200306-048 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน048-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นวันที่ 6 มีนาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาทำวัดกันเป็นปกติที่เมื่อวานนี้การทำวัตรเช้าของเราได้ว่าไปทั้ง 2 บทถึงเรื่องไม่ทรงมีความลับที่ต้องมีใครช่วยปกปิดแล้วก็ทรงเป็นอัจฉริยะในโลกซึ่งทรงเป็นอัจฉริยะมนุษย์ในโลกซึ่งเป็นการยืนยันที่พระองค์ได้ยืนยัน เพลง Security ให้เห็นชัดๆแล้วว่าคำตรัสคำกล่าวของพระพุทธองค์เมื่อพระองค์ทรงกล่าวมาแล้วด้วยความจริงใจไม่จริงพระทัยของพระพุทธองค์มันดูเหมือนว่ามันคุยโม้คุยใหญ่มันเหมือนกับวางตัวเหลือเกินแต่แท้จริงไม่มีไม่มีความรู้สึกว่าจะอวดใหญ่หัวโตอะไรหรอกเป็นความจริงแล้วท่านก็พูดความจริงต่อหมู่หรือตอบคนที่ได้วางใจหรือศรัทธาเลื่อมใสยอมรับแล้วนับถือแล้วก็เป็นอย่างนั้นแหละฟังดูแล้วก็ดูคล้ายกับว่าปวดใจหัวโตเหลือเกิน ถ้าต่อจากนี้ก็เรื่องสงกรานต์จากมนุษย์ธรรมดาที่ว่าทรงเป็นอัจฉริยะมนุษย์ในโลกสงบๆทรงต่างจากมนุษย์ธรรมดาเนี่ยหัวข้อว่างั้นก็ส่งต่างจากมนุษย์ธรรมดาเป็นอย่างไรภิกษุทั้งหลายเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายมีรูปเป็นที่ยินดีกำหนดแล้วในรูปบันเทิงด้วยลูกเทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์อยู่เพราะความแปรปรวนความกระจัดกระจายความแตกทำลายของลูกภิกษุทั้งหลาย เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายมีเสียงก็เหมือนกันเมื่อกี้แหละเป็นรูปเป็นที่น่ายินดีสำหรับแล้วในเสียงบันเทิงบันเทิงด้วยเสียงอะไรเนี่ยเหมือนกันแล้วก็สุดท้ายก็มาทนทุกข์อยู่ก็เพราะความแปรปรวนความกระจ่างกระจายความแตกทำลายของเสียงเหมือนการอื่นๆมีกลิ่นมีรสมีผลกับพระมีทำอารมณ์มันก็ขยายหลังๆไปเหมือนกันหมดมีทำอารมณ์เป็นที่น่ายินดีเป็นที่ยินดีตำหนักแล้วในธรรมารมณ์บันเทิงด้วยทำอารมณ์เทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์อยู่เพราะความ ความกระจัดกระจายความแตกทำลายของธรรมารมณ์เอ้าเ
อ่านต่อ
ดี๋ยวฟังอ่านดูไปก่อนอีกวรรค 1 พิสูจน์ทั้งหลายส่วนตถาคตผู้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตามเป็นจริงซึ่งเหตุเป็นเครื่องเกิดขึ้นซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้ซึ่งรสอะไรซึ่งโทษคือความต่ำทรามและอุบายเครื่องพ้นออกไปได้แห่งรูปทั้งหลายแล้วไม่เป็นผู้มีลูกเป็นที่ยินดีไม่กำหนดในรูป บันเทิงด้วยรูปภิกษุทั้งหลายตถาคตย่อมอยู่เป็นสุขเพราะความแปรปรวนความกระจัดกระจายความแตกทำลายของลูกภิกษุทั้งหลายตถาคตแจ้งตามเป็นจริงซึ่งเหตุเป็นเครื่องเกิดขึ้นซึ่งความตั้งอยู่ไม่ได้ซึ่งรถอร่อยซึ่งโทษคือความต่ำทรามและอุบายเครื่องพ้นออกไปได้แห่งเสียงทั้งหลายแห่งกลิ่นทั้งหลายแห่งรถทั้งหลายแห่งโพสต์ท่าพระทั้งหลายและแห่งธรรมารมณ์ทั้งหลาย ไม่เป็นผู้มีเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์เป็นที่ยินดีไม่กำหนดไม่บันเทิงด้วยเสียงเป็นต้นต่อๆไปเหมือนกันเหมือนกันภิกษุทั้งหลายสถานการณ์ย่อมอยู่เป็นสุขเพราะความแปรปรวนความกระจัดกระจายความแตกทำลายแห่งธรรมมีเสียงเป็นต้นนั้นๆความแตกต่างกันระหว่างคนธรรมดาหรือว่าแม้จะเรียกว่าเทวดาเลยทีเดียวอย่าว่าคนธรรมดาที่มนุษย์ความแตกต่างของเทวดาและมนุษย์ซึ่งแตกต่างกับความเป็น พระพุทธเจ้าฟังให้ดีนะมันแตกต่างกันตรงไหนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็มีทวารทั้ง 6 มีการดูรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสทั้งสัมผัสนอกสัมผัสในการดูเหมือนกันรับรู้ได้เท่ากันแต่ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านแตกต่างที่ตนที่บอกว่าท่านอยู่ย่อมอยู่เป็นสุขเคยทำย่อมอยู่เป็นสุขส่วนเทวดาและมนุษย์นั้นย่อมทนทุกข์อยู่มันต่างกันตรงนี้ทุกสิ่งทุกอย่างมีความแปรปรวนมีความกระจัดกระจายมีความแตกทำลาย เอารูปเราขึ้นเสียงสัมผัสโผฏฐัพพะธรรมารมณ์เหมือนกันหมดของพระเจ้าก็เหมือนกันมีเหมือนกันมีความแตกทำลายมีความกระจัดกระจายมีความแปรปรวนเหมือนกันแต่สถานย่อมอยู่เป็นสุขส่วนเทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์อยู่เนี่ยมันต่างกันตรงนี้ทุกอย่างเหมือนกันจะไปห้ามอะไรไม่ให้ไปแปรปรวนจะไปห้ามอะไรไม่ให้กระจัดกระจายจะไปห้ามอะไรไม่ให้แตกทำลายไม่ได้ไม่ว่าลูกไม่ว่ารถมันก็ผิดหรือว่าเสียงไม่ค่อยสำคัญอารมณ์จะไปห้ามไม่ให้มันเป็นไปไม่ให้มันแปรปรวนไม่ให้มันกระจัดกระจายไม่ให้มันแตกทำลายไม่ได้ มันย่อมแปรปรวนมันย่อมเป็นไปมันยังไม่เที่ยงมันตั้งอยู่ก็ตั้งอยู่เพียงสัมผัสถ้าใครยังเคยจำได้ที่ผมเคยบอกเคยพูดบอกว่าสัมผัสในโลกหรือว่าจริงว่าจริงในโลกนี้มันมีแค่ปลายเข็มขัดมันมีแค่ปลายเข็มทิศแล้วก็เท่านั้นมันจึงแค่ปลายเข็มจิ้มจิ้มแล้วก็เที่ยงไม่ได้แม่จะไปยึดเอาเที่ยงไม่ได้ก็เอาแน่ไม่ได้แปรปรวนก็จัดกระจายแล้วแต่ทำลายได้เร็วเท่าเท่านั้นแหละเข็มจิ้มมันแตกทำลายไปแล้วคือมันไม่เป็นอย่างนั้นอีกได้ ถ้าผู้ใดเข้าใจอันนี้ซาบซึ้งอันนี้เห็นจริงเห็นจังเลยอันนี้แล้วก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นเกิดอนิจจสัญญาทุกข์หายไปอาจจะสัญญาเกิดขึ้นแทนจะเห็นจะเข้าใจนะอันนี้จากสัญญาถูกจะหายไปและอนัตตาสัญญาจะเกิดขึ้นแทนจริงๆใช้กับความไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนไม่ใช่สิ่งไม่ใช่อะไรเลยเป็นแต่เพียงความสำคัญมันสำคัญนอกจากสัมผัสแล้วก็รู้ถ้าเรายังมีจิตวิญญาณถ้าไม่มีจะมีธาตุรับรู้ก็รู้ตามเป็นจริงแต่ฟังดีๆฟัง รับฟังกันมามากแล้วก็บทเก่าๆอ่านผ่านๆก็มาม่าไม่ใช่บทใหม่ๆอะไรแต่ว่าเราก็จะต้องรู้ให้ลึกซึ้งให้เป็นผู้กระทำให้เป็นเวทะรู้อย่างอัจฉริยะมนุษย์ที่จะรู้ไม่ใช่ไปรู้แค่ตื่นๆและรู้ไม่ใช่รู้แต่แค่ฟังด้วยรู้อย่างพิจารณาติดตามเข้าใจตามสภาวะธรรมเห็นจริงระลึกตามเทียบเคียงกับความเก่าๆบุพเพบุพเพนิวาสานุสติญาณ เทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์นั้นหมายความว่าจิตจิตมนุษย์นั่นแหละจะให้เป็นยังไงก็ตามแต่มนุษย์ในที่นี้หมายถึงความเป็นคนหมายถึงความเป็นธรรมดาธรรมดามนุษย์ชาตินี้ท่านหมายเนี่ยเพราะจิตแม้จิตผู้นั้นจะเป็นที่สูงเรียกว่าเทวดากับจิตสูงเรียกว่ามนุษย์จิตสูงและผู้ที่มีจิตสูงไม่ใช่นับเอาจิตอย่างนรกด้วยซ้ำไปคะแนนขณะนี้เนื้อที่ท่านกล่าวไม่นับเอายาจิตนรกคือจิตพวกจิตต่ำทรามเป็นเปรตเป็นเดรัจฉานเป็นอสุรกายเป็นสัตว์ที่เร่าร้อนอะไรจนเกินไปด้วยซ้ำเอาจิตที่เรียกว่าอย่างสมบูรณ์ เทวดาสมมติเทพเงี้ยเราถือว่าเป็นจิตผู้ที่ได้เสพสมไม่สมที่เสพไม่ทุกข์ทรมานด้วยซ้ำไปให้จิตเป็นจิตอย่างนั้นอยู่ซ้ำไปพระพุทธเจ้าก็ยังยืนยันว่าเทวดาและมนุษย์เพราะไปเสพสมและก็ไม่ได้รู้เท่าทันในความยินดีความกำหนัดแล้วและความบันเทิงเนี่ยตัวผีร้ายตัวพวกนี้ตัวบันเทิงตัวกำหนดตัวไปยินดีไปเกิดความยินดีโดยไม่รู้เท่าทันจิตฟังดีๆนะไม่รู้เท่าทันถ้าเรารู้เท่าทันเสียเราก็จะรู้เท่าทันว่าเอออันนี้เรารู้ว่าดีแล้วเราก็ไปยินดีด้วยยินดีด้วยยินดีไปด้วยกาละอย่างนี้ อันนี้เราเสพเราติดเราอร่อยหรือถ้าเราไม่ได้อร่อยเราก็เป็นแต่เพียงสักแต่ว่ารู้ดียินดีตามและเราก็อย่างน้อยที่สุดเรามีอย่างที่เคยใช้ที่ผมเคยใช้สำนวนแล้วตัดหางเรารู้นี่แหละเราว่าเรามีอาการอย่างนี้แล้วเราก็รู้เราก็ตัดไปมันทับลงไปด้วยความรู้สึกด้วยความเข้าใจของเราจริงๆด้วยความรู้ยินดีถ้าปล่อยปละละเลยเติมเข้าไปอย่างใจเมื่อไหร่แล้วก็เติมใส่กระป๋องมันก็เติมออมสินเติมราคะตัณหาอะไรลงไปเชียวแต่ถ้าเผื่อว่าเรารู้เท่าทันก็เหมือนก็ตัดหางขึ้นตกท้ายไม่ประมาท คำว่าไม่ประมาทนี่ก็คือคำคำพวกนี้ทั้งนั้นแหละหมายความว่าเราจะต้องรู้เท่าและทำรู้เท่าทันและก็ไม่ได้ปล่อยให้มันเหลิงให้มันเหลิงมันสั่งสมหรือมันไม่มีอะไรกำชับอีกทีหนึ่งอย่างน้อยที่สุดก็ต้องบอกตอนถ้ามันไม่มีอะไรบอกกับตนโดยที่ว่าไม่บอกตลอดแม้แต่บางทีเนี่ยเราก็ไม่ใช่ว่าทุกดวงจิตเราก็จะต้องคอยบอกทุกดวงจิตดวงจิตดวงจิตเพราะจิตเกิดจากใครจะเป็นหนังทำอย่างนั้นไหวมันไม่ไหวแต่เราก็รู้เป็นจำนวนรู้เนี่ยวาระนิพพานไปช่วงนี้อันนี้มันอารมณ์เป็นธรรมารมณ์นั่นเองนี่เป็นอารมณ์เป็นธรรมอารมณ์อันนี้ช่วงนี้ อารมณ์ดีอารมณ์ยินร้ายเรานับเอาธรรมารมณ์ก็ได้แต่ละครั้งนี่ธรรมรงค์อารมณ์ยินดีอารมณ์กินได้ผ่านไปแล้วเราก็กำชับกันลงไปมันชักมันไปเป็นหมวดเป็นหมู่บอกว่าเนี่ยเรามีตัวรู้ที่ระลึกรู้ขึ้นมาเท่าทันแม้แต่ช่วงแต่เวลาอะไรเป็นผู้ที่มีสติอยู่มีธรรมะวิจัยมีวิริยะมีปิติมีปฏิสนธิและรู้ในปิตินั้นจนกระทั่งเข้าใจชัดว่าปิติตัวนี้หมายความว่ารู้ดีรู้โดยเป็นอภิธรรมรู้ว่าอย่างนี้ดีอย่างนี้ชั่วถ้าปล่อยใจเริงใจกลายเป็นชั่วยังไปปล่อยให้เป็นผู้ที่ยินดีมีความเนี่ยในภาษาไทยเนี่ยมันซ้ำจริงๆเนี่ยมันไม่ได้แปลว่ายินดีอย่างความหมายของภาษาไทยนะ ถ้าไปทำความหมายอย่างภาษาไทยแล้วก็ยุ่งภาพปิติกับปราโมทย์หรือประมาทปิติการประมูลขยะบาลีสองคำนี้ประมูลขยะหรือเปล่าหมดอันนั้นน่ะมันหมายความว่ายินดีในเชิงรถของภาษาไทยชัดปราโมทย์ยินดีมีเปรมเพลิดเพลินบันเทิงไปอย่างนั้นส่วนพี่ปิติเนี่ยมันไม่ได้หมายความว่ายินดีอย่างที่หมายที่ไทยหมายคำว่ายินดีทุกวันนี้ภาษาไทยมันเป็นกิเลสแล้วยินดีในภาษาไทยแต่ในภาษาบาลีบาลีปิติตัวนี้ที่เอาคำว่ายินดีมาแปลกันเนี่ยมัน ลงทีเดียวแต่มันก็มีเชิงได้แล้วไปติดจะมีอารมณ์มีอารมณ์เป็นเชิงผสมผเสเป็นปราโมทย์ขึ้นมาได้แต่ว่าปราโมทย์มันไม่ใช่ปราโมทย์เต็มมันเป็นอนุมาศอนุโมทนา มาลีด้วยมาแปลอธิบายเคลียร์ให้เพื่อนฟังมันมีเศษเออมันก็มีได้คนเราอ่ะแต่เศษเหล่านี้เนี่ยเรารู้เท่าทันทับมันก็ไม่มีแรงอะไรนักหรอกแต่ถ้าเกิดว่าเราเองเราเผลอไผมันก็ไม่ดีเพราะงั้นท่านถึงได้เตือนเราว่าอย่าอยู่ด้วยความประมาทเจ้าแม่มันมีซะทีเดียวเอ๊ะมันก็แข็งแล้วมันก็เลยดูมันมันก็เลยไม่ต้องสัมผัสอะไรกันในโลกมันมีความสัมพันธ์และมีความสืบต่อเพราะฉะนั้นไม่มีหางได้ถ้าเป็นใช้คำว่าอนุโมทนาสาธุให้มันเป็นอย่างนั้นที่ใช้คำว่าอนุโมทนาเนี่ยใช้จนนอนหนูยอยักษ์อะไรที่มาตามท้ายคำว่าโมฆะเนี่ยโมฆะตัวเดียวหรือมะทะตัวเดียวมันก็แปลว่ายินดี วุฒิอะไรมันก็แปลว่ายินดีไอ้มธตัวนี้เหมาะมากกับททหารเนี่ยมันมีอะไรสิ่งหนึ่งตั้งลงที่จิตมันมีอะไรสิ่งหนึ่งอารมณ์สิ่งหนึ่งตั้งลงที่จิตวิทยาอะไรพวกนี้มันก็มาจากมะตูมรากเหง้าภาษาบาลีมะตะมอม้าทอทหารยินดีด้วยกับผู้ที่ได้ดีแล้วเราก็ตัดปล่อยเป็นอารมณ์พรมถ้าไปยินดีแล้วก็ไปติดในความยินดีสักทีมันก็ไม่ได้อีกนะถึงแม้มุทิตาพรมนี่ว่า สุทธาวาสแล้วเนี่ยมุทิตายินดีในผู้ที่เขาได้ดีแล้วแล้วเราจะไปตามติดอยู่อีกมันก็กลายเป็นกิเลสไปเป็นตัวสั่งสมลงจิตเหมือนกันเพราะเราจะไปเอาถึงขั้นนู้นไม่ได้เราจะต้องตามให้ละเอียดแล้วก็อ่านผิดด้วยกันรู้จิตของเราเข้าใจว่ามันละเอียดลึกซึ้งเข้าไปมันจะมีเศษอาหารของอนุโมธนาอนุโมทนามีอารมณ์ยินดีบันเทิงนิดหน่อยอะไรเนี่ยเป็นน้อยๆอนุน้อยๆตามมามีอารมณ์อันนี้ตามอนุมัติแปลว่าตามก็ได้แปลว่าน้อยก็ได้มันมีอันนี้ตามมาหน่อยๆมีหางตามมาพิเศษหาตามมาอะไรเนี่ยก็ก็ยังดีก็ยังพอเป็นไป แต่เรารู้เท่าทันแล้วไม่มีปัญหาถ้าสมมุติว่าเราไปมีอย่างรุนแรงเรียกว่าเป็นความยินดีเลยทีเดียวเป็นความกำหนัดเป็นความบันเทิงไม่ได้เพราะยินดีตอนนี้ถึงขอกำชับกับชาลงไปว่าถ้าแปลถ้าบาลีตัวนี้ไม่รู้ว่าบาลีตัวนี้มาจากอะไรในบทนี้ไม่รู้ว่ายินดีคืนนี้แปลภาษาบาลีตัวไหนและที่กล่าวให้ฟังแล้วบาลีที่แปลว่ายินดีมีเยอะอะไรทำไปมันต้องกินดีที่เป็นปิติเป็นภาษาในองค์ฌานหรือแม้แต่ปิติตัวนี้อยู่ในโพชฌงค์ถามว่าพี่ติดตัวนี้มันไม่ได้หมายความว่ายินดีและก็บันเทิงรื่นเริงอดีตอร่อยนะไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นมันหมายความ รู้ดีเห็นดีทีนี้เอาภาษาทางทวารยินได้ยินมาเรียกซะเป็นยินดีและอยากไปใหญ่เลยกลายเป็นสภาพที่ให้รสชาติเป็นกิเลสตัณหาว่าเราถ้าเรียกว่าเห็นดีหรือรู้ดีว่าคุณก็เข้าใจว่าเออก็น้อยลงไปมีเชิงของความสั่งสมรสชาติทั้งโลกน้อยลงไปรู้ดีมันก็เป็นภาพจิตเท่านั้นเองเห็นดีก็เป็นความรู้เหมือนกันมันเห็นดีรู้ดีมันก็ยังไม่เท่าไหร่พอออกมาเป็นภาษาไทยว่ายินดีเรื่องล่าบันเทิงปลื้มเพลงปลื้มเปรมอะไรขึ้นมาเลยความหมายของยินดีเป็นงาน พอจึงได้พยายามกำชับกัมพูชาลงไปว่าระวังนะที่ใช้คำว่ายินดีภาษาไทยเนี่ยบางทีเนี่ยคนที่เขาใช้มาก็แปลมาแปลภาษาของพระไตรปิฎกหรือแปลภาษาบาลีมารจับโป๊ะใส่เข้าไปแล้วความหมายของไทยเองนี่มันก็ไม่เท่าพ่อก็แปลใส่จับภาษาใส่โดยที่ไม่รู้ขนาดหรือไม่รู้อาการะลักษณะของมันว่าอันนี้จะเอาอ่อนแก่แค่ไหนมาใช้มันก็จะเป็นเนี่ยเราอธิบายธรรมะขั้นละเอียดมาแล้วเพราะฉะนั้นมีความชอบของชามันเป็นเรื่องของจิตที่ละเอียดถ้าไม่รู้อย่างนี้แล้วก็จะยุ่งอะไรทีนี้ถ้าบอกว่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายมีรูปเป็นที่ยินดีเพราะฉะนั้นจะยินดีอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็ไม่ส่งสงสัยอะไรเพราะว่าในที่นี้ ขายได้อยู่แล้วกำหนดแล้วในรูปบันเทิงด้วยรูปเต็มพร้อมยืนยันไปเลยหรือไปติดตัวนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ยินดีตัวนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่ปิติก็ไม่ว่าพอรู้ดีแล้วก็เกิดกรรมหนักแล้วก็เกิดบันเทิงเลยย้ายขึ้นไปเรื่อยๆนะยินดีกำหนดบันเทิงเนี่ยใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆนะหนักขึ้นไปเรื่อยๆเป็นเชิงที่ทำให้ผิดนี่มันสั่งสมลงไปเรื่อยๆอยากขึ้นเรื่อยๆถ้าเทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์อยู่ถ้ามีอาการอย่างนี้แล้วก็พระพุทธเจ้าท่านยืนยันยันออกไปเลยว่าที่มีอารมณ์จิตอย่างนี้แหละอย่างเป็นผู้ที่ต้องอยู่กับทุกข์หรือทุกข์นี่แหละมันจะต้องมีการแต่ต้องได้ทนทุกข์มีอยู่เพราะว่ามันเป็นเหตุแห่งทุกข์อันชัดเจนท่านยืนยันเลย เทวดาและมนุษย์ย่อมทนทุกข์อยู่ถ้ามีอย่างนี้อยู่ถ้าอยู่อย่างนี้ถ้าเป็นอย่างนี้เพราะความแปรปรวนความกระจัดกระจายความแตกทำลายของนั่นแหละทั้งหมดรูปลักษณ์พอมันจะต้องเป็นจริงความแปรปรวนความกระจัดกระจายความแตกทำลายต้องเป็นจริงแต่เมื่อผู้นี้ไปยืนหยัดที่จะต้องไข้ต้องอย่างได้ไอ้สิ่งเหล่านี้มันไม่เที่ยงมันจะได้ก็ได้รูปไหนจะได้ก็ได้รสไหนกลิ่นไหนเสียงในสภาพไหนมันจะได้ก็ได้มันจะไม่ได้ก็ได้ถ้าอยากได้ยังไงยังไงบางทีก็ไม่ได้บางทีมีเงินล้านมีอำนาจมียศมีสมบัติมันยังไม่ได้สมใจกันได้ไอ้ตัวที่ไม่ได้สนใจนี่แหละตัวทุกข์ มันต้องพูดได้ไม่มีความอยากและไม่มีความกำหนดหมั้นหมายกับพวกนี้เลยได้ก่อนรู้เท่าทันไม่ได้ก็รู้เท่าทันและก็นอกจากได้หรือไม่ได้แล้วไม่เติมอีกตัวนึงไปเลยว่าเป็นอยากได้แม้มันมาโดยที่ไม่ต้องอยากได้เธอก็ไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่ยินดีไม่เสียใจไม่ดีใจอะไรไม่ได้ก็ไม่ทุกข์ไม่ร้อนไม่ยินดีไม่เสียใจไม่ดีใจอะไรเพราะฉะนั้นอย่าว่าแต่อย่าได้เลยแม้ไม่อยากมันมีไปมีมาก็ไม่ๆๆไม่ต้องทุกข์ไม่ต้องร้อนยิ่งมียาได้แล้วมีหรือที่จะไม่ถูก นกตัวอย่างแล้วยังไม่ได้สมอย่างนี่เห็นชัดเลยว่าถูกได้สมอยากมาก็บำบัดทุกข์เท่านั้นเองไม่ใช่หมายความว่าสุขภาษาแทนว่าสุขแต่แท้จริงก็ได้เพียงแต่บำบัดทุกข์ไปชั่วขณะนั้นเท่านั้นเองถ้าไม่ได้แล้วชัดเจนคุณทุกข์อยู่นั่นแหละให้มันไม่ได้และลงอยากได้แล้วมันไม่ได้ทุกข์อยู่นั่นแหละทุกข์อยู่นั่นแหละนั่นไม่เห็นทุกข์ยิ่งชัดเพราะแม้จะได้มาเสพสมมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันพ้นทุกข์เป็นแต่เพียงมันบำบัดทุกข์มันแก้ทุกข์แก้ที่จะต้องการแก้ความอยากเท่านั้นนะมันไม่ได้พ้นทุกข์เลยนะทุกข์มันยังอยู่นะฟังดีๆนะเนี่ยอธิบายสอน มันไม่ได้หมายความว่าเราล้างทุกข์นั้นออกไปนะเพราะเรายังยึดมั่นยึดมายังอร่อยติดอยู่เป็นแต่เพียงบำบัดไปคราวนึงแล้วมันก็จะเซ็นหรือมันก็จะต้องหยุดต้องพักมันไม่ได้ล้างเลยมีแต่มันจะหนาเข้าไปอีกติดเข้าไปอีกชินชาแล้วต้องรสจัดกว่านี้นะต่อไปทำไมรถจากตัวนี้ไม่ได้แล้วไม่รู้สึกว่าจะบำบัดและเบาไปใช้ยาขนาดนี้พอใช้นานๆเข้าผิวด้านผิวเซ็งๆกล้าซะแล้วใช้ไม่ได้ยาต้องให้จัดให้แรงขึ้นไปอีกเพราะฉะนั้นยาที่จะมาใส่แผลนี้หรือว่าจุดนี้อีกนะต่อไปจะเอามาใส่จุดนี้ต้องแรงขึ้นอีกนะต้องจัดขึ้นอีกนะนี่เป็นลักษณะธรรมดาที่มนุษย์ชาติทุกวันนี้ ไม่เคยไหวตัวไม่เคยเรียนรู้แล้วก็ไม่ประมาทอยู่ประมาทอยู่เนี่ยจัดจ้านขึ้นไปตรงกลางกรุงอบายมุขปรุงอะไรเสร็จสมสุขสมลุงสวรรค์ยิ่งปลงสวรรค์สูงเขายิ่งขุดนรกต่ำฟังมันเป็นทิศทางเดียวกันเลยเขายิ่งปรุงสวรรค์สูงรถสวรรค์ยิ่งจับยิ่งยากเขาเท่ากันทิ้งดิ่งลงนรกยิ่งต่ำต่ำลงไปเขายิ่งเจ็บแสบเขายิ่งเหน็บเหนื่อยเค้ายิ่งหนักหนาเหมือนกับที่ยานี้ต้องยิ่งแรงยิ่งแพงยิ่งจัดจ้านถ้าผิวคลายไม่เคยกินแต่สิ่งนี้ไม่ทนทานไม่ได้พอแล้วยานิสัยปั๊บโอ้โหละลายตายเลยเอายาที่มาใส่ปั๊บนี่ไอ้ผิวน่าจะทำลายไปเห็นชัด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] บ่เป็นพุทธังสะระณังคัจฉามิธัมมังสะระณังคัจฉามิสังฆังสะระณังคัจฉามิขอถึงถึงซึ่งพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ถึงซึ่งอย่างที่พระพุทธเจ้าพาเป็นอย่างพระธรรมคำสอนที่จะให้บอกเลิกอย่างพระสงฆ์ที่ท่านเป็นไปจริงทรงอริยสงฆ์ด้วยขอถึงเอาแบบเอาอย่างจะทำตามจะเข้าใจตามจะเห็นดีจะต้องเดินทิศทางนี้เขาเป็นแต่เพียงเพลงปากพูดพล่อยๆหรือลอยๆอยู่ตามจารีตประเพณีเท่านั้นเองเขายังไม่ได้ถึงไตรสรณาคมจึงถ้าคนไหนถึงจะไตรสรณาคมจึงปัญญาเปิดความเห็นแจ้งความเห็นโทษภัยมีอาทีนวญาณเห็นจริงบอกว่าถ้าเราเป็น สั่งสมดังนี้ลงไปเดินในทิศทางเข้าไปให้มันหยาบกร้านหนาด้านชาอะไรขึ้นไปอีกมากสิเพราะฉะนั้นพระสงฆ์ก็ดีพระธรรมคำสอนที่ให้เราเลิกมาก็ดีพระพุทธเจ้าพาเป็นคดีต้องเข้าใจพระพุทธเจ้าแล้วคราวนี้ถึงพระพุทธเจ้าก็เข้าใจพระพุทธเจ้าไม่ใช่ถึงพุทธังสะระณังก็ถึงได้แค่ภาษาพุทธะหรือว่าพุทธศาสนาถึงจะต้องมีทองเหลืององค์นี้ทองแดงองค์นี้ทองทำอะไรไม่ใช่อันนี้มันไม่ได้ถึงเลยถ้ามันถึงพุทธเรารู้เลยว่าคุณพุทธคุณของพระพุทธเจ้าคืออะไรคนรู้จักก็เป็นคนแต่คนอย่างพระพุทธเจ้ามีอัจฉริยะอย่างไรมีความเป็นอยู่อย่างไรท่านบริสุทธิ์บริบูรณ์อย่างไร มันต้องเข้าใจเลยว่าเราจะต้องบริสุทธิ์ไปอย่างนี้ไม่ใช่ไปเป็นอย่างคนโลกโลกจึงจะเรียกว่าอริยะพระพูดถึงไตรสรณคมน์ๆสมมติถ้าถึงจริงแล้วเป็นอริยะแม้ถึงไปสะสมเพียงรอบรับนิ้วมือเดียวท่านจึงบอกอานิสงส์สูงนักยิ่งก็ใส่บาตรกับพระพุทธเจ้ายิ่งกว่าได้ใส่บาตรพระพุทธเจ้ามีอานิสงส์สูงสูงกว่านั้นอีกทีได้คิดถึงใครสนทนาของระบบมีอานิสงส์สูงกว่าใส่บาตรพระพุทธเจ้าได้อานิสงส์อ่ะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะคำว่าถึงศาสนาคริสต์ผู้ใดไม่รอบรักถึงจริงแล้วก็เข้าใจแหมไม่รู้ถึงนี่ขนาดนี้เนี่ยญาติโยมหรือใครจะขายหรือ คนต่างเข้าใจนี่ครับยังเข้าไปถึงฟังธรรมนี้เข้าใจถึงใจสมาคมมันต้องลึกซึ้งอย่างนี้แล้วต้องทำใจให้เป็นอย่างนี้ด้วยให้มันเข้าใจว่าเราถึงไตรสรณคมน์เนี่ยเพราะทุกทีที่อาตมาบอกพอบอกนะโมตัสสะพระพุทธังสะระณังคัจฉามิเนี่ยแล้วก็เตือนยามภาษาลงไปเนี่ยไม่ใช่คุณมาลอยๆลอยๆพุทธังสะระณังธัมมังสะระณังเป็นแต่เพียงภาษาสมมติศิลปะปรามาสจึงไม่ได้นานๆถ้ามีความจำเป็นที่จะไม่ย้ำต้องย้ำต้องย้ำโลกเขาปรุงด้วยรถของโลกดึงมาให้จัดจ้างฉันไปธรรมะก็เหมือนกันดึงมาจัดจ้านคล้ายกันดึง เทพแรงเหมือนกันเพราะอำนาจโลกดึงไปได้ทิศทางเนี่ยได้แรงดึงขนาดนี้ทั้งๆก็ต้องมีแรงที่จะดึงมนุษย์นี่แหละมาให้สู่ทางธรรมต้องแรงขึ้นเหมือนกันแรงก็คือแทนที่จะให้ฟังพุทธังสะระณังคัจฉามิแรงแค่นี้ไม่พอเพราะไม่มีความรู้พอเลยและชินชาด้วยชินชาด้วยแทนที่จะใส่ใจสนใจว่าเอ๊ะมันแปลว่าไงนะไม่ต้องแปลนี่มันมาก็รู้แล้วได้ยินแล้วไม่มีเหตุผลใครก็สงสัยแล้วจะไปสงสัยทำไมก็ฟังไปท่องไปตามเขาก็แล้วกันก็เลยยิ่งเปล่าด่ายิ่งไม่มีประโยชน์อะไรเลยเพราะแทนที่จะเป็นอย่างนั้นเราก็อย่าไปให้เลยพุทธังหมายความว่าอะไรต้องทำใจยังไงก็เป็นไปยังไงไม่ใช่พุทธังพุทธังก็ฝากไปเฉยๆเป็นสี สามารถเป็นจารีตประเพณีเป็นอะไรไปเฉยๆไม่ใช่นะให้เข้าใจและทำจิตให้ถึงนะให้เป็นอย่างนั้นจริงๆนะเมื่อเป็นจริงๆพอเตือนติดปั๊บจิตของคุณเป็นจริงๆปั๊บแหมเข้าใจลึกซึ้งเห็นพุทธังสะระณังหมายถึงนี้เลยได้หมายลูกไปที่จิตได้กำหนดลงไปที่จิตได้มีความรู้ลงไปที่จิตมันก็เกิดแม้รักรอบนี้มือเดียวมันก็เกิดผลสูงเกิดผลอย่างเข้าถึงมีความหมายมีความรู้มีปัญญาอธิปัญญาเข้าถึงแล้วก็จิตใจของตัวเองก็เออจริงตัวโน้มดูดดึงหรือว่าเอียงเทมาจริงมันก็ได้ประโยชน์เพราะงั้นจิตที่ ผู้ที่แม้จะสูงให้เป็นผู้ที่ได้เสพสมสุขสมก็ตามก็ยังไม่พ้นนรกยังเป็นไม่ได้แปลว่าพ้นทุกข์ก็ยังอยู่ทุกข์กันเองแต่บำบัดบำบัดเท่านั้นและยิ่งบำบัดมากชาด้านยิ่งหนามากยิ่งจะต้องจัดจ้านมากจึงไม่มีทางทนนรกไม่ว่าประตูใดๆจะต้องมาทำปัญญาอันซ้อนให้แจ้งชัดลงไปอีกให้รู้ถึงว่าทุกสิ่งทุกอย่างตรงนี้นะไปเสพสมสุขสมไม่ได้พระพุทธเจ้าถึงรีบกลับไปว่าเนี่ยท่านรู้แจ้งความเป็นจริงซึ่งเหตุเป็นเครื่องเกิดขึ้นสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะเหตุของมันมาทั้งนั้นจรูปลดกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรพวกนี้เนี่ย จะไปสร้างไปก่อนคนเอากับข้าวมาให้อาตมากินทุกวันนี้บางคนปรุงมาโอ้โหรถจับเลยนะสีสวยบางคนใส่จานใส่ชามมาอย่างตกแต่งแต่นี่แต่นี่ยังชาวโลกนะไม่ได้ประดิษฐ์หมายเอาสาระแต่ประณีตจะปรุงด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสตามโลกลงมาให้อาตมาอาตมาก็รู้แจ้งตามเป็นจริงซึ่งเหตุเป็นเครื่องเกิดขึ้นทีก็ปรุงมาแหมงามพริ้งเงี้ยถ้าผมว่ายิ่งคนไม่รู้เลยนะเอามาจากเหลาเลยสั่งให้เรียบร้อยวันนี้พระองค์นี้ได้ข่าวว่าหน้าเคารพนับถือฉันจะไปทำบุญกับพระองค์นี้ลุงมาอย่างเสด็จเลยเอามา วันนี้วันนี้ล่ะเราได้เอาใจเพราะเขามาอย่างไรเข้ามาอย่างที่เรียกว่าเขาได้มาอย่างนี้อย่างมากแล้วนี่เขาก็จะได้แสดงออกมาอย่างจริงใจของเขาเลยว่าเนี่ยฉันลงทุนมากนะฉันต้องไปเปลืองรูปเปลืองรถเปลืองกลิ่นเปลืองเสียงเปลืองทรัพยากรนี้หรือว่าเอาสำหรับนี้มาเนี่ยเอามาประเคนให้ท่านเนี่ยท่านต้องรู้ค่าราคาของโลกนะแต่ฉันลงทุนเยอะแล้วนะเนี่ยจะเอามาให้ท่านเพราะฉะนั้นท่านจะให้อะไรฉันได้ต้องให้ฉันมากๆนะฉันเอาลงทุนมาให้ท่านนี่ไม่ใช่น้อยๆนะนี่ราคาแพงนะผมรู้อาตมารู้ตามเป็นจริงครู วัดเขาลงทุนมากและก็เขาลงทุนจริงๆได้เจตนาของเขาก็เจตนาอย่างคิดนั่นแหละเขาคงคิดว่าโอ้ยทำไมรู้ว่าเราลงทุนมากๆนี่รักแล้วเราก็เราก็จะเห็นใจให้มากๆจริงเราเห็นใจให้มากๆแต่การเห็นใจของเราคือจะฆ่าคุณให้คุณรถไอ้พวกนี้ลงมาซึ่งคุณไม่รู้ตัวหรอกว่าคุณกำลังยื่นขอมาเขียนไม่รู้ตัวทีนี้เราก็จะทำให้เขาตื่นตกใจเฮ้ยไม่ใช่มันก็ตัดคอเขาก็ไม่ชอบเราก็ไม่ได้เขาจะต้องปรุงอย่างนี้เขาจะต้องอยู่บนโลกนี้ถ้าเราให้ทำให้ไก่ตื่นก็ไม่ได้เพราะฉะนั้นใครจะเอายังไงมาประเคนยังไงยังไงเราก็ต้องแหมตายมีมาอย่างเฟี้ยวเลยนะเต็มไปด้วยกามคุณรวมเป็นเสียงเรื่องบัตรเต็มเหนี่ยวเลยถ้าเราก็รู้แต่ ทำให้ไก่ตื่นไม่ได้เพราะจิตของเขาเป็นอย่างนั้นจริงๆเขาเห็นอย่างนั้นจริงๆวันนี้เลยสุดยอดมนุษย์ฟังดีๆนะสุดยอดมนุษย์สุดยอดของเขานะเขาบริสุทธิ์ใจนะพอจะรีบไปประท้วงป๊อกๆๆทีเดียวยังไม่ได้จึงจำเป็นเหลือเกินต้องอนุเคราะห์เออบางทีนี่โอ้โหแทนที่เราไม่น่าตัดแต่ต้องยิ่งต้องการที่เราจะไม่น่าปักนะแต่เรายิ่งต้องปรับทำเพราะอะไรในเชิงซ้อนพวกนี้นี่ยากเชิงซ้อนต่างๆจากเทวดาและมนุษย์ก็เป็นอย่างนี้แล้วเขาก็ยึดอย่างนี้อยู่ถ้าเราไม่รู้แจ้งตามเป็นจริงเขาเอามาครบกลุ่มเราเลย ปฏิเสธกิเลสตัวเองด้วยคุณก็ถูกครอบงำพวกนี้เข้าไปแล้วคุณก็หนาก็ด้านก็ชินชาไปอีกอย่างโลกเลยเพราะฉะนั้นต้องบอกต้องปัดเวทต้องปัดเวทต้องพิจารณาต้องเตือนสติตนแม้กินแม่อยู่แล้วโดยเฉพาะอาหารต้องกินทุกวันยิ่งเรามีคนรับนับถือมากจะมีอดิเรกลาโพธิ์มีลาภมากมีคนปรุงคนต่างคนก็คบกันยิ่งมากถ้าเรายิ่งไม่มีสติสัมปชัญญะไม่มีความรู้จริงตามเป็นจริงโดยเฉพาะกิเลสรากเหง้ากิเลสที่เป็นอนุสัยอาสาของเรายังไม่สิ้นเชื้อเพราะมันจะต้องได้ปุ๋ยอยู่เรื่อยแหละมันได้ปุ๋ยได้อาหารเติมอยู่ด้วยแหละอ้วนหมีพีมันขึ้นเรื่อยๆแต่ถ้าขาดรากข้าวเสร็จแล้วแล้วก็ง่ายหรอกก็ยัง วัดประมาทไม่ได้นะประมาทไม่ได้ทำเป็นเลาะเล็มทำเป็นเผลอๆไปหาไอ้นี่อีกนิดหน่อยเติมหน่อยเดี๋ยวก็ 2 หน่อยเดี๋ยวก็ 3 หน่อยแล้วก็ 4 หน่อย 5 หน่อยแต่มันไม่ได้บอกเราว่ามันหน่อยแล้วนะ 6 หน่อยแล้วนะระวังนะมันไม่บอกเราหรอกมันจะตีกลบเกลื่อนเราเลยบอกว่าแล้วจริงๆก็น้อยๆอยู่อย่างเก่าแต่ที่จริงหน่อยหนาแล้วหน่อยอยากกินแล้วน้อยโตแล้วนะมันไม่รู้ตัวมันหน่อยอยู่เรื่อยแต่จริงๆมันหน่อยตัวเบรคแล้วนะเนี่ยอย่างนี้มันเป็นได้ต่างกันของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแตกต่างรู้ตามเป็นจริงซึ่งเหตุซึ่งเกิดขึ้นเหตุเพราะคนที่เขาปรุงมานั่นแหละเป็น จิตก็เข้าเป็นอย่างนั้นจิตของเขาติดอย่างนั้นอยู่จิตก็ถือว่าไอ้ยอดเขาก็มาถึงแม้จะมาอย่างนี้ถ้าคนรู้เท่าทันแล้วเออก็อย่างนี้ถ้าเราจะรู้กำหนดหมายคราวนี้ก็เท่านี้แล้วเราก็ไม่ได้ยินดีไม่ได้เปิดเผยไม่ได้บันทึกอะไรไม่มีจิตก็ไม่มีน่ากินจริงก็เห็นแล้วเริงร่าใส่เลยไม่มีจริงๆนะเห็นน่ะอืมรู้เราไม่ได้หลงระเริงเราไม่ได้บันเทิงเราไม่ได้กำหนดเราไม่ได้ยินดีฟังให้ดีนะเนี่ยพอรู้ตามเป็นจริงแล้วความกำหนัดความยินดีความหลงระเริงบันเทิงสาวไม่มีนะ ถ้ามันมีมันมีมันก็มีที่ติดเลยพอพับที่เผลอแล้วโอ้โหปักให้หนักไอ้นี่เอาให้หนักมันมันเกิดจริงนะฟังดีๆอ่านผิดแล้วก็เทียบเคียงหรือเปล่าพอพับมาแทนที่มันจะรู้จริงตามเป็นจริงแล้วก็อาจจะทำยังไงดีครับอาหารจานนี้หรือกับสิ่งที่คนนี้ทำนำมาแล้วจะทำยังไงดีมันไม่ได้คิดค่าคำนวณไปอย่างนั้นหรอกมันจะรับสภาพทำยังไงดีเหมือนกันจะตัดให้เยี่ยมเลยนี่แหมใหม่มัน
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive