200602-090 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน090-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์141 KB
วันที่แก้ไข14 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 2 มิถุนายนพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปเป็นการอบรมกราบพ่อท่านมีหลักการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าและผู้โดยสารสันติสุขก็มาทำวัดกันถ้าเราได้ทำวัดกันเป็นประจำสำหรับที่อยู่สำนักในที่ที่เป็นหมู่เป็นกลุ่มคำวัดต้นไม้คำว่าเราลงมารวมกันณบัลลาถ้าเราก็มีผู้แสดงธรรมหรือมีผู้เป็นประธาน เพื่อที่จะแสดงธรรมหรือตอบปัญหาธรรมะต่างๆให้เราได้รู้กว้างขวางไม่รู้เพิ่มเติมการได้รับธรรมะเพิ่มเติมจากผู้เป็นภันเตหรือจากผู้เป็นประธานมาจากผู้ที่ขึ้นมาแสดงธรรมเช้าพอดีเย็นก็ดีกรณียักอย่างนั้นเราเรียกว่าการทำวัตรและการทำวัตรก็คือการฟังธรรมธรรมดานั่นแหละแต่ว่ามันเป็นธรรมเนียม กิจวัตรจึงเรียกว่าทำวัตรมันเป็นธรรมเนียมเป็นกิจวัตรเมื่อพระท่านอยู่เป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นสถานที่ท่านก็จะต้องมีการกระทำกันเป็นประจำกิจวัตรเรียกว่าการทำวัตรมีการคารวะพระผู้ใหญ่ตามลำดับซึ่งเป็นจารีเป็นพิธีการในการแสดงการคารวะกันนอกจากการคารวะเรียบร้อยแล้วก็มีการลงมือแสดงธรรมกันหรือเปล่าถามปัญหากันในเรื่องธรรมะที่จะเพิ่มภูมิเดี๋ยวนี้การทำวัตรได้เปลี่ยนเพี้ยนไปหมดเป็นการท่องเช้า รวมเพลงกินข้าวแล้วก็ท้องเย็นก็มารวมหมู่กันเข้าแล้วก็ท่องบทท่องก็มีเกจิอาจารย์มาเอาบทพระธรรมบทบอกอะไรก็ได้บ้างมันแต่งเป็นวันดีขึ้นในท้องกำหนดให้ท่องคำอย่างนั้นอย่างนั้นไม่เหมือนกันไม่ตรงกันแต่ละวัดไม่ตรงกันในเมืองไทยก็มีหลายแห่งไม่ตรงกันตรงกันบ้างบางบทบางอันเป็นหลายๆอันก็ไม่ตรงกันเพี้ยนออกไปจากไปหลายที่หลายๆทางยิ่งเป็นคนรับจังหวัดคนละประเทศแล้วก็ไปกันคนละเรื่องเลยเรื่องทำวัดโดยเนื้อหาสาระโดยแก่นของมันก็คือการแสดงปริยัติธรรม แสดงปริยัติธรรมนั่นแหละเป็นแก่นสาระที่นี่เราทำวัดเราไม่มีทองไม่มีสวนและไม่มีเอาบทพระธรรมบทมาสวดร้องกันเป็นหมู่หมู่ไม่มีเราทำวัดกันอย่างนี้สาธยายธรรมก

อ่านต่อ

ันนี่แหละทำวัตรหรือสวดมนต์สวดมนต์ก็คือสาธยายความรู้สาธยายมนต์พระในขณะนี้ณที่นี้เราทำวัดกันด้วยเอาพุทธประวัติจากพระองค์เต็มที่ทางสำนักสงฆ์ทางท่านพุทธทาสได้ทำขึ้นไว้เนี่ยเอามาอ่าน อ่านแล้วก็บรรยายสู่กันฟังอธิบายให้เข้าใจลึกซึ้งขึ้นทลายเลี้ยงมาได้เรื่อยๆติดต่อกันมามากแล้วนี่เห็นภาพที่ 4 แล้วถึงจะเป็นภาคไหนจุดไหนก็ตามมันก็เป็นคำสอนเป็นตัวอย่างเป็นคำยืนยันในหลักธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์บรมศาสดาของเราได้ทรงเป็นไปได้ทรงเป็นมาธรรมะที่เป็นหลักเกณฑ์ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่ได้บัญญัติขึ้นองค์พระบรมศาสดาได้บัญญัติขึ้นไว้ให้เราได้ศึกษาตามให้เราได้เรียนรู้ตามเราก็ฟังกันได้ แม่จะมาฟังภาค 4 นี่ก็ไม่เป็นไรเราก็ขอต่อเราได้ตอนนี้เราได้ฟังพระพุทธองค์เสด็จทรงยืนยันหลักการต่างๆของพระองค์กษัตริย์ศาสนามาหลักที่ทรงใช้ในการปรับต่างๆท่านก็ยืนยันว่าท่านจะต้องปรับเป็นสิ่งที่เป็นความจริงแท้ประกอบด้วยประโยชน์แม้จะพอใจผู้ฟังหรือไม่พอใจผู้ฟังก็ตามขอบคุณพระองค์พระพุทธองค์ก็ตามไม่ใช่พระองค์จะต้องจัดออกมาโดยเฉพาะที่พอใจ งั้นไม่ใช่ไม่ใช่หลักการแม้แต่จะตัดออกมาสิ่งนั้นไม่พอใจผู้ฟังก็สัตว์หรือจะพอใจผู้ฟังก็ตัดถ้าสิ่งนั้นเป็นความจริงและประกอบด้วยประโยชน์นี่เป็นหลักใหญ่ๆคร่าวๆจริงๆปรับเปลี่ยนกันนี่ตั้ง 6 อย่างนั้นก็อธิบายถูกฟังสรุปให้ฟังและก็อาการที่ทรงแสดงธรรมอาตมาเป็นพระพุทธเจ้าแสดงธรรมได้สิ่งที่ท่านรู้ยิ่งเองด้วยตนด้วยตนแล้วสิ่งที่รู้ยิ่งเองด้วยตนแล้ว ไม่ค่อยแสดงธรรมไม่ใช่แสดงธรรมด้วยความที่ไม่รู้ยิ่งในตนแสดงธรรมที่มีเหตุไม่ได้แสดงธรรมที่ไม่มีเหตุและการแสดงธรรมของท่านน่าอัศจรรย์หรือแสดงธรรมแล้วเป็นปาฏิหาริย์มันเป็นหลักของพระพุทธเจ้าหรือว่าเป็นอาการพระพุทธเจ้าแสดงธรรมและเป็นอาการอย่างนั้นปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้านั้นก็ไม่ใช่ปาฏิหาริย์แสดงแล้วคนออกเหมือนเดิมดังกล่าวได้ก็ไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้าแสดงแล้วมันเป็นปาฏิหาริย์น่าอัศจรรย์คือ แสดงเป็นคนฟังแล้วเห็นได้เชื่อได้เป็นไปมันเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปก็เป็นไปได้เช่นกันแสดงปาฏิหาริย์แสดงอนุสาสนีปาฏิหาริย์กับองคุลีมาลพระพุทธเจ้าแสดงธรรมพระองค์คือมารบอกว่าหยุดเรียนอยู่ซึ่งมันไม่น่าเป็นไปได้เลยมันง่ายๆมันเหมือนง่ายๆทำไมคนอื่นก็แสดงง่ายๆอย่างนี้บ้างไม่ได้เพราะปริมาณไม่ใช่ว่าจะไม่มีคนต่อต้านในการที่กองทุนมาไม่ฆ่าคนมาทั้ง 999 หรือคนที่พันเท่านั้นน่ะคนสุดท้ายองคุลีมาลจะถึงจุดยอดแล้วฆ่าได้คนที่พันนี้ก็ไปหาอาจารย์ให้อาจารย์สอนวิชาสุดยอดได้แล้วแต่มาเจอเอาพระพุทธเจ้าเข้าหยุดได้เนี่ยฆ่าคนมาถูกค้นหาทุกคนต่อต้านหรือว่าต้องต่อสู้อะไรมาตั้ง 999 คนก็อีกคนเดียวเท่านั้นมันจะกลายเป็นเชียวมันต้องฆ่าได้แน่แต่มาถึงพระพุทธองค์มาเจอพระพุทธองค์เข้าไม่ได้ฆ่าไม่ให้ข้าพระพุทธเจ้า องคุลีมาลหยุดฆ่าคนได้ทั้งๆที่ฆ่าอีกคนเดียวเท่านั้นแหละข้ามาได้ตั้ง 999 คนอีกคนเดียวจะถึงจุดยอดแล้วไม่เด็ดขาดมันประหลาดไหมมันต้องหยุดสิหยุดแต่บางทีพระพุทธเจ้าบอกว่าหยุดเสียนั่นแหละหยุดเยอะของผลไม้ทำไมต้องหยุดโจมตีก็เธอไม่หยุดเธอก็เลวใหญ่แต่พอพระพุทธเจ้าทรงแสดงทำให้เป็นปาฏิหาริย์แสดงเหตุแสดงผลแสดงความชั่วความดีแสดงความจริงออกมาจนออกปริมาณฟังและยอมหยุดอย่างมอบตัวเป็นสาวกของพระพุทธเจ้าด้วยหยุดยาวปฏิบัติธรรมหยุดเป็น ปฏิบัติอย่างจริงออกบวชแล้วเสร็จไปบิณฑบาตคนขว้างปลาหัวแตกหัวล่างข้างแตกใช้ได้แน่ไม่มีพยาบาทไม่มีอาฆาตไม่มีโกรธแค้นได้เนี่ยรู้ความจริงว่ามันเป็นวิบากของตนที่เป็นไปทำชั่วทำเลวมามากมันเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้เลยแต่ก็เป็นไปได้แต่ก็เป็นไปได้ความเสียหายของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนี้มันจะปาฏิหาริย์เป็นไปโดยที่เรียกว่าฟิลิปปินส์มีอะไรแปลกประหลาดที่แปลกยังไม่เข้าเรื่อง แต่ของพระเจ้าและแปลกและเข้าเรื่องแปลกและเป็นเป็นไปด้วยความพิสูจน์ได้ว่าเป็นไปเพราะความไม่โลภะโทสะโมหะมีความปล่อยวางที่จิตความโลภน้อยลงความโกรธน้อยลงมีการแสดงยืนยันได้ชัดว่าเป็นคนที่มีจิตสูงขึ้นไม่ติดสูงขึ้นจริงๆเนี่ยมันเป็นอย่างนี้ความเชื่อยอมเห็นไม่ใช่ยอมแล้วมันเห็นจริงมันเชื่อจริงมันเข้าใจจริงแล้วมันก็ถ้ามีอำนาจปิดมีเจโตที่แข็งแกร่งจริงมันตัดมันละมันปล่อยมันวางมันกลับผิดเปลี่ยนผิดจริงทันทีได้ด้วยง่ายๆ เร็วๆด้วยมันเป็นสัตว์มันไม่น่าเป็นหรอกแต่มันเป็นมันกลับกันกับโลกสลับกันกับพลิกโลกเขาชอบใจพอใจพอมาฟังธรรมพระพุทธเจ้าแล้วปล่อยได้กลับทวนกระแสเป็นปฏิเสธทวนกระแสไม่เหมือนกันกับที่เป็นอย่างเก่านี่มันประหลาดนี่เรียกว่าแสดงธรรมมีอัศจรรย์มิใช่ไม่อัศจรรย์แสดงธรรมมีปาฏิหาริย์มิใช่ไม่มีปาฏิหาริย์แสดงธรรมแล้วมันมีปาฏิหาริย์อย่างนี้แต่ยังไม่จำเป็นต้องเอาพระพุทธเจ้าอย่างอาตมาแสดงธรรมธรรมะที่เป็นเนื้อธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นไปเพื่อปฏิเสธ ไปประทวนกระแสโลกเป็นไปคนละหน่อยคลายรักโลภะโทสะโมหะไม่หลงในลาภยศสรรเสริญไม่หลงในกามารมณ์กามคุณไม่รู้เนี่ยอบายมุขค้นปรับเปลี่ยนมาได้ทั้งๆที่เขาอร่อยนะเขาไปหลงรักเขาอร่อยเขาไปหลงตามอารมณ์ตามมาคุณก็อร่อยแต่ก็เห็นสิ่งใดเห็นจึงได้ปรับเปลี่ยนได้อย่างนี้เป็นปาฏิหาริย์แม้แต่มาเองขนาดสาวกพระพุทธเจ้าแสดงธรรมอันเป็นธรรมะที่เป็นสัจธรรมของพุทธธรรมแยกแยะจำแนกออก ไม่ตื่นทำให้เห็นได้พวกคุณเองนี่แหละไม่ต้องเอาใครเพราะคุณก็เห็นได้เห็นตามเชื่อได้เชื่อตามมีเหตุมีผลมั่นใจเอาไปทำตามสิ่งไหนที่คุณมีอินทรีย์พระอยู่แล้วไม่ต้องไปทำฟังปุ๊บเดี๋ยวนี้ก็เลิกปั๊บได้มีหลายคนของตัวเองพิสูจน์เอาสิยืนยันเพียงแต่อาตมาชี้แจงจำแนกทำให้ตื่นทำให้เห็นชัดเด่นขึ้นมาโอ้มันจริงๆจริงๆจริงๆเป็นปัจจัยความจริงและคุณก็เชื่อเห็นชัดเลยคุณไม่ได้เชื่ออาตมาพูดแต่คุณเชื่อเพราะปัญญาของคุณเพราะคุณใส่รองเท้าไม่เห็นได้ผลและคุณก็พิสูจน์กับสิ่งที่ผ่านมา มีสภาวะมีเรื่องราวเกิดผลแพ้เห็นเหตุแท้เห็นว่าชั่วเห็นว่าเลวเห็นว่าถ้าหลุดถ้ารักถ้าวางถ้าปล่อยเลิกมาเสียดีคุณก็ปล่อยคุณก็เลิกคุณก็ได้คุณก็คลายใจคุณนายคลายไม่มีใครไปทำคุณทำของคุณเองคุณนายได้คุณพรายได้คุณปล่อยได้คุณเลิกได้หลุดได้รับได้คุณทำของคุณเองเมื่อคุณเห็นจริงเมื่อคุณเห็นคุณเข้าใจสิ่งยืนยันได้จริงบางอย่างอินทรีย์ภาระยังไม่กล้าก็มาหัดหลุดอีกตั้งศีลตั้งกฎขึ้นปฏิบัติควบคุมให้มันผ่อนคลายให้มันละให้มันหน่อยหลุดออกไปอีกคุณทำ คนก็ได้มาได้ด้วยตามที่คุณทำได้ผู้ที่ปฏิบัติธรรมมาตามกับอาตมาพาทำกันหรือหมู่พวกเราพาทำกันก็คอยสังเกตอ่านดูนี่เป็นสิ่งยืนยันเพราะการฟังธรรมนี่แหละการฟังการแสดงธรรมนี่แหละมีอัศจรรย์ได้มีปาฏิหาริย์ได้เป็นปาฏิหาริย์คือหลุดลักหลับปล่อยนายพรายกิเลสหลุดออกจริงๆมันเห็นแท้ๆเห็นชัดจริงๆอย่างนั้นไม่ใช่ว่าจะมีปาฏิหาริย์ที่พิลึกพิลั่นอะไรที่ตลาดๆที่เรารือกันเป็นการบริหารเดินน้ำดำดินหรือว่าอยู่ยงคงกระพันชาตรีมี มหานิยมขอฟังธรรมแล้วก็ได้สิริมงคลกลับไปบ้านรวยลาภรวยยศกลับระราบระยศได้แน่มันกลับกันมามันชวนกันอีกฟังดูดีๆมันกลับไปละลาบละยศได้แม้เราตั้งใจว่าจะได้ลาภอันนี้จะได้ยกอันนี้พอฟังอันนี้พอฟังธรรมอันนี้ไปปรากฏว่าลาบหรือยกที่เราจะได้อยู่เรามาล่อนั้นน่ะกลับไม่ได้แล้วแม่ไม่ได้แล้วคุณก็จิตใจเฉยจิตใจไม่เสียดายไม่ห่อเหี่ยวยังแจ่มใสเบิกบานไม่ทุกข์ไงปาฏิหาริย์ แต่คุณอยากได้อยู่ตอนนี้ก็แบบได้รู้ว่าเราอยู่ที่เดียวว่าเราจะได้ลาภอยู่ทีเดียวพอมาฟังธรรมแล้วเกิดสิริมงคลว่างั้นนะเขากลับไปบ้านได้ลาภนี่มาจริงๆด้วยได้ยศนี้มาจริงๆด้วยนะแล้วคุณก็ดีใจอย่างนี้เรียกว่าปาฏิหารย์ ลาบนั้นหลุดลอยและที่ควรจะได้กลับตาลปัตรไม่ได้ยศแต่คุณไม่เสียใจคุณฟังทำไปแล้วแม้มั่นคงคุณกลับสบายเข้าใจในธรรมเขาเข้าใจในอนิจจังเข้าใจในความไม่เที่ยงและแม้คุณไม่ได้ลาภนั้นคุณก็อยู่ได้คุณก็ไม่เดือดร้อนคุณก็สบายคุณไม่ได้ยศนั้นคุณก็ไม่เดือดร้อนคุณก็สบายจิตใจคุณมั่นคงอย่างนี้ที่ปาฏิหาริย์อย่างนี้จะไม่เสียใจไม่ทุกข์ทรมานนัดอย่างนี้ที่ป่าที่หารอาตมาอยากจะเห็นคนที่มีปัญหาที่สุดอย่างนี้เพราะว่าฟังธรรมแล้วกลับไปจิตใจมั่นคง หรืออาจจะไม่กลับกันอีกคุณจะได้ล่าคุณจะได้ยศอยู่รอมร่อแล้วพอฟังธรรมกลับไปแล้วพอไปถึงกลับไปได้ลาภจริงๆด้วยได้เยอะจริงๆด้วยแม่พอด้านล่างได้เยอะแล้วกลับจะตื่นเต้นดีใจเฉยเออมันก็เป็นไปตามธรรมอย่างนั้นแหละไม่ดีใจไม่ตื่นเต้นซึ่งเรากะจะตื่นเต้นกะจะดีใจพอฟังธรรมกลับไปแล้วจิตใจกับเปลี่ยนดารานี้มันสมใจได้ยอดนี้ไม่สนใจก็ไม่ตื่นเต้นไม่ดีใจไม่ปูกองอะไรอย่างนี้สิเป็นปาฏิหาริย์อย่างนี้เป็นปาฏิหาริย์ ก็ดีนะย้อนอีกซ้ำอีกทีนึงมันแตกต่างกันก็บอกว่าคุณจะได้ลาภจะได้ยศอยู่เรามาล่อแล้วพอฟังธรรมแล้วเสร็จกลับไปแล้วก็ไม่ได้ลาภได้ยศนึกว่าไอ้นี่เป็นปลาที่หานึกว่าไอ้นี่เป็นแต่สิริมงคลแล้วคุณก็ตื่นเต้นดีใจคุณไม่ได้อะไรจากการฟังธรรมคุณไม่ได้อะไรจากที่ได้รับการแสดงทำไปไม่ใช่ปฏิหาริย์หรือจะยิ่งกว่านั้นแหมเราจะไม่ได้ลาเราจะไม่ได้ยศก็ไม่ได้ว่าจะไม่ได้ยศมันจะหลุดลอยอยู่แล้วพอมาฟังธรรมแต่เราคิดว่าเราได้ศิริมงคลทีเดียวมาฟังธรรมแล้วก็ เวลาที่จะหลุดลอยไอ้ยศที่จะหลุดลอยนั้นพอฟังธรรมแล้วเสร็จกลับไปกลับได้มาแน่พี่กลับไปอีกย้อนอีกนะกลับได้มาเนี่ยได้ลาภนั้นได้เย็ดกันมาเนี่ยแล้วคุณก็ดีใจตื่นเต้นชื่นใจไม่เห็นมีปาฏิหาริย์อะไรเลยฟังดีๆเนี่ยไม่มีปัญหาเลยเพราะแม่คุณไม่ได้มาฟังธรรมเลยคุณไปได้อย่างนั้นคุณจะไม่ตื่นเต้นดีใจและจิตของคุณก็เป็นอย่างนั้นแหละกูมองอย่างนั้นแหละถ้าไม่ได้กูก็เสียใจห่อเหี่ยวอยู่อย่างนั้นแหละนี่เป็นปกติมนุษย์ธรรมดาธรรมดาไม่ได้มีปาฏิหาริย์อะไรจากธรรมไม่น่าอัศจรรย์อะไรเลย เป็นของปกติแต่ของมนุษย์ธรรมดาจะฟังธรรมหรือไม่ฟังธรรมไปแล้วก็เป็นผิดอย่างนี้อยู่อย่างเก่าเหมือนเก่าไม่มีผลไม่มีปาฏิหาริย์ไม่น่าอัศจรรย์สิ่งที่น่าอัศจรรย์คือมันปรับเปลี่ยนจิตของเราจากจิตมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไปละไปได้แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นจิตที่เสื่อมลาภก็ใช้เสื่อมยศก็เฉยได้ลาภก็เฉยได้ยศก็เฉยได้สรรเสริญก็เฉยนินทาก็เฉยจบไม่มีทุกข์ไม่มีมีแต่วันนี้ตลาดไม่มีสุขไม่มีทุกข์เห็นแต่ความจริงกับความจริงมีแต่ความจริงเท่านั้นปรากฏสิ่งที่เป็นอย่างนี้ย่อมเป็นอย่างนี้สิ่งที่ เป็นอย่างนั้นแล้วคุณก็สาวหาเหตุอะไรที่มันเสื่อมอะไรที่มันไม่ดีควรปรับปรุงก็ปรับปรุงอะไรไม่เสื่อมก็ไม่ต้องไปปรับปรุงอะไรมันเป็นไปปกติก็เป็นไปปกติอันใดดีแล้วก็สนับสนุนขึ้นด้วยซ้ำไปรักษาดีนั่นไว้ลักษณะสนับสนุนขึ้นผมก็เห็นความจริงตามความจริงอย่างนี้คือลักษณะปาฏิหาริย์หรืออัศจรรย์น่าอัศจรรย์อย่างนี้น่าอัศจรรย์เพราะฟังธรรมไปแล้วแล้วก็มาปฏิบัติธรรมแล้วได้เงินได้อาตมาคนหนึ่งไม่เห็นมันอัศจรรย์อะไรหรอกไม่ได้น่าอัศจรรย์ยิ่งใหญ่อะไรแต่จุดเปลี่ยนจากโรงพระโทสะโมหะไปได้ มหัศจรรย์มากทีนี้อาการแสดงธรรมอย่างต่อมาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นแสดงธรรมเด็กความรู้ยิ่งของตนนี่แหละรู้ยิ่งเองแล้วแล้วก็แสดงไม่ใช่แสดงโดยไม่รู้ยิ่งของตนและแสดงธรรมมีเหตุมีนิทานมีที่มาไม่ใช่ไม่มีเหตุแสดงธรรมน่าจะจำไม่ใช่ไม่น่าจะจำหรือแสดงธรรมมีปฏิหารไม่ใช่ไม่น่าไม่ตัดไม่มีปาฏิหาริย์เมื่อแสดงแล้วกลัวกลัวว่าก็เป็นสิ่งที่เคยขายควรทำตามอนุสรณ์จะมีก็เป็นสิ่งที่ใครๆควรทำตามคือแสดงธรรมออกไปแล้วนี่คำกล่าวนี้ หรือคำสอนนี้แสดงออกไปแล้วใครๆก็ควรจะมาทำตามจริงๆคุณฟังนี่คุณฟังธรรมะไปนี่มันเป็นยังไงฟังธรรมะที่อาตมากล่าวเนี่ยถ้าเขาก็จะทำมากล่าวนี้อาตมาแสดงธรรมของพุทธธรรมอาตมายิงกันคุณจะเชื่อแค่ไหนก็แล้วแต่พุทธธรรมเป็นธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ถ่ายทอดไว้แล้วอาตมาก็เห็นตามเห็นอาตมาเห็นจริงเห็นเองส่วนที่เห็นจริงๆเห็นจริงๆแล้วไม่แสดงตามแสดงแล้วการแสดงและการกล่าวหรือการสอนก็ตามจะเรียกว่าโอว่าจะเรียกว่าการศึกษาจะมีก็ตามเพราะว่าสมัยนั้นคำกล่าว อนุสาสนีก็หมายความว่าคำสอนแสดงออกไปแล้วใครๆฟังใครๆได้ยินก็เป็นสิ่งที่ควรกระทำตามมันรู้สึกอย่างนั้นไหมแต่คุณตอบตัวเองได้มันรู้สึกกับแม่มันควรทำตามแต่บางทีทำตามไม่ค่อยไหวแล้วก็อีกเรื่องนึงบางคนเห็นคนทำตามแล้วก็ทำตามวัยทำตามเลยไฟฟ้าที่หารอย่างนั้นเลยสำเร็จไปในตัวเลยบางคนเห็นคนทำตามแต่อย่าทำตามไม่ไหวก็ให้พยายามก็แล้วกันอันนี้เป็นอย่างที่ 2 อาการแสดงธรรมของพระพุทธเจ้ามันมีผลอย่างนี้มีความเป็นจริงอย่างนี้ใช่ไหมคุณ ฟังแล้วก็พิจารณาดูถ้าใช่นี่แหละเป็นธรรมะพระพุทธเจ้าแม้ใครแสดงก็ตามถ้าเป็นอย่างนี้แล้วก็เป็นอย่างนี้ 3 8 เป็นธรรมะที่แสดงและผู้แสดงนั้นรู้ว่าควรจะพอควรจะเอารักรู้สึกความรู้สึกของตนแต่ติดขนาดนี้เราเป็นอยู่อย่างดีมีความพอใจมีความพอดีมีความสมณะขนาดพอดีไม่สงบเกินไปไม่พอดีไม่ดีใจเกินไปเพราะมันเป็นกิเลสและ ห่อเหี่ยวใจท้อแท้ใจเสียใจไม่มีเลยจุดที่สูงสุดรู้ว่าเป็นจุดสูงสุดเรียกว่าพุทธะจุดที่ทรงไว้พอเหมาะพอเจาะเรียกว่าธรรมะตัวเราเองเป็นตัวเราเองมีเรียกว่าสังขะเป็นผู้แสดงธรรมอย่างนั้นรู้ในตัวเองอันนี้เราได้อธิบายอย่างพิสดารกันมาแล้วเนี่ยวันนี้อาตมาก็ยกขึ้นมากล่าวทวนอีกเมื่อวานนี้ก็ได้แสดงแล้วอธิบายกันแล้วจะเอาบาดีเพราะว่าข้อ 3 ข้อสุดท้ายเลยมันยากแต่การเข้าใจเราได้แจก เพื่อนออกมาดีมาเทียบกับเตียงมาพิจารณามาวิเคราะห์จะเข้าใจแต่พอสมควรทีนี้ข้อต่อไปจงแสดงธรรมด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งพระพุทธองค์เนี่ยหรือว่าสาวกของพระพุทธองค์ก็จะทำอย่างพระพุทธองค์คือแสดงธรรมะก็จะต้องแสดงธรรมด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งถ้ากลับไปอย่างนี้ภิกษุทั้งหลายพระยากับชื่อสีหักออกจากถ้ำที่อาศัยในเวลาเย็นเหยียดยืดกายและเหนียวดูทิศทั้ง 4 โดยรอบบรรลืออำนาจ 3 ครั้งแล้วก็เที่ยวไปเพื่อหาอาหาร ราชสีห์นั้นเมื่อตะครุบช้างก็ตัดชุดด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งไม่หลานหลวงเมื่อกระทบควายป่าก็จะพบด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งไม่อาจหลวงเมื่อกระทบวัวก็จะทุกข์ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งไม่หลั่งหลวงเนื่องจากกรุ๊ปเสือดาวก็จะพบกับความระมัดระวังอย่างยิ่งแม้ที่สุดแต่เมื่อสักพักเล็กๆเช่นกระต่ายและแมวเพราะเหตุใดเล่าเพราะ ราชสีห์นั้นคิดว่าเรียนครูของราชสีห์อย่าได้เสื่อมเสียไปเลยอย่าได้เสื่อมเสียไปเสียเลยดังนี้ภิกษุทั้งหลายก็คำว่าราชสีห์ราชสีห์นี้เป็นคำแทนชื่อตถาคตผู้อรหันต์ตรัสรู้ชอบด้วยตนเองด้วยเหมือนกันการแสดงธรรมแก่บริษัทนั่นแหละคือการบรรลือสีหนาทของตถาคตภิกษุทั้งหลายแม้กระทั่งก็แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายก็แสดงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อแสดงแก่ภิกษุณีทั้งหลายก็ ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อแสดงแก่อุบาสกทั้งหลายก็แสดงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งเมื่อไหร่เมื่อแสดงแก่อุบาสิกาทั้งหลายก็แสดงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งไม่หลอกลวงแม้ที่สุดแต่เมื่อแสดงแก่ปุถุชนชั้นต่ำทั่วไปเช่นแก่คนขอทานหรือพวกพรานทั้งหลายก็ย่อมแสดงด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งไม่รับหลวมเลยเพราะเหตุใดเล่าภิกษุทั้งหลายเพราะเหตุว่าสถาบันเป็นผู้นำในธรรมเป็นผู้เคารพต่อ ดูตลกฟังเพลินๆก็จะรู้ตื้นๆง่ายๆแต่แค่ว่าพระพุทธเจ้าแสดงธรรมนั้นระมัดระวังไม่ว่าจะแสดงแก่ผู้ที่สูงแล้วหรือแสดงแก่แม้ปุถุชนท่านเทียบเหมือนราชสีห์พระราชสีห์จะออกไปบรรลือหน้าออกจากถ้ำไปอยู่ที่แขนเหยียดขาซะก่อนออกไปแล้วก็เดี๋ยวดูสิ่งที่พร้อมทั้งรวมหมดแล้วหรือราชสีมาจะต้องระมัดระวังดูรอบ 40 และออกไป 3 ครั้งต่อไปแล้วจะต้องบรรลือหน้ามันก็เปล่งเสียง 3 ครั้งซะก่อนแล้วก็เที่ยวไปหาอาหารในขณะจับอาหารก็ระมัดระวังไม่หละหลวมฉันใดพระพุทธเจ้าก็บอกว่าพระพุทธเจ้านี่เหมือนกับคำว่าราชสีห์นี่แหละก็เห็นว่าราชสีห์เนี่ยจะทำอะไรก็ต้องมีค่ามีมากไม่ยอมเสียเหลี่ยมแห่งราชสีห์ศักดิ์ศรีของราชสีห์ไม่ยอมเสียมีถ้ามีมากมีระวังอะไรอยู่ตลอดเวลาฉันใดถ้าจะหาคนหรือพระพุทธเจ้าท่านก็เหมือนกัน ทานตะวันไม่ให้มันบกพร่องไม่ให้มันเสียเหลี่ยมไม่ให้บกพร่องจะแสดงธรรมอย่างละเอียดลออที่จะแสดงธรรมอย่างกับคนชั้นสูงชั้นต่ำชั้นกลางชั้นยังไม่ประมาทไม่ประมาทระมัดระวังระมัดระวังอยู่ตลอดเวลานี่เป็นลักษณะคุณลักษณะอันประเสริฐเพราะฉะนั้นเราเองเราก็ต้องระมัดระวังทุกคนพวกเราเองนี่เป็นพุทธบริษัทจะแสดงธรรมก็พยายามระมัดระวังแม้แต่พวกญาติโยมเองก็ดีจะแสดงธรรมแก่ใครที่เอาธรรมะที่ยืนยันว่าเป็นธรรมะเป็นพุทธธรรมเป็นไปเพื่อความหมายเป็นภัยเพื่อให้เขาได้รับประโยชน์อันตรงไปเลยก็ได้รับประโยชน์จริงๆ พยายามระมัดระวังอย่าให้มันเบาๆแหว่งๆอย่าให้มันคล่องๆบกพร่องๆพยายามแสดงให้มันดีในทุกขณะถ้าเราได้ทำอย่างนั้นแล้วเราจะเป็นเหมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ท่านตรัสว่าเหตุอะไรก็เพราะเหตุว่าตถาคตเป็นผู้นำในธรรมเป็นผู้เคารพต่อธรรมะไม่ใช่ของเล่นนะเนี่ยอธิบายก่อนทำไมไม่ใช่ของเล่นเป็นของที่จะต้องยืนยันให้มั่นคงหนักแน่นจะต้องให้มันยืนเป็นพื้นอยู่ว่าอย่างนี้ไม่เว้าไม่แหว่งไม่สลายไม่ทำเป็นเล่นๆไม่เอาธรรมะต้องเป็นของ จัดแสดงออกต้องให้งามต้องให้บริบูรณ์ไม่ว่าจะแสดงกับใครขนาดไหนก็ให้เหมาะสมกับเขาแล้วอย่าไปทำเป็นเล่นเป็นหัวธรรมะพระธรรมเป็นเล่นเป็นหัวแล้วมันลุกอยู่มันลบหลู่ทำขนาดพระพุทธเจ้าเองแท้ๆท่านยังตรัสว่าท่านเป็นผู้เคารพต่อธรรมเพราะฉะนั้นคำว่าธรรมะคำว่าสัจธรรมแล้วอย่าดูถูกอย่าทำเป็นเล่นหัวอย่าดูถูกอย่าทำเป็นพูดก็ได้จะไม่พูดก็ได้จะพูดเอาเรื่องตลกเกาะคาอะไรก็ได้อยากพยายามให้มันเป็นอย่างนั้น ถ้าเราระมัดระวังดีเราก็ทำสำรวมระวังเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าท่านตรัสยืนยันไว้ดีเราก็มีนัยยะเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเราก็เป็นสาวมักกะสันโคเป็นสองสาวกของพระพุทธเจ้าทำเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าและเหมือนพระพุทธเจ้านั่นแหละคือเราเป็นพระพุทธเจ้าหน่อยนึงเราทำเหมือนพระพุทธเจ้านั่นแหละเราเป็นพระพุทธเจ้าหน่อยหนึ่งพระพุทธเจ้าอาจจะมีอะไรอีกหลายอย่างที่เรายังไม่เหมือนเรายังไม่ดีเท่าเรายังไม่ดีถึงแต่ถ้าเราทำคุณลักษณะอันนี้ได้เหมือนเหมือนพระพุทธเจ้าทำเรามีความระมัดระวังในธรรมแสดงธรรมก็ระมัดระวังอยู่เหมือนเราก็เป็นพระพุทธเจ้าน้อยๆในส่วนที่เหมือน ทำไม่ได้ก็แล้วกันการเป็นพระพุทธเจ้าหรือการถึงซึ่งพุทธะอกาลิโกไม่ไม่ไม่ว่ากำหนดเวลาหมายถึงเป็นพุทธะได้พุทธะเกิดอยู่เสมอพุทธะคือตัวตรัสรู้พุทธะคือตัวไม่ทำให้ต่ำทำให้สูงพยายามรักษาสภาพสูงเป็นไปโดยสูงอยู่เสมอได้นั่นแหละพุทธะมีเราเพิ่งผ่านวันวิสาขบูชาวันประสูติตรัสรู้ปรินิพพานตอนเช้าเมื่อวานนี้ก็ได้อธิบายธรรมะลักษณะของประสูติตรัสรู้ปรินิพพานให้ฟังแล้วเพราะลักษณะของจิตนี่เองเกิดเพราะฉะนั้นจิตของเราเกิดรู้เกิดเห็นจริง ส่วนดีแล้วเราก็ทำได้ทำได้ด้วยทำดีนั้นได้ด้วยเราแต่ก่อนเคยทำที่เลวตอนนี้ทำได้ดีแจ๋วทำได้ดีก็ต้องพร้อมบริบูรณ์เนี่ยอันนั้นก็เป็นดีไอ้อันที่เราทำได้แล้วแม้แต่ครั้งหนึ่งก็เป็นพระพุทธเจ้าครั้งหนึ่งเป็นพุทธะครั้งหนึ่งเป็นอนุพุทธอะไรจะพูดอย่างถ่อมตนหรือพูดอย่างให้เป็นสัจจะเพราะว่าเราไม่ดีเท่าพระพุทธเจ้าจริงหรอกแต่เราพูดจากอวดดีหน่อยเราก็ไปพระพุทธเจ้าเราเป็นพระพุทธเจ้าครั้งหนึ่งแต่พระพุทธเจ้าหน่อยนึงก็ดีแล้วฟังดีๆนะฟังธรรมะสำหรับพยายามฆ่าเพียงทำให้ตัวเราเองมีกายกรรมวจีกรรมมโน ตำรงช่องกับลักษณะพระพุทธเจ้าท่านเป็นพระพุทธเจ้าท่านมีพฤติกรรมอย่างนั้นอย่างนั้นเนี่ยเราทำไม่ได้เธอเข้าใจให้จริงจำแม่นเข้าใจได้แล้วและจำแม่นด้วยก็ทำไม่ถูกให้ตรงตามนั้นด้วยเห็นเราพยายามฝึกตนอย่างนี้เราเรียนรู้นี่เรียนรู้ไปทำไมเรียนรู้ไปเพื่อจะเอาอย่างเอาแบบเราซึ่งพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าพาทำอย่างนี้ท่านเจริญเราก็ทำเจริญอย่างท่านจะเอาแบบท่านได้ส่วนที่ควรจะเปลี่ยนจิตใจของเราด้วยอันนี้ก็คือบทที่ว่าทรงแสดงธรรมด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่งอย่างยิ่งและก็ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] สารีบุตรเธอจงรอก่อนตถาคตเองจัดเป็นผู้รู้เวลาที่ควรบัญญัติวินัยในพระพุทธเจ้าตรัสกับพระสารีบุตรเหตุที่ตัดอย่างนี้ก็คือในสูตรนี้ภาษาญี่ปุ่นไปเตือนพระพุทธเจ้าท่านเห็นว่าตอนนั้นมีคนน่าจะหมดสายลงสิ่งที่ดับขันลงมีคนน่าจะหมดก็คือศาสดาของศาสนานิพนธ์ที่ศาสนาเชนตายลงเพราะตายแล้วมีคนไม่ได้ ไม่ได้จัดระเบียบไม่ได้จัดกฎระเบียบวินัยร้อยกรองระเบียบวินัยไว้พอทุกคนจิ้มที่ดับขันลงสาวกทั้งหลายก็เถียงกันใหญ่มันก็บอกว่าไอ้นี่ถูกบ้างก็บอกว่าไอ้นี่ถูกอันนี้พระพุทธเจ้าศาสดาเราจัดไว้อันนี้ก็ว่าศาสดาเราตัดใกล้เคียงกันใหญ่ไม่เป็นโล้เป็นพายเลยถ้าตานี้แปลภาษาในบทเห็นข้อเสียอันนี้เห็นข้อบกพร่องเหล่านี้ภาษาอังกฤษแดงซะหน่อยแสดงว่าก็ว่ากันโดยตรงก็คืออวดดีอ่ะแหละอวดดีออกกับพระพุทธเจ้าไปเจอพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า เพชรเกษมพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าเธอจงรอก่อนตถาคตเองจัดเป็นผู้รู้เวลาที่ควรบัญญัติที่ไหนอย่ามาสอนฉันเลยนะถ้าพูดตรงๆนะพูดกันอย่างธรรมดาง่ายๆของเราสวัสดีนะสาลีบุตรเรารู้เวลาอันควรจะบัญญัติวินัยเมื่อใดไม่ต้องมาสอนเราหรอกไม่ต้องมาบอกเราหรอกหาผู้จัดการอย่างนี้แต่พระพุทธเจ้าสุภาษิตรู้เองว่าจะเป็นผู้รู้เวลาที่ควร ลำดับที่ไหนเมื่อไหร่สารีบุตรศาสดาย่อมไม่บัญญัติสิกขาบทแสดงขึ้นซึ่งปาฏิโมกข์แก่สาวกทั้งหลายตลอดเวลาที่ยังไม่มีอาสวะฐานะธรรมเกิดขึ้นในหมู่สงฆ์ฟ้าพิบูลเมื่อใดอาสวะถ่านอารยธรรมบางเหล่าปรากฏขึ้นในหมู่สงฆ์เมื่อนั้นศาสดาย่อมบัญญัติสิกขาบทแสดงปาฏิโมกข์แก่สาวกทั้งหลายเพื่อกำจัดเสียซึ่งอาสวะฐานะธรรมเหล่านั้นเขาไม่ได้องค์ประกอบศาสนา ยังไม่มีอะไรเสี่ยงสารวัตรถามนิยธรรมหมายความว่าความเสื่อมเสียหรือการกระทำอันเป็นที่ตั้งความเสื่อมเสียยังไม่มีอะไรที่เป็นเรื่องที่จะเกิดความเสื่อมเสียขึ้นแล้วเราจะตั้งกฎเกณฑ์คือไว้ก่อนนั้นน่ะศาสนายังไม่กลัวลนลานถึงป่านนั้นอธิบายชัดๆหมายความว่าไม่กลัวล้มละลายน้ำตาลยังไม่เห็นน้ำตัดกระบอกแล้วยังไม่มีอะไรเสียหายเลยกลัวแล้วยังไม่มีอะไรเกิดความเสื่อมท่านยังไม่วางปาฏิโมกข์ยังไม่บัญญัติ ยังไม่บัญญัติสิกขาบทข้อนั้นอันนั้นข้อนี้อันนี้ซึ่งเป็นบัญญัติปาฏิโมกข์เป็นข้อห้ามวินัยยังไม่บรรยายส่วนคำสอนเป็นศีลเป็นเพราะต่างๆนั้นน่ะก็แน่นอนรักอันนั้นน่ะเป็นคำสอนมามากกว่ามากจึงให้สาวกหรือให้ศาสนาและปฏิบัตินั่นก็เป็นธรรมดาส่วนข้อที่บัญญัติวินัยเป็นอาบัติเป็นอะไรอะไรขึ้นมาเป็นคำกำหนดเป็นวินัยเป็นปาฏิโมกข์เป็นสีขาวบทบัญญัติเลยอย่างนั้นท่านยังไม่บัญญัติถ้ายังไม่มีอะไรเสื่อมไม่มีอะไรผิดประหลาดขึ้นมานะเพราะถ้าเกิดมีเรื่องส้นเท้าขึ้นมาเพราะฉะนั้นวินัยทุกข้อ มีต้นบัญญัติทุกข้อคือมีตัวต้นเหตุมีคนทำผิดอันนี้แล้วก็บัญญัติวินัยใส่ลงไปบัญญัติว่าอันนี้ต้องอย่างนี้มีความผิดก็บัญญัติเลยถ้าหนักก็ว่าหนักเลยทำเป็นค่อยทำลงไปไม่ใช่อยู่ดีๆก็หาเรื่องขึ้นมาแล้วก็บัญญัติวินัยห้ามดังนั้นไม่มีครับศาสดาไม่ทำให้บุตรฐานจะยังไม่ปรากฏขึ้นในหมู่สงฆ์ตลอดเวลาที่เหมาะสมยังไม่ใหญ่โตเพราะตั้งนานนานเหล่าย่อมปรากฏขึ้น เมื่อนั้นศาสดาย่อมบัญญัติสิกขาบทแสดงปาฏิโมกข์แก่สาวกทั้งหลายเพื่อกำจัดเพลี้ยซึ่งอาสวะฐานิตธรรมเหล่านั้นพระพุทธเจ้าท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน