170000-D มหาปรินิพพานสูตร ตอน04(อานิสงค์ของศีล)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
นางในคืนวันเพ็ญฟ้าดินชวนใจสุขสันต์ของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษา เดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนอนยาวองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปถ้ามหาปรินิพพานสูตรเนี่ยมีอะไรก็ลึกซึ้งเข้าไปอีกเรื่อยๆต่อจากมหาวิทยาลัยก็เป็นเรื่องของสิ่งที่จะสืบต่อเข้าไปในจิตพอมหาปรินิพพานสูตรนี้จะเป็นเรื่องของการประพฤติปฏิบัติเริ่มต้นมาเรื่อยๆตั้งแต่บริหาร อย่าทำต่างๆมาซึ่งจะเป็นหลักเกณฑ์ในการที่จะยังตนยังศาสนาให้รุ่งเรืองไม่มีความเสื่อมมีแต่ความเจริญไปภายหน้าเรื่อยๆและท่านก็ยังยอมเข้ามาเน้นลงมาหาว่าพระพุทธเจ้าสอนนั้นมากที่สุดเป็นพระอุราวัดสติเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดอยู่เสมอทำให้มากอยู่เสมอสิ่งที่ท่านสอนเสมอมากมายนั้นก็มีแต่ศีลสมาธิปัญญาและท่านก็เริ่มต้นด้วยเรื่องของการทุกศีลเพื่อทำศีลมาให้บริสุทธิ์มีโทษอย่างไรและก็ศีลเมื่อผู้ใดทำให้ศีลบริสุทธิ์ ฐานะตามธรรมตามขั้นตามระดับแล้วเราก็จะสูงขึ้นสูงขึ้นจะมีอานิสงส์ดีขึ้นเจริญขึ้นอย่างใดอย่างใดซึ่งมีอานิสงส์ต่างๆเราก็ได้ว่าไปแล้วทีนี้ก็ต่อครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคทรงยังพวกอุบาสกชาวปาฏิหารให้เห็นแจ้งให้สมาทานให้อาจหาญให้รื่นเริงด้วยธรรมมีคาถาตลอดราตรีแล้วทรงส่งไปด้วยพระตำหนักว่าดูการค้นหาบทดีทั้งหลายราตรีสว่างแล้วพวกท่านจงทราบการอันควรในบัดนี้เถิดพวกอุบาสกชาวปาฏิหาริย์ รับประจำหลักของพระภูมิภาคแล้วลุกจากอาสนะถวายบังคมพระผู้มีพระภาคกระทำประทักษิณรีกไปแล้วลำดับนั้นเมื่ออุบาสกชาวปาฏิหาริย์ไปแล้วไม่นานเพราะผู้มีพระภาคเสด็จเข้าสู่เด็กเข้าสู่สุญญากาศแล้วแค่นี้เองจากคำสอนหรือว่าคำอธิบายเอาไว้นี้ต้องฟังดูดีๆเพราะผู้มีพระภาคสอนญาติโยมสอนชาวประชาชนในสมัยนั้นเนี่ยซ้อนกันแต่ที่นี่พระพุทธ
อ่านต่อ
เจ้าไปตั้งแต่ นัดเวลารุ่งเช้าพระพุทธเจ้าทรงถือบาตรและจีวรพร้อมด้วยฉันก็ไปที่ยังบ้านชาวปัตตานีครามแล้วก็ไปฉันที่บ้านเขาฉันเสร็จแล้วก็สอนอะไรต่ออะไรต่างๆน่าสนใจเกี่ยวกับช่างหมดเรื่องสีเรื่องอะไรต่ออะไรดูโทษของสิ่งของอะไรเสร็จแล้วปรากฏว่าพระพุทธเจ้าบอกว่าดูการค้นหาพอดีทั้งหลายราตรีสว่างแล้วสอนไปกี่ชั่วโมงกี่ชั่วโมง 24 ชั่วโมงก็คงจะฉันข้าวกว่าจะเสร็จกว่าจะลงมือสองก็คงจะไปตกไปสายไปบ่ายแล้วก็สอนไป นิราตรีสว่างแล้วพวกท่านจงทราบการอันควรณบัดนี้เถิดเอาล่ะขณะนี้คงพอแล้วนะซองกันจนสว่างแล้วแล้วพระพุทธเจ้าก็ลูกหลับแล้วนี่เป็นต้นจะเห็นได้ว่าเขาใส่ใจทำก็ฟังธรรมเขาติดต่อธรรมะกันจนกระทั่งไม่รู้กินรู้อยู่เลยมึงก็พวกคุณเนี่ยสนใจทำฟังธรรมะ 2 ชั่วโมง 3 ชั่วโมงถ้าผมจะพูดอยู่ก็นั่งฟังกันไปคนที่ติดมากหรือว่าคนที่ยังรื่นเริงในธรรมอยู่มากก็ฟังไปได้อีกเท่าไรเท่าไรก็ไม่มีการจะตีกรอบหรือแม้แต่คนธรรมดาที่ผมไปบรรยายธรรมะอยู่ที่วัดมรณะอยู่ที่ไหนก็ดีก็นั่งฟังติดต่อฟัง 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงเขาก็นั่งฟังอยู่ได้อย่างนั้นแหละ 5 ชั่วโมงก็ไปนั่งฟังอยู่นั่นแหละพูดไปเถอะถ้าเราขยันพูดถ้าเราสามารถพูดทีนี้พระพุทธเจ้ากับผมจะเอาไปเทียบกันไม่ได้พระพุทธเจ้าท่านพูดยังไงฉันก็พูดได้กี่ชั่วโมงถึงก็พูดได้เพราะว่าท่านเก่งมีวัดศรีเข้าคลองมีความเชี่ยวชาญชัดเจนจริงๆแล้วท่านก็พูดให้คนได้ปรุงได้ในขณะที่คนไม่เบื่อด้วยเราจะไม่เบื่อแล้วก็คนรุ่งเรืองในธรรมด้วยมันก็ยิ่งมีผลอุปการะกันสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นคนก็ติดฟังได้กี่ชั่วโมงชั่วโมงฟังได้เพราะว่านกดูเทียบเคียงได้ว่าผมกับพระบางองค์พูดธรรมะ 30 นาทีนี่ก็หลับแล้วหลับอีกอยากจะลุกแล้วอยากจะลุกอีกบางคนบางคนพูดชั่วโมงนึงก็ไม่ไหวแล้วอยากจะลุกทนไม่ได้บางคน 2 ชั่วโมงก็ บางคน 3 ชั่วโมงเมื่อเราคำนวณดูคนอื่นกับตัวเราแล้วถ้ายิ่งเป็นตัวเราถ้าเราเองเรารื่นเริงในธรรมฟังธรรมแล้วก็เกิดรถเกิดชาติเกิดอะไรต่ออะไรเข้าไปมากๆแล้วด้วยมันก็ยิ่งฟังได้ฟังดีฟังไปฟังไปชั่วโมงแล้วเหรอบางทีก็นั่งผูกกันไปนั่งฟังกันไปแม้แต่บางทีอยู่ที่บนศาลานี้กินข้าวเสร็จแล้วก็คุยกันไปพูดกันไปบางที 16:00 น แล้วเราก็นั่งอยู่บนเนี่ยกินข้าวเสร็จก็ยังไม่ได้ลุกไปไหนก็อยู่ตรงนี้เป็นต้นซึ่งเราจะเทียบเคียงหรือว่าจะพยายามดูก็จะเข้าใจได้เห็นได้แล้วก็เทียบเคียงถึงการเวลาถึงสมัยพระพุทธเจ้า สมัยนี้ได้ว่ามันเป็นไปอย่างนั้นจริงผู้ที่ใฝ่ธรรมก็ย่อมเสพทำย่อมรื่นเริงในธรรมย่อมอิ่มในธรรมปิติในธรรมเลี้ยงชีวิตอยู่ได้มันไม่มันไม่ประหลาดอะไรมันเป็นเรื่องธรรมดาก็เป็นไปจริงถ้าผู้ใดไม่ใฝ่ธรรมฟังธรรมได้หน่อยนึงก็ต้องลุกหนีก็ไปฝ่ายอย่างอื่นไปเสียอย่างอื่นแต่เขาเสพสิ่งที่เขาติดบางทีก็นั่งจมอยู่ในอบายมุขอยู่ได้เป็นวันเป็นคืน 2 วัน 2 คืนปวดเมื่อยร่างกายขนาดไหนเขาก็ทนเพราะจิตมันพาให้อยู่แต่คนนั่งเล่นภายในนึกถึงตัวเองถึงตัวผมสมัยก่อนนั่งทำเล่นอยู่ได้วันเป็นวันเป็นคืนมันทั้งวันทั้งคืนต่อกันไปบิดแล้วบิดอีกนะร่างกายน่ะปวดแล้วปวดอีกนะมันก็ยังโดนเล่นอยู่นั่นแหละไอ้ไผ่ ก็เล่นอยู่นั่นแหละมันก็จิตมันผูกไว้กายน่ะมันจะแย่แล้วนั่งทั้งนั่งทั้งเปลียนอริยบททั้งอะไรต่ออะไรสารพัดสารภีปวดแล้วก็ปวดอีกทรมานแล้วทรมานอีกมันก็ยังไม่รู้ความทุกข์ความทรมานไม่เห็นความทุกข์ไม่เห็นความทรมานแม้กายมันจะทุกข์ทรมานปานใดมันก็ไม่เห็นเพราะจิตมันติดจิตมันยึดจิตมันหนาแน่นจิตมันหลงมันมัวเมามันเป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ทีนี้เมื่อเราเองเรามาฟังในธรรมเนี่ยมันกลับเป็นเรื่องสงบบางทีกายอาจจะมีบ้างแต่มันทำให้กลายสงบด้วยนะฟังธรรมแล้วกายก็สงบอะไรก็สงบเพราะงั้นมันทนได้มากกว่าไปเล่นในทางโลกทางโลกมีแต่ปรุงสนุกเข้าไปแล้วก็มีรสชาติแล้วก็ มีรสชาติเรียกว่ามีรสชาติเลี้ยงไว้แต่ไอ้นี่มันเอาความสงบเรียบร้อยสงบเล็งไว้เพราะฉะนั้นการที่จะหยุดกายก็ไม่เดือดร้อนเท่าไหร่เรื่องการปวดเมื่อยเรื่องอะไรต่ออะไรน้อยลงน้อยลงผมมาทางด้านธรรมะกายก็สงบว่าจีสงบจิตสงบเพราะจิตสงบเป็นต้นทุกอย่างมันก็เลยสงบสงบสงบสงบลงไปถูกย้อมลงมาทางสงบสงบสงบลงมาเรื่อยถ้ายิ่งนานเข้ามากเข้ามากเข้าก็ดึงกันไปสู่ทางด้านสงบได้หมดกายสงบไว้ที่สงบจิตสงบไปด้วยในตัวนี่ก็อธิบายผสมอธิบายประกอบให้ฟังถึงว่าพระพุทธศาสนาพระพุทธเจ้าก็ฟังธรรมกันนานทั้งวันทั้งคืนบ่อยๆอะไรจะเห็นได้ในพระสูตรนี้บ่อยๆเลยอธิบายกันทั้งวันทั้งคืนอะไรก็ได้เงินบ่อยๆ แต่เราเองไม่ไหวผมไม่ไหวจริงๆผมทำไม่ได้ผมยังไม่มีความเก่งกล้ายังไม่มีทศพลญาณถึงขนาดพระพุทธเจ้านั้นแล้วก็สมัยนั้นสุณีพระและวัดสักการะอมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐสร้างเมืองในปาฏิหาริย์เพื่อป้องกันพวกเจ้าวัชชีก็สมัยนั้นเทวดาเป็นอันมากนับเป็นพันๆหวงแหนที่ในปลาแต่ละคำพระเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่หวงแหนที่ในส่วนใดจิตของพระราชาและราชอำนาจผู้มีส่วนใหญ่ก็น้อมไปเพื่อจะสร้างนิเวศในส่วนนั้นเทวดาสัตว์ใหญ่เทวดาชั้นกลางหวงแหนที่อยู่ในส่วนใดเขตของพระ พระราชมหาอำมาตย์ชั้นกลางก็น้อมไปเพื่อสร้างนิเวศในส่วนนั้นเทวดาชั้นต่ำหวงแหนที่ในส่วนใดจิตของพระราชาและพระราชมหาอำมาตย์ชั้นต่ำก็น้อมไปเพื่อสร้างนิเวศในส่วนนั้นพระผู้มีพระภาคได้ทรงเห็นเทวดาเหล่านั้นนับเป็นพันๆหวงแหนที่ใน ก็จะเห็นตามเทวดาหรือว่าจะต้องน้อมน้อมตามเทวดาเหล่านั้นอย่างนี้ก็หมายความว่าพระราชานั้นก็จะต้องตามด้วยฟังดูดีๆนะถ้าเราคิดว่าพระพุทธเจ้านี่มีตาทิพย์เห็นเทวดาลอยฟ่องมาขอให้พระราชาเพราะว่าเทวดาเหล่านั้นหวงแหนหวงแหนที่หวงแหนทางวงแหวนอะไรต่ออะไรแล้วก็พระราชาก็ต้องไปสร้างไปก่อไปต่อไปเติมไปสร้างนิเวศน์สร้างต่อเขตขัณฑ์ภาษีมาอะไรออกไปตามเทวดาเหล่านั้นก็แสดงว่าพระราชานี่ก็ต้องตาคิดด้วยเห็นเทวดา หวงแหนที่ตรงนี้ที่ตรงนี้ก็ต้องไปสร้างด้วยเพราะเทวดาเขาเป็นคนชี้บอกนี่นะพระเทวดานั้นก็พวกราชานี่ก็ต้องเห็นด้วยแต่เปล่าเทวดาพระพุทธเจ้าเห็นเทวดาแต่ราชาไม่เห็นเทวดาหรอกราชาไม่เห็นเทวดาราชานั้นถูกเทวดาชี้เทวดาอยู่ไหนเทวดาอยู่ในร่างมนุษย์เทวดาไม่ใช่สิ่งที่เหาะลอยฟ้าเทวดาก็คือมนุษย์คือคนในเขตแคว้นแดนดินของพระราชานั่นเองไม่ใช่อื่นหรอกแต่ว่าคนในเขตแคว้นแดนนั้นก็มีจิต มีวิญญาณจิตวิญญาณอันดีที่เห็นเหมาะควรที่ตรงนี้เนี่ยควรจะอยู่ได้เหมาะสมควรจะเป็นสถานที่เป็นนิวาสที่ควรจะขยับขยายควรจะกระทำให้พอเหมาะพอสมเพราะว่าคนเราก็มากขึ้นแล้วหนอถิ่นที่มากขึ้นเพราะฉะนั้นต้องขยับขยายให้เป็นที่ทำมาหากินให้เป็นที่เป็นในทางดีจิตที่ดีจิตที่สูงเรียกว่าจิตเทวดาความคิดที่ดีที่สุดถูกต้องมากเรียกว่าเทวดาสัตว์ใหญ่ความคิดที่ยังเห็นว่าดีเหมือนกันแต่ยังเป็นไปเพื่อความโลภมากกว่าเทวดาสัตว์ใหญ่ก็เป็นเทวดาชั้นกลางความคิดที่เป็นไปด้วยความโลภมากจะเอาท่าเดียวแต่ก็ดีเหมือนกันเป็นไปในทางดีเหมือนกับเทวดาสักต่ำก็หมาย แต่ก็ดีเหมือนกันได้สิ่งนี้มาเป็นสิ่งนี้ทำสิ่งนี้มีความคิดคือมันเรื่องของความคิดเท่านั้นเป็นเรื่องของจิตเท่านั้นเห็นไปในทางดีดีดีดีดีดีเหมือนกันถ้าคิดว่านี่สิมีที่เจ้าชู้จุ๊ๆๆเราก็จะได้ก่อสร้างเยอะๆเราจะได้ทำไร่ทำนาเยอะๆนี่ก็เป็นความคิดที่ดีแล้วแต่แฝงไว้ในความคิดที่ดีมีที่เยอะๆเป็นของเราหรือว่าทำที่เยอะๆออกไวมากๆจะได้ก่อสร้างจะได้ทำไร่ทำนาจะได้ปลูกสวนอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเป็นความคิดที่ดีแฝงเป็นความคิดที่ดีคือความโลภถ้าเป็นของเราคนดีพระเทวดาที่มีความคิดคิด แต่จะทำหรือเปล่าบางคนหวงที่เอาไว้เนี่ยเป็นที่เยอะๆเยอะๆแต่ไม่ทำอะไรหรอกไม่มีกายกรรมมีแต่ความคิดมีแต่มีแต่มโนเพราะความคิดเหล่านี้แหละถ้าเป็นไปเพื่อโลกมากก็เป็นเทวดาต่ำถ้าเป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์เป็นไปเพื่อความดีเป็นเพราะความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลไม่ได้เป็นไปเพื่อความเห็นแก่ตัวอาจจะทำนาให้มากๆจะทำไร่ให้มากๆก็เป็นความคิดที่ดีทำแล้วก็เอาแจกจ่ายชาวบ้านชาวเมืองก็ไม่ได้มากๆโอ้ยเป็นเทวดาสัตว์ใหญ่ภรรยาทำนามากๆทำได้มากๆเสร็จแล้วจะได้เป็นของเราเราจะได้รวยลาภรวยทรัพย์มากๆแล้วจะได้หวงแหนไว้มากๆใส่ปี๊บใส่ตุ่มฝังดินไว้เทวดาก็สั่ง ซ้อนกันซ้อนกันเป็นเทวดาสักต่ำเพราะฉะนั้นคนที่คิดอย่างนี้คนที่มีจิตมีภูมิจิตไปในทางดีเป็นจิตสูงอย่างแท้จริงสูงอย่างสูงจิตสูงอย่างกล้าพระพุทธเจ้าย่อมมีทิพย์ประจักษ์สุพรรณบริสุทธิ์ล่วงจักษุของมนุษย์คือหมายความว่ามีปัญญานั่นเองตาทิพย์ก็หมายถึงตาปัญญาจัดส่งคลิปสาธิตก็คือตาปัญญาเป็นตาพุทธะท่านสามารถหยั่งญาณหยั่งรู้ความละเอียดละออของจิตของคนคนนี้มีจิตอย่างไรขอให้เกิดอย่างนี้คนนี้มีจิตอย่างไรผสมกันอยู่จิตเต็มไปด้วยอะไรผสม ไปอยู่มีส่วนไหนมากส่วนน้อยๆพระพุทธเจ้าย่อมรู้ชัดกว่าเทวดาชั้นสูงศักดิ์ใหญ่เทวดาชั้นกลางเทวดาชั้นต่ำพระพุทธเจ้ามองออกแทงทะลุดูได้รู้ทีเดียวเห็นแต่พระราชาไม่เห็นหรอกไม่เห็นจริงๆพระราชาก็เป็นแต่เพียงว่าถูกมนุษย์พวกนี้แหละถูกคนทั้งหลายแหล่นี่แหละผู้ที่มีจิตใจดีอ่าชักจูงเป็นสังขารเป็นสระสังขารด้วยการชักจูงเอาไว้อย่างนี้สิก่อนิเวศน์เพิ่มที่เพิ่มทางออกไปอย่างนี้สิแล้วแต่เทวดาที่มีภูมิจิตต่ำคุณจิตสูงขนาดไหนหรือคือคนนั้นเองมีจิตภูมิต่ำภูมิสูงแค่ไหนชักจูงให้เป็นไปพระราชาก็ทำตาม พระราชาก็ถูกชักจูงไปตามยังไงเป็นต้นนี่เป็นธรรมาธิการชัดๆและเป็นความจริงเพราะงั้นถ้าจะพูดกันเป็นปลุกเวลาอธิษฐานอย่างนี้แล้วก็ไม่ลงตัวเพราะพระราชาไม่รู้หรอกไม่รู้จักเทวดาเทวดามาชักชวนให้ทำอย่างนู้นทำนี้ก็เลยไม่รู้ว่าเป็นใครเทวดาไม่รู้เรื่องหรอกพระราชารู้เรื่องเทวดาอะไรก็ตาทิพย์ก็หวานล่าช้าไม่ได้พระอาทิตย์อย่างที่ว่านี้ก็เป็นอย่างนี้แหละลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคเสด็จลุกขึ้นในเวลาปัจจุบันสมัยแห่งราตรีสมัยก็คือชาวสัตว์เรียกพระอานนท์มารับสั่งว่าดูเกินใครหนอจะสร้างเมืองในปาตานีครามที่จริงพระพุทธเจ้าน่ะรู้แล้วแต่ทีนี้จะต้องกล่าวจะต้องพยายามออกไปเผยแพร่ในเวลาช่วยเหลือโลกนั่นแหละ ว่าจะสร้างเมืองในปาฏิหาริย์พระอานนท์ก็ทูลถามว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญสุนีย์ทะละวัสสการผู้ใหญ่ในมคธรัฐจะสร้างเมืองปาฏิหารเพื่อป้องกันเจ้าพวกเจ้าวัชชีพระอนุชาดูกระดาษผู้ใหญ่ในมคธรัฐจะสร้างเมืองในปาตาเพื่อป้องกันพวกเจ้าวัชชีก็เปรียบเหมือนท้าวสักกะทรงปรึกษากับพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ในที่นี้พระพุทธเจ้าน้อมจากบุคคลเลยเทียบกับภาวะที่เห็นเป็นจริงเลยจากบุคคลพวกนี้กำลังจะสร้างคนมีกำลังจะสร้างวังยายจะสร้างขอบเขตแว่น ป้องกันศัตรูป้องกันอะไรต่ออะไรของเรานั้นก็เหมือนกันกับท้าวสักกะคือจิตผู้เป็นใหญ่จิตราชอยู่ในตัวคนนี่แหละทรงปรึกษากับพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ทรงปรึกษากับทุกข์อาการ 32 อ่าเทวราชเป็นอาการที่ 33 จิตตเทวราชหรือพระสังกะเป็นเทวดาองค์ที่ 33 จึงเรียกว่าดาวดึงส์ปรึกษากับเทวดาชั้นดาวดึงส์หมดในที่นี้เราได้เห็นเทวดาเป็นอันมากนับเป็นพันๆหวงแหนที่ในปาตาด้วยที่ผลิตจากสุพรรณบริสุทธิ์ที่จริงพระพุทธเจ้าท่านด่าฉันด่าว่าหวงแหนที่ทางมันก็เหมือนกันกับหวงแหนที่ตรงนี้ของตัวเอง ผู้ใดหวงแหนที่เขตครามเป็นแผ่นดินก็เหมือนกันก็เหมือนกับท้าวสักกะเทวราชย่อมเห็นเทวดาใหญ่ทั้งหลายแหล่ตัวเซลล์ต่างๆตัวก็ยุ่งกับยามอยู่ในอาการ 32 ต่างๆตัวเองธาตุในตัวของเราเนี่ยมันจะหวงแหนที่ของมันเหมือนกันนี่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าก็เหมือนท่านเห็นเทวดาต่างๆหวงแหนเทวดานับเป็นพันๆหวงแหนในที่นี้ก็เหมือนกันเทวดานับพันหวงแหนที่ในป่าตลิ่งชันเห็นอยู่ในจิตของเขาอยู่ของเขาหวงแหนที่กันโรคจากศพของมนุษย์เทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ของแผนที่ในส่วนใดจิตของพระราชาและพระราชมหาอำมาตย์ผู้มีส่วนใหญ่ก็น้อมไปเพื่อสร้างนิเวศ หมอเทวดาสักใหญ่จะดึงพาไปในมุมใดก็ไปทำตามเทวดาสักยันต์เทวดาชั้นกลางหวงแหนที่ในส่วนใดจิตของพระราชาและพระราชอํานาจชั้นกลางก็น้อมไปเพื่อสร้างนิเวศในส่วนนั้นเทวดาชั้นต่ำหวงแหนที่ในส่วนใดจิตของพระราชาและราชมหาอำมาตย์ชั้นต่ำก็น้อมไปเพื่อสร้างนิเวศในส่วนนั้นดูการอานนท์ที่นี้จะเป็นที่อยู่อันประเสริฐเป็นทางค้าขายเป็นนครอันเลิศชื่อว่าปาฏลีบุตรเป็นที่แก้ห่อพันธะละครปลาทะเลบุตรจะมีอันตราย 3 ประการคือไฟน้ำหรือการยุให้แตกพวก สิ่งใดต่างดงตั้งลงแล้วเป็นสิ่งที่เป็นกลุ่มเป็นก้อนเรียกว่าปะทะปะทะปฐวีปะตัวนี้หมายความว่าเป็นประธานนี่เองเป็นตัวใหญ่ตัวแน่นปะเติมน้ำหน้าตัวไหนที่สำคัญมากพระคือตัวตั้งโรงพระตัวนี้ตั้งอยู่ปฐวีธาตุปฐพีเนี่ยปฐวีเนี่ยตัวนี้หมายความว่าใหญ่หมายความว่าข้องเป็นไปด้วยความใหญ่ด้วยความกว้างและความถูกต้องว่าทวีหรือปฐวีที่เรามาแปลว่าดินจึงคือความรวมกลุ่มรวมหมู่ตั้งอยู่อย่างแน่นแฟ้นเกาะกันอยู่อย่างแน่น หนาอย่างนั้นยิ่งนานเท่าใดก็เป็นธาตุดินที่หนามั่นคงเท่านั้นเพราะฉะนั้นอะไรจะมาทำอันตรายได้คือฝ่ายน้ำหรือการยุให้แตกพวกถ้าเป็นคนที่เกาะกันเป็นกลุ่มเป็นปฐวีธาตุเป็นกลุ่มคนที่แน่นก็จะถูกการยุให้แตกพวกเป็นภัยถ้าเป็นดินเป็นน้ำก็จะถูกไฟเพราะถ้าเป็นดินเป็นเกาะกลุ่มเป็นธาตุดินที่เรียกว่าเป็นธาตุอันอื่นที่ไม่ใช่กลุ่มคนก็จะถูกไฟและถูกน้ำเป็นสิ่งทำลายถูกไฟถูกน้ำเป็นสิ่งทำลายได้ง่ายเอาน้ำมาเทเอาน้ำมาราดประเดี๋ยวค่อยละลายเอาน้ำมาฉีดเอาน้ำมาละเลงออก ตลาดน้ำธาตุที่ดันไหวไปด้วยมวลเคลื่อนไหวไปด้วยมวลละเอียดมูลหยาบไม่ใช่มวนละเอียดมวลหยาบน้ำนี่เป็นสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ด้วยมวลหยาบถ้าสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในมวลละเอียดก็คือลมอ่ะเนี่ยเคลื่อนไหวอยู่เนี่ยมันมีฤทธิ์เหมือนกันแต่ทิศทางให้มันพุ่งด้วยกำลังอำนาจความพุ่งที่เร็วเท่ากันและน้ำมันแรงกว่าเยอะเพราะมันมีมวลหนากว่าใหญ่กว่ามันจะทำให้ทำลายได้เร็วกว่าหรือไม่เช่นนั้นก็คืออำนาจของอุณหภูมิไฟจะสามารถทำลายถ้าเป็นสิ่งที่ร้อนเป็นสิ่งที่แรงเป็นสิ่งที่กล้าก็ทำให้ทำลายแตกสลายไปได้ทีเดียวอัดแน่นเข้า เป็นการเกาะกุมเป็นธาตุเย็นกระทั่งนั้นจนกระทั่งไม่มีที่จะไปก็สลายได้เหมือนกันระเบิดเลยลักษณะการมาทำระเบิดก็คือให้อัดแน่นจนกระทั่งข้างในไม่มีที่อยู่แล้วพลังงานในข้างในมันจนกระทั่งมันมีที่ดันออกมันก็ดันออกพร้อมกันฟื้นเลยระเบิดนั่นคือสภาวะตีกลับถ้าท่านก็ทำนายไว้ว่าต่อไปที่ตรงนี้แหละเมื่อเวลาเทวดาคือจิตสูงจิตที่เห็นว่าตัวนี้ควรตัวนี้ควรตัวนี้ควรอะไรต่ออะไรแล้วก็ขยายออกต่างคนต่างทำไปในทางดีที่ตอนนี้ก็จะกว้างขวางไกลเป็นที่เจริญเจริญไปในทางค้าขายมีเขามีของมีพันธะพันธะคือครุภัณฑ์ต่างๆมี ต่างๆมีการโยงใยกันต่อหน้าพันธะตัวนี้มันมีความหมายไปในทางยังไม่โตใหญ่นักมันเป็นพันธะภาษาเติบโตคือพอสำเภาไม้หันอากาศณฑนางมณโฑมันก็เหมือนกันกับพันธะในทางอีกอย่างนึงเป็นตัวตนชัดก็คือพอสำเภาไม้หันอากาศนหนูธธงสระอะนั่นแหละก็ต้องสระอะพันธะแบบนั้นก็เป็นการเกี่ยวข้องที่ชัดถ้าพันพระแบบนี้ก็เป็นการเกี่ยวข้องอย่างละเอียดอยู่พันธะตัวพอสำเภาครั้งนั้นสุนีย์ถ้าและวัดสักการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในอนาคตรัฐเข้าไปเฝ้าพระ ประภาสถึงที่ประทับครั้นแล้วได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคฉันผ่านการปราศรัยของให้ระลึกถึงกันไปแล้วและยืนอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วได้กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญขอให้ท่านพระโคดมพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จงทรงรับพัดพัดภัตตาหารจงรับพัดของข้าพระองค์เพื่อเสวยในวันนี้ที่ยังภัทรเนี่ยมันมาจากคำว่าพอสำเภาซึ่งแปลว่าเจริญกับตับแปลว่าเป็นฝ่ายโดยต่อ 2 ตัวเลยก็คืออัตตานั่นเองพระบอกอัตราความเจริญความก้าวขึ้นก้าวขึ้นบวกอัตราทำให้ตัวตนใหญ่ตรงนั้นอันนี้เขาจึงหมายความว่าอะไรมันจะทำให้ใหญ่ได้ ตายขันมันก็คืออาหารถ้าหมายถึงอย่างอื่นมันก็ไม่ใช่อาหารแต่ทีนี้ก็เอาคำว่าพัดตัวนี้มาใช้คำว่าอาหารเป็นอาหารพัดปลาอาหารเสริมเอาอาหารเข้าไปบวกเข้าไปด้วยเลยว่าเครื่องยังอยู่เครื่องให้ตัวตนมันยังตั้งอยู่มันยังเจริญอยู่วัดตาหารนี้ก็มานิมนต์ง่ายๆมันนิมนต์พระพุทธเจ้าให้ทรงรับภัตตาหารของข้าพระองค์เพื่อเสวยในวันนี้พระผู้มีพระภาคทรงรับด้วยดุษฎีภาพลำดับผู้ใหญ่ในอนาคตราษฎรอย่างที่พักของตนครั้นแล้วจึงแต่งของเคี้ยวของฉันอันประณีตในที่พักของตนของตน ได้ทูนเวลาแด่พระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระโคนมผู้เจริญได้เวลาแล้วภัตตาหารสำเร็จแล้วครั้งนั้นเวลาเช้าแล้วก็มีคุณภาพส่งนุ่งแล้วทรงถือบาตรและจีวรพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์เสด็จไปพักยังที่พักของเสด็จไปยังที่พักของสุนีย์ราชการอำมาตย์ผู้ใหญ่และมาคนรักประทับนั่งบนอาสนะที่เขาจะถวายสุนัตผู้ใหญ่ในอนาคตครับอังกาบพระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขให้อิ่มหนำเพียงพอด้วยของเคี้ยวของฉันอันประณีตด้วยมือของตนของตนครั้นพระผู้มีพระภาคเสวยเสร็จวางพระหัตถ์จากบาปแล้วว่าสักการะถือศาสนธรรมนั่งเฝ้าอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งเมื่อสุนีย์ วัดสักการะอำมาตย์ผู้ใหญ่ในมคธรัฐนั่งเฝ้าอยู่อย่างนี้แล้วพระผู้มีพระภาคทรงอนุโมทนาด้วยคาถาเหล่านี้ความว่าเนี่ยเป็นพุทธประเพณีแต่ก่อนนี้เมื่อไปฉันอาหารฉันอาหารเสร็จแล้วก็ค่อยแสดงธรรมมีคาถาแล้วคนเขาก็รู้กันว่าสัตว์แสดงรับธรรมะนะครับตอนนี้ตอนพระประธานถวายของท่านเสร็จแล้วแล้วเราถึงค่อยรับประโยชน์จากท่านไม่ใช่เราจะรับประโยชน์จากท่านก่อนถวายของพระกลับกันแล้วคนสมัยนี้ก็สมัยพระพุทธเจ้าคนสมัยพระพุทธเจ้านิมนต์พระพุทธเจ้ามาเพราะเห็นในความดีของท่านมาแล้วก็มาขุนมาเลี้ยงให้ท่านมีกำลังวังชาให้มีอารมณ์ดี หนำสำราญดีแล้วแล้วท่านก็จะได้ให้ประโยชน์แก่เราต่อมีกำลังวังชาให้ประโยชน์แก่เรานั่นคือเราก็จะรับเอาผลประโยชน์คือธรรมะจากท่านสมัยนี้มันร่อนมันขาดธรรมะก็ไม่ค่อยอยากฟังถือว่าได้บุญเป็นตัวเป็นตนเป็นแต่เพียงว่าเกื้อกูลอุดหนุนเลี้ยงพระไว้ก็ได้บุญแล้วแล้วบุญก็เป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตนไปเรามาถึงพระพระก็กระดาษไม่รู้จะทำยังไงก็รีบให้ธรรมะก่อนก็เลยคือสวดมนต์ก่อนคือเอาพระธรรมแสดงก่อนแสดงเสร็จแล้วค่อยฉันฉันเสร็จแล้วค่อยลุกกลับแล้วก็ไม่มีอะไรตามหลังไม่มีอะไรตามหลังก็ดูบางทีจะไปก็ไม่มีจริงๆไม่ใช่อะไรอย่าช้าสักทีคือคำขอบคุณบทสุดท้ายบอกง่ายๆคือสัญญาณบอกว่าจะไปแล้วนะ มึงก็ไม่รู้จะทำสัญญาณอะไรถ้าจะลุกไปเฉยๆมันก็ดูกระไรอยู่เพราะมันอยากถาวโรหาแล้วเสร็จถึงจบไปนั่นก็หมายความว่าเครื่องหมายคล้ายๆกับว่าไปละตอนนี้ไปละยถาสักทีแล้วนี่ไปแล้วในเครื่องบอกลาหรือเป็นเครื่องลงท้ายตบท้ายจริงๆเท่านั้นเองเลยกลายเป็นจารีตเป็นประเพณีเป็นศิลปะปรามาสเป็นอ่าประเพณีเป็นจารีตอันที่เป็นเครื่องหมายเป็นรูปแบบเฉยๆไม่มีปัญญาไม่มีความเข้าใจอะไรเลยแล้วก็ทำเท่านั้นนึกว่าทำเท่านั้นแหละได้บุญแล้วมากแล้วสูงแล้วมีอยู่แค่นั้นตกลงเราไปนั่งสวดภาษาบาลีการสกัดต้นจนกระทั่งจบยถาสัพพี คุณก็เป็นภาษาบาลีและก็เลยไม่รู้อะไรก็เลยได้เลี้ยงแต่พระไว้ก็ดีก็เป็นบุญส่วนหนึ่งที่ว่ายังได้เลี้ยงพระไว้ให้ชีวิตให้พัดตาหาญให้การเจริญให้การยังอยู่แก่ชีวิตแก่ขันธ์เท่านั้นเองส่วนผู้ที่ให้อาหารนั้นคือทายกทายิกาไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากพระไม่ได้รับประโยชน์อะไรจากพระเลยไม่ได้มีแต่พระได้ประโยชน์ไปคือเลี้ยงขันไว้ถ้าไม่รู้ไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองให้ไปนี่แหละได้ให้แล้วได้เสียสละอาหารได้ ข้าวของอะไรให้แก่พระแล้วเป็นการทานหรือการบริจาคออกเป็นการเสียสละออกจากจิตร้างความหวงแหนล้างความเป็นมีกี่นิ้วเรามีพอกินพอใช้แล้วให้คนอื่นบ้างหัดให้คนอื่นบ้างก็เริ่มได้ให้แก่พระแล้วล่ะซึ่งเป็นคนที่ควรให้ก่อนอื่นไปพักกินระยะทางเป็นระยะบุคคลคนดีแล้วล่ะก็ได้ให้ออกไปอันนี้ได้เป็นการเสียสละแล้วได้เป็นการล้างความหวงแหนในเป็นการล้างโลกภายในเป็นการละกิเลสตัณหาออกไปแล้วถ้าไม่รู้อันนี้คนนั้นไม่ได้อะไรเลยจะรู้ได้จะได้ประโยชน์ต่อเมื่อเกิดปัญญาอ้อจิตของเรานี่เราไม่หวงเหมือนกันนะเราให้พระกินก็ได้เหมือนกันนะให้มันรู้อย่างนี้ถ้ารู้อย่างนี้ว่าเออเรานี่เป็นคนไม่หวงเหมือนกันนะเสียสละให้คนมีประโยชน์ คือพระเนี่ยก็ยังได้เหมือนกันนะทำเป็นเล่นไปเรานี่ไม่ใช่คนเลวๆเสียสละให้พระกินยังได้เลยคนนั้นก็เป็นคนรู้จริงรู้ชัดเข้าใจบุญที่แท้มันแปลว่าความชำระหรือการชำระล้างไม่ได้ชำระอะไรชำระล้างกิเลสออกจากจิตชำระรอพระออกจากจิตคนพวกนี้ก็เจริญจริงมีปัญญาแท้ถึงจิตถ้าคนนี้ไม่เข้าใจอย่างนี้ไปหวังเอาบุญเอาภพข้างหน้าด้วยสร้างปูทำอย่างนี้แล้วจะได้พบกับสวรรค์และวิมานไปสร้างเป็นภวตัณหาเขาไม่ได้เข้าไปอีกคนนี้ทำบุญนอกจากไม่ได้บุญที่แท้จริงคือไม่ได้ละความโลภความโกรธแล้วยังได้บาปเพิ่มเพราะว่าปัญหาเพิ่มพกเพิ่มชาติเติมเข้าไปอีกเติมเข้า มากก็ยิ่งเวียนกลับใหญ่หมุนกลับใหญ่ยิ่งวุ่นใหญ่เลยยิ่งยุ่งกันใหญ่คุณความดีที่มีอยู่ในโลกก็ดีจริงก็มีจริงคนอื่นเห็นเป็นตัวอย่างวันนี้ให้แก่คนอื่นนี่เป็นของดีตัวอย่างอันนั้นก็เป็นความดีความดีอันนี้แหละการให้แก่ผู้อื่นอย่างนี้แหละคนอื่นเขาจะเห็นตามคนอื่นเขาจะเห็นตามแล้วเขาก็จะทำตามอีกอย่างนึงคนอื่นเขาจะเห็นในใจของเราเขาจะเห็นในการกระทำของเราว่านี่เป็นคุณงามความดีว่าคนนี้ดีนี่ไม่หวงแหนนี่คนนี้มันขี้โรคนี่เออถ้าคนนี้เดือดร้อนก็ควรช่วยเหลือเพราะคนนี้เขาก็ช่วยเหลือคนอื่นเป็นเหมือนกันเพราะถ้าคนนี้ได้ล้มลงนะเราก็จะช่วยให้ลูกแต่ถ้าคนนี้ไม่เคยทำให้ใครเห็นเลยไม่เคยมีการ ไม่เคยมีการแจกจ่ายมีแต่ขี้เหนียวขี้หวงเลยงบคนเดียวเลยคนนี้ล้มตายไปเลยอย่าลุกขึ้นมาอีกเลยถึงลุกมาก็ไม่มีประโยชน์อะไรไม่เคยช่วยใครเลยนอกจากเห็นแก่ตัวท่านเดียวคนเขาก็จะไม่ช่วยเพราะบุญกุศลที่คนอื่นเขาจะช่วยที่ตัวเองจะยังอยู่ในโลกเขาอย่างดีได้ก็ในมุมนี้อีกด้วยขยายความผสมกระแสเข้าไปให้เข้าใจถึงจารีตประเพณีหรือกิจกรรมแม้แต่ของพระพุทธเจ้าสมัยโน้นเขาก็ทำกันอย่างนี้ไปถึงไม่มีอะไรไปถึงก็นั่งเข้าทีแล้วก็ถวายของถวายอาหารแล้วก็รับประทานหรือว่าฉันฉันเสร็จแล้วถึงแสดงคาถาหรือแสดงธรรม คาถาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงก็ว่าบัณฑิตอริยชาติสำเร็จการอยู่ในประเทศใดย่อมเชื้อเชิญท่านผู้มีศีลผู้สำรวมแล้วประพฤติพรหมจรรย์ให้บริโภคในประเทศนั้นเทวดาเหล่านั้นได้รับบูชาแล้วย่อมบูชาตอบเขาได้รับความนับถือแล้วย่อมนับถือตอบเขาแต่นั้นย่อมอนุเคราะห์เขาเหมือนมารดาอนุเคราะห์บุตรซึ่งเกิดแต่อกฉะนั้นบุรุษผู้อันเทวดาอนุเคราะห์แล้วย่อมเห็นความเจริญทุกเมื่อถ้าเราเข้าใจคำว่าเทวดาไม่ได้แล้วก็ไปคิดถึงเทวดาที่คอยคุ้มครองหอรออยู่ที่ไหนพวกนั้นหมดแต่ถ้าเราเข้าใจได้ว่าเทวดาคือจิตอันสูง ดีเราก็จะเข้าใจคาถานี้ง่ายขึ้นบัณฑิตก็คือผู้ฉลาดบัณฑิตยสถานผู้ฉลาดสำเร็จการอยู่ในประเทศใดหมายความว่าได้อยู่ในประเทศภูมิประเทศหรือสถานแคว้นไหนก็ตามย่อมเชื้อเชิญท่านผู้มีศีลผู้สำเร็จสำรวมแล้วประพฤติพรหมจรรย์ก็ย่อมจะต้องเชื้อเชิญผู้ที่มีศีลผู้ที่ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริโภคในประเทศนั้นให้เข้ามาเป็นผู้ได้รับส่วนในข้อพระให้มาเป็นผู้ได้รับส่วนในพวกพระของเราเราก็คือให้ได้รับตอบแทนให้ได้รับสิทธิ์รับอยู่รับใช้ด้วยนั่นเองในที่ที่เราอยู่เพราะฉะนั้นก็จะดึงผู้ใดที่เป็นบัณฑิตก็จะดึงพระหรือดึงผู้มีศีล ผู้ประพฤติพรหมจรรย์ข้าวมาอยู่ในประเทศของตนเข้ามาบริโภคร่วมและเราก็จะจ่ายเครื่องบริโภคอุปโภคให้แก่ผู้ภิกษุนั้นอย่างนี้หรือผู้ประพฤติธรรมนั้นอย่างนี้ถ้าผู้ใดกระทำอย่างนี้อยู่เทวดาเหล่านั้น
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive