581108_ทำวัตรเช้ามหาปวารณาครั้งที่ ๓๓ สาธารณโภคีคือลัทธิอันยิ่งใหญ่.docx
เนื้อหาในไฟล์
581108_ทำวัตรเช้ามหาปวารณาครั้งที่ ๓๓ สาธารณโภคีคือลัทธิอันยิ่งใหญ่
พ่อครูว่า…. วันนี้วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 แล้ววันนี้ก็วันสุดท้ายของงาน วันนี้วันอาทิตย์ เป็นวันเกิดของชุมชนปฐมอโศก จะยึดเอาวันอาทิตย์ประมาณนี้แหละ พอถึงวันอาทิตย์ของช่วง นี้โดยวันเกิดของปฐมอโศก ไม่ได้กำหนดเป็นตัวเลข ได้กำหนดให้วันอาทิตย์ของงานมหาปวารณา จะเป็นวันสุดท้ายของงาน เมื่อวานก็เทศน์ตอนเช้า 3 ชั่วโมง ตอนสาย 2 ชั่วโมง จนถึงเย็นก็ไปนั่งดูเขาแสดง ก็รู้สึกว่าไปได้ ไม่ได้เปรียบได้โหยอะไร ก็เลยถามกันว่าไม่เมื่อยหรือ อาตมาก็ว่าเมื่อยข้อเสียกันอย่างไร ความเมื่อยมี 2 แบบ 1 เมื่อยแบบแรงหมดไม่มีแรงไปทำอะไรแล้ว นี่คือไม่แท้ อันที่ 2 ถึงมันไม่ค่อยอยากจะทำมันเบื่อเบื่อแต่มันยิ่งไม่มีใหญ่อันนี้ สำหรับอาตมา โดยเฉพาะทำงานส่วนที่จะต้องโอภาปราศรัยกับพวกเรา บรรยายธรรมะปรมัตถ์ ให้แก่พวกเราหรือไม่ได้จะลงลึกอยู่ด้วย ธรรมะเป็นของวิเศษที่มนุษย์ควรรับรู้และรับเอาไว้ใส่ใจ เป็นของมีค่าก็ควรรับเราพยายามเอา คนไม่รู้ก็งงไม่เห็นค่า ยิ่งเป็นของฟรีด้วย และไม่มีวินาทีใด ที่ไม่ควรจะเผยแพร่ธรรมะ งานนี้ปีนี้ที่เมื่อยหน่อย ที่ตั้งใจเพียรทำก็คือ เขียนหนังสือเล่มนี้ เห็นตั้งแต่ 25 เมษายน มาถึงบัดนี้ 6 เดือน ที่จริงก็ไม่ใช่จะเขียนนานขนาดนั้นหรอก เขียนเมษายนเสร็จ 18 ตุลาคม ก็ไม่ได้เร่งเท่าไหร่ ทำงานเฉพาะหน้า นักเขียนเล่นเอาจริงๆ ก็เดือนสิงหาคม ต้นเข้าพรรษา ก็ช่วยกันอ่านดูเผื่อจะมีประโยชน์ เขียนด้วยความรู้สึกที่ มันจะต้องเขียน อาตมาเห็นมหานิทานสูตร ก็เห็นว่าคนเรามีเรื่องราวนิทานในโลก คนเดียวก็มีเรื่องราวมากมาย ยิ่งมีหลายคนก็เป็นนิยายของโลก เป็นนิทาน นวนิยายของโลก เกิดกับคนกับสัตว์ สรุปลงไปแล้วจะไปนึกถึง พรหมชาลสูตร พระพุทธเจ้าต
อ่านต่อ
รัสทิฏฐิ ๖๒ ที่ท่านไขความเรื่องโลกกับอัตตา พระพุทธเจ้าไขความเป็นมนุษย์ตรงนี้สอนคนให้รู้เรื่องโลกกับเรื่องอัตตา ที่เกิดนิยายเรื่องมากมายเพราะมีกิเลสมีกามมีตัณหา ๓ ถ้าพระพุทธเจ้าไม่มาเปิดเผยไม่มีหรอกตัณหาข้อที่ 3 คือวิภวตัณหา กล้าพูดได้เลยว่าถ้าไม่มีพระพุทธเจ้าอุบัติ วิภวตัณหาไม่เกิดหรอกในโลกและใช้อยู่มีนิทานเรื่องราวไปอย่างนั้นหมุนเวียนกันไป สมบัติผลัดกันชมสมแค้นสมรักหมุนเวียนไปเช่นนั้นตลอด ผู้หญิงผู้ชายเกิดแล้วเกิดอีกเกิดอีกเกิดแล้ว ไม่มีการพรากจากกันง่ายๆเป็นนิทานติดต่อเชื่อมโยง อาจจะเกิดวิบากไกลหน่อยแล้วเวียนมาแล้วก็เพิ่มจำนวนขึ้น คนคนหนึ่งมีคู่วิบากเริ่มต้นตั้งแต่คู่หนึ่งเป็นร้อยคู่พันคู่หมื่นคู่แสนคู่ เป็นวิบากเกิดแล้วกี่ชาติกี่ชาติ มันไม่มีทางที่จะสิ้นสุดเพราะไม่มีวิธีที่จะหรี่ลงไปหรือลดลงไป ถ้ามันไม่รู้จักทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่จะตัดภพตัดชาติ ตัดสิ่งที่จะต้องหยุดแค้นหยุดรัก หยุดอยากได้ หยุดไม่อยากได้ มันจะเป็นเช่นนั้น มันจบความอยากได้มันก็จะมีแต่เจตนามุ่งหมาย พีชะหรือพืชไม่มีความสัญญาอยากได้ ดำเนินโดยอัตโนมัติของมัน ความเป็น self ความเป็นของตนเองเมื่อก่อตัวเป็นชีวะมันก็ทำเพื่อตัวเอง สร้างตัวเองแต่ไม่เบียดเบียนใครไม่ทำร้ายใคร ก็ไม่มีคู่ต่อสู้อะไรกับใครเป็นพลังงานชีวระดับคลื่น พอมาเป็นชีวะระดับสัตว์ เริ่มต้นยุแยงทำร้ายทำลายเป็นวิบาก พอเริ่มต้นเป็นสัตว์จะมีเวทนามีวิบาก แล้วก็จะมีความรู้สึกอารมณ์ ดูดหรือผลักให้แก่ตน เริ่มตั้งแต่ selfish เป็นตัวกูของกูก็มี action reaction ก็มีตัวมึงของมึงเกิดขึ้น เป็นสภาพของ reaction สะท้อนไปสะท้อนมา เกิดนิยายของโลกขึ้นทันที พืชพันธุ์ธัญญาหารไม่มีนิยาย สัตว์โลกเริ่มมีนิยายเรื่องนิทานมีชาดกตกตะกอนเป็นวิบาก วิบากคือคลังแห่งเรื่องนิยายที่ไม่รู้จบ
คั่นรายการ ด้วยประชาสัมพันธ์ ใครจะจัดโรงบุญมังสวิรัติ 5 ธันวาฯ แจ้งที่คุณใบแก้ว ชาวหินฟ้า อยู่ซอยนวมินทร์ ๖๕ และ และเขาเอาชื่ออาตมาไปเป็นเจ้าบ้าน เป็นบ้านเลขที่ ๖๕/๑ มีลูกหลานอยู่ในนั้นเยอะไม่รู้กี่ร้อยคน ให้ส่งเบอร์โทรฯ ๖๕/๑ ซอยเทียมพร ถ.นวมินทร์ ๔๔ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม โทรฯ ๐๘๑ ๓๙๑_๒๔๔๙ ๐๙๑ ๒๘๗๘_๔๔๙ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงในวันพระราชสมภพ
ตอนนี้ที่บ้านราชข้าวสุกแล้ว หมายถึงต้นข้าวมันสุกมันแก่ ถึงขั้นจะต้องเกี่ยวกันแล้ว คนที่อยู่ทางโน้นก็เกี่ยวกันไปบ้างแล้ว ถึงจะช้าไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะร่วงเสียของลองติดต่อดูอะไรที่คิดว่ามีน้ําใจจะไปช่วย ผู้ใดมีความรู้ความชำนาญช่วงเวลาไหนจะนับลงแขกกันถ้าลงแขกและจะสนุก
งานพวกเรา อาตมาภูมิใจ ที่สามารถสร้างสังคมที่เป็นสังคมสามัคคี สามัคคียะของพระพุทธเจ้า เป็นความสำเร็จของคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นความสามัคคีระดับญาติแท้เป็นญาติจริงๆ พึ่งแก่พึ่งเกิดเพื่อนเจ็บเพื่อนตายกันได้จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ญาติในตระกูลอาจจะเป็นญาติสายเลือดรวมกันแล้ว จะรวมญาติกันได้อย่างมากก็เป็นพันคนหนึ่งตระกูลจริงๆ แต่ของเรามากกว่านั้นถ้ารวมกันจริงนั้นมากกว่าพันแน่นอน เป็นหมื่นไม่รู้จะถึงแสนไหม ตอนอาตมาตายไปจะมีถึงแสนหรือเปล่านะงานศพอาตมา คือว่าญาตินี้ไม่ใช่มาชั่วคราว จะไปมาหากันแน่นอนถ้าเป็นญาติ ถ้าจะเป็นญาติก็ยิ่งกว่ามิตร จะไปมาหากันหรืออยู่ด้วยกันจนเกิดถึงตาย ญาติแท้แท้ ดูแลซึ่งเกิดแก่เจ็บตายกันได้ เกิดจากจิตใจ ที่ตัดช่องว่างความเป็นคนอื่น ถึงขนาดว่าใช้เงินกระเป๋าเดียวกันกินข้าวหม้อเดียวกัน อยู่ด้วยกันกินใช้ด้วยกันทำมาหากินสร้างสรรค์มีอะไรก็มีเหมือนกันทุกคนก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน แต่เราเรียนกันแล้วว่าไม่ต้องไปยึดเป็นตัวกูของกูก็ลึกซึ้ง อาตมาพาทำแล้วในยุคนี้ถึงขนาดเป็นลูกพ่อแม่เดียวกัน ก็ไม่ใช่อย่างนี้ อย่างของทางจีนเค้าเป็นกงสี อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่กินใช้ส่วนกลางจนถึงกว่าจะตายเลย ส่วนของพระพุทธเจ้านั้นยิ่งใหญ่กว่าเพราะเป็นกงสีใหญ่มาก ไม่ใช่กงสีเฉพาะญาติเท่านั้น แผนที่กงสีรวมทั้งหมด ร่วมสายเลือดต่างๆกันได้ด้วยจิตวิญญาณเป็นหนึ่ง เป็นปรากฏการที่เกิดได้ในยุคนี้ที่กงสีของจีนก็แตกสลายหรือมีน้อยแล้ว แต่เราทำขึ้นได้ พิสูจน์มาแล้ว 40 ปี รวมกันได้เพราะอะไร เป็นได้เพราะทฤษฎีของพระพุทธเจ้า เอามาฝึกฝนขัดเกลากิเลส ขัดเกลาตัวจิตที่เป็น มโนปุพพังคมาธรรมา มโนเสฏฐามโนมยา จิตเป็นประธานแล้วเกิดได้สำเร็จเช่นนี้ถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ อาตมาจะเป็นคนก่อตั้งต้นจุดที่จะให้เป็นเช่นนี้เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้ามาเปิดเผย และพอเราได้ศึกษาเล่าเรียน จนกระทั่งคุณเปลี่ยนมาเป็นญาติอาตมา มาเป็นลูกเป็นหลานจริงๆ มันเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริง จริงๆ สิ่งนี้เป็นปรากฏการณ์ของโลกมนุษย์ เป็นทฤษฎียิ่งใหญ่มาก ของสังคมโลกที่เขาต้องการความรวมกันเป็นสามัคคียะ ต้องการอย่างที่พวกเราเป็นได้ที่เขาจะรวมอาเซียนยุโรปเขาก็รวมกัน ก็พูดกันไปทำกันไปแต่เขาไม่รู้จักทฤษฎีของพระพุทธเจ้า ถ้าเอาอันนี้ปักหลักเป็นทฤษฎีหลักของชีวิตของแต่ละประเทศ มีหลักสูตรเลย ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ มีศาสนาพุทธเป็นสัจจะของชาติ แต่มีความเสื่อมของศาสนามากแล้วแต่ก็ยังไม่สายเกินไป โดยเฉพาะอาตมาถ้าทำกับสังคมไทยเกิดขึ้นแล้ว ขนาดฝรั่ง บาทหลวง อัลฟองโซ เขามาพูดก็ยังมองเห็นเลย อธิบายพูดได้ชัดเจนนอกจากนั้นก็พวกเราไปสัมภาษณ์มาออกความเห็นของผู้ที่มองสังคม รับรู้ในสังคมอยู่ก็มาประกาศ เป็นการรับรองทฤษฎีของพระพุทธเจ้าที่อาตมาเข้าใจเป็นทิฏฐิของอาตมา แล้วมาเปิดเผยแนะนำให้พวกเขาปฏิบัติจนมีผลจริง สิ่งรับรู้กันไปทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะในไทย เพราะเป็นยุคโลกาภิวัฒน์ที่อเมริกา มีหน่วยงานที่รับหนังสือของเรา เมื่อเราไม่ส่งไป เขาก็ ท้วงมาให้เราส่งไป เพราะคนเราแสวงหาสิ่งลึกลับสิ่งวิเศษ สิ่งนี้มันไม่สนหรอกจากนี้ไปมันจะต่อไปอีกจนกระทั่งถึงจนกว่าจะหมดสิ้นศาสนาพุทธ ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าจะเจริญขึ้นไปอีก จนกว่าจะถึง 500 ปี เจริญขึ้นไปถึง 500 ปีก็สูงสุดแล้วก็เริ่มลดจะไปแล้วก็จะเสื่อมลงเป็นธรรมดา สุดท้ายก็หมดสิ้นก็หมดสิ้น ก็หมดทฤษฎีนี้เนื้อหานี้หมด แต่เราก็ไปช่วยอะไรไม่ได้เพราะถึงวาระนั้นแต่วาระนี้เรามีชีวิตอยู่ก็ช่วยกันพยายามรังสรรค์ชีวิตมนุษย์โดยเฉพาะตัวเรามาร่วมด้วยเราก็มีชีวิตดำเนินไปด้วยกันจะเดินไปด้วยกัน พัฒนาไปด้วยกัน ตั้งอกตั้งใจพากเพียรเพราะทุกวินาทีที่มีลมหายใจเข้าลมหายใจออกแล้วมีสติสร้างให้เกิดสติสัมโพชฌงค์แล้วจะเกิดสติสัมมาสติขึ้นได้เป็นผล โดยการปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 นี่คือสติ 3 สติ ๓ สื่อการปฏิบัติสติตลอดตามมรรคมีองค์ 8 ให้เกิดสัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติให้มันเจริญแล้วก็จะเกิดผลสั่งสมลงเป็นสัมมาสมาธิ ถ้าเราทำถูกเรียนรู้ถูกแล้วสมาธิก็เกิดจริงเป็นจริงผู้ที่รู้ก็ปฏิบัติตลอดเวลามีสติเราก็พยายามให้มีสติทุกลมหายใจเข้าทุกลมหายใจออก อานาอาปานะ ให้มีสติเช่นนี้แหละ สติ 3 คือ 1 สติในมรรคมีองค์ 8 2 สติ ในสติปัฏฐาน มีสติเสมอโดยปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ย่อลงมาที่กายเวทนาจิตธรรมเป็นหลักสูตรยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้า 3 สติสัมโพชฌงค์ สติตัวต้นของสติปัฏฐาน ๔ ในโลกุตระ ๓๗ เป็นองค์แรกของโลกุตระ ผู้ที่สัมมาทิฏฐิจริงๆ ก็สามารถปฏิบัติ เป็นทฤษฎีใหม่เป็นชีวิตใหม่ เป็นคนสร้างนิยายใหม่ สร้างนิยายให้ตนสร้างนิยายให้สังคมสร้างนิยายให้โลก เพราะการเรียนของพระพุทธเจ้านั้น เป็นการเตือนให้เป็นประโยชน์ตนและเป็นประโยชน์ท่านจริงๆ วันๆหนึ่งเกิดการพัฒนาชีวิตยังไม่ได้ปล่อยให้เป็นยถากรรมเหมือนปุถุชนหลงใหลไปกับโลกธรรม ลาภยศสรรเสริญกามและอัตตา ดึงเราไปเป็นทาสของโลก เพราะเราไม่ทันโลกไม่เหนือโลก อยากได้ลาภยศสรรเสริญมาเป็นตัวตนตลอดกาล ปุถุชนไม่ได้ศึกษาก็เป็นอวิชชาตลอดไม่มีทางหลุดพ้น โลกุตระคือการหลุดพ้นจากกระแสโลก นิยายของโลกที่ไม่รู้จบ ถ้าไม่รู้ก็จะสร้างคู่รักคู่แค้นไปอีกตลอดกาล คำว่าคู่รักคู่แค้นไม่ใช่เรื่องสั้นๆแคบแคบ คู่ที่จะรวมลาภ ไม่ได้รวมกันแท้หรอกแต่มันเอามาให้ตัวกู เรามีครอบครัวก็ร่วมกันในครอบครัว ก็แบ่งกันกินใช้ในครอบครัว เป็นญาติกันก็มีสาธารณโภคีในญาติกัน จีนอยู่เขามีครอบครัวเป็นกงสี แต่มันจะแตกแยกไปเรื่อยๆ แต่เราเป็นสาธารณโภคีจะรวมกันได้เรื่อยเรื่อย มีมากขึ้นแต่ไม่ได้เป็นตัวเป็นตน แต่ถ้าคนไม่ได้ศึกษาอันนี้อย่างบิลเกตต์ พอตายไป ก็มีอันนี้อยู่ในสัญญาชาติหน้าก็จะพากเพียรเพื่อแย่งเอาของกูคืนมาเอาของกูคืนมา หรือทักษิณก็ตาม ตายไปชาติต่อไปก็จะเอาของกูคืนมา เป็นคู่รักคู่แค้น แต่จริงๆแล้วลูกของพ่อของแม่เวลาพ่อแม่แบ่งทรัพย์สมบัติ ต่างคนลูกเต้าก็มันอยากจะให้คนอื่นได้มากกว่าตัวเองไหม นี่คือสัจจะนะคิดให้ดีๆ แต่ละคนจะแย่งกันแล้วบอกว่าทำไมให้ตัวเองน้อยกว่าคนอื่นจริงๆทุกคนมีตัวกูของกูทั้งสิ้น ศึกษาทฤษฎีพระพุทธเจ้าเพื่อให้ปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ มาลดละอาสวะอนุสัยของตนก็จะไม่ยึดเป็นตัวกูของกู ผู้เป็นสมาชิกชาวอโศก สมบัติคุณมีไม่น้อยหรอก สมบัติชาวอโศกเป็นของเราทุกคน จะกินอยู่ที่ไหนมีทั่วทิศเลย มีบ้านช่องเรือนชานข้าวของไปกินไปนอนได้หมด แต่จิตของคุณไม่คิดเป็นตัวเป็นตนตายไปก็ไม่มีวิบากชาติหน้าก็ไม่ต้องมีการไปเอาของกูคืนมาของกูคืนมา แต่ปุถุชน มีแต่จะแย่งกันเป็นตัวกูของกูตลอด แม้แต่สามีภรรยาก็มีตัวกูของกู ที่ว่ากระเป๋าเดียวกันก็ไม่จริงหรอก ถ้ามาล้างอาสวะอนุสัย เป็นอนาคามีเป็นต้นไปถึงไม่มีตัวกูของกูได้ระดับหนึ่งล้างถึงรากเหง้าได้ มาถึงตรงนี้รู้สึกว่าตนได้เปิดเผยสัจธรรมตัวลึก ใครฟังตรงนี้จะเข้าใจ คุณอย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม ไม่ได้พูดไปเมื่อกี้นี้เป็นนัยยะลึกซึ้ง ไปทบทวนดูดีๆถ้าชีวิตนี้เราได้ปลดปล่อยอาสวะอนุสัยนั่นแหละชาติของคนจะได้ลดลง ตัวกูของกูจะได้ลดลงจะได้ลดความยึดถือเป็นตัวกูของกู จะอยู่ในโลกอย่างไม่มีคู่รักคู่แค้น มีแต่ความสัมพันธ์ ช่วยเหลือเกื้อกูลสร้างสรรให้แก่โลก เป็นสัจจะของความเป็นโลกความเป็นอัตตาที่ลึกซึ้งจริงๆ ความเป็นโลกคือความสัมพันธ์กันอยู่ ส่วนอัตตาคือความเกี่ยวเกาะกัน ไอสไตน์เจอสูตร E=mc2 ซึ่ง E คือความเป็นกาย mc คือรูปกับนาม เมื่อรูปกับนามทำปฏิกิริยากันเข้าก็เกิดพลังงานคือ Energy เอกภพเกิดจาก Energy รวมกันเป็นแกนกลางทด้วยมวลทั้งหมดคือ m ความเร็วของแสงคือ c นี่แหละ คนคนหนึ่งก็มีมวลของตัวเองคือรูปกับนาม ส่วน c คือพลังงานจิต มีความเร็ว 2 แบบคือความเร็วที่เอามาเป็นตัวกูของกูกับความเร็วที่เอาไปให้โลก สำหรับวัตถุไอน์สไตน์รู้ความเร็วของแสง สําหรับจิตนั้นเร็วกว่าแสง แน่นอนจะช้ากว่าแสง สำหรับคนที่ไม่ได้ศึกษา แล้วความเร็วที่ว่าเกิดปฏิกริยาทำงานเท่าที่มันมีดีกรีของมัน แล้วเกิดการสังเคราะห์ให้เป็น E เสมอ เป็นพลังงานหมุนเวียนกันในโลก มีวงจร 123 และหนึ่งสองสาม ไปเรื่อยเป็นพลังงานที่เป็นหนึ่งหน่วย แล้วขยายไปเป็น relative relation อยู่ในมหาจักรวาลนี้ ตั้งแต่จิตวิญญาณ 1 หน่วยที่เป็นจิตวิญญาณของคนๆหนึ่งเป็นมนุษยชาติของสัตว์โลก ตั้งแต่พัฒนาเป็นสัตว์มนุษย์ แล้วมนุษย์ที่เร็วสุด ดีสุด จบที่มนุษย์นี้ในมหาจักรวาลนี้ มีพลังงานสัตว์ ที่เป็นตัวปฏิกิริยาใหญ่ของมหาจักรวาลก็คือมนุษย์ เป็นพลังงานที่รวมไว้ที่นี่ คือสัตว์จนพัฒนาเป็นมนุษย์ มนุษย์สามารถรู้โลกสามารถดับโลกได้ ไอสไตน์ทำระเบิดปรมาณูเป็นพลังงานที่ทำได้ขนาดหนึ่ง พลังงานที่จะทำลายได้ยิ่งใหญ่ พลังงานอรหันต์ขึ้นไปทำลายได้ยิ่งกว่า little boy แต่ยังไม่ได้เกิดขึ้นอีก เพราะเขากลัวกัน แต่อีกหน่อยก็มายิงเอามาทิ้งกันอีก เขาซุกซ่อนกันในหลายประเทศ สักวันหนึ่งก็ต้องออกมาใช้จนได้ อาตมาอธิบายได้ไม่เก่ง แม้พระพุทธเจ้าก็บอกว่าพระมหากัจจายนะสาธยายได้เก่งกว่าท่าน อาตมารู้ว่าใครมีแนวไหนที่อธิบายได้ เก่งอย่างไรก็มีความรู้ส่วนตัว แต่จะสื่ออย่างไรจะต้องมีความสามารถในแต่ละคน ที่ต้องมาเรียนรู้ในแต่ละคนแล้วจะสื่อให้คนอื่นได้ดี
มีผู้เขียนมา เพื่อยืนยันความเป็นญาติของญาติธรรมเรา ในงานนี้ในบางมุม ก็เสนอความเห็น อาหารก็มีญาติธรรมอย่างนักเรียนบ้านราชฯ ยืนยงเสียสละตลอดงาน เรื่องขยะก็มีญาติจากสันติอโศก มาขวนขายขมีขมันเก็บงำอย่างชำนาญ ทำให้งานที่ดูเหมือนยุ่งยากก็เบาขึ้นมา กราบขอบคุณพ่อครูที่ได้สร้างสังคมที่งดงามให้กับมนุษยชาติ ดูเหมือนเป็นมุมเล็กๆน้อย แต่ว่าน่าภาคภูมิใจที่เราไปจัดงานที่ไหนเสร็จงานแล้วเราก็มีวัฒนธรรมเก็บหาง เรารู้ความหมายว่าเก็บหางคืออะไร คือมันมีอะไรรุ่มร่ามก็เก็บให้เรียบร้อยสะอาด จุดสำคัญให้เห็นแนวลึกของชาตินี้ชาติหน้า ถ้าผู้ใดได้ล้างอนุสัยอาสวะความยึดติดเป็นตัวกูของกูเข้าใจชัดขึ้น มันต้องล้างออก คนที่ไม่เข้าใจเรียนรู้ทฤษฎีหลักว่าตัวจิตอาสวะอนุสัยเป็นตัวหลัก ถ้าไม่เรียนรู้ ความยึดความผิดจริงๆว่ามันเป็นจริง มีพลังงานดูดเป็นตัวกูของกูอะไรก็กูหมด ทุกวันนี้แต่ละชาติแต่ละประเทศก็จะเป็นมหาอำนาจล่าอาณาจักรมาแต่ไหนแต่ไหน เป็นนิยายของโลกที่เป็นตัวกูของกูไม่จบไม่เลิก แต่พระพุทธเจ้ามาสอนคน คนไหนเป็นอรหันต์คนไหนลดละมาเป็นโสดาบันก็ลดละอบายภูมิ สูงขึ้นมาก็ลดกามคุณ ลดรูปราคะ อรูปราคะต่อไปอีก ผู้ได้ปลดปล่อย ล้างอาสวะอนุสัยแล้วอย่าง นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนานตลอดกาล) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) แต่ละชาติแต่ละชาติจนกว่าจะเป็นอรหันต์จะเกิดมาก็ไม่เป็นภัยต่อโลกเลยมีแต่จะมาประสานโลกตลอดกาลและนาน ถ้ายังไม่ยอมปรินิพพานเป็นปริโยสาน ถ้ายังไม่ยอมเลิกหน่วยอัตตาตัวตนสุดท้ายนี้ เป็นวิชาการความรู้ของพระพุทธเจ้าที่ให้เป็นหน่วย 1 ของโลก ที่มนุษย์นี้ มีความรักความดูดทั้งทำลายทั้งสร้างสรรค์ จิต อรหันต์คือจิตพระเจ้าแท้จริงเป็นผู้สร้างผู้ปรารถนาดีให้แก่โลก จริงๆ ศาสนาพุทธรู้จักความเป็นพระเจ้าของตัวเองแล้วทำให้ตัวเอง เป็นหน่วยหนึ่งเป็นอณูหนึ่งของพระเจ้าแท้จริงเป็นพระบุตรจริงๆ นี่คือพระบุตรแท้ผู้เป็นอรหันต์คือพระบุตรตัวจริง พระบุตรในศาสนาเทวนิยมพระเจ้าเท่านั้นเป็นผู้สร้าง ให้เป็นผู้ประกาศ แต่ของศาสนาพุทธ เกิดเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ขยายความเป็นเลือดเนื้อเชื้อไข พอเป็นพระโสดาบันก็ได้มีเลือดเนื้อเชื้อไขของพระเจ้าแล้ว จบอรหันต์ได้ถ้าไม่ยอมตายก็เป็นพระบุตร เกิดมาช่วยคนอีก แต่ถ้าตายอย่างปรินิพพานแตกตัวไม่เหลือ แยกธาตุ สลายสิ้น แยกธาตุ H2O กว่าจะรวมตัวมาเป็นธาตุน้ำอีกทีหนึ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แต่ก็ไม่เป็นอัตตาเก่าของใคร แล้วก็เป็นอันใหม่เป็นความหมุนเวียนของสสารและวัตถุ กว่าจะมาเป็นอุตุนิยามเป็นพีชนิยาม ก็จะเป็นจิตนิยามสร้างกรรมวิบากก็จะมีธรรมะขั้นอรหัตผล ก็นับชาติไม่ไหว ขยายความถึงตรงนี้ไม่ว่าศาสนาไหนมาฟังอย่างเปิดใจก็จะเข้าใจ ขออภัยที่พูดเหมือน ยกเหนือศาสนาอื่นพูดเป็นวิชาการไม่ใช่ไปดูถูกศาสนาในไหนไม่ใช่ คำสอนอันเดียวกันแต่ต่างกันเล็กน้อย ถ้าเข้าใจจะเข้าใจความเป็นอัตตามันหรืออัตตาทางเทวนิยมหรือตัวกูของกู เป็นพระเจ้า แต่คนไม่ใช่พระบุตรไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นคนประกาศโองการของพระเจ้า เริ่มต้นถ้าคุณไม่ใช่โสดาบันคนไม่ใช่ประกาศก ถ้าเป็นโสดาบันเป็นต้นไปก็เป็นประกาศกมีอุตริมนุสธรรม มีโองการของพระเจ้ามีธรรมะมีสัจธรรมที่จะประกาศแก่มนุษย์มาพูดสิ่งดีงามสิ่งควรพูด โสดาบันเป็นต้นไปเป็นโพธิสัตว์ระดับ 1 ช่วยรื้อขนสัตว์ สืบทอดทรัพย์วิเศษของพระพุทธเจ้าคือพระเจ้า พระพุทธเจ้าไม่ยึดเป็นของท่าน แต่พระเจ้ามีความยึดเป็นของท่านเป็นปรมาตมัน พระพุทธเจ้าไม่เป็นปรมาตมัน พระเจ้ามีปรมาตมัน ทุกคนต้องไปรวมกันที่ปรมาตมัน ก็จะเห็นได้ว่าพระเจ้ามีตัวตนเทวนิยมมีตัวตน ผู้ใดเป็นโสดาบันได้ก็เป็นลูกพระเจ้า ผู้ใดเป็นโสดาบันก็เป็นลูกพระเจ้าเป็นต้นไป สกิทาคามีก็ยิ่งใช่ขึ้นอนาคามีก็ยิ่งใช่ เป็นพระอรหันต์นั่นแหละคือประกาศกของพระเจ้า ที่หมดอัตตาหมดอาตมัน มีแต่จะมาช่วยโลก เป็นตัวแทนของพระเจ้าแท้จะเกิดอีกกี่ชาติก็เชิญ เป็นหลักประกันของชีวิต อาตมาภูมิใจที่ 45 ปีที่ผ่านมาทำงานมาเริ่มต้นวันนี้ก็เป็น45 กับอีกหนึ่งวัน อาตมาต้องทำงานให้เกิดทศนิยมที่พอเหมาะ เพื่อให้เกิดพลังงานถ้าไม่มีทศนิยม ก็จะเกิดความนิ่ง และเกิดความเสื่อม ทศนิยมมีทั้งบวกและลบ ถ้าทำบวกให้สมดุลก็จะก้าวหน้า ความยาวนานที่สุดคือความสมดุลที่สุด ถ้าไม่รู้จักตัวเองทำเกิน ก็จะเสื่อมแต่ทำได้สมดุลอยู่ อาตมาจะพยายาม ให้มีทศนิยมแห่งการเพียรเพิ่มขึ้น แล้วจะอายุยืนแล้วได้งาน คนของพระพุทธเจ้าตั้งแต่โสดาบันจะขยัน เพราะธาตุความขี้เกียจเป็นธาตุอบายเป็นธาตุปุถุชน สกิทาคามีก็จะมีธาตุความขยันเพิ่มขึ้นอนาคามีก็เพิ่มขึ้น คนเป็นพระอริยะที่ประมาณไม่ดีจะทำงานเกิน ต้องประมาณให้ดีเราจะได้มีทศนิยมที่มีเพียรมากกว่าพักแล้วก็ปรับให้พอดีให้รู้พักรู้เพียรชีวิตก็จะยาวนานทำงานได้สัดส่วนมีแต่ความเจริญเจริญเจริญ ก็จะไปได้ยาวนาน อาตมาจะพิสูจน์ให้อยู่151 ปี นี้พูดจริงๆ เพราะอาตมาบอกว่าอายุขัยของอาตมาคือ 72 ก็ได้พากเพียร ยิ่งมาถึงวันนี้ก็แน่ใจว่าร้อยปีนี้อาตมาไม่พลาดเป้า เพราะรู้ว่าจะเพียรอันใด สรุปแล้ว ต้องขยันเสมอขยันให้เกินไปเอาเวอร์อยากเกิน เข้าใจชัดว่านี่คือ 8 อ.ที่แท้จริง แล้วจะเกิดเป็นคนแข็งแรงคนอายุยาวยืนมีคุณประโยชน์มีคุณค่าดีขึ้นดีขึ้น ผู้ที่เข้าเกณฑ์อนาคามีจะหมดความขี้เกียจ หมดความที่จะเอาโลกมาเป็นตน เหลือแต่ตนเท่านั้นมันอยากล้างตัวตนที่เหลือ ก็จะขยันเพื่อผู้อื่น มันจะเวอร์ ระวัง แล้วคนตีกินก็จะไปถือว่าเป็นอนาคามีก็เลยไม่ขยันให้ระวังเถอะ ต้องรู้จักคำกริยารู้จักอิริยาบถรู้จักตัวตนที่แท้จริงต้องประมาณให้พอดี
โลกทั้งโลกมีการแลกเปลี่ยน มีการแลกเปลี่ยนข้าวของกันและกัน อโศกเป็นการแลกเปลี่ยนขั้นสุดยอดคือแจกฟรี ถ้ายังไม่ค่อยดีนักก็ขายต่ำกว่าทุน ขายต่ำกว่าทุนได้มากเท่าไหร่ก็ดีมากเท่านั้น จนกว่าจะแจกฟรี แต่ถ้ามากขึ้นไปหาทุนก็ไม่ดีเท่านั้น จนกว่าจะเท่าทุน ถ้าเกินทุนก็เป็นลาภแลกลาภทั้งนั้น อโศกมีตั้งแต่สิ่งที่แจกฟรี สิ่งที่ต่ำกว่าทุน สิ่งที่เท่าทุน จนถึงสิ่งที่ต่ำกว่าราคาตลาด เราต้องทำให้เจริญขึ้นเป็นตลาดการค้าพาณิชย์ของโลก ทฤษฎีการค้านี้เป็นเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ของบนนิยมไม่ใช่ของทุนนิยมนะ ถึงอย่างไรคุณก็ไม่เอาทุนนิยมคุณกลับตัวมาเป็นบุญนิยมได้ ระวังเถอะชาวอโศก ใครมีเลือดทุนนิยมที่เป็นเชื้อโรคร้ายยิ่งกว่ามะเร็งยิ่งกว่าเอดส์นะ 45 ปีมาวันนี้ ก็แค่คล้ายกับสรุปว่ามีอะไรชัดขึ้นอีกเยอะตั้งแต่รู้จักอนุสัยอาสวะ ว่าอย่าพยายามเพิ่มอนุสัยอาสวะที่จะต่อภพต่อชาติ ต่อคู่รักคู่แค้นต่อไปอีก แล้วจะอยู่ในนิยายของโลกนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ฟังเข้าใจไหม แม้แต่วันนี้ลงรายละเอียดของตลาดอาริยะว่าไปแลกอะไรมาให้แก่ตนเพิ่มขึ้น จนถึงต้องให้ฟรีแจกกันนี่คือทานสุดยอดของบารมีแล้ว อาตมาเคยสรุปไว้ว่า ชีวิตนี้ ไม่มีอะไรดีกว่าการให้ทาน ทานแล้วเกิดอานิสงส์สุดยอด อัตถิทินนัง ไม่ใช่ให้อย่างบูมเมอแรงคือให้แล้วจะเอากลับมาให้แก่ตัวกูของกู ทำเป็นขว้างออกไป ดีไม่ดีวนเวียนรอบโลกเข้ามาหาตัวเอง ลวงโลกให้ดูเหมือนกับไม่เข้ามาหาตัวเองวนอยู่ข้างนอก ดีไม่ดีมันละเอียดมากคนอื่นตายไปหลายชาติแล้วก็ไม่รู้ว่าวนเวียนมาสู่พวกที่เป็นนายทุน ทำให้คนอื่นหลงลมว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวกูของกูเลย เป็นกลเม็ดของตัวกูของกูที่มองยากมาก บารมี ๑๐ ทัศ คือทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน และเมตตากับอุเบกขา เขาพูดบารมี 10 ทัศแค่รอบนอกเกิดแล้วตาย 10 ครั้ง แต่ของเราทำ บารมี 10 ทัศในรอบของชาตินี้สั่งสมไปเรื่อยเรื่อยเลย คำว่าทานเป็นข้อต้นของสัมมาทิฏฐิ ทานไม่มีผลเพราะทำใจในใจไม่เป็น ให้ทานแล้วแต่จิตใจกลับเอามาให้แก่ตนเพียงตั้งจิตว่าจะต้องได้เท่านั้นเท่านี้ก็เป็นอนาคตคำว่าจะต้องได้ดีคือตัวกูของกู คุณมีอาการจิตจะต้องได้ ซึ่งมันยังไม่ได้ แต่ก็เป็นตัวกูของกูแล้ว อัตถิทินนัง ต้องทานอย่างอย่าไปคิดว่าจะเอาอะไรมาเป็นของเราทำแล้วก็ให้เป็นสมบัติของโลกของทุกอย่างไม่มีอัตตาตัวตนเหลือแม้นิดและน้อย มีศีลที่จะทำให้เกิดจิตตัวทานตัวปล่อยตัวให้ อรหันต์ทุกองค์ มีแต่ให้กับให้ไม่มีตัวกูของกูอนาคามีก็เริ่มต้นแล้วอรหันต์ที่ไว้ใจได้เลย ศีลข้อที่สองก็มี เพื่อที่จะให้เอาตัวกูของกูออก มีแต่ตัวกูของกูนั้นไม่จบต้องเอาออก เนกขัมมะให้ได้ ปฏิบัติธรรมก็มี ทานศีลเมตตาธรรมปัญญา 4 อย่างนี้ ศาสนาพุทธทุกวันนี้ ไม่เข้าใจเนกขัมมะ ไม่รู้มโนปวิจาร ๑๘ ไม่เข้าใจอาการเคหสิตะ กับเนกขัมมะ ไม่เข้าใจอาการเอาออกแล้วก็ต้องทำให้ทุกขณะ อันไหนจำเป็น ยังเอา ออกไม่ได้ก็ต้องทำไปแต่คนหมดภาระแล้ว ก็ออกอย่าไปเพิ่มภาระจงปลดปลงภาระ คนใดสามารถปลงภาระมาสู่ส่วนกลางได้ก็จะดีที่นี่พาปลดปล่อยวาง มีหลักเกณฑ์ทุกอย่างเพื่อให้เนกขัมมะ เป็นอัตถิทินนัง อัตถิยิฏฐัง อัตถิหุตัง แล้วจะทำสุกตทุกฎานังกัมมานังผลังวิปาโก จะสุขหรือทุกข์ก็อยู่ที่กรรมของเรา คุณต้องทำหลักเกณฑ์ให้สำเร็จให้เป็นสุกต ถ้ายังไม่ถึงกต ก็จะทุกฏ จนกว่าจะถึงสุกต ต้องทำทุกฎให้เป็นสุกต ตั้งแต่ทานศีลเนกขัมมะปัญญา ทำแล้วก็จะเกิดวิริยะ ขันติสัจจะ ให้เกิดจริงถึงปรมัตถธรรม หรือเป็นสัจธรรมที่สมบูรณ์แบบ มีปัญญา ที่รู้วงจรของอันนี้ทำได้ก็เป็นวิริยะขันติพากเพียรอดทนสร้างสรรค์จะเกิดสัจจะความจริงของบารมีข้อนี้ที่ติดแล้วเกิดอธิษฐานเป็นรอบ 2 ปัญญาก็จะเกิดจริง ความจริงที่ได้ก็คือจาคาธิษฐานก็คือตัวแท้นั่นแหละ ก็รวมลงที่ทานคือจาคะ อุปสมะ อุปสัมปทา สูงสุดเป็นสมณะเป็นผู้สงบ เป็นผู้สมบูรณ์คำว่าสมณะแปลว่าเสมอในภาษาไทย เรียกว่าสมดุลเสมอคือวงจรสมดุล ถ้าเร็วเกินไปไม่พอเหมาะกับเหตุปัจจัยก็ไม่ถูกช้าไปกว่าปกติก็ไม่ถูกต้องสมดุลเป็นอุปสมะ อุป คือการเกิด ต้องเข้าใจตัวสภาวะ เมตตากับอุเบกขาเป็นตัวสุดยอดพระอรหันต์อยู่ด้วยเมตตากับอุเบกขา เมตตาเป็นตัวเพียร อุเบกขาเป็นตัวพัก เพราะสมบูรณ์ด้วยบารมี 8 ส่วนบารมี 2 คือผล เมตตาคือจิตพระเจ้าเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขา เมตตาคือจิตต้องการให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ต้องการให้ผู้อื่นเป็นสุข ไม่ใช่สุขโลกีย์ด้วยเป็นสุขแล้วกดอะไร กรุณาคือลงมือช่วย เมื่อสำเร็จก็คือมุทิตาก็จบช่วยจนเขาได้ดีก็จบอย่าไปคิดว่าเป็นความดีของเราเป็นงานของเราเป็นอะไรของเราจึงอุเบกขาคือจบ การทำดีแล้วจะไม่ยึดเป็นตัวของกูนั้นยาก ทำจะช่วยคนก็ยากแล้วนะทำแล้วได้ดีจะไม่หยุดเป็นตัวกูของกูก็ยาก อธิษฐานหมายถึงว่าจิตตั้ง จิตตั้งมั่น จิตตั้งใจ อาตมาจิตสั่งสมให้ตนเองเป็นโพธิสัตว์แล้วตั้งใจต่อ ถ้าย่อหย่อนเมื่อไหร่โพธิสัตว์ก็ไม่ไปต่อแล้ว คุณว่าการช่วยคนเพื่อให้คนไปช่วยคนนี้ยากไหม ถ้าช่วยคนให้เห็นแก่ตัวเราก็เลิกแล้วให้เขามีความรู้ไปเลี้ยงชีวิตไปร่ำไปรวยไปมีอำนาจบาตรใหญ่สร้างอย่างนี้ไม่ยากหรอก แต่ให้เรียนรู้แล้วไปช่วยคนเราอย่าไป หลงการมีอำนาจบาตรใหญ่ ไปเป็นตัวกูของกูสร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive