340411-0 ตอบให้ถึง...ซึ่งทรัพย์แท้ ตอนที่ 2 โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานศาลีอโศก

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2534
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์65 KB
วันที่แก้ไข7 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

340411 ตอบให้ถึง…ซึ่งทรัพย์แท้ โดย พ่อท่านโพธิรักษ์ ณ พุทธสถานศาลีอโศก

สารบัญ | ภาคผนวก | หมายเหตุท้ายบทความ

ตอบให้ถึง…ซึ่งทรัพย์แท้ ตอนที่ 2

โดย พ่อท่านโพธิรักษ์

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534

เนื่องในงานพุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์ ครั้งที่ 15

ณ พุทธสถานศาลีอโศก อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์

ถาม : กระผมเป็นเกย์ มีทางรักษาไม๊ครับ แต่หลังจากปฏิบัติธรรม ผมดีขึ้นมากครับ ผมคิดว่า แนวทางพุทธรักษาได้ แต่ก็จะพยายามครับ

ตอบ : โอ้โฮ! ปัญหาแรก (คนฟังหัวเราะ) เรื่องนี้พูดกันให้ถึงแก่นเลยนะ ไอ้เรื่องของความเป็นเพศสองเพศ

เกย์ หรือว่าภาษาเกย์ ภาษาฝรั่งเค้านี่ ภาษาไทยก็กะเทยอะไรอย่างนี้ คือเรียก

ว่ามัน มันไม่เป็นสัจจะนะ มันประเภทที่เรียกว่าอารมณ์แปลก ไม่เป็นธรรมดา ไม่

เป็นธรรมชาติ ไม่เป็นของที่มันควรจะเป็น มันซับซ้อนกลับไปกลับมา โดย

ธรรมะแล้ว กะเทยนี่ พระพุทธเจ้าท่านไม่ไว้ใจเลย ไม่ให้บวชด้วย ถ้าบวช เผลอ

บวชเข้ามารู้ทีหลัง ให้สึก เป็นพวกที่จะต้องสึกอันหนึ่งนอกจากปาราชิก ถ้า

ปาราชิกก็สึกในตัวเองเสร็จ ฟังดีๆนะ อาตมาจะตอบอย่างที่ว่านี่ ตอบ เจาะให้ถึง

เลย เจาะให้ถึงซึ่งทรัพย์แท้ให้จริงๆ เพราะงั้น ลองฟังกันดีๆนะ อาจแรง มัน

อาจจะแรง มันอาจจะอะไรก็ มันจะได้เด็ดๆขาดๆ ลงไปบ้าง เพราะงั้น คนเป็นกะเทยนี่นะมันมีกะเทยแท้ กะเทยเทียม ไม่ต้องใช้ภาษาคำว่าเกย์ ใช้ว่าคำว่า

กะเทยนี่ มีกะเทยแท้ กะเทยเทียม ถ้ากะเทยแท้ สมัยโบราณ มันไม่มีค่านิยม ไม่มี

ความวิตถาร ไม่มีการดีด ดีดดิ้นเหมือนสมัย สมัยนี้มันครอบงำมันอะไร เพราะ

ฉะนั้น อารมณ์มันแปรปรวนไปชั่วเดี๋ยวชั่วด๋าวได้ ทุกวันนี้นี่เป็นกะเทยปลอมๆ เป็น

กะเทยเทียม เป็นกะเทยชั่วเดี๋ยวชั่วด๋าว ถูกฝูงทำ เล่นก็เลยไปติด ไปอะไร

ต่ออะไรกัน เหมือนไปติดไปยึดอะไร เหมือ

อ่านต่อ

นไปติดฝิ่น ติดกัญชา ติดเหล้าเละๆเล่นๆ

มันไม่ใช่เนื้อแก่นของจิตวิญญาณนะ เป็นได้ เป็นนานก็ยังได้เลยนะ ไม่อยู่ในภาวะที่

ถูกสิ่งแวด ถูกผู้ที่ชักนำพา หรือว่าช่วยรักษา หรือว่าช่วยเปลี่ยนแปลง มีสัจจะอะไร

ที่จะนำพาให้ดี มันไม่มีอันนั้น ก็เลยกลายไปเป็นอย่างนั้น ไปนานๆก็ได้ก็มี แต่ที่จริง

มีก็จะไม่ยืนยังยืนยงอะไรหรอก มันก็จะสุดท้าย มันก็จะต้องกลับคืน มันก็ต้องไม่

ถาวรอะไร กะเทยเทียมเป็นอย่างนั้น

แต่กะเทยแท้นี่นะ ถ้ารู้ว่า เป็นกะเทยแท้ ถ้าเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้

แล้วนี่นะ จะมีสิ่งแวดล้อมหรือไม่มีสิ่งแวดล้อม มันก็เป็นคนอย่างนั้น เป็น เมื่อเป็น

แล้วแก้ไม่ได้ คนเหล่านี้แหละกะเทยแท้ พวกนี้แหละ พระพุทธเจ้าให้สึกหมด

สมัยนี้มันมีได้ ไอ้ค่านิยมแบบนี้เยอะ เพราะงั้นถามมานี่ อาตมาไม่รู้ว่าคุณเป็นกะเทย

แท้ หรือกะเทยเทียม ถ้าคุณบอกว่า มาพยายามปฏิบัติธรรม แล้วก็ตั้งใจจริงๆ

แล้วก็จะต้องอ่านสัจจะของเราจริงๆ เลยว่า เออ อาการ อารมณ์ของเรานี่ แต่

ก่อนมันไปยินดี มันไปชอบ มันเป็นรสชาติ เป็นราคะ เป็นความสุข เป็นรื่นรมย์อะไร

เป็นแบบนั้นๆอ่ะนะ อย่างที่มัน ลักษณะที่มันไม่เข้าท่านั่นน่ะ ก็คงจะพอเข้าใจว่า

มันเป็นอย่างกะเทยอย่างนั้นน่ะ มันไม่ถูกต้อง แม้แต่อย่างธรรมดาของผู้หญิง

ผู้ชายนี่ เป็นธรรมชาติ พระพุทธเจ้าท่านก็ยังบอกว่า เออ มันก็เป็นกิเลสธรรมชาติ

ก็ล้างให้หมดเถอะ แล้วนี่เป็นกิเลสซับซ้อนวิตถารไปอีกนี่ มันซ้อนเชิงแล้ว อาการ

มันไม่เข้าท่า มันสับสนซับซ้อน ไม่ ไม่ได้เรื่องนะ มัน มันไปอีกเรื่องหนึ่งเลย

เพราะฉะนั้น ถ้าเผื่อว่า เราเอง เราหน่ายคลาย เราเห็นแล้ว เอ๊อ

แต่ก่อนเราเคยเป็นอารมณ์อย่างนั้น ถ้ามาปฏิบัติธรรมแล้วเลิกได้ ก็ก็ดี ก็จะได้เป็น

กะเทยเทียม จิตคงจะเปลี่ยนแปลงได้ แต่ถ้าเผื่อว่า คุณทำไปแล้ว ปฏิบัติธรรมไป

แล้ว อะไรต่ออะไรไปแล้วจริงๆ มันก็ยังไม่ได้ล้างได้ง่ายๆเลย อาตมาก็ว่าเป็นกะเทยแท้แล้ว ถ้าเป็นกะเทยแท้แล้วไม่มีทาง พุทธก็แก้ไม่ได้ พุทธก็แก้ไม่ได้ นี่

อันนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีมา มันเคยมีแต่โบราณกาล ในสมัยพระพุทธเจ้าก็มีมาแล้ว

ก็เรื่องราคะนี่แหละ ในเรื่องราคะนี่แหละ ผิดศีล เรื่องราคะนี่มากๆ

เข้า ไอ้จากผู้ชาย ไปเป็นผู้หญิงนี่ก็บาประดับหนึ่งแล้ว จากไปเป็นกะเทยนี่บาปหนา

กว่าไปเป็นผู้หญิง สำส่อนผิดศีลข้อสามไปเป็นผู้หญิง นี่สำส่อนผิดศีลข้อสาม หนัก

หนาสากรรจ์ จึงซับซ้อนเข้าไปเป็นบาป เป็นเวร เป็นเวรเป็นภัย เป็นวิบากมาก

กว่านั้นนะ อยากเป็นกะเทยก็ไปสิ ทำกามพวกนี้ให้มากๆ เหอ ! อะไรนะ

(พ่อท่านถามคนฟัง)

เป็นสุนัขตัวเมีย ...ก็ได้ ก็มันเป็นเรื่องชั้นยังต่ำอยู่ แม้แต่ขนาดมี มี

กิเลสในเรื่องผู้หญิงผู้ชาย ยังไงมันก็ยังเป็นบาปแล้ว เอ้า ! ได้มาอีกใบแล้ว

ถาม : คนที่มีทรัพย์ศฤงคารมากมายในโลก ไม่มีปัญหา ไม่มีอุปสรรคใน

การทำงาน ชีวิตก็สุข สบาย มีบริวาร มีคนรับใช้เอาใจ และก็ทำควาามดีบ้าง

ในสังคม สังคมยกย่อง ชีวิตการงานมีความสำเร็จ ชีวิตสุขสบาย ซึ่งต่างกับ

เกษตรกร ทุกข์ยากลำบาก แต่มีทรัพย์ภายใน อันไหนจะมีคุณค่ากว่ากัน และสังคม

ยอมรับกว่ากัน

ตอบ : ถ้าตอบกันอย่างสัจธรรม ตอบกันอย่างเจาะทรัพย์แท้แล้ว ก็แน่นอน

คุณก็ตอบได้ เพราะว่าเราสอนกันบอกกันแนะนำกัน ย้ำกันถึงความสำคัญทาง

ด้านเศรษฐศาสตร์ ก็ตาม ทางด้านสัจธรรมก็ตาม เราก็ได้พูดกันมาหลายนัยนะ

เกษตรกรที่ทุกข์ยากลำบาก นี่แหละมันยาก มันลำบาก ที่ทุกข์ยากลำบาก ก็เพราะว่า

เรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขในโลก ในสังคมมันพาเป็น เป็นเหตุปัจจัย

สำคัญด้วย มันก็เลยทำให้เกษตรกรนี่ทุกข์ยากลำบากไปหมด สังคมรู้ ผู้บริหารรู้นะว่า

ถ้าขืนไปขึ้นราคา ให้ราคาของอาหารการกิน สิ่งจำเป็นของชีวิตมนุษย์นี่แพง เค้า

ยิ่งลำบากตายเลย บริหารประเทศชาติ บริหารสังคมแย่เลยใช่มั้ย มันแพงมันก็ยิ่ง

ตายสิ เพราะงั้น สิ่งฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยน่ะ แพงก็ไม่กระไร นี่เป็นหลักสามัญ เพราะงั้น คนบริหารเค้ารู้ เค้าก็เลยต้องกดราคา เค้ายิ่งต้องให้ราคาถูกๆ แล้ว

ซับซ้อนให้เอาเปรียบเอารัดขึ้นไปอีกใหญ่โต ถูกแล้วยังไม่พอ ถูกเอาเปรียบเอารัด

เข้าไปอีก เกษตรกรจึงลำบากลำบน แล้วเกษตรกรเองก็ไม่มีปัญญา นึกว่าไปได้

เงินได้ทองนั่นน่ะดี แล้วก็ตัวเองก็โง่ไปถูกเค้าครอบงำ มอมเมาให้ไปหลงใหลได้

ปลื้ม ต้องไปจ่าย ต้องไปสุรุ่ยสุร่าย ต้องไปเสียอะไรต่ออะไรที่โลกเค้ามอมเมา

ครอบงำ ก็เลยไม่มีตังค์พอใช้ซิ รายได้ก็ยิ่งได้ค่า ค่าของเกษตรกรรมก็น้อยอยู่

แล้ว ถูกอยู่แล้ว ก็ยิ่งไปหลงใหลตามโลกเค้าไปอีก อะไรจะเหลือ ก็จนแสนจนอยู่

นั่นแหละ จนแล้วก็ไม่มีทางออก เพราะงั้น สัจจะจนก็ไม่มีปัญหา จนก็เป็นสุข ที่เรา

ได้พยายามพิสูจน์กันแล้วนี่ มาจนก็ไม่เป็นปัญหา จนก็เป็นสุข แล้วเราก็รู้ความ

จริงว่า เป็นเกษตรกรนี่แหละเป็นบุญอย่างยิ่ง เป็นคุณค่าอย่างยิ่ง เราก็มาทำ

เพราะฉะนั้น เกษตรกรนี่แหละ มีคุณค่ากว่า และสังคมยอมรับกว่ากัน อีกประเด็น

หนึ่ง ว่าแล้วสังคมรับอันไหน ก็เค้า สังคม สังคมรับไอ้สิ่งที่งมงาย สิ่งที่มอมเมา

สิ่งที่เป็นค่านิยมโลกๆ ที่เค้าครอบงำกันน่ะซี้ คนรู้ไม่เท่า ไม่ทันเค้าก็ไปแย่งชิงอัน

นั้นน่ะ เพราะว่า คุณค่าของสังคมเค้ายกยอปอปั้น เค้าก็ยกเชิดยกชูกันไปตาม

ประสาที่เค้าเข้าใจอย่างนั้น ซึ่งที่จริง เป็นความหลง และมันก็ทุกข์ยาก

เพราะว่า ความเข้าใจที่ผิดสัจธรรม และไปเห็นสัจธรรมที่มันไม่น่ายกย่อง ไปยก

ย่อง ไม่เห็นว่า น่าได้น่ามี ไปได้ไปมีไปแย่งไปชิง โลกจึงสับสน และทุกข์ร้อน

เพราะมันผิดสัจธรรม แต่ถ้าเราเข้าใจแล้วอย่างสังคมของพวกเราเข้าใจมากขึ้น

แล้ว เราไม่ทำอย่างนั้น ความทุกข์ร้อนในสังคมอย่างที่เราๆเป็นอยู่ มันจึงไม่

ทุกข์ร้อนนะ เพราะฉะนั้น ทรัพย์แท้อะไรที่ควรจะทำ อะไรที่ควรจะเป็น ผู้ที่รู้ ก็

ย่อมแสวงหาสิ่งที่เป็นคุณค่า เป็นทรัพย์แท้

ถาม : การเล่นกีฬา เป็นกิเลสใช่หรือไม่

ตอบ : ตอบกันกำปั้นเปรี้ยงเข้าไปเลย ยิ่งเอาปัจจุบันทันด่วนแล้ว การเล่น

กีฬา เป็นยาผีเปรต (คนฟังหัวเราะ) พอกพูนกิเลส ทำคนให้เป็นควาย

(คนฟังหัวเราะ) เอาหละ ไม่ได้ ไว้หน้ากันแล้ว อีงวดนี้ เมื่อกี้นี้มีครูพละไป

(พ่อท่านหัวเราะ) พูดว่า ผมก็ไม่อยากสอนแล้วครับ ก็ฟังสัจธรรมแล้ว ผมเป็นครู

พละ ผมก็ไม่อยากสอนแล้ว อาตมาก็ไม่รู้ซี คุณก็พยายามดัดแปลงสิ อาตมามีเป็นนักเรียน เวลาชั่วโมงพละนี่ ครูก็พาให้ออกกายบริหาร มีท่าเหมือนโยคะนี่แหละ ก็

กายบริหารกระโดด ปิ๊ด-ปี้-ปิ๊ด มือแขนโน่นนี่โน่นนี่อะไรบ้าง ทำอันนี้แล้วเสร็จ

นอกนั้น เวลาเหลือก็ไปทำสวนครัว ทำสวนครัวแข่งกัน ให้คะแนนนะ ครูให้

คะแนนผลงานของสวนครัวด้วย เสร็จแล้วนอกจากทำสวนครัวก็หาเวลาไป ไปบูรณะ

สะพาน ไปบูรณะถนน ไปทำคูคลอง ไปลอกคูลอกคลองทำ เวลาชั่วโมงของพลศึกษา

สมัยอาตมาเป็นนักเรียน อาตมาทำอย่างนั้น ได้ออกกำลัง และมี By product

มีผลเกิด มีผลพลอยได้ที่ดีที่งาม แข่งขันกันก็ได้ ครูให้คะแนนอยู่ แข่งขันกัน ใคร

ทำได้ดี ใครทำได้สูง ใครทำได้สำเร็จ ดีมีคุณภาพ มีอะไรต่างๆ นาๆพวกนี้อ่ะ ได้

แต่สมัยนี้ไปหมดแล้ว แต่ก่อนนี้ เตะฟุตบอลนี่แหละ เก็บเงินไม่ได้หรอก ไม่มีใคร

ไปดูหรอก เก็บเงินอ่ะ เตะบอล อ่ะ แข่งบอลแข่งเบินกัน นี่โอ้โห! มีคนไปดูนี่มี

เกียรติ ไปเชิญเค้า ไปของ้อไปดูหน่อยน้า ไปเชียร์หน่อยน้า เดี๋ยวนี้ เสียเงิน

เข้าไปดู วิธีการของเค้ามอมเมา เขาปลุกเร้าให้คนไปติด ให้คนไปหลงใหลให้

คนไปมันไปอร่อยอะไรต่ออะไรต่างๆ นานา สารพัดสารเพ จนคนน่ะ งมงายติดลง

ไปอย่างยิ่งเลย เสียเงินเท่าไหร่ ก็ไปดู ยิ่งคู่ที่ว่ามัน แหม ! ฝีมือระยับเลยนะ

แหม ! หมัดเด็ดอย่างโน้นอย่างนี้อีก มัน อะไรอย่างนี้ แล้วมันก็มีอุปาทานเข้าไป

หมด แล้วนักกีฬาอาตมาบอกแล้วว่า นักกีฬาในระดับอาชีพนี่นะ สุขภาพแย่ทุกคน

แย่ทุกคน ปลายมือแย่ทั้งนั้นน่ะ แคสเซียสเคลย์ เป็นไง ทุกวันนี้ ก็เหมือนคนพิการ

นั้นเอง หลายคน ดังๆใหญ่ๆ ได้เงินได้ทองมา นักมง นักมวย แสนศักดิ์ เมือง

สุรินทร์ เดี๋ยวนี้ก็เป็นไง ตาก็บอดหมดแล้ว ใครต่อใครพิการทั้งนั้นน่ะ โผน กิ่ง

เพชร ก็ตายอายุไม่ยืนเท่าไหร่ ใครอีกล่ะ หลายคนน่ะ เยอะแยะ ส่วนมากอ่ะนะ

อาจจะมีบ้าง แต่ส่วนน้อยนะ ที่รอดมาได้ เป็นนักกีฬา เป็นนักกีฬาอะไร

ก็ตาม ฟุตบอลก็ตาม มวยก็ตาม ยิ่งมวยนี่ยิ่งชัดใหญ่เลย เสร็จแล้ว โอ้โห !

ราคามันมอมเมากัน ราคามันจะขนาดไหน มันแทง เอ๊ย มันชกกันทีหนึ่ง ยิ่งรุ่น

หนักๆ นี่ โอ้โห ! เป็นพันล้าน จุ๊ย์ จุ๊ย์ นี่ มันเรื่องของธุรกิจ เรื่องสร้างอะไร

กันขึ้นมา อาตมาก็พูดรณรงค์ เค้าก็ไม่ฟังอ่ะ แล้วก็หาว่าเรานี่ มันมาขวาง

ขวางโลกเค้า มนุษย์ขวางโลก ใช่ เรามนุษย์ขวางโลก เพราะเรามนุษย์โลกุตระ

นี่นะ เค้าพูดถูกของเค้า เราขวางโลกแน่ เพราะโลกมันไม่เข้าท่า โลกมันไปพาไป

หาทุกข์ นี่ บอกว่าการกีฬาเป็นกิเลส ใช่หรือไม่ ขอให้อธิบายด้วย ก็

เชิงอธิบาย อธิบายไปแล้ว มันเป็นเรื่องที่เกินเลย มันเป็นเรื่องไม่ดี อาตมาพูดมาแล้ว แต่เป็นเท็ปเก่าๆ หรือจะเอาแม้แต่ในหนังสือแสงสูญ รวมรวมเรื่อง

ของกีฬานี่เอาไว้ เป็นเรื่องไม่ดียังไง วิเคราะห์วิจัยเอาบทความเรื่องหลักฐาน

โน่นนี่ อะไรต่ออะไรมาเยอะ ก็ไม่มีใครจะมากล้าย้อนแย้ง โต้แย้ง โต้ต้านอะไร

เท่าไหร่หรอกนะ เค้าไม่กล้า เพราะว่ามันจริง เราพูดนี่มันจริง แต่เค้าก็ทำ

เป็นแซว ทำเป็นยั่วๆเราเหมือนกันน่ะ ว่าเรานี่มันบ้า ขวางโลก ทำไมเค้าหยั่งนี้

แต่พูดถึงเหตุผล ที่จริงเค้าก็จำนน

ถาม : การเล่นกีฬาแบบอริยะมีหรือไม่ ถ้ามี เล่นอย่างไร โปรดอธิบาย

ตอบ : (พ่อท่านหัวเราะ) การเล่นกีฬาอย่างอริยะ ก็ให้มันได้เกิดกีฬาที่จริง

มันแปลว่าการละเล่น คำว่ากีฬา นี่ภาษาบาลี กีฬานี่แหละ มันแปลว่าการละเล่น

มันไม่ใช่เรื่องจริง แล้วบอกว่าเรื่องจริงอริยะ เอ้า! ก็เรื่องอริยะมันต้องเรื่อง

จริงสิ เรื่องจริง ไม่ใช่อริยะ การนี่เป็นการเล่น ไม่ใช่การจริง แล้วมันจะเป็น

อริยะตรงไหนล่ะ เอาหละ ความฉลาด ก็เอาความฉลาดมาประกอบบ้าง เพราะ

งั้น ถ้าเผื่อว่าเราจำเป็นที่จะอนุโลม สำหรับคนที่เค้าติดกีฬาอยู่บ้าง อาศัยกีฬาเป็น

ฐานอาศัย เหมือนกะคนติดฝิ่น ต้องเอาให้สูบนิดหน่อย ประเดี๋ยวมันจะลงแดงตาย

อะไรอย่างนี้ เป็นต้น เราก็ให้เค้าบ้าง หรือจะกายบริหาร จะออกกำลัง

เพราะไม่มีเวลา เพราะว่ามีโอกาสอะไรต่างๆนานา ก็เป็นกีฬา หรือไปเป็นการ

ที่กระทำอย่างนั้น เพื่อให้เกิดการบริหารร่างกาย นั่นก็ได้ ก็แค่นั้นแหละ ถ้าจะให้

มันเรียกว่าอริยะ กีฬาอริยะ ก็เป็นกีฬาโยคะ กีฬากายบริหาร กีฬาอะไรที่มีผล

พลอยได้ที่ดีๆ ขึ้นมาก็ได้ อ่ะ ! อย่างนั้นเรียกว่ากีฬาอริยะ อย่าให้มันเสื่อมเสีย

ให้มันเสียทั้งสุขภาพกาย และก็ เสียทั้งที่จริงสุขภาพจิตก็เสียนะ เพราะว่าโง่ลงโง่

ลง กีฬาที่เค้าเล่นมันโง่ มันถูกมอมเมา มันติดยึดเอร็ดอร่อยอะไรมากเกินไป

แล้วมันก็หลงใหลอะไรไปอย่างนั้นน่ะ ดีไม่ดี ก็เลยยึดติดกันหนักๆ ถือฟาก ถือข้าง

ถือฝ่าย ไปเตะกันต่อยกัน ฆ่ากัน แย่งเอาชนะคะคานกัน โอ๊ ! อภิมหาเละ

ถาม : การดูหนัง ดูวิดีโอ ดูแบบอริยะ ดูอย่างไร

ตอบ : แหม คนนี้นี่ถาม (พ่อท่านหัวเราะ) ดูหนัง ดูวิดีโอ ดูแบบอริยะ ก็คือดูอย่างเป็นคนมีปัญญา ดูอย่างเข้าใจ เรามีวิดีโอกันให้ดูอยู่ในวัดในวานี่ก็มีนะ

อย่างที่ปฐมฯ อย่างที่สันติฯ นี่มีเป็นประจำ ดู ก็ทุกวันนี้นี่ พอเวลาจะฉายวิดีโอตอน

เย็นนี่นะ มีเรื่องนั่นเรื่องนี่บอก ก็ไม่เห็นใครมาดูกัน ก็จำนวน บางทีมาดูแล้วเรื่อง

นี้ เอ๊อ ! ไม่น่าสนเท่าไหร่ ก็ไม่เห็นมาดูอะไร บางทีประกาศให้มาดู ไม่ค่อยมี

มาเลย ก็จะไม่คุ้มค่าไฟ (พ่อท่านหัวเราะ) เอาไปเอามานะ มันก็ไม่อะไร

เท่าไหร่ ไม่ได้ไปตามใจกำหนดให้ดูนี่ คุณจะมาเลือกดูเองไม่ได้อ่ะ ให้คุณ เลือกให้

คุณดู ไม่ใช่มาเอาใจคุณ แล้วก็ดูให้มันเป็นประโยชน์เท่าที่เป็นไปได้นะ เราก็

ประมาณ อย่างอาตมานี่เซ็นเซอร์ก็ประมาณว่า กาละนี้อย่างนี้ ขนาดนี้ อันนี้ได้พอ

เหมาะพอดีไม๊ ก็เอา ก็ให้ดู ทีนี้ หลักการในการดู จะเป็นวิดีโอเรื่องราว เป็น

วิดีโอที่ได้รับเซ็นเซอร์แล้วว่าเป็นเรื่องเป็นราว ไอ้สารคดีไม่มีอะไรมาก สารคดีที่

ดี อย่างสารคดีเมื่อเช้านี้ก็เกินไป สารคดีเรื่องเอดส์ เมื่อเช้านี้ อาตมาเซ็น

เซอร์แล้วไม่ให้ผ่าน เพราะว่ามัน มันจะเสียหายทางจิต คือจิตมันจะเกิดกลัวเกิน

ไป เพราะว่าเค้าชี้ เค้าบอก ประเดี๋ยวน๊า นี่อาการเริ่มแรก จะเป็นอย่างนี้ ถ้ามี

อาการยังงี้แล้วก็ เดี๋ยวผวากันใหญ่เลย แล้วมันเป็นได้ อาการออกมาคล้ายๆ กันนี่

มันจะมีนะ เป็นอย่างโน้นอย่างนี้มั่ง เป็นอย่างมั้ง เป็นผื่น เป็นแดง เป็นโน่นเป็น

นี่ หรือมีอาการไม่อยากกินข้าว มีโน่นมีนี่อะไรต่างๆ ท้องเดิน ท้องร่วงอะไรแล้ว

แต่มันมี เค้าบอกอาการไว้ละเอียดเลย ในระยะเริ่มแรก จะเป็นอย่างนั้น

ประเดี๋ยวเถอะ เริ่มแรกมันก็ไม่ใช่

คนฟัง : เอดส์เทียม

พ่อท่าน : เอ้อ ! เอดส์เทียม ประเดี๋ยวก็จะผวาเป็นเอดส์กัน แล้วก็เป็นพิษ

ทางใจทางนี้ ซึ่งอาตมาว่าไม่ดี เพราะว่า เค้าสื่อชัดเกินไป สื่อกัน มันโป๊น่ะ พูด

ในลักษณะอีกอย่างหนึ่งว่า นี่แหละมันโป๊ คือมันสื่อชัดเกินไป สื่อกันจนเลยขนาด

ซึ่งคนที่จิตหรือปัญญา จิตอ่อน ปัญญายังไม่ถึงนี่ มันไปไม่รอด มันเป็นผลเสียไปอีกทาง

หนึ่ง อาตมาก็เลยไม่ให้ดู บอกว่าเอาหละ เอาภาพนิ่งเอาโปสเตอร์เอาอะไรนี่

พูดกัน บรรยายกันพอสมควร ไม่ให้มันจริงขึงขัง จนกระทั่งเห็นรูป เห็นภาพ เห็นสี

เห็นไอ้โน่นนี่เกินไปนัก อันนี้อย่าเอา เอาแค่นี้ เพราะงั้น เมื่อเช้านี้ อย่างสาร

คดี สารคดีน้อยที่จะเซ็นเซอร์นั่นน้อย ไอ้ที่มันจัดเกินไป บางทีอย่างว่า อย่างที่ไม่ให้ดู นอกนั้น ถ้าจะเป็นเรื่องเป็นราว เป็นนิยาย เป็นเรื่องโน่นเรื่องนี่อะไรต่อ

อะไร อาตมาให้ให้ดู แล้วให้ตั้งใจดูให้เห็นว่า เรื่องราว หรือว่า เป็นหนัง เป็น

ละครอะไรที่เค้าฉายนี่ จะมีหลักการในการดู 4 ชนิด 4 หลัก โดยหลักการ

(พ่อท่านหัวเราะ) เดี๋ยวกลับไปสันติอโศก ไปดู อย่างปฐมอโศกนี่ เค้าฮิตกันแล้ว

โดยหลักการนี่ อย่างเห็นได้ ว่าสิกขมาตปลูกบุญนี่ มาจากปฐมอโศก พูดไปอย่าง

กะเป็นจริงเลยนะ พูดไปออกมาเลย โดยหลักการ อ้า ! ติดอย่างนั้นน่ะ แล้วมัน

ก็เหมือนกับเค้าไม่ได้เจตนานะ อาตมายังเจตนานะ พูดแล้วมันก็เลยดูมัน

ไม่ขำเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าไม่เจตนานี่มันดูขำ (พ่อท่านหัวเราะ) แล้วพูดบ่อยๆ

ซะด้วยนะ อะไรนิดอะไรหน่อย ก็โดยหลักการ แน้ ! แน่ มีหลักการอยู่สี่ หนึ่ง มัน

คล้องจองกัน อาตมาตั้งใจที่จะพยายามใช้คำนี่ให้คล้องจอง การดูเพื่อให้เกิด

ประโยชน์ เป็นโสตทัศนะศึกษา ในการดูเรื่องราว ดูหนัง ดูละคร ดูอะไรพวกนี้

หนึ่งให้เกิดอริยญาณ ดูแล้วให้เกิดอริยญาณ ให้เกิดอย่างไร เราจะทำจิตใจโน้ม

น้อมจิตอย่างไร ดูแล้วจะต้องพยายามดูให้เข้าใจ เห็นทุกข์อริยสัจ เห็นเหตุ

คือสมุทัยของ ก็คือกิเลสตัณหา มันเกิดจากกิเลสตัณหา ความโลภ ความโกรธ

อาฆาต เคียดแค้น รักโลภ โกรธ หลงนี่แหละ เป็นตัวหลัก ตัวเหตุ เห็นให้ได้ว่า

โอ้ย ! ไอ้พวกนี้ มันเป็นเหตุจริงจริง แล้วมันเป็นเรื่องราวที่ทุกข์น้า นั่นแหละ

เป็นทุกข์อริยสัจทุกเรื่อง ทุกเรื่อง ดูเรื่องไหน ก็จะเห็นอริยสัจข้อหนึ่งนี่จริงๆเลย

มันเป็นทุกข์ ดูไปเถอะ เรื่องไหน จะลงเอยด้วย Happy ending หรือไม่

Happy อะไรก็ตามแต่ ดูทั้งเรื่องไปแล้ว มันเป็นเรื่องของทุกข์ทั้งนั้นเลย นี่เป็นข้อ

แรก เพราะงั้น คุณยิ่งดู ไม่ใช่ชีวิตของเราไปผ่านนะ แต่เค้าผ่าน บางเรื่องจะ

คล้ายๆกัน แหม ! เสร็จแล้ว โอ๊ย เค้าไป เค้าไปอย่างนี้แล้ว เรายังไม่ไปถึงนั่น

เลย อุตริถอยหลังทัน ว่า โอ๋ย ! เราไปแล้ว มันจะไปอย่างนั้นเหรอ

ตายหละหวา มันจะได้ถอยหลังทัน หรือแม้ว่าเราจะเพียงเริ่มคิด โอ๊ย ! ถ้าไป

แล้ว มันจะไปอย่างนั้นเหรอ อ้าว ! รีบอย่า อย่าเชียว ถ้าเห็นทุกข์แล้ว มันก็จะ

ไม่กล้าเดินหน้า แต่ถ้าดูแล้ว ก็บอก อู๊ย ! ดีจังเลย แหม น่าเป็นอย่างนั้นจังเลย

น่าอย่างนี้จังเลยมันดีจังเลย ไปหละทีนี้ยุ่งหละ เพราะงั้น ดูให้เห็นทุกข์อริยสัจ ยิ่ง

เห็นเหตุแห่งทุกข์ได้ยิ่งดี นี่เป็นข้อแรก สองในขณะดูนี่ ปัจจุบันธรรม หนึ่งให้

เกิดอริยญาณ สองทำการปฏิบัติ มีสติปัฏฐานสี่ มีสัมมัปปธานสี่ มีสังวรปธาน

มีปหานปธาน ดูไปก็ฆ่ากิเลสไปด้วย มันที่จะจูงดึงเราไป อู้ฮูย ! เราจะไปคล้องตามก็ แหม รักหวานชื่นไปแล้วนะ แหม บู๊สะใจ ไปตามการบู๊การแก้แค้นการอะไร

ยั้งใจ รู้ตัวมีสติ อ่านจิตเราก่อน เราจะถูกเค้าโน้มน้อมใจย้อมไปเห็นดีเห็นชอบ

ตามรัก ตามโลภ ตามโกรธกะเค้าแล้วนะ เห็นให้ชัด แล้วได้ปฏิบัติในขณะนั้น

ขณะนั้น ทันทีทันใด ทันทีทันใด ทำการปฏิบัติในการดู เพราะฉะนั้น ต้องมีสติ

สัมปชัญญะ ดูให้ดี ทำการปฏิบัติไปด้วย เป็นแบบฝึกหัดจริงๆเลย ขนาดหนังคุณยัง

เกิดรส เกิดเห็นตาม คล้อยตาม เกิดหลงใหลได้ปลื้มตามขนาดนี้ ถ้าเป็นเรื่อง

จริง เป็นยังไงล่ะ จมกับจมเท่านั้นเอง จะไปเหลืออะไร ขนาดไม่ใช่เรื่องจริง

ก็รู้อยู่ว่าดูหนัง ก็ยังเป็นอย่างนั้นได้ เพราะฉะนั้น เราก็จะรู้ เราจะรู้ตัวว่าเราจะ

มีจิตอ่อนแอ หรือแข็งแรงขนาดไหน สามอัดพลังกุศล เพราะฉะนั้น ที่เราไม่

เจริญทุกวันนี้ นี่เรายังไม่ซาบซึ้งต่อกุศลธรรมทั้งหลาย เพราะงั้น กุศลธรรม แม้แต่

ทางโลก ซาบซึ้งในคุณค่า ธรรมดามีเมตตา น่าซาบซึ้ง โอ๊ ! เค้ามีความอดทนน่ะ

ซาบซึ้งนะ มีการเสียสละน่าซาบซึ้งนะ มีอะไรที่น่าซาบซึ้งกตัญญูกตเวทีที่น่าซาบซึ้งนะ

อะไรพวกนี้ เป็นต้น พลังกุศลพวกนี้ประทับใจเข้าไว้ เราจะได้มีพลังในการที่จะ

ยังกุศลให้ถึงพร้อมได้มากๆๆๆๆ มันมีแต่ละเรื่องแต่ละราวที่หนัง หนังที่มันดีๆ มันมีอ่ะ

มีนัยที่จะทำให้เราเห็นกุศลต่างๆ มันน่าเอาอย่าง โอ๊ ! ไอ้นี่ เราเป็นไม่ถึงเค้า

เลยนะ แหม มันน่าประทับใจนะ เค้ามีอย่างนี้โอ้โฮ น่าปลาบปลื้ม น่าประทับใจ

อัดพลังกุศล สี่ ฝึกฝนโลกวิทู หรือว่าพหูสูต หมายความว่า เราดูเงี้ย เราก็รู้

โลกเค้า รู้โลกกว้าง พหูสูต มีความรู้มากๆๆๆขึ้นไปตาม โอ๊ ! โลกเค้าเป็น

อย่างนี้ โลกีย์ก็เป็นอย่างนี้ หลายอย่างเราไม่มีสิทธิ์เลยในชีวิตนี้ ที่เราจะไปเป็น

อย่างนั้น ไปถึงอย่างนั้น ไม่อ่ะ เราไม่ถึงอ่ะ โอ้โห! มันบ้าๆบอๆดี ไม่ว่า

ด้านรักด้านโลภ ด้านโกรธ ด้านหลง มันไปถึงขนาดเราไม่มีสิทธิ์จะได้ไปซอกแซก

ถึงขนาดนั้นเลย นั่นแหละโลกวิทูต่างๆ แล้วมันก็เป็นอย่างนั้น อย่างเรื่องเจ้าพ่อ

เห็นไม๊ ตอนนี้เมืองไทยกำลัง โอ้โฮ ! เค้าเปิดเผยออกมาเหมือนกัน เหมือน

กันเลยกะในหนังจีน เห็นม๊ะ เหมียนกันเลย (พ่อท่านหัวเราะ) โอ้โฮ! นั่นหละ

ตามล้างตามผลาญกันแล้วหากินด้วยวิธีได้มายังไง อะไรต่ออะไร สร้างอิทธิพลอิทธิ

ฤทธิ์ อำนาจอย่างโน้นอย่างนี้ มีอะไรต่ออะไรเห็นไม๊ แหม มันเหมือนเล่นเล่ห์

เล่นเล่ห์เล่นชั้นเชิง แล้วเป็นอยู่อย่างไร โอ้โฮ! เหมือนกันเลย แน้ะ ! เรา

จะรู้โลกกว้าง เป็นโลกวิทู เป็นพหูสูตต่างๆนานา อย่างนั้นจริงๆ ถ้าเราดูแล้ว

เราไม่เป็นทาส เราไม่ตกเป็นผู้ที่ถูกครอบงำหรือมอมเมา เราก็จะได้ประโยชน์ อย่างนี้ เป็นต้นนะ อันนี้ ก็ขยายความให้ดูหลายๆคน ไม่ได้ยินได้ฟังนัก แต่ส่วนผู้อยู่

ใกล้อยู่ชิดนี่ เรื่องเหล่านี้ อาตมานำพามาหลายปีแล้ว สอนมาให้มีอาวุธคุ้มภัย มี

ภูมิคุ้มกันในการแม้จะดู ถ้าเราดูอย่างแพ้ เรียกว่ามหรสพ ถ้าเราดูอย่างชนะ

เรียกว่า โสตทัศนะศึกษา เอ้า ! หยิบขึ้นมาเลย ไม่ได้คนอีกแล้ว เอาเถอะ หยิบ

แล้วๆไป เดี๋ยวคนใหม่

ถาม : ว่าด้วยเรื่องผีๆ ลูกอยู่บ้านนอก ที่นี่มีผีปอบ (เขาว่า) มันชอบ

กินเขียด กบดิบๆ แล้วก็คนด้วย คนอ่อนแอ และเด็กเพิ่งคลอด และชอบออกหากิน

กลางคืน จะมีดวงไฟขนาดเท่าตะเกียงขึ้นที่หน้าผาก ถ้ามีคนเห็น มันจะแปลงร่าง

เป็นหมาใหญ่ และลิงตัวโตๆด้วย พ่อท่านว่ามีจริงไม๊ค๊ะ

ตอบ : ผีอย่างนี้ เราเรียกว่าผีหลอก ไม่ใช่ผีจริง มีจริงไม๊ มี เค้าหลอก

กันจริงๆ จริงไม๊ ไม่จริง เพราะมันหลอก (คนฟังหัวเราะ) แล้วมีจริงไม๊ มี

จริง เพราะมันหลอกกันจริงๆ มีอยู่ ไม่ต้องวนนะ ฟังดีๆ ฟังให้ชัด ทีนี้ คนที่เชื่อ

จริงๆว่า ไปหลงถูกเค้าหลอกแล้ว ก็หลงตามเค้าว่ามันจริง มันก็มีอุปาทาน ไอ้

อุปาทานนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นนะคุณ ตานี่สามารถมองสิ่งที่ไม่เห็นนี่เห็นได้ อาตมาพิสูจน์

ทางวิทยาศาสตร์ นี่ก็เล่ามาซ้ำซาก อาตมาเคยเล่นสะกดจิต สะกดจิตคุณเสร็จ

แล้ว อยู่ในอำนาจนี่ พิสูจน์จิตคุณเนี่ย พอสะกดจิตคุณเสร็จแล้ว เราก็สั่งเลย ให้คุณ

เห็นสิ่งที่ไม่มี มี ตรงนี้ไม่มีเสือ แล้วบอก เอ้า ลืมตามานะ นี่ เราจะพาไปป่านะ

นี่ มีเสือตัวใหญ่น่ากลัวเลย เดี๋ยวเห็นเสือแล้วตั้งใจดีๆนะ เอ้า ลืมตาขึ้นมา เห็น

เสือจริงๆ วิ่งเลย ตามจับกันจะแทบตาย ไม่มีเสือหรอก เห็นเสือ หรือสิ่งที่มีบน

โต๊ะ นี่ เอ้า ในบนนี้ไม่มีอะไรนะ เอ้า ลืมตาออกมา เค้าจะไม่เห็นอะไรเลยบน

โต๊ะ นี่ แล้วเราก็พิสูจน์ เอ้า ลองเอามือควานดูซิ ไม่เชื่อ ก็บอกเค้านะ แต่เค้า

ไม่รู้สึกหรอก แต่ที่จริง มีอะไรอยู่ในนั้น เค้าก็ควาน ควานปั๊บ จะชนเลย ชนของ

บนโต๊ะ เพราะถ้าเค้าเห็นเค้าจะไม่ชนใช่ไม๊ นี่เค้าไม่เห็น เค้าจะต้องชน เอา

ของวางไว้ใกล้ๆมือเค้า อะไรอย่างนี้ บอก เอาลองซิ ไม่เชื่อก็ควานดูซิ เราจะรู้

ว่าคนที่ยื่นมือไปนี่ รู้ว่าของอยู่ข้างหน้าเรามีหรือไม่มี คนที่รู้ว่า มีนี่กับคนที่รู้ว่าไม่มี

นี่มันต่างกัน เราพิสูจน์ได้เลย ว่าคนนี้ไม่เห็นของบนนั้นจริงๆ จะชนของบนนั้น

เลย ไม่เห็นอ่ะ เห็น เราก็สะกดจิตไว้ก่อน สั่งว่าให้เห็นโต๊ะเปล่าๆ แต่แท้จริงมีของอยู่ในนั้น และเค้าจะไม่เห็นของนั้น เห็นก็ได้ไม่เห็นก็ได้ เห็นเป็นอะไรก็ได้

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสนี่ เป็นได้ สะกดจิตแล้วก็สะกดไปว่า เอ้าน๊า ตอนนี้จะ

เอาน้ำตาลหวานให้กินนะ เอาพริกขี้หนูให้กิน อ้าว เคี้ยวหวาน เอาหวานให้กิน

พริกขี้หนูเฉย หวาน อันนี้ อาตมาเคยทำพิสูจน์อยู่ที่แดนอโศก ที่จริงอาตมาไม่

อยากทำหรอก แต่ทีนี้ พระเค้าอยากรู้นัก ก็เลยสะกดให้ดู แล้วก็เอาพริกขี้หนูให้

เค้ากิน กิน กินได้ แต่สะกดอันนั้นไม่ลึกนัก เค้าก็บอกเหมือนกันว่า เค้าก็มีรสบ้าง

แต่ว่ามันไม่ถึงขนาดเป็นหวานหรอก แต่ว่าไม่เผ็ด แต่ที่จริงพริกขี้หนูมันก็เผ็ดน่ะ

ก็กิน กินพริกเลย

เผ็ดซิ เอ้า ! เผ็ดซิ เหมือนพวกเข้าทรงนั่นไง สูบบุหรี่ทีละ

เป็นปึ้งเลย แหม ห้ามวนสูบ กินเหล้าอักๆๆๆๆไม่เมา ไม่อะไรหรอก จิต จิตมัน

ยิ่งใหญ่ จิตนี่มันโอ้โห อาตมาเคยเล่น เพราะฉะนั้น ไอ้ที่บอกว่า จะเห็นผี เห็น

เป็นตัวเป็นตน ไม่มีอะไรมันก็มีตัวมีตนได้ อย่าว่าแต่มีตัวมีตนเลย ถึงผัสสะ นี่

คนที่มีเมียกะนางไม้ นางไพรอะไรพวกนี้ คนที่มีสามีเป็นอะไรต่ออะไร อะไร?

(พ่อท่านถามคนฟัง)

เฮ้อ ! มันบังเอิญ บอกอีกทีซิ บอกสองหน สามหนซ้อนกันซิ ถ้าแน่

จริงอ่ะ ปัทโธ่!

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน