260527-658 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ010.txt
เนื้อหาในไฟล์
ปฏิสังขาโยนิสโภปิณฑะปาตังประจำวันศุกร์ที่ 27 พฤษภาคมพุทธศักราช 2526 ณตอนนี้ได้พยายามแนะนำในเรื่องสัจจะให้เข้าใจในสัจจะแต่ก็ยังไม่ได้ขยายเรื่องสัจจะที่เรียกว่าปรมัตถสัจจะกับสมมติฐานเอาไว้สักวันจะขยายให้ฟังแต่ตอนนี้ก็ขอให้เข้าใจให้ลึกซึ้งมหัศจรรย์นั้นเป็นความจริงโดยส่วนนอกความจริงโดยวัตถุความจริงโดยตัวตนบุคคลเราเขา เป็นด้วยสัจจะที่เราเองที่จะเน้นให้เห็นจริงอยู่ตอนนี้ก็คือสัจจะที่เกิดกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแล้วก็เล็งเห็นถึงสภาพจิตจิตของเราได้ถูกขัดเกลาจิตของเราได้ละล้างจานคลายซึ่งเป็นปรมัตถธรรมด้วยเริ่มต้นก็ไปหาแก่นที่สูงสุดเริ่มต้นละทางจิตล้างทางจิตเป็นท่านเรียกว่าอภิธรรมหรือปรมัตถธรรมให้มันเป็นเป็นสภาพจริงแล้วเราก็จะต้องรู้จริงจนเราชื่อจนเรามั่นใจปัญญารู้ความเชื่อถือเชื่อจากของจริงที่เกิดจริงเป็นจริงเราลดเราจะระคาย ทำแล้วมันมั่นคงขึ้นเห็นผลเห็นผลประโยชน์เป็นรสสัจจะรสอันล้ำเลิศของสัจจะก็จะรู้เองว่ามันเป็นรถอันล้ำเลิศที่เรายินดีพอใจในรถนี้ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ว่ารถอะไรเลิศที่สุดอะไรหนอที่เป็นรถที่ล้ำเลิศที่สุดเพราะสัจจะเป็นรถที่ล้ำเลิศที่สุดเพราะฉะนั้นสัจจะที่เป็นโรคจะเริ่มที่สุดไม่ใช่มีสัจจะอะไรเป็นรถของมันสอดคล้องกันกับสภาพของวิมุติรถติดรถเป็นรถเล่อเป็นธรรมรถที่เลิศเพราะฉะนั้นมันสอดคล้องกันอยู่มันรถสัจจะที่เลิกกับรถวิมุตรถที่ไม่มีรถ รถทีมใหม่บำเรอรถที่ไม่เสพสมแต่มันว่างมันวางมันปล่อยมันสบายมันเบาเมื่อถึงที่สุดแล้วเป็นอย่างนั้นแต่ยังไม่ถึงที่สุดแล้วคุณก็จะเห็นของจริงจะเชื่อถือเชื่อมั่นได้ว่ามันจางกลายมันง่ายขึ้นจะมีสภาพที่เราจะเห็นบทบาทลีลาความเป็นอยู่ความเกี่ยวพันความดึงดูดความปลอดภัยเราจึงจะเกิดปัญญาในทางปฏิบัติธรรมเห็นความละล้านนายพรายจืดจางปล่อยคลายไม่ไม่ติดไม่ดูดแล้วก็จะ
อ่านต่อ
เห็นความจริงเป็นรถที่ไม่ใช่โลกีย์ในรถเป็นแต่ว่าเป็นธรรมรสหรือว่าเป็นวิมุติรถเป็นสัจจะเป็นความจริงความเห็นจริงมันต้องบอกว่าเราปฏิบัติธรรม เราอ่านไม่ออกมองไม่ออกถึงอาการจิตถึงสภาพที่กำลังพูดอธิบายด้วยภาษาให้ฟังเนี่ยแล้วเราก็ไม่เข้าใจไม่เห็นจริงสัมผัสของจริงไม่ได้ไม่ถึงก็ยากที่เราจะเกิดศรัทธาตัวจริงแต่ถ้าเผื่อว่าเราเห็นจริงสัมผัสได้อ่านออกแม่นแท้เราจะเห็นสภาพสัจจะนั้นและจะเกิดศรัทธาตัวจริงแนวคิดแนวความเห็นแนวความยินดีและมันก็เป็นไปตามทางนี้ด้วยจริงๆบางคนเห็นมีการเห็นว่ามันว่างลงเบาลงแล้วรถก็รู้สึกว่าตัวเองว้าเหว่ตัวเองชื่อและตัวเองก็ไม่พอใจไม่ยินดีโอ้สู้ไปมีรถไม่ได้แล้วนี่แสดงว่ายังไม่เข้าใจใน สัมมาทิฏฐิตั้งแต่เบื้องต้นว่าโลกุตตระนั้นเป็นไปเพื่อความจางคลายและหมดสภาพแล้วต้องกล้าหาญเราต้องมีความเข้าใจอันนี้แล้วเราจะเอาอันนี้จนเกิดจิตเกิดปัญญาเองจริงๆเลยว่าเรายินดีพอใจที่จะอยู่อย่างสบายง่ายว่างจากรถพวกนี้เพราะเราจึงไม่เป็นปมด้อยไม่น้อยเนื้อทำใจไม่ริษยาไม่อยากจะไปแข่งไปขันอะไรเขาจริงๆแต่เราก็อยู่กับเขาได้เขามีอะไรอะไรเราก็สัมผัสเฉยว่าจริงๆแตะต้องกระแทกกระทั้นยังไงก็ไม่ได้กระเทือนหวั่นไหวอะไรเลยจริงๆมันถึงจะถือว่ามั่นคงหรือตั้งมั่นหรือไม่หวั่นไหวหรือจะเรียกเป็นภาษาบาลีจะ ไม่หวั่นไหวอย่างใดๆนะคำปฏิหรือว่าเณรชาอะไรก็ได้ทั้งนั้นมันไม่ไหวไม่หวั่นไม่กระเทือนไม่สะเทือนสะท้านมันนิ่งเงียบอยู่อย่างเบิกบานร่าเริงพอใจไม่น้อยหน้าไม่น้อยตาอะไรเขาไม่เป็นปมด้อยพรหมรสอะไรเป็นผมน้อยผมหน้าน้อยน่าเสียดายอะไรเลยนะสัจจะที่กำลังเน้นนี้เป็นสัจธรรมโลกุตระเป็นสัจจะที่ไม่ใช่ไปเสพสมแบบโลกิยะก็ขอให้เข้าใจสัจจะอันนี้และขอให้เข้าใจคำว่าศรัทธาดังที่ได้พยายามอธิบายให้พิสดารมามากมายนี้จำแล้วซ้ำอีกให้เข้าใจว่าศรัทธาไม่จำเป็นตามเชื่อใดๆแต่ต้องมีสัจจะปรากฏ มีสัจจะปรากฏทรงขึ้นตั้งขึ้นเป็นขึ้นเห็นรูปลอยแห่งความละปล่อยเห็นความบริจาคเห็นความวางออกเห็นความไม่ติดไม่ยึดสิ่งเหล่านี้ว่าด้วยภาษากล่าวด้วยภาษาและเราก็ไปสู่เรามีจิตใจยินดีพอใจในเรื่องของโลกุตระอย่างนี้จริงเราเป็นคนพันธุ์เดียวกันกับพระพุทธเจ้าแล้วเราเป็นคนเผ่าเดียวกันพันเดียวกันกับพระพุทธเจ้าที่ป่าเป็นพระพุทธเจ้าท่านก็เป็นอย่างนี้จนกระทั่งท่านปรินิพพานดับสูญไปแล้วตลอดพระชนม์ชีพ 45 พรรษาท่านจะสูญกับความเบิกบานร่าเริงด้วยอันนี้ด้วยสัจจะอันนี้ผู้ใดที่จะเป็นไปตามคิดว่าเรา มาเป็นลูกของพระพุทธเจ้ามาเป็นเผ่าพันธุ์พระพุทธเจ้าจิตใจก็จะต้องมาเป็นแล้วจิตคุณจะรู้เองว่ามันยังฝืนอยู่แล้วมันยังอยากไปทางโลกีย์คุณก็จะรู้หมดอยากไปทางโลกีย์แล้วมันมาทางนี้โดยจริงสนิทมากสนิทน้อยคนจะรู้ว่าคุณเองไม่มีไหวไม่มีแววคนจะรู้คุณเองหรือมีไหวมีแวบอยู่คุณจะรู้ของคุณเองนี้เรียกว่าจะยิ่งมีเวลานานวันนานปีนานเดือนมากปีเข้าก็ยิ่งเห็นชัดคุณก็จะทบทวนได้สอบทานได้ของตัวเองพยายามระลึกดูอย่าหลงอย่าเข้าใจเอนเอียงเข้าข้างตัวอย่างสกปรกเกลื่อนๆเราต้องเซาะดูจริงๆให้ละเอียดแยบคายว่ามันมีอะไรซุกแทรก ไม่มีอะไรซ่อนพลังมันมีอะไรบังเราไม่ได้ปกปิดตัวเองอยู่อย่าให้มันมีเมื่อไม่มีแล้วเราจะรู้ความจริงที่เรียกว่าสัจจะมีรู้ว่ามีเหลือน้อยหรือว่าเหลือน้อยเหลือมากรู้เหลือมากแม้เหลือน้อยแล้วแล้วเราก็ปกปิดอำพรางมันเลยแล้วก็หลงตัวเองก็หมดมันเป็นได้ง่ายๆนะสำหรับคนที่หวงแหนกิเลสกิเลสมันก็มีบทบาทของมันเหมือนกันมันก็จะดึงเอาไว้เพราะเราต้องพยายามแยกขายดูให้ดีใจเย็นๆได้ดีขนาดนั้นก็ดีแล้วได้ดียิ่งขึ้นก็ดีอีกได้จนสนิทจนเต็มจนสมบูรณ์บริบูรณ์คุณก็จะรู้สภาวะแห่งสัจจะและความเชื่อหรือศรัทธาจริงนี้จะเป็นศรัทธาที่เต็มจนกระทั่งถึงดังที่ได้ยกศรัทธาส่วนมาอ้างอิงมาประกอบให้ฟังแล้วว่ามันจะถึงขั้นเต็มครบถึงขั้น วิมุตเจโตวิมุตติปัญหาอาสวะมิได้เข้าถึงแล้วแลอยู่เป็นปัจจุบันนั่นเทียวอย่างนั้นจริงๆเลยเรียกว่าเต็มครบศรัทธาอย่างอื่นก็มีพักพร้อมแล้วก็ได้แนะนำและทาสูตรมาแล้วคนที่ยังติดใจในเรื่องการว่าเป็นพระธรรมกถึกไม่ได้ไม่องอาจเจ้ากล้าในการที่จะเข้าสู่บริษัทแสดงธรรมแก่บริษัทให้เข้าสู่บริษัทได้เกิดจะแสดงธรรมโดยภาษายังไม่ได้ก็แสดงธรรมด้วยกายเพราะเราอยู่กับบริษัทอื่นบริษัทไหนเราก็ฝึกฝนการมาเป็นพระเราจะไปงานรับนิมนต์เข้าไปยังบ้านเข้าไปยังเรือนก็ไปอย่างโน้นอย่างนี้แล้วก็แสดงกายจะทำแสดงว่าที่ทำให้ผู้เป็นภันเต แสดงว่าจีทำรับหน้าได้ครบครันก็ให้ท่านรับเรารับไม่เป็นเราก็ฝึกปรือไปมันจะอาจหาญแก้วกล้าเข้าสู่บริษัทแม้ยังแสดงไม่ได้ทั้งปากทั้งกายกรรมให้มั่นคงเราก็เท่ากับเราเองเรามีแล้วหรือยังไม่มั่นคงทางกายทางสัมผัสทั้งกายเราก็จะได้รับบทเรียนแบบฝึกหัดและมั่นคงแน่ใจศรัทธาตนเองเชื่อมั่นในตนเองเกิดจริงมีจริงไล่ระดับไปเรื่อยๆแม้ที่สุดเราไม่มีความสามารถเราไม่มีบุญบารมีที่จะแสดงธรรมของทางภาษาได้เป็นสุขวิปัสสโกเป็นพระอรหันต์ทางด้านที่เรียกว่าไม่มีนิรุตติภาษาไม่มีปฏิภาณที่จะแจกแจงใช้ภาษาอะไรก็ได้แต่เราก็จะอย่างน้อยก็มีอัตถะ ธรรมะที่เป็นเชิงชั้นเราอาจจะไม่เก่งเชิงชั้นต่างๆแต่เรามีอัตถะมีแก่นสารที่ได้อาศัยได้พึ่งพาแล้วไม่ต้องมีมานะที่ว่าเราเองแสดงอย่างเขาไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านสอนเราไม่ต้องมีมานะไม่ต้องเราได้สีนั้นบริสุทธิ์แล้วก็ไม่ต้องอยากสอนเขาอะไรให้เป็นกิเลสมองตนแล้วก็มีที่พักพิงของตนได้เท่านี้ก็ว่าไปถ้าแม้ว่าเราเองจะพอเป็นไปได้คอยเด็กฝึกฝนสามารถสอนผู้อื่นบอกผู้อื่นแนะนำผู้อื่นได้นิดได้หน่อยก็เป็นไปเองตามบุญบารมีที่จะเกิดตามกรรมถ้าผู้ใดไม่ได้สั่งสมกันมามันก็ไม่มีมากถ้าผู้ใดได้ส่งสั่งสมคำนั้นมามันก็มีมากมันเป็นธรรมดาเองมันขอให้พวกเราได้ยา อิจฉาใจเข้าใจให้แม่นอย่ารู้สึกว่ามันวางใจไม่ได้มันเดือดร้อนมันหงุดหงิดมันมีมานะน่ะตัวเราเองมันไม่ได้ดังเขาแล้วเราก็นึกน้อยเนื้อต่ำใจนึกท้อแท้นึกหดหู่ไม่อาจหาญร่าเริงก็เพราะระหว่างสภาพอย่างนี้ไม่ได้เพราะสภาพว่ามันเป็นไรหรอกเราได้อย่างนี้ก็อย่างนี้ก็ดีแล้วสิ่งที่ได้เราก็มีอยู่สิ่งที่อาศัยเราก็มีอยู่สิ่งที่มันยังไม่ได้ยังไม่เจริญกว่านั้นก็ไม่ต้องไปกังวลอะไรเจริญได้ก็เอาเจริญไม่ได้ก็เป็นไปตามนี้สิ่งที่ดีมีได้อาศัยแล้วก็น่าจะเข้าใจตนเองไม่น่าจะให้มีกิเลสซ้ำซ้อนขึ้นมาเป็นมานะทำให้ตนเองไม่แคล้วคลาดในการปฏิบัติอย่าง ท่าพระจันทร์ล่าผจญกล้าเป็นไฟร่วมรวมกับหมู่ไปอะไรก็ได้ไปไม่ต้องหลบไม่ต้องเลี่ยงถ้าเป็นหลบๆเล็กๆอยู่มันจะช้าถ้าไม่หลบไม่เลี่ยนเป็นไปโดยไม่หาไม่เหิมเกินไปเกินแรงเกินฐานะเราก็ไปชนดับประจำไปจนดับไปอย่างนั้นก็ไม่ดีก็ต้องรู้ความจริงอีกเหมือนกันแต่พอเป็นพอไปได้ขนาดนี้พอผจญประจำไปจนได้เราก็จะเป็นผู้ที่ได้รับสารัตถะพวกนั้นตามความจริงที่เราได้ประพฤติปฏิบัติต้องอบรมตนต้องมีแบบฝึกหัดอยู่ดีๆมันมาเองเอาคนนั้นจับยัดคนนี้จับยัดไม่มีไม่เป็นไปได้เลยทุกอย่างต้องมาจากการอบรมตนมาจากเหตุจะอบรมยุคนี้การนี้ขณะนี้ เมื่อก่อนเมื่อปางไหนยุคไหนชาติไหนก็ตามก็ต้องทำทั้งสิ้นก็ต้องอบรมทั้งสิ้นไม่อบรมตอนนี้ก็ต้องไปอบรมชาติหน้าไม่อบรมชาติหน้าก็ต้องไปอบรมชาติโน้นแล้วจะให้มันช้าไปอีกกี่ชาติเพราะในขณะนี้เรามีโอกาสที่จะได้อบรมมีผู้พามีผู้นำมีเพื่อนพ้องพอได้อาศัยพอได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันล้มกันเจ็บอะไรหรือว่าพอช่วยปัดเป่าพอช่วยบังช่วยครางไม่ใช่ทางช่วยบังช่วยคุ้มกันอะไรให้แก่เราบ้างมันก็มีการเกื้อกูลระหว่างมิตรดีสหายดีเพื่อนดีด้วยกันนี้อยู่มันโอกาสอันดีแล้ววางใจตัวที่เป็นจุดควรวางได้ปล่อยสิ่งที่ควรปล่อย แล้วก็ฝึกหัดฝึกฝนกระทำไฟอย่างสบายๆเป็นสุขาปฏิปทาสิ่งที่มันไม่ถูกฐานะไม่ถูกตัวไม่ถูกตนเกินฐานะหรือน้อยไปก็ต้องพยายามให้มันแข็งแรงขึ้นมาได้ไปก็ให้พยายามเต็มขึ้นมาในสภาพที่กล่าวไปแล้วเป็นพิสดารร้ายในชั้นมากทั้งน้อยก็ขอฟังให้ดีๆขอให้ฟังให้ดีๆก็พิจารณาแก่ตนเราจะได้สัจจะและเราจะเกิดศรัทธาอันมีปัญญาครบครันเป็นปัญญาวิมุตติวิมุตอันสมบูรณ์เป็นที่สุดได้ [ไม่สามารถถอดข้อความได้]