581115_วิถีอาริยธรรม วังน้ำเขียว ทลายฟาร์มปรทัตตูชีวกเปรต.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581115_วิถีอาริยธรรม วังน้ำเขียว ทลายฟาร์มปรทัตตูชีวกเปรต

พ่อครูว่า….วันนี้วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2558 ปีนี้มาเทศน์วิถีอารยธรรมบนภูเขา อยู่วังน้ำเขียว เขาเรียกว่า กลุ่มเขาภูหลวง อำเภอวังน้ำเขียว พูดถึงน้ำเขียวที่บ้านราชฯเราได้ขุดสระขึ้นมาซึ่งมีน้ำสีเขียวมรกตใสสวยแต่พอฝนตกหนักน้ำโคลนก็ลงไปน้ำ ก็เลยไม่กลายเป็นสีเขียวเหมือนเดิมไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วก็มีคลองถอยหลังเข้า พยายามจะทำให้น้ำใสจะลงทุนเท่าไหร่จะทำให้น้ำใสนี่นะ เกิดมาปางนี้ต้องสร้างเองหมดสร้างป่าเขาสร้างแม่น้ำสร้างลำธารเราก็ต้องสร้างคน เราก็ไปแย่งชิงหน้าที่พระเจ้า ทำให้เกิดวงจรครบจะทำให้เกิดพลังงานน้ำเคลื่อนไหวโดยไม่ต้องใช้พลังงานอื่นเราก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทำให้น้ำหมุนเวียนเป็นวงจร มอเตอร์อื่นเราก็จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้เกิดวงจรธรรมชาติ ทุกวันนี้ธรรมชาติถูกคนทำลายให้สูญเสียไปมากมายช้างม้าวัวควายไม่ทำให้ธรรมชาติเสียหายมากเท่ากับคน เราต้องมาทำกลับคืน โดยเฉพาะคนที่พระเจ้าสร้างมาให้เป็นคนที่มีจิตใจสูง ก็กลับกลายเป็นคนจิตใจเสื่อมทรามไปหมดแล้ว ก็ต้องสร้างปรับให้คนกลายเป็นคนมีจิตใจสูงจิตใจงดงาม คนมีใจสูงคือคนมีใจที่รักมวลมนุษยชาติเหมือนพระเจ้า และไม่ได้รักอย่างเห็นแก่ตัว รักอย่างเป็นตัวกูของกู แต่รักอย่างรวมกันสามัคคีช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกันเผื่อแผ่แบ่งปันกันมีอะไรก็อยู่กันอย่างมีจิตมีใจเอื้อเฟื้อ เจือจานอย่างอบอุ่นเป็นพี่เป็นน้องเป็นตระกูลเดียวกันช่วยกันไป พึ่งเกิดพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้อย่างแท้จริง เป็นสิ่งที่สังคมมนุษยชาติทั้งโลกไม่ว่าสังคมกลุ่มไหนตั้งแต่ผีตองเหลืองอยู่ในป่าที่ไม่รู้เรื่องอะไรไม่ค่อยจะชัดเจนในเรื่องของสังคมจนกระทั่งถึงสังคมประเทศที่ใหญ่มีพลเมืองเป็นล้านล้านหลายร้อยล้าน พันล้านก็

อ่านต่อ

แล้วแต่ก็อยู่รวมกัน มีนัยยะเดียวกันคือความไม่เห็นแก่ตัวความเสียสละ แล้วเป็นคนที่มักน้อย กินอยู่หลับนอนใช้ทรัพยากรให้สมดุล ถ้ามันขาดหรือมันเสื่อมก็ต้องสร้างทดแทน ก่อสร้างสิ่งที่จำเป็น ไม่เอาแรงงานพลังงานไปทำสิ่งผลาญพร่ากับความร่าเริงสนุกสนาน จะต้องมัน ต้องสัมผัสต้องดูต้องเห็นเสพรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่มอมเมาแล้วหลอกลวงปรุงแต่งกันว่า มีชีวิตชีวามีรสมีชาติเสียเวลาแรงงาน ทำให้เกิดรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเรื่องของอบายเป็นเรื่องเสียเวลาเป็นเรื่องความโง่ เราก็ชัดว่าเราเลิกมันได้จริงๆอย่างหมดรสชาติ คนที่หลงยิ่งมอมเมาตกเป็นเหยื่อถูกเขามอมเมาไปเรื่อยเรื่อย ยิ่งบอกว่าเจริญก็ยิ่งมาเมากันจัดจ้านเป็นการสนุกในรสการแข่งดีแข่งเด่นเช่นการกีฬาไม่ว่าจะมาเมารสชาติรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส บันเทิงเริงรมย์จัดจ้านขึ้นทุกวันแล้วก็ส่งเสริมกันให้เป็นดารา ใครทำได้จัดจ้านมีแทคติกเทคนิคมีกลเม็ดอะไรที่จะทำให้คนติดรส ชอบใจพอใจก็สร้างขึ้นมาพยายามใส่เข้าไปเยี่ยมยอดอะไรต่างๆนานาซึ่งเป็นอารมณ์สุขอันเล็กน้อย เป็นอารมณ์เพศอารมณ์หลอกเป็นอารมณ์ไร้สาระมีแต่มอมเมายิ่งบำเรอกิเลสก็ยิ่งโง่ยิ่งหลงไปได้ด้วย แต่เขาไม่รู้จริงๆก็เลยเกิดความสูญเสียแล้วแย่งชิงกัน ค่าตัวดารานักกีฬาแพงมากเท่าไหร่เป็นเครื่องชี้บอกว่าสังคมโลกเลวขึ้นมากเท่านั้นฟังให้อีกร้อยครั้ง สังคมยิ่งมีราคาของนักกีฬากับดารามอมเมาสูงขึ้นมากขึ้นเท่าไหร่ นั่นคือเครื่องชี้วัดความเสื่อมของสังคมโลกเท่านั้น เพราะนั่นคืออบายมุข แต่ทุกวันนี้โลกหลงใหลได้ปลื้มเก่งเป็นยอดเป็นเลิศไปหมด แต่คนมาสร้างสรรปลูกข้าวสร้างพืชพันธุ์ธัญญาหารสร้างเครื่องอาศัยของชีวิตอันนี้ดีกว่า ดีกว่ามากได้อาศัยในชีวิตยังชีพไป เราไม่ได้ไปหัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปชนะคะคานจนประสาทจะแตกกับเขา อย่างพวกที่ทีมชนะทีมเตะเข้าโกลก็รู้สึกสนุกมาก สักวันหนึ่งจะเส้นโลหิตแตกตายคาสนาม ยิ่งมาเห็นฆ่ากันยิงกันที่ฝรั่งเศส ปารีสตายเป็นร้อยเลย แล้วก็จะเป็นไปอย่างงั้น เค้าก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไรก็คือสร้างสิ่งมอมเมาด้วยความไม่รู้เรื่องเป็นอวิชชามันจะไปกันใหญ่ พวกเรามาเรียนรู้สิ่งเหล่านี้แล้วดูโลกดูสังคมเขาไป เขาจะหาว่าเราโง่เง่าเต่าตุ่นก็ไม่มีปัญหาเราเข้าใจ แต่ใครถูกใครผิดนั้นอยู่ที่สัจจะให้เรียนรู้ดีๆอาตมามั่นใจว่าได้พามาทำในทิศทางที่ถูกสร้างสรรค์สิ่งดีงามไม่ไปแย่งชิงแข่งขันให้สร้างสรรค์พึ่งตัวเองให้ได้ ซึ่งอาตมาก็ว่าเป็นเรื่องสุดยอดของความเป็นมนุษยชาติแล้ว ยืนยันว่าความรู้ของพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้มาเอามาประกาศเป็นความรู้เรื่องมนุษย์และความเป็นสังคมแค่นั้นแหละ แล้วท่านก็รู้ว่ามนุษย์คืออะไรสังคมคืออะไร ก็คือมีโลกกับตัวตนคือโลกกับอัตตาที่มันสังเคราะห์กันอยู่ แล้วเราก็เป็นตัวมวลของโลกนี้จะอยู่เป็นประโยชน์ของโลกอย่างไร พระพุทธเจ้าก็สอนอย่างนี้จนสรุปว่า พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เพราะว่าคนสบายแล้ว 1 ไม่เป็นหนี้เป็นคนสบายไม่เชื่ออย่าลบหลู่ไม่เชื่อก็ช่างไม่ง้อ 2 พึ่งตนเองรอดทำอยู่ทำกินรอด จนทำให้เหลือทำให้เกิน 3 ทำให้เกลือกินเหลือใช้ ในสิ่งที่จำเป็นที่สำคัญ 4 แจกจ่ายเพื่อแผ่ เกื้อกูลคนอื่น เราจะใช้ 4 หลักนี้ไปอีกนานจนกว่าโลกจะแตก ผู้ใดทำได้ผู้นั้นรอดไม่เป็นหนี้พึ่งตัวเองรอดทำให้เหลือทำให้เกินแล้วแจกจ่าย เป็นคนที่มีพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) นี่คือจุดจบจุดสำเร็จของพระพุทธเจ้าจะเรียกว่าระบอบประชาธิปไตย หรือเผด็จการหรือคอมมิวนิสต์ก็เป็นจุดสุดยอด คือพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) แล้วก็มารวมกันพระพุทธเจ้าเสด็จลงที่สาราณียธรรม 6 จาก จิตที่มีคุณสมบัติตามพุทธพจน์ 7 อย่างพระพุทธเจ้าเอามาประกาศมาสองพันหกร้อยกว่าปีแล้วเราก็มาฟื้นคืนความรู้นั้นทำได้มา 45 ปีแล้ว งานนี้ชื่อว่างานก้าวตามรอยพ่อ ฉลองบนยอดเขาให้ขึ้นมายากๆ ก็ยังมีคนน้อยนัก แต่ก็ยังไม่มากเลย ก็ต้องขึ้นมายากๆหน่อยจะขึ้นมาเพราะอากาศบริสุทธิ์แจ่มใสอะไรก็ดี ก็มาจัดตลาดอาริยะก็ยังไม่เต็มเต็งนะ เพราะพวกเรายังไม่แข็งแรงพอต้องขายอย่างถล่มทลายเลย ขายคือไม่ใช่แจกตลาดอาริยะนี่ เปิดตลาดแหล่งขายไม่ใช่แหล่งแจก ไม่ใช่โรงบุญไม่ใช่ที่แจก เพราะฉะนั้น ขายให้ราคาต่ำที่สุดได้นั่นคือความเป็นอารยะเสียสละได้มาก อย่างพวกเราขายอาหารจานละบาท เป็นราคาต่ำสุดแล้วที่จริงจะให้ฟรีก็ได้แต่ก็ต้องขาย เพราะเป็นตลาด ขนาดนี้ก็ล้างจานกันแทบจะไม่ไหวแล้ว บางทีก็ช่วยกันล้างหน่อย ก็ช่วยเหลือกัน เราก็ทำมาให้เกิดระบบที่เป็นพฤติกรรมสังคมเป็นวัฒนธรรม เราทำมาได้พอสมควรก็เกิดสะพัดเกิดทำงานขึ้นมาได้มีผลสำเร็จพอสมควรมาเกิดที่นี่บนยอดเขา ปีนี้เขาก็ฉลอง ได้อาวาสถานใหม่ เราบัญญัติและตั้งขึ้นใหม่ให้เป็นอาวาสถานที่ 9 แห่งปีนี้นอกจากจะมีพุทธสถาน สังฆสถานแล้วชุมชนต่างๆนานาก็ตั้งขึ้น เป็นอาวาสถานให้มารวมกลุ่มกัน ให้มาทำงานร่วมกันและเป็นสังคมกลุ่มที่จะมีพฤติกรรมสังคมมีงานมีการอะไรต่างๆ สร้างสรรค์ขึ้นมา ชุมชนต่างๆของชาวอโศกมีจุดมุ่งหมายให้เป็นสาธารณโภคีตามพระประสงค์ของพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นทฤษฎีเอกของโลกอีกกี่กัปกี่กัลป์ที่สุดยอดแล้ว สาธารณโภคีนี้เป็นเศรษฐศาสตร์บทใหญ่ยิ่งของบท ทุกวันนี้ที่เขายังไม่ค่อยเข้าใจ อาตมาเอาของพระพุทธเจ้ามาปลูกฝังเข้าไป ชัดเจนนะว่าไม่ใช่ของอาตมาแปลเป็นของพระพุทธเจ้า อาตมาเป็นประกาศกนำโองการของพระพุทธเจ้ามาประกาศ ทุกอย่างเป็นองค์รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน กินใช้ร่วมกัน เกิดจากจิตวิญญาณที่ไม่ยึดเป็นตัวเป็นตนเป็นของตัวของตน จึงเป็นเช่นนั้นจริงจึงยอมได้แล้วเห็นดีด้วยว่าอย่างนี้ดีเป็นของส่วนรวมเป็นสิ่งดี อาศัยใช้กินอยู่ แบ่งกินแบ่งใช้แล้ว แต่ละคนก็เป็นคนมีปัญญาไม่ใช่มาผลาญทำลายแต่ประโยชน์สูงประหยัดสุดช่วยกันสร้างและช่วยกันกินกันใช้อย่างไม่ได้ทำลายชีวิตร่างกาย ไม่ใช่กินน้อยใช้น้อยจนสุขภาพร่างกายเสียก็ไม่ใช่ ได้อย่างพอดีสมดุลร่างกายแข็งแรงไม่เกินไม่ขาด แล้วก็ช่วยกันสร้างสรรค์ทำมาหากินไม่หยุดเป็นตัวเป็นตนเอามารวมเป็นของกลางแล้วแจกจ่ายแบ่งปันกัน พิสูจน์มาแล้วหลายชุมชนสาธารณโภคีตั้งแต่พ.ศ. 2527 ปฐมอโศกถือเป็นหลักแหล่งในการประกาศ จนกระทั่งถึงปีนี้ปี 2558 เป็นมา 31 ปีแล้ว ก็ได้เห็นผลเป็นรูปธรรมไม่ได้เสแสร้งไม่ใช่ประชานิยมแต่เป็นของแท้ใครจะมาระแวงสงสัยข้องใจก็ไม่เป็นไรเราทำไปเถอะเราจริงใจเราก็ทำของจริง เรารู้ว่าเป็นเรื่องประเสริฐรุ่นดีจริงๆซึ่งโลกทั้งโลกนักแสวงหาแต่เขาไม่เชื่อเขาจะไม่เชื่อเราในประเด็นที่ว่า 1 มาอยู่อย่างไม่มีตัวมีตนไม่เป็นของตัวของตน มาอยู่แบบคนจนจะอยู่ได้อย่างไร แล้วยิ่งมีน้อยน้อยอีกด้วยคนเขามีเผื่อไว้มากมายยังไม่ค่อยพอเลย นี่มันเป็นความเข้าใจยากเป็นเรื่องของปัญญาญาณคนไม่เชื่อก็ไม่เข้าใจคือ ตัวเราต้องล้างลดตัวตนออกจริงๆ วิญญาณต้องลดราคะแล้วปัญญาต้องเข้าใจอย่างมีอุภโตภาควิมุติ จะเห็นจริงว่าสบายจริงๆ เอื้อเฟื้อเจือจานเป็นสาธารณโภคีเป็นสุขมากเลยชีวิตชาตินี้ เห็นประชาชนเป็นอย่างนี้ได้ไหมจะเป็นกลุ่มเล็ก แต่มันเป็นของที่เป็นตัวอย่างของโลก โลกทั้งโลกเกือบหมดเขาต้องการความเป็นอยู่สุขเช่นนี้เอื้อเฟื้อกันไม่ต้องแย่งชิงกันเช่นนี้แลเลี้ยงดูกันเกื้อกุลกัน อุ้มชูกันไป พึ่งเกิดพึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้อย่างนี้ แต่เขาไม่รู้จักวิธีทำกับเขาทำไม่ได้เราทำได้ก็พากเพียรไป มีคนสงสัยอยู่ว่าคนเข้าใจว่าอย่างนี้ดีแต่ว่าเรากดข่มไว้สะกดไว้มาทำอย่างนี้มันเท่ดีดูดีมันสร้างภาพนี้ให้คนเห็น แต่ความจริงเราไม่ได้สร้างภาพมันเรื่องจริงมันของจริง เขาก็ระแวงยังไม่เชื่อแล้วเขาจะรอดูว่าเมื่อไหร่มันจะหมดความอดทน เมื่อไหร่มันจะมาเป็นอย่างกูวะ เค้าก็หาพวกให้เป็นอย่างเขาเราก็บอกว่า เมินเสียเถิดอย่าคิดถึง เรามาทางนี้ได้แล้วก็ชัดเจนจะไม่กลับไปแน่เขาก็รอเก้อ เท่านั้น พระพุทธเจ้าตรัสสัจจะว่า นิจจัง(เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง(ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) แต่เอาเถอะถ้าจะมาก็ทำมา 45 ปีสำหรับกลุ่มหมู่เกาะ 31 ปีถือว่าปฐมอโศกเป็นชุมชนแรกก็ได้เท่านี้ให้ดูไปพวกเราไม่ใช่ชาวดูไบ ให้อีกร้อยปีประมาณนั้นคนจะพอเชื่อถือก็ต้องใช้เวลา 1 เป็นไปได้ เป็นไปได้ไม่ง่าย 2 เมื่อไหร่จะหมดน้ำอดน้ำทน เราว่าเราไม่เปลี่ยนกลับเราต้องมั่นใจว่าไม่มีวันกลับ อย่างไม่ต้องอดต้องทนอะไรเลย มันสบายด้วยซ้ำก็จะไปไหนเล่า อย่าว่าแต่ร้อยปีเลยถ้าอยู่อีก 500 ปีก็จะอยู่อย่างนี้ อาตมาถึงจะพยายามปลูกฝังให้นานให้แน่นเป็นของจริงที่มีมวลมีกลุ่ม ทั้งคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอ ที่มันจะหมุนให้กลุ่มนี้อยู่ในโลกนี้ต่อไปได้ ซึ่งโลกนี้มีอวิชชามาก แต่มีคนที่แสวงหาจึงมีปัญญาก็จะมาเอาได้ ก็จะมีจำนวนหนึ่งจนกว่าความเป็นบรรลัยจักรของโลกที่ศาสนาอเทวนิยมเรียกว่าไฟบรรลัยกัลป์ล้างโลกส่วนพวกเทวนิยมก็เรียกน้ำท่วมโลก จะมีเรือโนอาห์มาช่วยคนที่มีบุญคนที่สมควรจะต้องไปขึ้นเรือเอาไป ส่วนของเรานี่ไฟประลัยกัลป์ล้างโลกแล้วผู้มีบุญก็จะอยู่รอด ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้เป็นผู้อยู่ยงคงกระพันรอดอั นนี้เข้าใจยากกว่าเรือโนอาห์ของเราก็มีนาวาบุญนิยม ใครไม่เชื่อไปดูที่บ้านราชมีตั้งหลายลำ อาตมาตั้งใจจะสร้างราชธานีอโศกให้เป็นเมืองที่มีคนแบบนี้มีศิลปะวัฒนธรรม มีองค์ประกอบเช่นนี้มีวงจรสมดุลหมุนเวียนเป็นอย่างดีอาตมาปักหลักทำงานอย่างนี้มา 45 ปีแล้วป่สก็จะปลูกภูเขาก็จะสร้างอาตมาไปอยู่ที่นั่นมีแต่น้ำท่วมจนคนหาว่าบ้ามาอยู่ที่เช่นนี้คนอื่นเขานี้หมดแล้วเราก็บ้าก็บ้าวะ ที่แรกน้ำท่วมทุกปี ทุกวันนี้น้ำท่วมน้อยลง ประเทศไทยว่าในหลวงต้องทำแก้มลิงเราก็ทำคลองเชื่อมน้ำเราก็จะทำอะไรก็ทำมาเรื่อยเรื่อย เพราะเขาไม่มีเราก็จะสร้างภูเขา น้ำตกไม่มีเราก็จะสร้างน้ำตก ลำธารก็ไม่มีเราก็จะสร้างลำธาร แก่งไม่มีเราก็จะสร้างแก่งให้เกิดหมุนเวียนไอน้ำในอากาศดีไม่เหมือนกรุงเทพที่เขาตรวจว่าบรรยากาศเป็นพิษไม่เหมาะที่จะเป็นที่อยู่ของคน แต่ที่สันติอโศกเราก็สร้างบรรยากาศให้เป็นธรรมชาติ มีน้ำตกมีพวกมีภูเขามีแม่น้ำคนเข้าไปก็จะได้รับความเป็นธรรมชาติ แต่อโศกนี้คนเขาหาว่าเป็นตัวสกั๊งของสังคม น่ารังเกียจเราก็ไม่เป็นไรก็อ่อนน้อมถ่อมตน เรามั่นใจว่าเราใจดีแล้วไม่ได้ไปโกรธเกลียดชังรุกรานใครว่าเราเราก็เอื้อเฟื้อเจือจานเขา เขาไม่ให้ช่วยเขาระแวงก็ไม่เป็นไร เราก็จะทำอย่างนี้ไปให้ยาวนานเสียสละให้เห็นจริง ใช้ระยะเวลาพิสูจน์ เราไม่ได้มาทำเล่นไม่ได้มาทำเหลาะแหละ ทำตลอดทำอย่างมั่นคงแข็งแรงซึ่งเป็นสัจจะ พูดไปมันเป็นเรื่องใกล้ตัวคุยโม้ แต่เป็นเรื่องจำเป็นที่มนุษยชาติจะต้องมีซึ่งเห็นใจว่าเขาหนักมาก เราจำเป็นจะต้องสร้างต้องทำวันนี้ถ้าจะนับว่าอาตมาเป็นมนุษย์ลูกหลานของพระเจ้าอาตมาก็ขอยืนยันว่าขอยืนยันว่าจะมาเป็นประกาศกเป็นบุตรของพระเจ้ามาทำงานอันนี้ให้แก่สังคมมนุษยชาติ ถ้าจะนับถือว่าจะมาเป็นศาสนาพุทธไม่นับถือพระเจ้าอาตาก็เป็นลูกพระพุทธเจ้าที่เห็นแก่สังคมเห็นแก่มนุษยชาติเข้าใจสังคมเข้าใจโลกและเข้าใจอาตมาเรามาช่วยกันทำให้ดี อาตมาไม่ได้ว่านับถือพระเจ้าหรือไม่แต่อยากให้เห็น ความแตกต่างว่าอันไหนดีกว่า จะบอกว่ายกตนข่มท่านก็แน่ใจว่าเป็นสัจจะที่ดีกว่า ไม่ได้แสดงข่มอะไร อธิบายสัจจะ ใครเข้าใจหรือไม่ก็ไม่มีปัญหา ทุกวันนี้ก็มีคนในศาสนาอื่นและคนในศาสนาพุทธเข้าใจอาตมาเพิ่มขึ้นบ้าง ในประชากร 67 ล้านคนของไทยเป็นชาวอโศกจริงๆนับตัวที่อยู่เป็นหลักเลยไม่ไปไหนมาไหนทุกชุมชน จะมีถึง 6700 คนไหม อาตมาไม่มีปัญหาว่ามันจะมากไหม แต่ต้องการความจริงอาตมามั่นใจที่สุดว่ามนุษย์ต้องมาเอาอันนี้ถึงจะดีที่สุดสบายที่สุดประเสริฐที่สุด ใครไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร ใครที่เชื่อแล้วก็เข้ามาเลยอยู่ที่ไหนก็ให้เข้ามาโดยเร็ว คุณจะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ นี่ไม่ได้แช่งนะ อย่างดาราชื่อปอ ก็เป็นคนที่เป็นศิลปิน พยายามทำดีคนก็เลยเห็นว่าเป็นเรื่องดี คนก็มีปัญญาเหมือนกัน ซึ่งคนไม่เข้าใจเรื่องศิลปะกับอนาจารว่าจะแยกกันอย่างไรจะเป็นมงคลอันอุดมเป็นเรื่องสร้างสรรค์ให้คนเจริญพัฒนากับอนาจาร เป็นอย่างไรมันก็มีสองทิศทางง่ายๆ พวกศิลปินก็มาเมากันมากมายอนาจารมากมายแต่ก็ได้เงินได้ทองกันไปทั่วโลก ยกตัวอย่างง่ายๆ ไมเคิลแจ็คสัน เต้นท่าทางลามกอนาจาร ถ้าตายไปแล้วคนก็จะหลงไปอีกมากมาย ส่วนไมค์ไทสันก็บ้าบ้าบอบอดีไม่ดีไปกัดหูเข้าอีก วังน้ำเขียวเป็นสถานที่สัปปายะมากเลยอาตมาไม่ได้มาผลักดันแต่มันก็เป็นไปเองตามปัญญาของคนที่มาทำคนไหนที่ชอบที่นี่ก็มาทำก็มาอยู่ก็ร่วมกันปลูกฝังชักชวนเพื่อนฝูงที่อยู่รอบๆตัว อย่างที่ได้ทำมา อย่างตระกูลหมายยอดกลางก็ทำมาเรื่อยเรื่อยมาแต่ที่สันติอโศกก็ได้อาศัยผักจากที่นี่ส่งไปให้ อาตมาทำทุกด้านในเรื่องของสังคมมนุษยชาติ เพราะอาตามาเป็นลูกของพระพุทธเจ้าเอาเชื้อเหล่าเผ่าพันธุ์นี้มาจากพระพุทธเจ้ามาไว้ในตัวเองแล้วก็มาสืบทอดมาแพร่เชื้อตามที่พระพุทธเจ้าแผลเป็นให้แก่มนุษยชาติอย่างแท้จริงเท่าที่จิตของอาตมาจะสามารถ สังคมโลกก็พยายามทำประชาธิปไตยประชาธิปไตยที่แท้จริงคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าทำตามคำที่ว่าพหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นการรับใช้โลกอย่างแท้จริงไม่ใช่อย่างที่พวกนักเลือกตั้งมาบอกว่าจะรับใช้ประชาชนตอนจะไปหาเสียงนั่นเอง เราก็ทำอย่างจริงใจแต่เขาก็นึกว่าเรามาทำร้ายโลกคนไม่รู้ก็เป็นเช่นนั้นทั้งทั้งที่เราจริงใจไม่ได้มาทำร้ายทำลายอะไรเลยในสังคมมนุษย์มีแต่จะมาช่วยเหลือมาให้สร้างสรรค์ร่วมกัน ความเป็นประชาธิปไตยที่ต้องการกันทั่วโลกทางรัฐศาสตร์ ก็บอกว่าวิธีการบริหารสังคมไม่มีแบบไหนดีเท่าประชาธิปไตยเพราะประชาธิปไตยเป็นแบบที่มีความไม่ดีเต็มที่น้อยที่สุด มีความเสียความบกพร่องน้อยที่สุด ยังหาแบบที่ดีกว่านี้ไม่ได้อาตมาก็ขอเติมไปว่าแบบที่ดีที่สุดไม่มีปกครองเลยไม่มีแบบไหนเกินจะดีกว่าประชาธิปไตยสะอาดบริสุทธิ์เท่านี้ได้ขอยืนยัน และที่อาตมาพาทำให้ภาคภูมิใจที่ยังไม่ถึง 50 ปีรูปร่างของสังคมประชาธิปไตยก็มีถึงขั้นรวมคอมมิวนิสต์ในประชาธิปไตย คอมมิวนิสต์อย่างเป็นทางวัตถุนิยมไม่มีจิตวิญญาณมันก็เลยไม่ได้ ส่วนอีกพวกนั้นเอียงไปทางจิตนิยมเข้าป่าเขาถ้ำ แม้แต่ศาสนาพุทธในประเทศไทยก็ไปหลงคารมถูกครอบงำเป็นพระป่าไม่มีโลกะวิทูช่วยโลกไม่ได้ ไม่ได้เรียนรู้โลกไม่ได้อยู่เหนือโลก แล้วก็รู้โลก กระทบผัสสะก็รู้โลกรู้กระทบโลกกาม โลกรูปภพอรูปภพ โลกคือสิ่งที่สังเคราะห์สังขารกันอยู่ เราก็รู้เหตุปัจจัยแล้วสามารถแก้ต้นเหตุได้ตลอด พระพุทธเจ้ามีทฤษฎีที่สูงสุดแล้วแล้วให้เรียนรู้อย่างนี้ จะอยู่ช่วยโลกสร้างตนเองให้มีภูมิคุ้มกัน อะไรเราก็ทำร้ายเราไม่ได้เราก็อยู่เหนือโลก โลกทำให้เราอ่อนแอต่อโลกธรรมไม่ได้ มีลาภมากี่ล้านกี่ล้านมาทุ่มให้เรา เราก็ไม่ได้เป็นไปกับเขา เพราะเรามีแต่ความสูญแต่ที่คนไม่ค่อยเชื่อง่าย เพราะโลกนี้มันเสื่อมคนหาตัวอย่างไม่ได้ เรากำลังเกิดตัวอย่างไปตามลำดับ อาตมาว่าตั้งเวลาไว้ 500 ปีโลกทั้งโลกจะยอมรับแล้วแต่ถ้าคนมีคุณภาพมาก็จะลดเวลาลงแต่มันก็มีสภาพจริงมาด้วยก็ลดเวลาลง ศาสนาพุทธศึกษาหมดเลยไม่ว่าจะกี่สมัยกี่ยุคประวัติศาสตร์ศาสนาพุทธ ก็เข้าใจในยุคสมัยเข้าใจในตำนานกี่ล้านปีก็ตามแต่เลิกสัญญาเก่าได้ ของไอน์สไตน์ว่าผู้ใดมีความเร็วเหนือวัตถุคือแสงคุณจะรู้จักจริงในอดีต ผู้ระลึกชาติได้เลยขีดความเร็วของแสง ก็จะรู้ความจริงเท่าที่จะระลึกได้แล้วจะรู้ว่าโลกก็หมุนเวียนอย่างนี้ตลอดเวลามันเสื่อมแล้วก็เจริญเจริญแล้วก็เสื่อมวนเวียนกันไปเช่นนี้ รู้จักอรรถะและธรรมะ คือโลกกับธรรม ก็เท่านั้นเอง ถ้าเราทำตนให้เป็นอรหันต์ เราก็เป็นผู้ทรงไว้ซึ่งความไม่มีพิษภัย แล้วอยู่ช่วยโลกเป็นมือหนึ่งในการช่วยโลกของพระเจ้า ซึ่งแล้วแต่อรหันต์ที่จะมีสมรรถนะกับปัญญาต่างกันแต่ความจริงใจบริสุทธิ์ไม่มีตัวตนไม่ทำให้ตัวตนไม่ทำให้พวกของตนนั้น อรหันต์มีทุกคนเหมือนกัน ทำอย่างบริสุทธิ์ช่วยโลก ตามวิชาการหรือทฤษฎีเอกของมนุษยชาติศาสนา แต่ละศาสนาก็เดินมาทางนี้แต่ของพุทธมีครบหมดเข้าใจหมดขออภัยเหมือนกับไปข่มศาสนาอื่นเขาต่อไปในอนาคต ก็จะมีการศึกษาให้รู้ทฤษฎีแบบนี้ แล้วศาสนานี่แหละจะมีความเป็นตัวของตัวเอง น่าจะเป็นตัวต้านที่ไม่ค่อยดี แต่ด้วยสัจจะของวิทยาศาสตร์แล้วการไม่มีแรงต้านเลยมันกำลังเกิดสูงสุด จะไม่มีต้องมีแรงต้านให้พอเหมาะจะเกิดพลังงานทดแทนที่เอามาใช้งานได้สูงสุดอันนี้ต้องคนฉลาดที่จะรู้และเข้ามาใช้เป็นประโยชน์ได้พวกเราจะรู้แล้วจะใช้ทำงานได้ คนฉลาดแล้วก็จะใช้สิ่งที่เขาต้านมาให้เป็นประโยชน์มาทำงานได้อาตมาถูกมหาเถรสมาคมกับคนที่เถรสมาคม ฝังหัวไว้มาห้ามกั้นเรา แต่เราก็ทำได้อย่างมีอัตราก้าวหน้าได้จริง เชื่อว่าสังคมโลกต้องการจุดนี้ เป็นคุณธรรมของพระพุทธเจ้ากับพระเจ้าที่เป็นอันเดียวกัน

วันนี้ได้เต็มเรื่องที่ได้ลงลึก ที่คนเข้าใจเรื่องพลังงานที่ลึกซึ้งๆที่เรียกว่าเป็นพลังเงินเลวกับพลังงานดีคือคำว่า ปรทัตตูปชีวี หรือเรียกเต็มว่า ปรทัตตูชีวกเปรต ปรทัตตูปชีวี เป็นพลังงานระดับจิตวิญญาณเริ่มเป็นชีวะมา อยู่ในหนังสือยอดนิยายของโลกที่ไขความเป็นมนุษย์หัวข้อที่ 46 ปรทัตตูปชีวี แล้วก็จะกลายเป็นเปรตคืออะไร คำว่าปรทัตตูปชีวีคือพลังงานเริ่มต้นที่ก่อเกิดเป็นชีวะ คือพีชะ แล้วกำลังจะพัฒนาเป็นจิตนิยาม ความเป็นชีวะ cell แล้วมีเหตุปัจจัยต่อเติมไปเรื่อยๆ ถ้าเริ่มมีชีวขึ้นมาหน่วยเล็กที่สุด จากช่องว่างที่เรียกว่า Niche เรียกว่าชีวะเรียกว่า cell ซึ่งcell ตัวแรกเรียก primarycell ถ้าเป็นสองเซลล์ก็เรียกว่า secondary cell มีแค่สองนี้จะขยายได้ยากมีแค่วนไปมาในแนวระนาบ แต่ถ้าเร่ิมมีมุมมีองศา ก็เกิดการเคลื่อนที่เป็นอิสระ นี่แหละคือพีชะ ๑ เร่ิมสามเส้าแล้วก็เป็นตัวที่ลอยออกมาเคลื่อนที่ได้ แต่จริงๆแล้วพืชนี่เคลื่อนที่ไม่ได้นะ นอกจากลอยไปมาในน้ำก็พอมี แต่บนบกจะยาก มันมีcell แล้วมีเหตุปัจจัยต่อเติ่ม มีสองมีสาม ถ้าสมุทัยไม่เกิดแม้จะมีแค่ primary cell และ secondary cell ถ้าไม่เกิดเหตุปัจจัยที่ ๓ ก็ไปได้แค่แนวระนาบรอวันเสื่อม ไม่มีวันโต เรียกว่าแท้ง แต่ถ้ามี ๓ ขึ้นมา เป็นวงวนหมุนเวียนแล้วเกิดตัวใหม่เป็น 4 5 6 เป็นเส้าที่สอง แล้วมีเส้าที่สามเป็น 7 8 9 ก็จะสมบูรณ์ขึ้น ปรทัตตูปชีวี ต้องอาศัยชีวิตอื่นเติมจึงจะก้าวหน้า คือมันต้องมีเหตุปัจจัยอื่นมาต่อเนื่องมันถึงจะเจริญต่อไป ถ้าไม่มีก็จะแท้งได้ ถ้าคนมีเชื้อของตัวผู้แล้วมีไข่ของตัวเมียมาสัมพันธ์กันแล้วเกิดพลังงานอีกหนึ่งเรียกว่าวิญญาณ ถ้าวิญญาณไม่หยั่งลง ก็ไม่เป็นธรรมะสอง เป็นอิตถีเพศกับปุริสเพศ ถ้ากระทบกันแล้วไม่เกิดภาวะวิญญาณไม่หยั่งลงก็แท้ง ไม่มีสัตว์หยั่งลง ปรทัตตูปชีวี ต้องอาศัยวิญญาณถ้าไม่มีองค์ ๓ ก็แท้ว หรือจะก้าวหน้าต่อไปอีก เกิดเป็น ๔ เสริมไปอีก แล้วสร้าง ๕ สร้าง ๖ ได้ก็มีหลายเส้า จนเป็น ๑๐ ถือเป็นตัวกลางสุด มหาจักรวาล มีโลกทั้งหลายก็อยู่ในนัยยะเช่นนี้หมด ปรทัตตูปชีวี มีสองสัย๑.แท้ง ๒.