่เพิ่มขึ้นหน่อยสิพอเราจะก่อเกิดนี่เราจะทำให้เกิดเพลงขึ้นเพิ่มขึ้นเพราะฉะนั้นไม่เป็นอย่างนั้น ไม่เป็นอย่างที่เป็นเมื่อกี้ล่ะถ้าเรารู้ว่าเออนี่เพิ่มขึ้นหน่อยมันไม่มีวิมังสาเลยมันไม่มีมนสิการมันลีเข้ามากไปจนกระทั่งไม่เกิดผลดีมันตกตะกอนมากไปมันเอาให้มันขึ้นก็เราก็รู้ในประโยคความสำคัญนั้นคิดยังไงดีฟังแล้วอธิบายซ้อนปิติตัวนี้ไม่ได้แปลว่ายินดีเท่านั้นนะร่าเริงเบิกบานหรือว่าผู้ฟ้องอย่างเดียวแต่รู้ดีที่ดีอย่างสนิทแล้วเราจะให้จิตที่ควบคุมโรคจิตควบคุมจิตของเราอย่างนี้จริงๆเพราะอาจไม่ตรรกะอ่ะเอาวิตกธรรมเนี่ยเราจะให้แล่นไปหรือให้ไปเป็นธรรมนี่ก็คือเปลี่ยนจาก 10 ตัวดับตัวเดิมตัวเก่าขณะ มีดียิ่งกว่านี้อีกเราก็ทำให้เป็นวิปัสสะหรือเป็นตัวจิตที่ดียิ่งกว่านี้อีกจะดีเพราะจะปรับปรุงก่อเกิดหรือดีเพราะสงบระงับก็ตามเพราะเรารู้แล้วเราก็ทำได้ตามหมายนั้นและจิตของเราก็ไม่มีโลภะโทสะโมหะไม่มีลมพัดโทรศัพท์ไม่มีอาการอย่างนี้นี่แหละเรียกว่าสม่ำเสมอจากอุปกิเลสลึกจากกิเลสโดยเฉพาะคือมูลรวมข้อมูลโทรศัพท์มูลนิธิโมหะมูลไม่ได้หลงผิดเลยเห็นชัดชัดๆหมดโวหารและรู้ด้วยว่าไม่มีโทรศัพท์ไม่มีโลภมูลเศษๆชอบไม่ชอบไม่มีเบาบางรถให้ได้เป็นพิธีกรอานนท์ความคิดได้เกิดขึ้นแก่เราสืบไปว่าเพื่อกำจัดอาภาพข้อนี้เสีย ภาพกระไดเราเพราะความจางไปแห่งปิติพึงอยู่อุเบกขาแต่ตอนนี้พอได้ปิติหรือได้ตัวดีจิตที่ดีนี่แหละเป็นฌาน 2 แล้วเราเพิ่งเรารู้ว่าถ้าอย่างนี้จะเป็นอาภาพรภาคอะไรอย่างนี้เป็นอาภาพอยู่ยังมีปิติปิติและอธิบายโดยพรรษาว่าถ้ามันมียินดีมีไม่ดีอะไรถือดีอยู่ก็ตามมีดีและถือดีก็ตามตามปกติที่เราเคยเรียนมาจากเสียเพราะจางไปให้พี่ติดพึงอยู่อุเบกขาทำให้ยิ่งขึ้นอีกตอนนี้จะเห็นชัดเลยว่าคำว่าอุเบกขายอดยิ่งจิตที่ยิ่งใกล้ก็ไปหาจุดว่างให้มากที่สุดในจุดที่จะเอาที่สุดโอเคขาจะเห็นได้ชัดเพิ่งอยู่ ขามีสติแหล่สัมปชัญญะไม่ได้ดับจิตเนื้อฟังให้ดีนะมีสติและสัมปชัญญะนะและพึงเสวยสุขด้วยนามกายคือแต่อารมณ์จิตมีสุขก็มีสุขจะอยู่ที่อารมณ์จิตสุขถ้าเอาสุขมาเป็นอธิบายแบบโลกียะลูกโลกว่าเออมันเป็นสุขสมอารมณ์หมายก็จงรู้รสชาติที่ว่าวางปล่อยนี่แหละเป็นสิ่งที่เรากำลังหมายไม่ใช่โลกียโลกิยะเขานึกสุขไปอย่างภาษาคำว่าสุขมีที่โลกเอาไปเรียกนะเขาก็เรียกว่าได้ได้มีอามิสได้อามิสนั้นมาสมใจแต่ตอนนี้เราได้สิ่งที่ว่าไม่จำเป็นสิ่งที่ว่าเราไปอีกมาสมใจเรียกว่ากูเปิดสมองหรือเปล่า อุปสโมสุโขเป็นสิ่งที่สงบสงัดลงไปอีกว่าเราไปอีกเสวยสุขอย่างนี้ด้วยนามกายนามกายคือตัวจิตจริงๆเป็นนามธรรมกายะให้ประชุมอยู่ที่จิตกายโยเป็นความประชุมของจิตเท่านั้นไม่ใช่ความประชุมโดยเป็นนักเอาวัตถุโลกหรือรูปนอกมาเกี่ยวไม่เอาเอานามเอานามกายต้องการประชุมของนามธรรมถ้าเป็นสุขก็เป็นสุขอยู่กับนามธรรมที่ 3 อันเป็นชาที่พระอริยเจ้ากล่าวว่าชาตินี้มีพระอริยเจ้าเป็นผู้ที่ฉลาดรู้เพราะงั้นผู้ที่เป็นพระอริยะท่านรู้ความจริงในขณะนี้ รู้ความจริงของจิตขณะนี้จ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน