230612-405 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์21 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

งามวงศ์วานนี้ได้กล่าวภาพพิมพ์ถึงว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จตรัสเคยผ่านสำเร็จกับใครก็คราแต่ก็จำเนื้อหาสาระได้ว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านกล่าวถึงว่าเรื่องที่ท่านยุ่งยากนั้นคือเรื่องอดีตส่วนเรื่องอนาคตเรื่องปัจจุบันนั้นไม่เท่าไหร่อันนี้ก็พวกเราในธรรมะสวัสดีโกได้ไปเปิดจดเอามาจากพระไตรปิฎกเอามาสู่กันฟังอย่างชัดเจนท่านกล่าวไว้ว่าอย่างนี้ถ้าเป็นสภาพของการส่งกั้นจิตจาก คำสัญญาในอดีตมีรายละเอียดเน้นไปถึงตามสัญญาว่าการโมโหกามคุณ 5 ที่เป็นอดีตเคยสัมผัสแล้วดับไปแล้วก็จริงแต่โดยมากจิตเราเมื่อจะแล่นไปก็ย่อมแล่นไปสู่กามคุณอันเป็นอดีตนั้นน้อยนักที่จะไปสู่กามคุณในปัจจุบันหรืออนาคตความทรมานความตกลงใจความตกลงใจได้เกิดขึ้นว่าความไม่ประมาทและสติเป็นสิ่งที่เราผู้หวังประโยชน์แก่ เพลงพึงกระทำให้เป็นเครื่องป้องกันจิตนี่ก็บอกความอยู่ชัดนะว่าเรื่องของจิตของคนนี่มันจะตกไปสู่ตามสัญญาหรือกามคุณ 5 ที่เป็นอดีตที่เคยสัมผัสแล้วดับไปแล้วมันก็ดับไปแล้วก็จริงแต่ว่ามันก็เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะให้จิตของเราน่ะไปผูกพันและติดอยู่ในอดีตนั้นสำคัญเพราะงั้นก็ขอให้พวกเราได้รู้รู้ความจริงจุดนี้ด้วยว่าณปัจจุบันขณะนี้เราสัมผัสเราได้ปฏิบัติมาจะมีผลเพราะในปัจจุบันในประเทศที่เรากำลังสัมผัสกระทบปัจจุบันนี้ ต่อสู้ก็พอได้แล้วมันก็จะลดลงลดลงอนาคตมันยิ่งจะเข้าใจว่าเราไม่เอาอ่ะผู้ที่จะเข้ามาปฏิบัติธรรมแล้วอนาคตเรายังจะไปเป็นไปมีไปหวังแสนสุขแบบกามแบบอะไรๆในอนาคตแน่นอนพวกเราถ้าคนที่เข้าใจจริงเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วไม่เอาแล้วอนาคตมันจะหดหมดก่อนมันจะเลิกละมาได้ก่อนแล้วก็มาต่อสู้กับปัจจุบันปฏิบัติสติปัฏฐานและเราก็จะได้ได้ความจริงคือปฏิบัติแล้วจนปัจจุบันกระทบสัมผัสแล้วเรารู้เรียนรู้การละการลดกระทบแล้วเราก็พอสู้ได้แต่กระนั้นก็ดีงามที่เป็นอดีตกามค

อ่านต่อ

ุณ 5 ที่เป็นอดีตที่เราเคยสัมผัสเคยผ่านมามันจึงจะเป็น เป็นเรื่องที่ทำให้เราต้องระลึกหรือว่าต้องเป็นไปกับมันอย่างที่ท่านตรัสไว้แล้วมันโดยมากมันก็จะติดดาวเมื่อจะแล่นไปมันก็จะแล่นไปหาอดีตหากามอันเป็นอดีตนั้นมันน้อยน้อยนักน้อยหนาที่จะไปเนี่ยเป็นไปในปัจจุบันหรืออนาคตอันที่ท่านจะมีผู้ปฏิบัติธรรมแล้วจะตกอยู่ในสภาพนี้ในวาระใดวาระหนึ่งเพราะเรื่องท้ายๆปลายๆที่เป็นการอดีตนี้เราก็จะต้องพยายามเก็บเก็บให้ละเอียดแล้วก็ปฏิบัติประพฤติด้วยกรรมวิธีที่เรากล่าวแล้วเราจะมีปัจจุบันมันไม่มีหรอกเพราะว่ามันไม่ใช่เรื่องปัจจุบันเราจะต้องใช้บุคคล วิธีที่เราค่อยพิจารณาถึงมันเสมอมันขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ให้รู้มันแล่นไปหาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้วเราก็ต้องพยายามที่จะพิจารณาด้วยวิปัสสนาญาณหาเหตุหาผลหาความจริงให้มันแทงทะลุให้มันเบาคลายตรงวางทุกทีทุกครั้งไปอันนี้แหละจะเป็นเรื่องต้อยติ่งเนื้อเป็นเรื่องที่ยังตามติดก็จะเริ่มเป็นเรื่องที่อะไรต่ออะไรอยู่เป็นเรื่องที่ถ้าผู้ใดทำถูกต้องโชคดีสิ่งเหล่านี้ก็ตัดได้สิ่งเหล่านี้ก็ได้ไวผู้ใดมีบุญอดีตมันไม่มีมันก็ต่อสู้แต่ปัจจุบันนี้ปกติที่ไม่ค่อยยึดไม่เคยติดไม่ค่อยมีไม่ค่อยอะไรมันยิ่งดีใหญ่มันเป็นกำไรเพราะว่าส่วนมากพระพุทธเจ้าท่านกล่าวว่าส่วนมากจะเป็นอย่าง แล่นไปในกามอดีตเนี่ยกามคุณ 5 ของที่เป็นอดีตนี่แหละเป็นส่วนมากเพราะส่วนคนอื่นผู้อื่นนั้นน่ะที่จะมาติดอยู่ในปัจจุบันหรือว่าไปหลงเพ้อปั่นอนาคตนั้นมันไม่หรอกบริษัทมันไม่ต้องขอเน้นให้เห็นในสำคัญในการที่กำลังกล่าวถึงเป้าประเด็นที่เราเองเรากำลังเรียนให้ลึกซึ้งแล้วก็ทำให้มันลึกขึ้นแล้วก็ทำให้มันหมดไปมันทำให้มันดับสนิทจริงให้ถึงนิพพานกันจริงๆไม่แน่ใจว่าปัจจุบันเราก็พออยู่ได้แล้วก็ไม่เกิดอะไรต่ออะไรนักหนาอนาคตมันก็หมดมันก็ไม่มีเรารู้อย่างสัมมาทิฏฐิและเราก็ไม่ไปสร้างไปฝันอะไรเราไปหวังอะไรมีแต่เราจะหวังว่าเราจะหมดเราจะเลิกเราจะละเรา เพราะเราเห็นในอานิสงส์แห่งการดับสนิทการขาดการไม่มีเป็นเรื่องของความบริบูรณ์ของคนเราไม่จำเป็นจะต้องไปมีกิเลสอะไรต่ออะไรยิ่งกิเลสกามกิเลสเดิมอะไรนี่เราเข้าใจอย่างดีแจ้งชัดอยู่แล้วมันก็ต้องพยายามเร่งทำเมื่ออนาคตก็ตัดปัจจุบันก็พอสู้ได้ก็ต้องเอาให้มันปัจจุบันให้สนิทแม้กระทบในปัจจุบันนี้ก็ไม่มีการหวั่นไหวไม่มีอารมณ์ปรุงเป็นกามอะไรขึ้นมาเราสามารถแข็งแรงมั่นคงตั้งมั่นเพราะฉะนั้นเศษที่เหลือจึงเป็นสภาพที่เป็นรูปราคะอรูปราคะหรือว่าเป็นจิตในจิตที่เป็นกามอะไรสัญญาณที่ยังตกตะกอนเป็นพวกอัศวะเป็นอันตรายเราจึง เรียนรู้ให้ลึกเข้าไปอีกเมื่อไหร่เก็บไร่กว่าแล้วจะนอนใจไม่ใช่เรื่องที่เราจะปล่อยปละละเลยถ้าไม่ดับเศษดับเชื้อที่มันหมดสิ้นเกลี้ยงมันก็ไม่ถือว่าการดับนั้นเป็นการดับอย่างสูงสุดจนกระทั่งสนิทเราจะเรียกว่าสนิทยังไม่ได้เราจึงจำเป็นที่จะต้องพยายามเรียนรู้ให้ลึกขึ้นไปขึ้นไปเพราะฉะนั้นเราจะไปตัดสินตัวเองว่าเราเองเราหมดกรรมเราหมดอะไรต่ออะไรที่มันเป็นของหยาบก่อนโดยที่เราไม่ได้อ่านให้ลึกไม่ได้ทำจิตให้แยกขายไม่ได้ศึกษาของตนเองอย่างจริงอย่างจังและด่วนตัดสินแล้วมันก็ยิ่งจะซวยเพราะว่าเราเองเรามีของเราแต่เราเองเราก็กลับลงงวดตัวเรา เราก็เลยไม่ต้องอ่านกันไม่ต้องตามดูตามเรียนตามรู้กันแล้วมันก็เลยค้างมันก็เลยต้องเหลือมันก็เลยชวนไปวันเวลาผ่านไปก็ถึงเวลาประเดี๋ยวก็ตายเลิกไม่ได้เรื่องได้ราวกันพอดีเพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่เราจะต้องเรียนรู้และปราบปรามด้วยกรรมวิธีต่างๆอิทธิวิธีต่างๆทำจริงๆแล้วเราจะรู้ว่ามันรถมันละจริงๆแล้วมันจะยิ่งลึกซึ้งขึ้นลึกซึ้งขึ้นเราจึงจะเป็นผู้ที่สบายแท้ถึงนิพพานอันเป็นที่ไม้ที่พัฒนาพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าเป็นของจริงเป็นของแท้เราจึงจะได้สิ่งนั้นอย่าหลงแม้จะบอกว่าหลงกามคุณ 5 หลงแล้วก็ไปตกอยู่ หลงกามคุณ 5 เป็นนิพพานหรือแม้จะไปหลงสภาพที่มีเหลืออยู่ในจิตหลงลูกเป็นจิตหลงฌาน 1 เป็นนิพพานหลงฌาน 2 เป็นนิพพานหลงฌาน 3 เป็นนิพพานแม้ที่สุดจึงหลงฌาน 4 เป็นนิพพานอาจารย์ 4 เป็นอุเบกขาฐานเป็นสภาพของฌานที่อย่างน้อยที่สุดในขณะที่เรามีวิตกวิจารเรามีการระมัดระวังเรามีการวิจารณ์อ่านดูรู้อยู่เราเห็นอารมณ์ในปัจจุบันนั้นไม่มีเป็นอุเบกขาอยู่เราก็อย่าเพิ่งไปลงว่าอุเบกขานั้นเราเป็นนิพพานแล้วมันเป็นฐานอย่างนั้นก็จริงอยู่เพราะเราจะต้องแนบเนียนเราก็จะต้องทำได้เสมอบ่อยแม้กระทั่งลาครั้งใดมันก็เป็นอุเบกขาแท้ อย่างมั่นใจแม้แต่จะกระทบสัมผัสเราก็ยังเป็นอุเบกขาไม่ใช่อุเบกขาที่ไม่รู้เรื่องแต่อุเบกขาที่หมดหวั่นไหวก็ต้องสัมผัสแล้วไม่มีอารมณ์ดีใจและก็ไม่มีอารมณ์เสียใจไม่มียึดติดไม่มีชอบใจและก็ไม่มีผลักนะครับว่าผลักไม่ต้องอ่านให้ดีมันคล้ายๆกันกับสภาพที่เราปล่อยวางแล้วเข้าใจเพื่อนๆว่าเราปล่อยวางแต่แท้จริงเราไม่ปล่อยวางจริงหรอกแท้จริงเราผลักเราไม่เอาเราดันออกจิตอย่างนี้มันมีรูปร่างทิศทางคล้ายๆกันกับความวางปล่อยแต่มันยังมีแรงมันยังไม่หมดแรงผลักขณะที่ยังมีแรงผลักอยู่นั้นจึงไม่ใช่ บริบูรณ์บริสุทธิ์แท้ความบริบูรณ์บริสุทธิ์แท้และแม้สัมผัสอยู่เราก็ไม่มีรูปรอยผลักเราสัมผัสอยู่ก็ได้และเราไม่ติดเราไม่ชอบเข้ามาเราไม่ชอบเราไม่ไม่จี๋จ๋าดูดดูดอะไรเราไม่มีดูดไม่มีดึงแต่สัมผัสอยู่ก็รู้ชัดเจนไม่ผลักไม่ใสไม่มีการอึดอัดขัดเคืองแม้สิ่งนี้เราจะประจันหน้าอยู่เราก็สบายๆเพราะฉะนั้นการที่หลุดวางแล้วจะสัมผัสก็ได้จะห่างไกลก็ไม่โหยหาจะสัมผัสอยู่ก็ไม่รีบผลักรีบห้ามหรือว่ารีบดันออกอะไรอย่างนี้ ไม่มีลักษณะที่ไม่เอาดันออกผลักไสอยู่มันยังเป็นลักษณะปัญหาชนิดตีกลับอยู่อย่างหนึ่งยังไม่เรียบร้อยในพวกเรานี่ยังเข้าใจยังไม่แยบคายในจุดนี้มีอยู่เยอะนึกว่าเราผลักไสนี้เป็นวางแล้วปล่อยแล้วที่จริงมันจะเป็นเรื่องของความไม่ชอบเป็นเรื่องของความไม่รับเป็นเรื่องของความไม่เอามันอย่างแรงเพราะเราเองเราสัมผัสสูงสุดเราเป็นไปได้อย่างสูงสุดนั้นไม่ปฏิเสธไม่สายแต่ว่าเราเองเราไม่ดีไม่รู้ไม่โกรธไม่เคืองไม่ชอบก็ไม่มีชอบก็ไม่มีทางเฉยๆว่าง ช่องว่างให้คำว่าวางว่างปล่อยนี้จึงเป็นเรื่องที่กระทบสัมผัสก็อยู่ได้เฉยๆไม่มีอึดอัดขัดเคืองอะไรเลยนี่ละเอียดฟังดีๆและพยายามพิจารณาให้ลึกซึ้งเราจึงจะเข้าใจว่าการวางการปล่อยหรือการที่มนุษย์หลุดพ้นสูงสุดนี้มันไม่ใช่สภาพที่ดีทั้งปากทั้งดูดดูดก็ไม่ใช่ผักก็ไม่ใช่จริงๆมันมีนัยยะที่ละเอียดลึกซึ้งอยู่อ่านอารมณ์จิตของเราให้จริงแล้วเราจะรู้จุดสำคัญเพราะเราหลายคนที่ยังมีสภาพผลักมากระทบแล้วทนไม่ได้ถ้ามีอยู่ใกล้กันก็ทนไม่ได้จึงไม่ใช่เรื่องที่วิมุติเป็นวิมุตสูงสุดหรือเป็นตัววางปล่อยที่แท้จริงอันนี้จะต้องรู้ในนัยยะใน ปัจจัยมากมายแม้แต่เรื่องของความเป็นสิ่งที่จะสัมผัสภายนอกแม้จะภายในก็ตามยิ่งละเอียดลึกซึ้งเข้าไปอีกจะทะเลาะอ่านไม่รู้ไม่เข้าใจไปทั้งหมดเราก็จะเป็นคนที่เอาที่สุดให้บริบูรณ์สูงสุดไม่ได้เพราะไม่เข้าใจสภาพความสูงสุดที่แท้จริงโดยนัยยะที่ได้อธิบายมาแล้วนั้นก็อาจจะต้องพยายามอ่านให้แยกคลายดูให้จริงให้ละเอียดละออเราจึงจะพบสภาพที่บริบูรณ์บริสุทธิ์แท้ได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน