581119_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ ทำไมชาวพุทธต้องตำหนิ.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์23 KB
วันที่แก้ไข20 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581119_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ ทำไมชาวพุทธต้องตำหนิ

พ่อครูว่า...วันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 2558 ขึ้น 9 ค่ำเดือน 12 ปีมะแมใกล้จะถึงวันลอยกระทงแล้วแต่ก่อนเราก็ไม่เอาเรื่องอย่างนั้นแต่มาถึงวันนี้เราค่อยจะเชื่อมโยงเข้าไปบ้าง คนที่ไม่เข้าใจสัจธรรมเขาจะมองพวกเราว่า เราเสื่อม แต่กรณีที่เราค่อยเข้าไปเชื่อมกับสังคม อาตมาพาทำถึงวันนี้ก็ยังระมัดระวัง จนเรามีฐานที่จะเข้าไปเชื่อมไปร่วมอนุโลมกับเขาได้ให้เขาได้ประโยชน์ เราก็จะได้สะสมความแข็งแรง สะสมความเจริญของพฤติกรรมไปเป็นภาวะหมุนรอบเชิงซ้อน ปฏินิสสัคคะ หรือคัมภีราวภาโส อันลึกซึ้ง ตามที่ได้ใช้สัปปุริสธรรม 7 และมหาประเทศ๔ประมาณมาตลอด มาถึงวันนี้ไม่ใช่เรื่องเสื่อมแต่เป็นการพัฒนาการเพราะแกนของเรามีแก่นแกนที่มั่นคงซึ่งอัตราการก้าวหน้าของเราช้ากว่าโลกีย์ที่มีสนามแม่เหล็กแรงสูง ที่มีอัตราก้าวหน้าสูง มีมวลมากกว่าเราหลายเท่า ของเรามีน้อย มีกลุ่มเดียว ก็ยังไม่มีกลุ่มอื่นมาประสานช่วยกัน แต่ดีแล้วที่เขาไม่เห็นไม่โกรธเคืองแต่ก็เข้ามาเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยอันนี้ เป็นธัมโมหเวรักขติธัมมจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม แม้แต่ในพวกเราที่เพิ่งมองกันบางคนก็มองอย่างเพิ่งโทษมีอิตถีภาวะ ก็มีโอกาสบอกบ้างในบางคนเฉพาะตัวแต่ส่วนมากไม่ค่อยได้บอกเฉพาะตัวต้องการให้รู้เองได้มันดีกว่ามากแต่บางคนไม่ไหวก็จำเป็นต้องบอกเฉพาะตัว ถ้าต้องบอกเฉพาะตัว มันหมายถึงว่าอาการมันสมควรแล้ว แต่ถ้าไม่บอกเฉพาะตัวให้รู้เองก็เป็นความเจริญไปตามลำดับ มาตอบ sms เมื่อวานนี้ SMS 18 November 2015 0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูฯบุญนิยมที่เมตตาตอบข้อธรรมให้เข้าใจดีกว่าเดิมสาธุ๊ 0893867xxx ธรรมพระพุทธเจ้าที่พ่อครูกล่าวถึงตอนไม่หลงติดในคำชื่นชม!จะมีแต่คนรู้ไม่ทันโลกธรรม8 ไม่รู้เท่าทัน

อ่านต่อ

จะยินดียินร้าย แต่อาริยะรู้เท่าทันจะไม่ยินดียินร้าย! พ่อครูว่า... รู้เท่าทันแล้วเราก็มีสมาธิจิตเจโตที่เป็นได้จริงด้วย 0893867 โลกธรรม8ในอัฏฏกนิบาตปัณณาสกะหมวด50กล่าว ถึงใดๆล้วนอนิจจังไม่เที่ยงหนอ! 0893867xxx ศาสนิกชนจะนับถือศาสนาใดยึดถือพระเจ้าองค์ไหนก็ล้วนต้องสังคายนาการปฎิบัติธรรมใหม่หมด!ถ้าอยาก ให้โลกมีสุขสงบสันติภาพเหมือนกันหมด! ตอบว่ามันก็จริงเพราะแต่ละศาสนามีมานานนับเป็นพันปีก็หมดแล้ว ก็ต้องค่อยพัฒนากันให้กลับคืน สู่ความเจริญ ส่วนศาสนาใหม่ๆที่เกิดขึ้น ก็ตามมาเป็นลำดับ ตอนนี้ก็ไม่รู้ว่ามีศาสนาใหม่อีกไหม หลังสุดก็ศาสนาบาไฮ แต่ศาสนาที่ร้ายแรงมากคือทุนนิยม โลกีย์ 0893867xxx ถ้าทุกศาสนาเจริญถึงแก่นแท้เข้าถึงพระผู้เป็นเจ้าจริง!อิสลามต้องไม่มีก่อการร้าย!คริสต์ต้องไม่ก่อสงคราม!พุทธต้องไม่มีคอรัปชั่น!จริงไหม? 0824395xxx สัญญานทีวีบุญนิยมไม่ชัดติดขัดข้องค้างบ่อยเสียงบรรยายไม่ดังพอตัดคั่นรายการดังมาก ข้อสังเกตว่ามีหลายสถานีเสียง interlude ก็ดังเหมือนกับเราก็ฝากไว้ให้แก้ไขด้วย 0839975xxx พ่อท่านคิดเห็นอย่างไรกับสำนัก "พุทธวจน" ของพระอาจารย์คึกฤทธิ์ ครับ ตอบว่าท่านคึกฤทธิ์ก็พยายามเอาพุทธพจน์มาตรวจสอบว่าอะไรจริงแท้ตามพระพุทธเจ้าสอนตามหมู่ที่ท่านเห็นตามภูมิธรรมของท่าน ก็รู้สึกว่าท่านจะเห็น ไปในเชิงยึดๆเหมือนกัน มีการปะทะกันอยู่แต่ก็ไม่มีอะไรรุนแรงถือเป็นความดีงามที่พยายามเลือกคัดเฟ้น ที่จริงก็ไม่จำเป็นต้องยึดมั่นถือมั่นขนาดนั้นเพราะความรู้ของพระเถระสายตรงก็มีความรู้ที่ถูกตรงเอามาใช้ได้อาจจะนึกว่าของพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ดี แต่ไปยึดมั่นถือมั่นว่าของพระเถระไม่เอาแต่ของพระพุทธเจ้า อาตมาว่าเป็นความคิดที่แคบๆนะ แม้แต่ความเห็นของพระอรรถกถาจารย์ ก็เลือกเฟ้นมาใช้ได้อย่างสอดคล้องคำสอนของพระพุทธเจ้า หลักคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นผู้ที่ขยายความบางคนมีภูมิปัญญาพิเศษขยายได้ในสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่ได้ขยายความไว้เป็นสิ่งถูกต้องดีงาม เช่นพระพุทธเจ้าเคยยกย่องชมเชยพระเถระที่มีเอตทัคคะอย่างพระกัจจายนะที่มีการขยายความธรรมะได้ง่ายได้ดีกว่าเรา เป็นต้น สรุปแล้วก็อนุโมทนากับท่านคึกฤทธิ์ แต่ก็อย่าไปยึดมั่นถือมั่นจนแคบมากนัก จะทำให้แข็งเกินไป

0893867xxx อนุโมทนาคุรุบุญนิยมสอนเด็กสัมมาสิกขาเรียนรู้วิชาการโลก-ธรรมคู่กับธรรมชาตินิยมสาธุ๊

มาฟังของคุณจำลอง ทิ้งสุขกัน….อยู่รร.เมืองลีงวิทยา อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ก่อนวันออกพรรษา กระผมได้นัดญาติธรรมจะมากราบพ่อครูที่ราชธานีอโศก ได้มาทานอาหารเช้าที่เฮือนศูนย์สูญ เปิดโทรทัศน์ fm tv ติดตามคำเทศนาก่อนทานอาหารเช้า(เราได้เปลี่ยนเป็นบุญนิยมทีวีแล้ว แต่จะเรียกชื่อย่อว่า fmtv ก็ได้ใช้ภายในของเราเอง) ในธรรมเทศนาพ่อท่าน กลับมาตำหนิความไม่ดีงามของวัดพระธรรมกาย ผมคิดว่าไหนไหนพ่อท่านลาออกจากมหาเถรสมาคมมานานแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องไปชี้ถูกชี้ผิดว่าสำนักอื่นไม่ดีงาม เหมือนของสันติอโศกที่ทำการสร้างสรรค์ดีงาม อย่างไรก็แล้วแต่ ก็คิดว่าว่ากล่าวกันได้ แต่เพราะพ่อท่านบอกหลายครั้งว่าได้ลาออกจากมหาเถรสมาคมแล้ วก็คิดว่าน่าจะต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างสร้างสรรค์กันไปยกตัวอย่างแขนซ้ายกับแขนขวาก็ต้องอนุโลมทั้งนั้น ล้อหน้ากับล้อหลังก็มีประโยชน์เกื้อกูลกันทั้งนั้นทั้งหญิงและชายที่เป็นพ่อเป็นแม่ของเราก็มีคุณประโยชน์ต่างกัน เนื่องจากกระผมทำหน้าที่เป็นครูโดยอาชีพและเป็นผู้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนสูงสุดจึงได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมกับสำนักใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศแต่ละที่ก็ไปหลายครั้งจึงรู้สึกว่าน่าสนใจในกระบวนการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของสำนักใหญ่ ตามสมมุติบัญญัติของกระผมเช่นที่สวนโมกขพลารามวัดปากน้ำวัดป่าบ้านตาดวัดพระธรรมกายหรือแม้แต่สันติอโศกที่กรุงเทพหรือที่อื่น ก็ตามและกลุ่มสันติอโศกที่ข้างทำเนียบ ผมก็เคยไปกราบเยี่ยมพ่อท่านอย่างน้อยน้อยสิ่งที่สำนักดังกล่าวที่มีความคล้ายคลึงก็คือ 1 เจ้าของสำนักต่างๆ นั้นล้วนแต่มีมโนปณิธานบวชตลอดชีวิตทั้งสิ้น 2 สํานัก สำนักต่างๆล้วนมีมวลที่มีคนที่เป็นคนดีเป็นจำนวนมากทั้งสิ้น 4 ล้วนแต่เป็นผู้ที่ ศรัทธา เชื่อกฎแห่งกรรม

5 สำนักต่างๆล้วนแต่นับถือปฏิบัติหลักของทานศีลภาวนาทั้งสิ้น ทำอย่างไรจะ อยู่ร่วมกันได้อย่างดีเพราะเรากำลังจะรวมอาเซียนสิ่งที่ผมจะกล่าวคือหลวงพ่อธัมมชโย (พระเทพญาณมหามุนี) ท่านก็อยู่ในหลักการดังกล่าวข้างต้นกับผมได้ฟังธรรมะท่านก็ไม่เห็นเคยได้ยินท่านติเตียนธรรมะจากสำนักอื่นเลยดังนั้นที่ผ่านมากระผมได้เห็นพ่อท่านได้แถวอโศกได้พูดติดอิงและกล่าวความเข้าใจอันใดก็ไม่ควรอย่างยิ่งเพราะอย่างน้อย คณะสงฆ์ดังกล่าวพ่อท่านและชาวอโศกก็ไม่ได้สังกัดในการปกครองของเขา ในโอกาสนี้ จะขอเก็บเอาคำความในหนังสือสารอโศกที่ได้กล่าวว่าร้ายไว้อย่างไร

ตอบว่า... ประเด็นแรกที่บอกว่าอโศกเป็นนานาสังวาสแล้ว จะไปพาดพิงชี้ถูกชี้ผิดสำนักอื่นก็ไม่ถูกต้องดีงามน่าจะอยู่อย่างต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างสร้างสรรค์กันไปแล้วก็ยกตัวอย่างว่าแขนข้างขวากับข้างซ้ายก็ต่างช่วยกันล้อรถล้อหน้ากับล้อหลังก็มีประโยชน์เกื้อกูลกันผู้ชายผู้หญิงที่เป็นพ่อเป็นแม่ก็ต้องช่วยกัน อันนี้คุณพูดถูกยกตัวอย่างถูก แต่คุณต้องการให้อาตมาเป็นมือขวามือซ้ายเป็นพ่อเป็นแม่ให้เป็นล้อหน้าหรือล้อหลัง แต่คุณกันอาตมาออกไปไม่เป็นพ่อเป็นแม่ไม่เป็นหรอหน้าล้อหลังเพราะคุณบอกว่ามันจะต้องช่วยกันล้อหน้าล้อหลังแขนซ้ายแขนขวาพ่อกับแม่ก็ต้องช่วยกันพัฒนาก็ทำอย่างนั้นอยู่แล้วแล้วคุณว่าจะมาทำไม เพราะอาตมาว่าการตำหนินี่คือการช่วยกัน พระพุทธเจ้าสอนว่า ปัคคัณเหปัคหารหัง นิคคันเหนิคหารหัง ตำหนิในสิ่งควรตำหนิให้เช่าในสิ่งที่ควรชม แต่เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นน่าตำหนิมากอาตมาจึงต้องตำหนิต้องค้านแย้งต้องทำ ปฏิกโกสนา ทำได้คือคัดค้านอย่างแรง อาตมาไม่ได้เป็นนิกายกับคณะสงฆ์แต่เป็นนานาสังวาส วัดธรรมกายคณะสงฆ์ก็เป็นผู้ดูแลอยู่ก็ให้สิทธิ์คณะสงฆ์เป็นผู้จัดการแต่อาตมาก็ตำหนิเพื่อให้คณะสงฆ์จัดการดูแลช่วยกันเหมือนล้อหน้าล้อหลังเหมือนพ่อกับแม่เพราะตำหนิได้เราเป็นนานาสังวาสแต่ถ้าจะมาไม่ตำหนิอาตมาก็ผิดคำสอนของพระพุทธเจ้า ถ้าเป็นอสังวาสหรือเป็นนิกายกันก็ไม่ไปตำหนิกัน หรือไม่ไปตำหนิศาสนาอื่นแต่นี่เพราะเราเป็นศาสนาเดียวกันต้องมีมือซ้ายมือขวามีล้อหน้าล้อหลังเพื่อเป็นนานาสังวาสก็คือเป็นพุทธร่วมกันแต่มันแตกต่างกัน ด้วยกันปฏิบัติพระพุทธแตกต่างกันด้วยคำอธิบาย อุเทส ไม่เหมือนกันแตกต่างกันด้วยเสียงที่ไม่เสมอสมานกันนี่คือนานาสังวาส เราทำตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าออกมาจริง คุณเป็นนักศึกษาก็ดีแล้วให้ศึกษาให้ดีจะพบว่าอาตมาไม่ได้ผิดธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเลยขอยืนยัน สิ่งที่พ่อทำได้อย่างในธรรมวินัยพุทธเจ้าให้ตำหนิได้ให้คัดค้านได้อย่างแรง ปฏิกโกสนาคือคัดค้านอย่างแรง แต่ทิฏฐาวิกัม คืออยู่ในหมู่เดียวกันก็ว่ากันแรงได้ แต่นี่เพราะมีข้อที่ต่างกันมากจนต้องแยกกันปฏิบัติ เส้นทางไม่แตกต่างกันมากก็อยู่ร่วมกันได้ แต่นี่มันต่างกันมากพระพุทธเจ้าท่านมีพระสัมมาสัมโพธิญาณจึงออกเป็นพระวินัยไว้ ถ้าอาตมาไม่ตำหนิก็จะเป็นพรหมทัณฑ์ คือต่างคนต่างอยู่อย่างที่คุณว่าเลยมันก็ยากเป็นนานาสังวาสอาตมาก็ว่าเป็นนานาสังวาสกันนะเคยร่วมกันอยู่ไม่ใช่อยู่อย่างนิกายไม่ใช่อสังวาส พรหมทัณฑ์ ชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์ไม่บอกไม่สอนก็จะอยู่อย่างไรก็อยู่ไป พรหมทัณฑ์นั้นเป็นโทษที่รองจากปาราชิกแต่ถ้าโทษ ปาราชิกนั้นอยู่ร่วมกันไม่ได้เลย อสังวาสเลย ถ้าปล่อยให้หมักหมมไปจะยิ่งเละ ซึ่งเราก็ชื่อว่าพุทธเหมือนกัน แล้วคุณจะบอกว่า ให้เปลี่ยนชื่อเป็นเสียงเป็นศาสนาของตัวเองเลยคนที่เป็นปราชญ์ในเมืองไทยบอกเช่นนี้ อาตมาก็ว่ามันง่ายนักหรือที่จะสร้างศาสนาจะทำเช่นนั้น ก็มันโง่มันบ้า ก็ขบถต่อพระพุทธเจ้า เราเอาของท่านมาปฏิบัติแล้วไม่เคารพท่าน ไปเอาชื่ออื่นอีกมันก็เลิกเถอะ ธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเราไม่มีสิทธิ์ไปตั้งชื่อใหม่แต่เอาไปเป็นของตัวเอง ถ้าคุณไม่ใช่หน่อเนื้อที่แท้ของพระพุทธเจ้า คุณก็จะไปคนละเรื่องกับพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะมีโลกอีกกี่ลูกก็ตามศาสนาพระพุทธเจ้าก็มีหนึ่งเดียวไม่มีสองให้ตั้งใจให้ดี ในข้อต่อมาคุณก็อ้างมา 5 ข้อ 1 เจ้าของสำนักต่างๆ นั้นล้วนแต่มีมโนปณิธานบวชตลอดชีวิตทั้งสิ้น แล้วคุณรู้ไหมคนที่มาบวชแล้วอาชีพนี้ไปหากินอยู่ตลอดชีวิตก็มีแล้วเป็นผู้ที่ทำลายศาสนาพุทธได้มากที่สุดเราไม่ตำหนิผู้ที่ถูกต้อง แต่ต้องตำหนิคนที่ไม่ถูกต้องชอบผู้ที่มาบวชเพื่อหากินตลอดชีวิตของตนก็ปะปนอยู่มากมายใครจะว่าอย่างไรก็ไม่ออกเพราะว่าเป็นทางหากินได้มากมายเราก็หลอกคนได้มากมายและมีความฉลาดเฉลียวใครเป็นเช่นนั้นรู้ไหมแล้วคนมองว่ามองในแง่ดีว่าบวชตลอดชีวิตมันดี แต่ไหนดีนั้นมันก็มีเลวอย่างที่ว่านี้ต้องขจัดออกจากนี้ไปเพราะมันตั้งใจบวชตลอดชีวิตแต่มันกระทำย่ำยีอย่างนี้ คุณยกแต่มุมดีแต่ไม่มองมุมเสีย แล้วไม่ดูเหตุปัจจัยที่มีหลักฐานอย่างที่พูดนี้ ถ้าคุณมองออกก็จะเข้าใจอาตมา ถ้ามองแต่ดีไม่มองเสียก็งมงายมันต้องมองทั้งดีทั้งชั่ว

2 สํานัก สำนักต่างๆล้วนมีมวลมากที่มีคนที่เป็นคนดีมีศีลธรรมเป็นจำนวนมากทั้งสิ้น ถ้าหัวหน้าชั่วหัวหน้าไม่ดีมันก็จะไม่ใช่คนดีเป็นส่วนใหญ่แต่เป็นคนชั่วเป็นเหมือนใหญ่เอาให้ชัดเลย แล้วคุณเอาแต่แง่ดีไม่มีมองแง่อื่นบ้าง ถ้าคุณมีปัญญาจะเรียนรู้ลึกถึงสิ่งที่พระพุทธเจ้าบอกว่าสัจจะมีหนึ่งเดียว แล้วความเห็นที่แตกต่างกันถ้าคุณไม่รู้ก็ไปงมงายว่าสัจจะมีหนึ่งเดียวก็ไม่รู้ว่าอะไรมันต่างกันเอาคนพาลกับบัณฑิตมาปล้นกันเละเทะไปหมด แล้วก็คิดง่ายๆว่าประนีประนอมปรองดองคุยกันได้ ในขนาดหนึ่ง มันอยู่ร่วมกันไม่ได้เพราะเสียหายพากันฉิบหายไปใหญ่ก็ต้องแยกต้องจัดการ ถ้าจัดการไม่ได้ก็ปล่อยเขาไปตามกรรมวิบาก ๑. ต่างกันยังมีสัญญายนิจจานิ ยึดทิฏฐิของตนหนึ่งเดียวไม่เอาความเห็นคนอื่น ถ้าเกิดภาวะเป็นชีวะจะมีภาวะสองสภาพทั้งสิ้น มีบวกกับลบ มีดีกับชั่ว มีรูปกับนาม สิ่งที่ไม่มีนามธรรมไปร่วมจะไม่รู้ว่ามีสองทางฟิสิกส์จะมีสสารกับพลังงานทั้งนั้น ด้วยสภาพสอง แล้วสิ่งที่มันเกิดหมุนเวียนปฏิกิริยาเคลื่อนที่เป็นชีวะทั้งสิ้น แม้ไม่เป็นชีวะการเคลื่อนที่ก็เป็นภาวะสองทั้งสิ้น หากเป็นภาวะหนึ่งเดียวก็ไม่เคลื่อนรู้ได้ยาก คุณเอามวลมาอ้างนั้นมวลคนเลวก็มี แต่ไม่มองสิ่งชั่วเลย คนที่ถูกหลอกว่าเป็นคนดีๆ คุณเป็นคนหนึ่งที่ถูกหลอกหรือเปล่า คนที่ไม่รู้เท่าทันคนชั่วนี้น่าสงสารมาก เพราะซื่อก็เลยเซ่อไป ขออภัย

3 สำนักต่างๆเหล่านั้นล้วนเป็นผู้เลื่อมใสต่อพระรัตนตรัย คุณไม่รู้หรอกว่าพระพุทธเจ้าเป็นนามหนึ่งเดียว แต่คุณอยู่อย่างหลวมๆโดยไม่รู้ว่าสัมมาทิฏฐิที่แท้เป็นอย่างไร ผู้ศรัทธาพระพุทธเจ้าก็ศรัทธาได้แต่เป็นพระพุทธเจ้าคนละองค์กัน ถ้าเป็นพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันก็จะไม่เห็นแย้งกับอาตมาหรอกแต่ปรากฏเห็นแย้งกับอาตมาอยู่ก็ไม่จบเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าของจริงกับของอาตมามันคนละองค์ อย่างของธรรมกายกับของอาตมานี้ตรงกันข้ามไม่เหมือนกันเลย เพราะพระพุทธเจ้าของเขาปรินิพพานไปแล้วยังมีคนไปถวายข้าวพระพุทธเจ้าได้อีก แล้วก็มีคนคนเดียวที่ทำได้คนอื่นไม่มีสิทธิ์อีกเป็นคำสอนที่แปลกๆ พระพุทธเจ้าไม่เคยสงวนลิขสิทธิ์ในการเป็นพระพุทธเจ้า ขนาดนี้คุณก็แยกความแตกต่างไม่ได้อย่างนั้นเขาสอนเป็นความลึกลับพิสูจน์ไม่ได้แต่ของพระพุทธเจ้านั้นพิสูจน์ได้ แล้วจะให้เข้าใจ ครบทั้งสมมุติสัจจะและปรมัตถสัจจะเป็นสัจจะ 2 ส่วนที่ชัดเจนนั้น ที่สุดกับคนอื่นและตัวเราเองได้แต่นี่เขาทำอย่างลึกลับคนอื่นรู้ด้วยไม่ได้ 4 ล้วนแต่เป็นผู้ที่ ศรัทธา เชื่อกฎแห่งกรรม ทุกวันนี้ชาวพุทธก็แก้กรรมกันอย่างที่สุดไม่ได้ไม่เป็นสิ่งพิสูจน์ได้ ไม่มีผัสสะเป็นปัจจัยก็ฉันนั้นคนที่จะแก้กรรมก็เป็นคนที่รู้คนเดียว แล้วเก่งไปบอกคนอื่นให้แก้อย่างงั้นอย่างงี้ เก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกที่ท่านยังไม่แก้กรรมให้ใครให้เขาสำนึกเอง แล้วเปลี่ยนแปลงกรรมของตนให้ดีขึ้น 5 สำนักต่างๆล้วนแต่นับถือปฏิบัติหลักของทานศีลภาวนาทั้งสิ้น ส่วนคุณไม่รู้ว่าสำนักต่างๆทำทานอย่างมิจฉาทิฐิทั้งสิ้น เอาอดีตกับอนาคตมาหลอกอย่างธรรมกาย เอาอนาคตมาหลอกแล้วตนเองอยู่แต่กับอดีต แล้วมาหลอกคนว่าคนนั้นคนนี้เกิดเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ อยู่กับอดีตอนาคต แล้วคนอื่นรู้ด้วยไม่ได้ ตนเองก็รู้อยู่คนเดียวเก่งอยู่คนเดียว บอกเลยว่าคนนี้แต่ละวิบากอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เลยมีคนลองของทดสอบว่ารู้จริงไหมแต่ที่สุดก็ดูมีจริง ขอสรุป ทานศีลภาวนาที่ทำการนั้นส่วนใหญ่มิจฉาทิฐิทั้งสิ้น แม้ว่าพยัญชนะตัวเดียวกันแต่สภาวะและวิธีที่ปฏิบัติก็ต่างกันแล้วได้มรรคได้ผลก็ต่างกัน ทุกวันนี้ในสังคม 2 ส่วนใหญ่ไม่ได้มีจุลศีลมัชฌิมศีลมหาศีลเลยนอกจากไม่มีแล้วก็ละเมิดด้วยทั้งที่พระพุทธเจ้าให้เว้นขาด ศึกษาให้ดีจะรู้ว่าทุกอย่างมีธรรมะสอง หรือไอสไตน์ว่า ทุกอย่างมี space and time ทั้งสิ้น เป็นปฏิสัมพัทธ์ของสองสิ่งทั้งสิ้น ไอสไตน์คิดให้เกิดนิวเคลียร์ได้ของพุทธก็ทำได้ แล้วใช้ให้เป็นประโยชน์ไม่เป็นโทษภัยได้ ทั้งนิวเคลียร์ฟิชชั่นหรือฟิวชั่นเลย นิวเคลียร์ฟิชชั่นนั้นรวมเป็นเอกภาพมีพลังสนามแม่เหล็กป้องกันไม่ให้กัมมันตรังสีย้อนมาทำร้ายตนเองได้

แล้วไปสรุปชมพระธัมมชโยว่าไม่เคยตำหนิใครเลย อันนี้คือเคล็ดลับของธัมมชโยที่ใช้เที่ยวไปหากิน คนที่ไม่ตำหนิไม่ว่าใครเลย คนนี้คือนอกศาสนาพุทธ พระพุทธเจ้าให้ตำหนิคนที่ควรตำหนิให้ชมคนที่ควรชมแล้วคนที่ไม่ตำหนิเลย มีแต่ชมคนให้ใช้สามัญสำนึกก็ได้ ตื้นๆคือคนที่ไม่กล้าหาญไม่รู้สัจจะความจริง ไม่มีเมตตาที่ช่วยคนอื่น ที่จะต้องตำหนิเขาถ้าเป็นพ่อเป็นแม่มีลูกแบบนี้แล้วไม่ว่าไม่บอกก็จะฉิบหาย โลกนี้ต้องมี 2 อย่างมีดีมีชั่ว มีดำมีขาวเป็นธรรมะ 2 ถ้าคุณไม่รู้ก็ ถ้าคุณไม่รู้ก็เป็นลูกกะโล่ให้ถูกเตะไปเตะมาในโลกนี้แต่ธรรมกายนี้ด้านมากแตะอย่างไรก็ไม่รู้สึก เหมือนอย่างหลวงพ่อดีน่ออะไรก็ดีไปหมดอย่างนี้มันเกินเซ่อแล้ว การมองแต่ดีนะมันผิดสัจจะมันต้องรู้ทั้งดีและชั่วพระพุทธเจ้านั้นให้รู้คุณรู้โทษแล้วเลือกสิ่งที่ควรทำ ข่มคนที่ควรข่ม ตำหนิคนที่ควรตำหนิ การที่เราไม่สังกัดมหาเถรสมาคมไม่ได้หมายความว่าจะไม่แปลว่าไปตำหนิเขาแต่ควรตำหนิควรว่าเขาอย่างยิ่งเพราะฉะนั้นเถรสมาคมยังยืนยันว่าตนเองเป็นพุทธก็อย่าทำให้ชิปหาย อาตมารักความเป็นพุทธคนไม่รักจะทําให้ฉิบหายอาตมาก็ไม่ยอมหรอก แต่จะไปฟ้องร้องไปอธิกรณ์เขาไม่ได้เพราะเป็นนานาสังวาสอย่างมหาเถรสมาคมก็ไปอธิกรณ์ฟ้องร้องของธัมมชโยได้ แต่จะมาฟ้องร้องมาอธิกรณ์อาตมาไม่ได้ อย่างไรพ.ศ. 2532 คุณก็ไปกินดีเสือดีหมีมาจากไหนใช้อำนาจที่คุณมีก็เอาอาตมาจนต้องยอม แต่อาตมาไม่ยอมผิด อาตมาแค่ยอมแพ้เท่านั้นเอง เพราะคุณมีอำนาจบาตรใหญ่ ตกลงวิบากใครก็วิบากมัน อาตมาเชื่อกรรมเชื่อวิบากก็ชัดเจนว่าอาตมาไม่ได้ผิดก็ว่ากันไป อาตมาก็เลยยอมถูกลงโทษให้รอลงอาญา ๒ ปี สังคมเราต้องมี 1 มีคนรู้ความจริง 2 มีคนเอาภาระ 3 ต้องมีคนกล้า การรู้ความจริง ต้องมีภูมิปัญญาพอ แล้วเป็นคนเอาภาระแล้วจะเป็นคนกล้า เราจะไปถือคติชั่วช่างชีดีช่างสงฆ์อย่างที่คุณถือนี้มันทำให้เราไปขนาดไหนจนกระทั่งสมีอุ้มสมีในวงการเถรสมาคม ขอพูดให้ชัดว่าอุ้มสมีแล้วคุณจะตาบอดหูหนวกอีกทำไม ขนาดพระสังฆราชมีพระลิขิตตั้ง 5 ฉบับมีหลักฐานให้ปาราชิกนะ ถ้าไม่อย่างนั้นสมเด็จพระสังฆราชท่านจะมีอาบัติสังฆาทิเสสติดตัวท่านไปนะ เราทำอย่างนานาสังวาสได้ขนาดนี้ แต่หลวงปู่พุทธะอิสระท่านอยู่ในสังวาสเดียวกันก็จะทำได้อย่างเต็มที่ แต่คนอื่นที่รู้แต่ไม่ทำก็คือกลัวและไม่เอาภาระ ก็ขอฝากกดแช่ไว้ว่าทุกอย่างมันมาจากจิตวิญญาณ มโนบุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐามโนมยา ทุกอย่างจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จก็อยู่ที่จิตวิญญาณถ้าปล่อยให้จิตวิญญาณเป็นแกนที่เน่าเฟะล้มเหลวแล้วจะปฏิรูปจะปฏิวัติอย่างไรก็ไม่สำเร็จ อาตมาพูดมาหลายทีแล้วในสังคมมนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐที่สุด แล้วจิตวิญญาณกับสภาวะนามรูป เจ้าตรัสรู้ธรรมะ 2 นี้ ไม่รู้ดีรู้ชั่วจริงๆแล้วมีเมตตาจริงๆ มีกรุณามุทิตาอุเบกขาอุ้มชูโลกอยู่ แม้แต่วันนี้ประชาธิปไตยขาเดียวที่ไม่ใส่ใจไม่เอาจริงเอาจังเรื่องนามธรรมแต่ไปเอาแต่รูปธรรมก็เป็นประชาธิปไตยขาเดียว

มาสู่บทเรียนที่เป็นอนุกรมต่อเนื่องกัน เป็นseries อาจารย์เป็นต้น นาประโคน ช่วยตอบคำภาษาอังกฤษให้ ถึงแม้เป็นคนตาบอดเดินทางจากเมฆาอโศก ออกมาคนเดียวด้วยไม่มีเงินด้วยเดินทางมาก็มีคนที่สนทนาด้วยว่ามาทำไม อาจารย์ก็บอกว่ามาวัดแล้วมาวัดทำไมก็บอกว่ามาสอนนักเรียนและสอนวิชาอะไรก็บอกว่าสอนภาษาอังกฤษเขาก็เลยตกใจว่าตาพูดภาษาอังกฤษได้ด้วยหรือ อาจารย์ก็บอกว่าพอพูดได้คนนั้นเขาก็ไม่ค่อยเชื่อก็เลยพูดภาษาอังกฤษใส่อาจารย์อาจารย์ก็เลยตอบภาษาอังกฤษไปมาเขาก็เลยให้เงินไป 200 แล้วก็ไปให้น้ำอีก 1 ขวด แต่พอมาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาที่บ้านราษฎร์รถมอเตอร์ไซค์ก็จะเอา 250 แต่จะคิด 200 เท่าไหร่ต่อรองเขาก็เลยเอาแค่ 200 อาจารย์ก็อายุตั้ง 79 แล้วใครเป็นอาจารย์สอนมาก็มาใช้ให้เป็นประโยชน์ที่นี่

เราพูดถึงศีลกัน ศีลเป็นหลักเกณฑ์หลักการของทุกศาสนา ถ้าหลักเกณฑ์ไม่ดีศาสนานั้นตั้งอยู่ได้ไม่นาน สิ่งไม่มีไม่ได้ต้องมีอาชญาเป็นหลักเกณฑ์ไม่มีไม่ได้ ตั้งแต่ก่อนจะพูดอย่างนี้ไม่ได้เพราะในศีลธรรมนูญนี้จะล้มล้างมหาเถรสมาคมเกือบทั้งหมดซึ่งเขาถือศีลกันก็เป็นสีลลัพพตุปาทาน เป็นมิจฉาทิฏฐิอยู่เลยไม่ได้ทำตามขอบเขตปริตตังทำตามขอบเขต มีผัสสะแล้วมีกุศล อกุศลเกิดในกรอบที่เราทำ แล้วเรียนรู้เหตุปัจจัยของอกุศลแล้วกำจัดได้ กำจัดได้จิตก็แข็งแรงตั้งมั่นเป็นสมาธิ ทำการประหารด้วยปาหาน 5 แต่ทุกวันนี้เขาทำตามสีลลัพพตุปาทาน ไม่ได้มีมรรคผล มาถึงครานี้อาตมาก็ต้องพูดแล้วถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันไม่มีฐานก็พูดไม่ได้เพราะศีลนั้นจะล้มล้างมหาเถรสมาคมไปเลย เพราะเขาละเมิดกันหมดแล้วโดยเฉพาะมหาศีล เละเทะทั้งหมดแล้วเป็นเดรัจฉานวิชาเป็นเดรัจฉานกถาไปหมด เดรัจฉานกถาคือพูดแล้วไม่พาไปสู่นิพพาน พูดแล้วมีแต่ทำให้กิเลสหนาขึ้นอย่างธรรมกาย มีแต่ให้รวยให้มากให้ใหญ่ให้เป็นวิมานครอบงำกันหลอกกันบ้าบอ แล้วทำวิธีการสะกดจิตให้ดูช่องนั้นช่องเดียว

พระพุทธเจ้าบอกว่าถ้าจะชมเราให้ชมที่เรามีศีล เช่นเดียวกันถ้าจะชมอโศกต้องชมที่อโศกมีศีล ซึ่งอโศกได้รับคำรับรองว่าเป็นคนที่เคร่งศีล เขาก็เลยบอกว่ายึดติด เอาแต่ศีลว่าเราไม่รู้จักสมาธิไม่รู้จักปัญญาไม่รู้จักวิมุติเขาก็เลยบอกว่า ถ้าจะฝึกสมาธิให้ไปที่ธรรมกายจะ เอาปัญญาให้ไปที่สวนโมกข์ จะเอาวิมุติก็ไปที่หลวงปู่มั่น แล้วอาตมาไม่ใช้เงินก็ไม่เห็นเคร่งอะไร กินมื้อเดียวก็ไม่เห็นเคร่งอะไรสบายสบาย พวกเราทำได้แล้วจะสบายไม่ต้องสังวรระวังด้วยเป็นอัตโนมัติเป็นประทับตราเป็นเช่นนั้นเอง อัตโนมัติ ไม่ฆ่าสัตว์เป็นอัตโนมัติแม้จะตกใจ แต่บางคนตกใจก็ทำร้ายสัตว์ทันทีแต่ของเราจะไม่ทำ เสียงของพวกเรา หินไท ผู้หญิงตบกลางสาธารณชนก็ไม่ตอบโต้อะไรนี่คือความสำเร็จ ใครทำร้ายเราเราก็ไม่ตอบโต้ มาดูที่จุลศีลอีก ๑๓. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับทองและเงิน. [๗] ๑๔. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับธัญญาหารดิบ. หมายถึงของดิบที่เอามาฉันไม่ได้ แม้แต่ผักผลไม้สดก็ไม่ถือเป็นธัญญาหารดิบเพราะฉันได้เลย ตั้งแต่บวชมาใหม่ๆ จำได้เลยตอนไปบิณฑบาต ที่ตลาด คนก็ศรัทธาเลื่อมใสว่าเราไม่ฉันเนื้อสัตว์แล้วจะเอาอะไรใส่บาตร เป็นตลาดสดก็เอาผักใส่ได้เขาก็ซื้อผักคะน้าเป็นต้นใส่เต็มบาทเลยแต่ละเจ้าแต่ละเจ้า เหตุเกิดจริงที่อยุธยาเขาดีใจที่ใส่บาตรได้ ก็เลยเอาผักคะน้ามาใส่บาตรเต็มเลย ๑๕. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับเนื้อดิบ. ๑๖. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับสตรีและกุมาร. ๑๗. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับทาสีและทาส. ก็คือไม่รับคนรับใช้ทั้งหญิงและชายเพราะฉะนั้นพระอาจารย์ที่มีคนรับใช้มีลูกศิษย์ที่เป็นคนใช้ ทั้งหญิงและชายก็ไม่ได้ พระพุทธเจ้าไม่ให้ไปข่มใครให้ปลอดความเป็นทาสไม่ให้มีคนรับใช้ ๑๘. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับแพะและแกะ. ๑๙. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไก่และสุกร. ๒๐. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับช้าง โค ม้า และลา. เป็นข้อสรุปที่พระพุทธเจ้าท่านไม่ให้เลี้ยงสัตว์ทั้งหลาย แต่ทุกวันนี้บางวัดเลี้ยงเสือกัน เลยถูกเสือกัดเอาบางวัดเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งมันออกนอกรีตของพระพุทธเจ้า ๒๑. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการรับไร่นาและที่ดิน. อยู่ที่ธรรมกายทำ ยึดที่ดินคนอื่นแล้วก็เอาไปคืนอย่างนี้ก็ผิดแล้วใส่ชื่อเป็นของตนเองด้วยไม่ใช่เป็นของกลางเป็นปาราชิกไม่รู้กี่อย่างแล้วเรื่องเงินทองเรื่องที่ เป็นปาราชิกไม่รู้กี่ตัวเลย [๘] ๒๒. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการประกอบทูตกรรม และการรับใช้. คำว่าฑูตกรรมคือการไปติดต่อที่จะดำเนินกิจกรรมกิจการใดใดแล้วคำว่าทูต ตั้งแต่โบราณถึงบัดนี้คำว่าจบฑูตคือผู้ที่จะไปติดต่ออะไรก็แล้วแต่เพื่อหาประโยชน์ เพื่อไปเป็นไส้ศึกเจรจาให้ได้ประโยชน์ต่อประเทศตนเองแต่ถ้าไปยังสัมมาทิฏฐิ ฑูตคือผู้ไปเชื่อมต่อให้ประโยชน์แก่เขา ไม่ใช่เป็นผู้ไปรับใช้ การที่เป็นฑูตแล้วเอาประโยชน์ให้แก่ประเทศตอนนี้ผิด แต่ต้องเป็นผู้เชื่อมต่อที่จะให้ประโยชน์แก่เขา อาตมาเคยบอกว่าอนาคตอโศกจะไปต่างประเทศก็ไปเพื่อที่จะให้ประโยชน์แก่เขาไม่ใช่ไปเพื่อจะไปเอาอะไรจากเขาทั้งลาภยศสรรเสริญโลกียสุข ส่วนผู้รับใช้คือผู้ที่จะต้องได้สิ่งแลกเปลี่ยน ได้รับค่าจ้างคือผู้รับใช้ แต่ถ้าเป็นผู้รับใช้ที่ไปอย่าง พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก)โดยไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนพ้นเลเภนลาภังนิชิคิงสนตา ผู้พ้นลาภแลกลาภคือผู้ที่ไม่เป็นผู้รับใช้ ผู้รับใช้นี้เป็นคำเรียกอาการของศักดินา การไปเทศน์แล้วรับค่าจ้างก็เป็นการไปรับใช้ ซึ่งการกระทำอันนี้ผิดธรรมวินัย พระพุทธเจ้าไม่ให้แม้จะไปทำยารักษาให้ ก็ไม่ได้ ทุกวันนี้เข้าใจผิดพลาด พระเลยกลายเป็นพวกศักดินาไม่ทำงานให้แก่สังคมเลยไม่ไปช่วยสังคมเลย อย่างเราทำนี้ส่วนไหนที่ทำช่วยสังคมได้ก็ทำอย่างไม่ผิดธรมวินัย แล้วเราไม่ได้รับค่าจ้างอะไรเลย แต่อย่างที่เขาทำทุกวันนี้เป็นศักดินาหมดเลย แต่เราต้องอย่างเอาภาระตามกาละที่สมควรตามหาประเทศ 4 สัปปุริสธรรม 7 แนวเราไม่เอาสิ่งแลกเปลี่ยนแล้วก็ตามเราก็ต้องประมาณ นักบวชคือผู้รับใช้สังคมอย่างดี ยังอยู่ในหลักเกณฑ์ของพระธรรมวินัยที่แท้จริง พวกเราก็มีปฏิภาณที่อาตมาพาออกไปประท้วงหลายที บางคนก็บอกว่าผิด แต่พอทำไปแล้วก็จะเข้าใจว่าไม่ได้ผิดอะไร ผู้ที่เข้าใจแล้วก็จะไม่มีปฏิกริยาแล้วก็จะร่วมมืออย่างเข้าใจจริง ถ้าเป็นกาละที่สมควรกองทัพธรรมจะออกเราก็ไม่มีปัญหาเลย ก็ขอฝากไว้ว่ากองทัพธรรมที่เกิดมาในยุคนี้เป็นกองทัพธรรมจริงๆ ๒๓. พระสมณโคดม เว้นขาดจาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน