230407-373 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 7 เมษายนพุทธศักราช 2523 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์นำที่พิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าอยากจะพูดถึงเรื่องคัมภีร์เรื่องของสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนหรือสภาพเงาซ้อนเงาที่ไปสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องซับซ้อน ภาวะหมุนรอบเชิงซ้อนสลับไปสลับมาสลับไปสลับมาเยอะผู้ใดที่เกิดสภาวะคัมภีร์เราพาโซ 1 หรือเกิดสภาวะที่แจ้งในสภาพหมุนรอบถึงตอนเข้าใจว่าเออมันกลับไปกลับมาแล้วมันก็มีสภาวะแทรกซ้อนและก็สูงขึ้นยิ่งขึ้นมีชั้นตอนที่มันคัดเด่นเหมือนตอนแรกมันไม่เหมือนไม่เหมือนแล้วมันกลับมาเหมือนอีกเหมือนแล้วก็กลับไปไม่เหมือนไม่เหมือนแล้วจะกลับมาเหมือนซ้อนสลับซับซ้อนกันไปแล้วก็มีภาวะที่สูงขึ้นชัดขึ้นแหลมลึกขึ้นละเอียดลึกซึ้งขึ้นสภาพอย่างนี้แหละเป็นสภาพเรียกว่าทำฟรีราวสะพานโตหรือสภาพจนได้ที่ปัญญายาน ทัศนะวิเศษของแต่ละบุคคลผู้ใดเข้าใจชัดแจ้งในลักษณะนี้มันมีปัญญามันมันเหมือนกับสูตรใครเข้าใจถึงสูตรใครได้รับปัญญาถึงขั้นที่มีสภาพเป็นเป็นสูตรเลยถ้าเป็นจากเข้าใจได้มีความรู้จนกระทั่งสรุปมาเป็นสูตรก็ได้ขยายความออกไปพิสดารก็ได้คล้ายๆอย่างนั้นผู้นั้นคือผู้ที่พบปฏิจจสมุปบาทหรือผู้นั้นคือผู้ได้สภาวะธรรมของปฏิจจสมุปบาทมันสภาพของปฏิจจสมุปบาทนี้จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆแม้ท่านพุทธทาสจะทำปฏิกิริยา พระโอษฐ์เล่มหนาเตอะขึ้นมาอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าพุทธทาสภิกษุอุบาทว์ที่เป็นสภาวะคัมภีร์เราภาโสอย่างที่ว่านี้มันเป็นสภาวะตรัสรู้นะสภาวะคำเพลาประภาโสเป็นสภาวะตรัสรู้เป็นสภาวะที่หมุนรอบเชิงซ้อนและมีสภาพที่ชัดเด่นชัดๆออกไปเรื่อยคัดออกไปในตอนที่ละเอียดขึ้นอีกก็เป็นรูปอีกรูปนึงซึ่งเรามีเหตุปัจจัยมีสภาวะเหตุผลของมันแวดล้อมและอีกลักษณะหนึ่งเพราะครับรอบที่ละเอียดขึ้นไปอีกเป็นเอกภาพที่ละเอียดขึ้นไป

อ่านต่อ

อีกก็จะมีเหตุปัจจัยของมันต่างไปอีกอาจจะกลับกันกับอันที่ต่ำกว่าก็ได้ดูเหมือนมันยิ่งมันยิ่งต่ำลงไปอีกแต่ถ้าคุณไม่ใช่มันสูง อีกอย่างนี้เป็นต้นไม่ใช้ภาษาอธิบายสู่ฟังสภาพอย่างนี้ถ้าเผื่อว่าไม่รู้ของจริงแล้วไม่รู้องค์ประกอบของแต่ละรอบแต่ละท่านจริงสับสนจะเห็นความสูงนี้เป็นความต่ำแล้วจะหลงเห็นความต่ำเป็นความสูงได้ด้วยที่หัวเขมรตีลังกาได้ด้วยไอ้ความรู้อันนี้จะต้องประสบกับตนเองและจะต้องเข้าใจผู้ได้เจอสูตรนั้นหรือผู้ใดเจอสภาวะมีองค์แห่งปัญญาที่สามารถรู้อย่างที่ว่าเป็นสูตรหรือว่าเป็นขยายเนี่ยเป็นสภาวะของแต่ละบุคคลได้พบสิ่งพวกนั้นจึงถือว่าถึงซึ่งประสิทธิภาพไม่จำเป็นจะต้องอธิบายไปแค่อวิชชาเป็นเหตุให้เกิดสังขารสังหารให้เกิดวิญญาณเป็นเหตุให้เกิดวิญญาณไงไม่ใช่แค่นั้นมันสลับซับซ้อนไปตอนมาอย่างพระพุทธเจ้า กับพระอานนท์ยาบ้าอานนท์บาทนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นเป็นเรื่องที่เหมือนเงาซ้อนเงาหรือเป็นคำที่ราวผ้าป่าเหมือนเป็นเรื่องที่มีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนไม่ใช่เรื่องตื้นเขินไม่ใช่เรื่องง่ายๆเห็นตรงเพราะเราจะอธิบายด้วยแนวระนาบแนวพื้นๆแนวผิวตื้นๆให้กระจายความรู้ของปฏิสัมพันธ์โดยจะยึดเอาแต่แค่ภาษาว่าอวิชชาบ้างสังขารบ้างวิญญาณบ้างนามรูปบ้างอายตนะบ้างแม้แต่ผัสสะแม้แต่เวทนาอุปทานอะไรจะต่างกันถึงภพชาติชรามรณะมาอธิบายแต่ละคำแต่ละคำขยายความเป็นภาคตื้นเป็นภาพความหมายของแต่ละคำแต่ละความไปเฉยๆนั้น ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้นั้นได้เกิดปฏิจจสมุปบาทปฏิจจสมุปบาทพระธรรมไม่ได้เกิดจะปฏิจจสมุปบาทพระธรรมในตนไม่ได้เกิดธรรมะอันนั้นในตนหรอกเป็นแต่เพียงการรู้ด้วยตรรกะหรือดูรู้ด้วยความหมายเท่านั้นเองเพราะผู้ใดจะเกิดปฏิจจสมุปบาทพระธรรมผู้นั้นจะต้องเกิดจริงจริงมีคุณลักษณะที่มันเกิดปัญญาญาณแต่ปัญญาญาณที่สว่างแจ้งที่เข้าใจสูตรสำคัญที่เข้าใจสภาวะธรรมอันทรงสำคัญปฏิจจสมุปบาทจึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆที่จะพูดกันถ้าใครจะขยายแต่เหตุปัจจัยง่ายๆอย่างที่กล่าวแล้วแล้วก็ขยายความหมายของแต่ละคำแต่ละความเฉยๆเท่านั้นมันทำได้ แต่ทีนี้จะเอาไปประกอบกันจะมีองค์สมาธิทำประสานสอดคล้อยกันแล้วก็เป็นชั้นเป็นเอกภาพเป็นรูปเป็นขั้นเป็นตอนอยากพิสดารกว้างขวางขึ้นไปแต่ละขั้นแต่ละตอนมีวิชาไม่ใช่อวิชชามีวิชาที่สำคัญที่จะรู้หมวดรู้หมู่รู้องค์ประกอบที่มันเกี่ยวข้องกันสำคัญแม้จะบอกว่าสังขารสังขารแค่ไหนจะบอกว่าวิญญาณวิญญาณขนาดใหญ่ถ้าเกิดว่าแค่คนเข้าใจสังขารขนาดนี้วิญญาณขนาดนี้เพราะฉะนั้นคนนั้นก็มีวิชาขนาดสังขารเท่านั้นแหละมีขนาดวิญญาณที่มีความหมายเท่านั้นแหละหรือเป็นเมตรถึงขั้นน้ำลูกท่านอายตนะนามรูปขนาดขั้นตื้นๆขนาดนั้นก็คือวิชาขนาดนั้นวิชานั้นก็ สังหารวิญญาณก่อนนึกถึงไปกว่านั้นอายตนะก็ลึกซึ้งไปกว่านั้นอย่างนี้เป็นต้นมันมีสภาวะที่สำคัญกันและลึกเป็นขั้นตอนมีวงกว้างวงแคบอีกซับซ้อนไปมามากมายนี่พูดด้วยภาษาถูกฟังใครสามารถจับคำจับความเข้าใจได้เท่าไรก็ฟังดูพูดสามารถที่จะเข้าใจได้เพราะมีภูมิปัญญาอย่างผมก็จะเข้าใจได้ลึกถึงขึ้นคิดว่าได้พูดเพื่อนำพูดเพื่อที่จะให้การเตือนอย่าเพิ่งไปเข้าใจอะไรตื้นๆของเขินการเรียนปฏิจจสมุปบาทจึงไม่ใช่การเรียนง่ายๆเล่นๆแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องไปยกไว้ซะจนเกินการความเป็นของ ก็เหลือหลายอย่าเพิ่งไปแตะไม่ต้องเลยแม่มีโอกาสเราก็ไม่ดูไม่ตรวจสอบไม่อ่านไม่เพี้ยนรู้ให้เป็นระนาบขึ้นไปเป็นระนาบระนาบหลายๆท่านหลายๆตอนเป็นชั้นตอนขึ้นไปถ้าเราไปประมาทก็ว่ามันเป็นของสูงเราจะไม่ต้องอาจเอื้อมเลยก็ไม่ได้เพราะธรรมะทุกอย่างพระพุทธเจ้าท่านบอกว่ามันเป็นของสูงที่เราต้องควรเอื้อมแม้จะรู้ได้ขนาดนั้นก็ต้องรู้ให้มันถูกฉันตอนก็แล้วกันอย่าให้เป็นมิจฉาทิฐิเราก็จะได้เข้าใจเพิ่มเติมขึ้นเป็นขั้นเป็นขั้นเป็นท่านสักวันหนึ่งเราก็จะรู้ถึงรอบสูงๆเมื่อหลายชั้นหลายชั้นเข้าเราก็จะเข้าใจดังกล่าวนี้ได้อย่างดีและจะได้ไม่สับสนแล้วก็ได้ไม่ประมาททำงานหรือปฏิกิริยาทำมันก็จะมีความหมายหรือว่ามีคัม ภาวะผ่าศพมากมายหลายชั้นหลายเชิงดังที่ได้พยายามอธิบายจุดฝั่งนี้ขอให้ทุกคนใช้ความสังเกตและพิจารณาทำความเข้าใจจากสภาวะธรรมนั่นแหละแล้วเราจะรู้จักปฏิจจสมุปบาทอย่างแท้จริงเอง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน