581115_พ่อครูเอื้อไออุ่น ศิษย์เก่าสีมาอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข15 พฤศจิกายน 2558

เนื้อหาในไฟล์

581115_พ่อครูเอื้อไออุ่น ศิษย์เก่าสีมาอโศก

พ่อครูว่า..ศิษย์เก่าสีมาอโศกมากันประมาณ 26 คน มีผลผลิตคือลูกๆมาด้วยประมาณ 10 คนผู้ติดตามศิษย์เก่ามาอีกประมาณ 10 คน มาพร้อมหน้ากันที่ศาลาอบรม อาวาสถานวังน้ำเขียว เวลา 6.35 น.เป็นวาระแรกที่มารวมตัวกันแล้วทำทีว่าอยากจะพบอาตมา จะทำทีหรือตั้งใจก็ยังดี ดีกว่าที่แยกกันไปต่างคนต่างไปตัวใครตัวมันใครอยู่ได้ก็อยู่ไปใครอยู่ไม่ได้ก็ช่างหัว มันไม่ใช่สภาพของมนุษยชาติที่คนเป็น สภาพของมนุษย์สังคมที่ควรเป็นคนมาอยู่กันร่วมกันอย่างอบอุ่นสร้างสรรค์ช่วยกันช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่อย่างมีความสุขร่วมกัน พหุชนสุขายะ มีประโยชน์ร่วมกัน พหุชนหิตายะ อยู่อย่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน โลกานุกัมปายะ ถ้าอยู่กันอย่างทะเลาะกันอาฆาตมาดร้ายก็ไม่ดี ที่พูดไปนี้คนที่ไม่โง่เกินการณ์ก็จะเข้าใจ สังคมก็ควรจะมีจิตแบบนั้นแล้วก็พูดกันแบบที่ว่าคร่าวๆนี้ ให้พวกเรารายงานให้ฟังก่อน อาตมาจะได้สวดเทศนา

ศิษย์เก่าสัมมาสิกขสีมาอโศก ปอนนี่ รายงานให้พ่อครูฟังว่า งานนี้เป็นความตั้งใจที่จะเป็นการรวมศิษย์เก่าในงานคืนสู่เหย้าก้าวตามพ่อ ครั้งนี้มีศิษย์เก่ามาร่วมงาน 26 คน มีผู้ติดตาม 10 คนมีความรู้สึกของคนศิษย์เก่าอยู่ข้างวัด 12 ครอบครัว มีคนอยู่เป็นโสด 6 คน กิจกรรมศิษย์เก่าที่ได้ช่วยงานวัดที่ผ่านมาจะรวมตัวกันเข้าวัด ทำครัวทุกวันอังคาร ในวันเสาร์ก็ช่วยทำคอร์สสุขภาพมาตลอดถึง 2 ปีช่วยงานฟรีมีกิจกรรมช่วยวัดฟังธรรมเข้าวัดฟังธรรมทุกวันเสาร์ ช่วยทำสื่อสารบอกเล่าข่าวอโศกส่งทุกอาทิตย์และช่วยงานวัดทั่วไป ในงานครั้งนี้ ได้พูดคุยกันว่าศิษย์เก่ามีความตั้งใจช่วยขวนขวายกิจน้อยใหญ่ของวัดมากขึ้นเพื่อเป็นการปฏิบัติบูชา 45 ปีของพ่อครู

พ่อครูว่า มนุษย์เป็นสัตว์โขลง เป็นมนุษย์ที่มีภูมิปัญญามากกว

อ่านต่อ

่าสัตว์เดรัจฉานสามารถใช้ปัญญาความรู้ของตน มาเป็นประโยชน์ต่อสังคมมนุษย์ด้วยกัน สังคมของสัตว์เดรัจฉานเป็นสัตว์โขลงก็อยู่กันไปตามประสาแต่ดูดีตรงที่ไม่เป็นภัยมาก ไม่ทุกข์มากจะมีทุกข์ก็ตองการยังชีพกินอยู่หลับนอนสืบพันธุ์ อย่างเก่งก็มีเรื่องแย่งคู่เรื่องเพศ และหวงถิ่น นอกนั้นก็ไม่สะสมโลกธรรม สะสมกามสะสมอัตตาอะไร มันไม่หลอกกันให้เกิดความอยากได้อยากมีอยากเป็น ไปแย่งกันขโมยกันฆ่ากันสารพัดที่สมมติกันไปอย่างคน แต่สัตว์เดรัจฉานมันไม่มี มันทำร้ายทำลายกันน้อยก็คนเยอะ สัตว์เดรัจฉานทำลายได้ไม่มากเท่าคนแต่ก็รวมกันสร้างสรรค์ได้ไม่มากเท่าคน ซึ่งคนนี้สร้างจนล้นจนเฟ้อจนเกินไม่มีที่สิ้นสุด สรุปแล้วการรวมกันอย่างสามัคคีธรรม พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) มันเป็นเรื่องสุดยอดของสังคม ก่อนจะมานี้ได้พูดคุยๆกันด้วยความเป็นจริงตามเหตุปัจจัยกับครอบครัวของคุณในน้ำคำ กับเพชรพลัง เขาก็เข้ามาทั้งครอบครัวมีลูกเต้าเข้ามา ตอบเลยว่าคนมาในยุคนี้มีครอบครัวอยู่ที่บ้านกับมาทางนี้ เห็นเลยว่าชีวิตมันปลงภาระมันมีคุณค่ามากกว่าไม่รู้กี่ด้านสบายกว่าไม่รู้กี่ด้าน เป็นต้นว่าถ้าเราอยู่บ้านต้องทำอาชีพ ไปทำงานแล้วได้เงินมาใช้จ่ายทำบัญชีสารพัดวันทั้งวัน ทั้งสร้างสรรค์ทั้งหอบหามหวงแหน วุ่นวายไปหมด พอมาอยู่ในวัดซึ่งเป็นวัดที่เป็นองค์รวมสมบูรณ์แบบมีพฤติกรรมมนุษย์กับจิตวิญญาณที่มีปัญญามีความเข้าใจ ว่าถ้าลดกิเลสอยู่กันอย่าง ไม่มีกิเลสแล้วมีแต่ความเป็นหนึ่งเดียว เป็นเอกภาพสามัคคีสุดยอดแล้วเหลือเท่านั้นแต่ละคน ถ้าลดละตัวเหตุคือกิเลสได้ ลดได้ก็จะเป็นองค์รวมอยู่กันอย่างสามัคคีเป็นเอกภาพมีมรรคมีองค์ 8 ตามหลักสูตรพระพุทธเจ้า อยู่ช่วยเหลือการทำอาชีพการงาน ทำงานมีประโยชน์เพื่อมวลมนุษยชาติ ช่วยเหลือสังคมไปเราก็ยังชีวิตไปจะสบายปลดปล่อยไปเลยไม่ต้องหอบหามหวงแหนอะไร เช้าขึ้นมาถ้าอยู่ในครอบครัวเราจะทำอะไรทำงานอะไร ต้องให้พอให้ไปรอดต้องไปแย่งกับเขา อย่างครอบครัวนี้ลูกเต้าก็มาเขาก็มีที่พึ่งมีพี่ป้าน้าอาเยอะแยะคนนั้นคนนี้ช่วยดูกันไปก็เบาแรงเราไปเยอะง่ายสะดวกเยอะ เพราะพวกเรามีวัฒนธรรมมีพฤติกรรมสังคมแบบสาธารณโภคี อาตมาทำงานมาสร้างสาธารณโภคีสร้างสังคมบ้านวัดโรงเรียน บ้านคือสังคมร่วมอยู่ร่วมกินมี วัฒนธรรมสาธารณโภคีร่วมกันทำงานการ ทำเสร็จแล้วก็สบายไม่ต้องไปตรวจสอบว่าได้เท่าไหร่ไม่ได้เท่าไหร่ได้ทั้งหมดก็เข้ากองกลาง ส่วนตัวจะเอาไปใช้ ตามสมควร หมดความหอบหามหวงแหน แต่ละครอบครัวเมื่อมารวมกันแล้วก็จะลดการสูญเสียแคลอรี่ที่จะต้องคิดเอามาเป็นของครอบครัวตนไป เอาพลังงานแคลอรี่ที่จะสูญเสียเอามาสร้างสรรค์ให้กับสังคมนี้ เป็นพลังงานสร้างได้มากพอเกิดพัฒนาการด้านเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ที่ลึกซึ้งซับซ้อนเป็นประโยชน์สูงประหยัดสุดดีมากเลย แต่นักเศรษฐศาสตร์ของโลกยังเข้าใจไม่ได้เพราะยังไม่มีวิธีการ วิธีที่เขาทำไม่ได้คือทำให้คนลดกิเลสไม่เห็นแก่ตัวได้จริงๆลดอัตตาลดอัตนียา ลดความเป็นตัวตนลดความเป็นของของตนได้จริงๆให้มีของส่วนรวมให้มากไม่ให้ต้องมีเป็นตัวกูของกูกันมาก เราก็ไม่มีตัวกูของกู ไม่มีของกูมันก็เป็นของส่วนรวมแบ่งกันใช้มันเสื่อมสลายไป ก็หามาสร้างมาคนละไม้คนละมือ สังคมแบบนี้ที่พูดไปจะเห็นว่าเป็นสังคมที่มีวัฒนธรรมมีระเบียบวินัยมีระบบ ที่พูดแล้วคนมีปัญญาก็จะเข้าใจ สำคัญที่ทฤษฎีที่จะทำให้คนลดตัวกูของกูมันมีจริงไหมไม่มีอย่างไรของพระพุทธเจ้านี้ยืนยันอาตมาก็พาทำมาจนเกิดสังคมพวกเราก็มีพฤติกรรมที่ลดตัวกูของกูไปตามลำดับอย่างที่รายงานมาก็ได้มาช่วยหมู่กลุ่ม ผู้ใดอยู่วัดเลยแล้วเป็นโสดหรือว่าเป็นครอบครัวก็ได้อย่างที่ยกตัวอย่าง เมื่อกี้นี้ก็ไม่ใช่ครอบครัวเดียวยังมีอีกหลายครอบครัวที่เข้ามา แต่ที่สีมาอโศกมีแต่อยู่ข้างวัด แต่มีหนึ่งคนอยู่มา 2 ปีแล้ว ยังตะกายไปตะกายมาอยู่แต่ก็มีอีกหลายที่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเล็กหรือโครงสร้างใหญ่ก็จะมีล้อเลียนไปทฤษฎีของพระพุทธเจ้าเป็นทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำได้อาตมาภูมิใจที่เอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาประกาศแล้วให้คนทำได้ในยุคนี้ยุคที่คนแตกแยกมากตัวใครตัวมันตัวกูของกูกันเลยทั้งโลก แม้แต่ในประเทศแต่ละประเทศก็มีรัฐที่ที่เป็นตัวกูของกูเขาก็มีปฏิภาณปัญญารู้ว่าอุดมการณ์ใหญ่ต้องมาอยู่รวมกันพวกคอมมิวนิสต์ก็พยายามร่วมกันพวกสังคมนิยมก็พยายามรวมกัน จนทุกวันนี้จะพยายามรวมยุโรปรวมอาเซียน เขาก็มีปฏิภาณปัญญารู้ว่าจะมารวมกันมันดีแต่เขาทำไม่ได้ อาตมาภาคภูมิใจที่เอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาทำได้แม้จะยากเย็นมากที่จะทำให้เกิดกลุ่มโอสาธารณโภคีรวมตัวกันเป็นชุมชนในชุมชนจะเล็กน้อยแค่นี้แต่เรามีระบบมีพฤติกรรมชีวิตพฤติกรรมสังคมและมีหลักเกณฑ์มีระบบระเบียบระบอบของสังคมอยู่อย่างไรทำอย่างไรต่อพีชอย่างไร ทางด้านวัตถุทางด้านการงานทางด้านทรัพย์สมบัติวิธีบริหารอะไรต่างๆนานามันเป็นสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างมีระบบระเบียบแบบ จิตวิญญาณของแต่ละคนที่มีความเข้าใจมีปฏิภาณปัญญาว่าทำแบบนี้นะถ้าจะบอกให้ทำแบบนั้นแบบนี้ก็เกิดหลักเกณฑ์กฎเกณฑ์กฎระเบียบ กฏพฤติกรรมสังคม เป็นหมวดหมู่อย่างเรียบร้อยลงตัวจัดสัดส่วนลงตัวกันไปใครๆเป็นแบบเป็นรูปเป็นรอยให้มาด้วยแล้วก็ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ตัวสำคัญใหญ่ที่สุดคือการละอัตตาตัวตน คำว่าตัวตนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้องเรียนรู้ผ่านตัวตนของเราที่มันยึดเป็นตัวกูของกู ต้องเป็นหนึ่งเป็นผู้ที่ได้เป็นผู้ได้เปรียบเป็นผู้ที่มีอำนาจหรืออะไรก็แล้วแต่ มีกิเลสสารพัดที่อาตมาพูดไป พระพุทธเจ้าก็เรียนรู้แล้วมาสอนให้เรียนรู้อัตตาเลวและอัตตาดี จะอยู่สังคมกับสังคมกับโลกได้ให้ละอัตตาตัวตนที่มันยึดเป็นเจ้าของ เป็นผู้เดียวเป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้ใหญ่ผู้มาก เป็นตัวกูของกูเจ้าเข้าเจ้าของให้มาลดราคะละอัตตาจนกระทั่งเห็นว่าเป็นของทุกคนเป็นส่วนรวมเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กินใช้ร่วมกันไม่ต้องมีของกูเป็นตัวกูได้เลยไม่ต้องเป็นตัวตนไม่ต้องเป็นของของตนได้เลยมันเป็นคุณลักษณะที่มีจริงพวกเรามอง ออกไหม คนข้างนอกเขาไม่เข้าใจง่ายๆ เขาจะมองว่าครอบครัวไหนมีสมบัติมากมีความร่ำรวยเป็นสมบัติของเขา แล้วก็อยากจะมีแบบเขาให้เอามาเป็นของเราให้หมด อันนี้น่าเอาอย่างนะอันนี้น่าได้หน้ามีหน้าเป็นอย่างนี้แล้วก็ต่างคนต่างจะแย่งมาแย่งมาโดยไม่รู้ตัวสร้างให้มีให้เป็นให้อาศัยสร้างขึ้นมาได้อีก แล้วก็อวดกันให้เห็น ว่าก็นะอร่อยนะสนุกนะชอบเธอนะจริงๆนะ อวดเบ่งกันให้คนเอาอย่าง คนก็อยากได้อย่างนี้บ้างต่างคนต่างจะเอาจะเป็นจะมีใครแย่งมาเป็นตัวกูของกูทั้งนั้นสังคมแบบนี้ทุกข์ไหม สังคมที่อาตมาเอามาให้ทำนี้เป็นสังคมแบบใหม่ กินใช้ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวกันสังคมจีนเรียกว่าสังคมกงสีเป็นครอบครัวใหญ่ นอกจากของพระพุทธเจ้า ที่มาแย่งคนอื่นส่วนกงสีของจีน แย่งคนอื่นมาให้ครอบครัวของตนเองให้มากให้รวยเป็นโลกีย์แต่ก็ยังดีเป็นองค์รวมส่วนของพระพุทธเจ้านั้นเป็นกงสีที่ใหญ่ รวมกันอยู่แล้วมีพร้อมมีมากมายเหลือเกินมีสิ่งที่เราเองกินใช้พอแล้วที่เหลือเราก็สะพัดไปเหลือเกื้อกูลข้างนอกเขา 1 สังคม พระพุทธเจ้าไม่เป็นหนี้ใครถามว่าไม่เป็นหนี้ นี้ลึกซึ้ง เราเองเราไม่เอาของใครมา สังคมสมัยใหม่นี้ใครยืมใครมาจะต้องเสียหนี้เสียดอก ใครคิดระบบนี้ขึ้นมาเป็นการทรมานมนุษย์มาก แทนที่จะให้ไปแล้ว เสียสละให้เขาเลยแต่นี่ให้ไปแล้วต้องเอาคืนกลับมาแล้วเองต้องจ่ายดอกเบี้ยด้วยอันนี้หน้าโลหิตเลือดมาก ของพระพุทธเจ้าแก้ไขโดยการมารวมกันอยู่แล้วไม่เป็นหนี้ 2 พึ่งตนเองรอดสร้างเองทำเองแล้วทำให้มากให้เกินให้พอให้เหลือด้วยแล้วก็เอาส่วนเกินส่วนมากนี้ สะพัดเพื่อแบ่งแจกผู้อื่นมีชีวิตอยู่อย่างนี้คือผู้มีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ เป็นชีวิตที่จบเป็นชีวิตที่เจริญเป็นชีวิตที่เป็นสุขเป็นชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนเดียวทำได้ 1 คุ้มตัวเองรอดไม่เป็นหนี้ไม่ไปเบียดเบียนใครเลย สร้างเหตุปัจจัยเองพึ่งตนเองรอดแล้วทำเกินมีเหลือเกินเผื่อมากเท่าไหร่ก็สะพัดออกเท่าที่เราจะสัมผัสแจกได้ให้คนอื่นจริงๆตั้งแต่คนคนหนึ่งครอบครัว ครอบครัวหนึ่งจนคนหลายคนหลายครอบครัวก็มีพฤติกรรมอย่างนี้ มารวมกันเข้าสู่ครอบครัวร้อยครอบครัวอย่างชาวอโศกธรรมเป็นชุมชนจนเกิดสังคมชนิดใหม่สาธารณโภคีนี้ โดยปริยายโดยสังคมแล้วประชาธิปไตยก็ต้องการรวมของมนุษย์ต้องการนอกจากพวกเห็นแก่ตัวที่ไม่มีความคิดนี้แต่ต้นแต่ต่อมาก็เห็นว่าจะต้องมารวมกันวันนี้เขาก็รู้ แต่เขาไม่ลดต้นเหตุคือกิเลส กิเลสมันฉลาดหลอกคนว่าทำเพื่อมวลมนุษยชาติเป็นประชานิยม ตอนนี้ที่สะดุดกันคือประชานิยมเป็นการหลอกโลก หลอกให้ดีใจเหมือนกว่าให้คนอื่นนะแต่ล้วงตับกินไส้กลับมามากกว่าอีก เป็นกลเม็ดกลยุทธ์ของคนทั้งโลกเลย ใครฉลาดซ่อนแฝงมาให้คนรู้ว่าตนเอามามากเท่าไหร่เค้าว่าเป็นคนยิ่งใหญ่เป็นมหาอำนาจเป็นมหาอำนาจที่เร็ว มหาอำนาจอย่างพระพุทธเจ้ามีธรรมเป็นสาธารณโภคีนี้ยิ่งใหญ่แต่เขาไม่รู้ตัวต้นเหตุ ว่าคือ มโนปุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐามโนมยามันจับตัวกิเลสไม่เป็นลดกิเลสไม่จริง ทุกคนก็พอรู้จักอาตมาตั้งแต่เรียนมาจนเรียนจบยังดีนะยังมาวัดบ้างอยู่ข้างวัดบ้างอยู่ในวัด 1 คนบ้างอยู่ในชุมชนได้ก็พอสมควรคุณก็จะกลับมา อาตมานำธรรมะนี้มาสอนมาเผยแพร่มาให้ทำกันจนกระทั่งเกิดศรัทธาพวกนี้จนป่านนี้แล้วคุณก็จะได้รู้ได้เข้าใจแล้วมากน้อยก็แล้วแต่ตามภูมิปัญญาลองเทียบดูสิ ข้างนอกทั้งโลกเขาเพื่อดูว่าคนข้างนอกเขาเป็นอยู่กันจะเป็นอย่างนั้นไปอีกนานเท่าไหร่ แต่ลึกลึกเขามีปฏิภาณว่า มาร่วมกันดี ดีเป็นอาเซียนเป็นยุโรปอะไรก็แล้วแต่ แต่เขาไม่มีทฤษฎีและลดกิเลสไม่ได้ศาสนาทุกศาสนาก็พยายามมาให้ลดกิเลส แต่เขาไม่ชัดไม่รู้จักกิเลสที่เป็นนามธรรม กิเลสเป็นอาการของจิตอ่านอาการก็ไม่ได้ว่าอาการอย่างนี้คือโทสะเป็นความปลอดจากการอย่างนี้เป็นโลภ จะเอามาเป็นของตน อาการอย่างนี้คือราคะเอามาเสพรสทางสัมผัสเสียดสีกามคุณ 5 ต้องแต่ต้องสัมผัสแบบนี้จึงเป็นรสชาติเกิดสภาพเช่นใจ เป็นกิเลส จะบอกจุดให้เอาไปศึกษา ถ้าไม่เกิดการสัมผัสจะไม่เกิดเวทนาไม่เกิดก็อารมณ์ความรู้สึกอะไร เพราะสัมผัสแล้วถ้ามันมีตัวตั้งว่าถ้าเราได้สัมผัสอย่างนี้ มีเจตนาอย่างนี้จะรู้สึกว่าเกิดรสชาติจนกระทั่งกลายเป็นรสชาติราคะชื่นใจได้แตะต้อง ซึ่งมันสร้างเองเราไม่มีเจตนาไม่มีตัวตั้ง สมอุปาทานว่าได้แตะต้องก็ชื่นใจ เช่นเราไปปฏิพัทธ์ใครสักคนเราได้แตะต้องได้ลูบคลำได้อะไรก็จะชื่นใจ มันเกิดอาการนั้นตามจริง แต่ถ้าคนไม่มีตัวตั้งนี้ก็ต้องไปแตะต้องสัมผัสอย่างเพื่อนกัน แตะต้องสัมผัสกันก็ไม่รู้สึกว่ามีไม่มีอะไร เป็นพี่เป็นน้องเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกเป็นหลานเป็นเพื่อนเป็นฝูง แตะต้องก็ไม่เกิดอะไร เพราะไม่มีตัวตั้งกิเลสไว้ว่ามีรสชาติน่าสัมผัสแตะต้องอะไร เข้าใจลึกซึ้งขึ้นใหม่นี่แหละคือตัวสมมุติตัวกิเลสแท้พระพุทธเจ้าก็มาสอนให้ลดไปจนกระทั่งสุดท้ายให้อุเบกขาให้วางจะแตะต้องสัมผัสก็เหมือนกับการเป็นพี่เป็นน้องเป็นเพื่อนเป็นฝูงแต่ต้องสัมผัสกระทบเท่านั้นจะแตะแรงก็กระทบแรงแตะเบาเบาก็กระทบเบาไม่มีอะไร แต่มีตัวตั้งว่าไม่ให้แตะใครมาแตะก็จะโกรธจะถือสา แตะตอนนี้มาแรงกว่านี้ก็เจ็บถ้าไม่ถือสากันแตะแรงก็ยังไม่ถือสานะ ดีไม่ดีตั้งแตะแรงด้วยเพื่อนกันไม่ต้องโมโหตบกันทีพลั๊วะแล้วเจ็บจริงๆแต่ก็ไม่ถือสากัน นี่คือจิตเราตั้งไว้ทั้งนั้นด้วยเจตนารมณ์ว่าจะถือสาหรือไม่ถือสา ถ้าไม่ถือสาก็ไม่มีอะไรมาจะเจ็บ ส่วนทางราคาะพวกซาดิสม์พวกมาโซคิสยิ่งแรงเท่าไหร่ยิ่งเกลียดชัง กระทบกระแทกกระเทือนยิ่งเจ็บยิ่งแรงยิ่งชอบก็คือจิตวิตถารซาดิสม์ซึม นี่คือจิตใครติดมันทั้งนั้นเลยแล้วก็ไปตั้งว่าต้องได้ตามอุปาทานต้องได้ขนาดนั้นอย่างนี้มีสเปกอย่างนั้นอย่างนี้ ที่อาตมา พูดนี้ไม่ได้เรียนมาจากมหาวิทยาลัยไ หน ก็มาจากมหาวิทยาลัยพุทธ แต่พุทธทุกวันนี้ก็ไม่ค่อยถึงแล้ว อาตมาเอามาจากของเก่าได้มาแล้วมาอธิบายให้ฟัง ขอคุยตัวหน่อย ว่าเขาจะอธิบายได้อย่างอาตมาหรือไม่ อาตมาว่าอธิบายได้ถึงพริกถึงเนื้อถึงตัวของกิเลสถึงอารมณ์ความรู้สึกของอุปาทานได้ไม่ใช่น้อยนะ ที่บรรยายสู่ฟังเมื่อกี้นี้ พูดถึงสังคมรวมที่ได้สร้างได้ทำกันมาก็เป็นการกระทำที่ดีแล้วแต่ก็อดไม่ได้ที่จะบอกสิ่งวิเศษของพระพุทธเจ้าคือวิชาความรู้ ที่พูดไปเมื่อกี้นี่คือวิชาความรู้ของพระพุทธเจ้าที่สุดวิเศษก็อดไม่ได้ที่จะแจกให้บ้างรังเกียจไหมคิดว่าไม่น่ารังเกียจนะว่าเป็นสิ่งที่ควรได้

มาพูดถึงพฤติกรรมสังคมปัจจุบัน ตอนนี้สังคมต้องการองค์รวมของสังคมพฤติกรรมและกระแสในประเทศไทยนี้รัฐบาลก็พยายามรวบรวมเพื่อจะให้อยู่รวมกัน ก็มีวิธีการใช้ร่วมกัน จิตคนถ้ามารวมแล้วก็จะมาสร้างมาร่วมกันทำได้ดีได้ใหญ่ แต่ถ้าตัวกูของกูมันไม่ลดก็จะมาก่อเรื่องราว มนุษยชาติเขาก็ระมัดระวัง บางคนต้องให้ออกจากเขต ทุกวันนี้โลกโลกาภิวัตน์ globalization อยู่เมืองนอกก็เชื่อมโยงต่อเข้ามาได้ทำกิจกรรมทำลายสังคมทำลายมนุษยชาติได้ก่อกวนกันอยู่ตลอดเวลายังไม่เลิกไม่จบ ถ้าสามารถเข้าใจองค์รวมของพวกเรา ที่อาตมาทำมาเป็นชุมชนสังคมสาธารณโภคีผู้ใดเข้ามาได้มาเป็นมวล 1 หน่วยอณู 1 หน่วยของชาวอโศกแล้วร่วมกันไปด้วยระบบวิธี วัฒนธรรมพฤติกรรมสังคมอย่างที่ชาวอโศกแต่ละแห่งเป็นกัน มันกินลึกที่ชาวอโศกแต่ละแห่งก็เป็นหนึ่งเดียวกันอีก นี่คือความยิ่งใหญ่ชาวอโศกแต่ละชุมชนที่อยู่ทั่วประเทศ แม้ชุมชนเล็กชุมชนน้อยก็ยังซ้อนไปอีกว่า เป็นหนึ่งเดียวกันอีก พึ่งพาอาศัยกันโดยปริยาย แผ่นดินของสีมาอโศกก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับของที่ราชธานีอโศก แต่ละคนไปหาเอาเองจะได้คนละสักเท่าไหร่ แต่นี้เราก็หาว่าให้มากมายแล้ว แต่ก็ไม่เข้าใจหนีกันไปสร้างของตัวเองอีก กลุ่มของพวกเราทุกคนก็ยังอายุแค่นี้ ถ้าไปสร้างครอบครัวก็ยิ่งจะมีภาระ พระพุทธเจ้าก็สอนไว้หมดว่า ผู้ที่ตั้งตนเป็นคนโสดท่านเรียกว่าบัณฑิตผู้ฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง แต่กิเลสและธรรมชาติพวกนี้มันก็เป็นไปตามธรรมชาติธรรมชาติ ตัวกิเลสคือตัวเกิด เราต้องพยายามรู้ตัวเกิดที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ชาติ 5 อย่าง ชาติ สัญชาติ โอกกันตะ นิพพัตติ อภินิพพัตติ จนกระทั่งชนะธรรมชาติอยู่เหนือธรรมชาติได้ ไม่ใช่ว่าธรรมะคือธรรมชาติแต่โลกุตรธรรมคือธรรมะเหนือธรรมชาติ ธรรมชาติก็ยังมีทุกอย่างมีชาติ ศาสนาพระพุทธเจ้าดับชาติได้แล้วช่วยเหลือคนอื่น ผู้บรรลุธรรมตั้งแต่พระอรหันต์ก็ไม่มีชาติแล้ว ได้อยู่ช่วยเหลือคนอื่นไปให้ได้เป็นอยู่สุขเป็นหมู่รวมไม่ต้องเดือดร้อนมาก สังคมที่เขาหาทางออกอาตมาว่า ทางออกคือของพระพุทธเจ้านี้เป็นทางออกที่บริบูรณ์แล้ว ท่านตรัสทฤษฎีของท่านไว้ประกาศไว้มาตั้งสองพันหกร้อยกว่าปี ครบแล้วยังดีมากเป็นแต่เพียงคนไม่เข้าใจถูกต้องกลับออกไปจากความเป็นจริงที่พระพุทธเจ้าสอนไว้ อาตมามาทำงาน 45 ปีกู้กลับมาได้แค่นี้เท่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ได้แค่นี้แต่ก็ไม่น้อย อาตมาภาคภูมิใจที่ไม่เสียหลายสามารถเอาสังคมเอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาประกาศให้พวกเราได้ใช้ จนเกิดภาวะความเป็นจริงตรวจสภาพจริงขึ้นมาได้ขนาดนี้ อาตมาก็ยิ่งเห็นจริงว่าทฤษฎีพระพุทธเจ้านี้เป็นทฤษฎีที่จริงที่สุด ได้ใช้ยากมากเลยมีทฤษฎีปลอมทฤษฎีที่ตรงกันข้ามเลวร้ายโลกีย์เรียกง่ายๆว่าทุนนิยม ที่เป็นคนละทิศทางกับของพระพุทธเจ้า อาตมาเรียกระบบที่พวกเราทำดีว่าระบบบุญนิยม เราเริ่มต้นทำมาก็อนุโมทนาสาธุแล้วทำให้จริงแล้วเรียนรู้ตามมาด้วย อาตมาอธิบายธรรมะไม่ยอมเหนื่อยไม่ขี้เกียจไม่ท้อแท้ ตั้งใจจริงที่จะประกาศธรรมะของพระพุทธเจ้าเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้าพวกเราเป็นลูกเป็นหลานได้เชื้อทางนามธรรม เป็นเผ่าพันธ์พุทธมาแล้วอาตมาฉีดไปให้แล้ว ฉีดวัคซีนเข้าไปแล้วทั้งนั้น ได้น้อยได้มากก็แล้วแต่บางคนก็ไม่แยแสเสียด้วยซ้ำแต่อาตมามาเสียบเข้าไปแล้วเสียบวัคซีนเข้าไปอยากเอาออกก็ออกไม่ได้ อย่าทำเป็นรังเกียจหน่อยเลยน่า ของดีให้ศึกษาแล้วต่อเชื้ออันวิเศษของพุทธนี้ไปให้ตัวเองให้ดีแล้วก็เชื่อมต่อกันไปเราก็พยายามปลูกฝังเช่นนี้ตลอดเวลาในหมู่กลุ่มทั้งอาตมาทั้งสมณะ สิกขมาตุ แม้แต่ชาวอโศกก็ช่วยกัน เพื่อให้เกิดเชื้อพุทธอันนี้ เป็นเผ่าพันธุ์พุทธนี้ให้เกิดขึ้นมาให้จริงให้ได้ เมื่อเข้ามาแล้วตามเหตุปัจจัยก็เป็นความรู้ที่ทุกคนมีแนวคิดแต่เมื่อไหร่จะทำเท่านั้นเมื่อเริ่มต้นทำแล้วจงทำต่อไปให้ดีที่สุด มันดีแล้ว เริ่มต้นทำไปเถอะ

_ ถามว่าถ้าเราไม่รู้ภาษาธรรมะเราจะได้มากได้ผลหรือเปล่า ตอบ. ..เพราะเราไม่รู้ภาษาพูดอะไรก็ไม่รู้ความหมายไม่รู้เรื่องเลยก็บ่ได้มรรคได้ผลแน่นอน ก็จงโง่ต่อไป มันต้องรู้ความหมายบ้างจากความหมายลึกซึ้งความหมายอะไรก็แล้วแต่ มันมีความจำมีเป็นภาษาเช่นคนจำภาษาคำว่ากิเลสไม่รู้ แต่ฟังแล้วรู้ว่าหมายถึงสภาวะอะไรก็รู้ คือให้รู้สภาวะแท้ไม่ใช่แค่รู้ภาษา ไม่ว่าไม่รู้ภาษาแต่เข้าใจสภาวะได้ว่าหมายถึงอันนี้ก็ใช้ได้มันจึงต้องอาศัยทั้งสองด้านทั้งสองอย่างถ้ารู้ทั้งสองอย่างได้ก็สมบูรณ์ต้องพยายามแต่ถ้าพยายามแล้วไม่ได้ก็ต้องให้เข้าใจสภาวะเนื้อแท้ทางจิตวิญญาณให้ได้จริงให้เกิดสภาวะให้ได้ จนสามารถคั้นเอาความจริงนี้ให้เข้าใจได้ บางทีเราฟังธรรมมะนี้ไม่เข้าใจแต่รู้ว่าหมายถึงอะไร เราฟังภาษาไม่ออกแต่ได้ฟังที่พูดแล้วภาษานี้พยัญชนะนี้บาลีคำนี้มีพลความมีองค์ประกอบ ฟังแล้วก็รู้เข้าใจสภาวะได้เข้าใจความหมายถูกตรงบางคนก็ไม่ตรงเป้านักก็แล้วแต่ตามฐานะ เด็กบางคนก็เข้าใจภาษาก่อนแล้วไปทำสภาวะตามหลังเด็กบางคนเข้าใจสภาวะก่อนแล้วก็ไปเรียนรู้ภาษาตามทีหลังก็มี สรุปแล้วมันควรทั้งสองด้านถ้ารู้ด้านเดียวมันก็ขาด

_ ถามว่าญาติพี่น้องที่เราเสียไปแล้วจะมาเกิดเป็นญาติพี่น้องเราอีก ตอบว่ า...เป็นไปได้เนื่องจากจิตมันมีความผูกพันสองก็มีวิบากของกรรมแต่ละคนแต่ละคนซึ่งมันเป็นอจินไตยบางวิบากต้องพรากบางวิบากต้องดึงเข้ามามันมีอีกมากมายไม่ใช่แค่เหตุปัจจัยเดียว เป็นเรื่องที่ละเอียดมากเป็นอจินไตยสรุปแล้วมีโอกาสไหมก็มี ถ้ามีความผูกพันเราก็อยากให้มา เราไม่ต้องอยากให้มีความผูกพันหรอก ไปเที่ยวอยากมันมีพลังน้อย แต่เราลงทุนไปเยอะถ้าอยากได้มากๆแต่พลังมันก็จะมีน้อยผู้ตายไปแล้วพลังของตัวเองเป็นหลักแล้วก็จะถูกวิบากเป็นตัวขับเคลื่อนศาสนาเทวนิยมมีพระเจ้า คนที่ตายไปแล้วก็เป็นสิทธิของพระเจ้าเต็มรูปเป็นลูกของข้าเป็นแม่ของข้าเป็นตัวข้า พอตายไปแล้วคุณไม่มีสิทธิ์ก็เป็นของพระเจ้าพระเจ้าก็สั่ง หมดอำนาจคนจะดึงมาสู่อำนาจพระเจ้าไม่ได้หรอก อำนาจพระเจ้าคืออำนาจของกรรมวิบาก เช่นทางเทวนิยมถือว่าเป็นของพระเจ้า แต่ของอเทวนิยมเป็นของกรรม ดังนั้นอำนาจของเรามีน้อยเนื่องจากตายจากกันไปแล้ว ถ้าอันนี้ลูกข้า พ่อข้า เมียข้า ผัวข้า คนก็ไม่มีฤทธิ์ ตายไปแล้วหมดสิทธิ์ ถ้าเป็นพระอรหันต์ท่านก็ไม่ไปดึงไปทึ้งอะไรอีกที่จะต้องไปทุกข์ในการดึงการรั้งที่มี action reaction จะเกิดความทุกข์ แต่ถ้าพลังงานกลางกลางไม่ดูดไม่ดึงก็ไม่ทุกข์ ไม่ต้องเสียเวลาเสียแรงไปยึด ไม่เสียพลังงานเลยไม่เกิดรังสีของการดูดดึงผลักออกในทางเลวร้ายทั้งนิวเคลียร์ฟิชชันและนิวเคลียร์ฟิวชัน ถ้าเราทำใจเป็นกลางได้ก็ง่ายสะดวกตายจริงๆแล้ว ไม่ต้องมีความผูกพันเลยไม่ว่าจะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกเป็นหลานเป็นอะไรก็แล้วแต่ ถ้าจะมารวมกันให้เป็นความธรรมดา ให้สิ่งมารวมกันด้วยธรรมดา(ธรรมตา)คือความเป็นธรรมะ คือสัจจะสูงสุดดีกว่าที่เราจะไปดึงเอามารวมกันอย่างครอบครัวแต่ละครอบครัวที่ร่วมกันอยู่คุณหนักกว่ามาเป็นครอบครัวส่วนรวมส่วนกลางที่จะทำงานได้เต็มที่ ไม่ห่วงหาอาวรณ์ลูกก็อยู่ผัวก็อยู่เมียก็อยู่ อยู่กันอย่างเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกเป็นหลาน แช์กันไป สิ่งเหล่านี้เป็นสัจจะที่รู้ไม่น่าจะยากแต่คนก็ไม่ค่อยเข้าใจ ความเข้าใจเช่นนี้ความรู้เช่นนี้ต่อไปจะแพร่หลายในโลกมั่นใจว่าให้สุขทั้งตัวเองและสังคม

_ถ้าเราถวายที่ส่วนหนึ่งของเราให้สร้างวัด ต่อมาวัดเขาไม่มีรั้วก็ขยับมาเอาที่ของเราเพิ่มอีกเราจะทำใจอย่างไรจึงจะได้บุญ ตอบว่า ...เป็นความซับซ้อนของกิเลสทั้งคู่เลยกิเลสวัดและกิเลสผู้ให้เป็นกิเลสทั้งคู่เลยเขาให้อยู่แล้วทำไมตะกละจะเอาเปรียบอีกรุกล้ำ เราไม่ต้องทำใจอย่างไร ของเราก็ยกให้หมดเราก็หนีไปอยู่ที่อื่น ตอบที่สุดยอดเลยคือเรื่องของตัวกูของกูทั้งนั้น ของไม่ใช่ของกู กูก็จะเอามาเป็นของกู มีวัดอะไรนะเค้าให้เรายังตะกละตะกลามอีก แต่เอาของเขาอีกอะไรกันนักกันหนา อย่างนี้ เราก็ต้องอยู่ในหลักของพระพุทธเจ้าว่าเราเกิดมาเพื่อให้นี้สุดยอด ก็ให้หมดเลยนี่แหละสุดยอดแต่เอาเถอะเรายังห่วงเป็นตัวกูของกู ให้ส่วนหนึ่งแล้วเขาก็ยังตะกละจะทำใจอย่างไร ก็ต้องรู้ว่าทำไมเขาตะกละนัก ก็บอกกรรมการวัด ก็พูดให้เข้าใจว่า ภาษาที่พูดนี้เขาจะเข้าใจไหม เช่นเราก็ให้ไปแล้วส่วนนั้น อันนี้ขอไว้ได้ไหม ท่านจะมารุกรานเอาของคนอื่นมันไม่ดีเข้าใจไหม ทำไมตะกละนัก คุณพูดให้ดีอย่างอาตมาพูดนี้ ถ้าจะให้คืนมาทางโน้นใจกว้างให้ไปแล้วให้คืนมาก็ยังดี แต่ทำไมรุกรานเพิ่มอีก แต่ความจริงแล้ว ให้ไปแล้ว แต่รุกรานเอาคืน เขาอาจคิดเช่นนี้ ก็ไปเอาช่างรังวัดมาให้รู้จริง ไม่มีอื่นนี่ ต่างคนต่างพูดว่าตนเป็นเจ้าของ การได้บุญนั้นทั้งคู่ไม่ได้บุญเลยก็ยังมีตัวกูของกู แต่บุญคือการละตัวกูของกู ให้ไปแล้วตัวเราเองจะได้เป็นอิสระ ได้สละออกแต่ทั้งสองคนนี้ไม่สละออกเลย ก็ให้กรรมการของประเทศมาตัดสินถ้าตัดสินไม่ได้ก็เอาปืนมายิงก็แล้วกันใครตายคนนั้นก็จบ คนชนะก็ได้ที่ แต่เข้าคุกนะว่าคุณไปยิงเขาตาย บุญคือ สันตานังปุนาติ วิโสเทติ บุญคือการชำระกิเลสออกจากจิตสันดานให้หมดจด แต่เขาไปเข้าใจว่าบุญคือการได้อะไรมา แต่แท้จริงบุญคือมีดคือเครื่องมือตัดกิเลส หากเป็นอรหันต์แล้วก็เป็นผู้สิ้นบุญส้ินบาป ปุญญาปาปกริกขีโณ ไม่ต้องใช้บุญอีก บุญไม่ใช่กุศล กุศลเป็นแค่เครื่องอาศัย จะบอกว่าได้บุญไหม ไม่ได้เลยเพราะทะเลาะกันจะฆ่ากันตาย

_ บางอย่างเราเข้าใจแต่เรายังทำไม่ได้ ความโกรธต้องระงับ แต่เราไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะทำจะทำอย่างไรให้มีพลัง ตอบว่า ...ก็มีปัญหาโลกแตกแบบนี้ต้องมาปฏิบัติธรรมให้มีพลังงานไปปัญญาที่จะไปละลายสิ่งที่คุณยึด ไฟปัญญานี้มีในคนเท่านั้นสัตว์อื่นทำไม่ได้ แล้วมีในอาริยบุคคลเท่านั้นที่ทำได้ มันมีพลังไฟปัญญาไปสลายไฟราคะ โทสะ โมหะได้จริงๆ อาตมาเคยสอนว่าโกรธนี้หยาบกลางละเอียดบรรจุซองเป็นละอองธุลีไม่ว่าจะขนาดไหนจะขนาดยักษ์ขนาดใหญ่ขนาดกลางขนาดเล็กขนาดน้อยขนาดบรรจุซองขนาดละอองธุลี ที่เป็นลักษณะของความโกรธให้ kick it out ไม่มีประโยชน์อะไรเลยความโกรธต่อชีวิตจิตใจเลย ฟังวันนี้เข้าใจแล้วถ้าเกิดอาการโกรธหยาบ กลางละเอียดขนาดไหนก็ให้เข้าใจอาการโกรธอยู่ในจิตซึ่งมันไม่มีประโยชน์ให้เลิก ทำให้จิตกลายเป็นความสบายสบาย จิตยินดีให้สมานเป็นประโยชน์ต่อกันทำใจอย่างนี้เรียกว่ามนสิกโรติ ทำแบบนี้เข้าใจแล้วไปทำจริงๆคุณจะเห็นผลว่าสบ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน