200313-050 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน050-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคมพุทธศักราช 2520 แต่เย็นนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกทำวัตรกันเป็นปกติเราจะต่อบรรยายพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ที่เราได้ใช้บรรยายธรรมวัดกันเป็นประจำต่อไปบทต่อไปหรือหัวข้อต่อไปก็ว่าเดินเรื่องทรงมีความคงที่ ทรงมีความคงที่ต่อวิสัยโลกไม่มีใครยิ่งกว่าภิกษุทั้งหลายสิ่งใดๆที่ชาวโลกรวมทั้งเทวดามารพรมหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาร่วมกับมนุษย์ได้พากันเห็นแล้วได้ยินแล้วรู้รสแล้วรู้สึกแล้วพบปะแล้วแสวงหากันแล้วคิดค้นกันแล้วสิ่งนั้นๆเราก็รู้จัก ภิกษุทั้งหลายสิ่งใดๆที่ชาวโลกรวมทั้งเทวดามารพรหมหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาร่วมกับมนุษย์ได้พากันเห็นแล้วได้ยินแล้วรู้รสแล้วรู้สึกแล้วพบปะแล้วแสวงหากันแล้วคิดค้นกันแล้วสิ่งนั้นๆเราได้รู้แจ้งแล้วด้วยปัญญาอันยิ่งสิ่งนั้นๆเป็นที่แจ่มแจ้งแก่ตถาคตสิ่งนั้นๆไม่อาจเข้าไปสถานเข้าไปติดอยู่ในใจของตถาคตงานอะไรที่นี้ติดอยู่ในใจ อยู่ในวงเล็บซึ่งก็เนื้อความของบาลีของหมาเอาแต่เพียงว่าสิ่งนั้นๆเป็นที่แจ่มแจ้งแก่ตถาคตสิ่งนั้นๆไม่อาจเข้าไปไม่อาจเข้าไปจะเข้าไปในยังไงก็แล้วแต่จะซึมเข้าไปยังไงก็แล้วแต่ไม่ว่าส่วนรูปส่วนนามของตถาคตอันนี้ติดอยู่ในใจภิกษุทั้งหลายสิ่งอันเป็นวิสัยโลกต่างๆที่ชาวโลกรวมทั้งเทวดามารพรมหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาร่วมกับมนุษย์และพากันเห็นแล้วเหมือนกันก็เมื่อกี้ทั้งหมดแหละได้ ดูรถแล้วรู้สึกแล้วพบปะแล้วแสวงหากันแล้วคิดค้นกันแล้วนั้นๆเราหรือเปล่าได้ว่าเรารู้จักมันดีมันจะเป็นการมุสาแก่เราถ้าเราจะพึงกล่าวว่าเรารู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างและมันจะเป็นการมุสาแก่เราเหมือนกันถ้าเราเป็นข่าวว่าเรารู้จักก็หาไม่ได้ไม่รู้จักก็หามิได้พ่อนั้นมันเป็นความเสียหายแก่เราภิกษุทั้งหลายเพราะเหตุนี
อ่านต่อ
้แหละตถาคตเห็นสิ่งที่ต้องเห็นแล้วก็ไม่ทำความมั่นหมายว่าเห็นแล้วไม่ทำความมั่นหมายว่าไม่ ไม่ทำความมั่นหมายว่าเป็นสิ่งที่ต้องเห็นไม่ทำความมั่นหมายว่าเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นแต่วงเล็บในสิ่งที่ได้ฟังได้รู้รสและรู้สึกต่างๆก็มีนัยยะอย่างเดียวกันที่สุดทั้งหลายด้วยเหตุนี้แลตถาคตชื่อว่าเป็นผู้คงที่เป็นปกติอยู่เช่นนั้นได้ในสิ่งทั้งหลายที่ได้เห็นได้ยินได้รู้รสและได้รู้สึกแล้วและเรายังกล่าวว่าจะหาบุคคลอื่นที่เป็นผู้ครองที่ซึ่งยิ่งไปกว่าประณีตกว่าตถาคตผู้ครองที่นั้นเป็นไม่มีเลย ก็ฟังดีๆเราจะเข้าใจธรรมะยิ่งขึ้นเราจะได้รู้ขอบเขตของความเป็นมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้นแต่ถ้าเข้าใจสูตรนี้ดีถ้าเข้าใจคำยืนยันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายืนยันไม่ดีท่านบอกว่าสิ่งใดๆที่ชาวโลกทั้งเทวดามารพรหมหมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์เทวดาร่วมกับมนุษย์ไม่ว่าอะไรก็ตามแต่ที่เทวดามารพรหมต่างๆที่ชาวโลกทั้งหลายเขาได้ยินแล้วได้ความจนเห็นได้ยินได้รู้รสได้รู้สึกพบปะแล้วแสวงหากันแล้ว ค้นขึ้นแล้วสิ่งนั้นๆเราก็รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าท่านรู้หมดโลกะวิทูใครจะคิดค้นอะไรใครจะมีเรื่องอะไรปรุงแต่งขึ้นมารุนแรงสีจ๋าหรือว่าอ่อนเบาบางมีลักษณะซับซ้อนอย่างไรพระพุทธเจ้าจึงยืนยันว่าสิ่งนั้นๆเราก็รู้จักเอานะเมื่อกี้อ่านสู่ฟังแล้วจะขออธิบายข้ามมามาถึงที่ยืนยันอีกที่หนึ่งท่านบอกว่ามันจะเป็นการมุสาแก่เราถ้าเราจะพึงกล่าวว่าเรารู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างแล้วมันเป็นการศึกษาแก่เราเหมือนกันถ้าเราจะพึงกล่าวว่าเรา จับข้อหาไม่ได้ไม่รู้จักก็หาไม่ได้ข้อนั้นมันเป็นมันเป็นความเสียหายแก่เราไปข้างบนเหมือนกันนั่นแหละสิ่งที่เทวดามารพรหมที่บอกว่าสิ่งอันเป็นวิสัยโลกต่างๆที่ชาวโลกรวมทั้งเทวดามารพรหมหมดศาสนาอะไรที่เป็นวิสัยวิริยะสิ่งที่เกิดอยู่ในโลกนี่แหละนิสัยเนี่ยมันเป็นสภาพคำว่าวิสัยนี่มันถ้านิสัยหมายความว่ามีอยู่เป็นติดต่อกันหรือว่าได้โดยง่ายๆโดยไม่ลำบากในวันนิสัยส่วนวิสัยเนี่ยมันหมายความว่า แม้มันจะมีอย่างยิ่งและก็เป็นอย่างยิ่งถ้าไม่ก็ไม่อย่างยิ่งจะมีก็มีอย่างยิ่งยิ่งกว่านิสัยขึ้นไปอีกวิสัยเพราะนิสัยโรคหรือโลกิยะทั้งหลายแหล่ทั้งหมดทั้งปากที่บรรดามีพระสะสมพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากล้าท้าทายกล้ากล่าวและกล้ากล่าวย้อนด้วยกล่าวย้อนลงไปว่าโลกเขามีอะไรโลกก็เป็นอะไรโลกเขาเกิดอะไรเป็นอย่างไรและสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่าถ้าท่านจะบอกว่าท่านไม่รู้ไม่เห็นมันจะกลายเป็นความเสียหายแล้วมันจะดูเป็นการมุสาซะด้วยไปด้วยซ้ำ ถ้าเราจะพึงกล่าวว่าไม่รู้จักเมื่อเรารู้จักรู้จักบ้างไหมรู้จักบ้างถ้าจะบอกว่าเธอจะรู้จักท่านบอกว่าเรารู้จักดีเรารู้จักมันดีท่านบอกว่าเรารู้จักมันดีเราจึงกล่าวได้ว่าเรารู้จักมันดีไม่ใช่รู้จักบ้างไม่รู้จักบ้างหรือว่ารู้จักก็หาไม่ได้ไม่รู้จักก็หาไม่ได้ไม่ใช่เป็นไงว่าสัญญานาสัญญาไม่ใช่เป็นสิ่งที่รู้จักดีจึงเรียกว่าท่านโลโซหลายสิ่งหลายอย่างวิสัยโลกหลายๆอันผมเองต้องเอารีโมทบางทีนี่ผ่านมาก็ผมได้ จะพบด้วยทวารใดก็ตามจะได้สัมผัสด้วยทวารใดก็ตามหูตาจมูกลิ้นกายผมยังต้องอุทานไม่ได้รู้จักมันดีอ่ะโอ้โหอย่างนี้ก็มีด้วยเหรอโอ้โหอย่างนี้ก็มีด้วยเหรอในโลกจะยังแปลกใจอยู่เพราะผมยังไม่ใช่สัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นบางอย่างจะแปลกใจบางอย่างถ้าอย่างนี้มันก็มีด้วยไม่นึกไม่ถึงคิดไม่ได้คิดไม่ออกรูปรถกึ่งเสียงสัมผัสอย่างนี้เรียกว่าสิ่งที่ผิดลึกที่เหลืออย่างนี้เป็นนิสัยของโลกียะอย่างนี้อย่างนี้ยังมีอีกเยอะที่เราจะอย่างไม่ถึงที่เราจะ อุทานยังมีอีกเยอะที่เราที่จะต้องอุทานกับมันที่เราจะต้องอุทานแต่มันไม่มีอีกเยอะแต่ถึงแม้จะอุทานผมก็เชื่อแม่ว่าผมไม่ล่องลอยไปกับไอ้สิ่งที่แปลกมันสิ่งนี้ไม่เคยเจอแต่ว่าพอเจอเข้าโอ้โหดึงดูดพวกเราให้ปรับเปลี่ยนจิตใจเข้าไปหาโลกีย์หรือไปเป็นไปก่อนิสัยโลกีย์ไปขอวิสัยเป็นโลกีย์อันนั้นอีกผมก็มองไม่เห็นว่านิสัยโลกีย์หรือวิสัยโลกสิ่งที่เป็นโรคจะมีอะไรที่จะมีอำนาจมีฤทธิ์แรงกว่าวิสัยของโลกุตระที่ผมจะกล้า ต้องไปยินดีปรีดากับมันแต่ว่าจะแปลกก็จะแปลกหน้าแล้วจะกล่าวว่าไม่รู้ได้ผมจะกล่าวว่าไม่รู้ว่าไม่เคยรู้ไม่เคยนึกเลยไม่เคยเห็นและไม่เคยหยั่งไปถึงได้เลยว่าโอ้โหไอ้อย่างนี้ก็มีด้วยนะถ้าเราหมดจิตของเราแล้วนะเราจะไม่โอ้โหเราจะไม่อุทานเราจะไม่แปลกใจอะไรเลยนี่สนิทยิ่งแม้สักพักสิ่งนี้ก็นิ่งเนียนสนิทอยู่เนี่ยเราจะต้องมีกำลังจิตหรือมีความได้สัมผัสได้ผ่านได้รู้ได้เห็นได้จดจำได้ไม่แปลกไม่แปลกจริงๆมามากกว่ามากจนกระทั่งมันชินชาซะแล้วแต่ใช้คำพูดว่ามันพิมพ์ช้าไปแล้วจริงๆ พระพุทธเจ้าตรัสประโยคนี้ได้ตัดสูตรนี้ขึ้นมาในชั้นท้าทายโลกเป็นโลกะวิทูยืนยันความเป็นโลกะวิทูแท้จะบอกว่าท่านไม่ได้ผ่านสิ่งใดๆที่มนุษย์โลกได้ผ่านมันก็ยังพระพุทธเจ้าท่านเกิดมาเป็นสิทธัตถะอยู่ในขอบข่ายที่ท่านเจอนั่นแหละถ้าไม่ได้เจออะไรฉันไม่เห็นอะไรมากถ้าไม่รู้อะไรมากหนักหนาเหน็ดเหนื่อยอย่างโน้นอย่างนี้เป็นนิสัยของโลกหรือเป็นนิสัยที่ดึงดูดอย่างโลกไม่เคยแม้กระทั่งสู่สิ่งกินกัญชาอะไรต่างๆนานาเนี่ยที่จะหลอกล่อให้ติดได้พระพุทธเจ้าท่านเคยผ่านเคยรู้กันก็จ่ายถ้าจะไม่โอ้โหและอำนาจของโลกวิสัยโลกอย่าง จะไม่ทำให้ฉันเองฉันโอ้โหนึกว่าอุทานอย่าว่าแต่ถึงขั้นหมุนเวียนกลับไปสู่แต่แค่ขั้นต้องอุทานไม่มีแต่สำหรับผมผมบอกได้เลยว่ายังมีบางอย่างที่ต้องอุทานแต่ก็เป็นสิ่งที่เราไม่มันแปลกเท่านั้นแหละมันแปลนึกว่ามันจะจำไม่ได้เพราะเราไม่สามารถมีอำนาจบุพเพนิวาสานุสติญาณ บรรพตเนี่ยเราก็จำไม่ได้หรือย้อนไปเหมือนกับพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านสามารถระลึกย้อนยังไงยังไงก็เราระลึกได้ไม่เก่งเท่าทันเพราะฉะนั้นหลายอย่างเราอาจจะเจอและอ่านว่าอย่างหลายอย่างเราอาจจะผ่านจริงแต่เราเรานึกไม่ได้เมื่อระลึกไม่ได้แล้วเท่ากับเราก็จำไม่ได้เหมือนมันแปลกเหมือนกับคนที่เคยใส่รองเท้าส้นสูงมาแล้วแต่หมุนเวียนไปอีก 15 ปี 20 ปีขึ้นสูงก็เวียนมาใหม่เหมือนกับของแปลกจำไม่ได้แต่ไม่ตื่นเต้นไม่ได้นึกถึงรสชาติเก่าๆที่เคยเบื่อเคยจืดจางมาเลยรองเท้าส้นสูงอย่างเคยเบื่อมาแล้ว จริงอ่ะเซ็งเต็มทีแล้วไม่เห็นใหม่ดีของใหม่ดีไปตั้งนานแล้วแต่พอมาเห็นของรองเท้าส้นสูงกลับมาอีกกล่าวชื่นใจชอบใจพอได้มาก็ดีใจอีกอย่างเก่าหมุนเวียนมีแต่เกิดเป็นจะตายแค่นั้นแหละไอ้ความดีใจอย่างนั้นเคยเกิดมาแล้วตายไปนานแล้วแต่ก็กลับมาเกิดใหม่อีกแล้วมันก็จะตายใหม่อีกแต่ไม่รู้หรอกจำไม่ได้ว่าเราเคยเกิดแล้วเคยเป็นแล้วเคยมีแล้วแล้วเขาเขาเคยหลงมันมาแล้วเคยเกิดกิเลสตัณหาอุปาทานมาแล้วแต่ก็ยังมาดีใจใหม่เกิดใหม่เฟื่องฟูใหม่อุทานใหม่แล้วก็มีสิทธิ์ที่เป็นสภาพของโลภะโทสะโมหะขึ้นไปประกอบใหม่ได้อีก เป็นอย่างนี้เป็นอยู่อย่างนี้จริงๆเจอพระพุทธเจ้าท่านยืนยันท่านบอกว่าสิ่งนั้นๆเราได้รู้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งสิ่งนั้นๆเป็นที่แจ่มแจ้งแก่ตถาคตสิ่งนั้นๆไม่อาจเข้าไปติดอยู่ในใจของตถาคตไม่ว่าอะไรที่ท่านบอกว่าโลกเขาเป็นนิสัยของโลกเขาสิ่งนั้นๆเราได้รู้แจ้งแล้วด้วยปัญญาและแจ่มแจ้งเพื่อที่จะแจ้งยืนยันเป็นที่แจ่มแจ้งอย่างเข้าไปถึงได้สิ่งนั้นๆไม่อาจเข้าไปติดอยู่ในใจของตถาคตอันคำว่าติดอยู่ สำคัญๆเรามาทำทุกอย่างนี้เรามาทำเพื่อล้างความผิดวิปัสสนาคืออะไรผมพยายามที่จะใช้คำว่าวิปัสสนาที่เขียนเอาไว้ติดเอาไว้พยายามที่จะอธิบายคำว่าวิปัสสนาวิปัสสนาคือการชำระล้างความผิดวิปัสสนาคือการบำเพ็ญหรือว่าการชำระล้างการจะทำอะไรก็ตามแต่เพื่อชำระล้างความผิดที่มีอยู่ในคนไม่ว่าจะประกอบไปด้วยวัตถุกับจิตหรือสุดท้ายจิตกับจิตสัมผัส ตาหูจมูกลิ้นกายหรือสิ่งที่เป็นจิตเองแล้วมันก็สัมผัสอยู่ในจิตเป็นธรรมารมณ์อยู่ในจิตเกิดก่ออยู่ในจิตแม้แต่ในจิตกับจิตเราติดมันหรือไม่ติดใจมันหรือไม่ใจติดผูกพันกันอยู่หรือไม่วิปัสสนาคือการล้างล้างความผิดเหล่านี้วันนี้พระพุทธเจ้าท่านเน้นๆลงมาเนี่ยไม่มีอะไรที่จะเข้าไปจิตก็ไปจีบเป็นธาตุรู้เท่านั้นรู้แล้วก็รู้พอรู้แล้วท่านก็บอกว่าเราไม่ทำ ความมั่นหมายว่าเห็นแล้วไม่ทำความมั่นหมายว่าไม่ได้เห็นไม่ทำความมั่นหมายว่าเป็นสิ่งที่ต้องเห็นไม่ทำความมั่นหมายว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นเฉพาะทวารเห็นทวารได้ฟังได้รู้รสด้วยได้รู้สึกกับคนอื่นก็เหมือนกันนะเป็นสิ่งที่ต้องเราต้องได้เห็นก็ไม่ไม่ทำความมั่นหมายว่าเห็นแล้วเห็นแล้วๆคนและเห็นแล้วเห็นแล้วคือมันไม่มีภาษาจะพูดแต่เห็นก็เห็นต้องเห็นก็ไม่ต้องไม่ต้องก็ไม่ต้องไม่ใช่เห็นก็เห็น ถ้าเราเข้าใจด้วยปัญญาอันยิ่งว่าควรเราก็ดำเนินการเห็นการได้ยินการได้ฟังการได้รู้รสการได้กระทำสิ่งนั้นถ้าควรถ้าไม่เหมาะควรตามปัญญาอันยิ่งของเราแล้วก็ไม่ถ้าปัญญายิ่งเราบอกว่าควรเราก็เห็นแล้วก็ได้ยินแล้วก็ได้กินแล้วก็ได้รสชาติอยู่นะมันเป็นการเป็นไปโดยธรรมดาธรรมดามันเป็นไปโดยธรรมดาแบบจิตใจที่เป็นอย่างนี้เป็นจิตใจที่มันไม่ผลักไม่ดูดอะไรรุนแรงอะไรเลย ไม่ควรก็วางเฉยอยู่เท่านั้นแหละควรกับน้องน้องไปเลยเอาจิตมีฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาเข้าไปกออายุกรอบประโยชน์นั้นไม่เข้าใจว่าอายุคืออะไรก็คือให้มีเรื่องนั้นเกิดขึ้นให้มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นให้มีสภาวะนั้นเกิดขึ้นแม้แต่แค่คิดหรือจะพูดปรุงออกมาเป็นพูดลุงออกมาเป็นกายกรรมร่วมด้วยเป็นไปก็ทำแล้วก็มีปัญญาอันยิ่งนั่นแหละนำตัวเราทำอยู่ตลอดเวลามี นำตัวเราทำอยู่ตลอดเวลารถภาษาที่ท่านตรัสว่าตถาคตตถาคตเห็นสิ่งที่ต้องเห็นแล้วไม่กระทำความมั่นหมายว่าเห็นแล้วไม่ทำความมั่นหมายว่าไม่ได้เห็นไม่ทำความมั่นหมายว่าเป็นสิ่งที่ต้องเห็นไม่ทำความมั่นหมายว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นไม่ใช่ว่าต้องเห็นแม่ได้เห็นแล้วก็ไม่ต้องหมั่นหมายว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นมันจะย้อนแย้งกันพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าอะไรที่โลกท่านได้รู้ได้เห็นเนี่ยท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นแล้วว่าฟังดีๆนะถ้าเห็นท่านรู้ทั้งนั้นแหละแต่ใครว่าท่านไม่รู้ท่านก็ไม่ว่าใครว่าท่านไม่เห็นท่านก็ไม่ว่า เพราะฉันจะมายืนยันว่าท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้เห็นท่านก็บอกว่าไม่ยืนยันก็ได้จะให้ยืนยันได้ก็ยืนยันว่าท่านได้รู้ได้เห็นทั้งนั้นแหละจะให้ยืนยันถ้ายืนยันว่าท่านได้รู้ได้เห็นทั้งนั้นและแม่ที่สุดท่านก็ยืนยันว่าเมื่อแม่รู้แม่เห็นแล้วก็รู้ว่าไม่รู้ไม่เห็นแล้วก็ตามท่านก็บอกว่าจะมายืนยันตัวเองมั่นหมายตัวเองลงไปว่าตนเป็นผู้หนึ่งที่ได้รู้ได้เห็นก็ไม่ต้องก็ได้นะภิกษุทั้งหลายด้วยเหตุนี้แหละตถาคตจึงชื่อว่าเป็นผู้คงที่ไอ้พวกปกติอยู่เช่นนั้นได้ในสิ่งทั้งหลาย ที่ได้เห็นได้ยินได้รถได้รู้สึกแล้วและเรายังกล่าวว่าจะหาบุคคลอื่นที่เป็นผู้คงที่ซึ่งยิ่งไปกว่าประณีตกว่าตถาคตผู้คงที่นั้นเป็นไม่มีเลยองค์ที่จริงๆคือไม่มีต้องอุทานไม่มีต้องบอกอะไรต่ออะไรขึ้นมาเลยไม่ต้องมีอะไรขึ้นในจิตจิตไม่ฟูไม่อะไรมันไปไปเดินเรียบมีสติสัมปชัญญะคงทนเสมอเพราะเราจะหาคนที่มีอย่างนี้ได้นะยกให้พระพุทธเจ้าองค์เดียวพระพุทธเจ้าองค์เดียวไม่มีเราไม่มีซื้อมาปลูกไม่มีแรงไปอ่อนไปมีแต่เกิดบทบาทที่ไม่ค่อยเรียบเป็นระดับไม่มีใครก็จะตกใจเพราะท่านท่านจะตกใจ ใครก็ไม่ได้ไม่ต้องตกใจเพราะท่านไปตามระดับเพิ่มสูงแรงขึ้นไปก็แรงหย่อนลงมาก็มีระดับเรียบรื่นจริงๆฟังแล้วจะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าไม่มีพิษภัยอะไรกับใครจริงๆฟังดูเฉยๆมันละเอียดละเอียดเรียบร้อยเป็นระดับเป็นขั้นเป็นฉันเป็นเชิงเป็นอะไรไปหมดน่ะไม่กระทบไม่กระเทือนนี่แหละยอดสุดยอดของผู้ที่ดีที่สุดเก่งที่สุดถ้าว่าเป็นอุดมคติก็อุดมคติที่ยอดสูงสุดเราไม่สงสัยผมไม่สงสัยเลยว่าคนจะเป็นอย่างนี้มีหรือเปล่าผมไม่สงสัย คนจะเป็นได้เก่งเยี่ยมอย่างนี้มีหรือเปล่าผมไม่สงสัยแต่ถ้าผมเป็นอย่างนี้ได้ผมก็ยอมหรือใครเป็นอย่างนี้ได้ยอดทั้งนั้นเพราะบางทีนี่ก็อายคนอื่นสิ่งนี้เป็นไปไม่ได้หรอกมนุษย์ได้หรือไม่ได้เราเข้าใจได้เหตุผลเลยว่ามันดียิ่งอ่ะได้หรือไม่ได้ก็ช่างมันอันตรายเราก็เราก็ไม่ได้ก็แล้วกันถ้ามันได้ก็ยืนยันได้ว่านี่แหละมันยอดจริงแหละแต่ผู้ที่บรรยายอย่างนี้ไม่ได้หรือจะคำนวนคำนึงไปได้อย่างนี้ก็ช่างเถอะเขาก็ทำทำความต่อยอดไว้เพราะคนคนหนึ่งจะมีอย่างนี้มาแล้วจะมีคนนั้นหรือเปล่าไม่สำคัญไม่เป็นไรหมดสงสัยแล้วไม่สงสัยเลยผมไม่สงสัยว่าพระพุทธเจ้า จะมีจริงหรือเปล่าหรือไม่มีจริงหรือเปล่าไม่สงสัยไม่สงสัยแม้ว่าจะสมมุติว่าคนที่เข้ารวบรวมแล้วเขาก็ทำนิยายเรื่องนี้เขียนประวัติกันนี้ได้ก่อนคนคนนี้นี่แหละมียอดแห่งความคิดคนที่เขียนเรื่องนี้นี่แหละเขายอดในความคิดเลยดีกว่าต้องยกให้เป็นปราชญ์ยอดปราบแม่เขาทำไม่ได้ละเอียดถึงป่านนี้เขาก็คิดได้ยังไม่มีเหตุผลอะไรที่จะล้มล้างได้ก็ไม่ดีจะเป็นกิโลที่เป็นปรัชญาอันสูงสุดก็สูงสุดจริงๆคุณทำได้ไหมล่ะแล้วคุณเห็นด้วยไหมล่ะถ้าคุณเห็นด้วยก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเห็นด้วยก็ทำก็ไปให้มันได้ก็แล้วกันมันก็นักคิดเขาจะคิดไปจนกระทั่งถึงโลกพระจันทร์โลกฟังข่าวก็จะขึ้นไปถึงโลกพระอาทิตย์ต่อ ถ้าจะไปจะไม่ถึงโลกพระอาทิตย์คือว่ามันดีไหมล่ะดีคุณก็ไปให้มันถึงก็แล้วกันให้ได้แล้วมันก็นำร่องไปเรื่อยๆอย่างนั้นแหละมันไม่มีอะไรหรอกตลาดอะไรเลยไม่มีประหลาดแล้วเราจะสมมติว่าให้มีสิ่งนี้ก็เหมือนกับเราสมมุติไม่มีพระเจ้าก็ได้เพราะพระเจ้าองค์นี้เป็นอย่างนี้แหละหรือว่าพระพุทธเจ้าองค์นี้เป็นอย่างนี้หรือคนคนนึงก็เป็นอย่างนี้ได้อย่างนี้แหละเป็นที่พึ่งหมายเป็นธงชัยเป็นหลักสุดยอดเรามีอันนี้มันก็ไม่เห็นหน้าประหลาดอะไรแล้วเราก็บูชาเคารพสิ่งนี้ยกย่องสิ่งนี้เชิดชูสิ่งนี้และเราก็ทำตนเข้าไปสูงสูงขึ้นไปให้เป็นไปถึง ไม่ใช่สิ่งเสียหายไม่ใช่เลยไม่ใช่สิ่งเสียหายไม่ใช่สิ่งที่มันน่าสงสัยอะไรเราควรที่จะต้องยึดมั่นถือมั่นต้องมีอัตตาตัวตนต้องมีพระพุทธเจ้าจึงจะเชื่อไม่มีจริงฉันไม่เชื่อแต่ถ้าไม่มีเหตุผลดีไหมดีถ้าเป็นไปได้เราก็เหตุผลดีนี่คุณได้ปัญญาของคุณก็ว่าดีอยู่แล้วแล้วคุณจะมาคันทำไมมันไม่เห็นมีปัญหาอะไรที่ต้องเอาไม่จริงอ่ะคนเป็นไปไม่ได้คุณว่าเป็นไปไม่ได้ก็คุณไม่พยายามถ้าคุณไม่พยายามแล้วมันก็เป็นไปได้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกเป็นไปได้ทั้งนั้นแต่เราไม่ได้พยายามทำมันต่างหากทำอะไรให้มันดีแล้วเป็นประโยชน์ถ้าเราเป็นอย่างนี้แล้วเป็นประโยชน์สูงสุดในโลกและประโยชน์สูงสุดใน มนุษย์ชาติก็ทำก็แล้วกันแต่พระพุทธเจ้ายืนยันความคงที่ของนิสัยโลกทั้งหลายก็ด้วยนัยยะอย่างนี้ใครเข้าใจจะเห็นได้ว่าโอโลกเราเนี่ยจิตของเราเองก็ตามโลกเรามันยังมีอีกเยอะแต่ความรู้สึกของผมเนี่ยผมบอกความรู้สึกและบอกความจริงถ้าผมเองผมยังไม่รู้หมดหรอกบางครั้งบางคราวนี้พบกับอย่าว่าอะไรเลยบางทีเนี่ยมันบ้าๆบวมๆอยู่ในหนังสือพิมพ์มาลงข่าวมาบางทีก็อ่านดูเอออย่างนี้มันก็มีถึงได้เนาะเป็นไปได้เนาะเราก็ดูแล้วเขาก็ยอมเป็นยอมตายกับมันเยอะแยะไป ตลอดวันตลอดเวลาเราก็ได้แต่รู้แล้วจะเข้าใจเพิ่มไปเท่านั้นเองแต่ว่าเราเองเราไม่ได้นมน้องเราไม่ได้ไปโทสะโลภะอะไรกับเขาข้อสำคัญเราไม่ได้วู่วามลบพระโทรศัพท์แต่เราก็แปลกแล้วก็อุทานแล้วก็ยังมีจิตรับรู้เผยอรับแปลกนะแปลกเพราะว่าแปลกเนี่ยมันก็เป็นสภาพของความตื่นขึ้นมารู้มันรู้สึกว่ามันมีน้ำหนักในการที่ทำใจของเราให้เค้าเยอะมันหน่อยนึงฝั่งนั้นมีอธิบายลักษณะจิตเพราะฉะนั้นลักษณะจิตอย่างนี้เนี่ยเมื่อเรามีสติสัมปชัญญะอยู่ สภาวะนั้นจริงหรือว่าได้ยินเสียงแล้วทีนี้คนเสียงกล่าวอย่างนี้หรือว่าทำเสียงอย่างนี้มันก็มีได้เหมือนกันมันดูหนังไปแรงไปยังไงก็ตามเพราะเจอสภาพนี้แล้วบันทึกก็จิตของเราเผยอแต่เราก็ไม่ได้มีรสชาติว่าชอบหรือไม่ชอบหรือแม้จะมีจิตชอบเข้าไปหน่อยนึงหรือชัง 20 ไปหน่อยนึงก็ตามเราก็ต้องรู้เท่าทันเลยว่าไอ้จิตที่เราร้องแหมไม่ชอบรู้สึกว่ามีอาการในใจว่ามันน้อยนึงหรือว่า ร้อยนึงขึ้นมาก็ตามเราก็จะต้องอ่านซ้อนลงไปในอาสวะอนุสัยของเราจิตพวกนี้บางเบามีรถละเอียดมีความสุขของประณีตนะเราจะต้องรู้ตัวเองทุกเวลารถต้องพลาดเพียงเข้าใจตนแม้อย่างนี้เราก็ไม่ประมาทเราจะพยายามรู้แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมากเมื่อเรารู้แล้วเราก็พยายามกระทำความผิดของเราจริงเป็นอาณาปานสติทุกลมหายใจเข้าออกเรามีสติแล้วก็มันมีทำให้จางคลายวิราคะนิโรธเข้าถึงอยู่มีอนิจจาลูกปัด ราคาลูกปัดสีนิโรธาราม 1 ถึงข้อที่ 4 มีตลอดเวลาที่เรายังมีธาตุรู้เรายังมีชีวิตให้มีสติลมหายใจเข้าลมหายใจออกอยู่ตลอดเวลาให้มีสตินะข้อที่ 2 มีพิจารณาให้มีการรู้ต่ำรู้สูงรู้ดำรู้ข่าวรู้ยาวรู้สั้นรู้เขารู้ออกที่ท่านบอกว่าลมหายใจเข้าก็ให้ลูกเข้าลมหายใจออกขอให้ลูกออกลมหายใจยาวหรือยาวลมหายใจสั้นอะไรนี่ก็ 2 ข้อ 3 ไม่รู้ว่าเนี่ยชัดเจนแล้วไปตายปฏิสังขรณ์เฉพาะเลยว่านิก เราเรียกว่าตายนะสัพพะกายะปฏิสังขรณ์ของอันที่ 1 ครับให้สงบระงับลงมันใหญ่มันหยาบมันอะไรมันมีแต่เรื่องเกิดเพราะฉะนั้นเพราะสุดท้ายแล้วก็ซ้ำพยางค์ถ้าลดลงจะให้ระงับลงให้มันอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดอย่าให้มันไปสภาพที่ว่าโตขึ้นใหญ่ขึ้นเอนเอียงไปในทางมากขึ้นมีขึ้นเป็นดีอย่าไปเห็นอย่างนั้นเป็นดีเห็นว่าเออเราปล่อยวางซะงั้นสงบระงับลงจากลงมาแล้ว ใช้ทำไรทำมันบอกชัดกับชัดๆเพราะเราควรเข้าทำความเข้าใจถึงตรงนี้แล้วก็ไม่มีอะไรแล้วอันที่ 2 จตุจักรที่ 2 มีปิติเป็นต้นมีสุขเป็นต้นอย่างนี้เรียกว่าสรรพจิตตังปติสังเวชนีจิตสรรพจิตตะสังขารานี้รู้พร้อมเฉพาะซึ่งจิตสังขารเวทนาเหล่านี้เป็นจิตสังขารนะฟังให้ดีนะอันที่ 2 จตุคามที่ 2 นิเวศเวทนานะพิธีก็ดีสุขก็ดีเป็นอาการที่เรียกอาการของจิต หรือว่าดีใจเรียกว่าสุขใจอะไรพวกนี้เป็นต้นเราก็จะต้องรู้ว่าอาการสุขใจหรือดีใจนี่เป็นสภาพของจิตนะเป็นสภาพของความรู้สึกในสภาพของความรู้สึกอ่านไม่ชัดนี่ไปจิตจิตสังขารเป็นจิตสังขารสภาพตรงนี้เพราะฉะนั้นถ้าแม้ว่ามันเป็นปิติเป็นสุขก็ไม่ใช่สิสังขาราก็พยายามทำให้ประมูลให้ปราโมทย์ปราโมทย์อยู่ก็ไม่ใช่เศรษฐกิจ ประชารัฐจิตสังขารปิติสุขเนี่ยเป็นจิตตสังขารให้รู้พร้อมเฉพาะในจิตสังขารแล้วปัด 3 พยางค์แล้วให้ระงับอีกเหมือนกันแม้ความผิดปกติและความสุขก็ให้ทำงานสวนจตุจักรที่ 3 ให้รู้จิตเลยจิตสำนึกกายแล้วก็ทำจิตให้ปราโมทย์เปลี่ยนการทำให้มั่นคงแข็งแรงให้ยืนยันสมาชิกแต่ให้ยืนยัน แล้วก็สุดท้ายในจตุจักรที่ 4 ก็ให้พี่โมจะยังปล่อยอยู่ปล่อยอยู่แม้จะเป็นจิตนี่แหละรู้ถึงจิตอย่างนี้แหละแม้จะไม่มีทุกข์แล้วจิตต่างๆให้อยู่ในจิตที่เบิกบานปราโมทย์รุ่งเรืองยินดีนั่นแหละเป็นดีกว่าเป็นสวรรค์ที่เหลือเป็นฐานพระของมนุษย์ไม่ต้องทุกข์ใดๆไม่ต้องอับเฉาเศร้าหมองอะไรหมดประมวลพยางค์เป็นเป็นเป็นเป็นฐานเป็นฐานเชื่อมเพราะฉะนั้นผู้ใดที่เข้าใจจิตไม่พอผู้ใดเข้าใจผิดไม่พอ ให้จิตหดหู่ให้จิตไม่เข้าใจฐานชั้นเชิงไม่เข้าใจชั้นเชิงของความเป็นมนุษย์มนุษย์อยู่ยังไงมนุษย์อยู่ด้วยกายด้วยจิตจิตรับสัมผัสสัมผัสอะไรแปลเป็นไงถ้าเพราะว่าจะอนุโลมก็อนุโลมให้มันยินดีให้มันร่าเริงเบิกบานแจ่มใสอยู่ในสภาพดินดีแล้วปลาอยู่ที่ไหนปลายเฉยถ้าได้เฉยได้ก็เฉยถ้าไม่เฉยก็ให้ยินดีร่าเริงสดชื่นไม่ใช่เดี่ยวเช้าไปเฉยๆไม่มีไอ้เงินโลกก็ไม่รับรองและตนเองก็ แย่จะรวยช่วยเยอะจะเจอกันหน่อยจะแหนงหน่ายโลกจนกระทั่งอยู่กับโลกก็ไม่ได้แล้วอยากฆ่าตัวตายเพราะอะไรเพราะไม่มีเครื่องไม่มีเครื่องชูไม่มีเครื่องอาศัยฟังดีๆนะมันไม่มีเครื่องอาศัยไม่มีฐานรับเชิญคนอื่นว่าทำจนกระทั่งเน้นหนักเร่งตึงจะไปจนกระทั่งอาจจะถอยๆๆเอาแต่ตัว 4 ตัวเดียวไม่มีจะชนะ 4 ไม่มีชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 ไปเคร่งจัด หรือไปสุดโต่งอยู่ในฌาน 4 ชั้นเดียวอุเบกขาตะเพิดอะไรก็อุเบกขาตะพึดโดยไม่มีเจตนาที่เป็นไปโดยธรรมใช้แต่ฌาน 4 ชั้นเดียวสุดโต่งตายสุดตรงตายเราต้องมีวิตกวิจารณ์มีปิติมิโซะมีอุเบกขาฐานแล้วมันจะตัดจากกันไม่ได้มันจะเป็นไปโดยจริงหมุนเวียนอยู่อันไหนมันเฉยก็ช่างมันก็ดีแล้วล่ะแต่ถ้ามันไม่เฉยเราก็ไม่ต้องเพลงจนกระทั่งปิติก็ไม่ได้สุขก็ไม่ได้ไม่ใช่พิธีก็ให้รู้ถามพี่ติ๊กก็ให้รู้ทันสุขก็ให้รู้ทันเพราะฉะนั้นต้องมีอยู่ จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีวิตกวิจารมีปิติมีสุขมีอุเบกขาเพราะถ้าใครเข้าใจผิดฟังดีๆนะนี่ตะล่อมไม่ฟังมีไอ้พวกเราเคร่งๆแล้วก็หลงผิดไปจนกระทั่งไปยึดอุเบกขากลายเป็นคนทึ่มไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรกลายเป็นคนทึ่มไปเลยถ้าคนซึ่งไปเลยนะยึดแต่อุเบกขาเอาแต่ชาญ 4 ชั้น 1 2 3 ไม่ๆไม่ได้ยินดีหรือว่าไม่เห็นว่าเป็นไปโดยธรรมมันไปเป็นขั้นตอนของมันเป็นไปอย่างนั้นแหละได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากไม่ทานทั้ง 4 มีทิศทางสุดเขาวิหารอยู่ไม่เป็นอย่างนั้นกลายเป็นเป็นไปได้โดยง่ายได้โดยไม่ยากในการขี่ฟังดีๆในการ 4 ชั้นเดียว ไม่มีวิตกวิจารไม่มีปิติไม่มีสุขอะไรก็ไม่เอาไม่วิตกวิจารณ์อะไรเฉยอะไรรับปั๊บปล่อยอะไรรับปล่อยคุณก็เป็นกุสีตะโกสัจจะคุณจะทึมๆแล้วก็จะเหนื่อยเฉื่อยไม่เอาภาระอะไรจะหยุดจะนิ่งเฉยๆเหนื่อยไปเลยเป็นก้อนหินก้อนหินไปเลยจริงๆจริงๆจริงๆจะไม่รู้ว่าโลกจะไม่เห็นดีกับโลกจะไม่ศรัทธาโลกจะไม่เข้าใจโลกจะไม่รับรู้โลกไม่รู้จริงๆแม้ได้สัมผัสก็ไม่จำไม่จดไม่คิดด้วยไม่อะไรด้วยก็กลายเป็นคนโง่โง่จนกระทั่งก็จะไม่ จริงเหรอทนต่ออะไรได้ในโลกทนจริงๆอะไรภาษาก็ไม่รู้ผาศักดิ์ทุกอย่างมันจะดับไปหมดเลยแม้แต่การที่ประสาทสำนึกที่รู้รสนะรู้กลิ่นนะรู้สีเสียงรู้สัมผัสอะไรมันก็จะเฉื่อยเหนื่อยหยุดทำงานรีบรีบเป็นง่อยหรือว่าหยุดทำงานไปหมดมันจะหยุดไปหมดเลยประสาทจะเฉื่อยชาไปหมดทุกประการทุกวันจะเฉื่อยชาไปหมดถวายถ้ามีอายุที่สุดมันจะให้คุณพิสูจน์ได้เลยว่าคุณจะกลายเป็นก้อนดินก้อนหินไปจริงๆแต่ถ้าอายุไม่ยืนยาวเกินไปมันก็ไม่ถึงขั้นนั้น ว่าจะช่วยด้วยมันจะเห็นได้ชัดเลยว่าจะเป็นคนเฉื่อยคนเหนื่อยเพราะเข้าใจผิดนี่เป็นมิจฉาทิฏฐิได้เหมือนกันเข้าใจผิดสุดตองยึดผิดจุดจะฟังดีๆเพราะฉะนั้นถ้าผมว่าเราจะสัมผัสอะไรเราจะรับรู้อะไรเราก็รู้แต่ฉันเรามีการ 4 เป็นปกติและมีสติเริ่มต้นมีสติแล้วก็มีธรรมะวิจัยมีทำมาวิจัยรู้อยู่ถ้าเราเองเราเข้าใจชัดว่ามันไม่มีปัญหาอะไรนี่เรารับรู้อะไรก็ได้วิริยะภาพเพียรก็ได้ไม่ใช่เดี๋ยวๆดูได้ไม่มีอะไรไม่เป็นไรเลยเราจะรับรู้แล้วเราก็รู้เท่าทันมันทันเสมอ วิตกวิจารณ์ด้วยเห็นสมควรแล้วก็รับไม่สมควรแล้วก็วางเพราะฉะนั้นคำว่าปัญญาอันยิ่งของแต่ละคนถ้าปัญญาอันยิ่งเลยเถิดอะไรก็ไม่สมควรทั้งนั้นแหละในโลกนี้รับไม่ได้รับแล้วมันทุกข์ไปหมดไปจับมาไปยึดมาไปเอาด้วยเขามาแล้วทุบไปหมดคนนั้นก็แย่แน่แต่ถ้าบอกว่าเราจะรับมาก็รับคนขวาด้วยซ้ำไปก็ไม่เป็นไรเรารู้เท่าทันคนนี้จึงจะเป็นบริษัทที่เก่งอยู่ในขั้นคนขวามีวิริยารำพระเออไอ้นี่ก็รู้แต่ก่อนเรารู้อันนี้อย่างหนึ่งสมัย ตั้งหลักได้ทิศทางถูกมอมเมาแต่สมัยทางธรรมนี่จิตใจเรามาทางนี้แล้วเราขึ้นไปรู้มันด้วยสติสัมปชัญญะเข้าไปรู้มันโดยรู้ว่ามันจะมีความละเอียดละออมันจะตื้นลึกหนาบางมันจะต่ำจะสูงมันจะมีอะไรต่ออะไรชั้นเชิงได้แค่ไหนแล้วเราจะทำได้อย่างไรเราเข้าไปดูมันด้วยสติแล้วเราก็รู้ว่าแม้มันจะพลิกลึกคือมันจะพิจิตรพิสดารจะคุ้มกว่านี้อย่างไรเราก็ไม่ได้ไปหลงไหลแม้มันจะทำได้อย่างเก่งแนบเนียนละเอียดละออหรือจะทำได้ปริมาณมากอย่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive