581120_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ คนจนมหัศจรรย์แต่ช่วยเศรษฐี.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข21 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581120_ธรรมาธรรมะสงคราม บ้านราชฯ คนจนมหัศจรรย์แต่ช่วยเศรษฐี

พ่อครูว่า...วันนี้วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2558 ขึ้น 10 ค่ำ อีกไม่กี่วันเขาก็จะลอยกระทงกันส่วนเราก็มาเกี่ยวข้าวกันปีนี้ก็ภาคภูมิใจที่เราทำการปลูกข้าวได้มากขนาดนี้ เราเคยปลูกข้าวกันที่ปฐมอโศก ก็ไปไม่เคยรอดพอดีไม่ค่อยดีก็เลยไปหาที่ใหม่ได้ที่ทุ่งนาแรงรักก็พอได้ ปีนี้เราทำที่ราชธานีอโศกก็ได้ผลดีพอใช้ได้ก็ได้นั่งรถไปตรวจดูพื้นที่นาบริเวณต่างๆตรงไหนน้ำไม่พอตรงไหนปุ๋ยไม่พอหรือควรจะเติมตรงไหนก็คอยบอกกัน มาพูดถึงเรื่องข้าวอาตมามุ่งมั่นจริงๆเหมือนที่เคยมุ่งมั่นในเรื่องของมังสวิรัติ มาถึงวันนี้แล้วถือว่าเรื่องมังสวิรัติได้ผลสำเร็จลงตัวแล้วเกิดผลด้วยตัวของมันเองเป็นตถตา ก็จะมีวิวัฒนาการไปตามเรื่องของมันเพราะสังคมเข้าใจสังคมยอมรับก็ติดเครื่องดำเนินต่อไป เป็นบุญญาวุธหมายเลข 1 ส่วนบุญญาวุธหมายเลข 2 ตลาดอาริยะก็ค่อยเป็นค่อยไปส่วนบุญญาวุธหมายเลข 3 คือกสิกรรมธรรมชาติก็คิดว่าเข้าท่าแล้ว กสิกรรมธรรมชาติมาถึงวันนี้ก็เข้าท่าก็เป็นไปแล้ว บุญญาวุธหมายเลข 4 การศึกษาบุญนิยม บุญญาวุธหมายเลข 5 สาธารณสุขบุญนิยม บุญญาวุธหมายเลข 6 การศึกษาบุญนิยม บุญญาวุธหมายเลข 7 การเมืองบุญนิยม ก็ค่อยจัดอยู่ในองค์ด้านต่างๆเข้าไปอีก การกสิกรรมธรรมชาติที่เราได้พัฒนากันมาก็เห็นอัตราการก้าวหน้าก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าทำไมงดงามได้ขนาดนี้ทั้งทั้งที่ดินของราชธานีอโศกนี่เป็นดินถมใหม่ ก็ปรากฏว่าต้นข้าวออกรวงงามพอสมควรก็จะคอยดูผลสุดท้ายว่าจะได้กี่ตัน 144 ไร่ได้ 140 ตันเลยก็จะดี ที่เราทำนี้ไม่ใช่เรื่องหาเสียงแต่เป็นเรื่องตั้งใจจริงที่จะสร้างสังคมประเทศชาติด้วยพืชพรรณธัญญาหารเพราะประเทศไทยเราอยู่ในโซนอบอุ่นโซนร้อน มีแดดมีน้ำมีองค์ประกอบมีพื้นดินที่ชั้น 1 เลยที่อื่น

อ่านต่อ

สู้ไม่ได้ทางตะวันออกกลางและแอฟริกาก็ร้อนเกินไป เราต้องเอาองค์ประกอบที่พระเจ้าสร้างที่ธรรมชาติสร้างมาทำให้ดีสร้างให้ดีและมันก็เป็นความสำคัญพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้ชัดว่าข้าวเปลือกเป็นทรัพย์อย่างยิ่งอาหารเป็นหนึ่งในโลก เป็นสัจจะที่เราต้องเข้าใจอย่างแท้จริงเราจะต้องไม่โง่เกินไปต้องฉลาดเท่าทันว่าควรจะทำอะไรเพราะคนทุกคนในโลกจะต้องกินอาหารจะต้องกินข้าวถ้าเราทำอาหารขึ้นมาให้เผื่อแผ่เกื้อกูลแบ่งปันกันให้ได้จริงๆ เราไม่พากันไปรวยอยู่แล้วเราพากันไปพอดีพอควรพระพุทธเจ้าไม่สอนให้เราไปรวยผู้ที่มีภูมิปัญญามีพุทธอยู่ในใจจริงๆจะรู้ว่าคำสอนพระพุทธเจ้าไม่เคยพาไปรวย ใครจะสอนให้พาไปรวยอยู่จะอยู่ในการศึกษาอยู่ในระบบของศาสนาเลยแล้วเปิดสอนให้ไปรวยไปรวยพวกนี้ขบถ เป็นพวกนอกรีตของพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น ขอพูดชัดชัดตรงตรงอย่างนี้ เราพึ่งพาตนเองให้รอดอย่าไปหวังแต่รวย นี่แหละคือความยิ่งใหญ่ของมนุษยชาติ มันเป็นความสงบสันติเป็นสิ่งประเสริฐของมนุษย์ โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องรวย ไม่รวยแต่เราขยันหมั่นเพียรสร้างสรรค์อุดมสมบูรณ์แล้วก็แจกจ่ายเจือจานเผื่อแผ่กันไป เท่าที่เราจะเผยแผ่กันได้ ชีวิตของเราก็พึ่งตนเองพอมีเหลือเฟือแบ่งแจกเกื้อกูลคนอื่นได้อย่างจริงจังชีวิตก็สบายแล้ว เป็นชีวิตที่สันโดษที่เป็นความใจพอดังที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ เป็นชีวิตพอเพียง อย่างในหลวงท่านตรัสไว้ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ ท่านมีพระปัญญาธิคุณชัดเจนท่านก็ตรัสเรื่องการอยู่กับสังคมบริหารสังคมแบบคนจนอย่างไรแต่ผู้บริหารยังเข้าไม่ถึง ไม่เท่าทัน ส่วนเราก็ชัดเจนในจุดนี้ที่จะพาเป็นคนจนที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งตนเองรอดไม่เบียดเบียนใคร แบ่งแจกจากคนอื่นได้เป็นคนจนที่เกื้อกูลเผื่อแผ่คนอื่นได้ ข้าวไม่ใช่สินค้าแต่ข้าวคืออาหารที่ต้องแบ่งปันกันกิน คำว่าแบ่งปันกันกินไม่ได้หมายถึงว่าเรามีเท่าไรก็แจกหมด แต่อาจจะขายบ้างแต่อย่าขายแพง คนไหนที่ไปรอดอยู่ได้ เอามาเผื่อแผ่เกื้อกูลเท่าที่ตนเองจะทำได้ ไม่ใช่ว่าจะต้องแจกหมด แต่ให้ขายอย่างถูกๆ เพราะคนจนต้องกินข้าว ส่วนคนรวยเขามีเงินซื้ออยู่แล้ว แล้วคนจนมีเป็นส่วนมากจะต้องกินข้าวเราควรจะขายให้ถูกให้แจกจ่ายเจือจานกัน มีร้านอาหารพวกเราให้กินฟรีเลยก็มีบ้างแต่ก็มีเงื่อนไขให้เขาได้ฝึกฝนไม่ใช่กินอย่างชนิดเป็นอย่างไรก็ได้ คนก็จะไม่ได้ฝึกฝนศึกษาอะไร เรามีความเอื้อเฟื้อเจือจานแต่ก็ไม่อยากให้คนกิเลสโตขึ้นจะทำให้ชีวิตเสื่อมต่ำ ไม่ว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไรอยู่อย่างให้กิเลสมากขึ้นชีวิตเสื่อมต่ำอันนี้เป็นโมฆะบุรุษเสียชาติเกิด สัตว์เดรัจฉานมันไม่มีปัญญาจะมาศึกษา แต่คนนี้ศึกษาได้เฉลียวฉลาดที่สุดแต่ไม่มีอะไรดีที่สุดเท่ากับการลดกิเลสได้ มนุษย์สามารถมีภูมิปัญญารู้กิเลสได้ลดกิเลสได้ ซึ่งสัตว์อื่นทำไม่ได้ นี่คือขอบเขตที่จะรู้ว่าเกิดมาไม่เสียชาติเกิด เมื่อรู้ว่ากิเลสเป็นอยางไรแล้วลดกิเลสได้อย่างเป็นสัมมาทิฏฐิสัมมาปฏิบัติ คือคนเกิดมาแล้วไม่เสียชาติเกิด ถ้าผู้ใดลดละกิเลสไม่ได้แม้จะออกบวชพระพุทธเจ้าก็ตรัสว่าเป็นโมฆะบุรุษ ไม่ว่าจะเป็นนักบวชอีกหรือเป็นฆราวาส มีสิทธิ์ประพฤติปฏิบัติให้เข้ากระแสเป็นอริยบุคคล ถ้าเริ่มต้นเป็นพระโสดาบันแล้ว ก็เข้ากระแสแล้วที่จะไปสู่ความสูงสุดเลยได้ ขยันหมั่นเพียรจริงๆก็จะได้จริงตนเอง มีบารมีเฉลียวฉลาดเพียงพออีกด้วยก็ยิ่งดีใหญ่เลยก็จะยิ่งเร็วยิ่งได้ผลทันที ผู้ที่ปฏิบัติได้สูงสุดถึงความจบของมนุษย์คือเป็นอรหันต์ แล้วมันคืออะไรเป็นตัวชี้บ่งชี้ค่าว่า อรหันต์นั้นคือผู้มีชีวิตจบอรหันต์แล้ว ไม่ทำภัยทำโทษอะไรเลยกับโลกกับสังคมกับสัตว์กับพืชกับดินกับน้ำอะไรอีกต่อไปหลักประกันจริงๆ นี่คือดัชนีชี้ชี้ค่าความประเสริฐของการมาเป็นสัตว์โลกและได้เป็นคนประเสริฐสุดซ่อนจะเจริญอีกต่อไปจะมีโลกะวิทู มีโลกานุกัมปายะ แต่ขีดที่บอกว่าเป็นอรหันต์คือ ไม่ทำกรรมอะไรที่เป็นบาปหรือกรรม ที่ประกอบด้วยกิเลสอีกแล้วก็จะมีปัญญารู้โลก เท่าที่อรหันต์แต่ละท่านจะรู้ว่า ความเป็นโลกความเป็นอัตตา อย่างไรท่านจะรู้ประมาณไม่ทำอะไรเกินตัว ท่านก็จะช่วยเหลือผู้อื่นไปมีความชำนาญที่จะช่วยเหลือโลกได้เพิ่มขึ้นเป็นโพธิสัตว์ที่เจริญขึ้น เป็นความที่จบกิจตนแล้ว ต่อไปเป็นความเจริญขึ้นจนกว่าจะถึงพระพุทธเจ้าเป็นสูงสุด แม่พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ท่านระลึกชาติได้ไปไกลมากมายว่าเกิดมาเป็นอะไรบ้างพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เท่าเทียมกันหมด แต่คนที่เป็นองค์ประกอบก็จะต่างกันทำให้สร้างศาสนาได้เล็กหรือใหญ่ต่างกันแต่ก็คือศาสนาพุทธมีคุณภาพเหมือนกัน เพราะคนมีกิเลสหนาและหยาบมากในยุคของพระพุทธเจ้าสมณโคดมพระพุทธเจ้าที่จะมาตรัสรู้ก็ทำได้สุดที่แล้ว ศาสนาพุทธของพระสมณโคดมจะดำเนินไปถึง 5000 ปีอาตมาก็มีส่วนในการดำเนินไปนี้ หลายคนอาจจะไม่เชื่อแต่ทำงานมา 45 ปีหลายคนก็คงพอเข้าใจ ทำงานมา 45 ปีก็เห็นอัตราการก้าวหน้าซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ถึงการเรียนรู้โลกกับอัตตา ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 พระสูตรเล่มที่ 1 ที่คนยังไม่เคยเข้าใจคือเรื่องโลกกับอัตตา คือสิ่งภายนอกที่สังเคราะห์สังขารกับตัวเราเอง เราก็ล้างอวิชชาไล่ไปตั้งแต่โลกต่ำสุด จนกระทั่งดับเหตุได้เจริญขึ้น หมดกาม หมดรูปโลก อรูปโลก ไปตามลำดับที่แท้จริง จนหมดโลกหมดภพได้จริง พิสูจน์ได้จนเป็นตัวคนที่หมดโลกอยู่เหนือโลกเป็นอรหันต์ก็เกิดขึ้นได้ในสถานะของพวกเราในชาวเราแล้วอาตมาก็ได้ยืนยันไปแล้ว เป็นความจริงใจที่ไม่ได้อยากอวดอ้างบอกไปแล้วก็ไม่เห็นคนจะกรูเกรียว เป็นปฏิกิริยาที่ถูกต้อง สำหรับคนไม่รู้ก็จะได้รู้ คนที่เชื่ออยู่แล้วก็ไม่ตื่นตูมแต่คนที่ไม่เชื่ออยู่แล้วเขาก็อาจจะหมั่นไส้ แต่มันก็เป็นเครื่องชี้บ่งว่าเราประกาศอรหันต์ในตัวบุคคลในยุคนี้ คนที่เขาไม่เชื่อถือเขาก็ไม่มา ซึ่งเขาก็รักศาสนาพุทธนะ ถ้าผู้ที่มาประกาศเป็นของเสียทำให้ศาสนาของเขาเสื่อมเสียหายเช่นพระธัมมชโยทำความเสื่อมโทรมให้ศาสนาชิปหายก็ต้องตามเล่นงาน แต่ของอาตมาก็ไม่เกิดเช่นนั้น ทั้งทั้งที่ธัมมชโยไม่กล้าประกาศตัวเหมือนกับอาตมา เขาประกาศคลุมเครือว่าใหญ่กว่าพระพุทธเจ้าอีกซึ่งมันก็ตลกว่าเหนือกว่าพระพุทธเจ้าอีก อาตมาก็ประกาศธรรมสาธยายธรรมไปก็ไม่เห็นมีคนมาต่อต้านมากยังธัมมชโยก็มีคนมาต่อต้านมากกว่าจะมาทำตอนนี้ก็มีคนมาต่อต้านน้อยแต่นี่พูดนี้ไม่ได้เรียกร้องให้มาต่อต้านนะไม่ได้หาเรื่อง ส่วนผู้ศรัทธาก็ไม่ตื่นเต้นไม่กรูเกรียวกันมา จะเพิ่มความใส่ใจความตื่นเต้นขึ้นมาก็เป็นเปอร์เซ็นต์ไม่สูงก็ถือว่าได้สัดส่วนดีแล้ว เพราะถ้ามากรูเกียวกันจะรับไม่ไหวอะไรตื่นก็ไม่เท่ากับคนตื่น ถ้ามาอย่างศรัทธาแรงมากันมากมายจะรับไม่ไหว

ในการปฏิบัติสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะ ทั้งสี่มรรคนี้แหละ ส่วนสัมมาอาชีพคือทำงานเพื่อที่จะอาศัยเลี้ยงชีวิต ส่วนสัมมากัมมันตะเป็นงานทั่วไปทั่วไปหมดไม่ใช่งานที่ได้ผลผลิตเป็นงานสงเคราะห์งานช่วยเหลือคนอื่นงานปกิณกะได้ทั้งหมดคือร่วมการงานทั้งหมดเป็นกัมมันตะ การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่ในการกระทำช่างคิดช่างพูดช่างทำทำอาชีพที่จะเลี้ยงต่อเลี้ยงชีวิตก็ปฏิบัติธรรมซึ่งท่านประกาศของท่านต่างกัน เล่าโยงไปถึงยุคพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นใหม่ๆ ในยุคที่พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาตอนนั้นไม่มีศาสนาพุทธท่านเข้ามาประกาศศาสนาพุทธมีทฤษฎีปฏิบัติมีทางปฏิบัติมีมรรคผลอย่างไรตอนนั้นไม่มีแล้วศาสนาพุทธ มีก็แต่มิจฉามรรคมิจฉาผล ผิดเพี้ยนหมดแล้ว วิธีปฏิบัติของยุคนั้นก็จะคล้ายคล้ายกับยุคนี้คือไปนั่งปิดหูปิดตาไปนั่งระงับกรรมการงาน ไม่ทำอาชีพ ไม่ทำนั่งหลับตา เข้าไปอยู่ในภวังค์พูดก็ไม่พูด หนักเข้าไม่ให้คิดด้วย ผ่านมา สองพันหกร้อยกว่าปีก็กลายเป็นมิจฉาไปหมดอาตมาเอามาประกาศถ้าไม่มีในพระไตรปิฎกบอกไว้ ทั้งที่มีหลักฐานอยู่ แต่เขาก็ผ่านไปหมด อาตมาพูดมา 45 ปีก็ไม่เห็นสำนักไหนที่จะมาประกาศอย่างนี้ สำนักต่างๆใหญ่ๆก็ยังดำเนินอย่างมิจฉาอยู่ต่อไปทั้งที่อาตมาพยายามอธิบายตามพระไตรปิฎกเอาหลักฐานพระไตรปิฎกมาประกาศจนมาถึงบัดนี้ แม้แต่พระสูตรแรกในพระไตรปิฎกพระสูตร พรหมชาลสูตรก็บอกไว้ การปฏิบัติที่ไม่ถูกทางก็จะทำให้ส่งผลถึงสังคมให้เสื่อมทรุดลงแก่งแย่งฆ่าแกงกันอย่างหนักหนาตอนนี้อาตมาก็พยายามส่งสัญญาณไปซึ่งอาจจะมาก็ไม่ค่อยมีเครดิตในสังคมเขาก็ไม่ค่อยเชื่อถือก็เอาแต่คนที่มีปัญญาเห็นจริงได้ เท่าที่อาตมาทำงานมาก็เห็นความก้าวหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆไปด้วยก็เลยว่ายากจริงหนอ ก็พยายามต่ออายุตนเองถ้าทำแค่นี้มันก็ได้เท่าที่มีต้นทุนชาวอโศกมีขนาดนี้และอาจจะมาตายไปขณะนี้วินาทีนี้ก็ได้แต่ก็จะไม่ได้อะไรมากมาย อาตมาไม่เชื่อว่าที่มีต้นทุนของสัมมาอริยมรรคอริยผลพอสมควรแล้วนี่อันนี้จะเป็นทุนที่จะสืบสานศาสนาไปถึงหมด 5000 ปี อาตมาก็คิดว่ามันคงจะยากตามประสาจะมาประมาณเท่าไหร่จะพยายาม ฝืนสังขาร ตามความรู้ที่จะพิสูจน์ความรู้ของพระพุทธเจ้า ว่าสามารถที่จะทำให้ตนเองมีอายุยืนไปจากที่มันมีอายุขัยของตน บางคนก็มีวิบากตัดรอน บางคนก็เป็นไปตามอายุขัย บางคนก็มีบารมีเสริมอยู่ได้เกินกว่าอายุขัย อาตาจะพยายามพิสูจน์ต่ออายุขัยของตนเองด้วยตามธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่ได้ต่อด้วยมียาอายุวัฒนะอะไรที่เราเขามี ก็ไม่ได้แสวงหาแต่พอมีผู้มาช่วยเหลือบ้าง ไม่เหมือนกับของจิ๋นซีฮ่องเต้ที่พยายามหาทางต่ออายุด้วยยาอายุวัฒนะตลอดพระชนชีพ แต่อาตมาไม่ใช้ จะใช้ธรรมะจะใช้นามธรรมของพระพุทธเจ้าไปเท่าที่จะสามารถทำได้เป็นการพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า สิ่งประเสริฐในมนุษยชาติไม่มีอันไหนดีเท่าอันนี้ ในโลกกำลังฆ่าแก่งแย่งชิงใช้เล่ห์เหลี่ยมความฉลาดแกมโกงแย่งชิงกันอยู่ก็เห็นไม่รู้จะทำอย่างไร เราก็ไม่เก่งแม้แต่ในเมืองไทยอาตมาก็ไม่มีเครดิตที่จะไปอธิบายมากมาย ก็เลยอยากจริงๆ แต่จะยากอย่างไรก็เป็นงานประเสริฐสุดที่จะทำให้คนเข้าถึงอารยธรรมดีที่สุดที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์และได้ทำงานสุดยอดก็ขอขอบคุณที่แต่ละคนมาร่วมไม้ร่วมมือมาช่วยเหลือกัน ข้อหนึ่งอาตมาก็รู้ว่าตัวเองว่าไม่ใช่คนเก่งอะไร ข้อสองสังคมโลกมันจัดจ้านมากมายทำได้ขนาดนี้ก็ดีนักหนา อาตมาไม่มีความตะกละไม่มีความโลภอะไรมากมาย เราก็รู้ตัวเรา เรารู้อยู่ว่าตะกละตะกรามไปเป็นเรื่องไม่ดี ก็ศึกษามาแล้วเข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้ามาแล้ว เพราะโลกทำลายธรรมชาติไปมาก แล้วก็เป็นพิษเป็นภัยซับซ้อนใส่เข้าไปในธรรมชาติต่างๆ ซึ่งพูดไปนี้ก็ไม่ได้เห็นได้ยากอะไรพวกเราต้องมาฟื้นขึ้นมาใหม่ ต้องมาช่วยกันทําอย่างแท้จริงมาช่วยกันฟื้นคืนให้ได้ ใครที่เข้าใจแล้วก็อย่าช้ามาช่วยกันเพราะคนมันน้อย คนมันฝืนกระแสใจมันไม่เป็นโลกีย์ แต่มันเป็นสิ่งสุดยอดประเสริฐก็ขอให้สติสำหรับผู้มีปัญญา ถ้าจะมากันก็ดีมากเลย อาตมาทำงานมาก็มั่นใจว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นหลักแหล่งต้นทางของธรรมะที่เป็นอริยะเป็นโลกุตระซึ่งคำว่าโลกุตระมันคนละเรื่องกับโลกียะที่เขาหลงในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขที่เป็นอัตตาก็เอามาจากบัญญัติของพระพุทธเจ้าสรุปไว้ แล้วมันก็จัดจ้านหนักหนาสาหัสไม่หยุดไม่หย่อน อาตมาเอาธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศก็เข้าใจขึ้น จนกระทั่งมั่นใจว่ามีกลุ่มหมู่มนุษยชาติที่ได้บรรลุได้ เกิดเชื้อแท้ของอาริยธรรม โลกุตรธรรมขึ้นแล้ว ก็เลยมั่นใจว่า ในประเทศอินเดียหมดเชื้อของโลกุตระแล้วเหลือแต่โลกียะใครจะปลูกฝังให้พูดขึ้นไปใหม่ในประเทศอินเดียก็ดีที่เป็นความปรารถนาดีแต่ไม่ขึ้นหรอกเพราะเชื้อมาเกิดที่เมืองไทยแล้ ว เชื้อนั้นมาลงรากที่เมืองไทยแล้ว ก็เลยมั่นใจว่าชมพูทวีปอยู่ที่เมืองไทยแล้ว คำว่าชมพูทวีปหมายถึงเขต ถูกแล้ว แต่ท่านไม่ได้ตรัสชมพูทวีปแต่ท่านตรัสว่า มนุษย์ชมพูทวีป คือความเป็นมนุษย์ที่จะหยั่งลงจริงแล้วความเป็นอารยะความเป็นโลกุตระไม่ได้อยู่ในดินน้ำไฟลมไม่ได้อยู่ในโลกในทวีปใด แต่อยู่ในคนอยู่ที่จิตวิญญาณ การจะมีอริยะได้เพราะมีคนที่มีจิตวิญญาณเป็นอริยะมีคนมีจิตวิญญาณที่เป็นโลกุตระลักษณะของโลกุตระมีลักษณะที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่ามี 3 อย่างคุณลักษณะ มนุษย์ชมพูทวีป ประเสริฐกว่ามนุษย์อุตรกุรุทวีปและเทวดาชั้นดาวดึงส์ มนุษย์อุตรกุรุทวีป ผู้ที่ศึกษามาโดยบัญญัติภาษาฟังแล้วจะงงว่ามนุษย์อุตรกุรุทวีปก็จะสูงกว่ามนุษย์ชมพูทวีปแต่แน่นอนว่าสูงกว่ามนุษย์ดาวดึงส์เป็นเทวดาโลกีย์ที่เสพติดอาการที่ 33 คือดาวดึงส์เป็นเพราะเป็นจิตวิญญาณที่หลงรสชาติ เป็นโลกีย ส่วนคำว่ากุรุคือครู ส่วนอุตระคือเหนือ มนุษย์ที่มีอุตระ กุรุ ถือว่าประเสริฐแล้ว พระพุทธเจ้าตรัสว่ามนุษย์อุตรกุรุทวีปสู้มนุษย์ชมพูทวีปไม่ได้ ส่วนโลกีย์คือดาวดึงส์ แต่คนที่พากเพียรแล้วบอกว่าเป็นอรหันต์ในเมืองไทย ขออภัยเป็นอรหันต์เก๊ทั้งนั้น คนมาแสวงหาความเป็นพิษ แต่ปฏิบัติมิจฉาทิฏฐิไปนั่งหลับตานี่แหละคือมนุษย์อุตรกุรุทวีป แต่มนุษย์ชมพูทวีปคือ สุรภาโว สติมันโต อิธพรหมจริยวาโส เท่านั้นนะไม่ได้บอกว่าเป็นอุตระ เป็นกุรุอย่างมนุษย์อุตรกุรุทวีปนะ สุรภาโวคือ องค์ประกอบที่ครบอาการ 32 ทางรูปธรรมนามธรรม เป็นพลังงานที่รวมกันทั้งรูปและนามที่ทำงานร่วมกันแต่คนที่หลงเพ้อเป็นอาการ 33 คือคนที่หลงเสพสุขเท็จเป็นสวรรค์สุขทั้งนั้นแบบนี้ทั้งสบายทั้งสวยงามทั้งรวย เสพความเป็นทิพย์ต่างๆนานาสารพัด ทั้งวรรณทิพย์ คือยศชั้นวรรณะ ผิวพรรณ สุขทิพย์คือเป็นเท็จไม่มีจริง ส่วนอายุทิพย์จะพยายามอยู่ให้ได้นิรันดรเหมือนจิ๋นซีฮ่องเต้ ฝันเพ้อทั้งนั้นเลย คนไปหลงผิดก็ไปหลงโลกุตระพร้อมแล้วไปหลงอาการ 33 ซึ่งไม่มีจริงพอล้างไปหมดแล้วก็จะพบว่าคนเราจะอยู่กับอาการ 32 เท่านั้นตามความสมดุล ตั้งแต่ผมขนฟันเล็บในอาการ 32 ทั้งหมด ซึ่งมีพลังงาน ทำงานอยู่ทั้งสิ้นจะต้องได้สมดุลถ้าสมดุลก็ไม่ทุกข์ เท่านั้นเอง ไม่มีอาการ 33 อะไร ผู้ศึกษาสุรภาโว ตามสัจจะบารมี บางคนมีวิบากที่อาการ ๓๒ไม่ครบ ไม่เป็นสุรภาโวก็จะศึกษาไม่ได้ จะปฏิบัติได้ดีต้องมีร่างกายและจิตที่สมบูรณ์ องค์ประกอบของกายที่เหลือไปหลงเสพจิต องค์ประกอบของจิตที่หลงเสพกาย ไปหลงอย่างไรก็เรียนรู้จนพ้นกาย กายสังขาร คือการปรุงแต่งองค์รวมทั้งหมดไม่ขาดกายขาดจิตนะ ผู้ที่มิจฉาทิฐิจะเข้าใจว่ากายมีแต่รูปธรรมไม่มีนำมาทำร่วมด้วย เราต้องเข้าใจเหตุปัจจัยที่เป็นโลกอบาย โลกธรรมให้ได้ก่อนเป็นโมเดลของเรา ชมพูทวีปคือ มีองค์ประกอบครบอาการ 32 แล้วประกอบอยู่กับโลกเป็นองค์ประกอบ เป็นต่อจะให้เกิดโลกโลกุตรบุคคลได้เกิดได้ ไม่ว่าประเทศใดสังคมใดจังหวัดใดอำเภอใด ที่มีมนุษยชาติที่สามารถปฏิบัติเป็นโลกุตรบุคคลได้ก็นั่นแหละคือทวีปที่เป็น อิธพรหมจริยวาโส ปฏิบัติธรรมเป็นอรหันต์ได้ขนาดตามมาแน่ชัดว่า ประเทศไทยจะเป็นได้มีอะไรกันจริงจึงประกาศอรหันต์จริงเป็นอนาคามีจริงส่วนภูมิอื่นก็ไม่ได้ประกาศอะไรมากมายสกิทาคามีหรือโสดาบันก็ว่ากันไป เป็นยุคสุดท้ายของศาสนาพุทธก่อนจะเป็น เป็นกลียุค ก่อนจะเป็นยุคพุทธันดร กลียุคซึ่งจะเลวร้ายจนศาสนาพุทธช่วยอะไรไม่ได้เขาก็ฆ่าแกงกันอย่างที่มีในพระสูตรพระพุทธเจ้าบอกว่าหยิบยอดหญ้าขึ้นมาก็เป็นหอกเป็นดาบฆ่ากันไปหมดที่จริงเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างพระพุทธเจ้าตรัสเป็นภาษาสมัยโบราณเป็นภาษากำลังภายในไม่ต้องใช้อาวุธ จะมีสักวันที่เป็นเสือกับสิงห์ดวลกัน หันหลังแล้วก็เดินออกจากกัน มีกรรมการเป่านกหวีด คนไหนหันมาใครเร็วใครแม่นก็ยิงใส่กันได้ ปรากฏว่าเก่งด้วยกันทั้งคู่ก็ตายพร้อมกันคือจริงด้วยกันทั้งคู่เร็วด้วยกันทั้งคู่ยิงหัวใจกันในเวลาเดียวกันมันถึงไม่เหลือเลยในโลกนี้ คือฆ่ากันตายหมดคนเก่งเลยเหลือแต่คนไม่เก่งแต่เป็นคนมีความดีงาม พูดไปแล้วเหมือนยกตัวเอง เช่นพูดว่าคนจนผู้ยิ่งใหญ่ ก็เลยเลี่ยงว่า คนจนมหัศจรรย์ คือคนจนที่ไม่เป็นหนี้ เพราะขนาดคนรวยเขายังมีหนี้เลย ลองไปถามคนรวยยิ่งใหญ่หลายคน ลองเคลียร์เงินทั้งหมดไม่ต้องหมุนนะ จะรู้ว่าเป็นหนี้หรือไม่ รวมทั้งหนี้ทั้งดอก เคลียร์บัญชีจริงๆ ไม่รอดเยอะ ความซับซ้อนแนวคิดของคนทำให้คนมาแนวนี้มากมาย คนจนมหัศจรรย์จะมีข้าวกินจะมีปัจจัย 4 ยังชีพไปได้อย่างสบายสบาย พวกเราจะต้องเดินทางเข้ามาสู่จุดนี้แหละคือจุดที่มีปัจจัย 4 แล้วมีบริขาร ซึ่งบริขารสมัยนี้ไม่เหมือนโบราณ ก็จะมีองค์ประกอบใช้ทำงานกับสังคมโลก ยกตัวอย่างพวกเรา มีอุปกรณ์เครื่องมือ เช่นอุปกรณ์สื่อสารก็แพงมาก กระทบไหล่ดาราอยู่ได้เป็นไปได้ แต่ไม่เอามาหาเงิน เขาหาเงินมากมายยังไปไม่รอดเลย แต่ของเรา พอไป พอเป็นพอไป ไม่ถึงขั้นต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาให้หน่วยงานสื่อสารของโทรทัศน์ชาวอโศก แต่เราทำไม่ได้เพื่อทำมาหากินหรือหารายได้แต่เอามาสื่อสารเผยแพร่ความรู้สัจธรรมโดยตรงและไม่เหลืออะไรด้วยอย่าว่าแต่ให้โฆษณาเลยก็ไม่ได้ เราถือว่าการเรี่ยไรนี้เบียดเบียนคน มาถึงวันนี้แล้วโทรทัศน์เราตั้งมา 8 ปีแล้ว เราเปิดเดือนพค. ๒๕๕๐ ตอนนี้ ๘ ปีแล้ว ก็เป็นไปได้ มาถึงวันนี้ก็ไม่ได้เป็นหนี้ใคร ไม่มีรายได้อะไร ตอนนี้ก็ได้จากขยะ หมุนเวียนทำขยะแล้วได้จากการขายขยะก็ไม่ได้ขายอย่างรีดนาทาเร้น มีชุมชนต่างๆช่วยบ้าง แต่เป็นหลักคือขยะ แต่ที่ได้เป็นหลักคือได้แรงงานฟรี ที่อื่นต้องจ่ายเงินให้คนทำงานมหาศาลแต่ของเรานี้ฟรีตลอดทั้งวิทยากรที่เราเชิญออกมาออกก็ฟรีทั้งนั้นไม่มีอะไรให้อย่างเก่งก็ให้น้ำดื่ม ก็ไปรอด มนุษย์ชมพูทวีป ในโลกที่มีองค์ประกอบสำคัญคือการ ๓๒ ครบ กับสติ ที่เป็นสติมันโต (สติทั้งหมด) ซึ่งประกอบด้วยความรอบรู้ หรือตื่นเต็มทั้งภายนอกภายในไม่ถูกครอบงำจากภายนอกมาอยู่ภายในก็ไม่ถูกที่ครอบงำภายใน ไม่มีผีหลอกทั้งนอกและในหรือแม้แต่มีก็รู้วิธีปฏิบัติสามารถปฏิบัติและหลังได้เพราะได้ปฏิบัติมาตามลำดับ ตั้งแต่กามภพ รูปภพ อรูปภพตามลำดับ ผู้เข้าใจปฏิบัติได้ก็จะเป็นอริยบุคคลเป็นมนุษย์ชมพูทวีป มาเดินกันอยู่ก็จะเป็นบุคคลสัปปายะเสนาสนะสัปปายะอาหารสัปปายะและมีธรรมะสัปปายะ ขณะนี้ประเทศใดใดก็ไม่มีอรหันต์ ไม่มีอริยะแม้แต่ในประเทศไทยก็ตามเขาก็นับถือคนที่ปฏิบัติเป็นอรหันต์เก๊กันมากคนเชื่อกันเยอะ ยังไม่ถอดถอนออก สำหรับอาตมาเขาไม่เชื่อสนิทใจว่าเป็นอรหันต์หรือเป็นอริยบุคคลต้องทำอย่างที่อาตมาพาทำ เราต้องมาช่วยกันทำให้เกิดอาริยะให้มากขึ้น โดยเฉพาะตอนนี้มีในหลวงอยู่ ในหลวงก็ตรัสโลกุตระ ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถพูดโลกุตระได้อย่างในหลวงพูดได้ ที่บอกว่าให้มาทำสังคมเป็นสังคมแบบคนจน ภาพที่ออกอากาศนี้นั่งอยู่บนนาข้าวแล้วมีประชาชนประมาณนิดนึง ซึ่งเป็นภาพที่งดงามมากพวกเราก็เหน็ดเหนื่อยช่วยกันทำ จนได้ใช้สถานที่นี้อาตมาเป็นศิลปินโลกุตระ เป็นศิลปะที่พาคนลดละกิเลส พวกเราจะพยายามมีพืชพันธุ์ธัญญาหารให้มากแต่ไม่ได้เอาไปสร้างความรวยให้แก่ตัวเองจะเผยแผ่แจกจ่ายกัน ละคนก็ต้องกินอาหาร สัตว์เดรัจฉานก็ต้องกินอาหาร อาหารเป็นปัจจัยที่ 1 ส่วนยารักษาโรคก็เป็นปัจจัยที่ 2 เครื่องนุ่งห่มเป็นปัจจัยที่ 3 ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยที่ 4 ดังนั้นต้องมาช่วยอาหารสร้างให้อุดมสมบูรณ์ให้มีอยู่มีกิน ถ้าชาวอโศกเราอาตมาเคยบอกว่าโครงการข้าวแสนตัน ตอนนี้พึ่งเป็นร้อยเป็นพันตัน ยังไกลคำว่าแสนตัน แต่อาตมาไม่ท้อ อโศกจะผลิตข้าว อโศกไม่ใช่คนเดียวแต่จะมีองค์รวมที่จะมาช่วยกัน โดยเฉพาะจะเป็นข้าวไร้สารพิษนอกจากนั้นพืชพันธุ์ธัญญาหารอื่น ก็จะเป็นอาหารที่ไร้สารพิษเป็นอาหารที่มีธาตุมีสารอาหารที่ดี จะไม่สร้างอาวุธจะสร้างแต่สิ่งที่ดีๆเป็นพืชพันธุ์ธัญญาหารเลี้ยงดูกัน เราจะทำให้พึ่งตัวเองรอดมีอยู่มีกิน แล้วไม่เอาไปกักตุนไม่ไปเอาเปรียบ ไม่เอาสิ่งสำคัญที่เราทำได้เป็นสิ่งสำคัญนี้สำหรับสัตว์โลกถ้าคนไม่กินก็เอาไปแจกหมูแจกหมาแจกวัวจากควายก็ได้ จะไม่เอาไปทำกำไรเอาเปรียบคนอื่น พวกเรามีที่ดินเยอะแต่ไม่ได้เป็นของใคร เป็นของส่วนรวมก็จะมาผลิตอาหารเลี้ยงโลกเพื่อแผ่กันยังไม่ได้เอาเปรียบเอารัด ไม่ได้เอากำไรเราจะได้มากอย่างไรก็ไม่ได้มาก แล้วเราไม่ขาดทุนสะสมเราจะต้องเป็นคนจนถาวรแน่นอน เป็นคนจนอย่างยั่งยืนแน่นอนแต่เป็นคนจนมหัศจรรย์ที่ไม่ได้อดอยาก เป็นคนจนที่ช่วยเหลือคนอื่นเป็นคนจนที่จะช่วยเศรษฐี ไอ๊หยา ที่จริงเราจะช่วยกฏุมพีต่างหากไม่ได้ช่วยเศรษฐี เพระเศรษฐีเป็นผู้เจริญเสฏโฐคือผู้ประเสริฐ แต่กฏุมพีคือผู้กักตุนไว้กับตัวให้ลูกหลานผลาญต่ออีก เราไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ให้อย่างประชานิยมเพื่อจะได้คะแนนเสียงให้คนมาเป็นบริวารหรือยอมรับนับถือแม้แค่เอาไปเอากำไรก็ไม่ทำ แต่แจกเพื่อช่วยเหลือกันจริงๆสำหรับคนที่เหมาะสม การทำแบบคนจนที่ลึกซึ้ง อาตมาถึงบอกว่าไม่มีใครหรอกที่จะมาพูดว่าจะต้องบริหารสังคมบริหารประเทศแบบคนจนได้ง่ายๆถ้าไม่มีปัญญาธิคุณเป็นอริยะหรือเป็นโลกุตระที่แท้จริงพูดไม่ได้หรอก แล้วท่านเป็นผู้ใหญ่ในประเทศด้วยคนก็ต้องเอาตามแต่คนก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเอาตามได้อย่างยาก แล้วในหลวงเราก็ไม่ใช่คนสะสมเงินทองสะสมทรัพย์สินอะไรแต่คนก็ไปหาเรื่องท่าน ก็มีแต่คนที่มาโดยเสด็จพระราชกุศลตามบารมีของตามบารมี ท่านมีบารมียิ่งกว่าจะมาเยอะ สรุปแล้วต่อไปในอนาคตคนจะเถียงไม่ได้เลยว่าคนจนมหัศจรรย์คนจนที่มีคุณธรรมคนจนที่มีคุณค่าประโยชน์แก่สังคมโลกนั้นมีจริงส่วนคนรวยจะเป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ต่อโลกนั้นมันมีไม่จริงจะให้พูดอีกล้านครั้ง ว่าคนรวยแล้วไม่จบจะให้แก่คนอื่นนั้นไม่จริงหรอก ไม่มีย้อมจน แต่คนจนนี้มีปัญญารู้ว่ามาจนอย่างเก่งก็หมดเนื้อหมดตัวไม่ต้องมาอีกเลยอยู่กับสังคมกลุ่ม แต่มันต้องมีหมู่กลุ่มนะคนจนต้องมีหมู่กลุ่มถ้าไม่มีหมู่กลุ่มอยู่ไม่ได้อยู่ยาก ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาคนจนที่ต้องมีหมู่กลุ่มอย่างแข็งแรงเป็นหมู่กลุ่มของคนประเสริฐเป็นคนที่ร่วมกันสร้างสรรค์และแจกคนอื่น แจกอย่างจริงใจด้วยไม่ใช่แจกอย่างหาเสียงประชานิยมธรรมะหลักของพระพุทธเจ้าที่ประกาศนี้ไม่ได้มาประกาศเพื่อหาบริวารหรือเพื่อให้คนมานับถือหรือเครื่องมหาราชลาภยศสรรเสริญโลกียสุขท่านไม่ทำเลยหรือเพื่อที่จะให้คนมาเข้าใจว่าฉันเป็นผู้วิเศษฉันเก่งกาจอะไรก็แล้วแต่ก็ไม่ใช่เลย แล้วเป็นผู้รับใช้สังคมด้วย แต่เมื่อวานนี้ จุลศีลบอกว่าไม่ประกอบฑูตกรรมไม่เป็นคนรับใช้มันก็เลยจะย้อนแย้งกัน พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าไม่ให้เป็นฑูตกรรมคือไปติดต่อเชื่อมโยงทำงานทำการร่วมกัน ที่จริงฑูตนี้ควรไปเป็นผู้ช่วยเหลือเขา ไม่ใช่ไปหาช่องทางเอาเปรียบเขา ต้องละเว้นการเป็นฑูตกรรมเป็นคนรับใช้ แต่แท้จริงเป็นผู้รับใช้ เป็นธรรมะปฏิโสตังทวนกระแส ถ้าเข้าใจก็พยายามพากเพียรปฏิบัติ อาตมาพาพวกเรามาเป็นผู้รับใช้อนุเคราะคนอื่น คนรับใช้ไม่ใช่คนรับจ้าง คนรับจ้างต้องมีค่าตอบแทนแต่คนรับใช้นั้นให้แก่ผู้อื่นอย่าง บริสุทธิ์ใจไม่รับค่าตอบแทนแลกเปลี่ยน พ้นลาเภนลาภังนิชิงคิงสนตา ไม่เอาลาภและลาภไม่เอาสรรเสริญไปแลกลาภไม่เอาอะไรแลกลาภ มีแต่ให้ทานออกไปไม่เอาสิ่งแลกเปลี่ยนเป็นคนประเสริฐสุดยอด ใครเห็นว่าทิศทางแบบนี้ดีก็มาเถอะมาอย่าช้าอยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียมนี้เป็นเพลงสมรรถภาพ ที่อาตมาแต่ง มีเพลงสันติภาพ เพลงภราดร ภาพเพลงอิสระเสรีภาพ เพลงสมรรถภาพ เพลงบูรณภาพ อาตมาตตั้งเอาไว้ว่า คนจะต้องมีลักษณะ๕อย่างนี้อิสระเสรีภาพอันนี้สุดยอดเลย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน