สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน มีความเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อแม้สัตว์เซลล์เดียว.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(นิยามชีวิต 5) ตอน มีความเอ็นดูหวังประโยชน์ต่อแม้สัตว์เซลล์เดียว _auunee เวลาเห็นคนเป็นมะเร็ง สงสารกันไหมคะ แต่จริงๆเราสงสารดีเลย์กันมากนะคะ น่าจะสงสารตั้งแต่เห็นคนกำลังตกปลา ฆ่าสัตว์ เพราะการกระทำเหล่านั้นนั่นแหละ นำมาซึ่งผล คือเจ็บป่วย อายุสั้น ตอนเห็นเขาตกปลา เราเฉยๆกัน ไม่สงสาร ไปสงสารตอนที่เขาเจอผลของกรรมแล้ว พ่อครูว่า..เป็นสภาพปัจยการ ต่อเนื่องกันไป แม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยอย่าทำเสียเลย มันเป็นผลสั่งสมต่อเนื่องใหญ่ขึ้นๆ เป็นอย่างนั้น มันไม่มีอะไรไปหักลบสัจธรรมพวกนี้มันเป็นความจริงของความจริง เพราะฉะนั้นที่อาตมาพูดถึงว่าในศีลข้อที่ 1 ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ไม่กี่คำ แต่ครบ ชัดเจนถ้าใครเข้าใจดังที่อาตมาได้พยายามชี้พยายามอธิบายพยายามไล่เรียงกันไปให้ฟังด้วยเรื่อยๆ ก็คิดว่าน่าจะชัดเจนซาบซึ้งขึ้นได้ พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาสตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ มันมีลำดับของมัน ที่ชัดเจนเลย ชัดเจนจนอาตมาบอกว่าแม้แต่สัตว์ที่เป็นจิตนิยามเซลล์เดียวก็ตาม เกิดมายังไม่ประสีประสา สัตว์เซลล์เดียว 2 เซลล์ 3 เซลล์จนไล่ขึ้นมา 3 เซลล์ก็เป็นวงวน หากเซลล์เดียวไปไม่รอด จะติดที่ตำแหน่งของห้องผนังของที่ว่าง ก็ติดแปะเหมือนพืช ออกไปไหนไม่ได้ สัตว์เซลล์เดียวเหมือนพืชที่ติดอยู่ ยิ่งกว่าพืช แต่เซลล์นี้ดิ้นได้คล่องขึ้น แม้แต่สองก็ขยับได้เป็นแนวระนาบ เมื่อมีสามก็ออกจากแนวระนาบ เป็นวงรีที่แบนราบก่อน พอองศามากขึ้นกว่าจะเป็นวงรีที่กลมมากขึ้น 4 5 6 7 ก็จะกลมมากขึ้น จนกลมดิ๊ก สมดุลย์ ก็จะอยู่ได้นาน อย่างนี้เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมดาธรรมชาติของ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม ซึ่งประกอบด้วยพลังงานแ
อ่านต่อ
บบฟิสิกส์ เส้น แสง เงาสี ความร้อน แสง เสียง แม่เหล็ก ไฟฟ้า ก็จะเกิดสภาพสังเคราะห์สังขารกันขึ้นมาตามลำดับๆ ศึกษาดีๆ แล้วจะไม่สงสัยเลยว่า ทุกอย่างนี้พระพุทธเจ้าตรัส อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยามและธรรมนิยามนี้สุดยอด อาตมาเห็นแล้ว คนธรรมดามาแยกนิยาม 5 นี้ไม่ได้ แล้วคุณจะเข้าใจนิยาม 5 นี้ลึกซึ้งเข้าไปมีปฏิสัมพัทธ์กันในนิยาม 5 นี้ เดาเอาไม่ได้ เป็นเรื่องอจินไตย มีความขัดแย้ง มีการสังเคราะห์สังขารกันเป็นธรรมดาธรรมชาติ ของทุกอย่างตั้งแต่วัตถุ อุตุนิยาม มาเป็นพีชนิยาม จนมาเป็น เซลล์ของสัตว์ชั้นต่ำ จนถึงอเวไนยสัตว์ เป็นมนุษย์โลกีย์ที่จะมีความฉลาดเฉโกที่ยาวนาน เห็นแก่ตัวเป็นวงวนที่ยาวนาน ไม่เข็ดหลาบง่ายๆ ลงนรก ขึ้นสวรรค์ หลงนรก หลงสวรรค์ ยังไม่ออกมาจากกรอบของโลกียะ ถึงหลงสูงๆต่ำๆ อร่อย ทรมาน สุขทุกข์หมุนอยู่อย่างนั้น ไม่เข็ดหลาบง่ายๆ มันหลอกล่อนานมากเลยโลกียะ คนรวยคนที่เสพอะไรต่างๆนานา ก็ยากที่จะเข้าใจได้ง่ายๆ ทุกข์ทรมาน ช่วงที่เขาต้องชดใช้หนี้วนเวียนเขาไม่รู้ ตายไปแล้ววิบากก็ไปสังเคราะห์กันใหม่ แล้วใช้วิบากกันตามลำดับ อาตมายังไม่เก่งจะอธิบายได้ละเอียด มีความซับซ้อนในการใช้หนี้วิบากกันนานนับ ชาติ จึงมีชีวิตกันเป็นล้านๆชาติ ไม่ต้องงง เรื่องจริง ล้านๆๆๆชาติ เพราะฉะนั้นในความเป็นโลกีย์มากชาติที่สุด เมื่อมาเป็นโลกุตระ ชาติจะลดลง มันไม่มีวันจะลดลงง่ายๆสำหรับโลกีย์ กว่าจะเข็ดหลาบก็จะเลิก เพราะมันตายแล้วก็ไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจ ยิ่งไม่ได้ศึกษาธรรมะก็หลงงมงายวนเวียนตลอดเวลา บำเรอตัวเองยิ่งขึ้นๆๆ ก็เบียดเบียนผู้อื่นยิ่งขึ้น คุณบำเรอตนยิ่งขึ้นก็จะเบียดเบียนผู้อื่นยิ่งขึ้น มากขึ้นๆ มันเป็นอย่างนั้น คุณไม่เบียดเบียนดิน พืช ก็จะเบียดเบียนสัตว์กับคน แล้วคนนี่มันซ้อนอัตตา เอาชนะคนดีกว่าเอาชนะสัตว์ มันซับซ้อน เอาชนะคนนี้มันเท่ห์กว่าเอาชนะสัตว์ เพราะคนฉลาดแกมโกงฉลาดโง่ เอาชนะคนนี่แหละเยี่ยมยอดกว่าเอาชนะสัตว์ ชนะช้างจะไปเก่งอะไร ต้องชนะคนนี้แหละ ยิ่งชนะคนเก่งๆนี่ล่ะวะ มันซับซ้อนกลับไปกลับมา ยิ่งคุณไปชนะคนเก่งก็นึกว่าคุณดี คุณจะไปเอาชนะเขา คุณเอาชนะสัตว์ก็อย่างง่าย สมณะฟ้าไทว่า...ขนาดพระเทวทัตยังจะเอาชนะพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...มันเป็นความซับซ้อน เรียนให้ดี มันซ้อนเชิง อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็พอจะรู้ได้ สรุปแล้ว ความเป็น เมื่อเริ่มต้นเป็นจิตนิยามขึ้นมา หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่เถิด ซึ่งอาตมาก็ได้อธิบายจนสุดแล้ว เซลล์เดียวหรือสองเซลล์เป็นจิตนิยามนี้อาจจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง คุณหวังประโยชน์แก่เขาเถอะ อย่าไปทำกรรมตัดรอนเลย ถ้าเขาจะมีอนาคตจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง คุณไม่รู้กรรมวิบากของเขา เริ่มเป็นสัตว์เซลล์เดียวนั้นบารมีเขามีหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่เขาเริ่มน่ะ คุณจะไปตัดรอนเขา คุณก็อาจจะไปตัดรอนพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง มันจะบาปขนาดไหน คุณรู้หรือไม่รู้ แม้แต่อาตมาก็ไม่รู้เลยว่าจะไปเป็นไหม สมณะฟ้าไทว่า...เซลล์เดียวนี้พวกมันจะหายไปเลยไหม พ่อครูว่า...ก็อยู่ที่ความยึดถือของมัน เราจะไปรู้ด้วยได้ยาก อันนี้สุดท้ายเลย ถ้ามันมีความยึดมั่นถือมั่นไม่ยอม ถ้ามันยอมก็สลายได้ หรือแม้แต่เป็นอาริยะแล้ว เราไม่จองเวรจองกรรมอีก ก็สั้นลง แต่ทีนี้สัตว์ที่เพิ่งจะเกิดมามันจะยอมหรือไม่ ก็ไม่น่าจะยอม มันจะเริ่มฉลาด ปัญญามีไหม ก็ไม่ มันต้องเริ่มเฉโก มันจะอาฆาตพยาบาทขึ้นคุณก็มีศัตรูเพิ่มขึ้น ในคำว่า สรณะ แปลกันว่าที่พึ่งนี้ มันไม่ใช่ที่พึ่งหรอกมันเป็นที่ทรมาน สรณะ นี้เป็นที่ทรมาน รณะ แปลว่า รบ ตะพึด สะ แปลว่าร่วม ก็ร่วมรบกัน จนกว่าคุณจะอรณะ คุณต้องมีมรณะกันตั้งเท่าไรวนเวียนกันไป คุณก็จะต้องทำ กรณะ ไม่เท่าไหร่ๆ ก็ชาตะมาเรื่อยๆ เกิดมาก็ อประ เรื่อยๆมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เท่าไหร่ สมณะฟ้าไทว่า..เป็นโพธิสัตว์ก็ต้องมีสรณะ พ่อครูว่า...ก็ต้องรู้ สรณะแปลโดยความหมายเท่านั้น โดยพยัญชนะไม่ได้แปลว่าที่พึ่งแต่แปลว่ารบ ตะพึด แล้วคุณก็ต้องรบอย่างมีปัญญา รบแพ้อย่างรู้ๆ ไม่ใช่แพ้โดยเสียรู้ หรือแพ้อย่างเสียรู้ แต่แพ้อย่างรู้ๆ ชัดเจนว่าเราแพ้เราไม่เอาชนะคุณหรอก แพ้ก็แพ้ชะตาทราม คุณยังเกิดอยู่ก็ต้องแพ้ไป แล้วก็ต้องเลิกเกิดๆ เราไม่แย่งการเกิดนี่เราชนะ คุณชนะไปเลยให้เข็ด คุณชนะคุณจะเกิดก็เกิดไป เราจะไม่เกิดอีก เรารู้ทิศทางไปหาความดับไปหานิพพาน เรื่องอะไรจะไปแย่ง มันซับซ้อนสลับไปสลับมาอย่างน่างง ก็มาขอสรุปลงตรงนี้ที่ว่า หวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่ นี่เป็นสุดยอดคำตรัสของพระพุทธเจ้าในศีลข้อที่ 1 พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางศาสตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ ศาสตรานี้คืออาวุธส่วนหนึ่ง เป็นความรู้ส่วนหนึ่ง แต่ทัณฑะนี้คืออาวุธ หยาบ อย่างคิมจองอึนนี้ สร้างทัณฑะ แต่ศาสตรานี้ไม่เชิง อย่างมีดหั่นผักนี้เป็นศาสตราได้ แต่ที่จริงมันเอนเอียงมาข้างทำประโยชน์ จะบอกอีโต้ก็แรงกว่ามีดหั่นผัก ยิ่งเป็นดาบแหลมด้วยคมด้วย ศาสตรานี้มีประโยชน์บ้าง แต่ทัณฑะนี้ไว้ห้ำหั่นสัตว์ทั้งหลาย ทำไมต้องวางทัณฑะวางศาสตรา อเมริกาก็ดีรัสเซียก็ดี เกาหลีก็ดี สร้างทัณฑะ ประเทศไทยนี้สร้างศาสตราไม่เก่งเลยในการสร้าง ทัณฑะ อย่าไปอิจฉาเขาเลย ส่วนเขาจะสร้างก็เรื่องของเขา เราก็รู้แล้วไม่ไปแย่งแข่งเขา สมณะฟ้าไทว่า..เป็นกุศโลบายในการแพ้ อุบายคือการหลอกเขานะ เพื่อที่จะชนะเขา แต่นี่แพ้จริงๆ รู้อย่างดีไม่หลงใหลหลงผิดหลงตัวอะไร แพ้นี่ยอมแพ้จริงๆ แพ้สนิท ไม่เอาชนะอะไร มาแย่งอะไรใคร สมณะฟ้าไทว่า..มาจนนี้ไม่มีใครมาแย่ง
601206_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ลำดับของพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพี