240210-2-304 ทางเอกภาค2-ตอน304(หน้า581)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท056.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์พระพรหมทำวัตรเช้ายายนางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้ารักก็มาพูดกันต่อวัน 1 คืนหนึ่งเราก็มีตารางชีวิตสำหรับคนทุกคนมีตารางประจำชีวิตอยู่ตื่นนอนแล้วก็กิน อุจจาระปัสสาวะก่อนกินหรืออาจจะอุจจาระปัสสาวะหลังกินก็แล้วแต่บางคนแล้วก็มีชีวิตอยู่เรียกว่าเป็นอยู่ความเป็นอยู่นั่นก็เป็นไปตามแต่ใครจะมีปัญญาที่จะจัดสรรชีวิตให้มันเป็นไปเมื่อผู้ใดมีปัญญาก็จะจัดสรรชีวิตให้เป็นไปอย่างมีค่ามีคุณประโยชน์คนที่เข้าใจด้วยปัญญาว่าอันนี้เป็นประโยชน์คนนั้นก็จะมีฉันทะกับประโยชน์นั้นๆคนที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ นั้นมีอารมณ์ยินดีกับการงานที่ตัวเองทำนั้นเพราะมันมีกิเลสอยู่ 2 ตัวกิเลสตัวที่ 1 คือถ้าทำแล้วจะได้สิ่งที่เราแลกเปลี่ยนเรียกว่าลาเขาก็ยินดีที่จะทำเพราะจะได้สิ่งแรกเปลี่ยนตัวหนึ่งอีกตัวหนึ่งก็คือทำเพราะว่าเราติดใจมันกินดีมันจริงๆทำให้สนุกกับมัน ตรวจรถตรวจชาติกับมันก็ไปกินเลยอีกตัวนึงพาให้คนทำคนทุกวันนี้ในโลกก็จึงทำด้วยกิเลส 2 ตัวนี้ตลอดมาทีนี้พอคนพูดที่ปฏิบัติธรรมแต่มาเรียนรู้กิเลสที่มีสิ่งแรกเปลี่ยนเรียกว่าลาแล้วก็ในรถจิตคนนั้นเข้าใจจริงๆด้วยปัญญาอันยิ่งจนไม่ติดใจในเรื่องที่จะทำอะไรเพื่อแลกเปลี่ยนอะไรเมื่อไม่ทำด้วยความแลกเปลี่ยนอะไรทำเป็นวิชาทิฐิก็จะหยุดทำเธอจะเหลือทำแต่งานที่ตัวเองทำและอร่อยทำแล้วสนุก สกินเรทนี้เป็นกิเลสต่อเขาของราคะเท่านั้นไม่ได้พูดกิเลสของโทรศัพท์กิเลสซ้ายไม่ชอบหรือว่าถูกบีบบังคับถูกอะไรต่ออะไรอยู่ซึ่งเป็นกิเลสอัดอั้นย้อนอีกอันหนึ่งคือมันจำเป็นจำใจต้องทำมันมีภาวะแวดล้อมบีบคั้นนั้นไม่ได้พูดถึงอันนี้พูดถึงแต่ตัวรากเขาหรือราคะเราก็พูดถึงตัวหลักเขาหลักของประเด็นนี้ก่อนก็เลยตัวเมื่อตัวโรคหรือตัวเราพระมาที่จะได้ลาภมันรถไ
อ่านต่อ
ปก็เหลือแต่กิเลสตัวที่พอใจยินดีจึงกระทำถ้าไม่พอใจยินดีก็ไม่กระทำ หนูไม่กล้าทำก็จะเหลือภาวะแวดล้อมบีบคั้นเท่านั้นที่จะกระทำกระทำตามภาวะแวดล้อมบีบคั้นเมื่อเราทำตามภาวะแวดล้อมบีบคั้นเข้ามากๆก็จะเติมเชื้อกิเลสอีกตัวหนึ่งคือตัวอึดอัดตั้งแต่อุปายาสก็เกิดอุปายาสแล้วก็เกิดความทุกข์แล้วก็เกิดทุกข์แล้วก็ตัวใหญ่ขึ้นมาเป็นพยาบาทอาฆาตพยาบาทเกิดมาเป็นโทรศัพท์ไปอาฆาตพยาบาทแล้วก็เป็นสายโทรศัพท์เป็นรากเขาของโทรศัพท์แล้วก็จะเป็นโทสะอยู่ในใจแล้วถ้าพูดใดไม่รู้เท่าทันสิ่งเหล่านี้จนไม่ต้องทำเพราะสนุกสน ชอบใจหรือติดใจเอร็ดอร่อยๆจนไม่ต้องทำเพราะถูกบีบคั้นหรือภาวะแวดล้อมทำให้เราจำต้องทำเท่านั้นแต่ทำเพราะความสมัครใจด้วยอิทธิบาทยินดีพอใจเต็มใจไม่มีการน้อยใจไม่มีการถูกบีบบีบใจไม่มีการโดดเด่นเกินไปในใจแต่คำว่ายินดีนี่มีความถ้าจะพูดแล้วก็มันเป็นปัญหาเหมือนกันแหละบอกแล้วว่ายินดีถ้าเป็นภาษาโลกเป็นภาษาไทย แล้วละก็มันมีเชิงไปในความเป็นกิเลสหรือเป็นตัณหายินดีพอใจต้องการน่ะเป็นความปรารถนาดีภาษาบาลีท่านเรียกว่ามันเป็นตัวทัณฑะนั่นแหละฉันทะหรือว่าเป็นตัวอากังเขาจรเป็นตัวอิจฉาว่าจรเช้าวันจันทร์เราเรียกอิจฉานี่ว่าเป็นความปรารถนาแต่ถ้าไปปรารถนาไม่อยากให้ผู้อื่นได้ดีแต่มันเป็นริษยาหรือมาเป็นภาษาบาลีเขาเรียกว่าอิจฉามันคล้ายกันอิจฉาใช้สอ 2 ตัวสะกดสระอา มันไม่ใช่อิจฉาแต่อิจฉาอิจฉาในทางอีสานเรียกถูกเรียกถูกอิจฉาธุรกิจอีสานแปลว่าปรารถนากันกลางศาสนาทำชั่วก็ได้ปรารถนาทำดีขึ้นได้แต่ถ้าอิจฉาว่าจอมันก็เป็นไปด้วยความปรารถนาอย่างนั้นแหละทีนี้ถ้ามีปัญญาควบคุมมีวิชาควบคุมมันก็ปรารถนาดีและผู้ใดที่เกิดสัมมาทิฐิและเกิดสัมมาสัมกัปปะดำริชอบขึ้นแล้วก็จะดำเนินอิจฉาว่าจรริเริ่มปรารภว่าเออเราควรจะทำอะไร บัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ไก่วจีไก่ละวาจาที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเราควรจะทำเราก็ทำคืนดำริขึ้นพิจารณาตนอยู่รู้อยู่ว่าตนควรจะมีอะไรต้นควรจะเป็นคนมีประโยชน์มีคุณค่าและก็ได้พิจารณาดำริและก็ทำสิ่งที่มีคุณค่านั้นด้วยจิตใจที่ไม่มีอะไรขัดไม่มีอะไรขวางไม่มีอะไรข้องแล้วก็ทำงานด้วยใจและปัญญาที่รู้ว่าเป็นประโยชน์เป็นคุณค่าเป็นสิ่งดีเป็นเรื่องที่ต้องเพียรเพราะฉะนั้นจะเกิดอิทธิบาทโดยตน โดยปรมัตถ์เลยโดยความจริงแท้มีความยินดีจิตใจไม่ทุกข์จิตใจไม่ฝืนไม่ทนจะบอกว่าเบิกบานร่าเริงไปด้วยมีสุนทรีสุนทรอะไรสุนทรารมณ์มีมันมีถ้ามันมากเกินไปเราเรียกไปจนถึงขนาดหัสนียมดังกล่าวแล้วคือเป็นเรื่องของความร่าเริงเพลิดเพลินเผด็จอร่อยติดใจมันก็จะเป็นรถที่ขึ้นไปถึงขั้นที่เรียกว่าธรรมะมากบ่อยๆเผลอตัวหรือว่าไม่รู้สึกตัวเกิดความเผลอแล้วก็สั่งสมลงมันก็จะกลายเป็นสภาพที่ ดังกล่าวข้างต้นแล้วว่าอย่างรากลงไปเป็นราคะคือจะกลายเป็นว่าเราทำสิ่งนั้นด้วยความปฏิพัทธ์ด้วยความชอบด้วยความเอร็ดอร่อยมีความสนุกสนานถ้าขาดเสียแล้วถ้าไม่ได้ทำเสียแล้วจะรู้สึกทุกข์อาลัยอาวรณ์หรือมันจะเกิดว้าเหว่มันจะเกิดว่างเกินไปบ้างไม่เป็นบ้างไม่ลงอะไรก็แล้วแต่มันจะเกิดการขาดซึ่งมันเป็นภาวะเมื่อติดแล้วมันก็จะต้องขาดไม่ได้แต่ถ้าผู้ใดทำโดยรู้โดยจริงโดยสำคัญเห็นความสำคัญของมันรู้เป็นประโยชน์เป็นกาละควรทำเป็นกับปิยะเป็นสิ่งที่ เป็นสิ่งที่ชอบแล้วควรแล้วเป็นสัมมาสัมมากัมมันตะสัมมาวาจาสัมมาสังกัปปะแล้วจนกระทั่งเรารู้ว่าชีวิตมันก็ทำอันนี้แหละนะมากมันก็ทำไปอย่างนี้ก็เป็นสัมมาอาชีพสมาธิมีผลมิจฉาชีพทุกข้อแม้แต่จะแลกอะไรมาดังกล่าวแล้วว่าข้อที่ 5 ตุลาคมไม่ต้องทำเพื่อเป็นแลกเอาอะไรเลยทำเพื่อการงานนั้นโดยตรงและเราก็ไม่มีกิเลสข้อที่กำลังกล่าวนี่คือเราก็ไม่ได้เกิดปฏิพัทธ์ไม่ได้ทำแล้วเราจะทุกข์จะร้อนจะตายก็ไม่ใช่เรารู้เรารู้ว่าเราไม่ได้ทำอย่างนั้นเข้าใจ เป็นที่ยิ่งเป็นที่จริงแล้วเราก็จบได้สบายได้เราก็ไม่มีอะไรสงสัยแล้วเราก็เป็นไปในวังวงเวียนของชีวิตหรือวงจรของชีวิตเกิดมาก็มีอันนั้นอันนี้เหมือนกันกับที่กล่าวแล้วแล้วเกิดมาเราก็ตื่นตื่นแล้วเราก็กินบอกแล้วจะอุจจาระหรือปัสสาวะก่อนก็ตามพื้นหลังก็ตามแต่เราก็ทำงานหรือเป็นอยู่เป็นไปอย่างมีประโยชน์เพราะว่าเป็นเวลาตื่นรู้จักกลางวันเป็นกลางวันหรือจะกลางคืนเป็นกลางคืนพระพุทธเจ้าท่านกล่าวสำนวนนี้โวหารนี้นั้นหมายความว่าท่านเป็นคนไม่หลงไม่เหมือนพราหมณ์บางคนหลงกลางวันเป็นกลางคืนล้มกลางคืนเป็นกลางวันไม่รู้จักกลางวัน รางวัลไม่รู้จักกลางคืนเป็นกลางคืนหมายความว่าไม่รู้จักเวลาวาระเวลาตื่นก็ตื่นเวลาหลับก็หลับมันกำหนดหลับถึงกำหนดเวลาเราควรตื่นแล้วตื่นตื่นแล้วก็ตื่นเป็นผู้รู้ตื่นรู้หลับหรือเป็นผู้รู้กลางคืนเป็นกลางคืนกลางวันเป็นกลางวันแม่มันเลอะเลอะเทอะปนๆไปๆกันเป็นผู้ที่กำหนดตนอยู่เหนือจุดนั้นจุดนี้อยู่เหนือทำได้อย่างเด็ดขาดอย่าแข็งแรงก็เป็นผู้สำเร็จแต่พูดเด็ดขาดเป็นพูดจริงเป็นผู้มีสัจจะเป็นผู้ที่อยู่ตรงทำอะไรก็ตรงทำอะไรก็ถูกต้องเป็นไปอย่างถูกกันถูกศาลถูกสาระถูกเนื้อหาหมดเมื่อเราทำ งานพึ่งงานงานมันก็จะมีสุนทรีต่างๆสุนทรต่างๆมันมีสุนทรต่างๆคือมันมีสภาพความดีของมันเองเป็นความงามในตัวหรือเป็นความประณีตเป็นความสุขุมเป็นความคือสุนทรนี่มันเป็นสภาพของสภาพที่มันไม่ใช่เอร็ดอร่อยมันไม่ใช่เรื่องรวมอย่างที่เขาเข้าใจทุกวันนี้ทุกวันนี้ก็บอกว่าเป็นสุนทรียภาพเป็นสุนทรกล่าวสุนทรพจน์นั่นเขาเจตนาตั้งชื่อเอาไปเรียกซึ่งถูกต้องที่สุดดีมากเวลากล่าวภาษากล่าวพูดพูดนี้เอามาพูดแหมพูดไพเราะน่าฟังถ้าเราแปล วัดสุนทรแปลว่าไพเราะน่าฟังงดงามพูดได้สวยพูดได้งามพูดได้ไพเราะก็แปลว่ากล่าวคำสุนทรพจน์พระผู้ใดที่มีสารัตถะจะกล่าวคำอะไรอยู่อะไรอยู่ก็เป็นสุนทรพจน์ทั้งสิ้นคำว่าไพเราะก็ดีคำว่าสวยคำว่าพูดสวยพูดงามก็ดีไม่ได้หมายความว่าจะพูดอย่างประดับประดาอลังการประดิษฐ์ประดอยแบบโลกๆที่เขาประดิษฐ์กันแต่พูดแล้วที่ว่าสวยว่างามเพราะมันมีคุณค่ามีเนื้อหาสาระสวยๆด้วยเนื้อหาไพเราะ ไพเราะเพราะซาบซึ้งใจคนฟังแล้วฟังเกิดรสชาติซาบซึ้งใจเห็นจริงเชื่อมั่นศรัทธาเลื่อมใสในคำในความคำพูดนี้ดีแทนหนอคำพูดนี้เป็นภาษิตคำพูดนี้เป็นคาถาอาคมคำพูดนี้เป็นประกาศิตคำพูดนี้เป็นคำพรเป็นคำพระเป็นคำประเสริฐเป็นคำที่มีคุณค่ามีประโยชน์เหลือเกินเนาะอย่างนี้เรียกว่าสุนทรเรียกว่าสุนทรียคนเข้าใจเพียรปนกันไปเรื่อยเรื่อยๆๆสวัสดีงามว่าไพเราะว่าติดใจ ใจก็ไปแปลเอาไพเราะแบบลูกโลกกิเลสกิเลสงามก็ไปเอางานแบบลูกโลกกิเลสกิเลสเข้ามาทำความเข้าใจให้ตัวเองมันเปื้อนเข้าไปเรื่อยเพราะคนมันรู้กิเลสดีมันบอกว่างามมันก็เอาเลยจะงามต้องงามอย่างจี๋จ๋าไพเราะมันก็จะเอาเอร็ดอร่อยเลยไพเราะแบบเสียงไพเราะอะไรต่ออะไรต่างๆนานาพูดถูกอกถูกใจตัวเองมีกิเลสอะไรสมใจในกิเลสของตัวเองแหมอร่อยแม้คนที่พูดอยากจะร้องเพลงเนี่ยมันดีคนนี้พูดอร่อยเป็นกลอนเป็นกาพย์คล้องจองโอ้อร่อยอะไรเนี่ยการพูดสุนทรพจน์หรือการพูดการกล่าวอะไรเมื่อใดก็ตามกล่าวให้คนฟังเทศนานี่ก็เป็นการกล่าวสุนทรพจน์พี่กำลัง พูดอยู่นี่ก็เป็นกล่าวสุนทรพจน์ถ้าคุณฟังแล้วเกิดการสุนทรเกิดการฟังและซาบซึ้งบางคนฟังธรรมฟังแล้วไม่ใช่ซาบซึ้งธรรมดาขนาดน้ำตาไหลเลยผิดปิติยินดีซาบซึ้งร้องไห้ในบางคนอาจจะซาบซึ้งเบากว่านั้นหรือแรงกว่านั้นก็ได้ก็ตามใจมันเกิดสุนทรแล้วยิ่งกว่าสุนทรตรงที่ว่ามันแรงจัดแต่ถ้ามันได้ผนึกใจซาบซึ้งใจในคุณงามความดีนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรมันเป็นเรื่องปลูกฝังศรัทธามันเป็นเรื่องทำให้เราเองเรายิ่งจริงใจยิ่งมีเร่งเครื่องที่จะทำดีในคำกล่าวนั้นหรือทำความประเสริฐในคำกล่าว ขึ้นไปยิ่งๆขึ้นแต่เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปให้ใจของเราเป็นอย่างนั้นหรอกถ้ามันเป็นมันก็เป็นใจของเราเองมันเป็นมันปิติมันเป็นอุเบกขาปิติหรือว่ามันเป็นโอกาสปิติอะไรแรงๆถึงขนาดนั้นก็มันเป็นของมันเองที่เราเองเรายังไม่รู้เท่าทันจิตถ้าจะให้ดีกว่านั้นแล้วสูงกว่านั้นแล้วเราก็ซาบซึ้งโดยไม่เกิดอาการถึงขนาดต้องน้ำตาไหลถึงขนาดต้องคันคะเยอถึงขนาดจะต้องกระตุกในกายในใจอะไรแต่ดูเพลงพาปิติเป็นองค์กรรณิการ์ปิติอะไรไม่ต้องให้มันรู้แล้วก็มันเกิดซ้ำอยู่ในใจเลยว่าพรรณนาปิติแปลว่ารู้สึกทราบอยู่ในใจแล้ว ในใจเรา 3 ซึ้งนะเท่านั้นก็พอแล้วมีปิติถ้าไม่เช่นนั้นมันก็ใหญ่กว่านั้นขึ้นไปถ้ายายขึ้นไปก็เป็นโอกาสหรือเป็นบุคลิกภาพที่ดีอย่างที่กล่าวแล้วมันใหญ่มันมากทีนี้ปิติเหล่านี้นี่ก็พูดถึงปิติ 5 ไปเลยนี่ปิติผู้ที่ 3 ตัวแล้วโอกาสปิติแล้วก็ภาวนาปิติอีก 2 ตัวคือการขุดตระการปิติภาษาบาลีก็ไม่ค่อยแม่นแต่ก็รู้เนื้อหา คือมันมีปิติ 1 เป็นปิติได้รับอยู่ตลอดเวลาเวลาใดก็ตามที่มันใครเกิดก็คนนั้นเกิดบางคนก็ไม่เกิดเมื่อมันไม่เกิดมันก็เลยเรื่อยๆไปอยู่อย่างนั้นแต่บางคนก็เกิดเกิดเป็นปิติเรียกว่าเกิดเป็นขณะปฏิบัติขณะนั้นเองเกิดเป็นขนาดขนาดจะเป็นคราวๆครั้งๆนั่นเอาเป็นจำนวนเป็นครั้งๆแล้วก็ไม่ใช่จำนวนขออภัยเป็นเวลาขณะนี้นับเวลาในขณะใดที่เกิดก็เป็นเวลากำหนดโดยเวลาบางคนเกิดปฏิกิริยาบางคนเกิดปีที่อยู่สั้นจะสั้นหรือยาวก็ขนาด เพลงขณะอย่างนั้นแหละเรานับเอาเวลาดีกว่าขณะหนึ่งถ้าคุณจะมีหน่วยการวัดว่านาทีวินาทีหรือว่าชั่วโมงก็ตามเพราะขณะหนึ่งขณะจะมองหรือจะสั้นกว่านั้นก็ตามเป็นเวลาเดียวกันขนิษฐาปิติซึ่งคุณต้องการนั่นแปลว่าเป็นครั้งๆเป็นครั้งครั้งเกิดหลายครั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้งก็เกิดหลายขุดสระคุณต้องการปล่อยอาจจะเกิดสั้นๆแต่ก็เป็นกระปุกพฤติการณ์ปิติเป็นครั้งๆเป็นหลายครั้งก็ได้ทำวันเกิดและก็จบเกิด ก็จบลงในตัวเกิดเป็นครั้งๆๆไปหลายครั้งก็เรียกว่าหลายหลายคนเป็นความหมายของการกำหนดบ่อแห่งปิติลักษณะเอาเวลาจับบ้างเอาครั้งคราวจับบ้างมาเรียกลักษณะของความเกิดผิดที่ปกติก็แรงเกิดแรงเกิดไม่ใช่ลักษณะแรงแต่เป็นมันต่างกันตรงกันติกากับอุทยานอุเบกขานี่แรงมากกว่าเพื่อนโอกาสในการเนี่ยแรงขึ้นมาระดับหนึ่งแต่ยังไม่ถึงอุทยานยังไม่ถึงกับเพลงขาดมันรับรู้ลักษณะของความ ปิติขึ้นมาเลยบอกกติกาสรุปเพลงคานั้นแสดงออกซึ่งบทบาทในกายบทบาทกิริยามันแรงออกมาจนกระทั่งมาเกิดอิริยาบถอื่นแรงจนกระทั่งกระโดดโลดเต้นเหาะลอยอะไรแล้วแต่หรือว่ากระตุกกระเทือนออกมาจนกระทั่งเราเห็นว่านี่เป็นปิติที่ออกมาจนถึงทางลูกแล้วส่วนพัฒนาปิติดังกล่าวแล้วนั้นคือเป็นการเกิดการซาบซ่าอยู่ในใจซ่าขึ้นมาในใจยินดีรู้สึกยินดีแค่นั้นก็เป็นการใช้หรือว่าเป็นการทำให้พอให้เป็นอยู่แค่นั้นก็ดีแล้ว ไม่ต้องถึงให้มันรุนแรงนี่ดีกว่าให้ปิติที่ดีกว่าเรามีความรู้หรือเรามีลักษณะต่างๆที่จะปฏิบัติแก่จิตปฏิบัติแก่ตนส่วนสูงขึ้นสูงขึ้นอย่างนี้เรามีหมดปฏิบัติเรียนคนในโลกไม่ได้มาฟังธรรมไม่ได้ฟังความหมายไม่ได้รู้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ฝึกเพี้ยนไม่ได้กระทำมันจะไม่ได้เรื่องอะไรมันก็เป็นอย่างนั้นแหละหนักแรงอะไรของเขาก็จริงจังเข้าไปอย่างนั้นแหละติดใจไอ้นี่พอใจไอ้นี่ก็ทำไปปิติแรงยังไงก็ไม่รู้เรื่องเมื่อเขาไม่มีการกำหนดแบบนี้เขาจึงเป็นคนต้องรุนแรงเป็นคนที่จะต้องชอบแรงโกรธแรงเป็นอะไรก็ติดจัดปล่อยไม่ได้วางไม่ได้จึงเป็นปุถุชนอยู่เป็นคนโลกๆอยู่ด้วยไปเราเป็นพระโยคาวจรเป็นผู้ที่มาปฏิบัติ การฝึกเพี้ยนแล้วเราก็รู้ในความหมายหรือว่าเครื่องปฏิบัติสิ่งที่ควรปฏิบัติในความหมายอย่างนี้อย่างนี้แล้วเราก็ทำไม่ใช่เรารู้แล้วเราก็ปล่อยปละละเลยไม่มีสติสัมปชัญญะไม่ทำไม่ได้ฝึกไม่หัดไม่เข้าใจถ้าเราไม่รู้แล้วเราก็ไม่ได้ทำหรือดูแล้วไม่ทำมันก็ไม่เกิดเหมือนกันก็ดีหน่อยแต่ว่ารู้แต่ว่าไม่ได้ฝึกเรียนไม่ได้ใช้แล้วก็ไม่เกิดนะแต่ถ้าเรารู้แล้วเราก็ฝึกเพียรมันก็เกิดเป็นได้เราก็จะเป็นคนที่สุขุมประณีตไม่ใช่เป็นคนจัดจ้าไม่ใช่เป็นคนที่รุนแรงแต่เป็นคนที่เรียบร้อยสุภาพเพราะฉะนั้นแม้แต่จะเกิดอาการสุนทรก็เป็นสุนทร เธอเป็นความรู้ดีเป็นความยินดีเป็นความเห็นดีเป็นความพอใจหรือเป็นความชอบแล้วควรแล้วใจมันโน้มน้อมชอบแล้วควรแล้วอยู่เท่านั้นอธิบายตัวกลางหรือตัวสภาพธรรมของสิ่งนี้เนี่ยเป็นการอธิบายที่ยากอยู่พยายามพูดพร้อมๆความหมายต่างๆให้เข้าใจเพื่อว่าคุณก็จะได้ทำมันลงตัวทำมันถูกตัวทำมันถูกสภาพและเราก็จะได้รู้ว่าเราทำงานทุกวันเราเป็นอยู่ด้วยกันงานที่ทำงานโดยการถูกบีบรัดบีบคั้นมีไอ้นู่นไอ้มีอะไรต่ออะไรทำให้จิตใจของเรามันจะก่อไปในทางโทรศัพท์พยาบาทอาฆาตอึดอัดขัดเคืองเป็นปฏิกะ กลายเป็นคนโทสะจริตมันก็ไม่ดีพอเราก็จะไม่ให้มันมีเชื้อหรือไม่ให้มีเหตุปัจจัยที่จะไปสั่งสมก่อเขาพวกนี้ขึ้นเพราะเรารู้ว่าเอ๊ะเกิดมามันก็ต้องทำงานเข้าใจแล้วล่ะเพราะเราจึงต้องทำงานด้วยใจอย่าให้มันเกิดต้นเค้าของอารมณ์ของอาการที่ว่ามันไม่พอใจมันอย่างโน้นอย่างนี้มันอึดอัดดูมันก็ยังสั่งสมการอารมณ์พวกนี้มันเป็นตัวจริงนะมันเกิดนะเพราะถ้าเรารู้เท่าทันซะแล้วเราก็ไม่ล่ะเออช่างมันเถอะปล่อยเราก็เข้าใจแล้วก็ทำใจให้ทำใจในใจนั่นแหละทำในใจของเราให้เป็นสุนทรให้เป็นฉันทะให้เป็นความสบายจะแปลสุนทรว่าอื่นก็ไม่ดีเท่าสบาย สุนทรนี่เป็นสบายใช่แปลว่างามว่าไพเราะบอกแล้วว่ามันกลายเป็นภาษากิเลสซึ่งเดี๋ยวนี้คนทางโลกเขาก็เอามาตู่มาทวงเราทั้งๆที่ไปเอาภาษาบาลีของท่านที่ดีๆนะความหมายจะดี๊ดีแปลภาษาบาลีของท่านมาใช้อย่างโก้เลยนะแต่เสร็จแล้วมาแปลเอาขี้หมายัดโปะเข้าไปอีกแล้วไปแปลว่าไม่สุนทรเพลิดเพลินเบิกบานร่าเริงร่าอะไรหยาบๆคล้ายๆใส่ปนเข้าไปอีกมันก็เลยเท่าๆกันไปแปลเป็นความเป็นกิเลสโลกๆในความสนุกสนานเพลิดเพลินร่าเริงอะไรนั่นน่ะถึงจะเรียกด้วยภาษาอื่นอะไรอีกเป็นหัดสักหัดสำนิเป็นหัดการหัสดิน พฤหัสบดีอะไรแล้วแต่มันเป็นเรื่องที่ก่อเรื่องขึ้นมาแล้วก็ได้รับฟังได้รับได้ยินได้รับรู้แล้วแหมมันรื่นเริงเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยไปกิเลสโลกก็ไปเอาความหมายของอย่างนั้นหยาบๆมาใส่เข้าไปอีกก็เลยไม่รู้เรื่องเพราะเราเป็นผู้ที่มีปัญญามีภูมิแล้วก็กำหนดให้แม่นให้รู้ให้เข้าใจว่าเราเองจะเอาแค่ไหนมีอาการมีอารมณ์อย่างนั้นจริงๆอยู่ในใจเราแค่ได้เราก็จะเป็นคนอย่างนั้นแล้วเราจะเป็นคนเส้นตื้นอะไรนิดอะไรหน่อยเราก็เพลิดเพลินคำว่าเพลิดเพลินนี่ก็อีกแล้วเอาภาษาไทยที่หยาบหน่อยมาใส่ด้วยแล้วก็จะเบิกบานคำว่าเบิกบานกับบานเบิกไม่เหมือนกันนะ ไม่บานเบิกไหนมันบานจนบานเบิกบานทาโร่โทรแล้วมันแรงไปเราไม่เป็นอย่างนั้นถ้าเราเป็นคนเบิกบานร่าเริงไม่ใช่ราชาเบิกบานรื่นเริงหรือเบิกบานสดชื่นมันแสดงความเต็มใจมันแสดงความบานนี่หมายความว่าเป็นความเต็มที่เป็นความเต็มที่ที่สุดในความเป็นชีวิตชีวาแล้วเป็นคนมีชีวิตชีวามีชีวิตก็มีชีวิตไม่ใช่มีชีวิตและดูเหี่ยวเฉาไม่ใช่เป็นชีวิตที่บานเต็มที่เป็นชีวิตที่สดชื่นเต็มที่เป็นชีวิตที่ มันอิ่มเอิบอยู่ไม่ใช่ชีวิตที่เหี่ยวเฉาไม่ใช่ชีวิตที่ขาดขาดพร่องๆเป็นชีวิตที่เต็มเมื่อเราเรียกกันไปถึงภาษาไทยว่าเต็มใจเป็นชีวิตที่เต็มใจเป็นชีวิตที่ใจเต็มหรือเป็นชีวิตจิตใจมีพอเป็นคนมีกะจิตกะใจมีใจพอไม่มีใจแหว่งใจเว้าใจน้อยใจคับใจแค้นใจเคืองใจคุณอะไรไม่มีมีใจเต็มใจมีใจเป็นใจและใจนี้มันก็รู้ใจนี่มันก็ทำงานใจนี่มันก็เป็นกิจเป็นการอะไรอยู่ใจของมันเป็นบทบาทอยู่จึงเรียกว่าความเป็นอยู่ที่สบายแล้วโดยมีปัญญามีการรู้ว่านี่ควรดี แล้วก็ยังดีนี่ยังประโยชน์นี้รู้จักแต่สุดท้ายแต่ว่าเป็นผู้ที่ยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทไปได้เป็นเรื่องของการเป็นอยู่เรายังมีสังขารเราก็เป็นสังขารเราเป็นคนมีอุฏฐานะสัมปทานมีอาราธนาสัมปทามีกัลยาณมิตตตาเป็นสมาชิกตาเป็นอาชีพชอบเรามีครบในประโยชน์เป็นทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์และเราก็ทรงไว้ซึ่งศิลปะทาสีและจาคะและปัญญาสัมปทานที่เป็นสัมปรายิกัตถประโยชน์อยู่พร้อมถึงพร้อมด้วยศรัทธาเชื่อเราทำสิ่งที่เราทำให้เราเชื่อเลยเราเชื่อมั่นเลยเราเชื่อถือว่าดี ธีรธรรมนี่เราเป็นอยู่นี่เราดีนะที่คุณมานี่คุณมาอยู่ที่นี่คุณอยู่ได้เพราะคุณเข้าใจแล้วคุณรู้ดีได้ปัญญาของคุณคุณจะเชื่ออาตมาด้วยหลงถ้าเรียกว่าชื่ออาตมาได้หลงมาทำอย่างนี้อยู่เป็นอยู่อย่างนี้ก็เรียกว่าถูกหลอกแต่ถ้ากรรมนี้มันดีที่คุณทำอยู่เนี่ยทุกวันอยู่ที่นี่แล้วก็ทำอะไรอยู่นี่มันดีคุณก็ถูกหลอกมาดีก็ไม่เป็นไรนี่เราไม่ได้ติดภาษาเราไม่สงสัยงวงในภาษาแต่ถ้าคุณไม่ได้ถูกหลอกไม่ได้หลงเข้าใจชัดๆอยู่ไม่ได้ถูกผีสิงไม่ได้เบลอๆเพ้อๆละเมออะไรคุณมีสติสัมปชัญญะ ปัญญารู้ตัวดีๆนะว่าคุณมาอยู่ที่นี่มาทำอะไรแต่อยู่ที่นี่มาเป็นยังไงมากินมาอยู่มาทำงานมาเป็นอะไรก็แล้วแต่เป็นไปอยู่ที่นี่คุณรู้อย่างชัดเจนไม่ได้ไปถูกหลอกถูกแดกอะไรไม่ได้หลงหลงเลอะเทอะอะไรเข้าใจด้วยสติสัมปชัญญะปัญญาเท่าที่เรามีแน่ใจจริงๆศรัทธาเชื่อถือว่าดีรู้ว่าดีเนี่ยเราทำได้รู้ว่าดีไม่ได้ทำเพราะพูดก็ถูกต้องมีเหตุมีผลให้คนอื่นฟังเข้าใจดีคุณก็ไม่ได้ถูกหลอกอะไรคุณก็เป็นคนมีปัญญาทำด้วยปัญญามีสติสัมปชัญญะปัญญาแล้วคุณก็พอใจคุณจึงทำด้วยพอใจศรัทธาเลื่อมใสเชื่อมั่นเชื่อถือว่าดีจึงทำอยู่ว่านี่เรียกว่าศรัทธาศรัทธาใน ศรัทธาในการงานศรัทธาในความเป็นอยู่ศรัทธาในชีวิตคุณรู้ว่าชีวิตทั้งชีวิตหรือชีวิตช่วงหนึ่งช่วงหนึ่งคุณก็เอามาไว้อย่างนี้เอามาทำอย่างนี้มาเป็นอยู่อย่างนี้โดยเฉพาะมาทำที่นี่ที่นี่ไม่มีการทำคนแรกลาภแรกยศส่วนคุณจะมีส่วนตนของตัวที่มันทำแล้วก็เกิดเพลิดเพลินรื่นเริงสนุกสนานมันก็ดีเหมือนกันบอกแล้วมันก็ยังดีมันไม่เป็นทุกข์มันไม่คับแค้นแล้วมันไม่ก่อเกิดสั่งสมพยาบาทโทสะก็ยังดีกว่าแต่มันก็เป็นราคาได้ถ้ามันแรงถ้ามันแรงแต่ถ้าคนได้ฝึกปรือในฐานะต้นมีปิติแรงๆงี้แล้ว หัวใจมาทำก็ไม่เสียหายอะไรบอกแล้วก็เป็นฐานสมส่วนในประโยคข่าวว่าจรผู้ที่จะต้องให้ปิติเลี้ยงปิติมันแรงด้วยความยินดีมันแรงมันดึงเรามาให้เรามาทำสิ่งที่ดีนี้มีกรรมมันดีนี้คุณก็เป็นบุญอยู่เป็นกุศลอยู่มันไม่เป็นไรเป็นแต่เพียงกิเลสชั้นในซ้อนลงไปอีกชั้นสูงขึ้นไปอีกเท่านั้นเองซึ่งเราก็จะต้องเรียนรู้และขัดผ่อนคลายเมื่อผ่อนคลายเป็นมันก็จะไม่มีอะไรมากแล้วเราก็ทำไปด้วยยินดีแบบฉันทะยินดีแบบสุนทรเมื่อเราทำได้ยินดีแบบสุนทรในเครื่องอาศัยยินดีแบบฉันทะเป็นเครื่องอาศัยพระพุทธเจ้าท่านไม่ห้ามอะไรไม่ห้ามเพราะมันก็เป็นไปของมันด้วยดี รู้แล้วมันก็ดำเนินไปโดยไม่ขาดสายมันจะเกิดความเพียรเองความพยายามก็ไม่ต้องไปบีบบังคับไม่ต้องดุ้นต้องดันไม่ต้องพยายามนะพยายามนะอดทนนะบากบั่นนะอุตสาหะนะไม่ต้องมันก็เกิดเองเกิดเพราะความสบายๆมันก็เรื่อยๆปกติไม่เห็นไม่มีอะไรต้องยากอะไรนี่ไม่ต้องเข็นตัวเองหรอกเพราะมันเป็นของมันแล้วมันจริงก็มาแล้วไม่ต้องเข็นเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ยังมีตัวที่มันยังฟื้นยังทนยังไม่เข้าใจที่จึงเข้าใจแล้วล่ะแต่มันยังมีตัวกิเลสมันยังรู้สึกว่ามันติดอาการสานันท์จายนะติดเป็นพวงมาลัยลอยไปแล้วก็ลอยมาเฉยๆดีกว่าว่างๆไม่ต้องทำอะไรดีกว่ามันติดจริงๆแล้วมัน ฟังดีๆนะที่พูดเนี่ยถ้าไม่ติดไม่มีมันก็ไม่เห็นมีอะไรเราก็รู้ความควรควรพักควรเพียรหรือไม่พักไม่เพี้ยนเมื่อไม่พักอ้าวมันไม่ใช่เวลาพักนี่มันไม่พักมันไม่ใช่เวลาพักก็ควรอะไรล่ะกายกรรมกายวาจาอันใดที่ดีกว่านี้ยังมีอีกหรือสิ่งที่ควรทำบัดนี้เราไม่ใช่คฤหัสถ์เราไม่ใช่คนที่จะต้องทำงานเพราะมีใครมาบังคับเพราะเราไปรับจ้างเขาต้องแลกลาบเพราะเราไม่ใช่คนอย่างคฤหัสถ์เรามีเพศต่างเขาแล้วแม้คุณจะเป็นอาคันตุกะแม้จะเป็นอารามิกอารามิกอะไรก็ตามคุณไม่ใช่อย่างคนชาวโลกนะที่จะมาคอยอาตมาไม่ใช่นายจ้างคนนึงจะมาคอยบังคับให้คุณทำนั่นทำนี่ อาตมาไม่ใช่อย่างนั้นก็มาอยู่บริษัทนี้บริษัทที่นี่ไม่เหมือนกันเป็นเพศที่ต่างกับฆราวาสคฤหัสถ์เขาแล้วแต่คุณเนื่องมีชีวิตเนื่องอยู่กับผู้อื่นใช่ไหมคุณมีชีวิตเนื่องอยู่กับผู้อื่นใช่ไหมใช่เพราะงั้นคุณก็จะต้องรู้ความจริงเรามีชีวิตเนื่องอยู่กับผู้อื่นและถ้าเผื่อว่าเราเนื่องอยู่กับผู้อื่นโดยการสร้างคุณค่าเราเป็นผู้มีชีวิตที่มีคุณค่ามีชีวิตเกี่ยวข้องอยู่กับผู้อื่นโดยรับส่วนของผู้อื่นบ้างเราสร้างสรรค์ส่วนที่เราสร้างผลิตขึ้นบ้างแล้วเราส่วนผลิตของเราก็มีคุณค่า อยู่ในโลกโดยไม่ต้องแหลกกันไปแลกกันมาหรอกมันก็แผ่กระจายไปถึงกันและกันอยู่ดีเราจะนำไปให้กันบ้างโดยสมองสมควรก็นำทำเป็นทานเป็นบริจาคก็ได้เราก็ทำอยู่ไม่ต้องพูดทำแล้วจะทำด้วยความรู้ที่พูดนี่พูดให้คุณรู้คุณเข้าใจและคุณจะได้รู้ไม่เข้าใจแล้วคุณก็ทำเองเป็นเองเพราะเมื่อชีวิตของเราเนื่องจากผู้อื่นเมื่อเนื่องแล้วทีนี้เราก็รู้กาลเวลาขณะตอนนี้เรานอนพักก็พักพอตื่นนอนแล้วเออเราจะต้องมาทำประโยชน์อื่นตอนนี้ประโยชน์ตนเรียนรู้ทำความจำไว้แม้เราจะเก่งแล้วคุณบางคนอาจจะเก่งอาตมาเก่งกับอาตมาก็มาจำมาฟังเพราะว่าเราทำอย่างนี้ทำไงได้คนอื่นไม่รู้เรารู้ตัวคนเดียวนี่ว่าเราเก่งกว่าคนอื่นเมืองไทยเราคืนมา แทนไม่ให้มาเป็นผู้ที่อบรมสั่งสอนหรือไม่มาเป็นผู้แสดงธรรมมาเป็นผู้ที่เป็นคนอดทนลมมากกว่าเป็นแม่พิมพ์มากกว่าเพราะว่าคนอื่นไม่รู้แต่เราที่จริงเราเก่งกว่านั้นนั่งอยู่เนี่ยเราเก่งกว่าเก่งกว่าอาตมาด้วยก็เถอะก็ไม่เป็นไรถ้าคนนั้นมีปัญญาอันยิ่งแล้วคนอื่นไม่รู้ได้จะต้องเก่งกว่าเราก็อยู่กันอย่างนี่ว่าโตคาวาอายุยังทำตนเคารพธรรมดาคนนั้นไม่มีกิเลสไม่มีมานะอะไรไม่มีปัญหาอะไรเลยนั่งอยู่ได้จนกว่าคนจะไปมองเห็นจนกว่าเราจะมีดีอันนั้นดีของเรามันแก่มันจัดเป็นราศีเป็นราศีเป็นบทบาทเป็นกรรมกิริยามันออกมาจนคนเห็นได้รู้ได้อู้ยคนนี้เก่ง คนนี้ไม่ดีดีมากมากๆจนเห็นเด่นชัดยิ่งกว่าอาตมาหรือไม่ไม่ถึงขนาดฝากเขาก็จะเชิญขึ้นมาทำก็จะได้ทำเพราะฉะนั้นเราจะมาเป็นพูดทั้งรับทั้งพูดทั้งเป็นผู้ให้เป็นทั้งปฏิการ 6 เป็นทั้งทายกจะเป็นทั้งผู้รับผู้ให้อยู่ตลอดเวลาเราก็จะมีการรับหรือการให้นั่นแหละอยู่ถ้าพูดได้เป็นพระอริยก็จะเป็นพระผู้ให้มากกว่าเพราะฉะนั้นพระเจ้าจึงมีลักษณะเป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ให้หรือเป็นผู้ประทานส่วนคนที่เป็นชาวโลกเป็นมนุษย์โลกเป็นสัตว์โลกก็จะเป็นผู้รับมากกว่าเป็นพระบุตรก็จะยังเป็นผู้รับส่วนพระเจ้าก็เป็นผู้ให้ ผมจะไปพูดที่สร้างสรรค์เป็นผู้ที่ให้เป็นผู้ที่ผลิตมากกว่าผลผลิตได้มากๆมันก็เป็นคุณเป็นค่าใครก็ตามผลิตบางทีก็ผลิตมากโดยโดยที่เราเองเราไม่จำเป็นจะต้องมีคนรู้เห็นไปซะทั้งหมดเพราะเขาไม่เข้าใจแท้จริงนั้นเป็นผู้ผลิตจริงๆด้วยคือเป็นตัวแรงงานเลยหลายคนในพวกเราเป็นตัวแรงงานผลิตอยู่แต่คนมองไม่เห็นแท้จริงต้องบอกเข้าชี้เข้าเห็นนะเพราะว่ามันมีความจริงอย่างคนที่นั่งทำมีอะไรต่ออะไรอยู่เนี่ยมีบทบาทที่ชัดๆเด่นๆทำอยู่เยอะแยะเลยเราก็จะเห็นได้อย่างนั้นพวกเรานี่ใครทำอยู่บ้างใครทำอยู่บ้างบางคนมีอิริยาบถใหญ่ทำแล้วต้อง กับเหล็กกับผากับแท่งกับก้อนมากๆก็ดังตรงๆๆดูเหมือนท่านมีบทบาทมากบางคนทำมันบทบาทน้อยอยู่อย่างสงบเสงี่ยมทำอยู่กับที่ไม่มีอะไรมากอย่างสุดใจนี่ก็ทำแล้วก็มีเสียงดังออกไปป๊อกๆๆอะไรเสียงดังอยู่ก็รู้สึกว่าทำเยอะบางคนทำก็ไม่มีเสียงไม่มีอะไรนั่งคิดๆๆเขียนๆอยู่เงียบๆพูดก็ไม่ค่อยพูดอย่างอาตมานี่มันดังหลายอย่างมันมีทั้งหมดบาทการเคลื่อนไหวมีทั้งเสียงก็ดังมีทั้งอะไรต่ออะไรอีกทั้งจะทำยังไงก็แล้วแต่มันก็เห็นได้ชัดคนอื่นพวกเรานี่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive