สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ธุดงค์ไม่ได้แปลว่าการเดินหรือออกป่า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข7 ธันวาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ธุดงค์ไม่ได้แปลว่าการเดินหรือออกป่า ตอนนี้นึกถึงธรรมกาย จะฮึดขึ้นมาอีก อาตมาว่า ผีดิบซอมบี้ จะตายไม่ยอมตาย ฮึดขึ้นมาอีกคืนชีพขึ้นมาอีก จะเดินธุดงค์ จะหาเงินอีก นี่ทำแล้ว อาตมาก็ขอเอาคำว่าธุดงค์มาพูด คำว่าธูตะ หรือธุตะ ภาษาบาลีแปลว่าสิ่งที่ทรงอยู่ ธ กับ ุ คือสิ่งที่ทรงอยู่แล้วก็เป็นแกน ตัว ต. นี้ มันเป็นแกนที่ตั้งมั่น static ของธุ ธุ เป็นอาการที่ดำเนิน ส่งอยู่แล้วก็ดำเนินไป ต นี้ตั้งเลย ในวรรค ต ถ ตัว ถ นี้กำลังจะหยุด ท คือไม่หยุดคือพลังงาน ก็จะเสริมพลังงาน ถ้าคุณ ต แล้ว ถ ก็จบ หยุดสงบ แต่ถ้าคุณไม่หยุด คุณเพิ่มพลังงาน Coefficient ก็ ท คือแกล้วกล้า ได้อีกก็สั่งสมเป็น ธ ทรงเข้าไป ถ้าทรงเข้าไปอีก ก็ไปตามหลัก Coefficient ก็จะเพิ่มไป แต่ถ้าไม่ ก็ ฒ น ก็เสื่อมจบไป ธุตะหรือธูตะ ถ้าเผื่อว่าคุณเองทำอะไรก็แล้วแต่ที่เกิดคุณสมบัติที่มันมี แล้วมันก็ตั้งขึ้น คำว่าธุดงค์ไม่ได้แปลว่าการเดิน ไม่ได้แปลว่าการออกป่า องคะ มาสมาสกับคำว่าธุตะ ก็เป็นธุดงค์ หรือธูตะ แปลว่าองค์แห่งการกำจัดกิเลส ไม่ได้แปลว่าเดินหรือป่า แต่มันได้เพี้ยนไป เป็นการแบกกลดเต๊ะท่าเดินบนดอกไม้ ปรุงแต่งหลอกคนโง่ ก็เลยได้พรรคพวกรวบรวมคนโง่ไปด้วยกัน ธุตะหรือธูตะ ของท่านประยุทธ์ ปยุตโต ก็อธิบายว่า คือ องค์คุณเครื่องกำจัดกิเลส ชื่อ ข้อปฏิบัติวัตรปฏิบัติที่ผู้สมัครใจปฏิบัติสมาทาน อุบายขัดเกลากิเลส ส่งเสริมความมักน้อยสันโดษเป็นต้น เช่นธุดงควัตร 13 ข้อ ของพระมหากัสสปะ ธุดงควัตร 13

ธุดงควัตร คือข้อปฏิบัติที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อความขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบังคับให้ภิกษุถือปฏิบัติ ใครจะปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ ผู้ที่จะปฏิบัติธุดงควัตรนั้น สามารถเลือกได้เองตามความสมัครใจ ว่าจะ

อ่านต่อ

ปฏิบัติข้อใดบ้าง เป็นเวลานานเท่าใด เมื่อจะถือปฏิบัติก็เพียงแต่กล่าวคำสมาทานธุดงควัตรข้อที่ตนเลือก แล้วก็เริ่มปฏิบัติได้เลย ธุดงควัตรมี 13 ข้อ

หมวดเกี่ยวกับจีวร

1. การทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร (ปังสุกูลิกังคะ) “เรางดคฤหบดีจีวร สมาทานการทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร” 2. การทรงเพียงจีวรสามผืนเป็นวัตร ( เตจีวริกังคะ)“ข้าพเจ้างดจีวรผืนที่ 4 สมาทานการทรงเพียงจีวรสามผืนเป็นวัตร”

หมวดเกี่ยวกับบิณฑบาตและการฉัน

3. การเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ( ปิณฑปาติกังคะ)“ข้าพเจ้างดอติเรกลาภ สมาทานการเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร 4. การเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับเป็นวัตร (สปทานจาริกังคะ) “ข้าพเจ้างดการเที่ยวตามใจอยาก สมาทานการเที่ยวบิณฑบาตไป ตามลำดับเป็นวัตร 5. การนั่งฉัน ณ อาสนะเดียวเป็นวัตร. (เอกาสนิกังคะ) คือฉันวันละมื้อเดียว ลุกจากที่แล้วไม่ฉันอีก “ข้าพเจ้างดการฉัน ณ ต่างอาสนะ สมาทานการ…” 6. การฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร (ปัตตปิณฑิกังคะ) คือ ไม่ใช้ภาชนะใส่อาหารเกิน 1 อย่างคือบาตร “ข้าพเจ้างดภาชนะที่สอง สมาทานการ…” 7. การห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร (ขลุปัจฉาภัตติกังคะ) คือเมื่อได้ปลงใจกำหนดอาหารที่เป็นส่วนของตน ซึ่งเรียกว่าห้ามภัต ด้วยการลงมือฉันเป็นต้นแล้ว ไม่รับอาหารที่เขานำมาถวายอีก แม้จะเป็นของประณีต คำสมาทานว่า “อติริตฺตโภชนํ ปฏิกฺขิปามิ, ขลุปจฺฉาภตฺติกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดโภชนะอันเกิดภายหลังปลงใจ สมาทานการ…”

หมวดเกี่ยวกับเสนาสนะ

8. การอยู่ป่าเป็นวัตร (อรารัญญิกังคะ) อยู่ห่างบ้านคนอย่างน้อย500 ชั่วธนู คือ 25 เส้น คำสมาทานว่า “คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปามิ, อารญฺญิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดเสนาสนะชายบ้าน สมาทานการ…” 9. การอยู่โคนไม้เป็นวัตร (รุกขมูลิกังคะ) คำสมาทานว่า “ฉนฺนํ ปฏิกฺขิปามิ, รุกฺขมูลิกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มุงบัง สมาทานการ…” 10. การถืออยู่ที่แจ้งเป็นวัตร (อัพโภกาสิกังคะ) คำสมาทานว่า “ฉนฺนญฺจ รุกฺขมูลญฺจ ปฏิกฺขิปามิ, อพฺโภกาสิกงฺคํ มาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มุงบังและโคนไม้ สมาทานการ…” 11. การถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร (โสสานิกังคะ) คำสมาทานว่า “อสุสานํ ปฏิกฺขิปามิ, โสสานิกงฺคํ สมาทิยามิ“แปลว่า “ข้าพเจ้างดที่มิใช่ป่าช้า สมาทานการ…” 12. การถืออยู่ในเสนาสนะแล้วแต่เขาจัดให้ (ยถาสันถติกังคะ) คำสมาทานว่า “เสนาสน-โลลุปฺปํ ปฏิกฺขิปามิ, ยถาสนฺถติกงฺคํ สมาทิยามิ” แปลว่า “ข้าพเจ้างดความอยากเอาแต่ใจในเสนาสนะ สมาทานการ…”

หมวดเกี่ยวกับความเพียร

13. การถือยืน เดิน นั่ง เป็นวัตร (เนสัชชิกังคะ) คือเว้นนอน อยู่ด้วยเพียง 3 อิริยาบถ คำสมาทานว่า “เสยฺยํ ปฏิกฺขิปามิ, เนสชฺชิกงฺคํ สมาทิยามิ”แปลว่า “ข้าพเจ้างดการนอน

พ่อครูว่า... ท่านกัสสปะกับเมียท่านบำเพ็ญ อยู่ป่ามานานหลายล้านชาติ ก็เลยเป็นวาสนาของท่าน มีอยู่องค์เดียวในสมัยพระพุทธเจ้าสมณโคดม คำว่าธุดงค์ไม่ได้แปลอย่างผิดเพี้ยน แปลว่าออกดงออกป่าหรือเดิน ยิ่งคำว่าเดินนี่ยิ่งไม่มีในคำแปลเลย แต่คนได้ติดยึดแล้ว เดินเท่ห์ เราแต่ก่อนก็เคยเดิน คนนิยมชมชื่น แต่เดี๋ยวนี้ก็พอดีๆ แต่ไม่เละเทะ เดินอย่างธรรมชาติ แต่ก่อนนี้เต๊ะท่าสวยเลย เวลาออกบิณฑบาต พวกเราก็นิยมแบบนั้นติดมาได้หลายคน แต่เดี๋ยวนี้เป็นธรรมชาติมากกว่า แต่ก่อนนี้เดินสำรวม มองแค่ชั่วแอก ที่จริงมันก็ดี ได้ฝึกตัวเองสำรวมระวัง ต้องเข้าใจความเหมาะสมในกาละเวลา ก็ตอนนี้พูดตีกันว่า ผีดิบกำลังจะขึ้นมาจากธรรมกาย จะเอาคำว่าธุดงค์หรืออะไรที่จะมาหลอก ก็ต้องเข้าใจสาระให้ถูกต้อง มันไม่ใช่อย่างที่เขาหลอกล่อกันเลย ศึกษาให้ดี ผู้ที่หลงงมงายโง่เง่าก็แล้วไปเถอะ แต่คนที่พอรู้ทันหรือพวกธรรมกายตื่นรู้ว่าถูกหลอกมานี่ เขาร้อยจมูกเอาไว้หาเงินให้เขาอย่างเดียว แล้วเงินเขาเอาไปทำอะไร ก็เอาไปสร้างอะไรมาหลอกคนซ้อนไปอีก ไม่ได้สอดคล้องกับคำสอนพระพุทธเจ้าเลย ขออภัยเป็นเหล่าเทวทัตเศษเหลือมาเลย ในอนาคต พวกนี้จะเป็นเทวทัต ไม่รู้ว่า ธัมมชโยหรือว่าทัตตชีโวใครจะได้เป็นเทวทัตก่อนกัน ทัตชีโวนี้เป็นหัวคิด แต่ธัมมชโยเป็นตัวแสดง ทัตชีโวเป็นคนออกแบบ ตอนนี้ตัวโชว์ถูกหั่น ก็เลยจะสร้างชื่อตัวอื่นมาแทน แต่มันยังไม่มีบารมีเท่า ก็เลยสร้างยาก ก็เลยไม่ค่อยขึ้นตอนนี้ ซึ่งมันเป็นเรื่องดีของประเทศไทย ที่ดันไม่ขึ้น คนไทยรู้ทัน แต่มีคนงมงายตาบอดอยู่กลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่ได้ข่าวว่าลดลงเรื่อยๆ เป็นเจตนาดีที่บอกว่าอย่าไปก่อกรรมชั่ว อย่าไปร่วมมือกับเขาในการทำชั่ว ต้องคบคุ้นกับคนที่ดีอย่าไปคบคนชั่ว ถ้าคบกับคนชั่วก็มีแต่จมกับจม ต้องดูคนในมวลใหญ่ของประเทศให้ดี ถ้าเผื่อว่า ความเฉลียวฉลาด แค่จะนับมวลประชาชนคนไทย อยู่กับธรรมกายมาก หรืออยู่กับหมู่อื่น อโศกอย่าไปเทียบเลย มันซับซ้อนหลายชั้น แต่เทียบกับสงฆ์ส่วนกลาง ดีไม่ดี มีเดรัจฉานวิชชาก็มีมากกว่าด้วย ทางธรรมกายไม่มี แต่เดรัจฉานวิชามีแต่หลอกล่อด้วยอบายมุขนะ หลอกด้วยลาภยศสรรเสริญสุข เขาไม่มีอบายแต่ตัวเขาเองเป็นอบายมากเลย หลอกด้วยความรวยมาก คืออบาย มหัปปิจฉะ หรืออภิบรมมหัปปิจฉะ คือตัวอบายของเขา คนรู้ทันเลิกมาเถอะ ดีแล้วล่ะประเทศไทยจะได้พัฒนารุ่งเรืองไป ศาสนาก็จะได้ดี แล้วตัวผู้ไปร่วมจะได้ไม่บาปมาก หากคุณไปร่วมกับสำนักธรรมกาย ปัจจุบันก็บาป อาตมาพูดด้วยความเมตตาหวังดี ไม่ได้ดูถูกหรือพูดผิด ขอยืนยันว่านี่เป็นความจริง พยายามเถอะ อย่าไปเที่ยวได้เต๊ะท่า เป็นผู้อยู่สูงตีนไม่ติดดิน สวยหรู ทุกอย่างยิ่งใหญ่ ผ้าแพรจีวรจากอิตาลี หน้าตาก็เมคอัพ ดูให้ละเอียดอย่าไปหลงงมงายกับสิ่งซับซ้อนที่คุณยังมีเชื้อโลกีย์อยู่ ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสลาภยศสรรเสริญ สุขบำเรอกิเลสตัวเอง ศึกษาดีๆ ถ้าหวังจะไปทางโลกุตระ แต่ถ้าไม่หวังจะไปทางโลกุตระก็ตัวใครตัวมัน อาตมาไม่ได้ส่งเสริมหรอก คุณจะเจริญในโลกียะอาตมาก็ช่วยคนอย่างนั้นไม่ได้ อาตมาช่วยได้แต่คนมาโลกุตระ นี่คือสิ่งที่ฝากไว้สำหรับปีใหม่ อย่าให้ผีดิบคืนชีพขึ้นมาอีก ประเทศไทยจะไปดีแล้ว คือมันอย่างนี้ ยิ่งคนส่วนใหญ่ หมู่ใหญ่เจริญ ตัวเองเป็นหมู่เล็ก แต่ก็ทำกรรมวิบากหลอกล่อ บาปยิ่งราคาแพง ยิ่งบาปจมบาปหนักบาปใหญ่บาปโต เพราะฉะนั้นอย่าทำ ตัวอย่างของคนดีในประเทศไทยมีมากแล้ว ธรรมกายไม่ได้เหลือมากเลย ยังเหลือคนโง่เง่าไม่มาก ขอยืนยันไม่ได้พยากรณ์ แอ็คไม่ขึ้น เบ่งอย่างไรก็ไม่ขึ้น เพราะว่ามวลประชาชนรู้ทันผู้บริหารก็รู้ทัน แม้แต่มหาเถรสมาคมที่เคยเป็นลูกกระจ๊อกของธรรมกายก็รู้ตัวกันขึ้นมาเยอะแล้ว เพราะฉะนั้นขอยืนยันว่าไม่รอดไม่รอดไม่รอด อาการน่าเป็นห่วง เมื่อเกิดปัญญารู้ตื่นก็เปลี่ยนทิศทางเสีย อย่าไปจมอย่างนั้น เพราะการเจริญสูงสุดนั้นมันจะไม่เจริญด้วยโลกียะ การเจริญสูงสุดก็ควรจะเจริญด้วยโลกุตระ เดี๋ยวนี้โลกุตระ กำลังโตขึ้นมาพอสมควรแล้วเดียงสาแล้ว เกิน 7 ปีแล้ว ตอนนี้ 9 ขวบแล้ว อีกไม่นานก็จะ 10 ขวบ 20 ขวบไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นก็เชิญ มีกลุ่มคนโลกุตระ ขออภัย ชาวอโศกเป็นชาวโลกุตระเป็นกลุ่มก้อน ไม่ได้พูดยกตัวเบ่งข่มใคร แต่พูดตามสัจจะ เชิญ สงสัยก็มาตรวจสอบมาดูได้ เราก็พัฒนาเพื่อจะช่วยมนุษยชาติไม่ใช่แค่ในประเทศไทย ต่างประเทศเขาก็กำลังตื่นตัวแล้วอย่างมงายนานนัก ก็ให้รู้ตัวรู้ตน สมณะฟ้าไทว่า...พระโพธิสัตว์ก็มีความกรุณา อันหาประมาณมิได้ ที่เป็นห่วงมนุษยชาติว่าจะถูกหลอก เพราะว่าคนอยากรวยหลงสวรรค์นั้นก็มี แต่ถ้ามาแบบคนจนจะมีความสุขสำราญเบิกบานใจ ยิ่งโศลกธรรมงานเพื่อฟ้าดินว่า สร้างคนจนสุขสำราญเบิกบานใจ แม้แต่ค่ายเด็กที่จะมาก็เรียกว่าค่ายสร้างคนจนกัน คนจนอย่างไรก็เป็นอยู่ผาสุก

ยูทูป https://www.youtube.com/watch?v=JZK5DgOUp-g

601206_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ลำดับของพระราชดำรัสเศรษฐกิจพอเพียง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน