170000-I มหาปรินิพพานสูตร ตอน09(ปลงอายุสังขาร)-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์223 KB
วันที่แก้ไข18 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

นางในคืนวันเพ็ญฟ้าดินชวนใจสุขสันต์ของเมืองพนมอภิวันหันหน้าสู่ท่านผู้ชมก็จากนี้ไปเป็นการบรรยายมหาปรินิพพานสูตรที่พุทธสถานแดนอโศกเมื่อปีพุทธศักราช 2517 ในช่วงเข้าพรรษาเดือนดวงเดียวกันนี้ 2500 ปีก่อนนอนยาวสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อข้อ 120 แล้วก็สมัยนั้นโอรสเจ้าวันละนามว่าอุปสรรคเป็นสาวกของอารยธรรมโคตรออกจากเมืองกุสินาราเดินทางไกลมายังเมืองลาวบุตร เหรียญพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่งจึงได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเป็นที่ประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งนี่ลองคิดดูให้ดีเอาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราเนี่ยเป็นถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าขณะนี้ท่านกำลังจะปรินิพพานนะท่านเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทางโลกก็เป็นถึงเจ้าชายมีเซอร์วิสชาร์จมีทรัพย์สมิงพรานทุกอย่างมีเวียงมีวังมีอะไรทุกอย่างพรั่งพร้อมแต่ทำไมท่านถึงขณะนี้จะกำลังจะใกล้จะตายอยู่แล้วด้วยไม่ต้องมานั่งอยู่ใต้โคนไม้ ต้องมาเร่ร่อนจะตายแท้ๆยังไม่มีเรือนตายยังไม่มีสถานที่ที่เป็นสถานที่ที่คนเขาบอกว่าให้ตายเรือนนี้แหละและเรือนใหญ่ซึ่งคนก็หากันว่าเราจะตายเดือนที่เราจะตายเราจะสร้างเรือนให้งามแม้ตายแล้วคนก็ยังสร้างเรือนน้อยๆให้งามให้อีกยังไม่พอเวลาจะเอาไปเผายังสร้างวิมานวิหารโอบหุ้มเอาไว้ที่เรือนน้อยๆนั้นเพื่อเผาสิ่งนั้นลงไปเรียกว่าเมนหรือสูงๆตามสั่งเขาเรียกพระเณรให้มันยิ่งใหญ่ให้มันอืดเคืองเอิกเกริกหรูหราเข้าไปอีกทำไมเป็นอย่างนั้นก็เพราะคนเราไม่รู้โลก ก็เข้าใจว่าอย่างนี้คือสิ่งที่ดีที่สุดแล้วก็จะหาสิ่งนี้ให้ตนเองประกอบเพราะดูเรามันไม่ใหญ่ก็ต้องหาอะไรที่มันประกอบนอกเนื้อตัวเนี่ยให้มันใหญ่แล้วพระพุทธเจ้าของเราเนี่ยตายได้เดินไปหาที่ตายแล้วท่านจะไปตายป่าที่เล็กที่สุดนี่เดี๋ยวจะเจอจนพระอานนท์ต้องทักทายว่าทำไมจะต้องมาตายในแดนกั

อ่านต่อ

นดารในป่าเล็กป่าน้อยอย่างนี้เราเป็นผู้ใหญ่ที่ใหญ่ที่สุดแต่พระพุทธเจ้ากลับไปหาป่าเล็กที่สุดตายแล้วกรุณาตัวเองเนี่ยนั่งไปตามกฎหมายทำไมนี่จนไอ้ศาสนาก็ตั้งมั่นแล้วศาสนาก็ตั้งมั่นแล้วอารามต่างๆก็มีถ้าจะตายในกลุ่มกูดีใดก็มีกูดีมีจุดที่จะให้ตาย กูดีไหนที่ใหญ่ที่สุดก็สามารถที่จะเข้าไปคนดีนั้นเพื่อที่จะตายได้ทีเดียวพระพุทธเจ้าแล้วจะไม่มีใครรังเกียจแม่น้อยด้วยดูเถิดสอนจนกระทั่งแม้แต่การจะตายก็ยังสอนเป็นครั้งสุดท้ายพระพุทธเจ้าคุณวันนี้ล้นเหลือแค่ไหนแม้แต่จะตายก็ยังอุตส่าห์ตายอย่างเป็นตัวอย่างอันดีงามให้มักน้อยให้เข้าไปหาจุดที่ว่าไม่ต้องไปเปลืองไม่ต้องไปลำบากยุ่งยากไม่ต้องไปซื้อไม่ต้องไปเพ้อพกอะไรมากมายเข้าไปหาจุดที่จะทำให้เห็นอย่างแท้จริงทำธุระตัวเองนั่งร่มไม้ร่มไม้ไปอย่างนี้แหละทั้งๆที่ศาสนาปลูกฝังอย่างมั่นคงแล้วมีอารามมีขนาดตัวอักษรผันห้องก็มี ใหญ่โตถึงขนาดนั้นเดี๋ยวนี้ยังสร้างไม่ได้เลยพันห้องในเมืองไทยที่เมืองนอกมีหรือเปล่าไม่รู้ราคาที่มีพันห้องมีไหมมีอยู่ในเมืองไทยก็ยังไม่ถึงก็คิดดูสิมันไม่ใช่เรื่องที่เห็นไม่ได้เป็นเรื่องที่เห็นได้แล้วพยายามเทียบเคียงให้ดีนะถ้าไม่ต้องพูดแต่ท่านทำไว้แล้วผู้รู้จะเอามาพูดผมเอามาขยายความเพราะผมเข้าใจแล้วผมรู้ผมจะต้องเป็นผู้พูดผมเนี่ยเป็นคนจะมาขยายความของพระพุทธเจ้าแต่มันขยายเห็นแม้แต่เหลี่ยมเล็กเหลี่ยมน้อยอะไรก็ได้ที่คุณจะยกตัวอย่างของคุณเข้าใจผมก็จะขยายไว้อันใดที่เกินไปมันขยายไม่ไหวมันเป็นเรื่องที่เรียกว่าไม่ต้องพูดกันผมก็ยังไม่พูดทิ้งเอาไว้แล้วพวกคุณไปก็ไปแล้วคุณจะรู้เอง เรื่องปัญญาคุณจะรู้เองเมื่อตราบใดที่เรายังไม่ให้กุศลธรรมมันหยุดหรือกุศลธรรมมันเสื่อมกุศลธรรมนั้นจะพาคุณสูงไปแล้วก็จะแจ้งปัญญาของคุณเองผมก็ไม่ได้รับปริญญามาจากใครหรอกรับปริญญามาจากแนวทางทิศที่พระพุทธเจ้าตรัสคิดให้นี่แหละท่านก็ไม่ได้มันก็ 10 ก็ทราบอะไรที่ผมหรอกแต่มันก็จะต้องไปเองโดยจริงมันจะรู้มันจะเข้าใจนะครับจึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับประทับอยู่ที่โคนไม้ต้นหนึ่งจึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคที่ถึงที่ประทับถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่งณที่ควรส่วนข้างหนึ่งได้กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญหน้าอัศจรรย์เหตุไม่เคยเป็นมาแล้วไม่เคยเป็น มาเป็นแล้วพวกบรรพชิตย่อมอยู่ด้วยวิหารและธรรมอันสงบหนอพวกนี้เขาก็มีตาทำเขามีตาธรรมะเพราะว่าสมรรถนะเนี่ยไม่ค่อยอยู่สงบแม้จะเป็นสมณะหรือบรรพชิตแต่ทีนี้เข้ามาเห็นว่าผู้มีพระภาคอัศจรรย์จริงเหตุไม่เคยเป็นมาแล้วพวกบรรพชิตย่อมอยู่ด้วยที่หาแล้วทำอันสงบหนอไม่เห็นเพราะผู้มีพระภาคอยู่สงบจริงๆกลายเป็นเลขบัญชีมีเลขแล้วก็อยู่อย่างไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งที่เป็นโรคจริงๆก็มาเกิดประหลาดใจเห็นพ่อตาก็มีทำเขาก็จ่ายเรื่องเคยมีมาแล้วอารามดาบสกาลามมาโคตรเดินทางไกลแวะออกจาก นั่งพักกลางวันที่โคนไม้ต้นหนึ่งในที่ไม่ไกลครั้งนั้นเกวียนประมาณ 500 เล่มได้ผ่าน Alarm ดาบสกาลามโคตรติดกันไปบุรุษคนหนึ่งซึ่งเดินทางตามหลังหมู่เกวียนมาเข้าไปหาอารานาบทอารามมาโคตรถึงที่พักและถามว่าขาดแต่ท่านผู้เจริญท่านได้เห็นเกวียนประมาณ 500 เล่มผ่านไปบ้างหรืออลันบอกว่าตอบว่าท่านผู้มีอายุเราไม่ได้เห็นแล้วเขาก็ถามต่ออีกว่าคนนั้นก็ถามต่อไปก็ท่านไม่ได้ยินเสียงหรือเราไม่ได้ยินท่านหลับหรือเราไม่ได้รับท่านยังมีสัญญาอยู่หรืออย่างนั้นท่านผู้มีอายุ บอกว่ามีเรายังมีความรับรู้ได้อยู่เรายังไม่ตายหรอกแต่เราไม่เห็นเวียน 500 เล่มที่ผ่านไปเมื่อกี้นี้ท่านยังมีสัญญาตื่นอยู่ไม่ได้เห็นเกวียนประมาณ 500 เล่มจึงผ่านผิดๆกันไปและไม่ได้ยินเสียงก็ผ้าของท่านเปรอะเปื้อนไปด้วยธุลีบ้างหรืออย่างนั้นท่านผู้มีอายุแม้แต่ผ้าก็ยังเปื้อนฝุ่นเปื้อนละอองที่เกวียน 500 แล้วมันวิ่งไปแล้วมันก็เอาฝุ่นตลบมาเพื่อนพาบทนั้นก็ยังเห็นหน้าหลานแล้วก็ยังเห็นภาพเปื้อนฝุ่นนี่เขาก็ประหลาดใจพอแล้วสำหรับดาวน์โหลดเขาก็ไปประหลาดใจมากแล้วเขาจึงได้เลือกใช้บอกแล้วว่าพวกคุณสามีเป็นสาวกของอารามตามบทแต่เก่าเพราะฉะนั้นเขาถึงไป กระดานดาบสเขาก็เลยเข้าไปหาแล้วเขาก็เลยไปทักทายไปสอบทดสอบจิตใจถึงจะรู้ความสงบความอยู่สุขของเขานี่ขนาดนี้เชียวเขาก็ประหลาดใจมากๆแล้วแต่ตอนนี้มาเจอพระพุทธเจ้าเขาประหลาดใจยิ่งกว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญลำดับนั้นบุรุษนั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่าน่าอัศจรรย์หนอเหตุไม่เคยมีมาแล้วพวกมันมาคิดย่อมอยู่ด้วยวิหารและธรรมอันสงบหนอดังที่ท่านผู้ยังมีสัญญาตื่นอยู่ไม่ได้เห็นเกวียนประมาณ 500 เล่มซึ่งผ่านติดๆกันไปและไม่ได้ยินเสียงบุรุษนั้นประกาศความเลื่อมใสอย่างยิ่งในอาคารพระผู้มีพระภาค ดูพระพุทธสะถ้าจะสำคัญความข้อนี้เป็นไฉนผู้ที่ยังมีสัญญาตื่นอยู่ไม่เห็นเกวียนประมาณ 500 เล่มซึ่งผ่านติดๆกันไปและไม่ได้ยินเสียงอย่างหนึ่งพูดที่ยังมีสัญญาตื่นอยู่เมื่อฝนกำลังตกตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่มิได้เห็นและไม่ได้ยินเสียงอย่างหนึ่งทั้งสองอย่างนี้อย่างไหนจะทำได้ยากกว่ากันหรือให้เกิดขึ้นได้ยากกว่ากันพวกกูสักคำว่าระบบกราบทูลว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญเว้น 500 เล่ม 600 เล่ม 700 เล่ม 800 เล่ม 900 เล่มพันเล่มจัดกระทำอะไรได้ พี่ยังมีสัญญาตื่นอยู่เมื่อฝนกำลังตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่มิได้เห็นและไม่ได้ยินเสียงอย่างนี้แหละทำได้ยากกว่าและให้เกิดขึ้นได้ยากกว่าดูการระบอบกษัตริย์สมัยหนึ่งเราอยู่ในโรงกระเดื่องในเมืองอาตมางานไอ้ความที่มีสภาพเจโตที่อย่างมั่นเป็นสมาธิแน่วแน่โดยที่เรียกว่าถ้าเราจะหยุดเราจะไม่รับอะไรตัดเป็นสภาพปกติทานเห็นได้ชัดว่าเราไม่รับโดยแท้จริงเนี่ยแม้เราเจ็บจำนงค์มีมโนชั้นเจตนาว่าจะไม่รับเนี่ยขนาดดาราบทเวียนผ่านมา 500 เล่มเขาก็ไม่ได้ยินเสียงเขาก็ไม่เห็นภาพเขาก็ไม่ ความรู้สึกว่าสิ่งนี้ทำความสะเทือนหวั่นไหวให้เขาไปรับรู้รับเห็นได้ก็ตัดได้ถึงขนาดนี้พระพุทธศาสนาเริ่มใสทีนี้เขาก็มาถึงพระพุทธเจ้าก็เห็นว่าสงบจึงน้อยใจหนอเพราะฉะนั้นท่านนี้จะสงบได้ถึงขนาดครูเขาไหมดูรูปร่างร่างกายข้างนอกดูสภาพนอกจะสงบเหมือนอาหารตามบทได้เลยทดสอบพระพุทธเจ้าเพราะว่าถ้าจะสงบได้อย่างอรัญฯอีกไหมขนาดเวียน 500 เล่มนี้เรื่องสายดาบสดาราดาบสเป็นสาวกเพราะว่าเคยเห็นความสงบออกป่านนี้มาถามพระพุทธเจ้าก็เลยแสดงของตัวเองให้ต่อว่าไอ้เกวียน 500 เล่มนั้นน่ะ เสียงฟ้าผ่าฝนตกฟ้าร้องอะไรอยู่เนี่ยอันไหนจะทำความสั่นสะเทือนหรือความมั่นคงของสมาธิหรือความแน่วแน่ของเจโตได้มากกว่ากันอันไหนจะทำความสั่นสะเทือนได้มากกว่ากันแค่เวียน 500 เล่มน่ะหรือกษัตริย์สะเทือนได้ยากกว่าเสียงฟ้าฝนผ่าฟ้าผ่าฟ้าลั่นอยู่เนี่ยอันไหนจะสะเทือนได้มากกว่ากันอันไหนจะทำให้เจโตนี่รับรู้ได้มากกว่ากันหรือว่าสมาธิปัญญาอันมั่นคงอยู่ที่จิตโดยที่ว่าเราจะไม่รับเราจะไม่หวั่นไหวเราจะไม่สั่นสะเทือนสิ่งนี้อันไหนจะยากกว่ากันกูก็ฝากก็รู้ว่าถูกเวียน 500 เล่มถึงแสนเล่มก็จะกระทำอะไรได้ ก็จะไปเก่งอะไรแล้วก็จะไปทำความสั่นสะเทือนอะไรมากมาย Mac เป็นแสนเล่มก็มันจะไปสู้ฟ้าฝนตกอย่างหนักฟ้าลั่นฟ้าผ่าอยู่มึงจะไปสู้อันนี้ได้อย่างไรฟ้าฝนฟ้าผ่าฟ้าลั่นนี่มันกระเทือนยิ่งกว่าวินแสนเล่มมันเดินผ่านมาเพราะมันก็ดังสนั่นเท่านั้นเองแต่ฟ้ามันผ่าปิ้งๆลงมาบนหัวก็อยู่กันตรงนี้ฟ้าลั่นฟ้าผ่าฝนตกหนักมันยิ่งกว่าที่อุปสรรคก็เข้าใจถูกเป้าหมายนี้ได้แล้วคือพระพุทธเจ้าท่านเคยรู้ถึงแก่ตัวสมาชิกทุกท่านวันนั้นแน่วแน่แค่ไหนท่านก็อธิบายถึงอันนี้ยกเป้าหมายนี้ว่าเห็นได้แล้วก็เหนือกว่าเหนือกว่าเหรียญ 500 เล่มเหนือกว่าอรัญประเทศ สมัยหนึ่งเราอยู่ในโรงกระเดื่องเมืองอาตมาสมัยนั้นเมื่อฝนกำลังตกตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่ชาวนาสองพี่น้องและครูพิพัฒน์ 4 ตัวถูกสายฟ้าฟาดในที่ใกล้โรงกระเดื่องลำดับนั้นหมู่มหาชนในเมืองอาตมาพากันออกมาแล้วเข้าไปหาชาวเมืองสองพี่น้องนันและโคพันธุ์พิพัฒน์ 4 ตัวซึ่งถูกสายฟ้าฟาดสมัยนั้นเราออกจากโรงกระเดื่องจงกลมอยู่ในที่แจ้งใกล้ประตูโรงกระเดื่องครั้งนั้นบุรุษคนหนึ่งออกมาจากหมู่มหาชนนั้นเข้ามาหาเราอภิวาทเราแล้วยืนอยู่ณที่ควรส่วนข้างหนึ่งเราได้กล่าว บุรุษนั้นว่าดูก็แล้วท่านผู้มีอายุหมู่มหาชนนั้นประชุมอะไรประชุมกันทำไมหนอบุรุษนั้นก็ตอบว่าข้าแต่ท่านผู้เจริญเมื่อกี้นี้เมื่อฝนกำลังตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่ชาวนา 2 พี่น้องและครูปริพัฒน์ 4 ตัวถูกสายฟ้าฟาดหมู่มหาชนประชุมกันเพราะเหตุนี้เพราะท่านอยู่ในที่ไหนเล่าเมื่อกี้นี้คือพระพุทธเจ้านี่ไม่รู้เลยว่าฝนตกฟ้าผ่าคู่กันง่ายๆเพราะฉะนั้นพอเห็นเขาแม้แต่ฟ้าผ่าแล้วก็ทั้งคนตายรุนแรงถึงขนาดมีคนตาย 2 คนวัวตาย 4 ตัวแต่ว่าฟ้าผ่าไม่แรงเท่าไหร่ก็ได้แล้วก็ไม่ได้ห่างเลยเห็นคนมุงมองได้แล้วคนนั้นเดินออกมาจากหมู่ท่านก็เลยถาม จั๊กจั่นถามว่าเขามองอะไรกันมีอยู่สมัยหนึ่งท่านก็เดินจงกรมอยู่ที่โรงกระเดื่องคู่นี้ก็เลยสงสัยว่าเมื่อกี้นี้ฝนตกตกหนักฟ้าลั่นฟ้าผ่าชาวนาสองพี่น้องและครูประดิพัทธ์ถูกสายฟ้าฟาดหมู่มหาชนก็ประชุมกันเพราะเหตุนี้เพราะถ้าอยู่ที่ไหนเล่าจะถามว่าท่านมาจากไหนหรือมาจากใครที่ไกลหรือถึงไม่รู้ถ้าอยู่ที่ไหนเล่าเราอยู่ที่นี่เองพระพุทธเจ้าก็ยืนยันว่าเราอยู่ที่นี่อยู่ที่โรงเรียนนี้คนคนนั้นก็สงสัยแต่ก็มันไม่ไกลกันเท่าไหร่ก็พอสายตามองเห็นได้นะชวนไปลงชุมนุมแล้วคนนั้นเดินออกมาเนี่ยคนนี้เขาก็สงสัยแล้วล่ะอ้าวแล้วท่านไม่อยู่ที่นี่หรอกหรือเราอยู่ที่นี่เอง พ่อท่านไม่เห็นหรือเราไม่ได้เห็นชักงงแล้วคนที่ไม่ได้เห็นสายตามองไปเห็นได้นะแต่ไม่เห็นก็ท่านไม่ได้ยินเสียงหรือตอนนี้เพราะเสียงมันละเอียดกว่าสายตาเพราะสายตาบอกแล้วว่าบานพับก็ไม่เห็นแล้วนี่ก็ไม่บางพอเห็นได้แต่ก็ไม่เห็นเพราะฉะนั้นเมื่อไม่เห็นด้วยสายตาเสียงก็ต้องได้เห็นเนี่ยเพราะว่าเสียงอธิบายก็ต้องลอยเข้าไกลเข้าใกล้หูได้ก่อนแต่ถ้าไม่ได้ยินเสียงหรือเราไม่ได้ยินก็พอเห็นได้ก็ไม่เห็นรูปอยากรูปเนี่ยหยาบกว่าเพราะว่าด้วยแสงเสียงสุขุมวิทกว่าซึ่งจะต้องได้ยินหน้าไม่ได้เห็นด้วยลูกกูเสียก็ต้องได้ยินเสียงฟ้าผ่านี่มันกระเทือนครอบแผ่นดินไปตั้งเท่าไหร่ ในบริเวณที่พอควรจะรู้มันต้องรู้แน่กูไม่ได้ไกลเกินพอที่จะรู้นี่แล้วฟ้าผ่าจนคนตายวัวตายไม่ใช่เรื่องเล่นไม่ได้ยินคนนี้ก็ยิ่งประหลาดใจท่านหลับหรือเราไม่ได้รักอ่ะยิ่งไปกันใหญ่เลยถ้าหลับแล้วตกนิโรธสมาบัติหรือว่ายึดในภพหน้าออกด่านนิ่งสนิทไม่รู้เรื่องอะไรก็ยังอีกเรื่องนึงก็คงเป็นไปได้ถ้าหลับหรือไม่ได้หลับก็ท่านยังมีสัญญาอยู่หรือเป็นอย่างนั้นท่านผู้มีอายุมีสัญญาหมายคำว่าท่านมีความรู้สึกอยู่หรือยังมีจิตใจไอ้ตัวสัญญานี่คือตัวความรู้สึกความที่จะรับอะไรแล้วก็กำหนดหมายรู้เข้าใจได้มีเครื่องหมายมีอะไรมันสูงกว่าเวทนาหลังที่อธิบาย คนคืออะไรพระเวทนาสัมผัสครับนั่นคือรับรู้ประตูแรกเพราะประตู 2 สัญญาต้องกำหนดหมายลงไปในสิ่งนี้แล้วก็จำได้หรือว่ารู้ว่าอะไรเป็นอะไรอะไรเนี่ยเรียกว่าความรู้สึกเวทนาเนี่ยเป็นแต่เพียงแตะสัมผัสถ้าไม่มีสัญญาณและจ้างก็ไม่รู้อะไรเวทนาไม่จำไม่กำหนดหมายด้วยคนเดินผ่านอย่างนี้ถ้าไม่มีสัญญานะคนเดินผ่านก็เป็นสภาพมันเข้าที่แสงเข้าตาถูกและที่หน้าถูกอะไรแล้วประสาทรับแล้วแต่มันไม่กำหนดหมายมันไม่มีสัญญาทำงานต่อมันไม่มีสิทธิ์รับช่วงไปต่อมันไม่มีรู้ไม่กำหนดด้วยคนผ่านเดินผ่านใครมาถามคนเดินผ่านนี้มีคนเดินผ่านได้ไหมไม่มีโกหกครับแต่ที่จริงมีแล้วนะแต่บางทีอาจจะเห็นตั้งนานถ้ามีสัญญาณนิดนึงก็จะเห็นนิดนึงว่า ผู้หญิงผู้ชายไม่รู้ด้วยเพราะไม่ได้กำหนดแม้แต่ว่าหญิงหรือชายก็มีได้อย่างนี้เป็นต้นสังเกตเอาเถอะพวกเราเนี่ยรู้ได้นั่นคือเวทนามาทำงานแต่สัญญาไม่ทำงานต่ออย่างที่อธิบายว่านี่คือคนคืออะไรนี่ก็เหมือนกันที่สุดแห่งที่สุดของจิตของคนเนี่ยคือสัญญาถึงเรียกว่าวันนี้ว่าสัญญาหน้าสัญญาอันสุดท้ายของจิตในที่สุดในที่สุดคือสัญญาใครรู้แต่เพียงสัญญาแล้วก็ไม่ต้องปรุงแต่งเป็นวิญญาณนั่นแหละคือตัวนั้นใครเข้าใจเวทนาและเข้าใจสัญญาก็จะรู้ว่าจิตของคนที่ทำงานเวทนาสัญญาแล้วไม่ตกเป็นภาพเวทนาสัญญาก็ไม่มีปัญหาเพราะเวทนากับสัญญาก็คือสังขารและวิญญาณอันเดียวกันอันเดียวกันแต่ว่า ฐานและวิญญาณมาขยายให้ว่าไปปรุงมากแล้วก็ไปรู้รสวิญญาณคือลดลงแต่ถ้าใครเข้าใจว่าวิญญาณมันก็คือตัวสัญญาคือตัวรับรู้ซึ่งเป็นทาสรู้เป็นสภาวะที่มันรู้รู้โดยแจ้งรู้โดยจริงเป็นวิญญาณอะไรต่างๆเป็นรู้อย่างนั้นจริงๆตัววิญญาณอันนั้นก็คือตัวสัญญาตัวเดียวกันเหมือนกับใครเป็นดับสัญญาเสียก็คือดับไปหมดเลยไม่รับรู้อะไรเลยไม่ต้องไปดับเวทนาเพราะฉะนั้นไม่ต้องดาบมันก็ไม่เป็นไรถ้าเวทนาทำไม่ส่งงานมาให้สัญญามันก็ไม่รู้อยู่แล้วมันเป็นเพียงภาพรักษาจิตไม่ทำงานต่อไม่มีมานะสิกาละคือไม่มีสังขาร ไม่มีการทำงานต่อจิตมานะสิทธิ์แปลว่าผูกยึดกาละแปลว่าทำงานไม่มีมนสิการไม่มีการทำงานต่อสัญญานั้นเองมันไม่เกิดไม่มีการสังหารมีแต่เวทนาและไม่มีสังขารสัญญาก็ไม่เกิดการกำหนดรู้การจำได้การหมายเข้าไปก็ไม่มีหมายอะไรเพราะฉะนั้นถ้าใครดับสัญญาตัวนี้แล้วไม่ทำนะต่อให้เวทนาทำงานยังไงยังไงยังไงมันก็ไม่มีอาการคนสัญญาตัวนี้จึงต้องการก็ถามแค่สุดแค่สัญญาก็พอนี่เขาบอกว่าเราก็ไม่ได้หลับถ้าคนหลับก็หมายความว่าดับสัญญาไปหรือไปฝันอยู่ในภพของตัวเองไปกำหนดมาอยู่ในรูปมาพบกับลูกประคบคือหลับแล้วก็ฝันก็รู้อยู่ที่ลูกประคบท่องเที่ยวอยู่ในรูปปลาไว้จอดทุกคนแต่นี่ก็ไม่ได้ท่องเที่ยวอยู่ในรูปปลาไว้จอนอนุบาล หรือว่าเป็นอยู่นี้ทั้งหมดก็ตามก็ยังรู้อยู่ยังมีสัญญาอยู่ยังกำหนดหมายได้ยังจะจดจำได้แต่ไม่เปิดสัญญาณไม่เปิดจิตไม่เปิดเจอตัวนี้ออกไปรับอื่นเพราะฉะนั้นตามพระพุทธเจ้าแน่นมั่นที่สุดเลยบอกว่าท่านมีสัญญาอยู่หรือเป็นอย่างนั้นท่านผู้มีอายุคือมีมีสัญญาอยู่ยังมีสัญญาไม่ได้ตายไม่ได้หลับไม่ได้ดับมอดก็ท่านยังมีสัญญาตื่นอยู่เมื่อฝนกำลังตกตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่ไม่ได้เห็นและไม่ได้ยินเสียงหรือเป็นอย่างนั้น มีอายุพระพุทธเจ้าไม่ได้เห็นไม่ได้ยินเสียงดูก็รับปักลำดับนั้นบุรุษนั้นได้มีความคิดอย่างนี้ว่าน่าอัศจรรย์หนอเหตุไม่เคยมีมาแล้วพวกบรรพชิตย่อมอยู่ด้วยวิหารพระธรรมอันสงบหนอดังที่ท่านผู้บังคับบัญชามีสัญญาตื่นอยู่เมื่อฝนกำลังตกอย่างหนักฟ้าลั่นอยู่ฟ้าผ่าอยู่ไม่ได้เห็นและไม่ได้ยินเสียงบุรุษนั้นประกาศความเลื่อมใสอย่างยิ่งในเรากระทำประทักษิณแล้วหนีไปเออคนผู้นั้นก็ผลัดประจำแต่แทนที่เขาจะเข้าใจผิดเท่ากับรู้ถึงวิหารและทำอันสงบยิ่งของเจโตที่จิตไม่หวั่นไหวจิตไม่หวั่นไหวไม่สะเทือนเมื่อ พัฒนาที่จะไม่รับรู้อะไรเป็นเจโตสมถะเป็นเกย์ตัวอันสงบระงับก็เจตนานั้นได้อยู่ไม่รับรู้ก็ได้ถ้าจะรับรู้ก็รับรู้ได้อย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นอำนาจของเจโตสมถะเจโตอนุมูลยิ่งอันที่จะกระทำให้มั่นคงพระพุทธเจ้ามีอำนาจมากถึงขนาดนี้เป็นพุทธพิสัยเป็นพุทธวิสัยเมื่อพระผู้มีพระภาคศาสนาได้กราบขอบพระคุณผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญข้าพระองค์โปรยความเลื่อมใสในอารามดาบสกาลามมาโคตรลงในพายุใหญ่หรือลอยเสียในแม่น้ำมีกระแสอันเดียวข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนักข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สุภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนักเปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำเปิดของที่ปิดบอกทางแก่คนหลงทางหรือส่องประทีปในที่มืดโดยคิดว่าผู้มีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ฉันใดพระผู้มีพระภาคทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายฉันนั้นเหมือนกันข้าพระองค์นี้ขอถึงพระผู้มีพระภาคพระธรรมและพระพุทธพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะขอพระผู้มีพระภาคจงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปคนแต่ก่อนก็ไม่เป็นโทษกันทุกวันนี้แหละอย่างอุปสรรคไปหาทำจริงๆแล้วก็มาเจอเอาผู้ที่มีทำจริงๆแล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจได้ทันทีโดยไม่ยึดถือว่าคนนี้อวดดีอวดเก่ง พระพุทธเจ้าเล่าเรื่องจริงให้ฟังถึงอย่างนี้เราเป็นได้เราพิสูจน์แล้วเรื่องเจโตสมถะเราเหนือเราก็เหนือถึงขนาดนี้ล่ะสูงถึงขนาดนี้หรอกที่เธอไปเป็นสาวกของอาราดาบทมานั้นก็เพราะเริ่มสายในใจตัวสมรรถนะของท่านพารานมาบวชแล้วก็มาถึงพระพุทธเจ้าก็มาเห็นพระพุทธเจ้าอีกแล้วก็เข้าใจได้อย่างดีทีเดียวพระพุทธเจ้าสมถะก็เหนือกว่านี่พวกนี้พวกสาย 7 ตัวนะเนี่ยสายเปโตชัดๆก็มาเริ่มใสในพระพุทธเจ้าเข้าใจเข้าใจแม่นี่ท่านยิ่งกว่าเพราะว่าท่านไม่หวั่นไหวไม่กระเทือนได้เอกัคคตาสนิทนั่นยิ่งกว่าที่ลูกค้าก็ทำในด้านศูนย์นี่เด็ด ยิ่งกว่าก็เลยโปรยความเลื่อมใสในอารามดาบสแปลว่าก็เลยเลิกเลื่อมใสอาราดาบกก็ไม่เอาต้องเรียกว่าโปรยทำงานเหลือเกินก็เลยโปรยความเลื่อมใสในอารามดาบสนั้นลงไปในพายุใหญ่เอาไปกับสายลมออกไปเถอะความเลื่อมใสอันนี้เราไม่เอาอีกแล้วให้ลอยเสียในแม่น้ำกระแสอันเชี่ยวหรือโปรยลงไปในแม่น้ำก็แสนเขี้ยวแม่สำนวนนี้หรูหราสำนวนสมัยโน้นนี่แสดงว่ารู้ว่าเฟี้ยวฟ้าวยิ่งกว่าสมัยนี้เลยพวกกันโดยตรงแล้วนะทั้งแดดทั้งดันทั้งเหยียบฟังให้ดีนะเนี่ยพวกคุณสามีฟังนี้แล้วเกิดเรื่องสายก็เลยรวย ใครที่ยังมีภูมิปัญญายิ่งอยู่ในชั้นสูงใช้คำยิ่งสูงเท่าไหร่ยิ่งเจ็บแสบถ้าใช้คำหยาบๆก็ยังไม่สูงไม่ไม่ไม่ลึกซึ้งมากก็เลยโปรยความเลื่อมใสในอาหารระบบกาลามมาโคตรลงในพายุใหญ่หรือลอยเสียในแม่น้ำที่มีกระแสอันเดียวก็เลยเลิกแปลกันง่ายๆก็คือนี่ก็พูดภาษาที่ยัดเยียดแดกดันเสียภาษีเก็บแสบมากก็เลยทิ้งไม่นับถืออะไรมาหมดแล้วก็หันมาขอถึงซึ่งไตรลักษณ์และถือพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์เป็นที่พึ่งตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็เลี้ยวซ้ายขึ้นมาลำดับนั้นผมขุดสระมรกตสั่งบุรุษคนหนึ่งว่าดูกรกฎาคมท่านจงช่วยนำคู่ผ้าเนื้อละเอียดมีสีดำทองสิ่งดีไอ้สิงห์คีย์มีสีดำทองถึงขี่ซึ่งเป็นผ้าส่งของเรามาก็เรียกหาของเลยจะทำทานทำบุญทันทีบุรุษนั้นก็รับคำอุปสรรคมันระบุแล้วก็นำภาพพระนำคู่ผ้าหรือผ้า 2 ชิ้นนำคู่ผ้าเนื้อละเอียดมีสีดำทองสีเขียวซึ่งเป็นผ้าทรงของเขามาแล้วกูจะวางระบบจึงน้อมคู่ผ่าเนื้อละเอียดมีสีดำทองสิงห์ขี่ซึ่งเป็นผ้าทรงนั้นเข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญคู่ผ้าเนื้อละเอียดมีสีดำทองสิงห์ขี่นี้เป็นผ้าทรงเป็นผ้าที่เขาใช้เป็นผ้าที่เขาเรียกว่าสูงสิ่งที่สูงที่สุดที่เขามีขอพระผู้มีพระภาคจงอาศัยความอนุเคราะห์ทรงรับผ้าคู่นั้นของข้าพระองค์เถิดแล้วก็ขอร้องให้เขารับภาพนี้ภาค 2 ผืนนี้พระผู้มีพระภาครัฐว่าดูการศึกษาถ้าเช่นนั้นท่านจงให้เราครองผืนหนึ่งให้อานนท์รองพื้น 1 อุปสรรคมันระบุก็รับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้วก็ยังพระผู้มีพระภาคให้ทรงครองผืนหนึ่งให้ท่านพระอานนท์ของผืนหนึ่งพระผู้มีพระภาคทรง ไม่อาจหาญรื่นเริงด้วยทำเอกสารแล้วทุกๆสระมันระบุฐานพระผู้มีพระภาคทรงให้เห็นแจ้งให้สมาทานให้อาจหาญให้รื่นเริงด้วยธรรมและลุกจากอาสนะถวายบังคมพระภูมิภาคกระทำประทับสิงห์แล้วหนีไปพระพุทธเจ้าก็เลยให้มีคาถาเงินล้านแล้วเขาก็จากไปกินเหล้ากันรักกันมาทั้งนั้นท่านพระอานนท์เมื่ออุปสรรคมันระบุหลีกไปแล้วไม่นานแต่น้องกู้ผ่านเนื้อละเอียดมีสีดำทองสิงห์ขี่ซึ่งเป็นผ้าทรงนั้นเข้าไปสู่พระกายพระผู้มีพระภาคที่ท่านพระอานนท์น้อมเข้าไปสู่พระกายของพระผู้มีพระภาคนั้นย่อมปรากฏหลักฐานฝ่ายที่ปราศจากเร็วฉะนั้น นอนได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญเอาอธิบายตรงน้อมผ้าเข้าไปที่บอกว่าเป็นผ้าย่อมปรากฏหลักฐานไปที่ปราศจากเร็วซะก่อนผมเพราะตอนนี้เมื่อรับผ้าชิ้นดีผ้าอันนี้ที่เธอถวายนี่เขาเอายอดผ้าของเขาที่มีนะมาให้พระพุทธเจ้าก็บอกว่าให้ไปถวายอานนท์ผืนนึงถวายเราผืนหนึ่งวัดถวายแล้วเสร็จพระอานนท์ก็ยังระลึกรู้อยู่นั่นเองแหละว่าไม่ควรเราไม่ควรจะได้รับของสิ่งนี้จึงเอาผ้านี้ไปน้อมถวายคืนแก่พระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นผ่านนี้จึงเป็นผ้าที่พระอานนท์ใช้ให้เป็นสิ่งที่สำหรับกิเลสอีกชั้นหนึ่งจริงจริง ท่านี้ย่อมเป็นผ้าที่ปรากฏทั้งถ่านไฟที่ปราศจากเปลวสุรศักดิ์ถือว่าพลาดนี้จะดีก็ดีตามสมุดโลกแต่ผ้านี้เย็นแล้วไม่ได้ทำให้เร่าร้อนแล้วจึงพระพุทธเจ้าสอนพระอานนท์กี่เมตรครั้งสุดท้ายต่อไปไม่รู้จักไม่เห็นโลกในของดีพระพุทธเจ้าไม่ได้สรรเสริญคนที่หลงถ้ำพระพุทธเจ้าสรรเสริญคนที่รู้จักใช้ภาพที่ผมบอกเขาเจาะตามควรไม่ใช่หลงผ้าดีไม่ใช่หลงของดีแบบโลกนี่เขาหลงของดีกว่าหลวงพ่อสีดำทองสิงห์ขี่ลงสีลงเนื้อลงรูปหลงสัมผัสอะไรพวกนั้นไม่เอาก็ได้ผ้าอันนี้มาแล้วก็ระลึกรู้ว่า ผ่านนี้มันเหมือนของชาวโลกชาวโลกยกย่องเป็นของมีค่าเป็นชาแต่รูปเป็นชาตแต่รูปเป็นรูปที่ก่อให้ความเกิดได้ในโลกเป็นของดิบค้อนดีเกินฐานะของสมณะไม่ควรจะเอาสิ่งนี้มาเป็นลิเวอร์พูลชนะฐานะมาเป็นเครื่องทรงมาเป็นภาระมาเป็นเครื่องที่จะมาเอาไว้กับตัวท่านก็บอกว่าหรือไม่จึงมอบคือได้แก่พระพุทธเจ้าก็เอาไปคุมเป็นเจ้านะท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญหน้าอัศจรรย์ไม่เคยมีมาแล้วพระฉวีวรรณของพระตถาคตบริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งนักกู้ภัยเนื้อละเอียดมีสีดำทองสิงห์ขี่ซึ่งเป็นผ้าทรงนี้ข้าพระองค์น้อมเข้าไปสู่พระกายของพระผู้มีพระภาคย่อมปรากฏดังผ่าน ไปที่ปราศจากเร็วเมื่อขณะที่เอาผ้าไปคลุมพระพุทธเจ้าก็ไปเห็นผิวพรรณของพระพุทธเจ้าอีกสังเกตเห็นชัดมันใกล้ก็เป็นห่มผ้ารู้จักก็เห็นผิวพรรณรู้จักโอ้ผ่องใสนักฟุตบอลนักทวีวันของพระพุทธเจ้ายิ่งนักฟุตบอลยิ่งนักและพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นผู้ที่สูงแล้วด้วยอะไรต่างๆก็จึงจะเหมาะที่สุดที่จะใช้ผ้าที่สูงขึ้นไปได้โดยปราศจากความร้อนพระพุทธเจ้าไม่ยึดถืออำนาจของแม่ผ้าชิ้นดีซึ่งเป็นชาแต่รูปเป็นรูปที่สูงเป็นรูปปลานิลที่มีค่าราคาที่ควรจะย้อมใจ กำหนดใจทิ่มแทงใจให้มันหวั่นไหวหลงในรูปแล้วเป็นเสียงได้ถึงสูงกว่าๆนี้พระพุทธเจ้าย่ำเย็นสนิทแล้วเพราะฉะนั้นผ้านี้จึงเหมาะสมท่านี้จึงปราศจากเหมือนกันจริงๆสำหรับพระพุทธเจ้าจึงเหมาะสมมากเพราะฉะนั้นสำหรับพระอานนท์ยังไม่เหมาะสมเท่าท่านเอามาใช้เป็นประโยชน์ให้แก่ท่านว่าท่านมาสำนึกจะหวั่นไหวหรือไม่หวั่นไหวก็เท่าทันนั่นแหละท่านก็ไม่ได้ทำให้แก่ตนแล้วจะกลับเร็วแล้วชั้น 1 เพราะฉะนั้นยิ่งปราศจากเร็วยิ่งกว่าเมื่อเป็นของพระพุทธศาสนาอย่างนี้ควรจะอยู่ไปที่พระพุทธองค์ผู้เย็นสนิทแล้วภาคอาจจะยิ่งจะเย็นสนิทตามแต่ไร้ค่าลงไปตามจะไม่เกิดชาติก็รู้ว่าราชการจะไม่เกิดเป็นภาพเป็นผู้เป็นของที่มีราคา บอลโลกนะแต่โดยธรรมมันก็เท่าตัวของมันตามความเป็นจริงแต่โดยโลกนั้นพระพุทธเจ้าก็ไม่เห็นว่ามันสูงด้วยราคาโลกท่านไม่หลงสมมุติท่านเข้าใจสมมติหมดเพราะผู้มีพระภาคก็ตรัสว่าข้อนี้เป็นอย่างนั้นอานนท์ในการทั้งสองกายของตถาคตย่อมบริสุทธิ์มีฉวีวรรณผ่องผุดผ่องยิ่งนักในการทั้งสองนี้เป็นไฉนพระพุทธเจ้าก็เลยกลับเล่าให้พระอานนท์ฟังกายพระพุทธเจ้าในครั้งนี้ได้ปลงอายุสังขารและก็จวนจะอาฆาตหนักแล้วตอนนี้เมื่อยฉันเมื่อยยิ่งแล้วตอนนี้ฉันแย่แล้วจวนจะถึงเวลาปรินิพพานเต็มทีแล้วประกาศของท่านยิ่งผ่องแผ้วแทน เหมือนคนธรรมดายิ่งจะตายก็ยิ่งฉีดยิ่งเสี่ยวยิ่งเหี่ยวยิ่งพล่ำยิ่งเขียวยิ่งเป็นไปอย่างไม่ไม่เข้าเรื่องผิวแดงหรืออะไรต่ออะไรต่างๆนานาไม่พูดหรอกมันบอกย่าเหมือ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน