240301-2-311 ทางเอกภาค2-ตอน311(หน้า590)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์167 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกมาเรามาตอบเมื่อวานนี้ได้ขยายความสภาพของสิ่งที่มันจะได้เราจะเก็บกวาดออกไปเรื่อยๆจะตรวจอ่านได้เมื่อเราได้ปฏิบัติไปลึกซึ้งเราก็จะเหลือลงไปเล็กน้อย น้อยเป็นอุปกิเลสอุปกิเลสหรืออุปกิเลสหรือวิปัสสนูปกิเลสต่างๆพรุ่งนี้มันจะมีจริงดังที่ได้กล่าวแล้วแล้วก็จะทบทวนวิปัสสนูปกิเลสอีกนิดนึงสมมุติเราเริ่มได้เริ่มได้เป็นโอภาสเป็นความรู้มันจะรู้มันจะเห็นมันจะเกิดมันอยู่ในใจของเรามาเริ่มได้เราก็จะเกิดกิเลสใหม่เรียกว่าปิติเมื่อเรามีปิติเราก็จะต้องเรียนรู้อาการอาการของจิตที่มันฟูฟ่องพวกนี้เราก็จะต้องลดมันลง ที่จริงไม่ลดมันก็จะลดปิติเนี่ยนานๆเข้ามันดีใจชื่นใจที่เราได้สิ่งที่ได้เหมือนเด็กได้ตุ๊กตาใหม่ๆมันก็จะดีใจอีกหน่อยมันก็หมดดีใจมันไม่ดีใจหรอกแต่ถ้าเผื่อว่าเราทำด้วยความรู้นี่มันเร็วแล้วมันเป็นตัวเก่งเป็นตัวสามารถของเราเราสามารถจับอาการจับอารมณ์นี้เรียกว่ารู้รูปนามที่ชัดสภาพอากาศของจิตมันเป็นอย่างนี้อย่างนี้ขึ้นมาแล้วมันมันก็ต้องรู้ว่าไอ้นี่แหละมันเป็นตัวที่มันอาการหยาบขึ้นใหญ่ขึ้นอะไรอย่างนี้เราก็ต้องจับได้ชัดแล้วเราทำให้มันเล็กลงได้เบาบางลงได้จางคลายลงได้นั่นเป็นความสามารถมันเกิดให้เราฝึก มันเป็นให้เราฝึกจนกระทั่งมันไม่เป็นมันไม่ต้องคูปองมันรู้ความจริงด้วยความจริงนั่นแหละมันถึงจะสบายเพราะถ้าเราทำให้มันสงบลงได้มันก็เป็นปกติตัวนั้นตัวนั้นทุกทีและตัวปัดสินี่แหละจะเป็นตัวความสุขที่เราขอยืมภาษามาใช้นะสุขไม่ใช่สุขจริงอาจไม่ใช่สุขเพราะเราได้รับไอ้นั่นไอ้นี่แหละสมใจไม่ใช่สุขเพราะเสียด้วยซ้ำไปสุขเพราะเราทำออกจากจิตที่สำคัญจิตมันบางลงจิตมันว่างลงจิตมันเบาลงด้วยซ้ำไปสุขเพราะว่ามันสงบจากอาการอารมณ์ท

อ่านต่อ

ี่จิตมันจะมีการปฏิกิริยาอะไรเสร็จสมสุขสมอะไรด้วยซ้ำมันกลับกันกับโลกภาษาจีนสงบลงหน้าน่าจะเป็นการจะเป็นอารมณ์ที่เราเห็นว่ามันดีปกติเป็นความสงบ และปัจจัยที่นั่นแหละคือขอยืมภาษาอยู่ในนี้มาเรียกว่าวันศุกร์หรือมันพ้นทุกข์หรือมันเห็นดีมันเกิดธรรมรสเป็นวิมุติรถเป็นรถที่เกิดจริงเห็นจริงของใครของมันเห็นคนไหนเห็นว่าโอ๊ยสบายนะอย่างนี้เออดีลดลงแล้วสบายมีความยินดีในสิ่งอย่างนี้เลยว่าเราเกิดธรรมรสแต่ทีนี้ก็สูงขึ้นไปอีกเราก็จะเมื่อเราเห็นดีเราก็จะมีกะจิตกะใจจะทำให้สูงขึ้นไปอีกเรียกว่าอาทิตย์จิตหรืออาทิตย์หม้ออาทิตย์หม้อก็หมาความหลุดพ้นอาทิตย์จิตก็หมายความว่าจิตที่ยิ่งขึ้นแล้วก็จะพากเพียรปฏิบัติขึ้นอีกฝ่าย ปากมันพยายามมีการเพียรจัดขึ้นกว่าเก่ามีการเอาจริงเอาจังขึ้นก็กล่าวและที่เราสังเกตตัวเองก็ได้เราเองถ้าเป็นแต่ก่อนนี้อย่างนี้เราไม่ทำหรอกเราไม่ขยันขันแข็งอย่างนี้หรอกแต่พอเราเห็นดีเราเห็นชอบมีจิตศรัทธาเลื่อมใสเชื่อชื่อเชื่อเพราะเรายิ่งมีของจริงเรายิ่งเชื่อเราไม่ได้เชื่อคำพูดของคนนั้นคนนี้เราไม่ได้เชื่อตำราแม้ที่สุดเราไม่ได้เชื่อพระพุทธเจ้ากล่าวด้วยแต่เราเชื่อในตัวเราเองเนี่ยเราเชื่อเพราะเราเห็นจริงเรามีจริงเราได้จริงเราสัมผัสรถสัมผัสสภาพดีเห็นดียินดีอันนี้จริงๆไปขอเกิดที่เราจริงๆมีเอง เราก็จะเกิดศรัทธาปฏิบัติธรรมแล้วมันก็จะเกิดศรัทธาอย่างนี้เรายิ่งทำไปมันก็จะยิ่งจะเกิดศรัทธาได้ใหม่ก็เชื่อถืออันใหม่เชื่อถืออันที่ยิ่งยิ่งขึ้นเรื่อยๆความเชื่อถือสภาพธรรมที่ใหม่ขึ้นเรื่อยๆเราก็จะยิ่งเพี้ยนเพี้ยนขึ้นเรื่อยๆเราก็จะอุตสาหกรรมวิริยะขึ้นเรื่อยๆจริงๆแล้วเราก็จะเจอะความสุขเคยแปลถูกโดยประมาณให้ฟังแล้วว่ามันยิ่งว่างนั่นแหละยิ่งดีสุดบวกค่าเนี่ยยิ่งว่างอะไรยิ่งดีมันจะเห็นชัดเจนว่ายิ่งว่างยิ่งดีจิตมันจะยิ่งจะเห็นปัญญามันยิ่งจะเห็นความเชื่อมั่นมันยิ่งจะเห็นชัด นี่เป็นสภาพของสิ่งที่ก้าวหน้าขึ้นโดยธรรมก้าวหน้าขึ้นโดยปรมัตถ์แต่ถ้าเผื่อเราไปหลงอยู่ในจุดใดๆเป็นอุปกิเลสเราจะรู้ว่าภูมิหมายที่เราได้นี่เป็นของดีแล้วเราก็จะติดอยู่ในภูมิแต่ละภูมิท่านเรียกว่าเป็นวิปัสสนูปกิเลสได้โอภาสนั้นก็ดีใจอยู่แค่เอาผ้ามาเพิ่มภูมิและมีปิติก็ปล่อยให้ปิติกินใจไปเฉยๆได้สงบระงับก็ติดสงบระงับไปเลยไอ้อันแรกชุดแรกอย่างนี้เรียกว่าวิปัสสนาทั้งสิ้นเราจะติดอยู่จุดไหนก็ไม่ได้ท่านเรียกว่าเราจะลงทุนใหม่ ภาษาวิปัสสนูปกิเลสเราหลงปัญญาใหม่เราหลวงภูมิใหม่ตลกสิ่งที่เจริญขึ้นนั่นแหละมันได้ไม่ใช่ไม่ได้แต่เสร็จแล้วเราก็หลงสิ่งที่เราได้ถ้าเรียกว่าวิปัสสนูปกิเลสเราจะไม่หลงอยู่ในจุดใดๆเราจะทบทวนให้มีปัญญาสูงขึ้นเป็นวิปัสนาวิปัสสนา + อุปกิเลสเรียกว่าวิปัสสนาปกติถ้าเราจะต้องให้เป็นวิปัสสนาขึ้นเรื่อยๆให้เห็นด้วยปัญญาให้เข้าใจให้ทั่วไม่ให้มันติดไม่ให้มันคล่องไม่ให้มันชะงักอยู่ในจุดใดๆอันที่อธิบายนี่มันเป็นคำอธิบายแต่ที่จริงน่ะมันจริงเสร็จแล้วเราหลงเข้าจริงๆมันก็เป็นวิปัสสนาปกติไม่ว่าคุณจะไปล้งข้องร้องสิทธิ์อยู่ในจุดไหนเป็นวิปัสสนาในกิเลส กลอนบทสูงขึ้นถึงขั้นเป็นสภาพที่ยิ่งสุขหรือยิ่งดูปวดสมองสุขหรืออุปสโมสูงขึ้นดังนี้เราก็จะติดได้อีกเหมือนกันถ้าเราไม่รู้แจ้งเราก็จะติดอยู่แต่ขั้นนี้ซึ่งไม่ได้เป็นวิปัสสนูปกิเลสพอเราจะต้องทำปัญญาให้แจ้งให้เห็นทางที่จะเจริญขึ้นไปยิ่งกว่านั้นให้ได้อีกเรียกว่าจะต้องเกิดญาณเกิดอุทานนะหรืออุปัฏฐานัง อุปทานจะเรียกเป็นภาษาธรรมดามันก็หมายความว่ามันก็เกิดฐานนั่นแหละกูถามว่าก็เกิดฐานอย่างลงตั้งลงมันเป็นฐานที่เป็นความเจริญของมนุษย์ความประเสริฐของมนุษย์ถ้าอุทานนั้นก็ชัดๆเลยมันมีความเพียรความขยันมันเป็นความขยันเกิดขึ้นมันเกิดปัญญาเกิดอุบัติเหตุขาตั้งและอธิบายและเมื่อวานนี้ว่าอุเบกขาก็ได้อธิบายมานานแล้วด้วยไม่ใช่อธิบายถึงเมื่อวานแล้วขานี้ไม่ใช่อุเบกขามิจฉาทิฐิไม่ใช่อุเบกขาแปลว่าเฉยแล้วก็เลยกลายเป็นคนเฉยๆเลยๆลอยๆเลยเรื่อยๆเฉื่อยๆอะไรก็ไม่ใช่ไปอุดในขาขยัน เป็นคนขยันใช้คำนี้หมายความว่าไม่เอาจิตจิตมันเก่งจิตมันวางเฉยได้แม้จะกระทบสัมผัสสัมผัสแรงอย่างไรจะกระทบต่อโลกอย่างไรมันก็เฉยๆได้มันไม่เหมือนก่อนนี้ก่อนที่มันมีอารมณ์มันจี๋จ๋าเป็นอารมณ์ชอบอารมณ์ชังแล้วแต่อารมณ์ยินดีไม่ยินดีอะไรก็ตามใจมันจิ๊จ๊ะผู้ว่าอะไรไปตามเรื่องของเขาเรื่อยไปแต่ตอนนี้จิตของเรามันเห็นมันรู้เข้าใจชัดไม่ใช่ไม่เข้าใจไม่ใช่ไม่รู้ไม่ใช่ว่าไม่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยโดนด่าอะไรเป็นคนเฉยๆเด๋อๆไม่ใช่เลยตรงกันข้ามเลยกลับเป็นคนแววไวเป็นคนมี ปัญญาเป็นคนมีญาณมีปัญญาเป็นคนขยันคนขยันรับสัมผัสอะไรก็ทนได้ถึงเรียกว่าเฉยไม่ขี้เกียจไม่ขี้คร้านจึงเรียกว่าเฉยเออมันมันซ้อนอ่ะมันเป็นสภาวะซับซ้อนมันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่เราจะต้องเข้าใจได้ปัญญาอันยิ่งเป็นภาษาพูดภาษาบอกเป็นทฤษฎีทีนี้คนจริงแล้วก็จะไปตรวจสอบว่าเออจิตเราจะเป็นอย่างนั้นจริงๆแม้ไม่จริงตรงโน้มน้อมมันไปอดทนทำให้มันอย่างนั้นทำไปเรื่อยๆมันก็จะเห็นจริงเออมันดีนี่มันทำได้อย่างนั้นโดยไม่ยึดไม่ถือถ้าเรายังยึดถืออยู่มันก็ฝืนก็ทนมันก็ไม่เคยครองไม่เคยแคล้วมันก็ยังมีตัวที่ฝืนทนนั่นแหละมันทุกข์แต่ถ้าเราไม่ ทนทำอย่างตามที่ว่าเนี่ยเป็นไปด้วยเลยอย่างนั้นอย่างนี้ให้ไม่ได้จริงๆมีก็จิตมีกระจายเป็นคนขยันหมั่นเพียรเป็นคนเสียสละได้อะไรต่างๆนาไม่ใช่เกิดจริงคำบอกคำกล่าวพวกนี้เป็นหลักฐานหรือเป็นวิธีการเป็นความหมายที่เราเมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราก็ทำตามทำตามได้เลยเราก็ได้เลยทำไม่ได้เราก็รู้ว่าเออมันต้องเป็นอย่างนี้มันต้องไปอย่างนี้เป็นความหมายอย่างนี้เป็นหลักการหรือเรียกว่าศีลแล้วเราจะเรียกว่าศีลก็ได้เรียกว่าวินัยก็ได้เรียกว่ากฎเรียกว่าระเบียบเรียกว่าแนวทางที่บอกแผนที่อะไรก็ตามใจก็คือความหมายที่จะนำทางส่องทางบอกให้เรารู้ว่าเราควรจะมันจะเป็นอย่างนี้มันจะไปอย่างนี้แล้วเราก็เป็นไปทำให้มันเป็นอย่างนั้นให้มันไปอย่างนั้นให้มัน อย่างนั้นดูซินี่เรียกว่าศีลเราจะเกิดศีลมันจะสูงขึ้นเรื่อยปัญญารู้มันจะรู้ขึ้นตามถ้ามีผู้นำผู้บอกมันก็จะมีทางที่จะไปเดินไปได้ไวถ้าไม่มีผู้นำผู้บอกมันก็ไม่รู้หรือรู้กฎช้านานย่าอาจจะไปรู้อย่างอื่นเข้าใจไปอย่างอื่นผิดๆถูกๆก็ได้บ่นๆเวียนๆหรือว่าเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงไปแง่หลายทางแต่ถ้ารู้มันก็เร็วมันก็เดินได้เร็วยังมีคนแนะแล้วก็ยิ่งเห็นผลเราก็ยิ่งเข้าใจเราก็ยิ่งมีความมั่นใจมันจะเกิดศรัทธาเกิดศีลดังนี้แหละแล้วก็จะเกิดการรถไฟไปได้อีกหรือว่าจากเสียสละออกไปได้อีกเมื่อเสียสละลงไปแล้วเราก็เกิดรู้เกิดเห็นเกิด การสลายนั่นอีกก็จะได้รู้ว่าโอ้มันมีแต่ความจริงเป็นปัญญาอีกสิ่งเหล่านี้ทำไปมันจะเกิดตลอดเวลาเรียกว่าสัมปรายิกัตถประโยชน์ศรัทธาศีลจาคะปัญญามันจะถึงพร้อมขึ้นไปเสมอเป็นในอนาคตอยู่เรื่อยตัวพวกนี้มันจะเกิดด้วยศรัทธาก็จะยิ่งเกิดขึ้นสูงยิ่งศีลก็จะยิ่งอธิษฐานสูงยิ่งขึ้นจาคะก็ยิ่งจะเป็นจาคะอิสระได้สูงขึ้นปัญญาก็จะเป็นปัญญาที่สูงสูงสูงขึ้นไปตามเสมอเรียกว่าความถึงพร้อมในเบื้องหน้าเรายิ่งปฏิบัติมันก็ยังมียิ่งมีเบื้องหน้าวันหนึ่งคืนหนึ่งหรือวินาทีหนึ่งนาทีหนึ่งมันก้าวไปเรื่อยๆมันก็จะเข้าสู่สภาพศร ศีลจาคะปัญญาขึ้นไปเรื่อยๆเป็นอยู่เดี๋ยวนี้จนกว่าจะครบถ้วนเป็นพระอรหันต์เป็นพระอรหันต์แล้วศรัทธาก็เต็มเปี่ยมศีลก็เต็มเปี่ยมจาคะก็เต็มเปี่ยมปัญญาก็เต็มเปี่ยมไม่มีอนาคตไม่มีสัมปรายิกัตถะไม่มีแล้วเบื้องหน้าก็เดี๋ยวนี้มันเต็มแล้วเห็นประโยชน์เป็นประโยชน์รวมอยู่ในที่ทำให้เกิดประโยชน์ปัญญาจะเกิดญาณจะเกิดญาณจะเกิดจริงๆอุฏฐานะก็จะเกิดความขยันก็เป็นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์เป๋งเลยถ้าเราไปติดแต่แค่ปัญญารู้ไม่ทำต่อความอุฏฐานะก็ไม่เกิดฐานอุปสรรคฐานหรืออุดฐานก็ตามตามที่เรารู้เราเข้าใจว่ามันเป็นอย่างนั้น แต่เราไม่ทำดีนี่ต่อแม้เราจะสูงปานใดก็ตามและสูงมากแล้วสูงกว่านี้มีอีกเรารู้แต่เราไม่ทำเราก็สูงหยุดอยู่แค่นั้นแหละหยุดอยู่ที่ใดท่านเรียกว่าปะทะปรมะที่นั่นเพราะว่าความสูงยิ่งยิ่งสูงนี้ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเป็นอนันตังอนันต์โตความเจริญงอกงามของมนุษยชาตินี้ไม่มีที่สุดถามตนเองนิดนึงก็ได้ถ้าเกิดสงสัยว่าเราเองนี่สูงละเอียดละออเก่งยอดเท่าพระพุทธเจ้าหรือยังถามคำนี้คำเดียวว่าเราจะสว่างยังเรายังมีอะไรที่จะเก่งยอดต่อกับไปกว่านี้สูงขึ้นไปกว่านี้เจริญขึ้นไปกว่านี้ได้อีกเรายังไม่เก่งตรวจดูได้เลยสงสัยเปิดพระไตรปิฎกตรวจดูมาตรฐานคดเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนี้เราเป็นอย่างไร ยังร้ายอันเราเป็นได้ก็ดีอ๋อเอออย่างนี้ท่านว่าอย่างนี้เราเป็นได้แล้วอย่างนี้เราเป็นได้แล้วแม้ที่สุดจะสบายแล้วมันไม่มีของอะไรไม่มีค่าอะไรทุกข์ร้อนเราไม่มีจริงๆโรคโกรธหลงอะไรไม่มีจริงๆเป็นพระอรหันต์แล้วก็ตามเราก็ยังจะมีความสูงยิ่งขึ้นไปอีกแม้เป็นพระอรหันต์แล้วยังมีพระโพธิญาณที่เราจะสูงขึ้นไปอีกมันก็เป็นความเจริญของชีวิตเรายังมีลมหายใจเข้าออกอยู่เราก็เจริญขึ้นผู้ที่ถึงแล้วซึ่งปัญญาอันสุดท้ายไม่มีสงสัยอะไรในความเจริญในจะรังเกียจอะไรเพราะฉะนั้นไม่มีความหยุดไม่มีวิปัสสนากับกิเลสในจุดใดเลยถ้าเราหยุดหยุดจุดใดเป็นวิปัสสนาปฏิเสธในจุดนั้นทุกจุดเป็นอุปกรณ์กิเลส แช่อิ่มไม่ได้แม้แต่อุเบกขาแล้วยังมีความเจริญยิ่งยิ่งในอุเบกขานั้นๆยิ่งจะอุเบกขาได้มากฟังให้ดีนะมันทวนมันย้อนกันอยู่ยิ่งเจริญยิ่งทำปัญญาให้แจ้งยิ่งฝึกฝนยิ่งไม่มีการขี้เกียจขี้คร้านยิ่งขยันหมั่นเพียรยิ่งสู้ทนยิ่งเฉยยิ่งปล่อยยิ่งวางยิ่งกล้าแข็งอาจหาญยิ่งสมาธิยิ่งหนุ่มธรรมะของพระพุทธเจ้านี่ยิ่งปฏิบัติแล้วยิ่งหนุ่มยิ่งหนุ่มยิ่งนั่นยิ่งกล้าหาญคนแก่มาปฏิบัติกลายเป็นคนหนุ่มคนหนุ่มที่อ่อนแอกลายเป็นคนหนุ่มที่กล้าหาญแข่งขันแข็งแรงเป็นอย่างนั้นเป็นสภาวะอย่างนั้นจริงๆ มีธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้พอดีอุเบกขานั่นแหละยิ่งเก่งยิ่งอุเบกขาไม่ใช่ยิ่งเฉยยิ่งฉ่อยยิ่งเฉื่อยยิ่งรวยๆเรียงๆยิ่งช้าๆซึมๆซึมๆไอ้อย่างนั้นมันไม่ถูกแล้วออกนอกทิศนอกทางพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้ายิ่งกว่าพี่กับเปล่ายิ่งคล่องแคล่วยิ่งปราดเปรียวแววไวยิ่งเป็นทานยิ่งเป็นวิมุตยิ่งแววไวยิ่งเหมาะที่จะมาควรที่จะทำการงานยิ่งจิตใจก็ยิ่งดีเป็นผู้แต่งยิ่งตั้งมั่นยิ่งสีเต้หรือยิ่งอันเณรชอบปัจจัยยืมตังค์มันยิ่งมั่นคงยั่งยืนยิ่งเด็ดเดี่ยวไม่มีถอนไม่มี ตอนไม่มีแปรไม่มีปรวนยิ่งอันแน่นชอบปัจจัยยิ่งกระทบสัมผัสอย่างไรจึงแรงกล้าขนาดไหนยิ่งมั่นคงเหมือนภูเขาหินยิ่งไม่สั่นสะเทือนไม่หวั่นไหวไม่คลอนแคลนได้เลยยิ่งเด็กเดียวที่เที่ยงแท้อันนี้ชอบปัจจัยไม่วันไม่ไหวไม่โค้งเป็นฌานเป็นวิมุตที่แท้ไม่ใช่ฌานนั่งจะหลับตาแล้วไม่ค่อยแข็งยืนเดินนั่งนอนนี่ก็มั่นคงนิ่งสนิทดีจิตใจไม่ๆๆแปรปรวนอะไรเลยรู้เท่ารู้ทันเร็วก็รู้ได้เร็วยิ่งขึ้นยิ่งมีปฏิภาณแววไวยิ่งขึ้นหมดทุกคนแต่อย่างนี้เป็นคุณลักษณะที่เราจะต้องเข้าใจแล้วก็พิสูจน์แล้วมันจะเป็นไปได้ อาจจะมีสภาพของความที่จะถึงศรัทธาฟังแล้วเราก็ฟังเชื่อถือได้แค่เชื่อฟังฟังเชื่อเป็นสูตรต่างยะปัญญาคิดอ่านคิดเห็นเห็นเหตุผลก็เชื่อเพิ่มขึ้นได้ใจมันก็ปากมันขึ้นเหมือนกันแต่เวลาเราปฏิบัติแล้วเห็นผลอย่างผลเป็นภาวนาเป็นอันเกิดด้วยเป็นภาวะทีนี้ปัญญาที่เห็นภาวนามายะเนี่ยคือสิ่งที่มันเกิดสภาวะที่ตนมันเป็นปัญญาที่เห็นของจริงสัมผัสของจริงเชื่อถือของจริงเป็นศรัทธาที่เกิดเพราะมีปัญญาที่เป็นภาวนามยปัญญาจึงเป็นศรัทธาที่แม่มันจะกล่าวยังไงคุณฟังก็รู้เหตุผลรู้ความหมายมันศรัทธาเพราะเราได้รับของเราเอง ของจริงที่เราเองเราไม่ได้ไปเชื่อใครนี่เราพิสูจน์ของเรานี่เอาหลักฐานเอาทฤษฎีอะไรมาประกอบมันก็ลงร่องลงช่องมันลงอย่างที่ท่านว่านี่คือมันยิ่งหมดตัวหมดตนมันยิ่งเบาง่ายสบายมันยิ่งสละได้มันยิ่งไม่หวงไม่เห็นมันยิ่งดีมันดีไปในทิศทางที่ยิ่งทวนกระแสกับโลกเขาแล้วเขาจะเห็นชาวโลกนี้ยิ่งชัดเขาหนักเขาหนานะเขาติดแล้วเราจะชวนย้อนมาดูตัวเราเองเราก็จะเข้าใจว่าเออแต่ก่อนเราหลงจริงๆเราเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วเราก็จะเห็นว่าคนโลกเขามีโมหะเขามีอวิชชาเขาร้องเขายังรักก็ยังชอบอยู่เขายังทั้งๆที่เน็ตเหนื่อยหนักหนาวิ่งเข้าไปหาทุกข์เขาก็ยังเอาเราก็จะช่วยเขาเท่าที่ช่วยได้ หาให้เขาเบาบางลงให้เขาอย่าวิ่งแล่นเข้าไปหานักถ้าช่วยไม่ได้แล้วก็ไม่โง่พอที่จะแต่คนมันโง่บ่อยนะถ้ายิ่งไปรักไปชอบหรือว่าไปผูกพันคนนั้นคนนี้อยู่ไม่อยากให้เขาเข้าวิ่งไปหาทุกข์ไม่อยากให้เขาก็จนเข้าไปพบกับทุกข์เราก็ห้ามเขาเขาก็ไม่เชื่อไม่อะไรเราก็โกรธเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดโกรธขึ้นมาเกิดไม่ชอบใจขึ้นมาอะไรอย่าโง่อย่าไปโกรธได้ยังไงเขาก็เป็นอย่างนั้นน่ะเขาไม่รู้จงโกรธตัวเราเองที่เราไม่เก่งที่จะพูดยังไงหรือว่าจะทำยังไงแสดงให้เขาเชื่อแล้วเขาก็หยุดได้ตรงนี้เราไม่เก่งเราโกรธเธอก็ต้องดุลงโทษตัวเองแล้วโกรธตัวเองถึงจะดีจะไปโกรธเขาไม่ได้แต่ที่จริงไม่โกรธทั้งนั้นแหละเราต้องรู้ความจริง ไม่ต้องเจ็บใต้จิตใจหม่นหมองอับเฉาอะไรเราก็ต้องรู้ด้วยปัญญาว่าเออเหตุปัจจัยยังไม่ครบนะอย่างนี้ยังไม่พออย่างนี้ยังไม่ถึงถ้าเราทำให้เขาเข้าใจก็ยังไม่ได้หรือฤทธิ์แรงความเสี่ยงของเราก็ยังไม่มีไม่มีเราก็ต้องทำตนให้เก่งยิ่งกว่านี้มีปฏิภาณมีอำนาจทางจิตทางใจมีพลังอะไรใดๆของเรายิ่งกว่านี้ขึ้นไปอีกแล้วเราจะสามารถช่วยคนได้เพิ่มขึ้นเราจะอ่านรู้สภาพเจริญหรือสภาพจิตของเราที่เป็นไปแม้แต่จะเจริญวิปัสสนาป่านนี้เราก็จะต้องรู้ละเอียดอีกอันนึงเป็นข้อที่ 10 เป็นวิปัสสนูปกิเลสข้อที่ 10 นิกันติหมายความว่าแม้ตัวปลาขั้นใดขั้นใดเราก็ไม่ติดนิกันติเนี่ย เราจะไม่หลงยินดีกันตะหรือการติดก็แปลว่าความยินดีก็ได้มีการติดแล้วว่าไม่มีความยินดีเราจะไม่มีความยินดีหรือหลงในยินดีที่จริงน่ะมันดีมันค้างแยงกันว่าเราจะมีอนุโมทนาอนุโมทนาอนุโมทนาหมายความว่าเรามีความยินดีตามเห็นความยินดีเราจะมีจิตใจยินดีเป็นฉันทะหรือเป็นโมทนาเป็นโมทนาโมฆะมันมีความยินดีมันมีความรู้ดีเบิกบานร่าเริงยินดีอยู่ไปเรื่อยๆแต่ตอนนั้นก็ตามอารมณ์ยินดีที่กล่าวนี้มันละเอียดจะไม่มีภาษาจะเรียกแล้วภาษามันเลยสอนซ้ำกันเราก็จะไม่หลงไหลว่ายินดีนี้เป็นของเราหรือยินดีนี้จะเป็นของที่ ควรมีคนเป็นอยู่เสมอเที่ยงแท้เราจะไม่หลงความเจ็บบางทีมันก็ว่างๆลงบางทีมันก็หนักๆหนักเพราะว่าเราต้องรับผิดชอบและต้องรับงานเราจะต้องวุ่นมันไม่ว่างเราจะต้องมีอะไรต่ออะไรต้องคิดต้องนึกต้องสร้างต้องสรรให้เป็นกิจเป็นการซึ่งเราก็รู้ว่าเป็นงานที่จะต้องทำเป็นกรรมที่จะต้องทำเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ทำเพราะเสพสุขมันไม่สุขนะมันเป็นสิ่งที่เจริญมันเป็นสิ่งที่ดีที่เราเห็นว่ามันดีเราเห็นว่ามันดีถ้าเรียกเป็นภาษาตาถ้าได้เป็นภาษาหูก็ว่ามันได้มันยินดีมันได้ยินเข้าคำว่าดีมันเห็นเขาก็สวัสดีเรียกภาษาใจก็มันรู้ได้ก็ว่าดีมันรู้ว่าดีไอ้นี่รู้ปัญญาที่สุดท้ายไม่เป็นปัญญาสัมปทา หรือเป็นญาณทัศนะวิเศษมันเป็นปัญญาเป็นญาณมันดีรู้ด้วยปัญญารู้ด้วยความรู้ก็มันดีแล้วเราทำก็ทำเพราะรู้เราจึงไม่ได้ทำงานเพราะอามิดไม่ได้ทำงานเพราะหลงสิ่งที่จะได้มาแลกเปลี่ยนคนอย่างนี้เป็นคนรู้จริงแล้วก็เห็นจริงแล้วก็ทำได้จริงโดยไม่มีอะไรขัดข้องเพราะว่ามันเป็นปัญญามันเป็นความรู้จริงเราจะมีอะไรแล้วเราก็ทำมันก็ดีอยู่ว่างๆเฉยๆเฉยๆมันจะไปอยู่ยังไงเพราะฉะนั้นอุเบกขาตัวนี้จึงไม่ใช่เฉยๆเฉยๆอุเบกขาตัวนี้แปลว่าขยันคุณฟังใหม่อุเบกขาตัวนี้แปลว่าขยันตลกนักบาลีเปรียญ 9 ได้ฟังก็บอกว่ามันพูดโม เดาเอาเองเลยล่ะแต่แท้จริงไม่ได้พูดโดยความโมเมแต่พูดมีลักษณะประกอบมีธรรมะประกอบมีองค์ประกอบคืออยู่ในภูมิของภูมิระดับไตรลักษณ์จุดหรือชุดยานนะมีปัญญานะมีญาณมีอุฏฐานะมีอุเบกขาสามัญนี้มันเป็นสมังคีกันมันเป็นสภาพที่สภาพของอุเบกขามีคือมันเฉยมันทำงานมันก็แข็งแรงใช้ได้ใครจะกระทบสัมผัสใครจะมีอะไรทำงานไปคนนั้นคนนี้ตำหนิติเตียนนินทาว่าร้ายตูดท้วงไว้ติ่งไว้ติดไว้เราก็พิจารณาใช้ยานอยู่พอใช้ยาแล้วเราก็เห็นว่าเอ๊ะก็ถูกดีนี่ก็ดีถ้าไม่ดีเราก็แก้ไขไปด้วย เรามียานประกอบกับองค์ธรรมประกอบในสภาวะนั้นใครจะมายังไงเราก็ยังมั่นคงอยู่แต่เราก็ไม่ใช่ว่าวู่วามแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะหยุดทันทีแล้วก็เอาอันนี้ไปไหนเขาเตะมั่งติงมาเขาว่ามาแล้วก็มาคิดใช้ยานยานคิดแล้วพิจารณาแล้วก็ยังดีนี่ไม่ผิดอะไรเราก็ตอบไปอีกไปขยันต่อไปอีกระงับยากแต่ถ้าเผื่อว่าเราเห็นว่ามันไม่ดีเราก็เปลี่ยนแปลงปรับปรุงหยุดตามที่เขาว่าอันนี้เราพิจารณาตามด้วยความไม่เอียงอะไรไม่เข้าข้างตัวเองด้วยเห็นว่าไม่ดีเราก็หยุดก็พักก็เปลี่ยนอดีตแล้วก็ทำไปอะไรยับยั้งไม่อยู่นอกจากอกุศลมันเป็นอกุศลแล้วก็หยุดหยุดได้ไม่ดันทุรังมันก็มีแต่ดีทางเดียวลองฟังดูสิเหตุผลอย่างนี้ใครจะเถียง มันมีแต่เจริญถ่ายเดียวดีถ่ายเดียวไม่มีความถือเนื้อถือตัวไม่มีความถือสาว่าใครจะเตรียมอะไรแล้วก็เข้าใจว่าติเตียนมันมีทั้งคนที่เจตนาร้ายเจตนาดีเราก็ไม่ว่าอะไรเจตนาได้ทำร้ายถ้าเกิดว่าเขาคิดถูกต้องมาทวงมาจริงเราได้ก็ดีเราก็เอามาพิจารณาและไอ้โจรบอกเราด้วยแต่ว่ามันเป็นไปถูกต้องนะเราก็เปลี่ยนแปลงตามไม่ได้ถือว่าไม่ได้เป็นของโจรบอกอ่ะถ้ามันถูกเรื่องถูกราวดีก็เอาทั้งนั้นแหละต้องเอามาคิดไตร่ตรองให้เข้าข้างตัวไม่เข้าข้างใครแม้แต่ศัตรูบอกก็ยังทำถ้าเผื่อว่าเขาแนะทางดีขอบคุณศัตรูเพราะที่จริงเราไม่มีศัตรูหาเรามีแต่กิเลสกับกิเลสเท่านั้นเองไม่ใช่เรามีนะในโลกนี้มันมีแต่กิเลสกับปัญญา ร้านพวกกิเลสเขาเข้ามาแม้จะมาด้วยเชิงกิเลสแต่เรามีปัญญาที่จะกลั่นกรองหาความถูกต้องที่แท้จริงกิเลสก็เป็นเหยื่อของเราถ้ามาได้ความแกล้งเอาอะไรต่ออะไรมายัดมาเยี่ยมโดยไม่มีปัญญาและงงๆๆเอาอกุศลทรัพย์เข้ามาทุจริตซัดเข้ามาเราเห็นทุจริตเราเห็นอกุศลเราก็ไม่เอาทั้งนั้นน่ะไม่ว่าคนนั้นจะเจตนาร้ายหรือเจตนาดีก็ตามใจนะบางทีคนโง่ๆเขาเจตนาร้ายด้วยนะเขาตั้งใจนะว่าจะให้เราร้ายเขาตั้งใจจะให้เรานี่แย่ลงเสียลงเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ลงมาบอกมาทำมาแนะเราที่แท้น่ะเขาโมหะเขาเอาวิชาเขาไม่รู้หรอกว่าเขาแนะนำมาอย่างนั้นนึกว่าเราจะแย่เขากลับบอกจุดที่ดีให้แก่เราด้วย ที่จริงมันเป็นความดีแต่เขาโมหะเขาหลงผิดเขาไม่รู้หรอกพวกที่ยังโง่ๆยังมีกิเลสอยู่เนี่ยเขาไม่รู้หรอกเขามายุเราส่งไปเลยงี้เรายิ่งกลับได้ดีเลยนะเขายุนึกว่าเขาจะทำให้เราแย่จะทำให้เราแย่ว่างั้นนะเรายิ่งทำได้เราก็ยิ่งเจริญคนที่เขาเข้าใจผิดว่าเขาจะให้เราเนี่ยเป็นคนหมดเป็นคนที่จนยิ่งกว่าเขาเพราะว่าเขาคิดว่าถ้าการรวยกว่านี้เขาเข้าใจอย่างนั้นจริงๆนะการเข้าใจรวยกว่าในฐานะสูงกว่าอย่างนี้เป็นความสูงเป็นความประเสริฐกว่าเขาก็ยุแหย่ให้เรากระจายเงินออกไปเอาไปให้คน เอาไปให้คนนี้แล้วเขาเองเขาไม่ให้เขานึกว่าเขากำไรเขาไปให้คนนี้ได้เอาออกไปเขาเรียกว่าเออแกไปออกแกก็จนกว่าฉันนี่เป็นเป็นความรู้สึกธรรมดาของมนุษย์ในโลกยุคใหญ่ของเด็กคือยิ่งเสียไปดีแกได้จนกว่าฉันจะได้ยิ่งใหญ่ฉันจะได้มั่งมีกว่าคนนั้นก็ประยุกต์ใหญ่คนนั้นหาอุบายประยุทธ์ใหญ่คนนั้นไปสละออกอย่างนู้นอย่างนี้หาเหตุผลเป็นสลากออกที่นั่นน่ะที่นู้นเค้าจนนะไปช่วยเขานะไอ้เราก็ฟังแล้วพาซื่อเอยคนนี้พูดดีเว้ยมันมีบุญด้วยเป็นบุญเว้ยเราก็เข้าใจแล้วเราก็ไปจ่ายออกสลากออกช่วยเหลือโปรไฟล์ทางโน้นเราจนลงจริงไอ้คนนั้นก็สนใจโอ้โหจิตใจเขาหวังร้ายเขานึกว่ามันเป็นร้ายแต่ที่แท้เขาไม่รู้แล้วก็โมหะที่แท้มันเป็นดีคนนั้นไปปฏิบัติตามคนนั้นเห็นด้วยปัญญาด้วยว่าถูกเขาพูดถูกเพราะว่าไม่คิดว่าเขา มีความคิดมุ่งร้ายมาได้อะไรหรอกแต่มันไม่ใช่ร้ายที่จริงมันเป็นถูกถูกทำคนนั้นก็ไปทำตามคนนั้นก็ได้ดีไปเลยด้วยซ้ำยิ่งได้ดีใหญ่แม่ก็จนลงกว่าคนที่หลงผิดนี่ก็จริงคนหลงผิดก็ยิ่งผยองว่าฉันหมายร้ายให้เขาหมายให้เขาตกต่ำว่าเขาจะได้จนลงฉันจะร่ำรวยกับเขาฉันจะสู้โลกชื่นใจเขาคิดอย่างนี้จริงๆนั่นแล้วเขาก็คิดผิดเป็นคนมุ่งร้ายแต่เขากลับทำให้เราได้ดีเพราะเขาโง่งมงายด้วยก็โง่ใจเขาเองเขายังมุ่งร้ายแล้วก็คิดว่าอย่างนี้เราเป็นความถูกต้องของเขานี่คนโมหะเราฟังดูดีมันอาจจะสับสนอยู่นิดหน่อยแต่ฟังดีๆคุณจะฟังออกว่าอย่างนี้มีอยู่ในโลกเยอะเลยเป็นคู่อาฆาตมากลายแล้วก็ ยุแหย่ไปอย่างนี้เชิงอย่างนี้เสร็จแล้วตัวเองโง่ๆยิ่งไปยุ่งมันยิ่งเป็นทางดีเป็นทางถูกให้แก่คนนี้คนนี้ไปปฏิบัติตามเขาก็ยิ่งได้ดีเขาก็ยิ่งได้ดีตัวเองจะยิ่งแย่เข้าใจผิดอย่างนี้แหละเป็นต้นแฟนเยอะยกตัวอย่างไม่ได้ดีกว่านี้ตอนนี้นึกไม่ออกนึกได้แต่แค่นี้ซึ่งก็อาจจะรู้ว่ายังเขียนว่ามันยากอยู่หน่อยนึงนะแต่สภาพอย่างนี้มีอยู่ในโลกจริงๆทีนี้พวกคุณเองคุณเข้าใจแล้วมันไม่มีปัญหาอะไรถ้าเข้าใจว่าทิศทางที่เรามาลดละอะไรก็ได้ว่าออกจนกระทั่งอ่านอารมณ์จิตออกว่ายังมีอารมณ์อย่างไรเป็นวิปัสสนูปกิเลสเป็นอุปกิเลส 10 เป็นสภาพที่มันยังไม่เป็นจิตที่อยู่ในจิตกับการงาน มนสิการเราก็จะต้องรู้หรือจะเป็นจิตที่รีจิตที่ยังไม่สายโพรงมันไม่สว่างแช่มชื่นเบิกเต็มอยู่เลยว่าที่นั้นมีพระที่นั่งนิทานนี่ไม่ใช่ทีนี้ถ้ากิเลสนะสีนั้นมีธาตุที่กำลังกล่าวถึงนี่เป็นอุปกิเลสปิรามิดอุปกิเลสซึ่งเป็นกิเลสละเอียดเพราะฉะนั้นเรายิ่งจะรู้ว่ามันมีนิดนึงมีคนที่มีจิตสุขุมประณีตแล้วนี่ก็จะรู้ว่าไอ้นี่เป็นอุปสรรคไม่เอาสายทองเต็มร้อยสติแปลว่าความร้อนแปลว่าความเต็มร้อยความระลึกรู้สึกตัวทั่วพร้อมรอบตัวอย่างมีประสิทธิภาพใช้เบิกบานแช่มชื่นสดๆโล่งโปร่ง ไม่อึดอัดอัดไม่เกิดมันไม่หรีๆอะไรอยู่มันสายโพรงสว่างอารมณ์มันจะรู้สึกสดชื่นเต็มตื่นโพรงอยู่อย่างดีมันต่างกันกับอารมณ์มีสีนะมีถ่านหินก็จะรู้ยิ่งละเอียดเท่าไหร่สุขุมเท่าไหร่ผู้นั้นยิ่งจะรู้ตัวแล้วแก้กลับเปลี่ยนได้ทันทีอาจจะกินจรรยาชนะไม่มีนิดนึงน้อยหนึ่งมันก็ไม่มีไม่ว่าจะเป็นกิเลสอุปกิเลสอย่างละเอียดเชิงไหนส่วนไหนไม่มีรู้ตัวมันยิ่งเกิดปั๊บรู้ปุ๊บแก้ได้ปั๊บแก้จนกระทั่งไม่เกิดกับตัวเราแล้วมันไม่มามันมาใกล้เราไม่ได้มันไม่เข้าผีเข้าไม่ได้พวกนี้ผีทั้งนั้นอารมณ์ผีทั้งนั้น ราชการที่นำมาพิจารณาจิตไม่แข็งแรงไม่ใช่ไม่แข็งแรงนะมันกระทบสัมผัสต่ออันนั้นอันนี้ก็เกิดมีใจพร้อมๆแวมๆปอดปอดปอดๆวันๆเกร็งๆเก่งๆเก่งๆไม่อาจหาญชาญชัยได้อาจหาญได้แล้วจิตของเราไม่มีวันอะไรอะไรจะมากระทบสัมผัสจะมีความยิ่งใหญ่มากระทบสัมผัสอย่างไรก็ไม่ปลอดไม่ได้เพลงกลัวอะไรเพราะความเชื่อมั่นในความสุจริตใจความเชื่อมั่นในความดีความเชื่อมั่นในความเสียสละได้ เราเสียสละได้อะไรๆเราก็เสียสละได้ทุกอย่างเราจะไม่หวั่นไหวเลยเราจะไม่มีการกระเทือนน้อยนึงนิดนึงก็จะไม่กระเทือนจะเกรงกลัวไอ้โน่นไอ้นี่ไม่มีจิตบำบัดแบ่งๆไม่มีจะเสียใจจะเสียลงมาใจนี่มันจะเสียคำว่าเสียนี่มันจะลดหย่อนจากใจลอยลงมานิดนึงในจุดใดๆไม่มีทำผิดจะตัดมันจะเป็นใจเต็มใจโพรงใจรู้อะไรก็รู้อะไรก็ตัดสินไปอย่างดีอะไรมาต้องสัมผัสก็สู้ไปอย่างใจซื่อสู้ไปอย่างใจจริงสู้ไปอย่างใจกล้าสู้ไปอย่างใจเต็มอ่าแต่ไม่ห่างไม่เป็นอุปลักษณ์ ไม่วู่วามไม่อะไรแล้วไม่แดกไม่ดันไม่ทิ่มไม่แทงออกไปไม่หนาไม่แดกไม่ดันไม่ทิ่มไม่แทงออกไปไม่ถูก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน