230326-366 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ022.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพุธที่ 26 มีนาคมพุทธศักราช 2523 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกพระพุทธเจ้าท่านสอนไว้เหมาะสำหรับผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรมพร้อมในองค์ธรรมของศาสนาจรณะ 15 แล้วก็มีองค์ฌานอยู่ในจรณะด้วยก็จะสั่งสมให้เกิดวิชาวิชาเหล่านั้นก็จะตัวจริงมีจริงมีสภาวะจริงเรื่อยๆตั้งแต่วิชา ไปจนกระทั่งถึงวิชาการไล่เรียงระดับบุคคลผู้พึงบำเพ็ญอยู่พร้อมไปด้วยจรณะก็จะสั่งสมวิชาและก็จะพร้อมไปด้วยวิชาเป็นที่สุดปลัดใหญ่ของจรณะมีหลักต้นเรียกว่าปฏิกรรมคือจรณะ 4 สังวรศีลสำรวมอินทรีย์โภชนาการมีสติตั้งพร้อมบำเพ็ญตนอยู่เป็นสติปัฏฐาน 4 ก็จะเข้าในเอเชียตะวันออกจะเป็นการปฏิบัติทางเดียว ทองเอกที่จะไปถึงซึ่งเป็นที่สุดเพราะมีสติอันพรั่งพร้อมแล้วก็ปฏิบัติตนสั่งสมเกิดศรัทธาเกิดหิริเกิดอุบัติเหตุวิริยะถ้าอยากจะย้ำตรงวิริยะเกิดวิริยะเกิดการพากเพียรอยู่เสมอเกิดสติอีกและก็เกิดปัญญาเป็นที่สุดภายในสัทธรรมหรือสัปปุริสธรรม 7 ประการนี้หรือเทวธรรมก็เรียก 7 ประการนี้เป็นเรื่องของจิตที่จะเกิดจริงเป็นจริงทำให้เกิดความเชื่อทำให้เกิดความเห็นเห็นว่าอันนี้เป็นบาปอันนี้เป็นภัยและเราก็ละอายต่อบาป ตัวต่อบาปเวลาให้ต่อบาปเพลงตัวต่อบาปเราก็ละเว้นเราก็ผ่อนคลายแล้วก็เลิกจางมาหาวิธีฆ่าฟันบาปนั้นจนเราเกิดสัจจะเกิดพหุสสุตาเรื่อยสั่งสมลงไปเราก็ยิ่งจะเห็นผลเราก็ยิ่งจะมีวิริยะมีสติมีปัญญาปัญญาจะเกิดสั่งสมด้วยไปจิตที่สะอาดขึ้นเรื่อยๆๆเราก็ถือว่าเป็น 10 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ในขณะที่เราวิตกวิจารณ์ในขณะที่เราจะต้องตรวจสอบปฏิบัติตนสังวรณ์ศีลสำรวมอินทรีย์แล้วก็มีการระมัดระวังจะเป็นหยาบจนกระทั่งถึงละเอียดในโพชฌงค์อาจารย์ยุทธตาและก็สั่งสมส่วนให้มี ผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานอยู่ตลอดเวลาเป็นองค์ปฏิบัติพรั่งพร้อมแล้วก็สั่
อ่านต่อ
งสมจิตรลงไปยิ่งลึกซึ้งเข้าเป็นชาญๆๆนี่เป็นองค์ปฏิบัติทั้งหมดสิ่งที่เรียกว่าวิชาทั้ง 8 หรือ 9 มันก็เกิดจึงเป็นจริงเป็นความรู้สูงเป็นความเป็นไปที่แท้ของผลวิชาคือผลอวิชชาคือตัวร้ายเราล้างอวิชชามาให้เกิดวิชาขึ้นเรื่อยๆๆเรามีภาพปฏิบัติอยู่ตลอดเวลาถ้าผู้ใดเข้าใจเป็นผู้ระลึกรู้รอบทวนอยู่มีการปฏิบัติเป็นไปซึ่งมีอปนกระทำแล้วก็มีสภาพของเทวธรรมหรือสัทธรรมนี่เสริม เรื่อยๆๆผลอันเป็นที่สุดมีฌานเป็นฐานหรือจะเรียกฌานนั้นเป็นที่สุดก็ได้เมื่อเป็นที่สุดก็เป็นฌานอันบริบูรณ์เป็นสมาธิอันบริบูรณ์เป็นสัมมาสมาธิอันบริบูรณ์เป็นความตั้งมั่นของจิตเป็นเจโตวิมุตติอันไม่กลับกำเริบมีปัญญารู้พร้อมทานนั้นไม่มีปัญญาไม่ได้พระพุทธเจ้าจึงยืนยันชัดเจนมีปัญญาอยู่ที่ไหนมีฌานอยู่ที่ไหนมีปัญญาอยู่ที่นั่นฌานที่ไม่มีปัญญาไม่ถือว่าเป็นฌานใดก็ต้องมีปัญญาอยู่ทุกตัวไปมีสติมีปัญญาเรียกว่าชาญชาญไร้สติของพระพุทธเจ้าไม่ถือว่าเป็นฌานต้องมีสติและมีปัญญา โดยเฉพาะมีปัญญาถ้าไม่มีปัญญาแล้วจะไปเรียกว่าฌานนั้นไม่ได้ฌานอยู่ที่ใดปัญญาอยู่ที่นั่นอย่างที่เรียกอะไรเคยจำถ่ายง่ายๆนะแต่ว่ามันลืมมีอะไรหรอกปัญญาชายไม่ออกก็จำไว้ในหนังสือทางเอกมีหลังไม่ได้ตรวจที่ไอ้นั่นมาจะแลกเริ่มทีเดียวแต่ว่ามันมันยืนยันรู้จักว่าอย่างนั้นแท้มีฌานก็ต้องมีปัญญามีปัญญาที่ไม่มีฌานไม่นับถือไม่นับว่าเป็นฌานเพราะในสภาพธรรมที่เราปฏิบัติ คืนนี้เราจะต้องรู้ละเอียดหมดตั้งแต่กรรมกิริยาปฏิบัติไปจนกระทั่งถึงจิตที่สั่งสมลงแล้วเราก็ได้ผลสั่งสมไปนี้พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเป็นที่หมายได้ถ้าผู้ใดทำถูกต้องตามเชิญตามกระบวนการที่เป็นไปอย่างที่กล่าวนี้แล้ววันหนึ่งคือหนึ่งเราก็ได้เป็นผู้ทวีเป็นผู้เจริญอยู่ในธรรมยิ่งพากเพียรมากยิ่งรู้จักกรรมวิธีอุตสาหะวิริยะให้แก่ตนมากขึ้นเราก็ยิ่งเจริญขึ้นก็จะยิ่งจบบริบูรณ์ไวขึ้นเพื่อได้จบบริบูรณ์แล้วก็ยิ่งสบายแล้วมันก็จะรู้ว่าความจบแม้แต่ปัจจุบันนี้เชียวเราก็เป็นผู้ที่มีวิมุตอยู่ที่มีองค์ประกอบภาพก็มีมนุษย์อยู่เห็นทั้งรู้ อยู่เป็นปัจจุบันนั้นเชียวมันก็ได้พิสูจน์ยืนยันสัจธรรมนี้แล้วเราก็จะไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็จะเป็นอยู่อย่างสุขหรือแม้ผู้เป็นเสขบุคคลที่ยังจะต้องประพฤติปฏิบัติอยู่เราก็มีทิศทางสุขขะวิหารคือมีองค์ฌานตามฐานะเรารู้ว่าอันใดที่เราอุเบกขาได้แล้ววางได้แล้วถึงขั้นสุดของเหตุปัจจัยเป็นแต่ละขั้นแต่ละขั้นอย่าสับสนศาสนาพระพุทธเจ้าละเอียดซับซ้อนมีเบื้องต้นทางกลางบั้นปลายทำไปเป็นระดับระดับแบ่งไว้ศาสนาอื่นก็จะแบ่งหรือไม่แบ่งไม่รู้เขาล่ะแต่ศาสนาพุทธเราแบ่งพระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่ามีสัมมารีมักองค์ 8 มีบุรุษ 4 มีบุรุษแตก มีบุรุษหรือมีอริยบุคคล 4 ระดับหรือ 8 ระดับอย่างละเอียดคำยืนยันว่าของท่านมีของผู้อื่นกับของผู้อื่นเพราะเราจะต้องรู้กี่ขั้นในการจัดระดับให้แก่ตนและเป็นไปได้ดีอันได้แล้วให้รู้แล้วเจ้าต้องมีกะยานก็ตับแล้วว่าแล้วและมีสัจจะยานมีกิจกรรมมีจักรยานยานแปลว่าความรู้ต้องรู้ในสัจจะว่าเอออย่างนี้ความหมายแค่นี้ขอบเขตขนาดนี้ชัดเจนเป็นสัจญาณรู้ความจริงแล้วก็ทำเรียกว่าจิตใจญาณกิจการแปลว่าทำมีปัญญารู้ว่าเราทำนะทำเพื่อให้มันบริบูรณ์ทำเพื่อให้มันลดละทำให้มันหมดไปซึ่งกิเลสตัณหาอุปทานในรอบนั้นรอบนั้นเมื่อมีจิตแล้วจนกระทั่งทำจิตนั้นเสร็จเป็นจักรยาน อย่าไปวนเวียนวุ่นวายสับสนปนเปมาแล้วแล้วก็แล้วแล้วให้รู้ว่ามันแล้วได้อย่างมั่นใจอย่างยั่งยืนยังไม่มีสงสัยมีปัญญารอบถ้วนไม่มีเวรกลับอย่างเด็ดขาดมันรู้จริงแล้วจิตมันก็ชีวิตอย่างสนิทสะอาดจริงๆมันจะไม่เวียนไปไหนมาไหนอีกแล้วมันก็จะรู้ความบริบูรณ์เป็นกตญาณเมื่อเราตรวจสอบทั้งสัตยานกิจกรรมและจักรยานในฐานไหนก็ตามแต่ในเหตุปัจจัยไหนก็ตามแต่เราได้บริสุทธิ์บริบูรณ์ทุกอันแล้วตรวจให้หมดอันนี้เป็นทุกข์อันนี้เป็นเหตุอันนี้เป็นความดับสูญอันนี้เป็นไปด้วยดีมีสมาธิมากองค์ 8 อย่างชนิดบริบูรณ์อย่างชนิดอันสุดท้ายถ้ามาลีมักองค์ 8 นี่รวมทั้งเริ่มต้น บัตรภาพเบื้องต้นรวมทั้งภาคกลางๆรวมทั้งสัมมารามองค์ 8 เป็นตัวบริบูรณ์เป็นต่อสูงสุดเป็นสัมมาดีแล้วชอบแล้วบริบูรณ์แล้วเพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจในขั้นตอนพวกนี้เป็นอภิปัญญาให้ดีว่ามันหมายความตอนไหนเป็นต้นเป็นกลางเป็นปลายสัมมารีมักองค์ 8 เป็นอริยสัจองค์ที่ 4 ข้อที่ 4 ไม่ได้หมายความว่าเป็นเริ่มต้นเท่านั้นแต่หมายความถึงแม้ที่สุดด้วยเราจะต้องเข้าใจให้ดีและผู้ใดบริบูรณ์แล้วสมาธิมักองค์ 8 ก็มีอยู่ครบพร้อมเป็นผู้ที่มีสมาชิกที่เป็นผู้ที่มีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะมีสัมมาวายามะสัมมาสติเป็น สัมมาสมาธิอยู่เป็นสมาธิการขอเป็นพระอริยะเป็นสมาธิอันบริสุทธิ์บริบูรณ์สบายอยู่ตลอดเวลาเพราะงั้นเหตุปัจจัยเท่าใดสำหรับเราในฐานะเราเราก็รู้ว่านี่เป็นของมีอยู่ของเราจริงว่าเราเองผ่านแค่นี้ความสะอาดบริสุทธิ์บริบูรณ์แห่งเหตุปัจจัยเท่านี้เรื่องเท่านี้เพราะเรายังไม่บริสุทธิ์ก็ทำให้มันบริสุทธิ์ให้ได้เป็นจักรยานอันใดบริสุทธิ์แล้วก็กลายเป็นเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นมันจึงจะเรียบร้อยเป็นขั้นตอนและสะอาดอย่างไม่ต้องรบกวนไม่ต้องวกเวียนอะไรแล้วเป็นแล้วฉันเป็นสัตว์เพราะฉะนั้นก็จะมีสุขได้เป็นสุขเราจะสบายไปตามขั้นตอนโสดาก็สบายขนาดนึงเศรษฐกิจอรหันต์ก็สบายขนาดหนึ่งเลยทีเดียว อ่ะพูดที่หลายขั้นตอนไปมีฐานอาศัยมีวิหารธรรมอยู่จึงจะอยู่ได้อย่างไม่วกวนผู้มีมรรคมีผลทนอยู่ได้แม้จะเพิ่มเติมฐานสูงก็รู้สัจธรรมของเราจริงๆว่าเออนี่มันสูงขึ้นเราก็ต้องทำมีฐานตายขึ้นมาจริงๆอย่างแน่นอนที่สุดเมื่อเราเห็นชัดๆในรายละเอียดพวกนี้มีสภาวะทำรองรับมันไม่มีเบื่อไม่มีนายมันไม่วอกไม่วนมันเป็นไปด้วยสุขที่จะทำวิหารตามขั้นตอนจริงๆแล้วเราก็อยู่ได้จริงๆตามจะทราบซึ้งคำที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าผู้มีมรรคผลจะทนอยู่ได้จะซาบซึ้งเออมันทนอยู่ได้จริงๆเราไม่ใช่เซ็งนะไม่ใช่ว่าทนอย่างหน้าด้านด้วย จะทนได้เพราะว่าเรามันมีภาวะเบาง่ายคล่องมันมีภาวะหลุดภาวะพ้นไปจริงๆเรื่อยๆเราจะเห็นได้จริงๆเลยมันก็ขอให้พิสูจน์ขอให้ยืนยันขอให้ปฏิบัติประพฤติแล้วเราก็จะได้เป็นผู้ที่อยู่ในภาวะที่ทั้งตนเองก็เป็นประโยชน์ตนอยู่ตลอดเวลาผู้อื่นก็ได้ประโยชน์เป็นประโยชน์ท่านอยู่ตลอดเวลาอย่างแท้จริงถ้าเผื่อว่าอันใดที่มันสงสัยมันอะไรก็สอบทานสอบถามกันให้รู้เรื่องอะไรมันอึดอัดเกินขึ้นมามันไม่เป็นทิฏฐธัมสุขกับวิหารก็ให้พยายามไถ่ถามกันแล้วก็ปลดปล่อยไปอันใดที่มันยังล้างไม่ขาดยังล้างไม่สิ้นมันก็เป็นจริงแหละอยู่ที่เรามีเราก็อย่าไปอึดอัดขัดเคืองก็ต้องพยายามสู้พยายามล้างพยายาม สยามรถให้ได้จริงๆแล้วก็ทำตนให้เป็นประโยชน์สูงประหยัดสุดตามหลักการของเราที่เราได้อธิบายกันมามากแล้วให้ได้เราจึงจะเป็นผู้ที่เป็นคนประเสริฐหรือเรียกว่าอริยบุคคลตามที่พระพุทธเจ้าท่านหมาย