เกิด ถ้าได้อันอื่นเกิด ถ้าไม่ได้ก็แท้ง ปรทัตตูปชีวี เขาแปลว่าต้องอาศัยอาหารจากคนอื่นจึงจะรอด เช่นพ่อที่ตายไปแล้วชอบไก่ย่างลูกก็เลยเอาไก่ย่างไปถวายพระและอุทิศส่วนกุศลให้พ่อมันไม่ได้หรอกมันไม่ได้ไปไหนเลยอยู่อย่างร่มลมแรงไปแล้วพ่อแม่อยู่บ้านเลขที่เท่าไรอยู่ตำบลอะไรคนจะส่งไปให้จะส่งไปทางไหนบอกว่าทั้งตรวจน้ำ มันก็ลงดินเท่านั้นพ่อแม่อยู่ไหนก็ไม่รู้ ปรทัตตูปชีวี ต้องอาศัยอีกสิ่งหนึ่งมาร่วมคือวิญญาณถ้าไม่มีก็จะแท้ง เพราะว่าโลกทั้งโลกนี้ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าทานกว่ากันให้เป็นชีวิตที่มีคุณค่าที่สุดแล้ว แต่มีบางพวกก็เอาเรื่องการให้นี้มาหลอกคนว่าจะได้สวรรค์วิมานอะไรให้ทำทานแล้วแต่กิเลสเพิ่มขึ้นมีความโลภเพิ่มขึ้นนี่คือปรทัตตูปชีวีที่สอนกันให้ตั้งจิตขี้โลภมากขึ้น นี่คือปรทัตตูปชีวีหรือปรทัตตูชีวกเปรต ไม่มีการลดละกิเลสแต่ทานแล้วกลับทำให้กิเลสมากขึ้นหน้าขึ้นคือปุถุชนแม้แต่ทานก็สอนอย่างมิจฉาทิฐิแผนที่จะทำให้กิเลสแทงลงหรือเสียวลงใต้ลงแต่กลับทำให้กิเลสอ้วนขึ้นได้ขึ้นโตขึ้นหนาขึ้น คนที่ทำธนบัตร 8 พันล้านรุ่นรวยเรื้อรังก็ได้แบบอย่างธรรมกายนี่แหละ ก็ช่างหาคำว่าหลอกคนแล้วคนก็ช่างโง่เชื่อได้ทำไมโง่ได้ขนาดนี้จริงจังขออภัยไม่ได้ด่านะแต่พูดให้รู้ตัวว่าโง่แล้วเรื่องของปรทัตตูปชีวีก็ไม่รู้จักความเป็นเปรตของตนให้เขามอมเมาสร้างเปรตสร้างกิเลสของตัวให้ใหญ่ขึ้นใหญ่ขึ้น ตั้งฟาร์มกิเลส พากันตั้ง 3 กิเลสไม่หยุดยั้งอาตมากำลังจะพากันทำลายฟาร์มกิเลสให้หมดจากโลกให้มาช่วยกัน อย่างฟาร์มธรรมกายลุกลามมาจนกระทั่งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย คสช.ก็ดูเหมือนจะทำอะไรเขาไม่ได้ขออภัยไม่ได้ดูถูก คสช. เขากำลังทำอยู่ก็ขอชมเชยว่าทำได้อย่างราบรื่นเรียบร้อยดี คนที่เรียกร้องให้ปฏิรูปตำรวจเขาก็ด่าคสช.ว่าทำไมไม่ทำ แต่ว่าปัจจุบันหารู้ไม่ว่าตำรวจกำลังถูกปฏิรูปแล้วนะ ทำได้เรียบร้อยแต่ถึงวันนี้เขารู้ตัวแล้วต้องทำอย่างไรอย่างแรงไม่อย่างงั้นไม่ทันนะพวกนี้เขามีกลุ่มกำลังเหมือนกันอย่าไปทำเล่นไปแต่ทำได้ดีมากแล้วแต่ที่ทำอยู่ พลังงาน 3 หน่วยเป็นพืชเป็นตัวตนแล้วมีความเป็นเซลล์ self มีตัวตนแล้วแต่ไม่ไปทำลายชีวะอื่นมีแต่สัญญาที่เอาธาตุที่จำเป็นมาสังเคราะห์ตัวเอง ใช้พลังงานดูดซึมง่ายๆ อันไหนดูดได้ก็เอาไหนดูดไม่ได้ก็ไม่เอา ไม่มีความรู้สึกไม่เป็นภัยกับใครกับอะไรแต่พอพลังงานเพิ่มเป็น 4 เป็น 5 เป็น 6 เป็น 7 เป็น 9 เป็น 10 ก็เป็นจิตนิยามเริ่มมีอิสระเสรีลอยตัวขึ้นมาต่างกับพืชที่ติดอยู่กับพื้นไม่มีอิสระมากแต่พอมาเป็นจิตที่เป็นเซลล์เป็นสัตว์ ตั้งแต่เลข 7(สัตตะ) เกิดเส้าที่สาม ถ้าปรทัตตูปชีวี เชิงลบ ไปทำลายเลวร้ายก็จะเป็นเปรตตัวที่เลวทุกวันนี้ แต่ละประเทศเขาก็พยายามรวมพลังงานที่ใช้ความฉลาดเพื่อจะเอาชนะคะคานอันอื่น ไม่ใช่ไปรับใช้แต่ใช้ แต่ประชานิยมใช้ลักษณะประชานิยมหลอกคนอื่นว่าจะช่วยเขาแต่เลวร้ายที่สุด เลวที่สุดในแผ่นดินคือหากินบนคำว่าช่วยเขา ให้คนอื่นเป็นเบี้ยล่างทั้งนั้นเลยช่วงนี้ฉลาดกว่าคนอื่นเราต้องไม่ตกเป็นเบี้ยล่างของอันนี้ จาก cell มาเป็นself ก็ไม่อาละวาดกับสิ่งอื่น แต่พอมี ish เป็น selfish จะแรงระบาดมากขึ้นกว่า ขนาดของตัวตนของพืชนั้นแคบแต่ถ้าเป็นถึงจิตนิยามนั้นไม่ใช่แค่ปรทัตตูปชีวี แต่เป็น ปรทัตตูชีวกเปรต คือปิติวิสัย เป็นภูมิแห่งเปรต เป็นตัวตนหยาบใหญ่อาละวาดเป็นตั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน