230416-377 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์31 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ข้าอยากจะขออธิบายคำว่าอัปปนาสมาธิตรงนี้ในศาสนา คำว่าปฏิบัติในอยู่ที่ตรงนี้อยู่ที่คำว่าบันนังสตานี่เองนี่ปัณณะนี่แหละผู้ใดไม่เข้าถึงการปฏิบัติซึ่งในพระอภิธรรมปิฎกบอกเอาไว้ว่าผู้ปฏิบัติคือผู้ที่จะต้องเข้าถึงมรรคเข้าถึงผลผู้เข้าถึงมากจริงๆจึงจะเรียกว่าผู้ปฏิบัติเพราะฉะนั้นวรรณะนี่แปลว่าการเข้าถึงการที่จะต้องมีสภาพเข้าถึงสภาพอย่างนั้นตั้งแต่ปลายปีจนกระทั่งมันสำรองส่งเสริมกันอยู่ในจิตเราเรียกกันนะพวกเขาถึงที่แท้ทีนี้มันเข้าถึงอย่างไรจึงทำถึงได้ให้ความหมายว่าเป็นธรรมะของผู้ปฏิบัติไม่ผิดหรือเป็นธรรมปฏิบัติไม่ผิด ถ้าผู้ใดได้ปฏิบัติมีองค์ธรรม 3 อย่างแผ่นยืนยันว่าปฏิบัติไม่ผิดนั้นคือมีองค์ธรรม 3 อย่างจะเป็นผู้ที่ปฏิบัติไม่ผิดพิจารณาข้อที่ 2 3 4 3 ข้อผู้ใดมีองค์ทำ 3 ข้อนี้อยู่ที่ตนอยู่ตลอดเวลาผู้นั้นคือผู้เข้าถึงผู้นั้นคือผู้ที่อยู่ในมรรคและก็คงจะเป็นผลของแต่ละบุคคลเองผู้ใดมีมรรคก็ต้องสั่งสมผลผู้ใดไม่มีมรรคผลเกิดไม่ได้ไม่มีมรรคไม่มีผลถ้าผู้ใดมีมรรคผลย่อมสั่งสมขึ้นจะมากจะน้อยหรือถึงที่สุดก็ของคนนั้นคนนั้นเองจริงๆอาจจะนี้เราก็มารู้ว่า ข้อนั้นอะไรถ้าเรารู้ 3 ข้อนี้แล้วเราจะเห็นชัดแจ้งว่าศาสนาพุทธนี้ต่างจากศาสนาเดียรถีย์โดยสิ้นเชิงตรงนี้ศาสนาพุทธยืนยันว่าธรรมะอันปฏิบัติไม่ผิด 3 ข้อนี้ในความในคำอธิบายในอปทสูตรนั้นยืนยันว่านี่คือผู้ใดปฏิบัติอยู่ดำเนินไปได้อย่างนี้ได้อยู่ผู้นั้นเป็นผู้มีหวังสิ้นกิเลสอาสวะอนุสัยได้แผ่นยืนยันอย่างนี้ด้วยผู้ใดอยากจะอ่านดูในพระสูตรท่านจงไปอ่านไม่ยาวนักเป็นตัวบอกความหมายของความหมายเป็นครูเป็นแก้ไขความหมายชัดเจนเพราะข้อที่ 1 ของรางวัล ทำคือสำรวมอินทรีย์ข้อที่ 2 คือโพชะเนมรัชกาลที่ตาข้อที่ 3 คือชาคือยานิยมพระ 3 ข้อนี้ผู้ใดยังมีอยู่ที่ตัวอยู่เมื่อใดเมื่อใดครบ 3 ข้อผู้

อ่านต่อ

นั้นเป็นผู้ปฏิบัติธรรมไม่คิดแม้จะเป็นพระอรหันต์แล้วก็ยังมี 3 ข้อนี้แม้จะเป็นพระโยคาวจรเพียงเริ่มต้นถ้ามีจริงทำถูกต้องตรงจริงได้สังวรสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจเราเป็นผู้รู้รู้อยู่ยิ่งพระอรหันต์ท่านรู้ถึงใจเลยตาหูจมูกลิ้นกายในชั้นรู้ออกมาเป็นภายนอกเชื่อมโยงมาจากจิตเป็นตัวแม่บทเป็นตัวมโนปุพพังสมา ออกมาข้างนอกมโนเสฏฐามโนมยาท่านก็จะกระทำอย่างไม่ให้เป็นมายากายกรรมท่านจะไม่เป็นมายาวิธีทำพิธีกรรมของท่านจะไม่เป็นมายาเพราะท่านสำรวมอินทรีย์ได้ฉันรู้ว่ากรรมอย่างนี้จากใจของเราควบคุมให้ไปสู่กายให้ไปสู่บัญชีแล้วก็จะออกมาเป็นกลายเป็นวิธีเป็นกายสังขารวจีสังขารนั้นท่านควบคุมได้อย่างหนึ่งของพระอรหันต์ส่วนผู้ปฏิบัตินั้นก็จะควบคุมทั้งบอลทั้งรวมกายวจีมโนหรือสังวรอินทรีย์ 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจถ้าใครสังวรอยู่ได้มากเท่าใดมีสติสัมปชัญญะรู้ว่าตัวเองอยู่ในฐานะไหนกำลังมีศักดายักษ์ข้อใดเหตุปัจจัยอะไรศีลเพราะที่เรา ไว้จะปราบปรามอะไรถ้าเรารู้เราเข้าใจแล้วเราก็ทำอยู่สังวรอยู่เราก็จะเป็นผู้ได้ปฏิบัติธรรมอยู่และในชีวิตของมนุษย์นั้นก็จะมีผัสสะมีการสัมผัสกับโภชนะโภชนาการด้วยเครื่องอุปโภคบริโภคอยู่ตลอดเวลาจะสัมผัสด้วยจะสัมผัสด้วยเครื่องที่จะสร้างสรรค์เป็นโภคะเพราะว่าศาสนาพุทธไม่ได้สอนให้คนไม่สร้างสรรค์พอครับแปลว่าความเจริญเพราะฉะนั้นเครื่องใดจะอุปโภคจะบริโภคจะทำอยู่จะก่อให้เกิดอยู่อุปสรรคก่อให้เกิดสิ้นแล้วรอบแล้วดีรอบแล้วไม่เกินนี้เรียกว่าปริโภคเรามาเอาความหมายว่าสิ่งที่จะต้องใช้กินใช้ประกอบ ใครสร้างใช้สันใช้อาศัยเรียกกันง่ายๆหมายความชุ่มชื่นในคนที่เข้าใจได้ง่ายๆว่าเครื่องจีนเครื่องใช้เครื่องกินเครื่องใช้อุปกรณ์เป็นเครื่องใช้เรียกว่าอุปกรณ์เครื่องใช้บริโภคเป็นเครื่องกินก็แล้วแต่ก็คือสิ่งที่จะเป็นไปอยู่ด้วยดีเจริญอยู่พอสมควรมากเกินรอบเรียกว่าปริโภคใหญ่โตเกินรอบเกินควรเกินพอดีเรียกว่ามันเลยมัชฌิมาหรือเลยจะมาผู้รู้จะรู้จะกำหนดขอบเขตส่วนใดจะให้เกิดแล้วเกิดอีกมันยังไม่พอกลับทำให้เกิดขึ้นไปเรื่อยๆมีโดยพระชนะเป็น ท่านก็จะทำให้เจริญเป็นอุปโภคอุปโภคหรืออุปโภคด้วยควายเพราะในโภชนานี้ความหมายมันลึกซึ้งมันมากนักเราก็จะประสบเราก็จะสัมพันธ์อยู่กับเครื่องอุปโภคบริโภคเราจึงจะต้องทำงานอยู่ตลอดเวลาโดยเฉพาะเรายังมีกิเลสย่อมมีแต่พระอรหันต์เรายิ่งจะต้องสำคัญมากในเครื่องอุปโภคบริโภคบริโภคชนะต่างๆอาจจะต้องประมาณอาจเป็นผู้มักน้อยเป็นผู้สันโดษเป็นผู้ก่อวิเวกกะเป็นผู้อสังขะเป็นผู้วิริยารัมภะพากเพียรมักน้อยแล้วก็กำหนดความพอทำให้เราสงบอยู่ได้แม้จะต้องสู้ต้องอดต้องทนก็ให้สงบอยู่ให้ได้ไม่ต้องดีดดิ้นอย่าหลงสวรรค์ตัดสวรรค์ลงมารบสวรรค์ลงมาอสังหาไม่ให้มีสวรรค์ ไม่หลงสวรรค์ไม่คลุกคลีไม่เกี่ยวข้องสิ่งที่เรากำหนดแล้วถ้าจะแปลว่าคุกกี้คุกกี้งานในคำว่าไม่คลุกคลีก็ต้องไม่คลุกคลีในสิ่งที่เราตั้งศีลตั้งทรุดแล้วอย่าไปเกี่ยวอย่าไปข้องเราจะต้องพยายามรู้จนกว่าเราจะมีฐานแข็งแรงพอที่จะปฏิวัติจะกลับไปเกี่ยวข้องไปแตะต้องได้โดยเรามีการสำรวมอินทรีย์เรามีศีลพร้อมพรั่งเรามีจิตอันแข็งแรงสัมผัสแล้วเราก็ไม่ตกเป็นทาสแต่เราสามารถที่จะได้กำไรด้วยและปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงด้วยเมื่อเรารู้ตัวเมื่อนั้นก็สลับคืนประดิษฐานเข้าไปสัมผัสเขาอันนี้หมายความว่าฐานจะเข้าคณะอย่าเพิ่งเข้าใจว่าบุคคลในอนาคตสิทธิของเราทวารต่างหูจมูกลิ้นกาย วาฬภายนอกนี้เราสามารถมีฤทธิ์มีแรงควบคุมได้เพราะฉะนั้นเมตตาหูจมูกลิ้นกายจะไปสัมผัสเราก็จะสามารถควบคุมจิตได้ได้กำไรอย่างนี้เราก็จะดับจิตดับจิตภายในที่เหลือแก่ตัวปลาชะโดอุปาทานและก็จะได้ลดมานะจะได้เห็นจิตที่มันเหลือแก่พุทธจักรจนพ้นอวิชชาสุดท้ายสังโยชน์สุดท้ายสิ่งที่เราได้ตั้งสิ่งต่างคนนั้นก็จะบริสุทธิ์บริบูรณ์สิ่งนั้นก็จะยืนอยู่บนสิ่งนี้อย่างเหนือไม่เช่นนี้จะชัดแจ้งถึงความเป็นนี้เพราะฉะนั้นการที่จะปฏิบัติโดยที่จะพรากไม้ในช่วงระยะออกจากน้ำเป็นลำดับต้นก็ต้องผ่าก่อนก็สร้างได้แล้วมีอินทรีย์พระเพียงพอก็มาสัมผัส นายโภชนาต่างๆเราจึงจะต้องประมาณและคลุกคลีอยู่จริงๆถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วท่านก็ยังจะประมาณโภชนะโดยการอนุโลมปฏิโลมเพื่อผู้อื่นสำหรับท่านนั้นท่านก็รู้แล้วท่านจะกินจะใช้จะอยู่ท่านก็รู้จักสัมมารู้จักพอดีเป็นผู้สันโดษมักน้อยอยู่แล้วโดยจริงจะเป็นตัวอย่างเป็นครูเขาประมาณปริมาณอะไรต่างๆทีนี้ท่านจะกลับมาอนุโลมผู้อื่นเนี่ยมันเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งมันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องคนอื่นดูแล้วเหมือนกับท่านเป็นผู้ที่ไม่อยู่อย่างเก่าไม่เป็นได้อย่างเก่าแต่เปล่าท่านมาทำอนุโลมให้ผู้อื่นเพราะทุกคนแต่ท่านก็จะต้องประมาณอีกอย่างชั้นสูงจะประมาณอย่างที่จะไม่ให้คนอื่นมาสู่ท้วงแต่ก็จะสืบสาวยาวโยงถึงผู้ที่ เกี่ยวข้องยังหลงใหลต่างๆในที่จะต้องอาศัยสิ่งนั้นสิ่งนี้อีกท่านก็จะอนุโลมตามธรรมเพราะฉะนั้นยุทธการประมาณนี้แม้เป็นพระอรหันต์แล้วท่านยังจะต้องประมาณประมาณอยู่เช่นกันหรือผู้ปฏิบัติเป็นพระโยคาวจรเป็นพระเสกข่าวบุคคลก็ยังต้องประมาณอย่างยิ่งโดยเฉพาะข้อที่ 3 สถิติชาโลหรือชาญวิทยาโยคะผู้ยังไม่มีสติชาโคลคือมีสติตื่นแล้วผู้ที่ปฏิบัติอยู่ก็ต้องพยายามภาคเพียรให้มีสติเครื่องดื่มภาพเขียนให้มีสติเครื่องตื่นให้ได้อย่าให้ตกหล่นใครรู้เป็นตัวจับคนสำคัญเพราะฉะนั้นการปฏิบัติมีสติสัมปชัญญะมีการสำ c มีการทำเกษตรกรรมสัญญาดูให้รู้ให้ตรวจให้เห็นเป็นวิปัสสนาเป็นสติปัฏฐานอยู่เสมอเหมือนจิตเราจะแยบคายขึ้นแยบคายขึ้นจิตแล้วจะละเอียดลึกซึ้งขึ้นเราจะรู้เราจะเห็นเป็นชานน่ะโตปัดสะตอไม่ใช่ดวงดาวแต่จะเห็นสังขารทั้งหลายจะรู้สัญญาทั้งหลายสัญญาจะลึกซึ้งที่เป็นสัญญาจะลดเวทนาสุขเวทนาทุกขเวทนาก็จะลดได้จะผัดผักเมื่อไรมีอะไรเป็นปัจจัยเป็นปัจจัยเมื่อมีภาษาเป็นปัจจัยก็จะเกิดเวทนาแล้วเราก็จะรู้เท่าทันเวทนาก็จะลดการคลายเวทนาลงจนไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นสุขสบายเฉยได้วางได้ปล่อยได้หมดอัตราอัตราต่างๆศูนย์เป็นอนัตตาแท้จริงเฉยๆได้จริง จะยืนยงยืนหยัดได้เราก็จะรู้เวทนาในเวทนาของเราจะกำหนดหมายไปได้จนเมื่อยืนยันมั่นคงแน่แล้วเราจะอนุโลมกำหนดสัญญาอย่างไรอย่างไรแม้ที่สุดเราจะสังขารจะปรุงให้คนอื่นด้วยเราก็ปรุงอย่างพระอรหันต์จ้าพระอรหันต์ก็จะทำสิ่งที่แก่งกรุงแกร่งปรุงให้แก่ผู้อื่นเพื่อผู้อื่นตามขั้นตอนตามฐานะเหมือนพี่เลี้ยงเลี้ยงเด็กแต่ตัวท่านเองท่านปรุงอาหารให้แก่เขากินนั้นท่านไม่ได้กินอาหารนั้นท่านไม่ได้ไปหลงใหลอาหารนั้นเป็นต้นเพราะผู้ที่จะมีสติสัมปชัญญะแยกขายแล้วก็รู้จักอินทรีย์ทั้ง 5 นอกดีจนกระทั่งแข็งแรงในชีวิต สวดจิตหรือตัวมโนก็จะต้องเป็นผู้ปฏิบัติมีความเข้าใจแจ้งในธรรมะ 3 ข้อนี้อย่างดีและจะมีบทบาทบทปฏิบัติใน 3 ข้อนี้อยู่เสมอมาตลอดเวลาถ้าผู้ใดตกหล่นไม่มีการสำรวจอินทรีย์ไม่มีการรับรู้หรือว่าเกี่ยวข้องเกี่ยวกับโภชนาไม่มีบทปฏิบัติให้เห็นเลยจะสังวรทั้งดวงในผู้ชนะต่างๆอุปโภคต่างๆบริโภคต่างๆไม่มีภาวะที่เข้าใจได้หลงใหลไปกับผู้ชนะคนจับมาสู่มาทวงก็ได้เห็นแม้แต่ถ้ารูปหยาบอย่างนี้ไม่ได้ปฏิบัติถูกเพราะฉะนั้นพวกฤาษีขี่ไก่ที่ไม่รู้จักอภัยทานนั่งหลับหูหลับตาพอลืมตาออกมาแล้วไม่รู้จักโฆษณาทั้งหลายไม่รู้จักอาหารไม่รู้จักเครื่อง สะสมเครื่องใช้สะสมอาหารกินอาหารเสิร์ฟอาหารอะไรจนคนอ่านได้ว่าคนนี้ยังติดยังยึดอยู่ในรูปรถจริงๆสัมผัสอินทรีย์ทั้ง 6 ก็ไม่เคยสังวรสำรวมไม่รู้ตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ไม่เข้าใจลืมตาออกมาก็เป็นคนโลภๆทุกอย่างแต่ไปปฏิบัติเป็นนั่งหลับตาหลับตาหลับตาหลับตาแล้วก็แน่นอนที่อินทรีย์มันจะได้สะดวกใจอย่างเดียวกันมันก็ไม่แปลกไปต้องอะไรจับมันเข้าห้องด้วยบางทีเข้าที่รับที่ไม่เกี่ยวไม่ข้องกับอะไรซะด้วยแล้วก็ควบคุมใจแต่ทวารเดียวถ่ายเดียวนะพอลืมตาออกมาไม่รู้เรื่องเพราะฉันเองมันตันที่ตามไม่รู้เรื่องสติก็ไม่รู้เรื่องสติก็มานั่งใช้หัดฝึกแต่ตอนนั่งหลับตาพอลืมตาแล้วสติไม่เป็นภาษาอะไรเลยไม่รู้จะกินฟรีไม่รู้จัก สติแล้วก็สติเหลวๆไหลๆไม่เข้าใจโลกไม่มีโลกก็ไม่ถูกไม่เข้าใจว่าอะไรควรจะประมาณขนาดไหนเกี่ยวข้องภาษาและอุปโภคบริโภคอย่างไรหรือแม้แต่วัตถุหยาบๆคล้ายๆอะไรไม่มีปัญญารู้โลกเลยศาสนาเดียวจะเป็นอย่างนั้นส่วนศาสนาของพระพุทธเจ้านั้นรู้โลกรู้เท่าทันสิ่งที่ผัสสะเกี่ยวข้องอย่างแท้จริงเพราะเรามีกระทำ 3 ข้อนี้ฝึกหัดและเป็นบทบาทอยู่แม้เป็นพระอรหันต์นันทิกาแล้วก็มีบทบาทเห็นได้ทั้งการสำรวมอินทรีย์ 6 ทั้งโครเชต์มีปัญญาทั้งฉากพญานิยมพระยิ่งจะเป็นพระอรหันต์แล้วจะเป็นสติชาคโรทีเดียวจะเป็นผู้มีสติตื่นเลยทีเดียวไม่ใช่ผู้โง่งับ ผู้ไม่รู้เป็นผู้ไม่ตื่นเป็นผู้ไม่เบิกบานร่าเริงไม่ใช่จะเห็นได้ว่าท่านเป็นผู้เบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้ผู้ตื่นแววไวเท่าทันเข้าใจโลกเข้าใจที่จะช่วยเหลือเพื่อความมีประโยชน์อะไรอยู่ทีมเดียวนี่เป็นลักษณะสำคัญมากๆถ้าผู้ใดเข้าใจแล้วผู้นั้นจะได้พึงสังวรจะได้พึงกระทำให้มีกระทำ 3 ข้อนี้อยู่เพราะฉะนั้นศีลก็เป็นของส่วนตัวบุคคลแต่ละบุคคลใครถามศีล 5 ทำศีล 5 ให้สำคัญศีล 5 ก็ปฏิบัติด้วยอัปทำ 3 ข้อนี้ศีล 8 ก็ปฏิบัติด้วยอัปทำ 3 ข้อนี้ศีล 10 ก็ปฏิบัติธรรม 3 ข้อนี้ศีลจุลศิลป์มากินภาษีมหาสีหรือ 227 เป็นศีลอาบ ฤาษีใดๆก็ต้องใช้อัปปนากระทำ 3 ข้อนี้ทั้งสิ้นฟังให้ดีๆเข้าใจให้ชัดๆพร้อมแล้วแต่ว่าผู้ใดจะมีศีลมากมายเท่าใดผู้ยิ่งมีศีลมากยิ่งเป็นสมณะสูงผู้ใดมีศีลน้อยผู้นั้นก็เป็นสมณะตามและเรามีสมมุติอีกแม้ผู้ใดที่สมมติว่าศีล 10 สีอื่นเราจะอนุโลมบ้างในอนุโลมบ้างตามฐานะตามเวลาเราก็จะต้องกระทำตามจริงเราไม่ได้ประกาศประชาคมหรือว่าเราไม่ได้อยู่ในฐานะอย่างนั้นเช่นว่าเราเองเราเป็นสามเณรเราเองเราก็ไปหลงไปเอาศีลของพระมาถืออย่างนี้แล้วเราก็จะไม่ทำเดี๋ยวจะการที่เราบอกว่าเราจะไม่เอาเราจะทำเป็นตัวเป็นพระแอคอาร์ตเป็นพระแต่เรายังไม่ได้อยู่ในฐานะที่ได้สัญญาต่อประชาชนเราก็อย่าเพิ่งดึงนัดแต่เราจะทำชั่วครั้งชั่วคราวบางครั้งบางคราวหรือว่าตลอดเวลาที่เราจะไม่มีสิ่งใดถูกต้อง จำเป็นก็ทำไปจะถือศีลเหล่านั้นทางปฏิบัติไปกลางก็ได้แต่ถึงคราวจำเป็นต้องรู้จำเป็นว่าโดยสมมติที่สัจจะซึ่งเป็นสัจจะอย่างหนึ่งเราไม่ใช่พระนะเราเป็นเณรเราก็ต้องทำหน้าที่เณรอันไม่ได้มีใครมาสู่ช่วงได้ลงเพราะว่าถ้าไม่มีพระเราสัญญาประชาคมว่าเราเป็นเณรเราก็จะทำสิ่งละเมิดศีลพระได้หรือว่าไม่ได้กำหนดไม่ได้เป็นตำรวจเป็นศีลอย่างนั้นเราก็จะทำสิ่งนั้นได้ดังนี้ต้องเข้าใจมันจะอนุโลมปฏิโลมหรือว่าจะเคร่งครัดขึ้นอะไรกันสังคมเป็นปัญญาดูกาละเทศะฐานะให้ชัดแจ้งแล้วก็จะเป็นอยู่ไม่เดือดร้อนไม่ขัดขืนและเราต้องรู้ทั้งสมมุติที่สัจจะและปรมัตถ์สัจจะอย่างสำคัญแล้วก็ขอสรุปให้ฟังว่าเอาปันนากระทำ 3 ข้อนี้ มีอยู่นะผู้ใดแม้เห็นได้ด้วยหูตาจมูกลิ้นกายเห็นได้แต่ข้างนอกชัดๆผู้นั้นได้ปฏิบัติธรรมถูกแล้วเป็นลักษณะของพุทธมีอุปสรรคทำคือมีธรรมะอันปฏิบัติไม่คิดสิ่งนั้นแหละจะสั่งสมให้เราเกิดศรัทธา Siri ปวดตับปะต้องสัจจะวิริยะสติปัญญาทานและยุทธศาสตร์ต่างๆจนถึงอาสาฬหบูชาอย่างได้อย่างแท้จริงพร้อมกันนั้นศีลซึ่งเป็นองค์กำหนดฐานะของบุคคลก็จะสูงขึ้นสูงขึ้นตามความเป็นจริงของผู้ที่พึงได้พึงเป็นผู้ใดได้ถึงศีลธรรมนี้แล้วก็พยายามหาคนจีนองค์ธรรมของตัวเองให้เป็นอธิษฐานเราจะได้มีอภิสิทธิ์และเราจะได้มีอาชีพ ยิ่งๆขึ้นไปสินทรัพย์เป็นอนันต์สั่งทีเดียว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน