240220-2-308 ทางเอกภาค2-ตอน308(หน้า585)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์185 KB
วันที่แก้ไข13 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาต่อนะต่อภูมิอรูปปกป้องนิดนึงในหน้า 585 เรากำลังจะสรุปราคา ดูสภาพจิตที่เป็นอยู่อย่างว่างเบาโปร่งโล่งง่ายตลอดมองเห็นอะไรได้ยินอะไรสัมผัสอะไรอยู่ก็ตามซึ่งเป็นรูปประธรรมทั้งหลายทั้งปวงก็ไม่ติดแล้วไม่ขัดข้องเห็นเป็นธรรมดาอยู่ร่วมด้วยอย่างง่ายอย่างสบายอย่างสบายไปหมดไม่ยึดไม่ถือแล้วในรูปทั้งหลายเป็นส่วนวางเป็นสภาพบ้างเบาเฉยได้อย่างสนิทจริงเป็นผู้มีจิตว่างแล้วล่ะแต่เพราะไม่เข้าใจไม่รู้จักตัวตนในวงเล็บอัตราที่คือความยึดความผิดความชอบอย่างชัดเจน จนถึงละเอียดเบาบางที่สุดตัวตนอันนี้มันยังเหลืออยู่แต่มันเป็นตัวน้อยตัวนิดหรือว่าอยู่ลึกหรือบางเบาในวงเล็บจันทร์นะอันนี้เป็นภาษาบาลีชนะแปลว่าน้อยนิดบางเบามันยังเป็นรูปจริงๆมันไม่ใช่ของหยาบแล้วโดยเฉพาะอากาศนี่เองแท้ๆนี่แหละเป็นต้นและตนเองก็ยังหลงเห็นเป็นส่วนจะต้องเสพยาเสพหรือชอบเสพสภาพนี้จนเกินไปในวงเล็บคือเกินเหมาะเกินควรผู้เสพอยู่โดยไม่รู้คือพูดยังหลงเต็มที่ หรือผู้รู้สภาวันนี้ในตนได้บ้างแล้วล่ะเร็วๆคือผู้เริ่มรู้สมุทัยและแต่ยังติดยังรักยังชอบอยู่มากไปจึงเรียกว่าอากาสานัญจายตนะพรหมเป็นตัวเจโตพรมหรือเป็นพรมชนิดเจโตคือจิตเองแท้ๆเป็นอยู่เสพติดเองแท้ๆโดยเห็นว่าเป็นสุขซึ่งก็สุขจริงๆเสียด้วยสุขนี้เป็นคำโลกีย์นะเป็นโรคเป็นโรคนี้ไม่ใช่โลกุตระซึ่งก็สุขจริงๆซะด้วยเมื่อหลุดพ้นจากโลกแบบหยาบอื่นมาได้ออกปานนี้ กดแสนสุขได้ออกมานี้แหละผู้เสพเองจะรู้เองและเพราะสุขนั้นแหละจึงหลงเสพจึงหลงติดจนได้ชื่อว่าพรหมเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตนมากไปเห็นเป็นกำไรในวงเล็บอายะห์จึงยังมีอัตราเป็นพรมความมากไปนั้นหนึ่งในเล็บคือความเกินพอดีพอควรความติดเสพนั้นอีก 1 วงเล็บคือความหลงชอบจ

อ่านต่อ

ึงทำให้หลงยึดหลงเกาะไม่ยอมปล่อยอารมณ์นี้ใครมากวนมาแย่ง ไม่ได้จะขุ่นเคืองรำคาญไม่ชอบใจอึดอัดและเปิดปฏิฆะเพราะเหตุจากอรูปไม่ใช่ปฏิฆะเพราะเหตุจากรูปแล้วปิดรู้เหตุปัจจัยให้ดีนะเพราะอย่างเราเคยยกตัวอย่างว่าคนที่โกรธหรือโลกตั้งแต่มีเหตุปัจจัยเป็นอบายมุขอย่างนี้ถ้าเขาหลุดจากอบายมุขแล้วเขาก็ไม่โกรธไม่โลกโดยเฉพาะอบายมุขมันสัมผัสยังไงเขาก็ไม่โกรธไม่ลงในปฏิทินแล้วถึง ถึงแก่นแล้วอัดทั้งคืนมาดับอารมณ์ของปฏิกะสัญญาได้แล้วหมดแม้แต่สภาพของรูปสัญญาอนิจสัญญาอะไรหยาบๆคล้ายๆก็ไม่ติดไม่ยึดไม่เสพแล้วปฏิฆะสัญญาก็ไม่มีนาฏศิลป์สัญญาที่ละเอียดขึ้นมาอีกก็ได้ไล่ขึ้นมาขณะนี้เรากำลังมาพูดอยู่ในระดับอากาสานัญจายตนะสัญญาและกำลังมาพูดถึงระดับเอารูปตัดสัญญาขั้นที่กำลังพูดอยู่นี่เพราะงั้นแม้แต่ของสภาพที่เหตุปัจจัยที่ยกตัวอย่างเมื่อกี้นี้ว่าเป็นอบายมุขเป็นโรคกระทำเป็น ในรูปในรถมีกลิ่นในเสียงอะไรก็ตามเราก็จะหมดอารมณ์ปฏิฆะหมดอารมณ์ราคะได้แต่แม้จะหมดแล้วทุกอย่างลูกเป็นสัญญาทุกอย่างแล้วท่านอรูปเนี่ยก็ยังมีซ้อนอยู่อีกมีซ้อนอีกด้วยเหตุโดยปัจจัยขณะนี้ด้วยเหตุและปัจจัยโดยตรงของมันก็คือตัวมนุษย์พ้นโลกและรวมเป็นสัญญาในโลกแต่มาอยู่ในภพของภพมันอยู่ในภพของภพขณะนี้เป็นสภาพที่ไม่ใช่เรื่องการไม่ใช่เรื่องรูปไม่ใช่เรื่องโลก แต่เราก็ยังมีความโกรธมีความปฏิฆะเพราะราคะปฏิฆะก็เพราะราคะปฏิฆะก็เพราะว่าเราเองเราชื่นชมเราติดยึดอันนี้ใครจะมากวนใครจะมาแย่งใครจะมากระทบใครจะมาทำให้เราหลุดออกไปจากภพที่เรายึดอันนี้เราจะต้องวางเนี่ยใครมาทำให้เราไม่ว่างก็ปฏิฆะใครจะมาทำอะไรต่ออะไรเราเราก็วางไม่ได้ก็เพราะเราจะติดเศษมันมากเกินไปไม่ใช่เราจะติดเสียแล้วมันติดเศษเพราะมันมันมากไปแล้วจริงๆโดยธรรมดาธรรมชาติโดยควรก็ไม่จำเป็นจะต้องไปติดเสพบ้างถึงปานนั้นมันมากไปแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราติดเรา เราอร่อยเราอร่อยแล้วเสพสุขนะนี่ปกติคะได้อยู่แล้วการปฏิฆะนี้ไม่ใช่พื้นฐานต่ำเพราะฉะนั้นอยู่กับโลกเขาโดยโลกโดยสิ่งที่เป็นโรคๆเป็นอบายมุขเป็นโรคก็ทำเป็นก็ตามเป็นอะไรไม่ทำให้เราโกรธไม่ทำให้เราปฏิฆะไม่เราไม่ทำให้เราเกิดอาการของโรคพระโทสะโมหะหรือแม้แต่เศษที่จะเรียกว่าปฏิกะก็ตามไม่ทำให้เราเกิดได้แล้วล่ะแต่ในสิ่งนี้ที่ตอนนี้ทำให้เราเกิดในอารมณ์นี้เอารูปประชานและรูปเป็นจิตในรูปแบบสัญญาแบบนี้เราไม่รู้เราสัญญาลงไปไม่แม่นมันแล้วสัญญาไปแล้วก็ปล่อยคลายยังไม่ได้เพราะติดยึดอารมณ์นี้เพราะฉะนั้นอารมณ์นี้จึงทำให้เราเกิดราค 3 โมหะแม้จะไม่ยังหยาบอย่างกลางอย่างละเอียดอะไรก็ยังเหลือเศษเหลืออารมณ์เหลือส่วนอยู่ได้ถ้าไม่มีใครมากวนก็จะกลายเป็นผู้เสพผู้จมอยู่กับอารมณ์นี้เป็นแดนวิมานอันแสนสุขสมอร่อยเหาะไปเลยโลมาและจิตก็อย่างรากและนับวันจะอ้วนพีหรือแตกกอกอต้นใหญ่นี่คืออาพาธของพระโยคาวจรขั้นนี้สุขทุกข์ก็จะยังเกิดได้ด้วยประการอย่างนี้เป็นต้นวิญญาณัญจายตนะพรหมนั้นคือสภาพจิตที่เกิดรู้ความละเอียด ซึ้งใดๆนั้นน่ะขึ้นได้โดยเฉพาะขณะนี้คือรู้สภาพอากาศสามัญอายตนะคำว่าวิญญาณขณะนี้วิญญาณสูงมากแล้วนะสูงมาถึงขั้นที่ไม่ใช่ว่ากำหนดสัญญารู้ของหยาบต่ำๆอารมณ์จิตจิตปรมัตถ์นี่รู้มาจนกระทั่งถึงอารมณ์อาสาอารมณ์อากาศรู้ได้และยังแถมว่าถ้าเผื่อว่าจะไม่พ้นนะถ้าจะไม่พ้นก็ยังได้เสพติดอยู่นั่นแหละถ้าจะพ้นก็จะต้องรู้ตัวรู้ตนว่ามันเป็นจิตวิญญาณเสพวิญญาณมันเป็นอย่างนี้เองวิญญาณมันเสพมันติดมันเป็นอย่างนี้เองอาการอย่างนี้เอง เริ่มจะเริ่มรู้ฤทธิ์แรงของวิญญาณเริ่มรู้ว่าวิญญาณมันติดมันเสพเป็นอย่างนี้เราเคยติดเคยเสพของหยาบอย่างไรวิญญาณนี้ติดเสพของละเอียดมันก็เป็นการติดเสพอย่างเดียวกันแต่เหตุปัจจัยต่างกันตอนนี้กำลังเสพพบกำลังเสร็จอาการ 3 ทีนี้มันจะรู้ก็คือจะรู้ตัวเองขึ้นมาว่าเอ๊ะสุดท้ายก็วิญญาณวิญญาณวิญญาณอันติอนันต์โตอนันตังวิญญาณอันติเอาไปเอามามันก็ไม่พ้นวิญญาณมันว่างมันก็มันก็คือจิตเป็นเองบ้างว่าวิญญาณนั้นว่างๆเดี๋ยวมันก็จะรู้ตัวผู้นี้เริ่มรู้ตัวก็คือกำลังสำนึกถึงตัววิญญาณหรือตัววิญญาณกำลังรู้ ตนไม่พร้อมไผไปเป็นโรคๆไอ้ตอนเสพมันก็เป็นอาการ 3 มันก็ว่ากลายเป็นตัวว่าแท้จริงมันไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไรไม่ใช่ว่าไม่ใช่เบิกอะไรเป็นแต่เพียงธาตุรู้สักแต่ว่ารู้แล้วมันก็รู้แล้วมันก็เลิกถ้าจริงถ้าทีนี้ก็วิญญาณสำคัญโดยเฉพาะขนาดนี้รู้สภาพอากาศจะนะของตนรู้สภาพอากาศของตนและรู้ว่าวิญญาณสำคัญกว่าอากาศขึ้นมารู้ว่าวิญญาณสำคัญกว่าอากาศขึ้นมาจึงได้ปลดปล่อยความเป็นอากาสานัญจายตนะพรหมของตนแล้วมันโน้มยึดวิญญาณเข้ามาเห็น ถึงแม้ว่าจะบอกว่าว่างความว่างหรืออะไรแต่มันก็เป็นจิตนี่แหละไม่ใช่ว่างบอกแล้วว่ามันไม่ใช่ว่างที่มันไม่เกี่ยวกับจิตไม่ใช่ว่างว่าช่องว่างอากาศว่างที่เป็นอากาศโดยที่เราเรียกอากาศก็คือเป็นสภาพข้างนอกเป็นลมฟ้าอากาศอะไรไม่ใช่กว้างคือจิตนี่มันโล่งมันโปร่งมันปล่อยมันไม่ติดมันเยอะมันก็ผ่านได้มันก็รู้แล้วมันก็วางอะไรก็ได้ไปธรรมดาธรรมดามันจะแรงก็รู้แรงมันจะเบาก็รู้เบามันจะเป็นอย่างโน้นก็รู้อย่างโน้นมันจะเป็นอย่างนี้ก็รู้อย่างนี้อะไรตามสภาพที่มันเป็นจิตมันก็ไม่ได้ติดไม่ได้ยึดไม่ได้เสพรถไม่ได้ห่วงไม่ได้โปร่ง แต่มันมาเสพตัวมันเองมันไม่เสพตัวจิตที่มันว่างแล้วก็มาติดยึดในความว่างที่จิตมันว่างๆมันซ้อนซ่อนๆนี่แหละสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่สูงยิ่งยิ่งขึ้นไปภาษาอธิบายก็อธิบายสู่กันฟังได้อย่างนี้อย่างนี้ทีนี้เราจะรู้สภาวะธรรมเราก็ต้องไล่เรียงเข้าไปรู้เองรู้สภาพอากาศนี้อย่างนี้มันแตกต่างอาการมันแตกต่างกับอุเบกขาอย่างไรซึ่งมันใกล้เคียงกันมากแล้วใกล้เคียงกันมากอาการสาก็มันก็เป็นอาการอันเดียวกันน่ะสืบเนื่องต่อกันอุเบกขากับอาการสาหัสสืบเนื่องต่อเนื่องกัน น้ำมันเฉยแล้วมันก็เฉยแล้วมันก็ชมเฉยถ้าจมเฉยก็เป็นอาสาเลยถ้ามันเฉยนี่ที่จริงบอกแล้วว่าอธิบายอุเบกขาอย่างถูกทำเป็นพุทธะแล้วมันเฉยก็รู้ว่ามันเฉยมันวางได้มันวางจากอะไรที่กระทบสัมผัสมันก็วางได้สบายมันวางเฉยได้จริงๆทีนี้วางเฉยได้แล้วเกิดไปติดใจในความเฉยเป็นอาการสาหัสเลยทีนี้ไปแช่อิ่มที่เฉยๆระหว่างเฉยๆอยู่มันชักจะไม่รู้อะไรขึ้นมาแล้วตอนนี้เฉยแล้วจะไม่รู้เอาถ้าอุเบกขาที่จริงอุเบกขาฐานนี่เป็นฐานนิพพานเป็นฐานที่รู้โลกรู้ทำเป็นฐานรู้โลกรู้ธรรมเป็นฐานชาญฉลาด ไปถามที่ชาญฉลาดรับรู้แล้วก็สัมผัสกับเขาเข้าใจอุเบกขาพอมาอาสามันจะกลายเป็นเลยเถิดแล้วมันก็มาหลงอยู่นี่อันนี้ความหมายนี้ว่างๆๆๆๆมีแต่ว่างๆๆมันก็จะทิ้งไอ้สิ่งที่มันสัมผัสรู้อะไรต่ออะไรไปมันจะทิ้งมันจะอะไรลงไปทีนี้ถ้าผู้เรียนรู้ตามขั้นตอนแล้วก็จะรู้ต่อไปอีกว่าที่จริงมันก็เกี่ยวกับวิญญาณเมื่อรู้สึกว่าวิญญาณนั่นแหละมันปล่อยว่างก็รู้อาการความชาญฉลาดหรือว่าญาณทัศนะวิเศษมันจะมาระลึกรู้กับมรดกโลกจิตที่มันปล่อยวางอยู่ตรงนั้นแหละเกิดแล้วก็รับรู้แล้วก็ปล่อยแล้วก็ว่า ฟ้อนตัวว่านะจะละเอียดจะรู้ก็จะละเอียดละเอียดอยู่ในเนี้ยอยู่ด้วยกันนี่แหละเป็นแต่เพียงเท่านี้ยึดถืออะไรอะไรจะมาสัมผัสแล้วก็รู้รับรู้แต่ไม่รู้เราก็ไม่ติดอะไรไว้มันก็ว่าแต่ทีนี้ถ้าเผื่อหลงหลงไปมากๆเข้าก็จะไปติดใจในว่าจนกระทั่งแม้อะไรเราก็จะไม่รับมารู้ถ้าเลยเถิดไปต่อไปก็เลยกลายเป็นพวกที่วางโดยไม่รับรู้อะไรก็โง่เขลาเขาก็ไม่รู้โลกไม่รับลูกก็กลายเป็นคนอยู่ในภพกลายเป็นคนในครอบครัวยังรู้ว่าไม่รู้อะไรใครยังไงไม่รู้แบบนี้ส่งโรงพยาบาลบ้าไม่รู้ใครเป็นยังไงอะไร เขาสมอสมควรอะไรไม่รู้บ้างเลยเริ่มโง่ลงไปเรื่อยๆแล้วโง่ซึมเศร้าอยู่ในโพสต์ของตัวเองนั่นแหละแล้วตัวเองนั่นแหละจะจะเรียกว่าฟุ้งเฟ้อจะฟุ้งซ่านจะคิดนึกจะปรุงแต่งจะอะไรๆก็ได้พบกับตัวเองไม่มีใครรู้ด้วยอ่ะวุ่นวายอยู่ในของตัวเองหรือจะดับก็ดับของตัวเองบางคนก็มีลักษณะดังลักษณะอยู่ในภพนี้แล้วก็ไม่คิดอะไรดับไปเฉยๆคนพวกนี้ไม่ค่อยโพลงจะซึมแล้วก็จะหลับส่วนคนฟุ้งซ่านนั้นไม่ซึมเหมือนกันแต่ว่าไม่รักมันมีและมี 2 ลักษณะลึกซึ้งแต่ไม่หลับแข็งพอมันไม่รับซึมข้างนอกไม่รับรู้ว่าใครเขาจะชื่นบานเขาจะมีลักษณะยังไงอาการยังไงไม่รู้ของตัวเองเกิดสนุกสนานของพวกตัวเองฟุ้งไปคิดฟุ้งซ่านพบผูกพันอะไรของตัวเองไปอยู่ในตัวของตัวเองว่างๆดีๆแกก็ยิ้มเองไม่รู้เรื่องสักคนอื่นยิ้มเองอะไรเองไปขว้างมันว่างจากโลกอันนี้เป็นว่างหยาบแต่แท้จริงไม่ใช่อาการมันจะอันตรายแท้ถ้าว่างแท้ก็เฉยไปเลยเป็นพวกแรกกล่าวแล้วคือดับดียิ่งเฉยว่าไปเฉยๆแล้วมันดีลงเรื่อยๆทีนี้จะแพร่ประเภทประเภทฟุ้งซ่านเนี่ย มันมีฟุ้งซ่านที่ไม่ซึมคือสนุกเพลิดเพลินฟุ้งซ่านมากแล้วก็เปิดรถเพราะฉะนั้นตัวนี้ก็จะเห็นหน้ายิ้มบางทีก็ยิ้มยิ้มอยู่เรื่อยยิ้มมากนี่สงสารมากฟุ้งซ่านแล้วเกิดรถจะอร่อยคนก็จะมองเขาจะเอาไว้ยังไงยังไงไม่นะแต่นี่มันแค่คนเดียวถ้าเกิดรู้เรื่องไม่ใช่คนเดียวคนอื่นยังไงไม่รู้เนี่ยมันหลุดไปจากโลกเลยนี่มันเรื่องเลยเธอไม่ฟังแต่เรื่องที่อาการสามาที่เรากำลังพูดกำลังจะตายก็ไปหาวิญญาณมีอาการสาหัสแท้แต่มันว่างเข้าไปหาซึมเข้าไปหาหยุดดับว่างๆก็เจ็บตรงและไม่มีอะไรเอาความไม่มีอะไรขึ้นไปเรื่อยๆๆ ถ้าหลงผิดไปบอกว่าดับเลยว่างเลยก็จะไล่กันไปหาอสัญญีจะไล่กลับไปหาฉันอีกแล้วจะไม่มีทาสรู้วิญญาณเพราะงั้นวิญญาณวิญญาณัญจายตนะก็จะไม่เป็นแต่ถ้าเกิดว่ารู้สัจจะรู้ชั้นเชิงชั้นของอากาสานัญจายตนะแล้วจะมาถึงชั้นวิญญาณัญจายตนะคือรู้ตัวรู้ตัวคนที่รู้สำนึกคนที่รู้ตัวรู้สำนึกรู้ความจริงเกิดปัญญารู้ว่าอ๋อนอกจากความว่างแล้วที่จริงเราจิตของเราเนี่ยมันปล่อยแล้วมันก็ว่างอาการอย่างนี้และไอ้ที่ปล่อยที่โลกที่ว่างก็คือจิตนี่แหละตัวกินยานี่แหละมันรู้ว่าปล่อยมันรู้ว่าเอ่อ เราไม่ยึดติดอะไรมันก็ว่างอย่างนี้แล้วมันก็แค่นั้นความหมายความพอดีความถูกต้องมันแค่นั้นปล่อยวางแล้วก็มันก็รับรู้ใหม่ได้รู้ใหม่อีกแล้วก็ปล่อยอีกรู้ว่าอะไรเร็วแค่ไหนอีกแล้วก็ปล่อยทุกอันอีกมันก็มีตัวว่างอยู่ในตัวของมันต่อเนื่องอยู่ตลอดกาลเพราะฉะนั้นโลกนี้เราจะสัมผัสมีอะไรเป็นปัจจัยให้สัมผัสก็สัมผัสก็รู้รู้แจ้งทุกอย่างแล้วเราก็จะเข้าใจจะรับสัญญากำหนดหมายไม่ใช่รู้เฉยๆว่ากำหนดสัญญาลงไปอันนี้ดำแดงขาวเหลืองใหญ่โตสูงต่ำอะไรรู้มีสัญญากำหนดหมายตามโลกรู้อันนี้ดีอันนี้ไม่ดีอันนี้กุศลอันนี้อกุศลจัดเร็วรู้เร็วจะไหวพริบดีจะ งานดีจะรู้ไวเข้ามันจะช้าหน่อยตอนแรกตอนหลังก็จะเร็วขึ้นยิ่งรู้แล้วรู้ชัดแจ้งยิ่งปล่อยก็เร็วรู้ก็เร็วเป็นแววไวชาญแววไวฉันพูดพูดแต่แล้วมันก็จะเข้าใจว่าทุกอย่างมันเกิดที่วิญญาณวิญญาณนี่เองเป็นตัวเก่งเป็นตัวเป็นตัวรู้เป็นตัวอะไรต่ออะไรก็ที่วิญญาณน่ะเนี่ยมันก็จะเข้าใจอ๋อวิญญาณเป็นอย่างนี้วิญญาณเก่งอย่างนี้วิกฤติอย่างนี้วิญญาณจะปล่อยก็ปล่อยอย่างนี้แล้วก็จะเข้าใจสภาพอ๋อวิญญาณที่มันสะอาดบริสุทธิ์วิญญาณโปร่งวิญญาณว่างก็เป็นวิญญาณอากาศก็รู้อากาศอาการสาก็เป็นลักษณะอย่างนี้เองนะเกิดเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณต่ออยู่กับวิญญาณนี่แหละ แล้วก็วิญญาณนี่แหละเป็นตัวเหนือทีนี้เราก็เริ่มจะสลัดคืนได้เราจะเรียนรู้ถึงว่าแล้วจะตรวจอีกมุมหนึ่งมันจะไปตรวจอากิญจัญญายตนะถ้ารับรู้ตัวรู้สึกตัวและวิญญาณก็เป็นทาสวิญญาณแต่มันไม่ใช่ของเราของเขาอะไรเดี๋ยวจะไปตรวจเอาจริงจรรยาจะชนะเนวสัญญานาสัญญาจะตรวจดูความไม่รู้เอ้ยตัวความไม่ถ้าไม่รู้ตัวหนึ่งแล้วก็ไม่ยึดตัวอีกตัวหนึ่งในระยะสัญญาจะไม่หลงว่าเป็นแม้กระทั่งสัญญานี้เป็นของเราหรือภูมิที่สูงสุดจนกระทั่งถึงอาสาวิญญาณอันดากินจรรยาแล้วสูงแล้วได้แล้วเป็นแล้วหมดแล้วก็จ่ายแล้วแล้วยังไม่หลงว่าเป็นของเราอีกนอกจากจะสัญญาเศษเหลือมันยังไม่รู้อะไรก็ต้องรู้ให้หมดแล้วยังจะ กำหนดซ่อนลงไปอีกว่าถึงแม้ดีอย่างนี้สุดเราก็ไม่ติดใจไม่ติดใจไม่เสพไม่ยึดไม่เกาะจะไม่มีก็ได้จะไม่มีอารมณ์นี้อาการนี้ก็ได้ไม่เกี่ยงนะอยู่กับโลกไปตามกาละเทศะฐานะที่จะเป็นคุณเป็นประโยชน์ไม่ใช่ว่าเราจะมาเสพประโยชน์ตนแค่นี้แค่นี้จนได้แล้วก็รู้แล้วว่าตนได้แล้วก็ไม่เสพประโยชน์ตนจึงสิ้นความเสพอย่างสูงสุดเนี่ยอธิบายนำอธิบายคลำๆไปให้ฟังอ่ะทีนี้อ่านต่อวิญญาณสำคัญว่าอากาศขึ้นมาจึงได้ปลดปล่อยความเป็นอากาสานัญจายตนะพรหมของตนแล้วมันน้อมยึดวิญญาณถ้าเกิดหลงความรู้เช่น เกิดมีความยินดีปิติใจอิ่มเอมใจมากหนึ่งและปิติวิสัยจนทำให้เป็นมานะยึดความรู้ยึดภูมิจิตนี้เป็นต้นวงเล็บเปิดโดยผู้ยึดผู้หลงเองจะไม่รู้ตัวหรอกวงเล็บปิดก็จะทำให้ตนอวดรู้มากไปอย่างไม่รู้ตัวจะยกตนข่มท่านอย่างไม่รู้ตัวและจะติดภูมิรู้จนไม่ยอมใครท่าเดียวไม่อนุโลมผู้อื่นเป็นเด็ดขาดวงเล็บเปิดสัจจาอนุโลมยานจะเกิดไม่ได้กระทำความงามพร้อมตามกาลเทศะฐานะบุคคลต่างๆไม่ได้นี่คืออาภาพของ วิญญาณัญจายตนะพรหมที่จะต้องสังวรรักษาแก้ให้หายทำสติกปลดปล่อยสภาพนี้ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์เที่ยงธรรมให้ได้ถ้าทำไม่ได้อยู่ตราบใดก็ยังได้ชื่อว่าวิญญาณัญจายตนะพรหมอยู่ร่ำไปและหรือผู้หลงความรู้จนไม่รู้พรรคไม่รู้ดับที่เชิงหนึ่งอีกเครื่องหนึ่งก็คือหรือผู้หลงรู้ความรู้จนไม่รู้พรรคไม่รู้ดับกล่าวคือได้แต่รู้ๆๆลุงความรู้ให้แก่ตนอย่างไม่มีการพักสนิทลงได้สักที คําสุภาพหยุดสภาพนิ่งให้แก่จิตในแบบตามต้องการหรือตนต้องการลงไม่ได้เลยสักวาระนั้นก็คือวิญญาณัญจายตนะพรหมแท้ๆจริงๆด้วยอันนี้มาในสายปัญญาสายปัญญานี่จะรู้ความว่างแต่เพียงผิวเผินเสร็จแล้วเราก็ไม่ได้หยุดความว่างเธอก็รู้แหละอาการอารมณ์ว่างสภาพอากาศนะคือไม่ติดในสัญญาอย่างหยาบก็ไม่ติดได้ไม่ติดแต่ว่ามันก็ไม่หยุดไม่ติดแต่ก็ไม่หยุดปรุงความรู้ไม่หยุดคิดความไม่หยุดคิดไม่หยุดนึกไม่หยุดปรุงรู้มันจะมีแต่ถ้ารู้รู้ ตัวนี้ง่ายๆก็คือว่าเศรษฐกิจ 3 เวทนาสัญญาสังขาร 3 ตัวนี้เวทนาแตะรู้สัญญากําหนดลงไปรู้อันนั้นชัดเจนสังขารมีความคิดปรุงเพิ่มเกี่ยวเนื่องทีนี้ถ้าเผื่อว่าเกิดวิญญาณนี่ก็คือเกิด 73 ดับตัวสังขารปรุงเรื่องไม่ได้หยุดอยู่เฉยๆสัญญากำหนดรู้สิ่งนี้แล้วก็รู้สักแต่ว่าอันนี้เฉยๆเท่านี้จบในตัวไม่ได้พวกนักคิดหรือว่าพวกสายปัญญาเชิงปัญญาเนี่ยไปอย่างเงี้ยไม่จบไม่จบไม่หยุดต่อไปเรื่อยๆมันจะหยุดแต่แค่สัญญากำหนดหมายแล้วก็วางเฉยรู้สิ่งนี้รู้อย่างสัญญากำหนดหมายรู้เลย สีขาวมีรอยรอยเลอะก็อยู่ในนั้นเสร็จแต่ไม่มีอารมณ์ทางรอยเลอะมีสีเขียวมีวาดรูปอยู่ในต้นเสาแล้วเราก็รู้ว่าต้นสาวมีสีวาดรูปเขียนรู้เรื่องของรูปก็ได้แต่ไม่ได้ดีใจเสียใจอะไรไม่ได้ชอบไม่ได้ชังดีก็รู้ดีชั่วก็รู้ชั่วแยกในรายละเอียดอะไรต่ออะไรจะออกสัญญาแบ่งออกอยู่ได้แต่จะจบในขั้นง่ายที่สุดว่าตัวเองจะจบก็รู้จะจบแล้วจะโดยเฉพาะอยู่ในสายของอากาศเนี่ยถ้าเราจะเนื่องในโอกาสมันไม่ใช่อากาศแท้แต่ว่ามันเป็นสภาพที่มีปัจจัยหนึ่งที่เรารู้ต้นสาวสาวแล้วก็ว่าเราก็จะมี เวทนาเสาร์สัญญาเราก็จะรู้เสาร์แล้วเราก็หมดลงที่เสาสังขารก็ไม่มีเกินกว่าเสาร์ฟังให้ดีนะสังขารก็ไม่มีเกินกว่าเสาก็ว่างอาสาลงที่เสาจบนี่คือเวทนาสัญญาสังขารไม่มีสังขารไม่มีคืออะไรสังขารไม่ได้ทำงานเลยมีแต่เป็นสัญญาทำงานเท่านั้นเวทนาสัมผัสเสารู้เสาสัญญาณกำหนดหมายบอกบัญญัติบอกชื่อเสาแล้วก็รูปร่างเสากำหนดหมายเทียบรู้ในโลกสมมุติว่าเสาร์ก็เสาร์จบที่เสาร์เขาจะดีเขาจะใหญ่ไม่มีไม่มีสภาพที่มันเกินกว่านั้นไม่มีที่สภาพจะมีสังขาร วิญญาณต่อจะเป็นวิญญาณก็เป็นวิญญาณสะอาดเป็นวิญญาณชนิดหนึ่งมีส่วนหนึ่งของเจเจตริน 12 ไม่ถึงสังขารเพราะฉะนั้นจะบอกว่าสังขารดับก็ดับตรงนี้สังขารไม่เกิดไม่ได้ปรุงไม่ได้สั่งไม่ได้มีอะไรต่ออะไรอารมณ์เกิดไม่เกิดไม่มีอารมณ์เลยเกิดแต่มีสัญญากำหนดหมายรู้เรื่องรู้ราวจบในตัวของมันเองน่ะจึงเรียกว่าสัญญาเวทยิตนิโรธอันนี้จบหรือว่ามีจบรู้มีว่างเราเจตนาอย่างนี้มีมโนชัดเจนนานแล้วก็จบได้อยู่เราจะอ่านจิตของเราเองออกเลยว่าเราจบหรือไม่จบถ้าเราเสามันก็ยังไม่จบ ยังไม่ว่างเราก็จะรู้ว่าจิตของเราไม่ว่างหรือไม่ไม่หยุดสังขารต้องอ่านสังขารให้ออกการตั้งฐานให้ออกสายปัญญานี่แหละหยุดสังขารตัวนี้ไม่ค่อยได้สายปัญญามันจะปรุงต่อคิดนึกมันจะรู้สั้นรู้ยาวแล้วมันจะรู้อะไรต่ออะไรขึ้นไปอีกมันจะคิดแม้ฉลาดแหลมขึ้นไปเรื่อยรู้สั้นรู้ยาวรู้ว่าลุงถูหลังรู้สุภาสุพรรณมันจะมีหยาบละเอียดมันจะมีดีไม่ดีอะไรต่อไปอีกทั้งๆที่บอกว่าไม่ต้องดีไม่ต้องชัวร์แล้วนะไม่ต้องหยาบไม่ต้องละเอียดไม่ต้องสั้นไม่ต้องยาวไม่ต้องทีฉันจะรับฉันจะไม่ต้องแล้วนะเป็นวิญญาณนาง ไม่ต้องยางลงอนงค์ไม่ต้องยางลงถูหลังไม่ต้องหยั่งลงสุภาไม่ต้องจากโลหะสุภาไม่ต้องหยั่งลงไม่ได้ไม่ได้เป็นวิญญาณที่จริงเพราะอาศัยตัวเองว่ามันว่างได้นิดๆหน่อยๆเบาๆได้บ้างแต่มันยังไม่ถึงที่เลยหยุดไม่ได้เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช่ฐานของนิพพานมันเลยเถิดวิญญาณมันเลยเถิดมันไม่ใช่ที่อาศัยมันไม่ได้อาศัยมันน้อยไปอาการสามันน้อยไปมันเอาภาษามันน้อยไปมันกลายเป็นวิญญาณมากไปอาการสาวน้อยไปวิญญาณมากไปวิญญาณแล้วก็เป็นตัวหลักตัวสังขารซะด้วยวิญญาณเป็นหนักตัวสังขารสังขารมากไปแม้สัญญาคุณ แม้เวทนาคุณจะเต็มแต่คุณดับสังขารไม่อยู่คุณยังสังขารไม่อยู่พอยังสังขารไม่อยู่เจตสิก 3 ครบเวทนามีสัญญาณมีสังขารมีครบเจตสิก 3 ก็เป็นวิญญาณพอใจจะศึกษาครบก็เป็นวิญญาณจึงเรียกว่าฐานของวิญญาณัญจายตนะแท้ๆฟังให้ดีนะตัวนี้จะเป็นฐานของวิญญาณัญจายตนะแท้ๆยังเป็นทาสยังเป็นสภาพของวิญญาณอยู่ดับไม่ได้ดับไม่ได้ง่ายๆคนนี้ถ้าไม่รู้จริงไม่ฝึกฝนอย่างแท้สถาบันนี่แหละเพราะต้องดับตัวนี้ต้องพักตัวนี้ต้องหัดฝึกตัวนี้หยุดหยุดสังขารหยุดปรุงให้ได้เห็นเด่นชัดเข้าใจเลยว่าสังขาร ต่อสัญญาอย่างไรเจเป็นสิ่งที่มันต่อตัวสัญญาแล้วก็สังขารได้อย่างไรจนไม่มีสังขารมีแต่เวทนากับสัญญาอยู่ก็ได้หรือแม้ที่สุดหลับหูหลับตาแล้วก็ว่างเฉยๆดำก็ดำเฉยๆไม่มีอะไรมากไปกว่าดำเฉยๆเวทนารู้ว่าดำสัญญากำหนดดำนี้ชัดเวทนาก็สัมผัสสิ่งนี้รู้ว่าสิ่งนี้พอสัญญาก็กำหนดลงไปว่าขอตามแล้วก็เฉยวางอยู่ที่ทำเฉยไม่มีอะไรสร้างไม่มีมโนมายัดอัตราอะไรก็หลับตาก็สติธรรมดาธรรมดาก็ไม่เห็นผนังตาดำๆธรรมดาก็ดำอย่างงั้นน่ะนาที 12 นาที 3 นาที 5 นาทีไม่มีอะไรมีแต่แสงวูบวาบแสงอย่างนี้ก็ไม่มีแสงเขียวแสงแดงอะไรก็ไม่มีไม่มีแสงเขียวแสงแดงแสงวูบแสงวาบอะไรไม่มีครับ ไม่มีอะไรนิ่งสนิทไม่ได้มันจะค่อยๆรู้ที่จริงมันจะไม่นิ่งสนิททีเดียวสำหรับคนที่ยังไม่ละเอียดแต่นึกว่าตัวเองสนิทแต่ต่อๆไปเถอะดูๆไปเรื่อยๆก็เดี๋ยวมันก็อยู่ได้นานพอเดี๋ยวมันก็อยู่ได้เดี๋ยวเดียวถ้าไม่มาแล้วอยู่ได้เดี๋ยวเดียวพอต่อไปจะอยู่ด้วยนานๆแม้นานก็จะยังมีวูบวาบคอยเรืองขึ้นมาอีกบรรทุกมันว่ามันมีไอ้นี่ขึ้นมาแต่มันก็ไม่ชัดๆนะไม่วูบวาบสีเหลืองสีแดงสีเขียวสีสว่างอะไรๆมันไม่แรงแล้วมันเบาเราจะค่อยๆรู้อาการเบาๆสภาพสภาวะวูบวาบเบาๆนะมันไม่ใช่พูดถึงวูบวาบแล้วมันมีลางๆแป๊บๆอะไรของเราเหมือนกับแสงฉายแต่มัน mining อยากรู้อาการที่ไม่นิ่งมันยังเคลื่อนคลื่นมันมีคลื่นเคลื่อนไม่รู้จะใช้ภาษาไทยว่าอะไรแบบนั้นอธิบายสิ่งที่ไม่มีตัวตนที่ละเอียดอ่อนยากถึงบอกอธิษฐานมันไม่ขึ้นเครียดอะไรอยู่นิดๆหน่อยจะรู้จนกระทั่งจิตเราละเอียดสัญญากำหนดหมายชัดลงไปอีกในรูปที่กล่าวถึงนี้ไปจนกระทั่งเห็นว่านิ่งจริงๆไม่มีคลื่นเคลื่อนไม่มีอะไรเลยนี่ก็หัดหัดต้องหัดเอาต้องหัดดูอย่างนี้จึงจะเรียกว่าไม่ต่อสังขารไม่มีวิญญาณมาทำ 4 เวทนาสัญญามีแต่เวทนากับสัญญารู้ความจริงตามความเป็นจริงอยู่โพรงโพรงอยู่ กำหนดปัจจัยได้แค่หลับตาแล้วก็ดูเป็นหนังตาดำๆจะลืมตามาดูวัตถุหนึ่งก็ดูวัตถุหนึ่งหนึ่งใดก็หนึ่งนั้นหนึ่งเดียวจะดูผนังกระดูกผนังจะดูตัวหนังสือดูตัวหนังสือจะดูคนก็ดูคนจะดูสาวก็ดูสาวจะดูอากาศก็ดูอากาศโล่งๆว่างๆก็ดูจะดูท้องฟ้าก็ดูท้องฟ้าเฉยอยู่อย่างนั้นไม่มีสวยไม่มีงานไม่มีดำไม่มีไม่ใช่ไม่มีดำมีสภาพจริงไม่มีสวยมีงานตามโลกสมมติไม่มีละเอียดไม่มีหยาบอะไรไม่มีดีไม่มีชั่วอะไรสั้นยาวก็มีสั้นยาวก็ไม่ได้กำหนดต่ออะไรเป็นแค่เพียงสมมุติไม้ก็มันสั้นๆไม่ยุ่งยากยุ่งยากไม่ต่อเนื่องไม่อะไรแต่เพียงกำหนดง่ายๆ เพลงสั้นๆมันจะเป็นความง่ายความเบาความว่างอันหนึ่งไม่มีอะไรมากถ้าทำบ่อยๆมันก็โง่เหมือนกันถ้าทำอย่างนี้แล้วก็ติดอย่างนี้ควรจะโง่ขึ้นมันเสพติดอารมณ์อย่างนี้เห็นดีอย่างนี้มันก็จะติดแล้วก็จะโง่ขึ้นเพราะฉะนั้นเราเองเราหัดฝึกหัดให้รู้ทำไม่เป็นเท่านั้นแล้วเราวางมันจะเป็นแล้วมันเกิดเห็นดียินดีติดเสพเอาแต่อย่างนี้ก็ไปเหมือนกันจะดับเหมือนกันก็เอาแต่แค่นี้แหละจนๆอยู่แค่นี้ก็โง่อยู่แค่นี้ล่ะสิเขามีสั้นมียาวเขามีขาวมีดำเขามีดีมีชั่วเขามีใหม่มีเก่ามีอะไรปรุงออกไปอีกจะงวดนี้สำคัญกับมนุษยภาพสัมพันธ์กับมนุษย์โลกเข้าไปอีกแต่เราเองเราเกิดกลับไม่รู้โลกไม่มีโรค ทรูไม่มีเกี่ยวข้องโรคเก่าโลกใหม่ปัจจุบันหรือว่าอนาคตอะไรไม่มีอีกดาวก็เลยกลายเป็นคนโง่เพราะมันจะฉันต้องฉลาดรู้กับโลกเข้าใจในโลกมีโลกะวิทูนาฬิการู้ว่าโลกเป็นอย่างนั้นอันนู้นอันนี้เขามีอารมณ์อย่างนั้นเขามีอารมณ์อย่างนี้มันก็จะฉลาดรู้โลกขึ้นไปถ้าเราจำเป็นจะต้องรู้พอสมควรเราก็รู้ยกตัวอย่างง่ายๆเช่นผมนี่นะได้ตัดไม่รับรู้โลกเขาเลยในส่วนยกตัวอย่างง่ายๆชัดๆก็คือเสียงเพลงเสียงเพลงก็มีลีลาองค์ประกอบกันว่าจังหวะอย่างนี้ลีลาอย่างนี้น้ำเสียงอย่างนี้ลักษณะองค์ประกอบอย่าง เขาเรียกว่าดิสโก้ขณะนี้พระโพธิรักษ์ไม่รู้จักดิสโก้เลยจริงๆไม่รู้เลยรู้แต่ชื่อมันรู้แต่บัญญัติศัพท์คำว่า Disco แต่จริงๆเลยนะผมไม่รู้หรอกว่ามันเป็นยังไงองค์ประกอบของมันเป็นยังไงมันจังหวะสั้นจังหวะยาวจังหวะเร่งจังหวะแหลมจังหวะลีลาอะไรทำไมมันเป็นยังไงผมไม่รู้เลยนะไม่รู้แล้วเพราะฉะนั้นเขาอร่อยเพราะเหตุอย่างนี้เขาชอบใจเขาติดใจเพราะลักษณะอย่างนี้เพราะอาการอย่างนี้เพราะรูปร่างอย่างนี้เพราะความประกอบอย่างนี้อย่างนี้ผมไม่รู้แล้วเมื่อไม่รู้เราก็ไม่รู้เหตุปัจจัยเราก็ไม่รู้เหตุผลไม่รู้ไอ้เรื่องที่จะไปช่วยเขาดับดิสโก้เพราะว่าเขาติดเขาติดยังไงมันมีอาการตรงนั้นตรงนี้มี จะไปช่วยดับ Disco ถ้าเขาเป็นโรคติด Disco เนี่ยนอกจากจะเอาเหตุผลอื่นเหตุผลใหญ่ๆกว้างๆเหตุผลโดยตัวตรงของมันผมรักษาโรคดิสโก้ฟีเวอร์ไม่ได้รักษาไม่ได้มหาศาลดิสโก้ฟีเวอร์ไม่ได้เพราะว่าเราไม่รู้รายละเอียดของดิสโก้นี่คือเราไม่รู้โลกเพราะฉะนั้นถ้าเราปล่อยโลกแบบนี้เราไม่รู้ก็โลกเขาเลยอันนู้นอันนี้เลยมีรายละเอียดอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะเราไม่ได้ดับโรคอะไรเขาเลยเราจะดับโรคโรคอะไรของเขาช่วยคนอื่นเขาไม่ได้เลยไม่ได้เลยเพราะฉะนั้นอันใดพอเราจะรู้บ้างก็รู้ไอ้ที่เราจะดับมันมีอีก จะไปไอ้นี่มันโรคห่าใหญ่คือโรคคนโรคระบาดใหม่ๆไอ้โรคจิตก็ติดเก่าๆกว่าเยอะแล้วที่เราก็รู้มาแล้วไม่ต้องไปศึกษาอีกมันก็มีคนไข้มากอยู่แล้วเราก็เลยไม่ได้ดิ้นรนไปหาพวกมี Disco Fever เราก็เลยไม่ได้ศึกษาโรคเหมือนกับหมอนี่เขาไปเรียนโรคนี้เป็นโรคเรียนโรคนี้ได้ชำนาญแล้วก็ไปหาไอ้นี่โรคโรคของเมืองร้อนโรคของเมืองหนาวหรือมีโรคกระเพาะอาโนไอ้นี่ไปเผื่อเราจะไปรู้รายละเอียดกันอีกเพื่อจะได้มาบำบัดมารักษาดูเหตุดูผลรู้เหตุรู้ผลรู้ตัวที่ไปที่มาความเกี่ยวข้องเข้ามาละเอียด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน