230606-401 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์25 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 6 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกอาการศึกษาธรรมะท่านบอกว่าเป็นการศึกษาที่มีความจบหรือมีคำว่าจบมีคำว่าหยุดหรือตายสนิทหรือดับสนิทผู้ในเชิงของปัญญาก็เรียกว่ารู้แจ้งแทงทะลุหรือว่าหมดสงสัยเข้าใจอย่างแท้จริงไม่มีอะไรที่จะเป็นเรื่อง ไม่ก่อให้เกิดเรื่องลำบากใจทำบุญใจหรือว่าเรื่องจะต้องมีอะไรเป็นอย่างนู้นอย่างนี้เพื่อที่จะเป็นไปหรือเพื่อที่จะอยู่เพื่อที่จะตายอะไรมันไม่มีแล้วคำว่าจบหรือว่าจุดหมายปลายทางของศาสนานี้มันจะเป็นเรื่องจริงที่พูดได้ศึกษาและได้ปฏิบัติมาเรื่อยๆเรื่อยๆเราจะตัดโลกหรือดับโลกหรือหยุดโลกไม่หมุนเวียนไม่ไปเกิดไม่ไปเป็นไม่เป็นมีไม่อยากได้มันจะตัดออกไปตัดออกไปจริงๆจนที่สุดเราจะจบลงที่เขามีอยู่เขาอยากได้อยากมีอยากเป็นอยากเสพต้องเป็นหยาบไล่ลงไป เรื่องถึงโลกที่มันไม่มีตัวตนเหมือนกันในวันโลกแห่งอัตภาพหรือโรคตาจิตใจเราเองนี่ไปปั่นไปสร้างเป็นวิมานอย่างนั้นเป็นความหลงยึดอย่างนี้แม้แต่ไปยึดเอาโลกที่ดีๆโลกที่งามๆโรคจิตประเสริฐซึ่งจะต้องเป็นโรคที่ต้องเป็นอีกด้วยเมื่อเราเองเราไม่ติดในโลกอะไรให้แก่ตนเสพแล้วเราก็ยังจะต้องไปติดในโลกที่เป็นความดีงามจนมันเกิดกิเลสมานะจนกิเลสอันปรุงไม่หยุดไม่สามารถจะระงับความปรุงหรือความปรารถนาดีไม่ได้จนเกินการมันก็จะก่อทุกข์เวียนวนกลับมา แม่ถึงขนาดอย่างนี้เราก็จะต้องอ่านเรียนรู้แล้วก็ทำความจบด้วยความพอดีแม้จะทำความดีก็มีความพอดีเหมาะสมไม่ใช่ดีมากเกินไปดีเกินจนเกินการก็ไม่ใช่และความหมายที่ใช้ภาษาฟังดูแล้วมันก็ดูมันย้อนแย้งรักลั่นหลบไปหลบมาอยู่มีอยู่บ้างแต่แท้จริงแล้วผู้ที่เข้าใจโดยสัจธรรมเข้าใจถึงความจริงแล้วเราจะไม่มีปัญหาสงสัยเราจะทำได้เราจะทำตรงทำถูกต้องและเราก็ไม่มีการหวั่นไหวใค

อ่านต่อ

รเขา ตามเราหรือไม่รู้ตามเราก็ตามเราก็ไม่ไม่ประหลาดใจอะไรแม้เขาไม่รู้เราจะช่วยบอกเขาบ้างเขาจะบอกผู้ไม่รู้เลยนอกจากไม่รู้แล้วยังมาจับช่วงมาย้อนแย้งที่รันฟันแทงเอาสิ่งที่เขาไม่รู้นั่นแหละเอากับเราด้วยเราก็ยังเข้าใจแล้วก็ยังอภัยไม่ถือสาเพราะว่าเราจะรู้เขาเท่าทันว่าเราเขาไม่รู้เราเองเราก็รู้อยู่แก่เราเขานั้นไม่เข้าใจถึงได้เราก็อภัยมันถึงเป็นอย่างนี้มันถึงขั้นอย่างนี้จริงๆเราจึงจะ บอลโลกแต่ละระดับโลกแต่ละขั้นเรามีความจบแล้วจบจริงๆเมื่อไหร่เมื่อไหร่ถ้าเรามีสติสัมปชัญญะรู้ตัวอยู่ตลอดขณะนี้โลกเรานั้นเหล่านั้นเราไม่มีความอยากเราไม่มีความเสพเราไม่มีจิตเราไม่มีอะไรหรอกเราไม่ต้องมาสนองอารมณ์อย่างอารมณ์เสียอะไรหรอกแต่ว่าก็ไม่ใช่คนที่จะมันเกลียดเมื่อเราเองเราไม่ได้เอร็ดอร่อยก็ไม่ใช่ว่าเราจะกลายเป็นไม่ชอบช่างผลักไสรังเกียจฉันไม่ยอมเป็นไม่ยอมมีไม่ยอมรับไม่ยอมสร้างไม่ยอมสรรค์ไม่ยอมทำร่วมด้วยก็ไม่ใช่ เรายินดีมีฉันทะในการงานที่เหมาะสมควรตามแต่เราจะเป็นผู้ที่ทำงานได้แล้วจะกลายเป็นตัวงานก็จะกลายเป็นเครื่องยนต์พิเศษในเครื่องจักรพิเศษที่เราจะทำอยู่ตามปัญญานี่แหละปัญญาของเราเองด้วยเป็นเครื่องเห็นเป็นเครื่องคัดเลือกอย่างจริงใจที่จะสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดีที่สุดไล่ลงมาคือสิ่งที่ควรที่สุดในความเต็มใจสบายใจจะเรียกเป็นในภาษาว่ายินดีหรือฉันพระหรือว่าพอใจในการที่จะทำไม่ใช่ว่ามันมีอะไรขั้นขวางไม่มีอะไรขัดใจแต่พอใจยินดีอยู่ ใจดีหลวงพ่อรู้ดีเพราะว่ายินดีเพราะว่าเห็นดีจึงสร้างสรรค์สิ่งดีนี้อยู่อันนี้เป็นความรู้ที่แท้จริงของผู้ที่ถึงที่จบเพราะฉะนั้นกรรมการงานที่เกี่ยวกับธรรมเหล่านั้นโดยตัวเราสร้างเราดูตัวเราทำนั้นมันก็ยังเป็นความจบอยู่ในตัวเพราะเราทำแล้วทำแล้วก็จะเกิดแล้วเราก็จะใช้ปัญญากลั่นกรองสร้างสรรค์ในการกระทำนั้นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ทำแล้วก็ปล่อยไปทำแล้วเราก็ไม่มีอะไรต่อเราไม่มีการหวังแรกหวังที่จะมาเสพผลอะไรแก่เราอีกแต่เราก็ไม่ใช่ว่าจะทำแล้วก็ทิ้งขว้างเลยทำแล้วก็ดูบทบาทมันบ้างว่ามันไปแล้วจะตามเช็คผลมันเล็กน้อยตามเช็คผลก็ไม่เล็กน้อยและดูพอสมควร เออฝนมันดีนะมันเป็นไปจริงนะเพื่อพิสูจน์ว่ายืนยันเพื่อเช็คความรู้ว่ามันถูกจริงดีจริงได้ประโยชน์จริงหรือเปล่าไม่ได้ประโยชน์จริงแล้วก็มุทิตาก็ยินดีตามอีกสักนิดหน่อยว่าอนุโมทนามุทิตาก็ดีแล้วล่ะแต่เป็นการตามความดีนั้นเพื่อรู้ตามความไปดีหรือไปสร้างผลที่ดีไปก่อนก่อที่ดีต่อไปแล้วตามที่เราได้เจตนาหรือไม่ได้ไปก็พอสิ่งที่ดีทำแล้วมันไปไม่ไกลไปไม่ถึงหรือว่าไปถึงแต่ไม่เป็นผลเราก็จะได้มาแก้ไขจะได้มาปรับปรุงเราจะทำให้ไปได้เป็นผลดีถูกต้องด้วยและก็ ไปได้ไกลด้วยไปได้ยาวนานด้วยอย่างนี้เป็นต้นมันถึงจะเป็นสิ่งที่ประเสริฐอยู่ด้วยคงทนถาวรเรารู้เราเข้าใจแต่ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นจนกระทั่งเกินความเก่งของตัวเองแล้วก็ได้แต่อภิบาลราชการอยากได้อยากเป็นอยากเก่งอยากให้มันไปไกลอยากให้มันได้ผลมากอยากให้ได้ผลงานอะไรต่างๆนานาด้วยความโลภจะจัดเป็นการพิจารณาโลภะเป็นการเพ่งโรคจะเกินไปมันก็ไม่ได้ความอย่างนั้นมันก็จะทำให้ทุกข์มันเป็นอภิบาลเป็นอุปกิเลสล้ำหน้าเราก็ไม่ต้องมีเราต้องรู้ความจริงของอารมณ์จิตของเราแล้วพยายามลดละแล้วก็สร้างสรรค์ไปตามความ ดีแล้วก็ดูว่ามันเป็นไปตามบทบาทที่จะเกิดผลดีเท่าที่ได้ก็จะเป็นและเราก็ต้องไม่ลืมตัวที่จะตรวจตัวเองที่จะประมาณตนเองว่าเราทำได้แค่นี้ก็ดีแล้วเราก็พยายามขวนขวายกันอีกชอบปรารถนาจะให้ดีกว่านี้พ้นภัยขึ้นค้นคว้าขึ้นมันก็จะดีขึ้นจริงๆการดีขึ้นหรือการเจริญขึ้นในการสร้างสรรค์ก็ตามในการรู้จบในการทำความตายทำความจบทำความไม่ผิดไม่ยึดหมดอยากสิ้นเสพได้อย่างแท้จริงนั้นเรามีเราทำให้ได้เป็นขั้นเป็นตอนเป็นขั้นเป็นตอนเป็นฐานเป็นฐานนะแล้วเราก็จะหมดปัญหากู้ได้จริงหมดปัญหาไม่มีจะเป็นผู้ที่เป็นอยู่สุขใหม่เรียกโดยภาษาทางธรรมว่าไม่ไปไม่มา แต่ที่จริงเราก็ยังเดินยังไปยังมาโดยรูปโดยนามโดยรูปนามขันธ์ 5 ก็จะไปยังมาแต่จิตใจของเราสิสบายมันไม่ใช่ไปเพราะว่ามันต้องอยากไปอยากมาโดยเป็นกิเลสลนลานอะไรอยู่อย่างนั้นมันไม่มีจริงๆแล้วก็ขอให้พี่สูตรว่าเราเองเรายังจะไปจะมาจะอย่างโน้นอย่างนี้ถูกตรงนั้นไว้ติดตรงนี้อยู่เป็นอันนู้นอันนี้ที่ลุงโตงเตงอะไรอยู่ตรวจชนตั้งแต่สมบัตินอกตัวเรื่องราวองค์ประกอบที่เขาประกอบขึ้นสร้างขึ้นนอกตัวยั่วยวนเอาไว้ให้เราติดจนกระทั่งถึงวัตถุสมบัติจนกระทั่งถึงญาติที่โคโยตี้การแม้แต่มิตรสหายที่พักที่จริงจนกระทั่งติดความรู้ติดตัวเองติดตัวตนกิจกรรมที่ดีติดความสงบ ทำอะไรอยู่พิสูจน์เป็นจังซั่นตอนๆแล้วเราจะปลดปล่อยด้วยความรู้ยิ่งมันเป็นปัญญายิ่งเป็นวิญญาณทัศนะวิเศษที่จะได้เห็นว่าอะไรมันก็ติดไม่ได้แม้แต่นิพพานแล้วจะไปติดไปยึดเอานิพพานผูกแข้งผูกขาไว้นิรันดรก็ไม่ได้มันเป็นแต่เพียงครึ่งอาศัยบางครั้งบางคราวเราจะต้องปล่อยวางหรือทำลืมมันชั่วคราวไม่มีไอ้โน้นอันนี้ที่เป็นการสร้างสรรค์ที่เป็นสิ่งอื่นอยู่จะบอกว่านิพพานมันเป็นอย่างนั้นมันจะต้องวางตรงๆต้องเบาต้องง่ายมันไม่เบาไม่ว่างไม่โปร่งหรอกมันหนักยังได้เลยมันร้อนมันแรงมันยังมีอะไรที่จะต้องถูกต้องโยงอยู่ต่อๆไปอยู่บ้านมันไม่ใช่ขาดซะทีเดียวมันก็ยังมีอยู่ ไปแต่เราก็ไม่มีปัญหาเราจะปล่อยวางอย่างสนิทเด็ดขาดจริงๆเมื่อไหร่เราก็ทำได้แน่ๆไม่ใช่เรื่องที่ดูเข้าใจผิดตัวเองด้วยไม่ใช่ดูตัวเองผิดไปก็ไม่ใช่เราต้องตรวจสอบว่าจริงๆเราได้จริงๆแน่ๆวางมาดูไม่แน่ใจหัดวางกันเป็นเดือนเป็นปีก็ได้บางสิ่งบางอย่างถ้ามันยังไม่ชัดเจนต่อความจริงของเราแล้วก็เราต้องพิสูจน์กันว่าศาสนานี้จึงมีความจบมีความตายมีความดับสนิทโดยนัยยะดังกล่าวแล้วจึงขอให้แต่ละคนที่สูงที่สุดมาได้รอบสั้นรอบเล็กก็เป็นรอบนึงที่เราจบมาเป็นลูกๆหรือเป็นส่วนๆเป็นเรื่องๆแล้วจบแล้วดับสนิทจะได้เห็นวันนี้ผ่านนี่คือความดับสนิท มันคือความจบสิ้นอย่างเด็ดขาดนิพพานคือความไม่เวียนวนไม่มีวัฏสงสารที่จะต้องไปวนไปเสพวนไปติดบนไปหยาบวนไปมีความเป็นความได้ความอะไรที่จะให้มาแจกให้แก่ตัวตนเสพอีกไม่มีแล้วนี่อันนี้คือหลักการและนี่คือความหมายหนึ่งที่เราจะต้องรู้และเราก็จะต้องพิสูจน์เราจะได้เป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมมีทิศทางบริสุทธิ์ของวิหารคือมีเครื่องอาศัยเครื่องอยู่ไปสบายแล้วเป็นรอบเป็นรอบจะได้ไม่หลงว่าเราได้แล้วเราไม่ต้องทำอีกแล้วก็เลยกลายเป็นว่าเราไม่ได้อะไรที่กินได้และเราได้แล้วก็จะติดที่จะทำสิ่งของที่หารหรือเรียกว่ายาติดชาญเรียกว่าจะติดแป้นที่ได้เป็นขั้น 1 รอบ เท่านั้นมันยังมีรอบยิ่งรอบใหญ่รอบละเอียดที่เราจะต้องตรวจตัวเองที่เหลือเชื่ออะไรเหลืออีกเรื่องอะไรแล้วเราก็ถึงจะได้สบายขึ้นสบายขึ้นจนอิสระเสรีไม่มีอะไรเหลือที่เราจะติดอีกเลยเราดับได้สนิทหมดสุดท้ายเราก็อยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ผิดอยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่พอเป็นไปตามควรอันไหนที่เราจะพยายามทำทีทำท่าคือหางเว้นก็ไม่ใกล้ชิดเพื่อไม่แตะต้องเพื่อไม่คลุกคลีเราก็จะทำทีท่าอย่างที่จะเป็นอานิสงส์เพื่อผู้อื่นเพื่ออนุชนรุ่นหลังเพื่อยืนยันความจริงถ้ามันจำเป็นจะต้องคลุกคลีเกี่ยวข้องอยู่บ้างในส่วนที่เกี่ยวข้องเราก็ต้อง เข้าบ้านไม่เกี่ยวข้องบ้างอยู่ดีส่วนใดที่เราจะต้องเกี่ยวข้องอยู่จริงๆต้องแตะต้องต้องโยงใยกันอยู่เป็นธรรมตามสภาพเราก็จะต้องอยู่และเราก็ไม่รู้จะเอาพิสูจน์ยังไงว่ามันไม่พรากไม่ขาดมันไม่หลุดกันมันก็ต้องเกี่ยวข้องกันเช่น 10 กับอาจารย์การสร้างศาสนาด้วยมิได้ทุกทีอะไรพวกนี้มันจะต้องกระทำอยู่จริงเราก็จะต้องรู้ทั้งสภาพ 3 ลักษณะคือสภาพที่ไม่ต้องเลยตลอดชีวิตไม่ต้องเกี่ยวข้องกันไม่ต้องใกล้กันไม่ต้องคิดกันเลยไม่ต้องลองไม่ต้องสัมผัสกันก็ได้หรือสัมผัสบ้างไม่สัมผัสบ้างเกี่ยวข้องบ้างไม่เกี่ยวข้องบ้างแล้วแต่การรับโอกาสก็เป็นอีกนัยหนึ่งหรือบางอีกนัยยะบางนัยยะเกี่ยวข้องเลยจริงๆเราจะต้องเกี่ยวข้องทุกที อยู่ร่วมกันด้วยซ้ำเป็นไปร่วมกันเพื่อประโยชน์สร้างสรรค์จริงๆหรือเพื่อชีวิตตนที่จะต้องอาศัยรูปนามขันธ์ 5 นี้ต่างๆมันก็จะมีสภาวะอย่าง 3 ลักษณะนี้อยู่จริงเราก็จะไม่สงสัยและเราก็จะอนุโลมปฏิโลมตามที่สมควรเหมาะแก่ความเป็นจริงตามความแท้จริงนั้นๆจึงจะเป็นผู้ที่อยู่กับโลกอย่างเป็นครูเป็นแบบอย่างเป็นแม่พิมพ์และรู้จักยืดหยุ่นรู้จักใช้ปัญญาไม่มีเศษส่วนทำเพื่อตัวเห็นแก่ตัวอยู่แม้แต่คนดีและธุลีน้อยก็จะต้องตรวจสอบผ่านชัดเจนและเราทำไม่ลงตัวเราจึงจะเป็นผู้ทั้งสบายเราและทั้งเป็นประโยชน์เกื้อกูลผู้อื่นอย่าง [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน