260530-659 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ010.txt
เนื้อหาในไฟล์
ถ้าในช่วงนี้ได้พยายามใช้ภาษาสื่อให้เข้าใจเข้าใจความสัมพันธ์ของคำว่าธรรมะที่ชื่อว่าสัจจะที่ชื่อว่าศรัทธามากที่สุดถึงขั้นวิมุติแม่นที่สุดถึงขั้นน้ำมาทำพยายามชี้ให้เห็นว่าสัจจะคืออะไรสมมุติประกอบไปด้วยความอยากผิดมากจนปรมัตถ์นั้นมันก็เลื่อนละเอียดขึ้นไปสู่นามธรรมไปสู่จิตใจนั่นเองทั้งที่เรียกปรมัตถธรรมว่าเราเริ่มนับเอาปรมัตถธรรมตั้งแต่จับทิศจิตได้มีจิตมีใจเป็นสิ่งมีอาการมีอารมณ์ ร้านอารมณ์เหล่านั้นเรามีธรรมวิจัยมีสติรู้จิตใจเป็นศิษย์เก่าและเราก็วิจัยจิตใจจากสิ่งเราว่าอารมณ์อาการอย่างนี้มีกิเลสปนอยู่หรือเปล่ามันเป็นความคิดผิดแล้วก็เป็นต้นคิดที่จะทำให้วาจาผิดเป็นต้นคิดที่ไปทำให้กายกรรมผิดหรือเปล่าวิจัยอย่างแยบคายมีปัญญาเครื่องสอดส่องทำจริงๆงานจริงๆพยายามเสมอเมื่อผัสสะแล้วมันก็จะไปรับผัสสะคนเราเนี่ยมันจะไปมีปฏิกิริยาตอบกับผัสสะตอบแล้วมันก็จะมาหาจิตแล้วเราก็จะไปอยู่ที่ ตอบกับภาษาอยู่โน่นแหละแต่ไม่มาวิจัยจิตเพราะความเร็วของจิตเรายังไม่พอถ้าความเร็วของเราพอเราก็จะมาวิจัยจิตด้วยผัสสะที่รับเราก็ทำไปด้วยพร้อมทำงานที่มีผัสสะมีพิษมีการมีบทบาทและเราก็อ่านจิตไปด้วยการฝึกจิตที่ให้แววไวอย่างนี้เรียกว่าฝึกทานฝึกจริงๆมีวิตกวิจารณ์ก็เรียกได้วิตกวิจารณ์หรือทำวิจัยเป็นคำคล้ายกันเป็นไวพจน์หรือเป็นซีรีย์เป็นคำที่มันเคยย้ายความกันไม่ต่างกันนักวิจัยวิจารณ์วิเคราะห์หาความสุขความผิดความดีกว่าทำดีที่สุด มีการดีอันนี้ดีอันนี้เราเรียกว่าไม่ดีอันนี้เรียกว่าดีกว่าก็คือตัวที่ดีดีกว่าถ้าไปเจอเอาตัวดีที่สุดจะดีกว่าก็สู้ตัวดีที่สุดไม่ได้จะดีที่สุดก็ดีตัวดีกว่าก็ถือว่าไม่ดีอย่างนี้ถือว่าด้อยอย่างนี้เป็นต้นเราจะพยายามพากเพียรทำให้ดีกว่าขึ้นไปเรื่อยๆหรือดีที่สุดจนไม่มีที่กินดีอีกกว่านี้ไปเสมอๆมันทำไม่ได้เราก็รู้ว่าเรา
อ่านต่อ
ยังทำไม่ได้เราก็ต้องพยายามแก้ไขปรับปรุงทางที่ถูกแล้วแต่เรามีอินทรีย์พละเท่านี้เราก็ต้องรู้ทางที่ถูกก็ไม่ต้องสงสัยทำจริงๆมันได้ตัวนี้เราก็ต้องรู้ตนว่าจำนวนมาเท่านี้แต่ขอให้เคลื่อนขึ้นให้มันเดินหน้าขึ้น ดีขึ้นได้นิดหน่อยก็เอาทบทวนวิธีการทางปฏิบัติมันก็ถูกก็ตรงหมดแล้วเราก็ต้องรู้ตัวจบว่าเรามีอินทรีย์พละเท่านี้เราทำได้เท่านี้และมันก็ดีขึ้นอยู่ได้บ้างขึ้นอยู่ก็เอาถ้าเผื่อว่าเราสามารถทำได้มากๆมันก็เป็นบารมีของคุณนั้นมันก็ยิ่งดีเราจะได้มากก็เพราะว่าเราเองเรามีบารมีจริงเราสั่งสมทุนรอนสั่งสมปรารถนาบารมีไปเรื่อยๆเพิ่มเติมขึ้นด้วยกรรมในการกระทำไม่มีใครทำให้เราเราทำเองทั้งนั้นเพราะฉะนั้นก่อนอื่นเราก็จะต้องรู้แม่นรู้อย่างชัดว่านี่เป็นตัวกิเลสนี่เป็นตัววิธีการและใช้วิธีการนี้ DD ถ้ามีวิธีการดีกว่านี้ก็พยายามปรับปรุงเสมอพยายามปรับปรุงและวิธีการนี้ก็ไม่ผิดการวิธีการที่เป็นการทำให้กิเลสลดทำให้เจริญขึ้นทำให้ดีทำให้ไม่เป็นมิจฉาแต่มันเป็นสัมมาเสมอเสมอเดินขึ้นเดินขึ้นโดยเฉพาะได้กล่าวไว้ว่าปรมัตถธรรมนั้นคือจิตหรือปรมัตถสัจจะนั้นคือจิตใจ 70 เห็นกิเลสลดจางคลายเห็นกิเลสหมดและการงานเราก็ทำได้ผัสสะเราก็มีขยันหมั่นเพียรได้ทั้งภายนอกภายในได้ทั้งการงานนอกการงานในเห็นสัจจะจริงๆว่ามันได้มันถูกมันเจริญจิตตีการงานก็ดีไม่ได้เสื่อมเป็นมนุษย์อย่างโลกๆเราก็มีกิจการงานสร้าง ใครมาดูถูกไม่ได้การงานภายในเราก็ทำไปด้วยจริงๆไม่ง่ายสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้เรียนถูกทางไม่ได้ฝึกมาเพราะฉะนั้นผู้ที่จะฝึกต้นๆก็ต้องปล่อยสิ่งที่มันเป็นความผิดความไม่ดีความอะไรของเราอีกเยอะปล่อยก่อนเอากำหนดลงไปเรียกว่าตั้งชีวิตตั้งหลักหรือตั้งหัวข้อเอาเรื่องนี้เอาจุดนี้จุดอื่นรู้แล้วล่ะว่ามันก็เป็นไปไม่ได้มันผิดอยู่มันทำไม่ได้เอาตรงนี้จริงก่อนเอากับมันเรื่องนี้ก่อนโดนเราทำได้เห็นสัจจะเห็นจิตเจตสิกทำได้แล้วก็มีความไวที่อ่านทันทำงานนี้ไปผัสสะต่อเหตุปัจจัยอย่างนี้เพราะเราเองเราผ่อนศาลแล้วก็สามารถหักกิเลส รถกิเลสได้จนสามารถอยู่เฉยๆได้วางได้จริงๆจนกระทั่งชนะยังเด็ดขาดคุณจะรู้อาการสัจจะจริงๆว่ามันชนะเด็ดขาดอยู่กับมันเหนือมันมันทำอะไรเราไม่ได้และอาการของกิเลสที่เคยรักเคยติดเคยชอบเคยหลงมันหมดไปจริงๆก็เห็นถึงจะตายเห็นสุภาพเห็นความว่างมีความดับสนิทไม่เกิดอีกสัมผัสอีกเมื่อไหร่ก็ไม่เกิดอีกไม่เกิดกิเลสนี้อีกจริงๆเราก็จะต้องรู้อย่างแท้เมื่อเรารู้อย่างนี้แล้วเราก็จะเข้าใจสัจจะแล้วเราเชื่อมั่นเป็นศรัทธาเชื่อเพราะเรามียถาพุทธญาณทัศนะเชื่อเพราะเราเห็นเรามีปัญญารู้เห็นของจริงมันมีของจริงที่ทำดีแล้วดีกว่าจนดีที่สุดจบแล้วเราก็รู้จบ เป็นตัวเดียวเอาเรื่องเดียวสิ่งเดียวมาอธิบายเราทำพระผู้ใดทำงานหรือว่าปฏิบัติธรรมมันก็มีสิ่งอื่นพอจะมีอินทรีย์พละทำอันอื่นได้บ้างมันก็สอดซ้อนกันไปมันก็ไม่เท่ากันอันนี้ได้มากแล้วอันนี้ยังได้พึ่งได้อันนี้สุดแล้วสุดแล้วก็เลิกต้องเพิ่มอันใหม่มีอะไรอันใหม่เพิ่มเติมขึ้น 200 ขึ้นไปจริงๆเพราะศรัทธาที่กล่าวนี้จึงไม่ใช่ฟังเท่านั้นฟังแล้วก็วิเคราะห์วิจัยและก็มาตรวจตัวเองเลือกเฟ้นเอาสิ่งนั้นสิ่งนั้นเข้ามาปฏิบัติจริงๆจนกระทั่งมีผลจริงๆเราก็เกิดศรัทธาและเกิดสัจจะและเราก็จะได้ศรัทธาเชื่อถือความจริงสัจจะก็ได้ขึ้นได้ขึ้นได้ขึ้นเป็นอริยสัจเรียกว่าอริยสัจ เฉพาะกิเลสเป็นเหตุแห่งทุกข์และลดกิเลสก็คือเหตุแห่งทุกข์ก็ต้องหมดไปด้วยกิเลสรถไปคือเหตุแห่งทุกข์ก็หมดไปด้วยเหตุแห่งทุกข์หมดตัวทุกข์หมดแล้วก็รู้ด้วยปัญญาอีกว่ามณีโรจน์หรือว่ามันจางกลายเป็นจนนิโรธแล้วทุกข์นิโรธเหตุแห่งทุกข์นิโรธดับทุกข์ดับเหตุแห่งทุกข์ด้วยทางปฏิบัติอย่างนี้อย่างนี้เราก็จะรู้อริยสัจ 4 คืออะไรที่เรียกว่าอริยสัจ 4 เหตุปัจจัยที่มันเป็นทุกข์ตัวทุกข์ที่มันเกิดเพราะเหตุหมดเหตุตัวทุกข์หมดเราก็รู้อยู่เรียกว่านิโรธโดยภาษาและสัจจะตัวสภาวะสัจจะนั้นมันนิโรธมันดับมันไม่ทุกข์มันไม่มีเหตุอีกมันไม่เกิดอีก ไม่เกิดอยู่เห็นอยู่ว่าไม่เกิดอยู่เราจะเป็นผู้รู้สัจจะนี้แล้วเราไม่ได้เชื่อใครเลยเราเชื่อสัจจะไปเที่ยวของจริงที่เรารู้เราเห็นเราเป็นเรามีถ้าอย่างนี้แล้วได้อย่างนี้จริงแล้วคุณไม่มีเปลี่ยนแปลงไม่มีแปรปรวนคุณจะยืนยงยืนหยัดคุณจะเห็นความว่างจากกิเลสมันสบายยังไงมันหมดเรื่องมันไม่มีภาระไม่มีอยู่ในโลกสัมผัสๆอยู่ในโลกคนก็ติดคนเขาแพ้มันคนก็เป็นทาสก็เห็นอยู่เราจะช่วยเขาได้อย่างไรก็ช่วยด้วยความสามารถการช่วยเขาต่อนั่นแหละคือคุณค่าของเราเราได้ประโยชน์แล้วนั่นคือคุณค่าของตนเรียกว่าประโยชน์ตนเราช่วยเขาให้รู้สิ่งนี้ด้วยเมื่อเราเห็นเรารู้เข้าใจ บอกเขาให้เขาทำด้วยวิธีที่เราเคยทำบ้างหรือเราเห็นว่ามีวิธีอื่นประกอบก็ต้องดูวิธีคำนี้ไม่ใช่มรรควิธีคำนี้ก็คือสิ่งที่มันเป็นบทบาทท่าทีที่จะประหารองค์ประกอบที่จะประหารแต่ในทิศทางหรือทางที่จะเดินนั่นน่ะมันไปสู่ความละอายไปสู่ความหมดด้วยการรู้ด้วยการมีสัมมาสังกัปปะสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะพยายามมีสติและรู้ให้ชัดทำอยู่ด้วยทางนี้ไม่ใช่หนีไปทำทางอื่นโดยการหลบการลี้การเลี้ยงไม่ใช่แต่วิธีมีซ้อนแทรกละเอียดลงไปอีกว่าจะลบด้วยวิธีใดจะฆ่าโดยวิธีใดอันนี้วิธีนี้จะวางก่อนใครห่างๆขอสัก 2-3 วันแล้วก็ ประสบใหม่ประสบอีกแล้วอ่านอีกมันมากไปแบ่งก่อนแบ่งก่อนมันมากไปสู้ไม่ได้แบ่งลงไปนิดก่อนเอ้าแบ่งนิดแล้วสู้ได้ชนะแล้วก็เพิ่มมาเพิ่มมาล้วนแล้วแต่เป็นวิธีที่เราจะต้องรู้อย่างละเอียดของเราเองแต่ทางนั้นเป็นไปเพื่อความรักหน่ายคลายและจะต้องมีผัสสะมีการคิดการพูดมีการงานมีอาชีพมีความพยายามมีสติเห็นนี้ถูกและจะเกิดการสั่งสมเป็นสัมมาสมาธิคือแข็งแรงตั้งมั่นเกิดอาทิตย์ทุกอย่างหลักการก็เห็นว่าถูกเป็นอธิปศีลหรืออัฐิหลักการจิตคนละจางคลายเป็นการเจริญของจิตจิตดียิ่งขึ้นเป็นอาทิตย์จิตปัญญาคุณคือตัวรู้สัจจะเห็นจริงๆเลยปัญญาเห็นแจ้งเป็นญาณทัศนะวิเศษหรือเป็น อุทยานเจ้าสุนัขไม่ใช่เป็นนึกไปคิดเห็นบทบาทของศีลทำงานเห็นบทบาทของกิเลสรถเห็นจิตเจริญขึ้นเห็นอารมณ์ของจิตที่ว่างจากกิเลสว่าเป็นอย่างไรอย่างไรมันเป็นปัญญาแท้เป็นอธิปัญญาแล้วคุณก็จะมีศรัทธามั่นแข็งแรงเด็ดเดี่ยวเพราะเห็นของจริงเพราะศรัทธาตนนี้คือสมาธินั่นเองเป็นอิสระตั้งแต่เริ่มเชื่อก็จะเริ่มพิสูจน์จนเริ่มมีวิริยะไปจนกระทั่งสติสัมปชัญญะปัญญาเกิดสั่งสมลงเป็นสมาธิก็เป็นสถิติสมาธิตั้งมั่นตั้งมั่นตั้งมั่นปั้นดินซีก็คือตัวที่รู้แจ้ง จริงรู้จักมันรู้แจ้งมันรู้จริงแล้วมันมืดจบมันก็รู้จบเลยอ่ะจบจนจบเสร็จแล้วศูนย์แล้วดับแล้วไม่เกิดอีกแล้วมันก็เป็นของจริงอย่างนั้นอย่างนั้นสมาธิคือความตั้งมั่นเมื่อจบและมั่นที่สุดเที่ยงคงยืนยงเพราะฉะนั้นการเป็นสมาธิก็โปรยพยัญชนะก็บอกแล้วเราได้อธิษฐานแล้วก็อธิษฐานมันเป็นความตั้งมั่นมันเป็นความยืนอยู่มันเป็นความทรงอยู่เรียกว่าธรรมะก็ได้เรียกว่าตั้งมั่นก็ได้ทรงอยู่ทรงจริงๆมันมีจริงๆมันไม่ไปไหนมันไม่เสื่อมคลายแล้วมันแข็งแรงตั้งมั่นด้วยแล้วมันถาวรอยู่อย่างนี้ด้วยมันไม่แปรปรวนเป็นอื่นอีกภาษาลองตั้ง ฟังดีๆที่สื่อให้ฟังแล้วก็ย่อยเรื่องแต่เรื่องย่อยๆนิดๆพิสูจน์ให้ฟังแล้วพระผู้ที่ได้เข้าใจและได้พิสูจน์ที่มีสภาวะธรรมจริงจึงเป็นผู้ที่ไม่คลอนแคลนไม่แปรปรวนและตัวเองเป็นผู้พอใจจริงด้วยปัญญาด้วยความรู้เราสมัครใจจะเอาอย่างนี้ถ้าเรายังไม่เอาอย่างนี้เราจะไปเอาโลกว่างๆอย่างนี้มันว้าเหว่มันจืดจืดชืดๆมันไม่อร่อยมันไม่สนุกคุณจะไปเอาเสพสมได้รับกิเลสและก็มาเสพสมอร่อยเป็นแบบรักษาท่าลดโลกคุณก็เลือกเอาอิสระเสรีภาพไม่ได้บังคับเพราะฉะนั้นใครที่พอใจในรถเป็นธรรมรถที่รถอย่างนี้ก็คนนั้นสมัครใจว่าเอออย่างนี้แหละเบาดีไม่ต้องแล้ว สบายไม่จำเป็นไม่ต้องไปเสียแรงงานไม่ต้องไปวุ่นวายมีแต่จะช่วยคนอื่นเป็นประโยชน์ท่านก็ตรงที่ให้เขาทำได้อย่างเราบ้างอย่างที่กล่าวแล้วนี่คือประโยชน์แท้ตนได้แล้วสมเด็จต้นซ้อนผู้อื่นแม้แต่สอนผู้อื่นด้วยเราก็มีการงานที่มีทั้งกายกรรมวจีกรรมสร้างสรรค์ตามที่กล่าวมาจากต้นด้วยทำงานที่สมควรมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์แน่ศาสนาพุทธนี้จะมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ในตัวมันเองแน่ๆเพราะเราจะรู้ได้ว่าการงานอะไรสมควรจะทำการงานจะรู้ว่ามันสมควรจะทำก็เพราะเราเข้าใจมิจฉาอาชีวะ 5 เป็นระดับๆซึ่งค่อยๆอธิบายกันมาอยู่ในขณะนี้สิ่งที่มันไม่ หาอย่างไรมันเกี่ยวข้องกับคนมันไปหยาบไปขายตั้งแต่เป็นกลุ่มอะนะยังพูดจากลบเกลื่อนไปมาโกหกหลอกลวงจนกระทั่งเป็นตลกจะแรงอยู่มันเป็นบ้างไม่เป็นบ้างเป็นนิมิตกะตาจนถึงนี้เป็นสิ่งกะตาเราเองยังดึงตัวพ้นจากอันที่รู้แสนรู้ว่ามันยังเป็นความผิดเรายังมอบตนอยู่ในทางผิดเราจะดึงออกมาจนกระทั่งถูกสุดท้ายเราเป็นคนทำงานฟรีไม่แลกลาบ่ได้เลยลาภังนิจินน้ำตามันจะเป็นสัจจะจริงเราจะเลื่อนชั้นเราจะเห็นว่าชีวิตของเรานี่เป็นประโยชน์แท้เพราะเราทำงานไม่มีสิ่งตอบแทนไม่เจ๊าและไม่เจ๊งมีแต่ให้เขาทั้งนั้นมีแต่ให้เขาได้มีแต่ความกำไรเพราะเราเป็นผู้ที่ให้ที่ เราได้กำไรเพราะเราเสียเธอกำไรเพราะเราฉลาดสิทธิของเราเพราะเราทำโดยกรรมพฤติกรรมของเราเรี่ยวแรงของเราพลังงานของเราสมรรถภาพของเราเราให้เค้าได้นี่เป็นเป้าหมายอันนี้เป็นทิศทางย้ำเน้นให้เห็นเด่นชัดเพราะเราจะขึ้นสู่สัมมากัมมันตะเราจะทำการงานท่านสร้างให้แก่คนอื่นทั้งการงานทางใจของเราจะเพิ่มผานขึ้นเสียสละอย่างมั่นใจถ้าคุณมั่นใจในสัจจะมีศรัทธาเด็ดเดี่ยวอย่างที่ว่านี้เราจะทำงานให้กว้างขวางเราจะเป็นหลักแกนให้แก่ผู้อื่นอีกซึ่งจะมีคนเพิ่มมาและการงานจะมากขึ้นแล้วเราจะสร้างสรรค์แม้แต่วัตถุเลี้ยงพวกเราเองอยู่กันเองในฐานะแต่ละฐานะมีทั้งฆราวาสมีทั้งพระมีทั้งนักบวชแม้ เองก็จะต้องขยันหมั่นเพียรที่สร้างอาชีพหรือทำงานที่เราจะต้องระลึกว่าเรากินข้าวเขาเราอยู่ในโลกไม่เป็นคนหนักแผ่นดินแต่เราจะเป็นคนมีการงานที่เป็นคุณค่าเพราะการงานที่จะรับผิดชอบทางด้านจิตวิญญาณเราก็จะช่วยหรือแม้แต่การงานทางวัตถุแล้วก็จะเอื้ออวยเขาอยู่บ้างแต่ไม่ใช่หน้าที่ตรงที่จะไปขุดดินสัญญาอะไรก็เถอะเราก็จะรู้ว่าบางอย่างต้องอนุโลมบางอย่างต้องยืดหยุ่นบ้างตามกาลอันควรตามพอเป็นไปแต่หน้าที่แท้คนรู้หน้าที่คุณควรจะรับผิดชอบเราสอนให้รู้เพราะฉะนั้นเขาว่ารู้ฐานะจะทำหน้าที่ที่ตรงอันนี้มันเพี้ยนมันผิดเราเองเป็นผู้ที่เป็นได้รับความศรัทธาเลื่อมใสสู้พระท่านไม่ได้ก็จะให้ท่านทำในด้าน เป็นผู้ที่มีการสั่งสอนหรือว่ามีความรู้ทางด้านใช้ความคิดให้ปัญญาที่แท้เป็นปัญญาอันบริสุทธิ์จริงเป็นหลักการทางหลักวิชาทางด้านสมองทางด้านทางปัญญาซึ่งไม่ใช่เรื่องของงานที่จะมาเกี่ยวกับวัตถุดินน้ำไฟลมอะไรมากนักเราจะเข้าใจซับซ้อนเพิ่มขึ้นเราจะมีหน้าที่แบ่งหน้าที่แบ่งกิจกรรมสอดร้อยเป็นประสานกันแล้วก็จะพากันเจริญเพราะทุกคนรู้หน้าที่ทุกคนรู้ความเชื่อมโยงสืบต่อเป็นไปรวนแล้วแต่เราจะเห็นว่าเมื่อมันไปเกี่ยวข้องถึงอื่นๆเข้าไปอีก ตัดลดลงมาจากจิตเราเรียกสมมติฐานทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นพูดได้ปรมัตถสัจจะก็คือผู้รู้สมมติสัจจะด้วยแล้วเราจะมีการงานที่เป็นสมมติสัจจะอย่างเจริญอย่างเหมาะสมอย่างดีเพราะจิตรู้เพราะจิตไม่ยึดถือเพราะจิตยอมเพราะจิตฉลาดอย่าให้ทำอะไรมันก็ทำตามความเหมาะจริงๆตามความควรจริงๆตามความดีจริงๆมันไม่ดื้อด้านเลยมันเป็นจิตที่ว่านอนสอนง่ายมันเป็นจิตอ่อนไม่ใช่อ่อนพวกเปาะแปะๆๆแต่มันอ่อนเพราะว่าง่ายมันสุภาพมันเรียบร้อยมันไม่ดื้อดึงมันไม่กระด้างมันอาละวาดก็ยากเพราะมันรู้ดีแล้วมันอ่อนน้อม ความดีความถูกต้องมันไม่แข็งกระด้างจริงๆมันเป็นดื้อมันไม่เป็นจริงเลยเพราะฉะนั้นทุกอย่างเร็วไม่มีอะไรเสียเวลาที่จะต้องสะดุดถ้าเห็นชัดเจนจะทักจะท้วงกันบ้างในความที่มันเห็นว่าอันนี้ควรแก้ไขก็จะทักท้วงทักท้วงแล้วเสร็จเมื่อตัดสินก็ตัดสินเร็วแล้วก็มีจัดการงานเดินบทบาทต่อเนื่องกันไปอย่างเร็วแล้วก็ราบรื่นไปเพราะไม่มีอะไรดึงทิ้งไว้อีกไม่มีอะไรหน่วงเหนี่ยวอีกทุกอย่างก็เหมือนกับปล่อยแรงเต็มแรงเพราะฉะนั้นการสร้างสรรค์ก็จึงเกิดได้อย่างมากมีประสิทธิภาพสูงและอธิบายอย่างมีประสิทธิภาพฟังแล้วจะเข้าใจถึงว่าคนเราเจริญทุกอย่างจะอุดมสมบูรณ์จะมีมากมีมวล จะรังสรรค์กันอย่างเจริญดีถ้าใครเข้าใจเพราะฉะนั้นเราเข้าใจแล้วยังเหลือแต่ว่าฝึกตนอย่าให้ขี้เกียจอย่าให้รังเกียจเข้าใจให้ชัดมันขี้เกียจเป็นกิเลสเป็นตัวที่จะต้องล้างมันจริงๆขี้เกียจรังเกียจอยู่ทำเข้าทำกับผมหมดขี้เกียจหมดรังเกียจแล้วปัญญาก็แจ้งชัดผู้นั้นไม่ตกงานและผู้นั้นเป็นประโยชน์คุณค่าจบอยู่ในคำว่าเราไม่พักเราไม่เพี้ยนเพราะข้าบอกข้าสงสารได้จริงๆเพราะเรามีศรัทธาในสัจจะที่ทรงขึ้นเป็นขึ้นในตัวเราเองเพราะงั้นผู้อื่นไม่ได้ถูกว่าผู้ใดผู้ใดก็ไม่ได้ถูกหลอกแก่ผู้นั้นผู้นั้นแจ้งเด็กปัญญา เราเองถึงเรียกว่าเป็นผู้ตรัสรู้เป็นผู้มีญาณทัศนะวิเศษขอให้ทุกคนพิสูจน์ความจริงเหล่านี้ให้ชัดๆอย่ามาหลงงมงายในภาษาแต่ต้องมีสัจจะสภาวะความจริงและอาตมาก็จะเห็นคนอื่นก็จะเห็นคนจริงที่เป็นจริงที่ถูกต้องจริงอยู่ในโลกอันพิสูจน์ได้