สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนอันประเสริฐ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข7 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(เศรษฐศาสตร์บุญนิยม) ตอน ความจนอันประเสริฐ คนไปกลัวความจนทำไม ไม่ต้องกลัวความจน เมืองไทยเรานี่ประเสริฐจริงๆที่มีในหลวงพระองค์นี้ทรงเข้าใจและยินดี และก็เอามาประกาศเพื่อให้ข้าราชบริพาร ผู้บริหารเอาไปศึกษาเอาไปกระจายวิธีการ การกระทำให้คนเข้าใจว่าอย่าไปมุ่งรวย ไปมุ่งจนกันเป็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลก ให้คนมีความตั้งใจมุ่งไปเป็นคนจน อย่าไปมุ่งเป็นคนรวย แต่เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจ เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียร เป็นคนจนที่เพราะไม่สะสม เอาไว้เป็นของตนมากนั่นเองจึงเป็นคนจน ทำได้ ขยันหมั่นเพียรเหลือกินเหลือใช้ พอกินพอใช้เป็นของตนจริง เหลือกินเหลือใช้นั้นเอาไปบริการแจกจ่ายผู้อื่น แจกฟรีได้ ทำอย่างนี้จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของโลก ของประเทศของสังคมได้อย่างชาวอโศก แก้ปัญหาเศรษฐกิจสำเร็จ สำเร็จจนกระทั่งถึงขั้นสาธารณโภคี ซึ่งเป็นยอดแห่งเศรษฐกิจของมนุษยชาติ ขอเชิญนักเศรษฐศาสตร์จบโพสต์ด็อกเตอร์ 10 ใบ มาศึกษา อยากอวดนะ มันเป็นของดีที่ควรอวดดี อาตมาพูดอย่างเป็นนายภาษานะ พูดสัจจะโดยไม่มีกิเลส แต่ละคำที่เอามาพูดนี้ไม่ได้เป็นการมีกิเลสอวด อ้างอวดดีอะไร พูดสัจจะสภาวะ ขอยืนยันว่าอาตมาพูดนี้เป็นนายภาษา พูดอันนี้ก็คืออันนี้บอกตรงๆ สู่แดนธรรมว่า...ผมนึกถึงผลไม้ที่มันไม่ได้อยากโอ้อวดอะไร มันก็ให้เลย มันกลัวสัตว์ไม่มากินก็เลยส่งกลิ่น พ่อครูว่าเราทำอาคาร บวรนี่ ยังไม่เสร็จดีเท่าไหร่เพราะว่าเป็นคนจน ค่อยๆทยอยทำอยากให้มันเสร็จเรียบร้อย ไม่เรียบร้อยตอนนี้แต่ก็เปิดขายได้ ทำตลาดนัดได้ แต่ที่จริงจะมาขายตลอดก็ได้ มีมุมที่เสร็จแล้วคนจะมาขายก็มาได้ ไม่ว่าจะเป็นของแห้งหรือของสด อย่าเพิ่งตะกละ เราก็จะแบ่งให้ ถ้าคุณดีจะขยายให้ เป็นการค้าขายที่ดี เราก็จะให้ขายไปเลย เราไม่ได้คิดเก็บเงิน ไม่ได้คิดค่าท

อ่านต่อ

ี่ หรือขึ้นราคา เราขอยืนยันว่าไม่มีใจอำมหิตโหดร้าย เราไม่เคยมีความคิดแบบที่จะล่อลวงให้มาทำก่อนแล้วเก็บเงินแพงทีหลัง ตั้งใจจะให้ขายฟรีไปตลอด ให้คนเป็นคนดีของประเทศของสังคมประเทศชาติ อันนั้นแหละเป็นจุดมุ่งหมาย ทำอาชีพค้าขายไปตลอดได้ แล้วอย่าเพิ่งถือเป็นสิทธิ ผ่องถ่ายให้ลูกหลาน ก็ขอให้เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน ลูกหลานจะมาช่วยกันในขณะที่คุณมีอายุอยู่ก็ได้ แต่เสร็จแล้วคุณตายแล้วจะบอกว่าเป็นของลูกหลานไม่ได้ เป็นมรดกไม่ได้ เพราะเราไม่มั่นใจว่าลูกหลานหลานคุณจะดี อยากให้ลูกหลานคุณดีเหมือนพ่อแม่ หรือดีกว่าพ่อแม่ก็เชิญเลยอยู่ต่อไปเราไม่ว่า เราทำเพื่อต้องการให้เป็นแหล่งที่คุณจะมาอาศัยค้าขายอยู่ได้ ไม่ได้ตั้งโรงเรียนเพื่อเอามาหาเงิน บอกตรงๆว่าไม่ได้คิด ต้องการให้เป็นแหล่งที่คุณจะมาใช้ค้าขาย เรามีที่ก็พยายามกระเสือกกระสนสร้างโรงเรือนขึ้นมา ข้างบน จะเป็นที่การศึกษา ตอนนี้อาตมาก็ไม่ไหวแล้ว จะว่าท้อก็ท้อ เลิกแล้วการศึกษาที่จะต้องไปสร้างวิทยาลัย ดูแลแค่โรงเรียนก็พอ มีวิทยาลัยอาชีวะก็พอ ไม่ดิ้นรนจะเป็นมหาวิทยาลัย ไม่เอาแล้ว พอ เจียมตัว ตัวเราก็เท่านี้ สูงส่งเยี่ยมยอดแล้วพอ อาคารข้างบนก็เลยเป็นที่ทำงาน ห้องวิจัย สิ่งที่ใช้งานประโยชน์อะไรก็ค่อยๆคิดค่อยๆทำไป มันเป็นโรงเรือน ให้คนอาศัยได้ใช้งาน ไม่ได้สร้างมาหาเงิน สรุปอีก ก็เท่านั้นเอง อาตมาก็เทศน์อะไร ปกิณกะ ผสมกันไป มาถึง ที่อาตมาตั้งใจจะพูดก็คือคนจน คำว่าคนจนนี้ อยากให้คนได้เข้าใจและศึกษาดีๆ ถ้าทำตนเป็นคนจนมีชีวิตอยู่อย่างคนจน เข้าใจแล้ว เข้าใจกันเป็นทั่ว เป็นมวลปริมาณมากๆเข้าใจว่าคนเราไม่ต้องไปรวย คำว่าคนเราอยากรวยอยากมีมาก ก็พยายามหาทางเอาเปรียบเอารัด หาทางแย่งชิง นั่นแหละสังคมประเทศชาติเดือดร้อนทันที แต่ถ้าต่างคนต่างเป็นไปตามธรรม มีลาภธัมมิกา แล้วก็เอาเข้าส่วนกลางให้ผู้บริหารส่วนกลางทำ มั่นใจในผู้บริหารส่วนกลาง ถ้าที่สุดแล้ว คุณไม่ต้องเอาเข้าส่วนกลางบริหารเป็น ก็บริหารเองไม่ใช่แบบทุนนิยม แต่เป็นแบบบุญนิยม บริหารแบบบุญนิยมคืออย่างไร บริหารแบบเผื่อแผ่เกื้อกูลแจกจ่าย 1. เริ่มต้นคุณไม่เป็นหนี้ อย่าไปเป็นหนี้เป็นอันขาด เกิดชาติใดชาติใดก็ได้จำใส่หัวไว้เลย ว่าอย่าไปทำตนให้เป็นหนี้ อย่าก่อหนี้ใส่ตน พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าการเป็นหนี้เป็นทุกข์สารพัด เพราะฉะนั้นรอดตัวเลยถ้าไม่เป็นหนี้ 2. ทำมาหากินสร้างสรรค์ มีแรงงานมีความรู้ความสามารถทำให้พออยู่พอกิน 3. ทำให้เหลือกินเกินใช้ของตน 4. สะพัดแจกจ่าย ถ้าจะขายก็ขายต่ำกว่าราคาตลาด ก็เลวที่สุดแล้ว ขายราคาต่ำได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดีขึ้นเท่านั้น ต่ำกว่าราคาตลาดได้มากขึ้นๆจนขายเท่าทุนได้ ดี ขายต่ำกว่าทุนให้ได้ ยิ่งดีเลย ถือว่าบุญนิยมชัดๆ ถ้าเข้าเกณฑ์ขายต่ำกว่าทุนได้คุณคือผู้ที่อยู่ในระบบทุนนิยมได้ถูกต้อง เพราะขายต่ำกว่าทุน ขายต่ำกว่าทุนแล้วอยู่ได้ไหม ก็อยู่ได้เพราะเราลดค่าแรงงานของเราตามความเหมาะสม สมมุติว่า ค่าแรงงานของเรา 100 บาท ลูกฟักนี้จะขาย 50 บาท คุณก็ลดค่าแรงงานคุณ ราคาตลาด 50 คุณก็ขายสัก 40 บาท ค่าแรงงาน 50 ลดให้ตั้ง 10 บาทก็เหลืออีกตั้ง 40 บาท ก็พอกินพอใช้ กินใช้ 40 บาทก็ยังเหลือเลย เรากินแค่ 20 เองก็ลดได้อีก ลดต้นทุนลงไป ก็ถือว่าเป็นบุญนิยมแท้ๆ ถ้ายิ่งลดลงกระทั่งแจกฟรีได้ ระบบจะแจกฟรีได้ มันแจกตลอดกาลนานไม่ได้ ก็จะต้องแจกเป็นครั้งคราว แล้วจะรวมกลุ่มกันแจกเป็นครั้งคราวได้นั่นแหละ มีระบบของแจกก็มี ขายต่ำกว่าทุนก็มี ขายเท่าทุนก็มี ขายต่ำกว่าราคาตลาดก็มี นี่แหละคือระบบบุญนิยม นักเศรษฐศาสตร์โปรดศึกษาและเอาไปปฏิบัติให้ได้ สังคมจะได้สบาย เช่น ตลาดโลกขายราคาเท่านี้เราขายต่ำกว่าราคาโลกให้ได้ ของดีราคาถูกซื่อสัตย์มีน้ำใจขายสดงดเชื่อเบื่อทวง ใครไม่ซื้อก็ตามใจ นี่คือความสำเร็จของการจัดสรรประเทศให้เกิดเศรษฐกิจ เกิดรัฐศาสตร์แบบนี้ สูตรเศรษฐศาสตร์นี้เป็นของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ความคิดของอาตมาหรอก อาตมาไม่ได้เก่งกาจ รู้เยี่ยมยอด เรียนมาจากพระพุทธเจ้าทั้งนั้นที่เอามาพูดอย่างนี้ แล้วอาตมาก็ดีใจ ที่คำพูดของอาตมาหรือทฤษฎีนี้มันตรงกับของในหลวง ดีใจจริง สมณะเดินดินว่า...ความจริง ตลาดอาริยะเราเกือบๆแจกฟรีเลย ค่าแรงไม่มี ต้นทุนสินค้า ซื้อมา 10 บาท ไม่ได้คิดค่าโสหุ้ยเลย พ่อครูว่า..เราซื้อมา แล้วขายราคาเท่าทุนโดยไม่คิดค่าแรง ค่าโสหุ้ยก็ถือว่าขายขาดทุนแล้ว อีกหน่อย คนที่รู้จะไม่มาแย่งกันซื้อหัวแตกตายหรือ เขาไม่เชื่อก็ได้ เราทำไปบอกไปเขาไม่เชื่อก็ไม่ค่อยจะมา การค้าขายคือการสะพัดสินค้าผลผลิต เป็นวิถีของมนุษย์โลก เราสร้างสรรค์แล้วก็มีการสะพัดแจกจ่าย เรากินใช้ทุกวันนี้เหลือเฟือ คุณมาดูสังคมชาวอโศกอุดมสมบูรณ์กินเหลือเฟือทำกันมาอยู่หลายสิบปี ไม่มีจนเลย เรามาอยากจน แต่คนเป็นเศรษฐีแสนล้านแต่ก็ยังอยากจะรวยอีก หาทางเอาเปรียบค้ากำไรไม่คิดเสียสละเลย คิดแต่เอาเงินเอากิจการไปหารายได้ เอาปันผลให้มากขึ้น เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานเหลนโหลน อย่างนี้เป็นต้น ไม่เคยคิดจะเผื่อแผ่ผู้อื่นเขา ไม่เคยรู้จักพอ ไม่เคย ชีวิตนี้น่าสงสาร ไม่เคยลดความโลภ เมื่อไหร่เขาจะรู้สึกสำนึกว่าเราไม่ควรจะโลภมาก เราควรจะเสียสละ ควรจะบริจาคควรจะให้ เมื่อไหร่เขาจะคิดได้ แล้วประพฤติตัวเองตามที่สำนึก จะได้เป็นกุศล ถ้าสำนึกจริงละวางกิเลสได้ก็เป็นบุญ สรุป คำว่า บุญและกุศล ต่างกันอย่างไร เข้าสาระของสัจธรรมพระพุทธศาสนา ทุกวันนี้คนเข้าใจคำว่าบุญกับกุศลผิดเพี้ยนไป บุญเป็นโลกุตระ กุศลเป็นแค่โลกียะ บุญคือพลังงานทางใจ คือการสร้างพลังงานทางใจนี้ ให้เป็นเครื่องมือให้เป็นอาวุธ กำจัดกิเลส กิเลสโลภ กิเลสโกรธด้วย แต่กิเลสโลภ นี้แหละตัวสำคัญ ถ้าสามารถรู้จิตใจตัวเองว่ามันกำลังโลภ อย่าให้มันโลภเต็มที่ มันอยากจะเอา 200 ก็อย่าให้มันเอา 200 ลดให้เหลือ 150 มันอยากจะเอา 100 ก็ลดเหลือ 50 คุณทำอย่างนี้ได้ก็คือทำบุญได้ บุญของคุณคือตัดกิเลสได้ลดกิเลสได้ มี100 ลดได้ 30 ส่วนที่ลดได้คือส่วนบุญ ลดได้แล้วบุญก็หมดหน้าที่ ถ้าลดได้ 100 ถาวรก็ไม่ต้องมีบุญ เป็นคนไม่มีบุญไม่มีบาปในจิตใจ พระอรหันต์ทุกองค์ เป็นคนสิ้นบุญสิ้นบาป ปุญญปาปปริกขีโณ ถ้าบอกว่าพระอรหันต์เป็นคนที่มีบุญมาก คนนั้นไม่เข้าใจเนื้อแท้ของศาสนาพุทธ ส่วนกุศลนั้นคือการทำดี ส่วนทำไม่ดีเป็นอกุศล เป็นสมบัติ สำหรับอาศัย คนเราอาศัยกุศล แต่มันมีอกุศลให้อาศัยก็เลยทุกข์ร้อนลำบากทรมาน อกุศลกับกุศล เป็นเครื่องอาศัย ส่วนบุญ ไม่ใช่เครื่องอาศัย แต่เป็นเครื่องประหารกิเลส ปหานจบแล้วจบแลย หมดหน้าที่บุญก็หมดไปไม่มีบุญ คำนี้คำเดียวที่ศาสนาพุทธผิดเพี้ยนไปแล้วก็ทำบุญไม่เป็น เลยทำบุญไม่เป็นแล้วเอาบุญมาหลอกล่อให้คนเห็นผิด กลับตาลปัตรกลายเป็นกุศล ทำบุญให้เป็นกุศลคนนั้นทำลายศาสนาพุทธ ผู้ทำให้คำว่าบุญนี้กลายเป็นคำเดียวกันความหมายเดียวกันอย่างเดียวกันกับกุศล คนนั้นทำลายศาสนาพุทธอย่างแหลกราญ ใครก็ตามฟังไว้เลยนักการศาสนา ถ้าคุณเข้าใจตรงกับอาตมาก็อนุโมทนาสาธุ ก็ช่วยเปิดให้เข้าใจอย่างที่ว่ากัน แต่ถ้าไม่ตรงกับที่เรามาพูด ก็โปรดตรวจสอบให้ดีว่า คำว่าบุญของศาสนาพุทธคืออะไร หมายความเฉพาะลงไปจริงๆก็คืออะไรอย่างไร ซึ่งเป็นคำที่ยอดที่ยากจะเข้าใจได้ง่ายๆ เข้าใจคำว่าบุญได้ดำเนินบุญได้สอนให้คนทำบุญได้ คุณทำบุญสำเร็จกุศลก็เกิดตามแต่ทำกุศลสำเร็จ บุญก็ไม่เกิด เพราะว่าบุญเป็นวิบัติกุศลเป็นสมบัติ ถ้าใครเข้าใจก็ช่วยเปิดใจให้ถูกต้อง ศาสนาพุทธจะได้ยืนยาวต่อไป สรุปแล้วคนเราถ้าเข้าใจคำว่าบุญคืออะไรบาปคืออะไร และเข้าใจความจน จนเป็นสถานะที่ควรเป็น อย่าไปเป็นคนรวย ความรวยไม่ใช่สถานะที่ควรจะเป็น ขอยืนยันจริงๆ ใครคิดอยากจนนี้เป็นทางกุศลเป็นทั้งหมด ถ้าใครคิดอยากรวยนี้อกุศล แล้วจะวิ่งไปหาบาป สมณะเดินดินว่า... เราควรจะมาเป็นคนจนที่ทำบุญ ไม่ใช่เป็นคนจนที่ทำกุศลอย่างเดียว ตัวที่จะแยกออกว่าจนหรือไม่จนอยู่ที่ความโลภเป็นตัวสำคัญ แม้ว่าพวกเราจะไม่ใส่รองเท้า แต่งชุดม่อฮ่อม แต่เวลาอยากจะได้อะไรอีก อีกสักทีนึงก็น่ากลัวเหมือนกัน ตอนเราอยู่ปฐมอโศก ช่วยแม่ค้าขายหมูแดง วันหลังก็ถามว่า เขาซื้อข้าวกล้องไปถุงหนึ่ง แล้วถามว่าทำไมเขาซื้อถุงเดียว เขาบอกว่ามันถูก เขาเกรงใจ ว่าซื้อมากไม่ดี เขายังเข้าถึงบุญได้บ้างเหมือนกัน แต่พวกเราเมื่อมาปฏิบัติธรรมแล้วอันนี้ก็ถูกสเปคอันนี้ไร้สารพิษอันนั้นก็ดี ความโลภตรงนี้ เราจะตามไม่ทัน มันเป็นความโลภความอยากได้หรือเปล่า อย่างนั้น ตัวที่แยกคนจนได้ชัดเจนคือเราจะต้องมาเรียนรู้ความโลภ ที่บางที คนจนแต่ทำไมคิดจะจนแบบคิดเกินตัว เป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันว่า จนอย่างรูปแบบไม่พอ ต้องลดความโลภด้วย พ่อครูว่า อยากชวนให้คนมาขายของที่อาคาร บวร ทางโลกเขาต้องหาทางโปรโมท หาลิเกมาเล่น 7 วัน 7 คืน แต่พวกเราคงไม่มีใครมาดู คิดถึงว่า พวกเราจะเป็นพ่อค้าแม่ค้ามืออาชีพที่อิ่มตัวเขาก็จะรู้วิธีดีในการเรียกแขก แต่ถ้าเป็นคนที่ตั้งใจมาเสียสละ แล้วก็รู้วิธีการค้าด้วย อันนี้ก็คิดว่าน่าจะมาช่วยเรียกแขกกัน แม้ล้างมือในอ่างทองคำแล้วก็ควรจะเอามือมาช่วยพระโพธิสัตว์ทำงาน พ่อครูบอกว่า ความสำเร็จของชีวิตเป็นอย่างไร ความสำเร็จของชีวิตคือทำอย่างไรจะทำเพื่อผู้อื่นให้ผู้อื่นได้นั่นคือความสำเร็จของชีวิต คนไม่ต้องเอาอะไรมาให้แก่ตัวเอง คุณปล่อยชีวิตให้ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเดียวแล้วคนอื่นจะเลี้ยงเราไว้ ประโยคนี้น่าท้าทายสำหรับคนจนที่น่าจะมาพิสูจน์สิว่า เรามีความสำเร็จของชีวิตหรือยัง ถ้าไม่มีใครเลี้ยงเราไว้ก็ถือว่ายังไม่ประสบผลสำเร็จ วางระเบิดไว้เต็มไปหมด แต่ถ้าเราช่วยผู้อื่นอย่างจริงใจจริงๆคนอื่นจะเลี้ยงเราไว้นี่เป็นความสำเร็จของชีวิต … 601204_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตลาดประชารัฐแบบคนจนตลาดแห่งการให้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน