231106-2-247 ทางเอกภาค2-ตอน247(หน้า524)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านรบที่รักได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานประถมศึกษาวันนี้ก็เอามาเล่าอะไรสู่กันฟังบ้างก็คงจะมีใครอยากจะฟังที่ดีไปสวนโมกข์มาทางไปสวนโมกข์มาคราวนี้ก็ดีเราได้มีปรากฏการณ์เหตุการณ์เป็นจริงในการกระทำจริงมีสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ในกาลครั้งหนึ่งเธอเท่าที่ผมรู้สึกแล้วก็เข้าใจในการไปสวนโมกข์ไปพบกับท่านพุทธทาสมาคราวนี้จะทำให้บรรยากาศต่างๆรู้สึกจะดีขึ้นถ้าเราไปในคราวนี้โดยเฉพาะผมเองผมมีเจตนาที่เราจะไปให้มันเกิดไปสภาพที่ว่าเกิดสภาพวันหนึ่งขึ้นผมเคยแต่ก่อนนี้ก็อ่าน ซื้อก็เคยได้อ่านประวัติก็มีอยู่กาลครั้งหนึ่งขงจื้อเนี่ยพยายามไปพบเล่าจื้อแต่ผมก็รู้สึกว่าเออนะพวกป่านนี้เขาก็ไปหาปราชญ์กันของจริงนี่พยายามไปหาเหล้าซื้อไปหาอยู่ครั้งหนึ่งไอ้ตอนที่อ่านตอนโน้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายไม่ได้คิดว่าเออเขาไปหาเขาก็ว่าคิดแต่ว่าเขาปราบเขาก็ไปหาปลาแต่แท้จริงแล้วมันมีอะไรต่ออะไรอยู่ในนั้นอีกตั้งเยอะการที่ว่าผู้ใหญ่หาผู้ใหญ่จนจนกระทั่งมาถึงมาได้อ่านตั้งแต่ปีดอก มาอ่านพระไตรปิฎกโอ้โหมันมีกิเลสมันมีอะไรต่ออะไรอยู่ในนั้นตั้งเยอะตั้งแยะซึ่งเราจะได้อ่านพบว่าเช่นว่าพระพุทธเจ้ากับพราหมณ์ต่างๆพราหมณ์เจ้าหมู่เจ้าคณะที่จะต้องหาที่ท่านบรรยายไว้ในพระไตรปิฎกว่าเราสมควรจะไปคารวะเราสมควรจะเป็นผู้ไปพบพระสมณโคดมดีหรือพระสมณโคดมควรจะมาพบเราอะไรต่างๆนานานี่แต่อยู่ในพระไตรปิฎกแล้วแต่ว่าเป็นพราหมณ์ที่เขาคิดของเขาแล้วเขาก็ส่งลูกน้องของเขาไปพบบ้างเพราะพระพุทธเจ้าเพราะว่าเขาถือตัวว่าเขาไม่ควรจะไปพบพระพุทธเจ้าหรอกเพราะพระพุทธเจ้าควรจะมาพบเขาแต่มันมีศักดิ์ศรีมันมีความยิ่งใหญ่ไม่ยิ่งใหญ่อะไรซ้อนอยู่ในนั้นอีกตั้ง อันนี้มันมีจริงในเรื่องของจิตที่ว่าเราจะต้องไปพบคนนั้นคนนี้ควรหรือไม่ควรอะไรต่างๆนา
อ่านต่อ
นาแล้วจะเป็นเรื่องจิตทั้งนั้นแหละจิตที่มันคิดจิตที่มันอะไรต่อไปสำหรับผมนั้นเคยคิดอยู่เสมอว่าก็ถ้าเผื่อว่ามันมีอะไรที่จะเป็นไปได้ดีก็กระทำใช่ว่าจะไปพบแต่พุทธทาสเนี่ยเราไม่มีปัญหาอะไรในจิตใจไม่มีปัญหาอะไรเพราะผมไม่ได้แยกศาสนาศาสนาที่มีอยู่ในเมืองไทยเป็นศาสนาพุทธแม้ว่าเรา เปิดตัวออกมาว่าเราไม่ขึ้นกับเถรสมาคมเราก็ประกาศว่าเราไม่ขึ้นกับเถรสมาคมแพ้สมาคมจะมีกฎมีระเบียบใดเถรสมาคมจะอยู่การปกครองด้วยการบริหารด้วยกฎของสมาคมอย่างนั้นอย่างไรเราไม่ขึ้นด้วยเราไม่ขึ้นด้วยกฎของเถรสมาคมเราไม่ขึ้นโดยการบริหารของเถรสมาคมก็ถือว่าแท้และสมาคมนั้นเป็นกลุ่มหนึ่งเป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นซ้อนอยู่ในสงฆ์อีกอันนึงแต่เราไม่ได้แยกสงฆ์เราไม่ได้แยก 2 เราไม่ได้แยกจากความเป็นนักบวชความเป็นพระ เราไม่ได้แยกศาสนาเพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่สงฆ์เถรสมาคมเลยสงฆ์มหานิกายสงฆ์นิกายโน่นนิกายนี้มีอะไรที่เข้ามาบางทีก็มีพระจากนิกายอื่นๆมาจากต่างประเทศมาด้วยซ้ำไม่ได้อยู่ในแท้และสมาคมเราก็ไม่ได้แย่ถ้าแน่นอนว่าเขาเองเขาบวชมาในสงกรานต์ทำตามวินัยตามหลักเกณฑ์อะไรต่ออะไรของเขาที่เขาว่าเขาเข้าใจอย่างนี้บ้างล่ะก็อาจจะมีกรรมวิธีก็มีอะไรต่ออะไรบ้างที่เขาก็เป็นของเขาที่เขาเข้าใจแต่เขาก็บอกว่าเขาเองเขาเป็นพระของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่พยายามปฏิบัติบำเพ็ญเพียรอะไรในสมมุติที่สัจจะครั้งแรกๆ แล้วสมมุติที่สัจจะในทั่วไปความจริงทั่วไปเราก็ต้องยอมรับว่าเขาก็เป็น 2 ส่วนในรายละเอียดที่เราจะค้นอัตโนมัติแก่กันและกันนั้นก็แน่นอนแล้วต่อไปถ้าเผื่อว่าคบหากันไปแล้วคบคุณก็ไปแล้วไอ้คนนี้มันไม่ไม่ไม่บริสุทธิ์นะดูแล้วมันไม่ไหวมันใช้ไม่ได้เรารู้ได้จับได้ว่าอันนี้ขาดความเป็นสองหรือว่าเป็น 2 ที่ไม่ต้องนับถือกันเราก็ค่อยตัดสินแต่ถ้าเผื่อว่าอันนี้มันเป็นผู้ที่ยังอยู่ใน 2 และยังนับถือกันได้ยังไม่ถึงขั้นขนาดตัดขาดอะไรกันเคารพกันไม่ได้ซะทีเดียวหรอกถ้าเราก็จะรู้แล้วเราก็พากันไป ดังนี้เป็นต้นอย่างที่เราได้กระทำอยู่เพราะฉะนั้นในช่วงแรกเราก็จะต้องเคารพคบหากันในฐานะที่เขาเองเขาก็ยืนยันว่าเขาได้บวชได้ทำอะไรต่ออะไรมาถูกต้องตามหลักตามกฎตามระเบียบตามวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราก็ต้องยกให้แล้วการที่ผมเองผมจะต้องไปพบกับพระผู้ใหญ่องค์นั้นองค์นี้ที่เราถือว่ายังอยู่ในสภาพที่ยังไม่ใช่ว่าพระที่เราจะรังเกียจฉันว่าเราเองเราไม่นับถือและไม่นับเขาว่าเป็นพระเป็นพระแล้วเราก็ต้องเคารพอยู่แล้วเราก็ไปมาหาสู่ถ้าจำเป็นถ้าเห็นสมควรแต่ถ้าไม่จำเป็น ไม่สมควรเราก็ไม่ต้องไปยุ่งไปเกี่ยวไปแล้วจะเกิดส่วนที่ไม่ดีอะไรขึ้นมาอย่างนี้เราก็ละไว้เพราะการที่จะไปหาท่านพุทธทาสไปพบท่านพุทธทาสไปกราบคารวะอะไรนี่ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าผมเคยพูดเคยบอกอยู่ว่าท่านพุทธทาสมีประโยชน์ต่อศาสนามากหลายเป็นผู้ที่มีคุณธรรมเป็นพระอริยะเพราะเราเองไม่มีปัญหาอะไรที่เราจะไปเคารพพระอริยะผมเองบวชหลังท่านมีอายุพรรษาน้อยกับท่านมากมายก่ายกองทำงานทางด้านศาสนามาก็น้อยกว่าตั้งเยอะตั้งแยะเราก็เป็นผู้น้อยผู้น้องตามในลำดับชั้นบทก่อนบวชหลัง เราก็ไปจะไปคาดว่าไปเคารพผู้ใหญ่เรียกว่าเป็นการทำวัตรชนิดหนึ่งตามกาลสมควรมันก็ไม่ได้แปลกได้ประหลาดอะไรประมาณคนที่มีจิตใจที่มีมานะในจิตมีการถือดีถือตัวหรือมีการถือศักดิ์ถือสีกันจนกระทั่งไม่เข้าใจต่อสัจจะก็เพราะนี่เคารพกันด้วยอาวุโสภันเตหนึ่งอย่างหนึ่งแล้วเราก็เราไม่เข้าใจว่าเราเองเราได้แยกอะไรแต่อะไรเราได้แบ่งอะไรก็ขอให้ทราบด้วยว่าเราไม่ได้แย่ศาสนาเราไม่ได้ทำสังฆเภท เราไม่ได้แยกศาสนาแต่ว่าเราแยกส่วนที่แยกเราจะต้องสัญญากำหนดให้มั่นว่าเรากำหนดอะไรเราแยกในกฎระเบียบในระเบียบเราแยกในกลุ่มเราแยกในส่วนที่เราแยกเพราะฉะนั้นสมาคมมีกฎของเชื้อและสมาคมมากมายบริหารกันตามหลักของไทยและสมาคมเยอะแยะทีนี้เราเองเราอยู่กับกฎแต่ละสมาคมผู้การบริหารประเทศสมาคมไม่ได้รัฐภูมิออกมาจากหลักบริหารคนบริหารของแท้และสมาคมทำใช้ไม่ได้ทำจนกระทั่งเราเห็นว่ามันไม่มีประโยชน์แล้วมันไม่มีผลแล้วและเราก็แน่ใจว่าเราไปด้วยศาสนาของเรานี่เราไปได้ เราไม่ใช่ว่าเราไม่มีที่พึ่งเราไม่มีที่ไปเรามีพระไตรลักษณ์ก็มีคำว่าวินัยเรามีตนเป็นที่พึ่งพอทีเดียวแล้วเราก็มีหมู่มีกลุ่มไม่ใช่เราไม่มีสงเรามีหมู่มีกลุ่มเรามี 2 ไม่ใช่เราไปตัวคนเดียวถ้าเราคนเดียวเราไม่มีหมู่เราไม่มีกลุ่มเราไม่มีสงเราก็ไม่มีสังฆรัตนะอย่างคุณเองคุณบอกว่าคุณเราพึ่งตนได้เราออกจากกลุ่มไปแล้วเราไม่มีแล้วก็ไปคนเดียวหากลุ่ม 2 ไม่ได้คือกลุ่ม 2 ก็คือพระที่เป็นหมู่เป็นกลุ่มจริงๆมีคณะพอสมควรคณะที่ว่านี้ไม่ใช่ 4 คณะที่ว่านี้จะต้อง 20 ขึ้นไป ถ้าไม่ 20 ขึ้นไปนี่ทำทำสังฆกรรมไม่ได้ขาดคำอภัยไม่ได้พิจารณาอะไรกันไม่ได้องค์ส่งที่เรียกว่า 4 นั่นคือที่จะทำสังฆกรรมส่วนที่น้อยที่สุดได้ส่วนรวมส่งที่จะทำสังฆกรรมในกำหนดบางอย่างสูงสุดมี 20 เพราะฉะนั้นแม้จะบอกท่านทำเนี่ยก็จะต้องทำให้มีที่ที่จะเป็นอาณาเขตกว้างพอที่จะให้รับพระนั่งได้ 20 องค์ขึ้นไปถึงจะเป็นโบสถ์ที่พ่อได้บุญถ้าเผื่อว่ารับพระนั่งเข้าที่ทำสังฆกรรมทำอะไรแล้วรับ 20 พอโหลดมันใช้ไม่ได้มีที่ที่มิอาจส่งหรือว่ามีที่ที่จะให้พระนั่งทำสังฆกรรม 20 คนนั่งไม่ได้ที่นั้นไม่ไม่สำเร็จเป็นอุโบสถหรือว่าเป็นที่ทำสังฆกรรมของพระอันนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นส่วนที่ขาดส่วนที่เกินอะไรต่างๆนานาพวกนี้มันเป็นปีกย่อยที่เราจะต้องรู้เป็นเกร็ดความรู้เพราะว่าจะเกิดไอ้นี่ไว้ขึ้นมาแล้วมันวูบๆหวานๆหรือแม้แต่พวกเราเองใครเข้ามาถามเข้ามาพูดก็มาบอกว่าทำอย่างไรเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เราก็บอกว่าเราก็ทำอย่างนี้แหละทำอย่างที่เรียกว่ามันไม่ได้ขาดมันไม่ได้เกินมันไม่ได้ผิดมันไม่ได้เพี้ยนอะไรเราอยู่ในหลัก เจนทั้งสิ้นว่าเราเป็นพระแม้เราจะแยกหมู่แยกกลุ่มออกมาแล้วก็แยกส่วนที่แยกเราไม่ได้แยกในส่วนที่ไม่เข้าท่าเข้าทางเพราะว่าเถรสมาคมก็เป็นสมาคมที่ตั้งขึ้นใหม่ไม่ได้หมายความว่าเถรสมาคมนั้นคือเป็นศาสนาทั้งหมดไม่ใช่เธอแล้วสมาคมไม่ใช่ศาสนาทั้งหมดแต่เห็นสมาคมมีเป็นสมาคมอยู่ในเมืองไทยเท่านั้นเองเราก็ต้องเข้าใจความหมายแล้วก็ต้องเข้าใจรายละเอียดต่างๆพวกนี้ให้ละเอียดอ่อนไม่เช่นนั้นแล้วมันก็สับสนมันมีอะไรในระยะซับซ้อนอยู่ไม่ใช่น้อยที่เราควรจะเข้าใจอันที่พูดนี่พูดอังกฤษ ดูให้เราเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นไปอีกมีฐานะกาลที่ควรจะพูดก็พูดจงใจกันแล้วเพราะฉะนั้นท่านเราไม่ได้ถือว่าเป็นพระนอกหมู่อะไรเกิดการก็เป็นพระอยู่ในพระพุทธศาสนาหรือว่าจะองค์อื่นอะไรก็ตามนะแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเราแยกแล้วก็ดูเคารพตามธรรมแต่ว่าเราเองเราไม่ได้ใกล้ชิดเราไม่ได้อยู่เป็นอุปชาเราไม่ได้อยู่เป็นผู้ที่เราจะต้องศึกษาเล่าเรียนด้วยอย่างง่ายเกินไปยังหมู่พระลูกศิษย์ท่านมหากัสสปะท่านก็ไปก็ท่านมหากัสสปะไปก็เป็นหมู่เป็นกลุ่มแล้วก็เรียนกันตามที่ท่านถนัดลูกศิษย์พระ รับผิดชอบเธอก็รับผิดชอบไปแต่ก่อนแต่ไรก็เป็นอย่างนั้นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าแต่ละอุปัชฌายะเข้าไปแยกตัวเป็นเอกเทศก็ไม่ใช่ก็ขึ้นอยู่ก็แล้วแต่อุปัชฌายะดูว่าสมควรอะไรก็แนะนำกันทำกันตามๆกันเห็นการกระทำเหล่านั้นสอดคล้องกันไปเสริมหนุนกันขึ้นไปแต่ทีนี้การไปคารวะท่านพุทธทาสนี่ผมเองผมกะอยู่ว่าถ้าเราได้ไปมันก็ดีแล้วก็ควรจะทำการประสานให้ดีที่สุดผมก็ได้ก็ทำหน้าที่นั้นแล้วในการประสานไม่ได้ไปทำอะไรให้มันบาดเศษหรือ แตกร้าวหรือว่าไม่ดีไม่งามอะไรก็เป็นไปได้ดีทุกอย่างถ้าท่านเองท่านก็ไม่มีอะไรฉันก็ไม่ได้รุนแรงหรือว่ากล่าวจากสาวจ้วงกล่าวทวงกล่าวถึงอะไรเกิดการก็มีมีนัยยะที่ท่านพยายามแต่ผมไม่ต่อแต่ผมไม่อยากจะให้มันมีเรื่องมีราวไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นมาคำที่ได้โอภาปราศรัยต่างๆทำที่ไปคุยกันก็คุยกันผมไม่มีอะไรจะถามอันนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเกิดอันนี้มันเกิดมานานแล้วตั้งแต่ไหนๆไหนๆ ผมเองผมไม่สงสัยอะไรในเรื่องศาสนาไม่ได้ศาสนาที่พระพุทธเจ้าท่านบรรยายอยู่ผมไม่เคยสงสัยไม่สงสัยที่ท่านบรรยายทำความอะไรรายละเอียดอะไรที่ท่านแจ้งท่านแจ้งท่านมีอะไรเท่าที่ผมเคยอ่านเคยตรวจเคยตราเคยได้รับรู้ด้วยเท่าที่ฉันพยายามที่จะแจกแจงผมก็ไม่มีข้ออะไรที่จะสงสัยสักทีก็เข้าใจด้วยเข้าใจได้ไม่มีอะไรน่าสงสัยไม่มีอะไรสงสัยไม่ใช่ว่าเราเองเราทำทีเป็นว่าสงสารไม่สงสัยกลบเกลื่อนไปก็ไม่ใช่แต่เข้าใจจริงๆไม่มีอะไรที่ข้องใจที่จะถามเคยมีผู้ที่จะจัดให้ผมไปพบกับท่านตั้งแต่สมัยแรกๆจำไม่ได้หรอกครั้งแรกที่ พ.ศ 14 หรือ 15 ที่ไปหนูก็จะ 14 ที่ไปครั้งแรกไปพบเจอท่านที่สวนโมกข์เขาจัดคุณพวกคุณกลุ่มหมู่ของชปในตอนนั้นหรือว่าจะยังไม่ได้เป็นเฉพาะยังไม่ได้ตั้งเป็นมูลนิธิหรือไงกลุ่มพวกนี้แต่ไม่ใช่คุณวิโรจน์กลุ่มพวกคุณสำเนียงคุณไสวแก้วสมคุณไพบูลย์นามสกุลอะไรจำไม่ได้ไพบูลย์ไพบูลย์ก็เป็นตัวตั้งตัวตีจัดงานวันล้ออายุท่านพุทธทาสนี่แหละงานวันเกิดงานวันเกิดท่านตอนนั้นดูเหมือนจะยังไม่ได้ใช้คำว่ารออายุด้วยซ้ำงานวันเกิดท่านอลิสสาขาเขาก็ คณะกันไปแล้วก็จัดทัวร์กันไปจากกรุงเทพฯเนี่ยก็บรรยายธรรมะกันพอถึงปีพอถึงเวลานั้นเขาก็จัดทัวร์จัดกลุ่มหมู่คณะไปกันตอนนั้นผมก็บรรยายธรรมะอยู่ที่วัดมหาธาตุหมู่กลุ่มพวกนี้เขาก็บรรยายผมก็ยังบรรยายอยู่ร่วมในครั้งในคราวที่ไปร่วมอภิปรายร่วมว่ากันก็ว่าไปร่วมเวลาแยกออกมาบรรยายก็บรรยายทีนี้เขาก็อยากจะให้ผมได้ไปพบเท่ากับพยายามนิมนต์ผมก็บอกว่าผมจะไม่ไปแต่เขาก็นิมนต์คะยั้นคะยออะไรก็เลยไปหาตกลงไปก็ไปเอาไปกับเขาหลายคนมันก็เยอะแยะไม่ได้พูดหนังสือมาหลายเล่มแล้วเหมือนกัน ไปถึงก็กลับก็บอกท่านว่าผมพระพุทธที่รักซื้อส่งมาทุกเล่มได้รับท่านก็ว่างั้นนอนแล้วก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเดี๋ยวก็แค่คนนั้นมาใครเป็นคนเยอะแยะไปกันทั่วกันมันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คนมันเยอะแล้วก็ทักทายคนนั้นคนนี้เรากราบเสร็จแล้วเราก็ออกมาไปกับพระมีพระอีกรูปนึงคือท่านจำลองไปด้วยตอนนั้นตอนนั้นเรายังไม่มีหมู่มีกลุ่มอะไรที่เป็นพระเป็นชิ้นเป็นอันอะไรอย่างนี้หรอกเป็นแค่เพียงเราก็ผมเองผมก็สาธยายอยู่แถวนั้นเองอธิบายธรรมะก็มีฆาราวาสมีพระที่เห็นด้วยเห็น [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ได้ยินเสียงแว่วนะเขาว่าธันวาคมพจน์ที่รักมาก็ตอนนั้นก็เผื่อว่ามีอะไรก็บอกด้วยมาเข้ามาคราวก่อนนี้ไม่ได้ต้อนรับไม่สมศักดิ์สมศรีอะไรก็ไม่รู้นี่ว่าเป็นท่านมาอะไรนี่ที่จริงคำพูดอย่างนี้ฟังแล้วเราฟังแล้วมันเป็นคำแก้ตัวไม่รู้ได้ยังไงก็ไปบอกเขาอยู่แต่แท้จริงๆที่ตอนนั้นน่ะมันก็ถูกแล้วล่ะก็ทำถูกคือตอนนั้นเราไม่ได้ไปยิ่งไปใหญ่อะไรเราไม่ได้เป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะจนกระทั่งเหมือนอย่างกับเดี๋ยวนี้เดี๋ยวนี้เราอยู่ในฐานะเป็นเจ้าหมู่เจ้าคณะคลินิกกลุ่มมีหมู่เป็นที่ยอมรับกันโดยสัจจะโดยความเป็นจริงว่าเป็นผู้นำหมู่กลุ่มของผู้ปฏิบัติธรรมสอนมีแนวทางมีจารีตประเพณีมี สิงห์บางสิ่งบางอย่างที่ไม่เหมือนกับหมู่อีกหมู่อื่นบ้างมีกฎมีระเบียบมีวินัยมีแนวทางไม่เหมือนบ้างซึ่งมันเป็นไปได้ในหมู่อย่างนี้มันเป็นไปได้ในศาสนาพุทธเรามีแต่สปาถ้าจะนำหมู่ที่ถนัดอย่างนั้นไปพระองค์อื่นๆนะพระพระราชทานได้เห็นเด่นชัดถ้าจะนำหมู่นั่นไปพระอาจารย์พระมหาสาวกองค์อื่นๆท่านก็มีลูกศิษย์ลูกหาท่านก็นำหมู่คณะท่านไปและท่านก็อบรมสั่งสอนกันไปส่วนพระผู้น้อยก็เคารพนับถือพระผู้ใหญ่กันเป็นธรรมดาไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรอาจจะไปอบรมกับท่านองค์นั้นบ้างท่านองค์นี้บ้างก็ได้เราไม่แปลกประหลาดอะไรถ้าถนัดอะไรถ้าเกิดอยู่กับ จากนั้นหรือท่านเป็นพระสัททะวิหาริกท่านเป็นลูกศิษย์ที่อยู่กับอุปชาองค์นั้นองค์นี้มันก็ไม่แปลกอะไรแต่มันไม่ใช่เรื่องประหลาดมันเป็นเรื่องที่เราจะศึกษาจะพยายามที่จะหาความรู้อะไรต่ออะไรใส่ตนเพื่อที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดก็ไม่เป็นไรเพราะตอนนี้พระโพธิราชมีลักษณะเป็นพระเจ้าหมู่เจ้าคณะขึ้นมาบ้างเป็นอุปชาและพูดกันจริงหรือเป็นอุปชาเป็นผู้ที่มีสัตว์ที่วิหารมีลูกศิษย์ลูกหามีผู้ที่เห็นดีเห็นชอบด้วยและก็หมอลำมาเรียนตามวิธีการตามอะไรต่ออะไรเพื่อที่จะนำไปสู่จุดสูงท่านก็เป็นผู้หนึ่งที่ท่านก็นำอยู่ในลักษณะของท่านเหมือนกัน ในหมู่กลุ่มของพระที่อยู่ในเถรสมาคมด้วยกันที่ยังขึ้นต่อกรดนั้นอยู่ด้วยกันพระบางองค์ไม่ไปหาพระพุทธทาสเลยอย่าว่าจะไม่ไปหาเลยตีกันด้วยทะเลาะกันด้วยอย่างกลุ่มพระอภิธรรมนี้เป็นต้นแต่พระพุทธเจ้าก็ว่ากันด้วยซ้ำหนักหนาด้วยซ้ำก็มีได้มันไม่แปลกอะไรถ้าเกิดว่าความเห็นแล้วอย่างนั้นส่วนตัวท่านท่านจะถือสาแค่ไหนท่านจะอะไรก็ได้แค่ไหนก็เรื่องของจิตของท่านคนที่อยากจะทะเลาะเบาะแว้งอยากจะตีจะตีกันวิวาทกันอะไรกันไปก็เรื่องของเขาแต่ส่วนผู้ใดที่ไม่ทำจิตให้มันเป็นโทรศัพท์วิวาทบาตรมาทะเลาะเบาะแว้งจิตก็พูดนั้นท่านก็ไม่ทำผู้ใดสัญญา ส่วนในรายละเอียดที่เราจะวิเคราะห์วิจัยมันก็มีทีนี้ก็ขายก็จะได้รับความเห็นจะเห็นอย่างไรจะรับอย่างไรก็รับไปอันใดดีอันใดมีเหตุมีผลอันใดจะเห็นดีด้วยยินดีด้วยเราก็ศึกษาให้เห็นดีศึกษาให้เกิดทิฐิศึกษาให้เกิดปัญญาให้เกิดการเข้าใจให้เกิดการรู้แจ้งรู้จริงรู้ชัดรู้แล้วก็พิสูจน์ทดสอบจนกระทั่งถึงที่สุดเมื่อทดสอบถึงที่สุดแล้วเราก็จะรู้เองว่ามันควรจะรับหรือว่าไม่ควรไม่ควรรับมันมีผลหรือไม่มีผลเป็นประโยชน์และไม่มีประโยชน์อะไรต่างๆนานาเราก็จะรู้ทีนี้เมื่อผมได้ไปพบท่านได้คุยก็พาปราศ ผมบอกแล้วว่าผมไม่มีคำถามผมเคยไปครั้งแรกนั้นน่ะผมยังนึกถามตัวเองแล้วก็ตรวจสอบตนเองผมก็ยังจำได้อยู่ว่าผมไปพบท่านพุทธทาสถ้าเผื่อว่าจะถามผมจะมีคำถามอะไรที่จะถามท่านตั้งแต่ครั้งโน้นผมก็ยังจำได้อยู่ผมมีคำถามที่ผมนึกได้ว่าถ้าจะถามในตอนนั้นน่ะผมจะต้องถามว่าอุปสรรคในการเผยแพร่ศาสนาเรียกว่าการทำงานเนี่ยท่านอาจารย์หรือว่าท่านเจ้าคุณอาจารย์จะมีอะไรบ้างที่ควรจะแนะนำผมแล้วก็ควรจะได้พูดเล่าสู่ฟังบ้างก็จะมีเรื่องนี้ถ้าจะถามคือตอนนั้นผมยังไม่ได้ทำงานศาสนาอะไรมากมายเพราะว่ายังใหม่ๆเป็นพระบวชใหม่ปี 2 ปียัง ได้ไปถึงไหนเลยบอกว่าจะให้ถามมันก็มีคำถามอยู่แค่นี้อันอื่นผมไม่มีคำถามผมไม่ได้สงสัยศาสนาไม่รู้สงสัยธรรมะไม่ได้สงสัยเพราะมันจึงไม่มีอะไรจะถามถ้าจะถามก็ถามว่าคำถามที่มีที่จะถามก็เป็นเรื่องนี้แหละคำถามที่ท่านได้ทำงานมาก่อนมากมายหลาย 10 ปีแล้วเราในฐานะผู้ใหม่ผู้น้อยก็ควรจะได้รับคำบอกเล่าแนะนำอะไรก็ได้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้บ้างแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ถามก็เลยไม่ได้ถามกันไปคราวนี้แม้แต่คำถามที่บอกว่าจะถามว่าอุปสรรคอะไรบ้างมีการแนะนำอย่างไรอย่างไรผมก็ไม่มีแม้แต่ปัญหานี้เพราะทุกวันนี้ทำงานมาเป็นงานถึงขนาดนี้แล้วผม ในเรื่องการที่จะทำงานไปจะบุกเบิกศาสนาไปต่อไปผมเองผมคิดว่าผมมีแนวทางและผมได้รู้เท่าทันแนวทางที่จะทำงานต่อไปพอเพียงพอเพียงผมคิดว่าผมไม่สงสัยอย่างที่ท่านพุทธทาสได้ทำมาผมกลับเห็นว่าผมก็จะทำแล้วก็คิดว่าจะดำเนินหมู่กลุ่มหรือว่าจะสร้างสรรค์จมูกเบิกไปได้อย่างมั่นใจจะบอกว่าเราดีกว่าท่านก็ยังบอกไม่ได้แต่ก็คิดว่าเห็นเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นกิจจะลักษณะเป็นสภาพที่มี อัตราส่วนที่ดีมีสภาพที่เป็นปึกแผ่นมีอะไรที่แน่นหนาเป็นความเจริญทั้งทางด้านรูปธรรมนามธรรมได้แน่ใจโดยคิดว่าถ้าท่านพุทธทาสจะทำมาอย่างที่ท่านทำนั้นผมเห็นว่าผมไม่ดำเนินรอยตามอย่างที่ท่านทำผมไม่เดินรอยตามอย่างที่ท่านผมว่าผมพาทำอยู่เนี่ยผมว่าผมไปได้แล้วก็มีลักษณะการก้าวหน้าอยู่ไม่ได้มีการถดถอยเพราะฉะนั้นแม้แต่คำถามที่เคยแต่ก่อนโน้นเคยมีเดี๋ยวนี้มันก็ไม่มีด้วยซ้ำเพราะการไปคราวนี้จึงเป็นการไปที่มีพระท่านไปด้วยผม 2 รูป ที่ไปด้วยท่านก็ได้พบปะผมไม่มีคำถามอะไรไม่มีอะไรจะพูดจะคุยผมก็นั่งเงียบซะส่วนมากเงียบจนก็คงจะออกจะแปลกเพราะว่าพวกฆราวาสเราที่อยากให้ไปพบหรือว่าไปพบแล้วก็อยากไปดูไปชมอะไรเนี่ยก็ไม่เห็นว่าจะได้ได้พบตามที่ค่อนข้างก็คงจะฆ่าในใจก็คงจะคุยกันมีหลักปรัชญามีโน่นมีนี่มีอะไรต่ออะไรต่างๆในอนาคตจะคุยอะไรก็พาอาศัยอะไรต่ออะไรกันคิดว่างั้นแต่ที่ไหนได้มันไม่มีอะไรมีแต่ปรัชญาสูญญตาคือมันมีแต่ความไม่มีมันก็ไม่มีอะไรผมก็ ฟังท่านพูดว่าในฐานะผู้ใหญ่ท่านจะพูดอะไรผมก็ฟังผมในฐานะผู้น้อยผมก็ฟังแต่ในวาระบางวาระในบางครั้งบางคราวที่จะกล่าวบ้างผมก็กลับตามที่ผมคิดว่าตอนนี้ก็ควรจะกล่าวบ้างเพราะในฐานะของผมผมก็ควรจะพูดอะไรบ้างก็พูดตามที่เห็นสมควรแต่ที่ได้พูดอยู่หรือที่ได้รับฟังรับทราบมาจากท่านอยู่ก็คือท่านก็ยังติดเรียนเราตามความเข้าใจของท่านติเตียนเราอยู่และในใจของท่านในความเห็นของท่านท่านก็ยังเห็นว่าเราผิดเราไม่ถูกทั้งรูปและนามถ้าจิตใจผมเองผมจะมีจิตวัดจิตท่านได้รูปแสดงออกนั้นเห็น ชัดตรงที่เพราะเราไปถึงเราไปถึงก็มีผู้ป่วยแนะนำว่าเป็นพระโพธิรักษ์ก็จะเริ่มไปถึงผมนั่งลงตามไปยังไม่นั่งหรอกยืนด้วยซ้ำมีฆราวาสก็เข้าไปกอดแม่เป็นชุติมาเป็นคนแนะนำไปแนะนำท่านบอกว่ามากับกลุ่มท่านพระโพธิรักษ์ท่านพระโพธิรักษ์มาท่านพุทธทาสก็ต้องใช้ปัญญาใช้ปฏิภาณเอาเองและครอบครัวที่รักองค์ไหนก็มีพระอยู่ 3 รูปท่านก็คงจะต้องรู้ได้อย่างง่ายดายไม่ยากอะไรเพราะว่าพ่อหนุ่มแก่กับการชัดเจนไม่ไม่ยากในการที่จะรู้เราก็คารวะท่านกราบเคารพท่านในการกราบเคารพนั้นท่านไม่ได้รับไหว้เราพระตั้ง 3 รูป กราบท่านลงกับพื้นดินถ้านั่งอยู่บนม้าหินสูงท่านก็ไม่ได้รับใบอะไรแต่ว่ากิริยาอย่างนี้ท่านใช้มานานแล้วมือทำกับข้าวอยู่บนพุงของท่านอย่างเงี้ยคือภูมิคุ้มกันไอ้โตมามึงซักผ้าอยู่บนพุงนี่แล้วก็ถืออยู่เนี้ยแต่ว่ารับไหว้หรือไม่รับไหว้ก็ไปขายที่จริงมันไม่ใช่รับไหว้หรอกมันก็พลาดบางองค์ท่านก็รับบางองค์ถ้าไม่รับตามใจท่านนะท่านก็พลาดแต่ก็ไม่ได้รับไหว้เราไม่ได้ยกขึ้นรับอะไรไม่มีซึ่งโดยสามัญสำนึกแล้วท่านรู้แล้วว่าพระโพธิรักษ์คือใครขนาดนี้พระโพธิรักษ์ไม่ได้ไม่มีชื่อเสียงหรือว่าไม่มีงานไม่มีผล หมาไม่มีอะไรที่จะถือว่าเป็นคนธรรมดาในขั้นติดตามความรู้ท่านก็ต้องรู้แล้วว่าคนที่รักไม่ใช่พระก็เลยว่าอะไรอย่างนั้นควรจะรู้ว่าก็พระมีมีฉันมีสัตว์มีสีอยู่เหมือนกันไอ้นี่ไม่ชอบพูดด้วยศักดินาอะไรจะพูดโดยสัจจะเพราะฉะนั้นถ้าพระโพธิรักษ์เคารพก็ควรจะแสดงออกถึงมารยาทว่ารู้ท่านก็เป็นคนรู้ว่าคนที่รักก็มีทักษะชั้นฐานะอย่างนั้นควรจะต้อนรับในฐานะที่ควรต้อนรับซึ่งมันก็มีผู้คนลึกลับคู่นี้ควรเลื่อนฐานะให้ไม่ควรเลื่อนให้คนเลื่อนควรจัดหาที่นั่งให้ไม่ควรจัดหาที่นั่งให้ในฐานะแค่ไหนแค่นั้นมันมีมารยาทสังคม มารยาทสังคมแค่ไหนก็ไม่รู้ได้แต่ท่านเองท่านก็ทำอย่างนั้นเดี๋ยวท่านก็ไม่ได้รับไว้เฉยท่านก็พูดกลบเกลื่อนด้วยโดยรายละเอียดแล้วผมรู้ก่อนนั้นแต่ว่าผมก็ไม่อยากจะพูดอะไรมากมายจิตใจของท่านมีมังคุดด้วยซ้ำกลบเกลื่อนท่านอะไรแต่แม้แต่แสดงออกทางลูกฉันก็แสดงในขณะที่เรากล่าวว่าท่านก็หันหน้าอะไรก็ได้ผมได้ผมกราบด้วยซ้ำผมรู้นะแล้วก็เป็นท่าทีที่กลบเกลื่อนน่ะอันนั้นเป็นรูปแนะนำซึ่งจิตก็จริงท่านเองท่านยังมีอะไรข้องใจท่านเองท่านยังไม่นับถือเพราะท่านเคยแม้กระทั่งภาษาถ้าว่าท่านไม่รับคณะเราท่านถือว่าเราเนี่ย แยกกลุ่มแยกอะไรออกมาท่านก็ไปซื้ออันนั้นเป็น 2 ประเภทถือเอาอันนั้นเป็นตัววินัยเป็นตัวเรื่องอะไรที่ท่านจะถือและท่านก็เลยถ้าเคยพูดจริงๆท่านเคยเปรยออกมาว่าชาตินี้ถ้าไม่รับนะคณะของเราพวกคณะของเราไปพวกเราพระพวกเราไปกราบไปอะไรใดๆเช่นโทรศัพท์หรือว่าท่านกลับมาใช่ไหมฮะเออนึกว่าถ้ากลับไม่สุดเนี่ยท่านว่าไงจำได้มั้ยคุณน่ะไม่ใช่เหรอที่ท่านเคยด้วย แล้วรับอะไรเมื่อกี้รับปากอะไรทั้งนั้นไม่ใช่ครับถ้าไม่ได้รับบ้านพวกเรานี่หลายคนไอ้ลุงไม่รับไหว้ไม่ต้องเลยมาว่าท่านถ้าว่าท่านไม่รับคณะท่านหน่อยแต่เธอยังไม่รับรองคณะของเรานี่ฉันไม่รับรองท่านไม่รับว่าอยู่ในพระในกลุ่มในหมู่เป็นพระอะไรคือเป็นเปรยๆแบบที่เรียกว่าท่านจะเอาอะไรก็ไม่รู้ล่ะท่านจะมาตัดสินของท่านเพราะว่าเราเองเราก็เป็นพระที่บวชมาท่านก็รู้ว่าเกิดมาแต่กลุ่มเดียวกันในคณะเถรวาทนี้ด้วยกันแต่เสร็จแล้วท่านเองท่านก็มาพูดอย่างนี้มาทำอย่างนี้แล้วก็ท่าทีอย่างนี้ออกไปทะเลท่านก็ต้องมีจิตใจของท่านอยู่ในส่วนของท่านจริงๆเพราะเมื่อท่านทำอย่างนั้นเมื่อท่าน อย่างนั้นแล้วท่านก็ทำท่าอย่างนี้ก็แสดงแสดงจริงว่าทำเองท่านยังมีอะไรอยู่ในจิตอยู่ท่านไม่รับแล้วท่านก็ยังสงสัยลังเลอย่างน้อยก็สงสัยลังเลและก็ไปสงสัยลังเลนั่นแหละมันยังไม่แน่ใจมั่นใจเราตัดทิ้งก็ไม่ตัดจริงเพราะว่าเรามีอยู่ส่วนที่ดีส่วนที่ถูกต้องคือส่วนที่ท่านเองท่านยังสงสัยท่านเข้าใจยังไม่ได้ท่านก็อยู่ในระหว่างลังเลสงสัยเราก็จะไปท่านเองท่านก็อยู่ในช่วงที่จะต้องดูดูแล้วก็จะตัดสินจะหาข้อมูลอะไรเหมือนกันเพราะท่านไม่รับอ่ะเขาไม่รับก็ไม่รับเราก็ไม่ได้ถือสาพวกผมเองผมไม่มีจิตใจอะไรไม่ได้กระเพื่อมไม่ได้กระเทือนก็ได้ถ้าไม่รับก็เรื่องของท่านเราเองเราก็ทำตามฐานะของเราเราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรก็กราบเคารพแล้วเสร็จแล้วก็คุยกัน คุยไปไม่มีถ้าคุยกับคนอื่นมากกว่าทำเองซะก็ไม่กล้าพูดอะไรผมมากมายหรอกท่านก็รู้อยู่ฉันก็ไม่ใช่ฉันรู้อยู่ท่านเองท่านก็ไว้ดูฉันดูเชิงอะไรไปตามเรื่องตามราวพูดคุยคุยกับคุณชุติมาคุยอะไรก็ได้โปรยปรายไปก็ไม่ได้มีอะไรที่จะผ่านเป็นเรื่องเป็นราวอะไรมาถึงผมผมก็พยายามที่จะรับคุยกับท่านบ้างมันก็ไม่มีเรื่องอะไรมากนักเลยทั้งไก่ทั้งไก่เลยถึงเทคโนโลยีนี้มันไม่มีอะไรจะคุยแล้วผมก็ลองพูดว่าแสดงว่าจะมีอะไรต่ออะไรออกมาก็เลยแสดงนิดหน่อย ท่านก็บอกว่ากายนี่มันมาหาเรามันไม่ได้รักเราหรอกมันไว้ใจเรามันเห็นว่าเราเป็นที่พึ่งกับมันทำมันมาหาเราเราก็ปลอดภัยมันก็มาหาเราแล้วตั้งแต่เล่นก็ตายลูกหัวหางมันมันก็คุ้นเชื่องมันคุ้นมันเชื่องก็เร่งประมาณให้ฟังผมก็เลยพูดขึ้นว่าถ้าพร้อมก็ต้องพูดอย่างนี้เพราะท่านบอกว่ามันไว้ใจเรามันมาอยู่กับเรามันมาหาเรานี่มันเห็นว่ามันปลอดภัยมันไม่ได้รักเราหรอกแต่ว่าเรามันปลอดภัยมันก็มาหาเราเขาก็เลยดับรีบดับทัน ทันทีว่าก็ทำไมไม่เลี้ยงให้มันพึ่งตัวเองได้เราว่างั้นทำไมไม่บันทึกมันก็ควรนึกว่าจำไม่ได้ทีเดียวของตัวเองก็พูดว่าหรือบอกว่ามันก็ควรจะเลี้ยงให้มันใช้คำว่าควรหรือว่าจะใช้คำว่ามันก็ควรจะเลี้ยงให้มันพึ่งตัวเองได้ไม่ต้องคือพูดอย่างนี้เป็นเชิงที่ผมมีใจมีหมาอยู่ว่าทำไมจะต้องให้มันมาพึ่งคนนั้นคนนี้มาพึ่งเรามาพึ่งเราแล้วก็ให้มันพึ่งตัวเองไม่ดีไม่ต้องถึงขนาดว่ามันมาหาเรามันถึงจะปลอดภัยตัวมันเองให้มันปลอดภัยได้ไหมมันมีความหมายถึงขนาดนั้นท่านก็ถึงความหมายท่านก็ถึงท่านก็เข้าใจแล้วพูดแค่นี้ถ้าเข้าใจแล้วฉันรีบตอบทันทีก็ถูกมันก็ควรจะทำอย่างนั้นแหละ แล้วถ้าจะอุ้มไก่ไปวางไว้ริมบ่อเอาออกจากตัวไปสิมีสักรูปและนามและใจด้วยถ้าแปลความแล้วก็คล้ายๆกับผมหมายความว่าไอ้การที่พูดอย่างนี้การทำอย่างนี้มันก็เป็นเชิงว่าแสดงตัวว่าเราเนี่ยเป็นที่พึ่งอันยิ่งใหญ่นะมันเป็นอัตตาตัวใหญ่เบ้อเร่อแม้แต่ไกลเกินมันก็มาหาอาก็ดีแล้วนี่ก็กลายเป็นมาหาได้ก็ดีแล้วเราก็เป็นที่พึ่งของกายก็ดีแล้วถ้าท่านจะมีไหวพริบอีกนิดนึงท่านไม่ต้องตอบอย่างที่ท่านตอบอย่างนั้นโดยการรับว่าฉันก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive