240402-3-043 ทางเอกภาค3-ตอน043(หน้า285)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 2 เมษายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระปฏิวัติแนะนำอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาเรียนต่อกันนะถ้าตั้งใจฟังในเรื่องของภพหรือภาวะภพกามภพเราได้เน้นกันมามากแล้วมันก็เป็นเรื่องหยาบเป็นเรื่องแค่สังโยชน์เรียกว่าสังโยชน์ต่ำกว่าลำภาชีสังโยชน์หรือสังโยชน์เบื้องนอกทีนี้สดุธรรมภาคิยสังโยชน์เราจะต้องรู้จิตที่ผุดเกิดเรียกว่าพุทธะลอย เกิดจิตที่ลอยเกิดหรือจิตที่ผุดเกิด มันมีกำลังยิ่งกว่าตรงไหนมันมีกำลังยิ่งกว่าตรงที่มันง่ายและมันเร็วมันมีกำลังแรงเหมือนกันร้ายกาจเหมือนกันทั้งกามนี่เขาถึงฆ่าถึงแกงถึงเสียสละชีวิตสู้มันเพื่อที่จะได้เสพกามเขาทำได้สำหรับคนที่ติดสำหรับคนที่ยึดเขาขาดไม่ได้ชีวิตทั้งชีวิตเขาเสียสละให้แก่การไปเลยทีนี้เมื่อเราเองเรารักกามมาแล้วจะเอามาแลกขี้หมาแล้วก็ไม่เอาเมื่อเราเองเราไม่ติดในรูปรถเปลี่ยนเสียงสัมผัสในรากจะให้เราไปที่เล่นแรกแม้แต่การเสียสภาพของธรรมเล็กๆน้อยๆเราก็ไม่เอาสภาพของทำไปเป็นแรกเมื่อคนใดรู้แจ้งเห็นจริงมีหิริโอตัปปะตามภูมิฐานที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้นพระอริยเจ้าชั้นสูงขึ้นมาแล้วเป็นโสดาแล้วพอมาเป็นสัจธรรมมาเรียนรู้ถึงเรื่องของค่าของกามอย่างสูงขึ้นแต่จะยังไม่เรียนรู้ค่าของภพเพราะฉะนั้นเมื่อเราเอากามมาแลกเราจะแสดงท่าทีของการติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเราจะอายเขาจะมีธนาคารมีแต่ละอายจะไม่กล้าแสดงออกแม้แต่จะสิ้นชีวิตแม้แต่จะอดจะทนอย่างไรกำลังออกกำลังพลจะกล้าอดกล้าทนเพื่อไม่ให้มาแสดงท่าทีที่จะไปเสพกามภาษาอังกฤษธนาคารมีแท้กับอยู่ในภูมินี้จะกดคอมจะรักษาจะไม่ให้ การแสดงสภาพการออกมาในทางรูปรูปที่อย่าจัดแจงเข้าให้รูปละเอียดสุขุมประณีตขึ้นไม่ให้มีท่าทีของอาการกรามไม่ว่าระยะอย่างใดๆมันมีทั้งปัญญาและมันจะต้องฝึกหัดเจโตเจโตว่า 10 ประตูหรือหักชาญในจิตในการที่จะละรูปรถเป็นเ
อ่านต่อ
สียงสัมผัสจริงๆจะให้มันไม่มีอำนาจแม้มันจะเคยชินในเรื่องรูปถ้าหากสำรวมระวังรู้กายทั่วพร้อมกลายเป็นภายนอกก็จะจัดแจงระวังกลายเป็นภายนอกอย่างชัดเจนเลยว่าท่าทีอย่างนี้เป็นท่าที่แสดงอาการกรามทราบที่อย่างนี้เป็นท่าทีแสดงการเป็นทาสลาภยศสรรเสริญก็จะไม่ไม่ให้มันเกิด กริยาการผลักไสกริยาการไม่เอาก็จะแรงชัดก่อนแสดงการไม่เอาแสดงการรังเกียจแสดงการปฏิเสธถือว่าดีถือว่าโก้ก่อนก็จะแสดงการผลักไสจนกว่าจะมีจิตปฏิสังขรณ์คืนอีกทีนึงก็จะเห็นว่าออเราไม่เอาน่ะดีแล้วล่ะแต่เรายังแสดงท่าทีแข็งกระด้างตอบโต้การไม่เอาแรงจัดไปมันเป็นการไม่งามไม่เป็นกัลยาณมิตรจิตเรายังอำมหิตโหดร้ายรุนแรงก็จะบรรเทาอาการที่จะตอบโต้อย่างรุนแรงลงไปตั้งแต่อาการที่ผลักไสด่าทอรุนแรงทั้งทางกายดาวอรุณ เส้นทางวาจาจนกระทั่งถึงภาษาสำเนียงแม้แต่การแสดงสำเนียงประกอบไปในทางที่เกิดโดยจิตของเราจริงๆเราก็จะสำนึกสังวรระลึกรู้ว่าในการแสดงลีลาการแสดงสำเนียงเสียงที่เป็นการผลักไสรุนแรงเกินไปเราเองก็ยังไม่งามยังไม่เป็นกิริยาอันงามอันสมบูรณ์อันเป็นสันตะอันเป็นที่สุดอันเป็นความเรียบร้อยราบรื่นง่ายงามมันจะเป็นสภาพแรงก็จะรู้ก็จะประมาณลงด้วยสุดท้ายก็จะไม่ไม่มีการโต้ตอบรุนแรงจะ มัชฌิมาขึ้นมัชฌิมาขึ้นดูดไม่มีผลักไสก็ลดความแรงลงมาได้อีกก็จะเหลือแต่ในจิตของเราเท่านั้นเองจะเป็นอาการอย่างไรมันก็ตกเป็นเรื่องของภาวะภพทั้งสิ้นเดือนนี้ทั้งข้างนอกไม่มีกิริยาตายข้างนอกจะงามพร้อมจะสังวรระวังอะไรต่ออะไรได้ดีดีขึ้นดีขึ้นกริยากายก็จะลงร่องลงช่องจะลงรูปลงรอยมากขึ้นมากขึ้นเพราะกริยาก็จะดีตรงกระทั่งว่าแม่จะเจอสภาพกามก็จะยังเบิกบานแจ่มใสได้ยิ้มแย้มแจ่มใสไม่แสดงหน้าตาท่าทีบ่ฮู้ต่อ ต่อต้านไวเลิกอยากจะรู้กาลเทศะฐานะว่าตอนนี้เราจะแสดงก็จะมีเจตนาแสดงว่าตอนนี้เราไม่ไม่ต้อนรับแต่ถ้ามีอารมณ์มันจะมีอารมณ์จริงๆว่าเราไม่ต้อนรับพอมาสัมผัสก็เห็นอาการหน้าตารังสีราศีแสดงท่าทีออกมาปฏิเสธโดยไม่รู้ตัวจนกว่าเราจะฝึกศัพท์ว่าเรารู้ตัวสิจะไปแสดงท่าทีอย่างนี้มันไม่งามจะต้องมีท่าทีปฏิสันถารก่อนแล้วก็ค่อยๆว่าไปค่อยๆลดค่อยๆละถึงบทบาทที่จะแสดงหน้าไม่ชอบไอ้กฎการการจะแสดงหน้าไม่ชอบของพระอริยเจ้าชั้นสูงที่มีมโนชั้นเจตนาแสดงเป็นดาราตุ๊กตาทองแสดง ดาบผู้ที่แสดงท่าทีเพื่อเป็นสื่อความหมายให้แก่เขาข้างนอกให้เขารู้ว่าเราปฏิเสธหรือเราไม่เอาแสดงอาการไม่ชอบทางกายหรือเหมือนกับพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าท่านไม่ชอบทางบอกว่าท่านจะแสดงด้วยทางวาจาถ้าบอกว่าเราไม่ชอบแล้วนะอิทธิปาฏิหาริย์และเทศนาปาฏิหาริย์ท่านตรัสว่าท่านไม่ชอบเนี่ยมันเป็นการบอกจิตที่ไม่เป็นกลางมันเป็นการบอกจิตที่ไม่เป็นกลางที่จริงจิตพระพุทธเจ้าเป็นกลางไม่ชอบก็ไม่มีชอบก็ไม่มีทางไม่มีชอบไม่มีถ้าจะว่าไปแล้วแล้วถ้าพูดอย่างนี้ก็เป็นการจัดโกหกสิเพราะว่าจิตของ จริงๆก็ติดติดตั้งมีทั้งชอบและไม่ชอบต้องไม่มีทั้งคู่กลางแต่เมื่อท่านตัดออกไปอย่างนั้นเราจะไปถือว่าท่านโกหกไม่ได้เพราะท่านแสดงสิ่งที่เป็นสภาพที่ให้คนจนสุดแล้วก็ต้องแสดงสื่อความหมายตามสมมติสัจจะออกไปให้เป็นสมมติฐานให้เขาฟังให้เขารู้ว่าเราเองเราจะต้องปฏิเสธปฏิเสธโดยที่เรียกว่าเราเองเราจะต้องไม่รับเอาอันนี้แม้เราจะมีอันนี้แม้เราจะเป็นอันนี้ได้ด้วยซ้ำใครก็ไม่ปฏิเสธเราก็สมัครเจ้านั้นมีอิทธิปาฏิหาริย์มีอาเทสนาปาฏิหาริย์ใครก็ไม่ปฏิเสธแล้วท่านต้องมี นอนถ้าเธอทำได้ที่ว่าอริยสาวกองค์ที่เก่งในอิทธิปาฏิหาริย์และเทศนาปาฏิหาริย์ออกปานนั้นปานนั้นท่านก็ต้องเก่งด้วยแต่ท่านไม่เอาไม่ทำไม่เป็นไปแล้วท่านก็บอกว่าเราไม่ชอบเราเบื่อเราเกลียดชังต่างๆนานาอย่างนี้แล้วท่านตรัสออกมาเป็นคำพูดด้วยคำพูดเป็นภาษาบาลีมันก็เป็นภาษาบาลีแปลเป็นไทยมันก็เป็นไทยนั่นแหละแปลเป็นไทยก็อย่างนั้นมีความหมายอย่างนั้นก็เราก็เห็นชัดซึ่งไม่ได้หมายความว่าท่านตรัสโกหกแต่ท่านกลับด้วยสติสัมปชัญญะเพื่อผลเพื่อประโยชน์ผู้อื่นตัวท่านเองนั้นท่านไม่มีไม่มีอะไรเลยนะไม่มีถ้าไม่มีท่านชอบถ้าไม่มีทั้งทางถ้าไม่มีทั้งอะไรและเจตนาที่ว่าไปก็ไม่ได้ชัง จะทำแรงหน่อยขนาดของท่านนี่ถือว่าแรงเป็นการรุนแรงที่ปฏิเสธให้เห็นก็เป็นคำรุนแรงเหมือนกับเราเองเราปฏิเสธด้วยท่าทีที่รุนแรงก็ในฐานะของเรากิริยาของเราในขณะฐานะของเราเป็นสาวกเราก็แสดงว่าผู้ใดจะแสดงอะไรได้ได้โดยที่เรียกว่ามีผลทั้งโดยหมู่ทั้งโดยส่วนตัวถ้าเราเองเราหมายผลเราก็อาจจะทำอะไรต่ออะไรขัดแย้งจมูกกลุ่มผู้ที่เขายังทนกระแสไม่ได้เขายังเป็นโรคๆอยู่มันก็จะเป็นสภาพที่เราต้องต่อต้านตอบโต้กันอยู่อย่างแน่นอนจนกว่ามันจะเป็นไปโดยธรรมเข้ารูปเข้าร่องคอและจะได้ จะน้อยลงน้อยลงอันนี้พูดไปก็ซับซ้อนอธิบายอีกก็คงจะพอเข้าใจกันอยู่แล้วก็คำนวณเอาเองประมาณเอาเองโดยเฉพาะเราเองเราจะถึงภาวะอย่างนั้นและเป็นภาวะบางภาวะเราก็ไม่ควรรู้เพราะบางคนก็ไปทำตามฐานะที่มันไม่ถูกฐานะและมันก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้วก็ผู้รู้ก็จะรู้ตัวรู้ตนแล้วก็จะปรับปรุงไปเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเพราะว่าตัวผู้ใดที่จะสังเกตจิตของตัวเองว่าเราอยู่เหนือจิตเราก็จะต้องรู้ตัวจริงๆว่านี่เราเองเราเจตนาเพื่อที่จะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นหรือตัวเราเองไม่รู้สึกตัวจะทำไปโดยอาการก็เป็นไปโดยวาสนาบารมีแสดงออกไปโดยอารมณ์อาการของวาสนาบารมีมันมี โดยเราไม่ปรับปรุงวาสนาบารมีไม่ปรับปรุงอารมณ์ของเราเพราะฉะนั้นอารมณ์ของเรามันก็จะมาก่อออกทางกายทางวาจาเสมอถ้าอารมณ์นั้นยังมีอาการแรงอาการไม่แรงอะไรโดยที่ตัวดูประมาณไม่สมส่วนมันก็จะออกมาเสมอทีนี้เราจะทำอารมณ์แรงออกมาก็ได้เมื่อเราเห็นว่าหมู่กลุ่มหรือบุคคลคนนี้จำเป็นที่จะต้องแสดงแรงคนคนนี้ไม่แสดงแรงไม่ได้คนๆนี้ด้านแข็งคนๆนี้จะต้องฟันหนักๆไม่ฟันหนักๆไม่ไม่ยอมกระเทือนเราก็จะต้องรู้ว่าคนคนนี้จะต้องแสดงด้วยต้องทำการอย่างนี้ถึงปานเช่นนี้และเราก็ไม่ได้ทำเศษ ตัวเองทำแล้วยังรู้สึกด้วยซ้ำไปว่าเราโอ้โหเมื่อยเลยแล้วทำออกไปนี้เมื่อยเลยเปรี้ยวเลยมันไม่ๆจิตใจมันไม่มันไม่มันไม่เหมือนกับที่เราทำอย่างที่เรามีอารมณ์ว่าเราทำแล้วเราดีใจสมใจพอใจถ้าเรามีหิริมีต่อปากแท้แล้วก็ทำอย่างนี้เรารู้อยู่ว่ามันไม่งามแต่ว่าเราจำเป็นจะต้องทำโดยสมมุติโลกโดยสมมุติจะไม่เคยงามแต่โดยธรรมเราต้องทำโดยสัจธรรมเราต้องทำอย่างนี้เมื่อเราทำออกไปแล้วนี่เราจะรู้สึกว่าเมื่อยเราต้องทำโดยไม่ใช่ทำโดยพอใจถ้าอย่างคนที่ทำโดยอารมณ์โดยพอใจทำไปแล้วไม่เมื่อยไม่เปลี่ยนไม่เพลียไม่อะไรสบายใจ และออกจากชอบๆด้วยเต้นรถออกจะมีอาสาทำมันเป็นพยาบาทในใจเหมือนกันมันเป็นพยาบาทในใจอันนี้เป็นพยาบาลแบบอุปกิเลสชั้นลึกชั้นลึกเราจะต้องรู้เป็นความพยาบาทเป็นความผูกโกรธเป็นความทดแทนอยู่ในใจเป็นสภาพของจิตที่ยังยังมีบทบาทอาจจะมีอาการยังมีอารมณ์ยังมีตัวจิตที่ยังไม่สิ้นซากมันก็กระทำเพราะเราจะต้องรู้ตัวทั่วพร้อมทั่วพร้อมไปหมดเลยถึงลักษณะของสภาพธรรมพวกนี้แล้วเราก็จะอ่านเมื่อเราสูงขึ้นจากสกิทาคามีมันก็จะปรับปรุงปรับปรุงอาคารนี้จะปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับปรับตัวเราเองให้ กลับกลายก็งามขึ้นเป็นกัลยาณะประทีก็งามขึ้นเป็นกัลยาณะปรับขึ้นจริงๆปรับขึ้นแล้วขึ้นแล้วเราก็จะใช้ถูกเหมาะถูกควรที่จริงเมื่อเวลาผู้ที่ใช้ถูกกาลเทศะแล้วสภาพแรงมันแรงอยู่เสมอแต่มันก็ดูดีไปทุกทีไปหมู่กลุ่มดูคนดีสำหรับบุคคลบุคคลก็ดูดีเหมาะสมไปทุกทีกับบุคคลก็เหมาะสมกับหมู่กลุ่มก็เหมาะสมเป็นสัตบุรุษที่แท้แสดงคำกริยาทุกอย่างสอดคล้องมีประสิทธิภาพสูงจนที่สุดแม้ถึงขั้นมีฤทธิ์แรงศรัทธาสูงไม่แสดงแรงก็ได้การแสดงแรงก็ลดลงเพราะอำนาจของ ราคาสูงสูงสูงและอำนาจของฤทธิ์เดชสูงทุกคนจะต้องเกรงกลัวมากขึ้นเพราะการจะแสดงธรรมการที่จะว่าจะกล่าวไม่ต้องว่าด้วยแรงไม่ต้องว่าได้หยาบก็ได้มีบารมีสูงขึ้นแล้วว่าอย่างเบาเขาเรียกว่าผู้ดีพูดดีพูดเบาๆอ่อนๆรู้สึกแล้วผู้ที่เคารพนับถือผู้ที่ศรัทธารู้สึกตัวแล้วแสบเจ็บบาดใจรู้สึกตัวแก้ไขปรับปรุงอย่างจริงๆเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ฉลาดก็จะฉลาดขึ้นรับรู้ต่อภาวะแม้แต่กิริยากายหรือ บาจาบอกออกไปอย่างชัดแจ้งจะรู้สึกตัวทันทีไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลตัวตนเราเขาว่าท่านว่าเราเมื่อเข้าใจเป็นปรมัตถ์แล้วไม่เป็นไม่จำเป็นจะต้องเป็นบุคคลตัวตนเราสามารถเราถ้าไม่รู้ไม่รู้เราแต่ถ้าไปว่าคนอื่นตอนนี้เธอกำลังว่าคนอื่นเพราะเราแม้จะเป็นธรรมะอย่างเดียวกันคือเป็นอกุศลธรรมชนิดเดียวกันเป็นอกุศลธรรมชนิดเดียวกันแต่ตอนนี้รู้เลยว่าท่านกำลังเพ่งไปที่อีกคนนึงซึ่งมีอกุศลธรรมอันเดียวกันกับเราเพราะเรามีแต่ท่านไม่รู้เราแฮะตอนนี้หรือแม้ท่านจะรู้ของเราซะด้วยแต่กลับไปนึกถึงว่าธันวาคมเพื่อนคนนั้นน่ะท่านว่าคนนั้นถ้าไม่ได้ด่าเราตอนนี้ท่านไม่จำเพราะถ้าไม่ได้เจาะจงถ้าไม่ได้อุทิศแก่เราอุทิศได้แปลว่า มุ่งหมายแปลว่าเจาะจงแปลว่าให้ทำให้แก่เราตอนนี้ถ้าไม่ได้สอนให้แก่เราท่านกำลังแสดงธรรมให้ฉันกำลังด่าให้ท่านกำลังเทศนาให้ท่านกำลังว่าให้สวดให้เราก็เลยไปคิดว่าตอนนี้ฉันไม่ได้สวดเราท่านสวดอีกคนนึงคนนี้ก็เลยด้านชาไม่มีหีไม่มีโอตัปปะแต่ถ้าคนนี้ไม่ยึดตัวตนบุคคลเราเขาแล้วไม่ยึดเราไม่รู้เขาไม่บอกว่าถ้าโสดคนนั้นโสดคนนี้บอกก็ถ้าอกุศลกรรมอันเดียวกันแล้วล่ะก็แม้จะว่าท่านจะสวดท่านจะว่าท่านจะด่าถ้าจะพูดถึงเมื่อไหร่ออกมาโอ้โหอันนี้เรานี่ตอนนี้ท่านกำลังสอนเราตอนนี้ท่านกำลังด่าเรากำลังว่าเราแม้แต่จะไม่มีกิริยามาถึงเราก็ตามไม่มีอะไรที่แสดงว่ามาถึงเราก็ตามหรือที่จริงท่านถึงเราอยู่นั่นแหละแต่เราโง่ เพลงเรากำลังตัดออกเราโง่เองเรานึกเอาเองเราไม่รู้จักเราหรอกนะเราแน่กว่าเป็นมานะแล้วแน่เนี่ยเราปิดปกปิดได้ตอนนี้ท่านของคนอื่นของคนอื่นของเราท่านไม่รู้หรอกน่าเราแน่แล้วเราปกปิดลำพังเราไม่ให้ท่านรู้ท่านไม่รู้หรอกท่านโง่กว่าเราเราฉลาดกว่าเพราะเราอำพรางได้เราปกปิดได้ท่านไม่ว่าเราหรอกท่านไม่รู้หรอกแล้วเราก็เลยได้เราก็เลยไม่มีหิริโอตัปปะแล้วเราก็ไม่เคยฟังธรรมแล้วก็ไม่ยอมรับไม่แก้ไขไม่ปรับปรุงเราก็ยังจะชั่วต่อไปไม่ได้ดีที่ดีหรอกไม่ได้ดิบได้ดีหรอกแต่ถ้าเราเป็นคนที่ไม่มีตัวตนบุคคลเราเขาหมายความว่าถอดตัวถอด ถอดบุคคลเป็นแต่ทำในธรรมถ้าอกุศลธรรมนี้ท่านแสดงอกุศลธรรมอกุศลธรรมนี้ไม่ว่าท่านจะด่าใครไปตรงกับใครก็ตามถ้าเจตนาไปด่าคนนู้นไอ้ยาของเราก็มีเหมือนกันเลยมันเป๊ะๆเลยเท่ากับท่านด่าเราโดยตรงเลยนี่ท่านด่าเรานี่เพราะว่าเราเองเรามีสิ่งที่ไม่ดีให้ท่านว่ากล่าวอย่างสาดเสียเทเสียเปล่าอย่างที่ถูกจริงเหลือเกินอ๋อมันเป็นความชั่วอย่างนี้เป็นความเลวอย่างนี้ปัญญาก็เปิดรับและรับรู้ก็เมื่อกี้นี้ที่ยกตัวอย่างนั้นเป็นคนที่ไม่เปิดปัญญารู้แล้วก็บอกว่าท่านไม่สอนเราแล้วเราก็ไม่ใส่ใจไม่โยนิโสมนสิการมันก็ไม่เกิดรู้ไม่เกิดแจ้งว่ามันก็รู้มันก็แจ้งถึงแม้รู้แจ้ง เพลงเราก็ยังจู้เอี๊ยะมันอยู่การที่จะปล่อยปลาวางมันก็ไม่ว่างแต่ถ้าเราสำนึกเลยบอกว่าโอ้โหมันเป็นของเลวคนเราถ้ารู้ว่าเป็นของร้อนมันเป็นของทุกข์มันเป็นของเหลวมันเป็นบาปเรามีหิริในบาปจะมีโอตัปปะในบาปมันจะต้องปล่อยแล้วมันก็จะต้องลดละเลิกรามาจริงๆมันเป็นสัจจะมันเป็นสัจจะเพราะฉะนั้นคนที่เป็นจริงจึงจะได้ผลจริงคนไม่เป็นจริงนะไม่พ้นไม่ได้ผลไม่ได้ผลยิ่งนอกจากเป็นจริงแล้วเข้าใจในเหตุได้ผลแล้วยังใส่ใจด้วยใส่ใจและรักจริงๆเลยมันเป็นความจริงนะถ้าเราเห็นว่าเราฟังเรารู้สึกแล้วว่าคนที่ท่านกำลังด่าเราคนที่รู้สึกอย่างนี้นี่นะ จะรู้เลยว่าเราเองนี่เราได้ผลเราได้ผลสำเร็จเราต้องแก้ไขปรับปรุงนอกจากเราเองเราจะมีอารมณ์ของกิเลสซ้อนท่านด่าเราแล้วเราโกรธเอาถ้าโกรธเราก็ไม่เอาอ่ะดิโตแล้วคือการภาวะตอบโต้แล้วแต่ถ้าเกิดว่าให้ซาบซึ้งซาบซึ้งใจแม้แต่จะเจ็บเจ็บปวดยังไงก็ซาบซึ้งเกิดอาการเป็นเกร็งเป็นกลัวจริงๆเลยบอกโอ้โหทีนี้เราวางเลยทีนี้ระวังสังวรเลยจะยิ่งใกล้ยิ่งคิดท่านอยู่เมื่อไหร่แล้วก็ระวังสังวร 10 ลี้ 20 ลี้รู้ว่าท่านอยู่ในรัศมีนี้ก็ยิ่ง เห็นหน้าสว่างแล้วก็ยิ่งดีใหญ่สิคนนั้นก็ได้ดีแต่นี่ขนาดเดินชนกันหน้ากันอยู่ก็ไม่สังวรไม่ระวังอะไรต่ออะไรเลยไม่มีความสำนึกมันจะไปได้เรื่องอะไรคนนั้นก็ไม่ได้แก้ตัวไม่ได้ปรับปรุงตนก็กลายเป็นคนอารัดทีกลายเป็นคนไม่ละอายแม้แต่ครูบาอาจารย์ผู้ที่ท่านรู้เราก็รู้ว่าเคยท่านพูดถึงแต่เราเองเราก็ไม่สำคัญแม้แต่อย่างนี้มันก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรเลยนี่เป็นสัจจะทั้งสิ้นนะถ้าเกิดจริงเป็นจริงผู้ใดรู้ผู้ใดเห็นผู้ใดเข้าใจแล้วก็ต้องปรับปรุงตนคุณได้ที่ตนคุณเองคุณสังวรเองคุณสำรวมเองแล้วรู้สึกจริงใจจริงๆเลยนะว่าเราสองคนไม่ใช่เราทำเพื่อครอบครัวเสแสร้ง เราทำโดยจริงเพราะฉะนั้นเมื่อทำโดยจริงแล้วยิ่งต่อหน้ายิ่งเห็นครูบาอาจารย์หรือผู้รู้หรือผู้ควรที่จะต้องสัมมาคารวะแล้วเรายิ่งจะไม่แสดงความเลวมาต่อหน้าต่อตาท่านให้เห็นจะสารภาพกับสารภาพตรงๆไม่สารภาพก็จะต้องสังวรณ์ระวังตัวเองอยู่เสมอยิ่งไปด้วยกันกับท่านแล้วเราก็ยิ่งจะต้องแสดงรักษาหน้าของท่านด้วยนี่เราไปในฐานะคนของท่านเราก็จะต้องแสดงตัวเองหรือสังวรระวังกิริยาทั้งกายวจีมโนให้เป็นกุศลให้งามในเบื้องต้นทางกลางบั้นปลายรักษาหน้าของท่านเพราะเรารู้อยู่ว่าอันนี้เป็นความไม่ดีเราจะไปปรับปล่อยให้เขาว่าเขาก็ว่าไปจนกระทั่งถึงพ่อถึงแม่ถึงอาจารย์ถึงครู นี่เป็นเรื่องจริงน่ะมาสืบโยงกันต่อไปเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราระลึกรู้สังวรรู้อะไรอย่างนี้เราก็จะทำเพราะว่าเรารักหน้ารักหน้าเราเรารักหน้าผู้ใหญ่เรารักหน้าพ่อลาแม่หน้าแม่เราก็จะต้องรักษาให้เสมอรักษาหน้าครูบาอาจารย์เราก็จะต้องกระทำมองแกก็เกิดการสังวรเกิดการระวางแล้วเป็นอย่างไรถ้าเราสังวรระวังไม่ให้ความไม่งามมันเกิดมันก็ดีที่เราเองนั่นแหละมันไม่ได้ไปดีคนอื่นนี่เรารักษาหน้าพ่อแม่อาจารย์ครูบาแต่เราเองกลับเป็นคนได้ด้วยนะมันไม่ใช่การขาดทุนนะเพราะฉะนั้นเราจะไปแสดงอาการต่อหน้าเมื่อไปกับพ่อกับแม่ ไปกับครูบาอาจารย์เราก็ไม่แสดงเมื่อเราเองเรารู้แท้รู้สึกตัวและมีหิริมีโอตตัปปะเพียงพอและลดราวาศอกลงไปจริงๆได้เราก็ไม่ทำนอกจากมันเหลือฝืนแต่เราก็ไม่แสดงกามออกข้างหน้าต่อหน้าต่อตาและถ้าเราเองอยู่เดี่ยวๆไปอีกซ้อนลงไปอีกตอนนี้เดี๋ยวก็ไม่แสดงอาการละอายตนละคือมีอายตนะละอายตนภาษาไทยอายัตภาษาบาลีอันเดียวกันนะมีความหมายอันเดียวกันเพราะฉะนั้นจะละอายตนเองเสมอคือจะมีทาสรู้ตัวทั่วพร้อมมีสติปัฏฐานมีวิปัสสนาและมีฌานชั้นต่ำ เพราะฉะนั้นอะไรนิดอะไรหน่อยอากิญจัญญายตนะอายตนะท่านที่เรียกว่านี่ยังมีนิดนึงนี่ก็จะอายตนเกิดสดทิพย์แสดงกายออกมาเลยนี่เป็นเสียงสองก็รู้ทั้งใจย้อนกลับไปถึงใจนี่แสดงออกมาโดยวาจาแต่ทางวาจาก็คงจะน้อยคนเดียวคงไม่พูดเมื่ออยู่คนเดียวก็คงจะไม่พูดแต่กายกรรมของเราแสดงออกมาจะแสดงกายกรรมอันเป็นที่น่ารังเกียจทางกรรมเราก็จะไม่แสดงแม้จะรับหลังทีนี้แม้แต่ลับหลังใครๆเพราะมันเกิดอายตนเป็นภาษาไทยนะมันเกินละอายตอนดีๆนะคำว่าละอายตนหรืออายตนะนี่จึงเป็นผู้ รู้ตัวเป็นผู้ที่รู้ตัวเสมอมีธาตุรู้มีความรู้สึกจะต้องปรับปรุงให้เป็นสันตะวิหารที่บริสุทธิ์ลงตัวว่าเป็นอาการสาวว่างนะอย่าให้เกิดสภาพที่มันมีทุกข์มีสุขวิญญาณแท้สะอาดประภัสสรนะต้องเป็นอุเบกขาฐานนะต้องบริสุทธิ์ต้องประหยัดต้องขาวผ่องสะอาดสะอ้านจริงนะปราศจากธุลีประโยชน์ ประโยชน์ทาตาด้วยประโยชน์ทับปะนะถ้าไม่ขาวรอบทำให้ขาวผ่องทำให้สะอาดสะอ้านทำให้ไม่เหลือธุลีละอองอะไรอีกเลยบริสุทธิ์นั้นเป็นการกำหนดหมดเลยว่าสุทธิทุกอย่างปริสาสุทธิทุกอย่างเป็นอุเบกขาฐานและทำได้อย่างรู้สึกไวรอบรู้ละเอียดอ่อนละเอียดอ่อนสุขุมประณีตมุทุแววไวรู้ตัวเร็วด้วยแล้วก็ละเอียดสุดคุ้มกว่านี้จนคนอื่นไม่สามารถที่จะรู้ได้และตัวเราเองก็จะสุขุมต่อตัวเราเองยิ่งขึ้นเพราะเราจะมีเกิดตรวจอายตนะเสมอรู้ในอายตนะเสมอเป็นขั้นอัดรูป ไปคัดเอารูปไม่รู้ไม่ได้ต้องรู้ไม่รู้ไม่ได้ต้องรู้ต้องกำหนดสัญญาและกำหนดสัญญาอย่างรู้ที่สุดเลยว่าขณะนี้อยู่ในสภาพของความสะอาดบริสุทธิ์บริสุทธิ์เสมอนอกจากบริสุทธิ์แล้วแล้วเราก็จะต้องรู้ในการกระทำที่เหมาะสมที่งามพร้อมที่พอดีกรรมปัญญาอุเบกขาฐานเป็นกรรมการที่ท่านแปลเอาลักษณะนามมาแปลหน่อยนึงอ่าเป็นการบอกลักษณะว่าสละสลวยได้กระทำแล้วด้วยปัญญาอันยิ่ง จัดแจงกายกริยาวจีจริยาออกมาอย่างสมพร้อมปรับปรุงมันจะต้องฝืนฝืนมันจะต้องประดิษฐ์ประดิษฐ์มันจะต้องดัดจริตนี้มันยังมีการหยาบอยู่ดัดจริตนี้ให้ไปสุขุมสุจริตที่สุดแม้อยู่คนเดียวก็สังวรระวังเพื่อปฏิเสวามิวาสนาวิโนนาภาวนาเพื่อให้มันเกิดการเสพคุณให้มันเคยให้แต่มันเป็นอัตโนมัติผู้ใดเห็นค่าในการที่จะปฏิบัติปฏิเสธว่านาหรือกระทำให้บ่อยๆก็ทำให้เสมอๆเพื่อให้เคยให้ชินให้มันเป็นอย่างนั้นแหละเป็นอัตโนมัติเสมอผู้ใดเห็นอานิสงส์ในการที่จะสังวรสำรวมตัวแม้แต่ใน แจ้งแม้แต่หน้าที่ต่อหน้าต่อตาหรือลับหลังผู้ใดผู้ใดเราก็สังวรระวังเสมอๆผู้นั้นพึงกระทำจะกระทำจริงๆจะเห็นอานิสงส์ในการกระทำมากๆสังวรสำรวมสติปัฏฐานกายว่าจีนมโนของเราไปในจุดที่ดีที่สุดที่เรารู้สึกแล้วที่เราเข้าใจแล้วเราจะปรับจริงๆจะปรับนี่เป็นเรื่องของสิ่งที่มันออกมาจนกระทั่งถึงกิริยานอกเป็นจนกระทั่งถึงกามเราก็จะปรับฐานผู้ใดที่ปรับการได้อย่างละเอียดละเมียดละมัยแล้วพอสมควรแล้วมันก็จะไม่มีอาการกามอยู่ข้างนอกเมื่อไม่มีอาการกลางองค์อาจ ฉากฉานเหลือเศษข้างในอีกเล็กอีกน้อยแม้มันจะไม่ส่งฤทธิ์ออกมาจนกระทั่งถึงกายถึงวจีแต่มันยังมีอาการหลอกเป็นรูปราคะอรูปราคะเราก็จะต้องอ่านรู้อีกชั้นหนึ่งซึ่งได้พูดซ้อนเป็นคัมภีร์ราวผ้าโสเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอยู่แล้วเพราะผู้ใดมีอินทรีย์พละหรือมีคุณธรรมถึงขั้นพระอนาคามีจริงๆตัดเทปได้เลยตลอดชีวิตของท่านอาการกรามของท่านจะไม่ออกมาทางกายจริงๆทางวจีก็ท่านก็จะบริจาคบริบูรณ์แต่ส่วนเหลืออาการทางในใจเป็นอาการที่มีผีหลอกท่านจะรู้ของท่านและท่านจะไม่ประมาทของท่านจริงผู้ใดเป็นพระอนาคามีที่ประมาทอยู่ผู้นั้นก็ ไม่ได้เป็นพระอนาคามีแท้เป็นแต่เพียงว่าจะพักไปเข้ากับไปอยู่ในภพในภูมิอะไรที่มันเหมือนกับกบจำศีลน่ะมันก็จำสีจนกว่าอนุสัยอาสวะจะแตกตัวเป็นยีสต์เป็นตัวเชื้อที่มันยังไม่หมดเชื้อมันก็จะแตกตัวออกมาแตกตัวออกมาแล้วมันก็จะมาเกิดในวาระใดวาระหนึ่งจะเกิดในวาระใดวาระหนึ่งอันนี้ก็เป็นลักษณะของสิ่งจริงที่มีจริงเนี่ยอธิบายละเอียดสู่ฟังเพราะฉะนั้นผู้ที่รู้ผู้ที่เป็นพระอรหันต์อย่าง จริงแล้วแม่ดูราคะอรูปราคะก็จะพยายามจะทำให้สิ้นเกลี้ยงจนกระทั่งเรื่องของการแห้งสนิทไม่ผุดไม่เกิดไม่เป็นไม่ไปอีกไม่เอาอีกแล้วก็แรงอ่อนจนไม่พาผุดไม่พาเกิดแล้วก็ไม่มีเชื้ออาสวะที่หมักดองแตกตัวพาเกิดอีกถ้าเป็นพามีอีกในเรื่องของการถ้าจะไม่เกิดไม่มีไม่เป็นในเรื่องของครบรอบในเรื่องของกามตัณหาบารมีก็จะสะอาดบริสุทธิ์สูงขึ้นสูงขึ้นไปตามจริงอาจทีนี้ก็อธิบายทางด้านภาวะตัณหาเมื่อผู้ใดเห็นว่าการเราก็สามารถควบคุมได้ไม่ละอายอะไรแล้ว รออยู่พออาศัยแม้มันจะมีผีหลอกเราก็ทนได้แล้วเรารู้ของเราคนเดียวแต่เราไม่ดับเราก็บอกแล้วว่ามันก็ไม่ดับสำหรับคนนั้นแต่ถ้าผู้ใดดับได้สูญได้ผู้นั้นก็สูญก็พูดนั้นเป็นอรหัตผลเป็นอรหันต์สภาวะเองทีนี้พบเดี๋ยวนี้พูดที่ได้รถกลับมาบ้างในรถพยาบาลมาบ้างก็จะไม่เห็นรถของกูไปสโมสรรถของสภาพที่สงบเนี่ยมันเกิดวันจันทร์จะเสียศาสนาเกิดการเห็นว่าโอ้การสงบเนี่ยเป็นรถหากินง่ายเป็นรถเสวยสุขอ่าเป็นกิเลสและตอนนี้เป็นเพราะว่าปัญหาเป็นกิเลส ชนิดเสวยพบรักเพราะฉะนั้นพอใจมันตกมาเป็นปันปันจากชัยนาทสนังมันก็เสพตะกะตะรามใหญ่จนไม่ละอายเสพจนกระทั่งเสพเข้าไปหรี่ในใจเลยวลีในใจเข้าไปเสพในใจมากกายข้างนอกก็ไม่มีการรับรู้เข้าไปอยู่ในภพลึกลงไปเป็นผีนะที่นำตกผลึกเมื่อตกผลึกอาการที่จะออกมาคุมข้างนอกไม่มีเมื่อคุมข้างนอกไม่มีข้างนอกก็เห็นได้เหมือนเราเห็นข้างนอกกันได้ข้างในแล้วคนนั้นไม่รู้สึกตัวก็ไม่ละอายคนนั้นน่ะไม่รู้สึกตัวไม่ละอายเมื่อไม่ละอายคนนั้นก็จะไม่ไม่ ยามที่จะให้มีสติชาโคลเมื่อไม่มีไม่พยายามมีสติชาโลเพราะฉะนั้นคนนี้จะเป็นพุทธะไม่ได้จะเป็นผู้ตื่นไม่ได้เพราะว่าไม่สังวรไม่ทำสติและไม่ฝึกตนไม่สังวรระวังตนไม่รู้เป็นภายนอกไม่รู้เป็นภายในสติปัฏฐานพวกนี้ไม่มีเมื่อไม่มีแต่กิเลสที่ติดใจเสพเหมือนเด็กๆถ้าบอกว่าเอาขนมมาให้แกไม่เอาขนมแกไม่ได้ขนมแกร้องไห้ที่จริงร้องไห้น่าอายแกไม่กลัวแกจะร้องไห้เพื่อแกจะเอาขนมให้ได้ชั้นเดียวกันใครจะเห็นฉันง่วงฉันไม่สนสนใจฉันขอเสพหลับฉันไม่น่าอายนี่โง่ๆคนบอกว่าคุณโง่นะคุณโง่นะ ยังทำท่าทีข้างนอกนี่เขาเห็นเขารู้นะคุณจะไม่สังวรเมื่อคุณไม่สังวรคุณก็ไม่หักคุณก็ไม่พยายามมีสติปัฏฐานระลึกว่าเธอจะทำอาการข้างนอกนะต้องรู้ตัวนะรู้ตัวนะรู้ให้ได้นะแล้วมันถึงจะสุขุมสุขุมสุขุมสุขุมจนกระทั่งมีอาการสุขุมระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมที่เอาจิตเข้ามาระมัดระวังตัวเป็นชาขี้ยานะโยคะเป็นผู้ตื่นแม้จะหลับประมาณก็หลับประมาณหนึ่งจึงจะเป็นผู้ที่นั่งหลับแล้วก็ยิ้มได้ฟังดีๆนะนี่เข้าหาภพที่มีทางยังไม่ได้แยกให้ฟังยังจะมีรายละเอียดอยากจะพูดกันอีกหลายวันเลยเนี่ยจะต้องไปเราจะพูดกันอีกมากนะแต่จะต้องไปปลุกเสกไปพุทธาภิเษกกันซะก่อนกลับมาที่จะมาต่อละเอียดพูด ฟังดีๆนะถ้าไม่ฟังกันคราวนี้แล้วก็ไม่สังวรระวังอันนี้นะต่อไปผู้ที่เขาสังวรระวังผู้ที่เขาฟังธรรมบทนี้ได้ผลแล้วเขาก็ฝึกตนขึ้นมาแล้วเขาได้คุณนั่นแหละจะถูกทิ้งไว้หางแถวตอนนี้เมื่อกามเราก็งามพอใช้ได้แล้วพวกเราเรื่องกามเราก็พองามเรียกว่ามีกัลยาณะใครมาใครก็ไว้ใจเรื่องการพอสมควรแต่ในเรื่องที่นั้นมีธาตุของเรากำลังขายขี้หน้าที่สุดท้ายจริงๆขายขี้หน้าจริงๆนะถ้าเราแก้อันนี้ไม่ได้นะศาสนานี้เราไม่เคลื่อนเพราะฉะนั้นถ้าจะยอมอีกทีนึงก็ปล่อยเป็นฤาษีเข้าป่าไปเลยไม่ต้องมาขายขี้หน้าคุณก็ไปเสพติดชาติของคุณไปแล้วมันไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์ผมเคยพูดว่าผมปล่อยพวกคุณเข้าป่านะไม่ยากหรอกใส่เสื้อเข้าป่า แล้วมันก็ได้อยู่แค่นั้นได้เสี้ยวนึงมันไม่ใช่ได้ถ้วนรอบมันก็ไม่เสร็จเพราะเป็นเพราะวาสนาคุณต้องรู้นะว่าคุณเองคุณปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นความจริงคุณเสพพบอยู่มันไม่ได้อาศัยตาหูจมูกลิ้นกายมันง่ายมันง่ายด้วยนะมันถึงยากในการแก้แล้วมันเสพรถเหมือนกันบอกแล้วว่ามันแรงๆเหมือนกันคุณถึงไม่ละอายคุณถึงไม่มีชีวิตไม่มีโอตัปปะแล้วคุณก็ถึงไม่มีฉากที่ยาวนะโยคะมันมาข้างนอกแล้วมันมีท่าโน้นท่านี้แล้วผู้ที่สังวรจะเห็นได้ว่าท่านสังวรได้มากแต่มันก็เหลือน้อยเอ้ยเหลือน้อยเหลือสุขุมนี่เราก็ต้องเก็บละเอียดขึ้นไปว่าเราต้องรู้ในฐานะของผู้ใดที่มีมากมีน้อยอะไรด้วย แล้วมันซับซ้อนอีกหลายชั้นหลายเชิงถ้าจิตของเรานี่เราไปหมุนอยู่ในจุดดับในจุดลึกในจุดจะลึกของจิตจนกระทั่งเราไม่ส่งออกแล้วเราก็ไม่หัดฝึกว่าเราจะกระจายขนาดของจิตให้มาทรงตัวไว้ขนาดใดอะไรยังไงจะพักผ่อนประมาณอย่างนี้ขนาดอย่างนี้รู้กาละอย่างนี้รู้เทศะอย่างนี้แล้วคุณก็ไม่กระทำคุณก็ไม่ได้ถ้าคนที่นี้จะพูดย้อนนะถ้าคนที่ไม่ระมัดระวังตัวดับจิตดับเข้าไปดับเข้าไปพวกเน้นพวกฤาษีลิงดำทีนี้เขาก็ถือว่ากา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive