240209-2-303 ทางเอกภาค2-ตอน303(หน้า581)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์178 KB
วันที่แก้ไข12 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกสารอบตศึกษาณขณะนี้เรากำลังทบทวนอีกย้อนไปย้อนมาสรุปแล้วสรุปอีกเพื่อความมั่นคงเพื่อความแน่นอนจดจำได้แม่นยำไม่เพี้ยนจิ้มลงตรงไหนก็จิ้มถูกเป้าผิดถูกที่แท้อย่างเดิมเรื่อยๆ เบี่ยงไปด้วยอำนาจอะไรที่จอนมาตลอดเวลาในโลกทุกอย่างเคลื่อนไหวทุกอย่างไม่เที่ยงถึงจะมีอะไรมันเกิดมีอะไรมีอะไรมันผ่านมาอีกมีอีกอย่างไรอย่างไรก็ตามเราเองเราก็ยังมั่นคงมีอำนาจที่จะฝ่าสิ่งที่จะมันสังเคราะห์เกิดขึ้นในโลกอยู่ตลอดเวลาได้ทุกโอกาสมองยามทุกวินาทีทุกอย่างเปลี่ยนไปทุกอย่างไม่คงที่ทุกอย่างไม่คงเดิมแต่เราจะคงเดิมเราจะเป็นนิยตที่เราจะสถิตเสถียรเราจะมั่นคงอยู่ในทิศทาง เราได้เข้าใจแล้วและเป็นได้แล้วอยู่อย่างนั้นแม้อันอื่นจะไม่เป็นอุปสรรคหรือว่าเป็นเหตุปัจจัยที่จะมาผลักเบนทำให้เราเบี่ยงเพี้ยนออกไปจากจุดเป้าที่เรายืนหยัดอยู่ที่เราเห็นว่าเป็นทิศทางที่ดีอยู่ที่เราจะเป็นไปอยู่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้เราเปลี่ยนแปลงได้ก็เพราะความมั่นคงเพราะความซ้ำซากเพราะความไม่มีอะไรที่มันเหลาะแหละลูกบิดอีกแล้วมันแน่แท้มั่นใจยืนหยัดยืนยันเห็นจริงในจุดนี้สิ่งในทิศทางอย่างนี้โดยเฉพาะชีวิตของเรา เราเข้าใจว่าชีวิตเท่านั้นๆแล้วก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละไอ้ที่คำว่าอย่างนั้นอย่างนั้นหรือเท่านั้นเท่านั้นมันก็ของใครของมันพระอรหันต์ท่านเท่านั้นเท่านั้นของท่านก็โดยท่านรู้แล้วว่าชีวิตมันก็มีการสังเคราะห์ให้กับมันด้วยปัจจัยเล็กน้อยมีองค์ประกอบมีเครื่องประกอบเป็นบริขารเล็กน้อยที่จะต้องใช้สำคัญแม้แต่เครื่องบริขารมันจะทรุดจะทรงมันจะมอซอมันจะเล็กน้อยไม่ได้โออายังโลกเราก็รู้ว่ามันพอใช้ได้ก็ใช้อยู่ก็พอเป็นไปกลายเป็นเครื่องอาศัยไปเท่านั้นเองแม้จะน้อยม

อ่านต่อ

ั่งขาดหล่นไปบ้างมันก็ยังมีสมรรถภาพและมีความสามารถที่เราพอจะช่วยตนเองให้เป็นไปได้ พานวันผ่านคืนไปสู่หลุมฝังศพมันก็ไม่ได้มีความน้อยใจไม่ได้มีความหลงไหลหรูหราเครื่องอะไรเหมือนอย่างชาวโลกเขามันก็สบายชีวิตมันก็ไม่ต้องดิ้นรนแสวงหาจะต้องอยากได้จะต้องเป็นต้องมีอะไรมาอีกมันก็เบาอยู่สบายดีเพราะชีวิตของเรามันมีที่จบมันมีที่สิ้นมันหมดสงสัยเลยวันคืนมันไม่ต้องจะต้องคิดอีกว่าเราจะต้องมีอะไรเป็นอะไรได้อะไรสะสมอะไรอีกอันใดที่พอจะเป็นไปได้แล้วนี่เราเข้าท่าแล้วนะนี่เขาเข้าช่องเข้าร้อยที่จะได้จะมีจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้อีกแล้วนะไอ้โน่นไอ้นี่อีกแล้วนะอะไรต่างๆนานา เราไม่มีแล้วสำหรับท่าพระอรหันต์แล้วไม่มีอีกแล้วจะเป็นอะไรอีกมันไม่มีมันไม่มีจะต้องเป็นอะไรอีกจะต้องได้อะไรอีกจะต้องมีอะไรอีกมันไม่เลยมันจึงเบาเบาๆสบายๆชีวิตของพระอริยเจ้าที่รู้จักจุดจบแล้วแต่เราก็รู้แต่เราก็รู้เราก็เข้าใจว่าเราจะกดไฟแดงลงมาทำไมก็รู้ว่าเราเองเราจะทำอะไรในวันในคืน พระอรหันต์เจ้าเท่าท่านมีงานท่านมีจิตกว้างขวางเราจะทำตั้งแต่ที่แคบไปจนกระทั่งถึงที่กว้างนี่เรารู้ว่าเราจะทำประโยชน์อะไรในชีวิตกับผู้อื่นที่อยู่ใกล้เคียงแวดล้อมกับผู้ที่ไกลออกไปยกตัวอย่างเช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตื่นเช้าท่านก็จะพิจารณาเราจะไปโปรดใครดีหนอเราจะทำประโยชน์กับใครอื่นดีหนอเพราะตัวตนเองมันไม่มีอะไรแม้แต่กินมันก็ไม่ห่วงแม้แต่อยู่มันไม่ห่วงแล้วนี่หมดตัวหมดจนเรื่องชีวิตมันหมดกังวลมันไม่มีความสงสัยว่าจะตั้งอยู่อย่างไรมันสบายมากแม้ไม่มีเงินสักบาทแม่ไม่มีทรัพย์สินทรัพย์นิดนึงเลยมันสบายแล้วไม่ต้องห่วงกังวลอะไรจริงๆ เพราะฉะนั้นจะมีแต่ตั้งหน้าตั้งตาตื่นขึ้นมารู้สึกตัวที่เราจะต้องเริ่มทำงานก็คิดแหละอยากไปสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างอันสูงสุดเออเราจะทำงานกับใครแล้วจะช่วยใครหนอเราจะไปโปรดใครดีนี่มันอะไรกันคุณลองคิดดูถ้าคุณไม่คิดไม่ได้ชี้ขึ้นมาคุณก็เฉยๆผ่านๆรู้งานการของพระพุทธเจ้าตื่นเช้าขึ้นมา 2:00 น และท่านสอนนั่งพิจารณาทบทวนเออถ้าจะไปบอกใครดีจะไปโปรดที่ใกล้ที่ไกลขนาดไหนอะไรยังไงใครก่อนใครหลังอะไรยังไงต่างๆนานาเหมือนกับครูที่เตรียมการสอนก็เตรียมการสอนไว้เพื่อที่จะทำเตรียมงานเพื่อจะทำมันไม่ได้มีอะไรค้างคาไม่มีอะไรตกหล่นถ้าอันมันค้างมันก็รู้เองแหละในอดี เมื่อวานนี้เราทำอันนี้ค้างอยู่เพราะงั้นวันนี้เราก็จะทำวันนี้เราจะมีอันนี้อันนี้ประโยชน์ใกล้ประโยชน์อะไรประโยชน์สำคัญก่อนสำคัญหลังมันไม่มีปัญหาอะไรเลยก็ทำไปมีอะไรจอนมามีอะไรแสดงคิดทบทวนดูหน่อยนึงเอออันนี้สำคัญแล้วนะไม่สำคัญวางไว้ก่อนอะไรต่างๆนานาไม่ต้องห่วงหาอาวรณ์เพราะเราไม่ได้ขี้โรคมาให้แก่ตนไม่ได้อยากได้อยากมีอยากเป็นอะไรรุนแรงอะไรเลยมันก็สบายสบายทุกอย่างเป็นระดับทุกอย่างเรียบเรียงทุกอย่างมันเรียบเรียงทุกอย่างเป็นระดับทุกอย่างมันก็เป็นไปค่อยดำเนินได้รูปได้ลอยมันไม่สับสนมันไม่วุ่นวายในจุดจ้าง แล้วเราก็ได้ทำงานเต็มที่เมื่อถึงเวลาทำกับลงมือทำทำไปได้สบายๆวันหนึ่งคืนหนึ่งมันก็มีแต่เรื่องซ้ำๆซากๆมันจะมีอะไรที่มันเป็นองค์ประกอบที่เปลี่ยนแปลงไปเรามีงานประจำงานประจำของเรายังมีประโยชน์อยู่ยังมีคุณค่าสูงอยู่เป็นเศรษฐกิจอันจำเป็นเป็นผลผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราจะต้องผลิตออกมาสู่สังคมมนุษยชาติซึ่งมนุษยชาติก็ยังยินดีรับและควรจะได้รับบางคนไม่ยินดีด้วยแต่เราก็จะต้องพยายามหา วิธีทำให้เขาใช้ให้เขาเอาไปใช้ให้เขาเอาไปทำประโยชน์กับตัวเขาแท้จริงนั้นน่ะเป็นสิ่งที่ขัดฟอกเขาด้วยเขาเองเขาไม่พอใจเขาเองก็ไม่ค่อยอยากได้ด้วยซ้ำแต่เราก็จะต้องหาวิธีหานโยบายอะไรที่จะทำให้เขาใส่ใจสนใจเพื่อตัวเขาเองนั่นแหละจะได้เจริญทำงานเพื่อทำให้ผู้อื่นเจริญขึ้นสำหรับตัวท่านสำหรับตัวพระองค์นั้นมันก็มีความเจริญในตัวแต่ว่ามันหมดห่วงหมดกังวลหมดตัวหมดตนหมดเกิดทุกอะไรมันไม่ต้องบริการตนเองอะไรที่จะคอยปกป้องอะไรอีกแล้วจริงๆมันเบาหมดภาระ มันจะเป็นอย่างนั้นจะไม่อับเฉาจะไม่หนักหน่วงจะไม่ท้อแท้เพราะความรู้ไม่อาบน้ำไม่หนักหน่วงท้อแท้เพราะความรู้ว่ามันจะทำอะไรจะมีอะไรมันก็รู้ว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นมันจะต้องมีอย่างนั้นมันเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านที่ย่อไว้แล้วโดยเฉพาะเมื่อประโยชน์ตนหมดสิ้นแล้วอย่างนั้นประโยชน์ตนอันใกล้ชิดตื่นขึ้นมาเราจะทำอะไรบางคนจะต้องเข้าห้องน้ำบางคนจะทำอะไรเป็นกิจประจำที่คนจะต้องเป็นอยู่จะต้องกินจะต้องเคี้ยวจะต้องถ่ายจะต้องนอนมีอิริยาบถใหญ่ที่จะต้องทำให้แก่ตนสำคัญเป็น ตอนนี้ก่อนทำควรทำก่อนตอนนี้ยังทำไม่ทันทำไม่ได้วางไว้ตอนนั้นได้ไหมสำหรับกิจกรรมของส่วนตนที่มันก็จะต้องมีบทบาทมีกิจกรรมอยู่ซึ่งไม่มากเลยเสร็จแล้วเราก็เป็นไปด้วยชีวิตที่มันไม่มีอะไรยุ่งยากมันไม่มีอะไรที่จะต้องไปหนักหนาอะไรลำบากลำบนอะไรเลยแต่โดยบัญญัติว่ามันลำบากโดยภาษาว่ามันลำบากก็ตรงที่มันจะทำให้ดีขึ้นมาให้มีประโยชน์คุณค่าได้ถ้าเราไปยึดถือพ่อแม่มันยากจริงๆมันก็ยากแต่ถ้าเราไม่เห็นว่ามันยากแต่มันก็ต้องพิถีพิถันละเอียดละออสุดคุ้มประณีตเท่านั้นแหละเราพยายามทำให้ดีๆๆมีจิตใจเรารู้อยู่แล้วว่าจะประคองให้ดีคืออะไรแล้วก็ทำอะไรด้วยการปกครอง การสังวรระมัดระวังให้ดีไปทุกๆงานการทุกกรรมเราทำกรรมให้ดีให้ดีงามคนก็ว่าพวกพวกเราเนี่ยจะโดนเขามองพวกเราว่าเป็นพวกที่ไม่มีสุนทรีไม่มีสุนทรีนี่หมายความว่าไม่มีความงามสุนทรีแปลว่าความงามเป็นความสบายอารมณ์ที่ไหนได้เขาหารู้ไม่ว่าเรานี่แหละเป็นผู้ที่ยอดสุนทรีเป็นผู้ที่เต็มไปด้วยสุนทรารมณ์เป็นผู้ที่เต็มไปด้วยสุนทรอารมณ์สุนทรอารมณ์ที่งามอารมณ์ที่สบาย บานใจเป็นอารมณ์ที่พอใจในหน้าพอใจเป็นอารมณ์ที่ยินดีปรีดาหรือเป็นอารมณ์ที่ร่าเริงเบิกบานสดชื่นสุนทรีแปลให้ตรงก็คือความเบิกบานสดชื่นสุนทรีเนี่ยมันไม่ได้เป็นความเศร้าหมองมันเป็นความเบิกบานอารมณ์มันเป็นความเบิกบานสดชื่นเขาหารู้ไม่ตัวเขาเองนั่นแหละเป็นคนหยาบมันมีอะไรต่ออะไรเป็นภาระมันมีอะไรยุ่งยุ่งอยู่ในจิตในใจจนมันไม่สามารถที่จะปลดปล่อยปลงวางหรือไม่สามารถที่จะให้อารมณ์นี่มันสบายๆปล่อยโปร่งโล่งๆเพลินมันไม่มันก็เหม็นมันก็ยุ่งก็ยิ่งมันหนักมัน มันไม่เบิกเบอร์ได้จึงจำเป็นจะต้องเอาแรงอีกตั้งมากเอาอำนาจสิ่งที่จะมายั่วให้เปิดให้ปล่อยให้ปลงให้วางให้เฉยให้โปร่งออกมาซะบ้างมันก็วุ่นอยู่นั่นแหละจึงจะต้องใช้แรงอันมากๆหนักๆมาทำให้เกิดแล้วก็นึกว่าอย่างนั้นน่ะตัวถึงจะได้อารมณ์และเขาก็เป็นอย่างนั้นจริงๆเขากว่าจะได้อารมณ์เบิกบานสุนทรีก็จะต้องมีสิ่งที่ยั่วย่อมมีสิ่งที่ดูดดึงมีสิ่งที่จะต้องผลักดันให้เขาเบิกบานออกมาตั้งแรงเขาจึงรู้สึกว่าเออเราจำเป็นเรามีความจำเป็นที่จะต้องได้สิ่งนี้อย่างนี้ส่วนคนอย่างพวกเป็นพระอริยะแล้วโดยเฉพาะอย่างปกติเป็นพระอริยเจ้าชั้น สูงขึ้นมาแล้วอะไรนิดอะไรหน่อยท่านก็เบิกบานแล้วเป็นคนเส้นตื้นๆไม่ใช่เส้นลึกอะไรมันก็ยังเข้าเข้าได้เป็นพวกเส้นลึกมันไม่ค่อยจะหัสดินเลยมันไม่เข้าใจว่าเริงเบิกบานหรือมันไม่ค่อยจะสุนทรารมณ์เลยอารมณ์มันไม่สุนทรารมณ์มันไม่หักสราญรมย์อารมณ์มันไม่ไม่รุ่นเดิมรื่นเริงนั้นทำเบิกบานสดชื่นแล้วก็สุนทราสุนทราหรือสุนทรมันเบิกบานสดชื่นอยู่ไม่เหี่ยวเฉาส่วนรุ่นเริงนั้นมันมีบทบาทขึ้นกว่าเก่า หรรษานิยมมันสูงขึ้นเพราะรหัสชั้นนิยมง่ายจะตายไปร่าเริงเบิกบานง่ายจะตายไปแล้วเรามีขีดคั่นด้วยซ้ำไปว่าเรื่องเป็นราวซ่าขนาดไหนเราได้เรียนรู้แล้วเราได้กำหนดแล้วเราไม่ให้มันมากกว่านั้นแล้วมีขีดมีขั้นแล้วอะไรต่างๆนี่โอ๊ยยิ่งเป็นผู้ที่ไม่ไม่เกินและไม่น้อยเลยเพราะเรามีอยู่ความร่าเริงเบิกบานของเรามีอยู่ไม่น้อยเลยสำหรับความรู้สึกอย่างเราแต่คนอื่นก็รู้สึกว่ามันน้อยไปเหมือนเขาเป็นคนที่กินรสจัดพอเขามาแต่อาหารบอกโอ๊ยตายจืดจังเลยคนอะไรไม่มีรสชาติเรารู้สึกว่ามันชักจะเค็มแล้วนะคุณอย่ามาว่า หรือบางทีก็กินหวานจัดติดหวานติดเพชรจัดเข้ามากินของเราบอกว่ามันไม่เผ็ดเลยมันไม่หวานพอเข้ามาชิมอาหารของเรานี่บ้างเขาบอกว่าโอ๊ยไม่ไหวอ่ะมันไม่หวานเลยนี่ต้องเติมหวานมันไม่เผ็ดเลยนี่ต้องเล่นพริกป่นอีก 2 ช้อนชาตายละวาถ้าเราเราก็ต้องตายเราว่าเท่านั้นเองเขาเองก็จะต้องปรุงเขาจะต้องเพิ่มเขาจะต้องมากมวลหนักหนาอยู่อย่างนั้นแสดงว่ามันหยาบแสดงว่ามันต้องปรุงต้องหนักต้องเปลืองอย่างนั้นฟังดีๆแล้วจะเห็นว่าโรคนี้เขาเปลืองโลกนี้เขาผลาญโรคนี้เขาต้องมากเขาบางคนน้อย เมาไม่ได้เขาจะเป็นอย่างนั้นแล้วก็บอกว่าเราเองเป็นพวกที่ไม่มีสุนทรารมณ์เป็นพวกที่ไม่มีสุนทรียภาพคุณอย่าให้เขาโตได้นะอย่าผิดนะเรานี่แหละเป็นตัวสุนทรียภาพใครสัมผัสเขาจะเห็นสุนทรียภาพที่เราเพราะเราเป็นคนเบิกบานเบิกบานเราเป็นคนสดชื่นสดชื่นไม่ใช่คนโสกะปริเทวะทุกขโทมนัสอุปายาสไม่ใช่เราสิ้นแล้วซึ่งความโศกอ่ะปริเทวะทุกขโทมนัสอุปายาสเราไม่มีความโศกชื่อเราว่าอโศกนะเราไม่มีความติดยึด ต้องแต่งเราไม่มีความพิไลพร่ำร้องอ้อนวอนเราไม่มีทุกข์เราไม่มีความน้อยใจแหล่งใจไว้ใจหมอใจหวั่นใจไม่มีมีแต่ความเต็มใจเต็มใจเต็มใจภูมิใจมีแต่ความพอใจเป็นใจพอเป็นใจเต็มเป็นใจพูนเราไม่มีอะไรขวางใจเลยมีแต่ใจรู้อะไรผ่านมาไม่สัมผัสรู้ไอ้นี่หยาบรู้อันนี้กลางรู้อันนี้ละเอียดรู้อันนี้โลกสมมุติว่าไอ้นี่ทุจริตอันนี้โลกสมมุติว่าเป็นอกุศลรู้รู้ ควรข้องแวะหรือไม่ข้องแวะรู้ควรเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องรู้ควรคลุกคลีหรือไม่คลุกคลีรู้แล้วจะทำตามปัญญาที่รู้ควรคลุกคลีบ้างไม่คลุกคลีบ้างควรเกี่ยวข้องบ้างไม่เกี่ยวข้องบ้างรู้ไม่ควรเกี่ยวข้องเลยก็จะรู้มันเป็นรู้ไม่ใช่มีอะไรมาขวางอะไรจะมาเชิญอะไรจะมาก็เชิญถึงไม่เชิญมันก็ต้องมาตามวิบากตามเหตุปัจจัยวิบากที่มันจะต้องผ่านต้องพบเมื่อเราเดินด้วยเส้นทางโคจรอันนี้เราจะต้องเจอก้อนหินโสโครกเราก็ต้องพบแล้วเราจะทำยังไงกับก้อนหินโสโครกเพราะเส้นทางเดินมันจะต้องไปเส้นโคจรไปก็ไป มันไม่ประหลาดอะไรเลยแต่เราจะเป็นผู้ที่ไม่มีอะไรขวางหน้าไม่มีอะไรขัดไม่มีอะไรอึดไม่มีอะไรอัดทุกอย่างโล่งหมดจึงเรียกว่าพ้นอุปายาสคนอุปายาสไม่มีอะไรอึดไม่มีอะไรอาจไม่มีอะไรขัดไม่มีอะไรข้องอะไรมางานเหรองานก็งานดิเออเป็นยังไงงานนี้ควรไหมก็ควรใจเป็นกลางไม่ใช่เอาเราไม่ใช่อารมณ์ของเราไม่ใช่เอาตัวตนของเราเข้าไปติดข้องเราอาจจะมีงานมากๆนะแต่พอเราก็เอางานมาเสนอในอีกแล้วก็เอองานนี้ก็น่ารับฟังนะดีถึงแม้ว่างานเรามากเราก็ต้องคิดถึงใครจะช่วยได้ทำงานเรามากรู้ว่างานเราไม่ไหวจริงๆ เลิกงานจริงๆงานนี้มันพอฟังเหตุปัจจัยแล้วเราน่าไปทำซะด้วยซ้ำไปคนนี้ก็ไม่น่าทำงานนี้มีคุณค่าถึงขนาดนี้เราควรไปทำแม่งงานเรามากเอางานเรามากพักไว้ก่อนหรือว่าให้คนนั้นทำแทนก่อนเราไปทำงานนี้มันสบายมันอย่างงั้นด้วยซ้ำจะเป็นงานก็ตามที่จริงก็ไม่มีอะไรอื่นเอาจริงๆแล้วก็มีแต่งานหรือมีแต่เหตุปัจจัยที่เราทำไปแล้วเป็นงานพอทำงานไปแล้วก็มีผลสะท้อนย้อนกลับมาเป็นเรื่องราวโน้นนี้ขึ้นมาให้เรารับทราบมันก็เป็นเหตุปัจจัยที่เราจะต้องแก้ไขอีกหรือไม่บางทีต้องแก้ไขบางทีไม่ใช่แก้ไขจะมีงานเพิ่มมาให้เราเป็นเราเป็นพ่อค้าหรือเราเป็นนักสร้างที่มีงานมาให้เราอย่างเจริญงอกงามเราก็จะได้สร้างมาโดยไม่ต้องไปวิ่งหางาน งานจับประเด็นประดังดาน่ามาหาเราเองเราจึงจะเป็นคนที่ไม่ตกงานอีกแล้วและจะไม่มีวันจนอีกเลยเพราะเราทำงานฟรีอยู่ตลอดกาลได้อย่างนั้นอย่างมั่นคงแม้งานจะหนักควรจะคิดราคาเพิ่มขึ้นงานจะยากกว่าจะคิดราคาเพิ่มขึ้นเรากลับยิ่งมีใจยินดีไม่คิดราคาเพิ่มขึ้นใจมันเอออย่างนี้เราควรจะไปทำเพิ่มอย่างนี้เราควรจะไปช่วยเหลือเขาเพราะสมรรถภาพเราเพียงพออะไรต่างๆพวกนี้ไอ้นี่มันเป็นเหตุผลเป็นความหมายเป็นความจริงจิตใจของเราจะไม่มีอุปสรรคไม่มีอะไรอึดอัดขัดเคืองมันไม่มีเรื่องอะไรเลยต่อไปมันจะมีแต่เรื่องที่เขาจะมาบาง เข้ามาด้วยผลสะท้อนแบบเสียงด่าเสียงกล่าวประณามว่าเราเองทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ไปแล้วมันไปกระทบกระเทือนเขาอย่างโน้นอย่างนี้หรือว่าเขาพูดเป็นเชิงรู้ว่าคนอย่างนี้ไม่ควรทำอย่างนี้ถ้าจะเป็นคนอย่างนี้คนดีเขาไม่ทำอย่างนี้อย่างนี้เป็นความเห็นของเขาแสดงประกอบออกมาเขาก็อดดีฝึกเปิดออกประกอบออกมาเราฟังบางทีของเขาถูกบางทีมันก็เข้าใจยังไม่ถึงบางทีมันก็ผิดผิดแสดงความผิดผิดพลาดพลาดไม่เข้าท่าปล่อยไก่ออกมาด้วยซ้ำเราจะรู้ด้วยค่าที่เรารู้ว่านี่ปล่อยไก่ออกมาเราก็จะรู้ว่าเขาโง่ด้วยความเฉลียวฉลาดเขาทวงออกมาว่าไอ้นี่ดีเราก็จะรู้ว่าเขาฉลาดอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็ทำอะไรอะไรออกมาเราก็จะรู้ว่าอ๋ออันนี้เป็นอย่างนี้แล้วเราก็ไม่เข้าข้าง ตรวจสอบผลที่กสิกรมานั้นอย่างดีอย่างเป็นกลางมันก็เป็นเครื่องวัดได้ว่าเขาถูกหรือเขาผิดเราก็จะรู้จิตของเขาว่าเขามีจิตเท่าไหร่มีภูมิเท่าไหร่มันก็เป็นเรื่องของเจโตปริยญาณในตัวโดยไม่ใช่เจโตปริยญาณเดาเลยมีเหตุปัจจัยมีเครื่องประกอบและเครื่องเช็คเครื่องประกอบเครื่องตรวจวัดอย่างนี้มันทำบ่อยๆมันก็จะมีค่าที่แม่นมีผลที่ถูกต้องมากขึ้นมากขึ้นเราทำด้วยการพิจารณาเราใช้ปัญญาไตร่ตรองมาทำงานทำกิจมีกิจอยู่พวกนี้เราก็ชำนาญในเรื่องมนุษย์ไสยศาสตร์แล้วจะชำนาญเรื่องมนุษยศาสตร์แล้วก็ชำนาญกิจที่จะสร้างมนุษย์ชำนาญกิจที่จะสร้างมนุษย์ให้ คนอื่นเขาจะไปสร้างดินน้ำไฟลมให้มันเป็นอะไรต่ออะไรได้ใหญ่ยิ่งได้วิจิตรพิสดารอย่างไรให้เขาสร้างกันไปเหอะเข้าไปเก่งสร้างพวกวัตถุพวกนั้นแข่งกันข่มขี่กันแต่เราจะสร้างมนุษย์ให้ดีให้มนุษย์เป็นมนุษย์สันติภาพให้มนุษย์เป็นมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพมีสมรรถภาพให้มนุษย์นี่อิสระเสรีโดยที่ไม่ไม่ต้องห่วงหาอาวรณ์อะไรอีกแล้วอิสระลอยตัวเป็นมนุษย์ที่มีพระราชดำรัสภาพเป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่ท่องบ่นอยู่เฉยๆว่าสัตว์ทั้งหลายเป็นเพื่อนเกิดแก่เจ็บตายแต่จะเป็นญาติติธรรมจริงๆเป็นเพื่อนเป็นมิตรเป็นสหายเป็นกัลยาณมิตรเป็นจะเรียกเป็นภราดรภาพเป็นพี่น้องที่จะร่วมก่อความเจริญ พละ 1 แปลว่าการเลี้ยงสุภโรศุภะเนี่ยมันแปลว่าการเลี้ยงเพราะฉะนั้นผู้ใดมีคุณภาพหรือว่ามีคุณค่าแบบภราดรหมายความว่าผู้นั้นมีอาการที่เป็นไปอยู่ด้วยการเลี้ยงไม่ใช่ถูกเลี้ยงนะเลี้ยงเขาตัวเองเป็นตัวพระตัวเองเป็นตัวที่จะไปเลี้ยงเขาที่จริงพระภาระหรือภาระอันนี้แปลว่าคนถูกเลี้ยงแต่เรากลับกลายเป็นคนที่จะเป็นไปด้วยการเลี้ยงเป็นไปด้วยการเลี้ยงผู้อื่นภราดรคือเป็นผู้ที่เป็นพี่ เราพี่พี่ขึ้นก่อนเป็นพี่ที่จะเลี้ยงน้องเป็นผู้ที่จะโอบอุ้มเกื้อกูลผู้อื่นอยู่จริงความเป็นพี่น้องก็คือความเป็นการเป็นผู้ที่เลี้ยงดูกันภราดรแปลว่าผู้ที่เลี้ยงดูกันไม่ใช่ผู้ที่จะมาทำลายกันแต่เป็นผู้ที่จะเลี้ยงดูกันเราจะเป็นการเลี้ยงดูกันอย่างกว้างขวางยิ่งใหญ่เป็นการเลี้ยงดูที่กว้างขวางยิ่งใหญ่จริงๆเราจะเป็นคนชนิดนี้เกิดขึ้นเพราะงั้นพวกเรามาปฏิบัติธรรมเนี่ยบอกว่าต้องดูจนดูจนเอาแต่ตนแต่ตนก็อย่าหมกมุ่นจนเกินการนักหุ้นในตน มันหมุนในตนจนเหลือเกินเกินไปเลยไม่ได้มีการเป็นประโยชน์อะไรใครเลยมุ่นแต่ตนแล้วก็ไม่รู้ว่าหลงตนหลงพบตนหลวงปู่ตนเองแล้วก็จะทำตามแต่อำเภอใจของตนเองจนไม่มีสำเนียกไม่มีการรู้สึกตัวว่ากับคนอื่นๆที่เราได้เกื้อกูลอะไรใครไปออกไปบ้างหรือเปล่าเราจะไม่รู้สึกตัวเราก็จะอยู่ในภพของอัตราของตัวตนของตัวกูเท่านั้นเองก็ยิ่งผิดทิศทางของศาสนาใหญ่ไม่ต้องเอาใครไม่ต้องเกี่ยวใครเอาแต่ตนดูแต่ตัวดูแต่ตนอะไรอย่างนี้แหละมันทำให้แคบแล้วมันทำให้กลายเป็นกิเลสชัดเพราะมันไปตัดตาหรือเป็นสัตว์ตายยากตัว ของเราอยู่คนเดียวไม่เห็นจะแก่ตัวคนอื่นไม่เกี่ยวอ่ะว่าจะว่างก็จะโล่งก็จะปล่อยปล่อยที่จริงมันก็ปล่อยได้แล้วที่จริงเธอก็อยู่เลยไม่มีประโยชน์อะไรกับใครเราไม่ได้สร้างมนุษย์เพื่อเห็นแก่ตัวศาสนาพุทธไม่ได้สร้างมนุษย์มาเห็นแก่ตัวมาเอาแต่พบแต่ฝูงตัวเป็นเดียรถีย์ก็ไม่ใช่เลยก็เตือนกันมานานแล้วมากแล้วแต่มันสำคัญกันมันจะมารู้ความจริงของกิเลสของเรานี่มันติดมันอาลัยอาวรณ์หรือมันไปเที่ยวทนไม่ได้ต่ออารมณ์สัมผัสหรือเปล่าและเราจะทนต่ออารมณ์สัมผัสได้ก็เพราะว่าเราเปิดจิตรับสัมผัสต่างหากด้วยทวารทั้ง 6 รู้สัมผัสเป็นปัจจัยต่างหากเราจึงจะรู้ว่าเราทนได้หรือไม่ได้แต่เราเล่นปิดประตูลูกเดียวใครมาไม่มาฉันไม่รับ มันจะไปทนสัมผัสอะไรได้มันก็เป็นฤาษีในถ้ำอยู่อย่างเก่าพูดแล้วพูดอีกย้ำแล้วย้ำอีกให้รู้ว่าเราจะต้องรู้แม้เบื้องต้นของเราเองอินทรีย์พอลล่ามันไม่แก่กล้าเราก็ต้องรู้ว่ามันไม่แก่กล้าเราก็พยายามทำความเข้าใจโดยวิปัสสนาว่าเราเป็นบ้าอะไรกับสิ่งเหล่านั้นเมื่อเรารู้ว่าสิ่งเหล่านั้นเข้าใจแล้วต้องเบื่อหน่ายคลายเป็นเหตุผลก็มาสัมผัสดูสิด้วยเหตุผลนั้นเรารู้แล้วเป็นทฤษฎีนั้นเข้าใจแล้วสัมผัสดูสิมันเป็นยังไงมันจะพ้นจากกายะหรือมันจะพ้นอันนั้นตาได้ก็ด้วยเหตุปัจจัยที่เป็นสัมผัสเป็นปัจจัยถ้าไม่มีสัมผัสเป็นปัจจัยไม่มีทางจะตายแล้วก็ตายเล่าอยู่ในครูอยู่ในเรียวเป็นเดียรถีย์ในถ้ำซึ่งเป็นศาสนาอื่นถ้าไม่เข้าใจอย่าง อย่างถูกทดแทนหมกมุ่นแล้วหมุนอยู่แต่ตนอย่างนั้นแหละวันเวลามีให้อายุ 100 ปีก็หมุนอยู่ที่นั่นได้แล้วตนเองก็ยังอับเฉาเศร้าใจเลยว่าเออเราก็ไม่บรรลุนะน่าเสียดายก็ตายไปในรูอยู่อย่างเก่าก็มันไม่ได้มีแบบฝึกหัดเลยไม่มีสัมมาอะระหังเลยมันไม่ได้มารู้มันไม่มีการพูดไม่มีการลืมตาไม่มีการคิดนึกไม่มีการสัมพันธ์ไม่มีปฏิจจสมุปบาทไม่มีอิทัปปัจจยตาไม่มีเหตุไม่มีผลไม่มีอะไรเกี่ยวเนื่องไม่มีอะไรจุติไม่มีอะไรเกิดไม่มีอะไรดับเพราะเราแค่อิ่มมันไม่เกิดไม่ดับเพราะเราแช่อิ่มก็แจ้งยังเหลืออยู่มีบางคน พวกเราที่หมกมุ่นอยู่ที่ตนเท่านั้นเกินการมันเลยเถิดไปแล้วออกนอกเขตเทศบาลไปแล้วมุ่นกับตนเกินไปจนหล่นในบทปฏิบัติว่ามีสัมผัสเป็นปัจจัยหล่นไปแล้วหมดสัมผัสไม่มีสัมผัสแล้วนึกว่าเราอยู่ได้สบายๆมันก็สบายจริงแต่เสร็จแล้วเราอ่อนแอเหมือนไข่ในหินจะกลายเป็นไข่ในหินป้อแปรอ่อนแอเปราะบางเพราะฉะนั้นเมื่อออกมาจากหินมากระทบสัมผัสอะไรทั้งนั้นยิ่งอ่อนลงทุกวันการจะแข็งแรงไม่ได้เหมือนไข่ในหินการจะแข็งแรงไม่ได้หมายความว่าไม่มีผัสสะผัสสะนั้นสำหรับคนที่อ่อนแอก่อน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] แม้แต่ศัพท์ภาษานั้นเป็นสัตว์เสือกลิ้นคันแดดน้ำลมฝนท่านตรัสไว้นี่มันหมายความเป็นสำนวนโวหารที่ทนพระอรหันต์เราจะเป็นผู้ที่ทนได้ต่อทุกสภาพธรรมชาติทุกสภาพสังขารในโลกทุกสภาพสิ่งที่มีในโลกและพระอรหันต์เราจะเป็นคนทนได้อย่างนั้นทนได้เมื่อมาผัสสะไม่ใช่ทนได้เพราะเราเองเราไม่ไปแตะต้องสัมผัสเลยไม่ใช่ไม่ใช่อย่างนั้นเข้าใจดีๆเป็นสมาชิกอย่าไปเป็นมิจฉาทิฐิมันจึงจะเป็นผู้ที่อุ้มโลกช่วยโลกเมตตาคุณเจือจุนโลกเขาได้เพราะเราเองเราเป็นผู้ที่แข็งแรงจริงๆอยู่เหนือเขาเป็นหลักให้เขายึดได้ รถทดสอบภาษาต่างๆได้จริงๆทนต่อผัสสะต่างๆได้ขนาดหนักเราจึงเป็นผู้ที่อยู่ได้แล้วก็ขอให้ตั้งเป้าตั้งความคิดนึกหรือตั้งความรู้ขึ้นมาให้มันถูกมันจงเป็นสัมมาทิฏฐิทำความเข้าใจให้ดีอย่าให้เลยเถิดแม้แต่พอบอกว่ากรรมฐานว่าเอาหน้าเอาที่ตัวที่ตนซะก่อนก็เลยเถิดไปเลยเอาที่ตัวเท่าที่ตนนี่แหละแล้วตัวตนก็จะต้องรู้ระดับฐานของตนว่าจะอยู่สู้กับผัสสะขณะนี้ไหวหรือยังไม่ใช่ไม่เคยตรวจเลยขนาดนี้เราเอาหนังไว้ในเราก้าวขึ้นต่อผัสสะที่สูงขึ้นกว่านี้ไปอีกไปอีกนั่นคือการดูตน ตรวจตนด้วยฐานะด้วยผัสสะเป็นปัจจัยของเราตามขั้นตอนไม่ใช่ว่าเราไม่ภาษาอะไรเลยแล้วก็หลบมุมตลอดกาลอย่างนั้นไม่ใช่เจตะโสจะรีนะตังค์ตัวนี้นี่มันหมายถึงปรมัตถ์ขอให้ตรวจตนอย่างกลายเป็นคนหลบที่ไม่สู้ไม่องอาจแล้วกล้าไม่ใช่ไม่ใช่ลัทธิพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าจะต้องเป็นคนที่อาจหาญแก้วกล้าไม่ใช่คนที่หลบเจ็บมันพาหลบจิตใจโสแปลว่าจิตจิตมันพาหลงไม่เอาแล้วหลบเลี่ยงนี้เป็นคนไม่อาจหาให้เจ้ากล้าไม่เข้าไม่เข้าทฤษฎีพระพุทธเจ้า ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าต้องเป็นคนอาจหาญแก้วกาญจน์แต่ไม่ใช่คนหื่นห่ามไม่ใช่คนเกินเลยไม่ใช่คนเกินเลยไม่ใช่คนมันเลอะเทอะมันเป็นคนล้นไม่ใช่คนล้นไม่ใช่คนเห่อหาไม่ใช่คนล้นไม่ใช่คนเกินเป็นคนรู้จังหวะจากคนรู้การประมาณด้วยความพอดีรู้สัจจะที่สมส่วนรู้ความพอดีลูกความพอเหมาะพอสมความพอดีพอควรรู้กาละเทศะอย่างนั้นไม่ใช่คนเกินและไม่ใช่คนขาดเพราะถ้าเจ็บจิตที่มันหลบหลีนี่มันจะสอนอาจารย์เนี่ยมันยังไม่โตสักทีมันยังไม่อาจทานมันยังไม่เป็น ผู้ที่ยืนได้แข่งตนเองพึ่งตนได้ไม่ใช่พึ่งตนได้อ่อนแอยิ่งหลบยิ่งอ่อนแอยิ่งอ่อนแอยังใช้ไม่ได้แล้วก็ขอให้เข้าใจในเชิงนี้มุมนี้กันให้ดีให้ชัดด้วยแล้วเราก็จะได้ดีขึ้นและในขณะนี้พวกเราทำอะไรต่ออะไรกันดีขึ้นมีบางคนเท่านั้นยึดมั่นถือมั่นไม่เปลี่ยนภูมิไม่เปลี่ยนฐานไม่มีบทฝึกหัดที่เพิ่มภูมิเพิ่มฐานให้แก่ตัวเองแช่อิ่มโดยไม่รู้ตัวเพราะเราไม่มีความรู้ว่าเราควรจะขยับอะไรต่ออะไรอย่างไรจึงพูดเนี่ยมันแจกลายตัวไม่ได้ของใครของมันจะต้องรู้ฐานะรู้ฐานรู้ศีลรู้ธรรมรู้ความเจริญของตนเอง ทำไมฉันนั้นเราก็ไม่เจริญอยู่นั่นแหละมันก็ไม่ก้าวมันก็ไม่พ้นมันก็ไม่พัฒนามันไม่เป็นวุฒิธรรมมันอยู่ติดอยู่นอกจากติดอยู่แล้วยังจมหนักเข้าไปอีกเก่าๆเสื่อมต่ำลงไปด้วยมันก็ซวยแย่เราอยากให้ผิดทิศทางสัมมาทิฏฐินี้สำคัญมากต้องเข้าใจให้ถูกละเอียดละออนับวันเราจะรู้ละเอียดละออขึ้นจริงๆจนสุดท้ายเราเองเราทำได้จนปลอดโปร่งจนอยู่อย่างปกติมีความเป็นอยู่อย่างสำคัญอยู่กับอยู่ตัวเองก็พึ่งตัวเองได้อย่างดีอยู่กับปู่ก็เป็นประโยชน์กับหมู่ไปอย่างดีเป็นที่พึ่งของหมู่ด้วยซ้ำเพราะเราอาจหาญแก้วกล้าเราสามารถ มีภูมิมีปัญญามันเป็นอย่างนั้นด้วยซ้ำไปมันจึงจะเกิดผลเกิดประโยชน์อยู่ในโลกเป็นผู้ที่อุ้มชูเป็นนาโถแม้เราจะไม่ใช่โลกนาถหรือโลกนาโถยิ่งใหญ่เท่าพระพุทธเจ้าเราก็เป็นคนลักษณะเดียวกันเป็นที่พึ่งแก่เขาเป็นสรณะพาเขาต่อสู้เราเป็นตัวนำพาต่อสู้สรณะที่จริงนี่มันแปลว่าตัวนำพาต่อสู้ถ้าเราเป็นตัวที่พึ่งแล้วนะคือเราเป็นพุทธเป็นธรรมเป็น 2 พระเองแล้วเราจะเป็นตัวพาเขาเป็นที่พึ่งที่เขาคือพาเขาสู้สาระในพาเขาเข้าสงครามแต่เป็นสงครามเทวดา ไม่ใช่สงครามแบบโลกๆพาเขาขัดเกลาพาเขาต่อสู้พาเขาเพราะปลากับกิเลสแล้วก็จะเป็นคนที่มีประโยชน์ในโลกไม่เห็นแก่ตัวหมดตัวหมดตนได้กำชับกัมพูชาหรือว่าได้แนะนำอะไรต่ออะไรพอสมควรตอนนี้ก็เข้าสู่บทเรียนเราได้อธิบายถึงอ่ะกินอ่ะกินจรรยาเย็ดกันนะในเชิงที่หลงผิดไปแล้วแนะเชิงมา 2 เทอมแล้วหนึ่งเป็นเรื่องเชิงดับไม่รู้ตัว 2 เป็นการได้แต่ปัญญารื้อได้แต่ว่าถ้าเป็นอัตราโดยคำ เป็นศูนย์ยะลาถิ่นคือได้แต่คำว่า 0 ได้แต่คำว่าว่างแล้วตัวเองก็นึกว่าตัวเองได้ว่างได้ 0 ได้ดับสนิทหรือได้ความไม่มีซะแล้วเป็นพวกนักเตะที่แต่ที่จริงก็ได้แต่เพียงวาทะแต่เพียงคำพูดเท่านั้นนะว่ามันสูญว่ามันว่างว่ามันไม่มีแท้จริงเขาไม่รู้ตัวเองเลยว่าหอบหามเลอะเทอะกะอยู่ขนาดไหนไม่รู้ตัวแล้วคนแบบนี้เป็นคนขยันเป็นคนมีความสามารถหรือเป็นคนมีบุญเป็นคนมีมรดกเป็นคนเป็นลูกเศรษฐีใหญ่นั่งอยู่บนกองบุญกินไม่หมดใช้ไม่หมดมีอำนาจบริวารมีอำนาจบุญเก่าใช้บุญเก่ากินบุญเก่าถ้ากินบุญเก่าอาจจะขี้เกียจได้เพราะว่าไม่มีมาก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน