240317-3-032 ทางเอกภาค3-ตอน032(หน้า270)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 17 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระพุทธเจ้าได้อบรมทำวัตรเช้าบรรยายนางเอกภาค 3 ตอนที่พุทธฐานปฐมอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อภายในทางเอกภาค 3 นี่เราเริ่มต้นตั้งแต่ฌานน่าเรียนรู้ชาญให้ถูกต้องเข้าหัวข้อเจอนะข้อที่ 12 13 14 15 ดูจากชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 แล้วก็ข้อหาวิชาก็เป็น 9 ประการตั้งแต่ชาญเป็นวิชา 1 ซึ่งผมเองเป็นคนผนวกแต่โบราณที่เขานับกันมาเขานับชานับชากันเพียงแต่ผมเองเห็นว่ามันขาดหมู่ขาดหมดแล้วมันก็เป็นของจริงด้วยเพราะว่าฌานเป็นผลการเป็นธรรมทานเป็นรากฐานของสภาพธรรมทั้งปวงแม้แต่วิมุตก็ต้องมีฌานและวิมุตที่จะบริบูรณ์ได้ จนกระทั่งถึงที่สุดก็ต้องเป็นฌานเป็นวิมุตแล้วเรียบร้อยแม้จะไปทำงานจะไปทำการจะไปสงเคราะห์คนอื่นจะทำประโยชน์ให้ยิ่งจิตก็ต้องเป็นฉันอาศัยฉันเป็นพื้นฐานแม้จะไม่เป็นวิมุตในระหว่างที่เรากำลังทำงานมันไม่มีมดมันอาจจะมีจิตที่เป็นมโนสัญเจตนาเป็นจิตที่เราจะสร้างแต่กำหนดจะพยายามพรุ่งเพื่อที่จะให้มันเกิดประโยชน์เฉพาะกิจที่เรากำลังจะทำอยู่แม้จะไม่เป็นวิมุตบริสุทธิ์ ไปคนเดียวในขณะนั้นขณะกำลังจะทำนั้นมีสัมมาสังกัปปะมีสัมมาวาจามีสัมมากัมมันตะอยู่พร้อมแม้จะเป็นไม่เป็นวิมุตโดยที่เรียกว่ามีความประสงค์ประเสริฐได้อีกเจตนาเดอะริชแรงของจิตที่มีอาการขาประจำหรืออิจฉาวจรคือมีความปรารถนาทุกสิ่งเข้าไปในการปรุงความนึกคิดทฤษฎีความคำพูดการงานที่กระทำออกมาก็ดีผสมผสมอยู่ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อตัวตนอะไรหรอกสำหรับพระอริยเจ้าชั้นสูงแต่ว่ามันก็เป็นสภาพที่ต้องอาศัยทาน มันก็จะต้องเป็นสภาพของฌานคือว่าถ้าไม่ได้มีเจตนาร้ายเป็นรถจะไม่ให้มันวุ่นวายมากมายไปที่การปฏิบัติหรือแม้แต่จะให้เธอไปเป็นไปด้วยความเบียนเบียดเบียนโน่นนี่อะไรๆหนักหนาท่านก็ไม่ให้มันเป็นต้องใช้ฐานของฌานเพลงชาญจึงเป็นปัญญาหรือเป็นวิช
อ่านต่อ
าสำคัญมากเป็นวิชาสำคัญมากถ้าเราไม่เรียนรู้ชาญไม่เห็นว่ามันจะได้ปัญญาตรงไหนไม่เห็นมันจะได้เป็นมดที่ถูกต้องตรงไหนเพราะฉะนั้นทานจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดพระอรหันต์เจ้าต้องมี อ่านแล้วต้องเป็นชาญเพราะๆอาหารเจ้าจะต้องหมดนิวรณ์ถ้าเราไม่เข้าใจอย่างนี้เราจะไม่เข้าใจศาสนาพุทธร้อยผู้ที่มีความรู้แต่เพียงเป็นทิฐิของเดียรถีย์เก่ายังไม่เข้าสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าจึงอธิบายวิชาไม่มีฌานและยังแถมไปแบ่งถึงอธิบายวิชาไม่มีฌานนอกจะไม่มีฌานได้ยังแถมไปแบ่งทานเป็นทานฤาษีเป็นทานแบบเป็นสีไปซะอีกเพื่ออธิบายฌานออกไปนอกทางของพุทธเป็นทานที่เป็นนั่งหลับหูหลับตาเล่นอะไรต่อไปเป็นสมาชิกเป็นชานแบบที่เขามีกันมาเก่าแก่โบราณของโรงเรียนเศรษฐีไม่ได้เป็นชานแบบสม สมาคม 8 ไม่ได้เป็นพานแบบจรณะ 15 ไม่ได้เป็นฌานที่มีสภาพธรรมที่มันแบบพุทธที่ได้อธิบายที่ได้แจกแจงกันมาแล้วอันนั้นเรื่องของฌานที่จะต้องรู้เป็นสำคัญว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี้มีอันหนึ่งและมีลักษณะหนึ่งเป็นลักษณะที่ไม่เหมือนกับเขาแต่อย่างเขามีนั้นอย่างเขาเป็นนั้นไม่แปลกอะไรเราจะเรียนรู้บ้างหรือไม่เรียนรู้ก็ไม่เป็นไรแต่จะเรียนรู้ก็ดีเพราะว่ามันก็ไม่ใช่ว่าของยากเย็นอะไรเกินไปนักเมื่อเราปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วเราจะเรียนรู้อย่างฉัน สีนั้นได้ง่ายไม่ยากเย็นอะไรมากมายแต่ว่าเราจะเอาให้เก่งหรือไม่เก่งนั้นศาสนาพุทธเราไม่จำเป็นที่จะต้องไปเอาพลังจิตแห่งชาติฤาษีมาเล่นแร่แปรธาตุมาเล่นอะไรก็ได้ฟิลิปปินส์คืออะไรให้เป็นเรื่องวุ่นวายเป็นเดรัจฉานวิชาอันนั้นไม่พระพุทธเจ้าห้ามไว้เด็ดขาดตั้งเป็นศีลตั้งเป็นวินัยเอาไว้ทีเดียวเพราะอย่างนี้ก็เป็นสิ่งของเธอประการหนึ่งที่เธอจะต้องไปไม่ไปวุ่นวายต่อจากฌานก็มีญาณทัศนะหรือวิปัสสนาญาณมีมโนมยิทธิเป็นวิชาต่างๆเสริมมาจริงๆวิชาอาจารย์วิปัสสนาญาณหรือมโนมยิทธินั่นเป็นวิชา เป็นของพระพุทธเจ้าด้วยที่เกิดผลประโยชน์ในการสั่งสมจิตรทำจิตให้เก่งจิตที่มีปัญญาที่รู้ยิ่งวิญญาณทัศนะด้วยจะวิปัสสนาญาณที่จะรู้เห็นความจริงของปรมัตถ์แล้วก็มีจิตเลิศมีจิตมีฤทธิ์ที่จะอยู่เหนือกิเลสทั้งหลายทั้งปวงหรือดับกิเลสทั้งหลายทั้งปวงแท้จริงแล้วจึงประสานเข้ากับของเดิมอภิญญา 6 ที่เขาคือสีเขาก็มีมากล่าวเป็นอภิญญา 6 หรือเป็นความเก่งเป็นวิชา 6 ประการซึ่งเราก็ได้อธิบายกันมาแล้วทั้งชีวิตเปโตรปริยายยางที่เพียงแต่ตำรา และแจกแจงเป็นธรรมาธิการสุขาอธิษฐานให้เห็นเด่นชัดละเอียดลออมาแล้วอย่างนั้นอย่างนี้กำกับลงไปว่าเราจะต้องใช้แล้วเราก็จะต้องเห็นต้องมีต้องเป็นในวิชาทั้งหลายไม่ใช่เราไร้วิชาเรามีวิชาไม่ใช่รายวิชามีมากมีน้อยก็ตามแต่มีละเอียดลึกซึ้งเท่าใดเท่าใดก็ตามใจก็แล้วแต่เราจะต้องเข้าใจว่าวิชามันเป็นอย่างนี้แล้วเรามีหรือไม่มีนั่นแหละเราจะเป็นผู้ที่บอกได้ว่าวิชามันเกิดหรือไม่เกิดถ้าผู้ใดเข้าใจดีจริงถูกต้องเราปฏิบัติธรรมไปที่ต้องเกิดวิชาไม่เกินวิชานั้นจะเป็นคนอวิชชากันตรงไหน วันเกิดพี่ชายจริงๆเป็นวิชาแล้วมันก็จะไปพ้นอวิชชาหรือเป็นวิชาสุดท้ายถึงขั้นอาสวะถอนอาสวะแม้แต่แต่ละเหตุแต่ละปัจจัยแต่ละเรื่องแต่ละอันที่เราเองเราเอาเหตุปัจจัยอย่างนั้นอย่างนั้นมาพิจารณาเกี่ยวข้องกับจิตของเราเกี่ยวข้องกับไปแล้วเราก็จนกระทั่งอ่านจิตที่มันลดละจางคลายเป็นเวลาก็ทำจนวันนี้รอดแต่มันสิ้นถอนอาสวะเป็นดับสนิทซึ่งอยู่เหนือสนิทสิ้นเห็นอนัตตาทำหมดอัตราทั้งหมดตัวตนของสภาพเศรษฐกิจหมดอารมณ์ที่จะเป็นอารมณ์โลกีย์หรือโลกีย์หมดเกลี้ยงเราก็จะ รู้อย่างชัดแจ้งเป็นปัจจัตตังรู้อย่างเป็นวิชารู้อย่างเป็นความรู้รู้ยังเป็นอภิญญารู้อย่างที่ไม่ใช่ว่าคนอื่นมาบอกคนอื่นมากำหนดคนอื่นมากราบเจนให้เราต้องรู้ของเราเองอย่างนั้นนี่เรากำลังได้อธิบายกันมาถึงหน้า 270 กว่าแล้วกำลังเข้าอยู่ในระหว่างศัตรูกับปลาตะยานอยู่ในวิชาประกาศที่ 8 วิชาประการที่ 8 ถ้าเราลองดูที่หน้า 270 5270 เราจะประสานพอดีเราพ้นจากทางเอกภาพ 2 มา เราก็ได้ย้ำถึงวิโมกข์วิโมกขธรรมที่ภาค 2 จบที่โมกขธรรมที่ภาค 2 นั้นมาก็รวมรวมสภาพของจรณะอีก 3 ข้อซึ่งก็ไม่มากไม่มายไม่ได้อธิบายเยอะแยะอะไรนักแต่ก็เป็นสภาพที่แยกแยะให้เห็นชัดเพราะวิริยะนี่เจริญหน้าก็ดีสติพิจารณาคดีปัญญาในจรณะคนดีมันเป็นลักษณะเด่นหรือว่าเป็นลักษณะจำเพาะของจรณะกันตรงไหนวิริยะเป็นความเพียรก็เป็นกลางๆแต่เมื่อเป็นเจตนาแล้วมันก็ต้องเกี่ยวพันกับจรณะทั้ง 15 เกี่ยวพันกันพิจารณาทั้ง 15 เพราะเราเกิดผลตั้งแต่เจริญ 1 2 3 4 5 6 7 8 90 มันก็ต่อมาเรื่อยจนกระทั่งถึง 8 แล้วมันก็ถึงมาเป็น 9 คือวิริยะมันไปเจริญนครที่มันเพี้ยนเพราะมันเห็นผลมันเห็นพหุสัจจะมันเห็นศรัทธามันรู้จัก Siri รู้จักโอตัปปะมันเกิดสภาวะทางใจมันศรัทธาเลื่อมใสจริงๆไม่ได้เชื่อเฉยๆเชื่อแต่เพียงเหตุผลแต่มันมีสภาวะธรรมเป็นพหุสัจจะมันมีสภาพที่เรารู้จักบาปรู้จักบุญแล้วละอายต่อบาปต่อบุญเกรงกลัวต่อบาปแต่บุญเราได้เห็นผลเราได้รู้จักบาปและบาปได้ตกไปเกิดบุญบำเพ็ญจึงเกิดบุญเราเห็นผลของบุญเราได้เสวยผลบุญ เราจึงเกิดความพอใจเป็นธรรมรสมันเกิดรถเกิดความพอใจเกิดความปิติอิ่มเอมปลาบปลื้มเกิดรถที่รู้ว่ามันดีเราจึงเกิดวิริยะมันเกิดวิริยะวิริยะมาอยู่ถึงขนาดจะระณะข้อที่ 9 และข้ออื่นๆในสภาพของการวิริยะและสัญลักษณ์ที่เราจะเพ่งเพียรเรียนรู้มันมีทุกอันในงานการอะไรก็ตามทีนี้งานการที่มันจะเสริมหนุนสภาพธรรมสภาวะธรรมมันก็เกิดเรื่องมาแต่เหตุปัจจัยของธรรมหรือผลของธรรมมันมีทั้งเหตุปัจจัยและมีทั้งผลทั้งทำมันจึงสนับสนุนให้เกิดกงล้อของ ยิ่งขึ้นเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเป็นสภาพเหมือนรอบเชิงซ้อนเป็นวิริยะที่หนุนเนื่องเป็นกงจักรเป็นกงจักรแต่ไม่ใช่กงจักรดอกบัวอะไรนั่นน่ะแต่เป็นกงจักรกงล้อกรงหมุนที่มีสภาพมีวงหมุนที่หมุนรอบกว้างขึ้นรวมเอาวงจักรหรือกงจักรของล้อแต่ละเรื่องแต่ละเรื่องแต่รับเหตุปัจจัยรวมก็จะอยู่เป็นเครื่องกลเป็นวงจักรที่มีเฟืองกลเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นโดยสารต่อเนื่องกว้างขวางขึ้นเดี๋ยวออกเวลาถ้าเกิดสติแล้วก็มีมาเรื่อยๆตั้งสติ ธัญญะขึ้นมาเรื่อยๆก็ไม่มีสติมันเกิดสติดั่งที่ได้สรุปลงไปไว้ให้ฟังแล้วว่ามันเป็นสภาพเรามาเรียงร้อยทำร้อยให้ครบร้อยเรียงร้อยให้มันเป็นระดับเรียบเรียงร้อยจนมันได้เรียนร้อยจนเรียบร้อยได้รอดร้อยใหม่ได้ครบร้อยและเป็นร้อยใหม่และร้อยใหม่จะเป็นฐานที่จะเรียงร้อยอันใหม่มาร้อยใหม่มาร้อยเรียงกันใหม่ร้อยเรียงจนเรียบร้อยจนได้ร้อยใหม่อีกครบร้อยเป็นร้อยใหม่เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนไปอย่างนั้นเรียกว่าสติเพราะงั้นอำนาจของสตินี้หรือสภาวะของสตินี้ ทรัพย์ทวีมันเป็นสภาพรู้ที่ไม่ใช่รู้ธรรมดามันรู้อย่างลึกรู้ซาบซึ้งรู้มีสภาวะธรรมสภาพการรู้สภาวะธรรมสภาพการรู้ลึกซึ้งสภาพการรู้ถึงแม้วิมุตนิพพานสภาพการรู้เหล่านั้นนั่นแหละต่อเนื่องกันหมดในสภาวะของสติเมื่อเกิดเป็นยาเมื่อเกิดการรู้ก็เป็นปัญญาที่ว่าปัญญาจะชนะต่อจากการรู้ที่ร้อยเรียงเรียงรู้เรียนรู้ให้ร้อยรอบขึ้นมามากขึ้นมาเต็มครบขึ้นมาถึงที่ถึงจุดขึ้นมาเสริมหนุนขึ้นไปเป็นปัญญาปัญญาตัวนี้จึงไม่ใช่ปัญญา พูดง่ายๆปัญญาจะคิดทำท๊อฟฟี่ได้ปัญญาไปคิดทำจรวดได้ปัญญาไปคิดทำหน้ากากมาสวมหน้าแลบลิ้นสิ้นหลอกคนเล่นปัญญาอะไรต่ออะไรต่างๆที่ไม่คิดอ่านสร้างสรรค์อะไรต่ออะไรต่างๆไม่ใช่ไม่ได้หมายเป็นปัญญาอย่างนั้นเลยไม่ได้หมายเอาบรรยายอย่างนั้นมันปัญญาจะพิจารณาจึงเป็นปัญญาที่เกิดการรู้ธรรมรู้ความเจริญของชีวิตรู้สภาวะธรรมลึกซึ้งแม้แต่วิมุติแม้แต่สภาพจิตใจท้ายรถหย่อนลงไปรู้มันเป็นปัญญาที่ได้เกิดผลกระทบจากเกิดผลที่มันเกิดศรัทธาจริงแท้ เกิดผลที่เรามีสภาพเจริญขึ้นเป็นผู้รู้ผู้ตื่นเป็นฉากที่ยาวบุคคลเป็นชาเขียวคนเป็นบุคคลผู้รู้ตื่นผู้ตื่นผู้เบิกบานขึ้นเป็นปัญญาอย่างนั้นเมื่อเริ่มต้นเป็นปัญญาดังกล่าวเราก็เสริมหนุนเข้าไปที่จิตให้เป็นฌานหรือเป็นสภาพที่มันจะขาดจากกิเลสนิวรณ์ทั้งหลายทั้งปวงครบถ้วนมันก็จะไล่เองเข้าไปอย่างนั้นอาทิตย์นี้เราก็มาดูที่ลูกโม่ขึ้นต้นเพราะพี่โง่ที่หน้า 270 บาทแถมมึงจะเน้นลงไปขีดเส้นใต้หรือว่าย้ำลงไปให้ ฟังเป็นที่ๆอันๆซึ่งเราได้อธิบายกันมามากแล้วอ่านทวนอันนี้อีกจะรู้สึกสัมผัสเข้าไปอีกไม่ชัดเจนณรงค์ฟังดูเพราะพี่โมกขธรรมนั้นต้องถึงได้ด้วยปัญญารู้แจ้งเข้าใจตนอยู่ทุกขณะทุกเมื่อแม่ลืมตาโปร่งๆทำงานทำการอะไรอยู่ก็ได้แม้หลับก็รู้ว่าหลับหรือแม้หลับแต่มีสติเต็มก็รู้ชัดว่าหลับทวารอื่นส่วนทวารจิตยังรู้อยู่เห็นอยู่ควบคุมตนได้อยู่ในจิตตนเต็มจิตใจและสิ่งมีสภาพอย่างนี้ควรปล่อยออก เครื่องอยู่ภาพเรื่องทิ้งควรปล่อยออกเรื่องทิ้งจิตเจตสิกมีอาการอย่างนี้ควรดับเสียหยุดเสียหรือจิตเจตสิกมีสภาพอย่างนี้ดีแล้วควรให้เป็นไปควรให้ถึงถึงความเป็นอย่างนั้นจิตใจในสิ่งที่มีอาการมีงานอย่างนี้ก็เป็นกุศลที่ดียิ่งแล้วก็ควรให้เป็นอยู่ควรให้ดำเนินไปควรให้กรอบเกิดควรให้เกิดต่อไปในวงเล็บปิดอาทิตย์ธรรมะคนที่เกิดต่อไปเพราะประกอบไปด้วยความเป็นที่สุดที่สมควรยิ่งแล้วดียิ่งแล้วชอบแล้วจริงๆในก็คือสระ อันติเท่ากับสันติจริงๆวงเล็บเปิดก็เท่ากับประกอบพร้อมด้วยหรือว่ามีอันติก็เท่ากับความเป็นที่สุดหรือสภาพไม่มีความวนอีกวงเล็บปิดเรียกว่ารู้จิตแท้รู้ละเอียดสุขุมวิท 70 หรืออาการหรือสภาวะของจิตที่มีการงานเกิดอยู่ทุกขณะได้แม้การงานของจิตอย่างใดที่ดีที่ไม่ดีก็รู้ถูกรู้ชัดแท้เมื่อนี้นับว่าดีเหมือนนี้นับว่าไม่ดีในการละอย่างนี้มีองค์ประกอบอย่างนี้ มีเหตุมีปัจจัยเท่านี้เท่านี้นับว่าดีในการะอย่างนี้มีองค์ประกอบอย่างนี้หรือมีเหตุปัจจัยเท่านี้เท่านี้นับว่าไม่ดีก็เข้าใจละเอียดมีสัปปุริสธรรม 7 ในจิตในปัญญาพิจารณาไตร่ตรองประกอบด้วยแท้ๆมากน้อยตามภูมิภาคจริงๆในวงเล็บยานหรือปัญญาวิมุติอาการงานของจิตอย่างใดที่ควรหยุดในเล็บจุติหรือดับกลิ่นควรให้ดำเนินต่อไปในวงเล็บอุบัติหรือให้เกิดก็ทำเอาได้ให้จิตหยุดการงานนั้นหรือให้ทำการงานนั้นต่อต่อไปก็ทำเอาได้จริงๆวงเล็บเปิดวิม หรืออุปสรรควิมุตทีเดียววงเล็บปิดนี่กำลังสรุปลงมาให้เห็นว่าเมื่อเรารู้ในวิโมกขธรรมทั้งหลายแหล่จนกระทั่งละเอียดลออถึงสภาพจิตตั้งแต่นีโม่ 1-6 8 ที่เราได้ย้ำได้เรียนจะมาแล้วเรารู้ชัดเห็นชัดถึงอาการถึงอารมณ์ความแตกต่างของสภาพธรรมที่แยกแยะละเอียดไปจนกระทั่งถึงอายตนะถึงวิญญาณธาตุและอายตนะธาตุและเราก็ได้รู้จักปล่อยรู้จักสดรู้จักวางหรือรู้จักดับหรือว่าจะให้มันเป็นไปอยู่ให้มันมีอยู่เราก็สามารถที่จะรู้สามารถที่จะทำได้ ผู้ที่ทำให้ดับได้ให้เกิดได้อย่างนั้นแหละเป็นตัวย่อคำที่จิตทั้งๆที่วิญญาณทำให้เกิดให้ดับที่วิญญาณที่ติดยาเสพติดนี่เราถึงซึ่งความเกิดที่เป็นรากเหง้าเป็นประธานมโนปุพพังคมาธัมมามโนเสฏฐามโนมยาและสามารถที่จะให้เกิดให้ดับได้ทำได้เดี๋ยวนั้นผู้ใดทำได้ผู้นั้นก็ถึงความเกิดดับเป็นผู้ที่จะกำกับการเกิดการดับเพราะฉะนั้นเราจะให้เกิดก็เกิดแต่กุศลถ้ากุศลจะเกิดมาในโลกนี้อีกล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านชาติมีแต่กุศลเกิดมันก็จะเป็นอะไรส่วนอกุศลนั้นดาบๆๆๆๆรับไม่ได้ไม่เกิด มันก็เป็นความเจริญอยู่แล้วในตัวจะปล่อยให้สิ่งนั้นเกิดอยู่นิรันดร์หรือไม่ต้องให้สิ่งนั้นเกิดเลยเราจะเลิกเราก็มีสิทธิ์เพราะเรารู้ต้นตอแห่งประธานวิญญาณเป็นประธานเป็นทั้งปวงเรามีประธานเรามีเรารู้จักวิญญาณจับจิตใจสุดๆเป็นมโนเป็น 70 หรือเป็นจิตถึงขั้นละเอียดละอออย่างนี้รู้การเกิดการดับเป็นแต่เพียงความหมายที่เราใช้คำว่าอุบัติกับกิตติก็เป็นความหมายที่ควรจะรู้ซ้อนกันไปอีกนิดนึงว่ายุตินั้นน่ะที่แปลว่าดับแท้จริงเราแปล 2 ในแปลว่ามัน ไปอยู่มันเคลื่อนออกจุติไม่ได้หมายความว่ามันดับก็คือมันมันสูญสิ้นอะไรไปซะทีเดียวแต่มันก็เป็นเหตุปัจจัยที่เมื่อเคลื่อนไปไปแล้วเราไม่ติดตามมันก็ไปตามธรรมของมันจะทำให้ดีที่สุดเราปล่อยก็เท่ากับเราตายกันเลิกกันจากกันหรือขาดกันก็จบไปในตัวมันก็เป็นการติดสติเมื่อเราสร้างให้มันเป็นของดีอุบัติเหตุเป็นสภาพดีขึ้นแล้วเกิดแล้วดีแล้วมันก็ดีแล้วเรามีหน้าที่ที่จะต้องรู้จริงว่าสิ่งนี้ดีจริงๆและทำให้เกิดนี่เป็นสภาพดีที่สุดจริงๆด้วยความจริงใจจริงๆแล้วก็มีสภาพที่ถูกต้องด้วยว่ามันดีจริงไม่ใช่ไปเข้าใจผิด เอาดีมาเป็นไม่ดีเอาไม่ดีมาเป็นดีกลับกันเจ๊ไม่ใช่อย่างนั้นจะถูกต้องด้วยไปตามสัจธรรมไม่ว่าจะเป็นสมมติสัจจะหรือปรมัตถสัจจะถูกตรงเป็นจริงเราก็ทำขึ้นมันก็จบอยู่ที่จุดธูปเปล่าๆถ้าจะว่ากันไปแล้วจบอยู่ที่จุดๆๆคือเรามีญาณมีปัญญารู้ความเกิดความปล่อยไปหรือว่าจุติหรือมันเคลื่อนไปแล้วหรือว่าเราดับจากเราพ้นจากเราหลุดจากเราขาดจากเราเราไม่ได้ยึดเป็นของเราแต่สิ่งนั้นบอกแล้วว่าแม้เราจะให้เกิดสิ่งนั้นก็เป็นกุศลนี้เป็นหน้าที่นี่เป็นความรับผิดชอบของเรา เรายังมีรูปนามขันธ์ 5 เรายังมีอุปาทิเราจะสามารถสร้างสรรค์อะไรได้อยู่เราก็สร้างสิ่งดีให้เกิดแม้เกิดแล้วเราก็ไม่ได้คิดว่าเป็นของของเราเราก็หมดทางนี้เป็นความหมายที่ลึกซึ้งเพราะฉะนั้นการเกิดเราก็ทำเกิดอยู่ด้วยซ้ำการดับเราก็ทำดับโดยที่ว่าเราไม่ได้ไปทำลายอะไรดับเราไม่ได้ไปทำลายอะไรเรารับผิดชอบทำลายแต่อกุศลอกุศลรัฐทำลายแน่นี่เป็นสภาพความรู้ที่สอนลงไปเป็นผู้รู้เกิดดับละเอียดละออสุขุมลึกซึ้งถึงที่สุดจริงจะยังไม่ถึงอาสวะขยะอยู่ เพียงแต่ทำเกิดทำดับให้ได้ที่ตนยังไม่เด็ดขาดหรือยังไม่มั่นคงเท่านั้นเองถ้าทำได้ก็นั่นแหละคือผลหนึ่งและสัมมาวิมุติทุกบทแห่งการทำได้ล่ะเพราะฉะนั้นผู้ใดทำเกิดทำดับจนกระทั่งทำอย่างแน่นอนมั่นคงทำเองเป็นผู้ที่ทำเกิดทำดับอย่างแน่แท้ทำวิมุตรู้ว่านี่เป็นผลที่สำเร็จผู้ใดทำได้บทใดบทเล็กบทน้อยก็เป็นการได้ผลบทเล็กบทน้อยของผู้นั้นทำได้อย่างมั่นคงมากยิ่งแท้ถูกต้องยืนยงก็เป็นวิมุตที่ยืนยงเป็นความถาวรความตั้งมั่น ดูประปาจักรยานจึงคือการรู้การเข้าใจเรื่องความเกิดความดับหรือเรื่องความรับสภาพไว้ในเมล็ดเกิดกับความไม่รับสภาพไว้ในวงเล็บดับหรือเรื่องความเปลี่ยนสภาพไปในวงเล็บดับกับความยังไม่เปลี่ยนสภาพไปในวงเล็บเปิดที่เกิดญาณเกิดวิชาเกิดความรู้ญาณในวิชาความรู้อันนี้มันต้องข้อที่ 8 แล้วประการที่ 8 เดือนประการที่ 9 ก็ถอนอาสวะอนุสัยอย่างสิ้นซากเท่านั้นเองหมายความว่าไม่เหลือเชื้ออะไรหมดเกลี้ยงสิ้นในขณะที่เรา เราเป็นผู้ที่สร้างดีแล้วเป็นผู้ที่รู้เกิดรู้ดับที่อะไรคนที่เกิดก็เกิดไปอะไรที่ควรดับดับจนกระทั่งมันเป็นสภาพที่ดับมันจะมีอะไรจออะไรเล็กๆน้อยๆเศษแซนที่เหลือยังไม่ถอนรากถอนเข้าอย่างหมดเกลี้ยงถ้าเราไม่นับว่าเป็นอาสวะคือระยะยาวก็เป็นตัวสุดท้ายหรือว่าตัวที่มันดีคนที่มีภูมิคุ้มกันถึงขนาดวิชาการประการที่ 8 แล้วเนี่ยเป็นคนดีมาหาดีแล้วจะเป็นพระอรหันต์จะไปถอนอาสวะขยะเป็นตัวสุดท้ายเป็นอันจบอันสิ้นอยู่แล้วนี่จะมากินเลี้ยงอะไรอยู่มันไม่ใช่แต่เราวิชาก็เป็นภูมิธรรมที่สูงขึ้นแต่ระดับด้วยไม่ หมายความว่าเราไปเจาะโอ้ยคนที่มีจุดประตูเป็นผู้ที่สาธิตจตุพรวิญญาณรู้ความเกิดความดับแล้วก็อธิบายไปเป็นวนๆเป็นเหมือนกับบุพเพสันนิวาสที่นั่งรู้ความเกิดความดับของคนนั้นคนนี้คนนั้นตายหมดนี่คนที่เกิดมานั้นไม่มีอะไรต่างๆนะนี่รู้นะนี่ความเกิดความดับของคนนั้นคนนี้อายุจะยาวเท่านั้นจะยืนแถวนี้จะมีอายุอย่างนู้นอย่างนี้แล้วถ้าเธอไปไม่เข้าเรื่องแล้วก็ไปดูในเรื่องบุคคลตัวตนเราเขาก็เกิดนี่เป็นหมาเป็นควายเป็นพระอินทร์เป็นพระพรหมเป็นตัวตนอะไรไปไม่รู้เรื่องอ่ะเป็นมนุษย์เกิดเป็นคนคนนั้นฉันเป็นผู้หญิงเป็นผู้ชายเป็นนายคนนั้นนางคนนี้อะไรไปอย่างนั้นเขาก็ว่ากันและเลอะเทอะไปอย่างนั้นทั้ง ธรรมะปรมัตถ์นี่มันเกี่ยวกับจิตใจเป็น 10 รูปนิพพานไม่ได้เกี่ยวกับตัวตนบุคคลเราเขาอะไรไอ้สัตว์ควายมาช้างอะไรมันไม่เกี่ยวเลยนะปรมัตถธรรมชั้นนิชาปานนี้ซึ่งจะบรรลุธรรมอยู่แล้วยังไม่ง่วงนอนของหกคะเมนตีลังกาไปวุ่นวายกับไอ้เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องที่พวกนั้นมันก็ไม่เข้าทางพยากรณ์อากาศวันนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนายคนนี้ออกมาจากท้องแม่ชาตินี้นายคนนี้ออกมาจากท้องแม่ชาติโน้นหรืองานคนโน้นออกมาจากท้องแม่ชาตินี้มันไม่ใช่ตัวตนอย่างนั้นการเกิดกรรมมาโยนนี้การเกิดกรรมมาโยนนี้กรรมเป็นการเกิดไม่ใช่การเกิดของท้องพ่อท้องแม่เอากรรมเป็นการ การเกิดอะไรคือกรรมคุณกำลังคิดชั่วคุณเกิดแล้วชั่วอยู่ในใจของคุณเป็นมโนกรรมคุณกำลังพูดชั่วคุณเกิดแล้วชั่วคุณกำลังเกิดคุณจะพูดอย่างไรพูดอย่างเดรัจฉานหรือพูดอย่างเปรตแล้วคุณพูดอย่างไรคุณพูดอย่างเทวดาคุณเกิดแล้วเป็นเทวดาคุณพูดดีคุณพูดบริสุทธิ์เป็นวิสุทธิเทพด้วยคุณเกิดแล้วเป็นเทวดานี่คือการเกิดกรรมเป็นการเกิดกรรมจำแนกสัตว์ไม่ใช่เอาออกจากท้องพ่อท้องแม่จำแนกสัตว์ไม่ใช่มีโอกาสท้องควายแล้วเป็นควายเว้ยชาตินี้ไม่ใช่การเกิดอย่างนี้ไม่ได้ท่านไม่ได้บอกองค์การเกิดอย่างนี้จำแนกสัตว์ ดังนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นจู่ๆประปาแต่ยานี้เป็นเรื่องของการรู้ความเกิดและได้เน้นลงไปที่รายละเอียดแล้วว่าความลับสภาพไว้คุณรับสภาพไว้ขณะนี้คุณรับสภาพพูดอาตมากำลังทำการเกิดพูดขณะนี้กำลังพูดนี่กำลังอุบาทอุบัติแล้วเสร็จอาตมาก็จุติในตัวอุบัติแล้วก็จุดติดในตัวทำให้เกิดแล้วก็เคลื่อนไปเคลื่อนไปเลื่อนไปพร้อมกันนั้นถ้าจะพูดถึงความหมายของสถิติแปลว่าดับอาตมาก็ดับไปในตัวคือไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้หลงไหลมาเป็นของเราบางคำอาตมาพูด มีตัวที่มันดีในตัวนี้เพราะว่าพูดบางอันนี้รู้สึกว่าเป็นสภาพดีเราใช้ปฏิภาณใช้นิรุตติใช้ปฏิสัมภิทาญาณในการพูดปรุงออกมาให้มันดีพอรู้สึกบางอันรู้สึกอันนี้ดีจังอันนี้ดีจังรู้ว่ามันดีแหมรู้สึกว่าพูดแบบนี้ดีบรรยายนี้ชัดเจนบรรยายนี้ดีมีคุณค่าที่เป็นศิลปะหรือเป็นสภาวะการพูดการแสดงการสร้างอันนี้ออกไปดีใจเกิดอยู่เหมือนกันว่าเอออันนี้ดีนะหน้าอนุโมทนานะถ้าเราเผลอนิดเดียวเราก็จะยึดอันนี้ของของเราของเราและเราก็จะจดจำของเราก็จะเอาไว้ สำหรับคุยอกคุยอวดคุยสร้างสรรเสริญสร้างลาภสร้างยศสร้างอะไรต่ออะไรให้แก่ตัวเราเองมันไม่มีอันพวกนี้มันไม่มีสภาพที่จะยึดมาเป็นของเราอย่างนั้นแต่มันประทับใจลงไปว่าเอออันนี้ดีนะเราสัญญากันไปเวลาจะจำให้ได้มากๆจำวันนี้ไว้ใช้อีกจำวันนี้ไว้เป็นประโยชน์ในเบื้องหน้าข้างหน้าอีกถ้าอย่างนี้แล้วก็มีถ้าอย่างนี้แล้วก็มีเพราะฉะนั้นไอ้ที่ปล่อยไปเลยก็ปล่อยไปเลยจะประทับใจไว้กับประทับใจไว้เท่านั้นเองก็เป็นการมีสภาพถ้ารับสภาพนั้นไว้ก็รับไว้ก็เรียกว่าเกิดอยู่เกิดอยู่ความไม่รับสภาพไว้ก็ปล่อยไปแล้วปล่อยไปเลยจนกระทั่งอเมริกา มากพูดแล้วก็พูดไปผ่านไม่ยึดไม่เกาะไม่ติดไม่จำเลยดับก็จุติแน่จะติดแล้วก็ดับดับมันก็ผ่านไปนี้อธิบายตัวสภาวะของแค่การพูดที่อาตมากำลังพูดตามพูดแล้วก็ปล่อยก็ดับมันก็เคลื่อนไปเครียดไปสู่ใครก็แล้วแต่ใครก็รับเอาแต่เห็นมันเป็นคุณค่าคุณก็รับไปสร้างเป็นประโยชน์ต่อสื่อสารต่อเป็นเลขฐานหรือเป็นทายาทอะไรก็ตามใจก็เป็นกับภาวะการเกิดการดับอยู่อย่างนี้การกระทำทางกายการกระทำทางวาจาแม้แต่การในจิตวิญญาณในมโนเป็นมโนกรรมกรรมทั้ง 3 ทั้งกลายเป็นจีนมโนเกิดดับถ้ามีสภาพที่เปลี่ยนสภาพไปแล้วขณะนี้พูด อย่างนี้มีความหมายอย่างนี้มีคุณค่าสาระอย่างนี้สภาพนี้ก็เป็นคำพูดที่มีค่าอย่างนี้มีคุณภาพอย่างนี้มีความหมายที่ทุกคนก็เข้าใจอันนี้รอบรักอยู่ไม่เปลี่ยนสภาพอันนี้ก็ส่งสะพานใช้คำว่าฌานอย่างนี้ก็อธิบายกันมาอย่างที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้าท่านอธิบายและท่านก็พยายามแนะนำคนเดี๋ยวนี้ทานมันก็กลับแปรปรวนไปเปลี่ยนสภาพไปเป็นทานอย่างที่มันไม่ถูกมันเป็นต้นอีกวนเวียนอยู่อย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นหรือแม้แต่วิชาของท่านทั้งอธิบายวิชาของท่านอธิบายอริยมรรคองค์ 8 ของท่านมันเปลี่ยนไปจนกระทั่งมันย้อนกลับไปนี่ได้มันไม่เหลือรอยมันไม่เหลือรอยว่าจะโค้งกลับไปหารอยเดิมของพระพุทธเจ้าตรงไหนถูกกลบมาไกลลืม เก่ากลับไปก็ไม่ได้แล้วว่าแปรปรวนสภาพที่มันออกมาแล้วนี่กลายเป็นรูปอื่นซึ่งมันเป็นรูปที่รู้ง่ายสภาพธรรมที่ถ้ามันตกต่ำก็คือไปหาสภาพที่รู้ง่ายสภาพของตื้นไม่ใช่ของลึกซึ้งเป็นของตื้นเป็นของเผินๆขึ้นมาเรื่อยๆซึ่งมันแน่นอนคนมันเข้าใจไม่ได้คนมันปัญญามันอ่อนลงมันก็ทิ้งไอ้สิ่งลึกซึ้งก็มาจับได้แต่ตื้นๆตึงๆๆๆเป็นจริงแน่มันลดลงแล้วมันตื้นขึ้นอย่างนี้แน่เพราะฉะนั้นทำมาถึงจึงเกิดขึ้นและเปลี่ยนสภาพใหม่ทีนี้ความยังไม่เปลี่ยนสภาพไปก็คือการเกิดสภาพธรรมของพระพุทธเจ้ายังไม่เปลี่ยนสภาพไป เขาเรียกว่ามันตรงอยู่หรือโดยตรงเรียกว่าธรรมะธรรมะแปลว่าสิ่งที่ทรงอยู่ทะละธรรมอะไรพวกนี้แปลว่าการทรงอยู่การยังทรงอยู่ยังไม่เปลี่ยนสภาพไปเขาเรียกว่าเกิดอยู่ศาสนาพระพุทธเจ้าจะยังเกิดอยู่เกิดอยู่หรือจะทรงอยู่ทรงอยู่ก็เรียกว่ามันยังสามารถอุบัติยังสามารถเป็นยังสามารถยังไม่ตายยังไม่ดับเลยแต่ถ้ามันเปลี่ยนสภาพไปมากจนกระทั่งบอกว่ามันไม่เหลือรูปแล้วนี่มันไม่เป็นรูปของพระพุทธเจ้ามันไม่เป็นรอยพระพุทธเจ้าทรงไว้ซึ่งคุณค่าคุณธรรมแบบอย่างมันไม่เป็นเลยแก่นสารเนื้อตัวความหมายอะไรมันก็เปลี่ยนแปลงไป มันแปลไปเขาเรียกว่าตายนึกว่าดับเรียกว่าศูนย์เพราะงั้นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมความหมายสภาพธรรมธรรมวินัยต่างๆเป็นความรู้เป็นยานผู้ที่สืบเนื่องผู้ที่สืบทอดผู้ที่มีญาณหยั่งถึงซึ้งจริงถึงจุดก็จะมาสืบสานเป็นธรรมทายาทมาสืบต่อพวกที่ไม่รู้จริงก็จะแปลไปแปลไปมีสภาพที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนไปนั่นคือทำความดับศาสนาพุทธก็มีผู้ที่กำลังทำให้ดับลงไปลงไปผู้รู้ยิ่งรู้จริงก็พยายามทำให้เกิดมันเป็นสภาพจริงนะเจตนานั้นมีบอกว่า แต่ความรู้นั้นไม่เป็นพุทธก็เอามาทำให้เกิดเขาก็นึกว่าเขาจะทำให้พุทธเกิดแต่แท้จริงเขากำลังเอาลูกระเบิดมาใส่ชุดเยอะไปเขาเอายาพิษมาใส่ชุดเขากำลังเอายาฆ่าฆ่าพุธเจตนานั้นดีเจตนานั้นเลื่อมใสศรัทธาว่าศาสนาพุทธแต่ภูเขาเป็นอย่างนั้นปัญญาภูมิความรู้ต่างๆของเขาเป็นอย่างนั้นแค่นั้นมีอยู่เพราะต้องเลือกเป็นหรือว่าต้องเลือกหาสัตบุรุษเลือกหาผู้หยั่งถึงผู้ที่สั่งสมบุญบารมีมีบุพเพกษัตริย์ตาเป็นบุญที่สร้างไว้เก่าสร้างไว้ก่อนแล้วบุญที่สร้างมาก่อนหรือว่าเป็นสภาพธรรมเป็นความจริงที่สร้างมาก่อนมีอย่าง อ้างกับพวกคุณว่าผมเองผมไม่ได้สร้างบุญชาตินี้มากนักในการเรียนรู้ธรรมะไม่ได้มีครูไม่ได้มีอาจารย์ใช้เวลาก็ไม่มากไม่มายในการศึกษาธรรมแต่ผมก็มาแสดงแล้วผมได้มาปรากฏแล้วตั้งแต่ใหม่มาบางคนเริ่มต้นตามติดมาตั้งแต่ใหม่ๆตั้งแต่วาดลวดลายมาใหม่ๆจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ได้ก็มากระทำแล้วมีโอกาสรู้เห็นอยู่ตลอดทางมาไม่ได้คาดสายตาไปไหนผมก็ไม่ได้ไปที่ดินไปเสกยักษ์อัดเปล่าจากที่นั่นที่นี่วิเศษมาจากไหนมันก็มีของเดิมมีตัวเองจะมีบุญก็มี เธอจริงๆมีบุพเพสันนิวาสมีความดีความรู้เก่าที่เราได้จะทำให้แก่ตนมาแล้วจริงๆแล้วก็มาบรรยายมาอธิบายมาพยายามแสดงสิ่งเหล่านี้เพื่อให้คุณรับถ่ายทอดไปที่สูงไปยืนยันอีกสิแม้แต่พวกคุณก็รวยแล้วแต่มีบุคลากรชะตามีบุญเก่าของแต่ละบุคคลนี่มาเป็นฐานอาศัยเป็นสิ่งที่เข้ามาสอบผ่านเป็นสิ่งที่เข้ามาไล่เรียงเข้ามาหาฐานลึกขึ้นสูงขึ้นเพราะคุณก็มีของคุณมาเหมือนกันคุณจะรู้หรือไม่รู้ได้แค่ไหนคุณก็เป
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive