581110_ธรรมพ่อครูมหาปวารณา คัดเลือกมา.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์40 KB
วันที่แก้ไข11 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581110_ธรรมพ่อครูมหาปวารณา คัดเลือกมา

581107_เทศน์ทำวัตรเช้า มหาปวารณาครั้งที่ ๓๓ บวชมา ๔๕ ปี มีอะไร ยึดอัตตาพาเสื่อม คำว่ายึดมั่นถือมั่นนี้ ก็ขอให้พวกเราได้รู้ให้ชาวอโศกที่มีการยึดมั่นถือมั่นโดยไม่มีอัตตาได้เก่งได้ดี เมื่อมันดีพอได้แล้วดีขึ้นเรื่อยเรื่อย แต่ขนาดนั้นมันก็ยังไม่หมดไปง่ายและไม่หมดไปตลอดสำหรับคน สำหรับแต่ละคนชาวสมาชิกนักปฏิบัติธรรม ไม่ต้องพูดถึงคนไม่ปฏิบัติธรรมทางโลกว่าจะหมดได้ เพราะเขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะฝึกฝนลดละ อวิชชาไม่รู้ตัวก็มีแต่จะมากขึ้นๆทั้งโลกคนที่ไม่ได้ปฏิบัติธรรมทำจะเป็นเช่นนั้น แม้แต่อยู่ในหมู่กลุ่มนักปฏิบัติธรรมอาศัยหมู่ เป็นองค์ประกอบให้เราลดและปฏิบัติธรรม ส่วนผู้ที่ฉลาดน้อย( แปลเป็นไทยว่าโง่) อาจจะฉลาด ฉลาดที่จะต้องเห็นแก่ตัว ฉลาดมีอัตตาหาเรื่องให้ตัวเองชนะ ที่ตนเองเห็นว่าอัตตามันพาเป็น คือมันจะเอาชนะไม่ยอมแพ้ เป็นความซับซ้อนคนเราถ้าคนไหนหมดอัตตาแล้ว จะไม่รู้สึกว่าชนะแต่จะรู้สึกว่าตนเองเฉยๆได้ ทั้งที่ตนเองชนะก็ไม่ยินดี แม้แพ้ก็ไม่ยินร้าย เฉยๆคือคำว่าไม่รู้สึกยินดียินร้าย แต่ถ้าได้ยินดีจะเสริมพลังความชนะของตนเองให้รุกไปอีก ถ้าแพ้ก็ยิ่งเสริมอัตตาแรงเข้าไปอีกเพื่อจะเอาชนะให้ได้ ชนะก็มุ่งไปเหมือนกันพอสมควร มันมี 3 เกณฑ์ เกณฑ์ที่ 1 จะแพ้หรือชนะก็มุ่งแรง ชนะก็มุ่งแรงผยองแพ้ก็จะเอาชนะอีก แต่อริยชนสูงสุดจะแพ้หรือชนะก็เฉย ถ้ามีอัตตาชนะก็ภูมิใจ หลงตัว แต่ถ้าแพ้ก็จะฮึดสู้ ไม่ใช่จะยอมแพ้นะ บางคน ยึดมากก็เอาตัวออกจากหมู่ไปเลย ในโสดาบันสกิทาคามีก็เป็นได้ อนาคามีก็เป็นได้ อัตตานี้เป็นเรื่องลึกซึ้งสุดท้ายของการปฏิบัติธรรม พวกเราทำงานมานานไม่รู้กี่ปีแล้ว อย่างที่บ้านราชฯปีนี้ครบ 30 ปีเต็มในปีใหม่นี้ ผู้ที่มาอยู่ในหมู่เรา ได้พัฒนาตนเองขึ้นมา แต่มีอัต

อ่านต่อ

ตามันพาไปในทางไม่ดี ทำให้ไม่รู้ตัว ทำอะไรไม่ดีลงไป ก็จะถูกสะสางให้เข้าร่องเข้ารอย ปฐมอโศกเป็นชุมชนแรกที่เข้าร่องรอยแล้ว และมีสังคมที่อาตมาถือว่า ประสบผลสำเร็จมากกว่าชุมชนใดๆของชาวอโศก มีสัมมาอาชีพ มีสัมมากัมมันตะ มีสัมมาวาจา สัมมาสังกัปปะที่ลงตัวพอได้ แล้วก็ดูใช้ได้ต่อไป ก็ยังมีตัวบุคคลบางคนมีคลื่นที่มีอัตตา แม้ในขณะนี้ปฐมอโศกก็ยังเห็นอยู่ ไม่หยุดมั่นถือมั่นตนเองไม่ถอดตัวถอดตน

จะบอกให้คนที่ทำงาน โดยเฉพาะคนที่ได้รับตำแหน่งหน้าที่ในงาน ของชุมชนเรา พอเสร็จแล้วก็ มีวิกฤตขึ้นมา จะเกิดด้วยตัวเราเองถูกเปลี่ยนแปลง เช่นเราถูกเปลี่ยนออกจากตำแหน่งที่ทำงาน ถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยอะไรก็แล้วแต่ บางทีเหตุมันแรง เหตุปัจจัยบางทีดูเหมือนไม่ค่อยถูกต้อง ต่อให้ไม่ถูกต้องด้วยโดยทางโลกสมมุติสัจจะไม่ค่อยถูกต้องแต่โดยความเป็นปรมัตถ์สัจจะนั้นบอกแล้วว่าถูกกับผิดนั้นเรื่องเล็ก ความสามัคคี จะสามัคคีได้จะต้องไม่มีคลื่น ผู้ใดที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งแม้จะถูกต้องหรือไม่จะผิดหรือถูกก็ตาม ตนเองก็ทำการเคลื่อนไหว มีกิเลสเคลื่อน มีปฏิกิริยา ทุกชุมชนก็จะมีการเคลื่อนมีรอบของการเปลี่ยนแปลง มันเป็นเหตุปัจจัยให้คนปฏิบัติธรรมต้องรู้การเคลื่อนไหว กายวิญญัต วจีวิญญัติ รอบตัวเราเสมอต้องหยิบมาอ่านเป็นรูปที่สำคัญ และแม้จะทำงาน อาตมาทำงานก็อ่านกระแสของสังคม กระแสโลกจะมาเป็นเหตุปัจจัย ในการประมาณ ตามเหตุปัจจัย รอบปลายหรือรอบลึกๆก็ตาม ตามปฏิภาณที่จะรวบรวมได้ เรียกว่ากาโย หยิบเหตุปัจจัยมาใช้ปฏิบัติทำงานได้ อาตมา ไม่มีเวลา ไม่อยากจะจับตัวมาชี้มาสอน เพราะถ้า จับตัวมาชี้มาสอน มันไม่ได้ผลดีเท่าไหร่ ได้เป็นแค่ครั้งคราวตามงานตามเหตุการณ์ ถ้าเผื่อว่าถึงขั้นเอามาบอกสอนแล้วเปลี่ยนแปลงได้ มันดีต่อสังคม แต่มันไม่ได้ตอบผู้ปฏิบัติ มันเหมือนบังคับให้เปลี่ยนแปลงให้ทำตาม เขาไม่รู้สึกว่าตัวเองไม่เกิดปัญญาสำนึกไม่เกิดแก้ไขตนเองผลประโยชน์ของตนเองก็จะน้อย ดีไม่ดีจะทำให้ตนเองเกิดกิเลสเสริม ไม่ชอบใจด้วยซ้ำ ว่าให้หยุดให้เลิก แต่ถ้าศรัทธาบอกแล้วก็จะกลายจะเปลี่ยน ก็จะได้ประโยชน์บ้าง เป็นเหตุการณ์สำคัญมากสำหรับชาวอโศกโดยเฉพาะตัวบุคคลที่ถูกเปลี่ยนหน้าที่ ถ้าผู้ใดที่ยังภูมิไม่ถึง ก็จะเสียคน เสียท่าอยู่บ้านเกิดทุกคน ถ้าตั้งหลักได้ก็ดีขึ้น ถ้าตั้งหลักไม่ได้ ก็จะแพ้ภัยตัวเอง อาตมาจริงนะเสียดายหลายคน ก็เคยให้สติเสมอ ให้เปลี่ยนแปลง แต่อัตตาตัวเอง คิดว่าจะมีลาภมากลาภน้อย แม้ลาภมันน้อยไปหน่อยก็ไม่เป็นไร เราควรทำอะไรเสริมให้เจริญ ยศตำแหน่งหน้าที่อำนาจมันลดลงไป ก็เป็นไปทั้งนั้นแต่ถ้าเราไม่รู้ทันโรคหรือกิเลส โรคมันก็กำเริบกิเลสมันก็ทำงาน ทำให้สูญเสียไป เหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้น ตอนนี้เหตุการณ์ที่ศรีษะอโศก ก็เกิดขึ้น ที่ปฐมอโศกนี้เกิดมาก่อนตอนนี้ก็ยังไม่หายไม่เรียบร้อย ส่วนที่อื่นยังไม่ค่อยชัด ก็รุนแรงอยู่ ที่สันติก็ดีที่บ้านราชฯก็ดี ปฐมอโศกแล้วเป็นตัวอย่าง ศีรษะอโศกก็ตามมา เมื่อได้ฟังบรรยายนี้ก็เอาไปตรวจให้สำคัญ ศรีษะอโศกหากรู้แล้วปรับตัวให้ดีก็จะดีมาก ตอนนี้ก็ยังมีตัวหนุน ท่าทีก็ไม่ง่าย อย่างราชธานีอโศก ตอนนี้มีโครงการมาก แต่ก็มีอะไรที่จะรวดเร็วในการแก้ไข ที่จะใช้หนี้(หนุน) แต่ศีรษะอโศกอาตมาว่าไม่เร็วเท่ากับราชธานี แต่ถ้าทำได้ดีปรับได้เร็วก็จะเร็วส่วนปฐมอโศกไม่มีเงินหนุนเลย คือคนมีคุณบุญมีคำกิจกรรมมีผลเจริญ ก็ให้สัญญาณไป ความสามัคคีคือความขัดแย้งอันพอเหมาะ เอกภาพต้องมีความหลากหลายขัดแย้งอันพอเหมาะ unity of diversity ความขัดแย้งทำให้เกิดพลังงาน หากไม่เกิดพลังงานก็ตายนิ่งสูญเน่า พลังงานที่ยิ่งแรงยิ่งเร็วยิ่งเย็นคือ กายปาคุญญตาหรือกายกัมมัญญตา หลากหลายทิฏฐิทำคนละแง่มุมต่างแต่ทำงานกันได้ มาประชุมลงมติกันเอาตามที่ประชุม ผู้ใดที่หมู่เขาตัดสินแล้ว ก็ไม่ช่วยหมู่ทำหรอก ไม่เอาความคิดตนทำก็เลยไม่ทำตามหมู่ คนนี้ไม่เจริญ มติหมู่ที่รวมตัดสินแล้ว คุณต้องโยนตัวตนทิ้งถ้าผิดก็ผิดทั้งหมู่ ไม่เป็นไร คุณมารวมกันแล้วต้องให้เกียติหมู่ หมู่นี้คุณเลือกแล้วว่าเป็นคนดีสุจริตก็ต้องให้เกียรติหมู่คณะ ถ้าคุณดีกว่าก็ไปทำคนเดียวสิ ไปตั้งหมู่ใหม่สิ พระพุทธเจ้าท่านไม่ตั้งใครเป็นใหญ่คนเดียว แต่ตั้งให้หมู่เป็นใหญ่ ฝากถึงคุณมีชัยอ่านวินัยที่คือกฎหมายของพระพุทธเจ้า หรือจะอ่านจุลศีลมัชฌิมศีล มหาศีล ที่ละเอียดหน่อย ไม่ใช่อาชญาไม่มีอะไรลงโทษ แต่เป็นหลักปฏิบัติ อาตมาว่าชาวอโศก เหมือนเด็กกำลังโต 500 ปีกว่าจะโต ปีนี้ปี 2558 ก็เปลี่ยนแปลงขึ้น หลายชุมชนก็เสื่อมโทรมลงไปก็บูรณะขึ้นมาได้ ก็ต้องพากเพียร ทำชุมชนของตัวเองให้ดี พูดมาไม่รู้กี่ที ที่จะประเสริฐเท่ากับทางมาเป็นอริยบุคคลไม่มี จะต่อไปอีกกี่ชาติก็ตาม ฉันจะบรรลุสูงสุดชาตินี้ เป็นอรหันต์สรุปง่ายๆ จะรู้สึกว่าต้องต่ออีกร้อยชาติค่อยเพียรอย่างงั้นเหรอ ถ้าบรรลุในชาตินี้ได้ก็ควรจะต้องบรรลุ ตอนนี้เรามีเสนาสนะสัปปายะ ของแต่ละบุคคล ถ้าไม่เห็นว่าตนเองต้องมาเป็นชาวถิ่นนี้ก็ไปที่อื่นได้ ฟังคนไม่เหมาะที่สันติอโศกไปเหมาะที่ภูผาฟ้าน้ำ บางคนอยู่เหนือไม่เหมาะก็ไปอยู่อีสานดีกว่า ตามเหตุปัจจัย พวกเราเลือกได้มีอิสระเสรี มีบุคคลสัปปายะอาหารทำสัปปายะธรรมะสัปปายะธรรมสัปปายะเป็นเรื่องดี ตัวอย่างที่ท่านผู้รู้ให้สัญญาณเกรงว่าเราจะเป็นอย่างท่านพุทธทาส ที่ไม่ได้สร้างหมู่กลุ่มต่อ ส. ศิวรักษ์ก็เตือนมา ก็ดีเกรงว่าจะมาตายไปแล้ว ที่จะเหลืออยู่ มันไม่ติดเครื่อง ไม่ได้สร้างกลไกธรรมจักรของสังคม ต้องขออภัยที่ต้องยกตัวอย่างท่านพุทธทาสกับท่านพรหมคุณาภรณ์ ไม่ได้คิดจะลบหลู่ ท่านเลย ท่านพรหมคุณาภรณ์จะมีลักษณะกว้าง แต่ในเชิงพยัญชนะ เนื้อหาความรู้ เป็นความผนึก ท่านรวบรวมไว้หมดเลยอันนี้เป็นตัวเด่นของท่าน ปัญญาชนยอมรับนับถือ ส่วนท่านพุทธทาสก็รวบรวมไว้ไม่ใช่น้อย แต่ไม่เหมือนกับท่านประยุทธ์ แต่ท่านก็ใช้ทำงานกับสังคมส่วนเจโตกับปัญญาของท่านพรหมคุณาภรณ์กับท่านพุทธทาส ท่านพุทธทาสจะลึกกว่า ของท่านประยุทธ์กว้างกว่าแต่ไม่ลึกเท่ากับท่านพุทธทาส ท่านไม่ได้มีตัวสำคัญที่ต้องสร้างหมู่กลุ่ม สร้างเสนาสนะสัปปายะ อาหารสัปปายะ บุคคลสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ ก็เลยไม่ต่อได้ นี่ท่านประยุตต์ยังไม่สิ้นไปนะ ท่านพุทธทาสสิ้นไปแล้ว เป็นตัวอย่างที่มีมาก่อนอย่างฤษีลิงดำ หลวงพ่อชา ส. ศิวรักษ์ ก็มองหลวงพ่อชาว่าสร้างได้มากกว่าท่านพุทธทาส ก็จริง หลวงพ่อชาสร้างกลุ่ม แต่สร้างเฉพาะพระ ไม่ได้สร้างพุทธบริษัท 4 แต่ของชาวอโศกนี้มีพุทธบริษัท 4 หลวงพ่อชาก็สร้างพุทธมามากะบ้างก็เห็น แต่ของท่านพุทธทาสได้แต่พุทธศาสนิกชน ได้พุทธมามกะน้อยกว่าหลวงพ่อชาแต่ไม่ได้พุทธบริษัท ท่านอ.ส.และอ.เจิมฯ บอกว่าอาตมาไม่ได้สร้างกลุ่ม แต่จะมารู้ว่าถ้าอาตมาตายไป ในบรรดาพวกเราไม่มีใครแทนอาตมาได้ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านที่อาตมาได้ยกตัวอย่างใช้เป็นเหตุปัจจัยให้ศึกษาเหมือนยกตัวใหญ่กว่าเขาไปหมด ก็ต้องขออภัยจริงๆ คณาจารย์ชาท่านประยุทธหรือท่านพุทธทาส แม่ท่านฤาษีลิงดำก็ตาม พุทธศาสนิกชนในเมืองไทย เมืองไทยเรามี95% ที่นับถือพุทธศาสนา ก็เป็นเหตุปัจจัยหนึ่งให้อาตมาบอกได้ว่าเมืองไทยเป็นชมพูทวีป แล้วอาริยธรรมโลกุตรธรรมได้ดำเนินไปแล้ว ในหมู่กลุ่มชาวอโศก แต่ไม่อยากให้ไปหลงเช่นนี้น อย่ายึดมั่นถือมั่นแต่ต้องมีความมุ่งมั่น ฟังแล้วอย่าไปหลง เคยได้ใช้โศลกว่า ยึดดีให้เจนจัด ถือสัจจ์ให้เจนจิต แต่อย่าติดหลง อโศกนี้อาตมามั่นใจ ว่าได้วางรากฐานพุทธบริษัท ทั้งอุบาสกอุบาสิกานักบวชหญิงนักบวชชาย เป็นอริยชนทั้ง 4 อย่าง ถ้าไม่มีทั้ง 4 นี้เป็นอริยะจริง นับเป็นพุทธบริษัทไม่ได้ แม้ในเมืองไทยจะมีมาก แต่จะมาทำโดยเจตนาโดยรู้ว่าพวกเราฆราวาส ถึงมีองค์ประกอบเป็นบ้านวัดโรงเรียน มีองค์รวมที่ได้สัดส่วนทั้งสมัยใหม่และสมัยเก่าทำได้ลำจากยุคพระพุทธเจ้า ที่เป็นสาธารณโภคี ท่านพุทธบริษัท 4 อาตมาไม่ได้เบ่งข่มพระพุทธเจ้านะ บางคนอาจจะบอกว่าทำเก่งกว่าพุทธเจ้าแต่ไม่ใช่พระพุทธเจ้าไม่ต้องรวมเป็นชุมชนเพราะใหญ่กว่าอาตมา สมัยพระพุทธเจ้าฆราวาสเป็นอริยะหรือเป็นอรหันต์มากกว่านักบวช นักบวชมีเฉพาะที่บวชแต่ฆราวาสมีทั่วโลกก็มีอริยะมากมาย ส่วนของเราจะอยู่ในวงแคบของพระพุทธเจ้าเยอะแต่ก็เป็นกลุ่มเป็นก้อนได้ ทุกวันนี้ อาตมากำลังสร้างอันใดอันหนึ่งลงไปให้แก่โลก คือมนุษยชาติที่จะมีระบอบระเบียบทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ใช้กับชีวิต พวกเราก็รับไปเรื่อยเรื่อย ส. ศิวรักษ์ก็ดีท่านก็ใช้วิจารณญาณ ที่อาตมาพูดไป ก็ให้ไปตรวจสอบดูได้ มีสิ่งจริงเป็นมาอย่างไร ตัวเราตัวตนบุคคล อยู่ในฐานะเพื่อนสมาชิก ที่จะร่วมกันสร้างอาหาร ให้เกิดสัปปายะ ก็จะสั่งสมธรรมะสัปปายะที่เกิดอยู่ที่คน ทำให้แข็งแกร่งให้ดีขึ้นให้เจริญขึ้น อาหารสัปปายะก็จะเกิดขึ้น เพราะแต่ละคนมีบุคคลสปายะเป็นอาริยะ เสนาสนะก็จะถูกสร้างทำขึ้นดีขึ้น ชุมชนที่กระร่องกระแร่อยู่ขณะนี้ก็จะได้ช่วยกันขึ้นไปตามลำดับ จะมีเหตุปัจจัยที่ world wide web ของทุกอย่างดำเนินไป จะกินความกว้างกินความรวม แล้วดำเนินไปก็คือเว็บ เปิด www. เป็นความหมุนวนของจักรวาลที่มีมนุษยชาติเป็นแกนหมุนไป พวกเรานี้เป็นตัวจริง ใครรู้สึกว่าเป็นตัวจริงยกมือดูสิ…... ให้ระมัดระวัง ใครมีความโกรธหรือก่อนจะออกไปก็ให้ระวัง ไม่โกรธไม่งอน ถ้าเราไม่เป็นตัวจริงอยากเป็นตัวจริงก็ต้องพากเพียรสิ ใครไม่เข้ามาก็รีบเข้า อยากได้ไปตะลอนทัวร์อยู่รอบจักรวาล อาตมาไม่ได้ทำอย่างท่านพุทธทาสท่านประยุทธหรือท่านอาจารย์ชา หรือแม้แต่อาจารย์มั่นที่ทำอยู่ อาตมาไม่ได้ทำเหมือนกับใครใครหลายคน ที่เขาเป็นเจ้าสำนัก ที่ดูดีดูเข้าท่าก็แล้วแต่ไม่เหมือน ในหลายนัยยะมาก พูดไปก็ไม่ดีเหมือนยกตัวยกตน อาตมาทำประโยชน์ท่านเป็นหลักประโยชน์ตนเป็น by product พวกคุณต้องประโยชน์ตนเป็นหลัก ให้เป็นอรหันต์ได้ก่อน แล้วเก่งขึ้นมีฤทธิ์เดชเพิ่มก็เป็นไป แต่ท่านไม่ได้หลงสิ่งเหล่านั้นจะมีโลกธรรมเพิ่มก็เป็นสัจจะ ผู้เป็นอรหันต์แล้วจะดีได้อย่างไม่ถอยไม่เสื่อม จะเกิดอีกกี่ล้านชาติก็ต้องมีหลักประกันให้เป็นอรหันต์ให้ได้ เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่มีอะไรอย่างอื่นเป็นจุดหมายนอกจากเอาอรหันต์ วันนี้อาตมาเหมือนพระพุทธเจ้าเจาะปากมาพูด เกิดมาเป็นคนมันไม่มีอะไร ที่จะดีเท่ากับการเป็นอรหันต์ มีมนุษย์เป็นสัตว์โลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกโรค คุณจะสูงสุดหรือเลวร้ายที่สุด ก็อยู่กับคนนี้แหละ คนเป็นมนุษย์แต่จิตใจเลวร้ายเหมือนสัตว์ อย่าเป็นสัตว์ร้าย ความจริงหรือความรู้ที่ควรรู้ เกิดเป็นคนแล้ว ดีที่สุดได้มาศึกษาธรรมะจนเป็นอรหันต์ อยากจะได้อะไรที่ประเสริฐเลิศยอด ชีวิตคุณบางคนรู้สึกว่าเกิดมาทำไมไม่รวยเหมือนเขา ทำไมไม่ได้เมียสวยเหมือนเขาอาตมาถือว่าเป็นลามกนะ ทำไมคุณไม่มาเป็นอรหันต์ให้ได้แล้วเป็นโพธิสัตว์ คุณจะมีเมียสวยจะรวยได้ต้องให้เป็นโพธิสัตว์ให้จริงเถอะ ถ้าคุณไม่เคยมีมาในชีวิตก็ตาม ไม่เคยรวยก็จะรวย ถ้าจิตยังมีกระสันอยากเป็น จะไม่ได้เป็น ถ้าอยากเป็นพระพุทธเจ้าเร็วอย่าอยากเป็น อาตมาไม่ได้ไปอยากรวยอยากยิ่งใหญ่อยากมีเมียสวยๆถ้าจะมีไม่ยากหรอก อยากแล้วจะไม่ได้ นี่เป็นเคล็ดลับกลยุทธ์นะ ถ้าไปอยากมันก็พาให้เราเสียเวลาใช่ไหม ถ้าคุณเป็นโพธิสัตว์แล้ว คุณได้ทุกอย่างแต่ไม่ใช่จะได้ทันทีต้องตามเหตุปัจจัย จะได้อะไรก็ได้ทั้งนั้นบอกให้ก็ได้ พระเจ้าอโศกมหาราชอยากจะเป็นใหญ่เป็นโตเป็นเจ้าก็เป็น เสร็จแล้วก็ปราบ มาไม่รู้กี่ทิศแต่ก็สำนึกได้ ว่าเป็นวิบาก แต่ท่านเป็นโพธิสัตว์ แม้แต่ไอน์สไตน์ก็อยากเก่ง คนก็ยกย่องตัวเองก็ได้เป็นแล้วสุดท้ายก็เสียใจ แบบไอสไตล์แบบพระเจ้าอโศกมหาราช ได้แล้วสุดท้ายก็สำนึก วันนี้พูดสิ่งที่เป็นอจินไตยที่ลึกซึ้ง หลายคนก็จะเข้าใจอะไรได้ดีขึ้น มีปฏิภาณที่จะเข้าใจ

581107_เทศน์ในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มหาปวารณา ครั้งที่ ๓๓ ปฐมอโศก

เจตนาที่จะอธิบายวันนี้ ก็จะต่อจากเมื่อเช้านี้คือเรื่อง 45 ปีที่ทำงานมา มี 15 ต้น 15 กลาง และ 15 ปลาย ถ้าผลมันดี ตอนนี้ไป อีก 5 ปี จะเห็นได้เลยว่ารอบถ้วนของสามเส้า 15 15 15 และ 5 ปีต่อไปอัตราก้าวหน้าจะเจริญอย่างไร ถ้าถึง 50 ก็ครึ่งศตวรรษ ถ้าตรวจได้ดีดูอีก ถ้ามีพลังงานกุศลอันนี้ต่อไปเป็น 6 เป็น 7 เป็น 51 เป็น 52 ก็เพิ่มจาก 45 นี้เป็น 5 6 7 8 ได้ด้วย ดูได้ว่าจะเป็นสิ่งที่พัฒนา จะใช้สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องวัด ขออภัยทุกคนอย่าเพิ่งใช้เรื่องตัวเลขแบบอาตมา เพราะพวกคุณไม่ถึงรอบที่จะมาใช้ เครื่องเลขเหล่านี้ แต่เรียนรู้ได้ อย่าเพิ่งหลงตน อย่างของพระพุทธเจ้านี้ลงตัวทุกจุด ของบประมาณนี้จะมีทศนิยมเยอะ ก็เป็นไปตามบารมีของอาตมา

ที่ได้ทำงานมา 45 ปี พูดไปบ้างแล้วว่าทำให้คนมีศีลได้ เมื่อคนมีศีลได้ มีคุณสมบัติของอธิศีล อธิศีลคือศีลเจริญขึ้น คุณไม่ฆ่าสัตว์แต่จิตคุณจะมีเมตตา เกิดเมตตาธรรมขึ้นจริงๆคือความเจริญก้าวหน้า จนมีปัญญา รู้ว่าใจเรามีเมตตานี้ถูกแล้วปัญญาคุณจะแจ้งเอง รู้ว่าจริยาพฤติกรรมนี้การดำเนินแบบนี้เกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กับสัตว์ทั้งหลาย จิตใครเกิดเป็นจริงอย่างนี้ก็คือคนนั้นปฏิบัติศีลข้อที่ 1 จิตเกิดเมตตา และเป็นจิตที่เกิดจริงเป็นจริงไม่ใช่ดัดจริตไม่ใช่บังคับ แต่ขณะที่คุณยังไม่ถึงรอบถ้วนก็ต้องพากเพียรเพื่อให้เกิดเช่นนี้ จะนำพามันไปก่อน เมื่อมันเป็นเองแล้วเป็นตถตา จิตมีเมตตาเองไม่ต้องไปทำอะไรมันจะเป็นอย่างนั้นเลย

อาตมาพาพวกเราปฏิบัติศีลข้อ 1 ยกฐานะไม่กินเนื้อสัตว์ ทุกคนเลยสังเกตได้ในสมัยที่ตนเองไม่ถือศีลระดับนี้เลยยังกินเนื้อสัตว์อยู่ ผู้ใดยังกินเนื้อสัตว์จึงจะไม่เกิดอาการจิตเช่นนี้ แต่ผู้ที่หยุดกินเนื้อสัตว์จะมีอาการจิตเมตตาเกิดขึ้น จะรู้สึกตัวเองได้เลยว่า จิตเราก็เห็นสัตว์สัมผัสกับสัตว์ จิตเราจะไม่เหมือนเดิม 1 มันจะมีบันยะบันยังว่าสัตว์มีชิวิตอย่าไปทำร้ายมัน ยิ่งสัตว์เล็กสัตว์น้อย คุณฆ่ามันก็ตาย มันกินเลือดเรานิดหน่อย คุณฆ่ามันก็ตาย ก็อย่าฆ่ามันเลย จะเห็นจิตเป็นอย่างนั้นจริง แม้แต่ตนเองรังเกียจส้วม แต่พอเวลาเมตตามันเกิดกลัวมันจะตายก่อนก็ใช้มือจ้วง อย่างนี้ก็เป็นใครประสบกับตนเองก็จะรู้ว่าจิตมีพัฒนาการมาเช่นนั้น

ตกลงศีลข้อหนึ่งเพื่อให้เกิดจิตเมตตาจิตเกิดเห็นชีวิตสัตว์ช่วยชีวิตสัตว์ อย่าไปอำมหิตโหดร้ายทุกสิ่งมีชีวิตเกิดมา เริ่มต้นตั้งแต่มีอัตภาพเป็นชีวะขึ้นมาแล้วตั้งแต่เป็นจิตนิยามก็จะมีวิบาก ชีวะที่ไม่เป็นจิตนิยามเป็นพืชก็ยังไม่มีวิบาก ไม่มีเวทนาไม่มีผลักมีดูดไม่มีตัวกูของกูถึงขั้น selfish เป็นขั้น self มาเป็นตัวตน เพื่อจะมีความเป็นตัวตนเลี้ยงตัวตนรักษาตัวตนไม่ไปทำร้ายใครไม่มากเกินขอบเขต จิตวิญญาณที่มากเกินขอบเขตของเซลล์จะเป็น salfish มากเกินจะเห็นแก่ตัวจะเอามาให้แก่ตัวแรงมากก็ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา ไปเป็นเจ็งกิสข่าน นักรบโบราณบุกฆ่าแหลกเพื่อจะแย่งชิงพื้นที่แผ่นดินแย่งชิงอำนาจอาณาจักร แม้ที่สุดอย่างอังกฤษล่าอาณานิคม ทิ้งลูกระเบิดสูงสุดสุดท้ายไม่ยักกะเป็นอังกฤษกลายเป็นอเมริกาไปโยนลูกระเบิดใส่ญี่ปุ่น นี่ก็เป็นกุศลของอังกฤษไป อเมริการับวิบากรับบาปแทน ตัวเองอวดศักดาไปต่างๆนานาเรียกว่าฉันเจริญที่สุด สร้างระเบิดนิวเคลียร์ได้ก่อนแล้วก็ไปตูมตามเข้า สิ่งเหล่านี้ลึกซึ้ง ก็หยิบสิ่งที่พอฟังได้มีในประวัติศาสตร์มาพูดให้ฟัง

ในชีวิตของคนมาเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าทั้งหมดแล้วจะรู้โลกรู้อัตราพระพุทธเจ้าสอนที่สุดแห่งที่สุด 2 อย่างคือโลคกับอัตตาแล้วใช้พลังงานร่วมกับความเป็นโลกกับอัตตา เรียกว่ารู้จักอธิปไตยอธิปไตยคือพลังงาน จะเรียกอะไรก็แล้วแต่มีหลายคำ กำลังแผลงมาจากพลังงาน ภาษาไทยมีน้อยคำแปลภาษาอังกฤษมีต่างๆนานา ตั้งแต่ force ตั้ง energy ตั้งแต่ authority มีอะไรเยอะแยะ พลังงานเป็นระดับมี authority เป็นพลังงานชั้นสูง แต่พลังงาน force แรงกดดันกันเกินไป ส่วน energy ก็เป็นพลังงานกลางกลาง ก็มีอีก sovereignty ก็ยิ่งดีขึ้น

ใครเข้าใจรู้จักพลังงานลักษณะของพลังงานและใช้ให้ถูกต้องพอเหมาะ ผู้นั้นจะควบคุมโลกให้พอเหมาะได้ อธิปไตยแปลว่าแรงพลังอำนาจถ้ารู้จักใช้อธิปไตย กับโลกกับองค์รวมอัตตาคือตัวกูของกูเป็นองค์รวม ผู้ใดรู้จักใช้อธิปไตยกับโลกพอเหมาะ รู้จักใช้แรงกับอัตตาอย่างพอเหมาะ รู้จักโลกาธิปไตยกับอัตตาธิปไตยที่ได้สัดส่วนมากสมบูรณ์ ผู้นั้นมีความรู้ในธรรมาธิปไตย รู้จักใช้แรงงานกับคนอื่นกับสิ่งแวดล้อมกับผู้อื่น โดยประมาณตนรู้ตนว่าตัวเราก็เท่านี้ตัวเราทำได้ขนาดนี้ทำเกินตัวไม่ดีทำน้อยไปก็เสียผลต้องทำให้เต็มที่ให้ได้สัดส่วนที่ดีอย่างนี้เป็นต้น อัตตัญญุตาคือประมาณตัวตน ปริสัญญุตาคือกลุ่มหมู่ หมู่น้อย หมู่ใหญ่ จนทั้งโลกทั้งจักรวาล รู้จักกาลัญญุตา รู้เนื้อแท้เป้าหมายคืออัตถัญญุตา รู้ทุกอย่างที่ทรงอยู่ประดามีเรียกว่าธัมมัญญุตา รู้ตัวเราเท่าไหร่ ตัวเราเท่านี้ มัตตัญญุตาจัดสัดส่วน ปริสัญญุตาคือบริษัทและปรปปโรปรัญญุตา อรหันต์ขึ้นไปต้องรู้จักสัปปุริสธรรม ๗

อาตมาก็ทำมาตั้งแต่เริ่มต้นจนทุกวันนี้ 45 ปีแล้วได้ทำอะไรมาบ้าง ก็ทำให้คนมีศีล ทำให้คนมีสมาธิ ให้คนมีจิต ให้คนมีปัญญา ให้คนมีนิโรธและมีวิมุตติญาณทัสสนะ นี่เป็นหลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้า ผู้ใดที่ได้มาศึกษาได้มาปฏิบัติธรรมจนสามารถมีศีลเป็นศีลที่แท้ไม่ใช่สีลลัพพตุปาทาน มีศีลมีสมาธิที่เป็นอธิจิต เป็นจิตเจริญขึ้นจริงๆ มีคุณค่า ผู้ปฏิบัติสามารถรู้จักจิตใจของตนเองแล้วก็อ่านจิตของตนเอง เห็นอาการจิตของตนเอง อาตมาพยายามถามพวกเราว่าเวลาโกรธเราอ่านอาการจิตของตัวเองเป็นไหม หลายคนก็บอกว่าอ่านอาการจิตเป็น มันไม่มีสีสันตัวตนรูปร่าง แต่มีอาการไหวอาการร้อนเป็นเช่นนี้มันเป็นพลังงานร้อนแรง มันดันมันอะไรก็แล้วแต่ มันทุกข์มันอึดอัด ใช้ภาษาเรียกได้หลายลีลา มันเป็นอาการของจิตทั้งนั้น อาการโรคก็ตาม อาการราคะก็ตาม มันต่างกันเรียกว่าลิงคะ เป็นเพศ มีการเรียนรู้อาการโกรธไหมอย่างนี้อาการราคะมาอย่างนี้ มันต่างกันเรียกว่ามีเพศ หรือมีลิงคะมีความแตกต่างกัน

เราเลือกเอาอาการที่ควร อาการไม่ควรไม่เอา เรามีปัญญาก็รู้มากขึ้น จนหลุดพ้นจากสิ่งที่ไม่เข้าใจ ขจัดสิ่งเหล่านั้นออกได้ ไม่เข้ามาในใจเราได้เรียกว่าหลุดพ้นวิมุติ ดับเลิกสิ่งเหล่านั้น จากจิตใจเรา เรารู้อยู่แต่สิ่งเหฃ่านั้นทำอะไรเราไม่ได้ อาการจิตเหล่านี้พระพุทธเจ้าสอนไว้ครบ อาตมาทำมา ๔๕ ปีสอนให้พวกเรารู้ได้ จนเกิดพลเมืองประชาชนมีกิจการกิจกรรม มีหน้าที่ทำงานกับสังคมได้กว้างขึ้น อาตมาก็พาทำได้กว้างขึ้น จนออกไปทำงานการเมือง ไปต้านเขา ผู้ที่เสียผลประโยชน์อำนาจก็จะเล่นงานเราส่วนมากเป็นรัฐที่เสียผลประโยชน์ เขาก็เลยบอกว่า อย่าเอาธรรมะมายุ่งกับการเมือง นักการเมืองที่บอกเช่นนี้คือนักการเมืองที่ไม่รู้ว่าธรรมะต้องอยู่กับการเมือง ถ้าการเมืองไม่มีธรรมะก็ไปนรกอย่างเดียว การเมืองก็คือธรรมะ ธรรมะคือการเมือง ใครแยกธรรมะออกจากการเมืองก็คือนรก ทุกวันนี้เขาครอบงำความคิด ตัดธรรมะออกจากการเมืองเลยซวย

จริงคนไม่มีธรรมะ หากไปวุ่นกับอะไรก็ซวยแน่ แต่คนไหนมีคุณธรรมให้เขามา ให้มาร่วมมือกัน ให้มาช่วยพลเมือง แล้วจอมโจรก็จะกันธรรมะออกจากการเมือง การเมืองคืองานเสียสละช่วยเหลือพลเมือง งานที่ทำเพื่อตัวเองคือความซวยความผิด ถ้าทำอะไรเพื่อผู้อื่นเพื่อพลเมืองนั้นแหละดีเจริญ ก็พาพวกเราทำมาเรื่อยๆ พวกเราจะรู้เอง จะค่อยเข้าใจ แล้วทำมาได้ขนาดนี้ ๔๕ ปีอาตมาว่าประสพผลสำเร็จในการทำ

ทำเรื่องพาณิชย์ก็ตาม การสื่อสารก็ตาม กสิกรรมก็ตาม ตอนนี้ไม่เก่งด้านอุตสาหกรรม วิศวกรรม เพราะราคามันแพง วิศวะหรือแพทย์ยังไม่เข้ามาใกล้อาตมาหรอก ๔๕ ปีมีนายพลมาร่วมกับอาตมาหนึ่งเดียวคือ พล.ต.จำลอง แล้วก็มีพล.อ.ปรีชา แล้วก็มีผู้ว่าฯก็มา สิ่งเหล่านี้อาตมาดูแล้วก็เป็นข้อมูลว่ามีอัตราก้าวหน้าอย่างไร ไม่ได้บังคับนะ คุณต้องมีปัญญาของคุณ ทุกคนมีความโง่เท่าที่คุณเองฉลาด คุณฉลาดเท่าที่คุณโง่

ทำมาทุกวันนี้บุญนิยม ๑๒ ด้าน ไปได้ไม่เท่าไหร่แต่ก็ต้องมาช่วยกันทำ อาตมาทำสื่อสารถึงขนาดมีโทรทัศน์ของเราได้ เราไม่ขอทาน เราหยิ่งศักดิ์ศรี เราจะมีอะไรรายละเอียดเยอะ แม้สิ่งเล็กน้อย อธิบายไม่ไหว บางอย่างก็ยังรู้ไม่ทันก็มี

สังคมมนุษยชาติก็มีแต่มาสร้างสิ่งประกอบรวมให้เกิดคุณค่า แม้ถึงระดับเสื่อมไม่ลงตัวขัดแย้งทะเลาะกันเราไม่รู้ทันมันก็จะทำลายเราเสมอ ศาสนาทุกศาสนาต้องการความเรียบร้อยราบลื่นง่ายงาม นี่คือความหมายของสันติ เรียบร้อยราบลื่น ง่ายงาม

แต่ความสงบไม่ใช่หมายถึงอยู่นิ่งๆไม่กระดุกกระดิกอย่างนั้นมันลงนรกแล้ว ความสงบคือความสมดุลลงตัวและเย็น สิ่งที่เร็วที่สุดได้สมดุลที่สุดจะเย็น อาตมาสะดุดตอนเป็นฆราวาส ไปซื้อรถโฟล์คมาใช้ วิ่งมาร้อนๆแต่น้ำเห็นหยดเลยที่คาบิวเรเตอร์ เย็นจับเป็นน้ำแข็งเลย

เย็นคืออุณหธาตุที่จับตัวกันเย็นมากคือร้อนน้อยลงเป็นภาวะสองด้าน เราจะใช้เย็นขนาดไหนร้อนขนาดไหน ความสงบไม่ใช่แค่เย็น แต่เย็นอย่างอบอุ่น มีพลังงานเต็มที่ ความสงบนี่ มันมีความคล่องตัว คล่องแล้วเร็วที่สุดเลย คุณเคยเห็นสิ่งที่มันหมุนเร็วที่สุดไหม อย่างลูกข่างนี่หมุนเร็วเรียกว่า นอนวัน หรือกินน้ำจั้น คือสมดุลที่สุดไม่มีอะไรต้านทานขัดแย้ง

กายปาคุญญตา กายกัมมัญญตา คือ ความแคล่งคล่องของกาย กายคือจิตคือมโนคือวิญญาณ เน้นมาหาจิตนะ แต่ไม่ทิ้งข้างนอกนะ กายมีแต่ร่างไม่ได้ต้องมีจิตด้วย กายที่เหลือแต่ภายในเป็นมโนกายได้เป็นองค์ประชุมของรูปนาม

คนเข้าใจศึกษาธรรมะของพระพุทธเจ้าแล้วเข้าใจกายเป็นตัวต้นของการปฏิบัติ ศาสนาจะเสื่อมหรือไม่ก็สังเกตกายได้ กายต้องมีองค์ประชุมรูปนาม ขาดส่ิงใดสิ่งหนึ่งไม่ใช่กาย พระพุทธเจ้าตรัสว่าผู้อวิชชา ตายไปแล้วยังมีกาย ไม่ว่าจะพาลหรือบัณฑิต(พาลปัณฑิตสูตร ล.๑๖ ข.๕๗-๕๙)

แม้แต่คำว่าบุญก็เอามาแปลเพี้ยนหลอกล่อคน อย่างธรรมกายนี่ไม่ใช่ธรรมะอะไรมีแต่นรกอเวจีหลอกคน เอาคำว่าธรรมกายมาใช้โดยไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้าคือธรรมกายคือพรหมกาย แต่ธัมมชโยเขาบอกว่าเขาใหญ่กว่าพระพุทธเจ้า แต่เขาบอกกับคนว่าเขาเป็นคนนำข้าวไปถวายพระพุทธเจ้า แต่เขาไม่ได้ทำหรอก เขาบอกว่าเขาคือพระพุทธเจ้าเลย ถ้าคสช.ไม่จัดการธัมมชโยประเทศไทยยากฉันเดียวกับไม่จัดการทักษิณก็ยาก สองคนนี้คือสองอย่างทางหนึ่งแอคชั่นทางธรรมอีกทางหนึ่งแอคชั่นทางโลก ทั้งสองคนเป็นตัวแสบทั้งคู่

ถ้าเขาไม่เข้าใจองค์รวม แล้วไม่เข้าใจตัวเองว่า ตัวเราก็เท่าไหร่ ตลอดเวลาอาตมายอมให้เขาจัดการอาตมามาตลอด อาตมายอมเป็นผู้แพ้ ใครให้ชนะอาตมาไม่หลงตัวถือดีหรอก อาตมาก็ไม่ทำเวลามายกย่องอาตมาอาตมาจะไปเชิดชู อาตมาไม่มีเวลา คุณจะให้ก็แล้วแต่คุณไม่ให้ก็เรื่องของคุณ อาตมาก็จะพยายามให้เขาหยุดให้เขางด

อาตมาจะพยายามทำงานในชาตินี้ เปิดเผยหมดแล้วเป็นดารานู๊ดที่เปิดเผยหมดไม่มีอะไรเหลือแล้ว บอกตนเป็นโพธิสัตว์ระดับ ๗ ตอนแรกพูดเป็นนัยว่าโพธิสัตว์ต้องเป็นอรหันต์ก่อน แต่ตอนหลังก็ประกาศอรหันต์เ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน