200606-093 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน093-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันที่ 6 มิถุนายน 2520 เมื่อวานนี้ได้กำชับสมชายถึงคุณธรรมที่เราควรจะระลึกให้สำคัญว่าถ้าเกิดว่าเรามีคุณธรรมอย่างนั้นแล้วพระพุทธเจ้าท่านเป็นผู้สอนและเราก็เป็นอันหวังได้หากท่านยืนยันว่าเป็นอันหวังได้การบรรลุ 7 ปีก็ยกไว้ 6 ปี ยกไว้จนกระทั่งถึงแม้แต่ว่าสอนตอนเย็นรุ่งเช้าก็จะบรรลุหรือกล่าวสอนในตอนเช้าเย็นลงก็จะได้บรรลุคุณวิเศษได้ถึงปานนั้นซึ่งเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ผู้ที่ฟังแล้วถึงจะร้องอโหธัมโมโอ้โหทำไมถึงเป็นคำถามพระพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันตรัสไว้ซึ่งเราก็ควรจะได้ทำตนเองให้มีอาการอย่างนั้นแม้เราจะไม่ได้พบพระพุทธเจ้าซึ่งจะเป็นผู้ที่ได้สอนในพบขนาดเส้นผมที่รัก พระพุทธเจ้าก็มันก็ยิ่งควรจะต้องสำเนียงให้มากว่าเราควรจะต้องมีสิ่งคุณลักษณะเหล่านั้นให้สำคัญและยิ่งกว่าระบบพระพุทธเจ้าท่านเก่งท่านมีแรงที่จะปล่อยให้เราได้แรงส่วนผมนั้นคงมีแรงปล่อยให้พวกคุณได้ไม่แรงเท่าพระพุทธเจ้าเพราะเมื่อยิ่งไม่แรงเท่าพระพุทธเจ้าคุณก็ย่อมต้องเตรียมตัวคุณเข้ามารับให้มากมีศรัทธาให้มากหากมีศรัทธาให้มากมันไม่ต้องมันต้องเพิ่มผิดกันอาภาพรน้อยอย่ามีอาภาพทั้งกายและใจอย่าพลาดน้อย แล้วก็ไม่เป็นพูดไม่โอ้อวดไม่มีมารยามีสัญชาติให้คนตรงไม่ค่อยมีสัญชาติเป็นคนตรงอันนั้นสำคัญข้อที่ 3 เอาใหม่พยายามอธิบายให้ฟังแล้วถึงคำว่าโอ้อวดหรือว่าไม่มีมารดามีสัญชาติเป็นคนตรงคืออย่าโกหกตัวเองเปิดเผยเปิดเผยต่อผู้รู้เปิดเผยต่อพันปีต่อสหธรรมิกเปิดเผยเราเองเราก็จะต้องซื่อตรงกับใจของเราข้างนอกข้างในให้มันตรงกันมันง่ายแล้วมันง่ายมันช่วย ตัวเราเองได้ดีคนอื่นเขาช่วยเราได้ดีมันไปพร้อมมันถึงเห็นชัดๆเลยว่ามันจะบรรลุเร็วถ้าใครเข้าใจคุณธรรมข้อ 3 ไม่ดีช่วยมาข้อ 4 การลบความเพียรก็แน่ล่ะปรารภความเพียรเนี่ยเราจะต้องมีแน่นอนถ้าไม่มีปรารภความเพียรไม่พยายามลำบากบั่นม
อ่านต่อ
ันก็ต้องช้าแน่ถ้าเป็นผู้มีปัญญาอันนั้นก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วมันก็เป็นก็ต้องพูดเอาไว้ไม่มีปัญญาจะบรรลุธรรมไม่ได้มันใช้ปัญญาเลยไม่พยายามใส่ซองมาพยายามทำให้เกิดความแจ้งความอ่านทะลุแล้วมันจะไปบรรลุไม่มีได้เพราะรายการไปปฏิบัติธรรมอันใดเป็น วิธีทำวอลลุ่มชุ่มอะไรก็ได้ไปโดยปล่อยให้มันเกิดเองเป็นเองอะไรปัญญาไม่เกิดจากสติปัญญาไม่ตามหลังสติสัมปชัญญะปัญญานั้นน่ะไม่รู้จะเอาปัญญาอะไรมันปัญญาของศาสนานั้นมันต้องมีสติสัมปชัญญะและปัญญาตามและโดยเฉพาะหลักของโพดจงมีสติสัมปชัญญะและก็ต้องทำมาวิริยะทำเอาวิญญาณวิริยะพากเพียรแยกแยะธรรมะวิจัยวิจารณ์ออกมามันจึงจะเกิดการรู้ดีเกิดการเห็นดีเกิดการยินดีเกิดปิติเป็นความจริงจิตจึงจะเรียกว่าจิตอันยิ่งเรียกว่าสมาธิและจิตจะเกิดเป็น เป็นผู้หญิงแท้ถึงที่สุดแต่ผู้วางเฉยได้แต่โทษทีปล่อยหลุดปล่อยวางได้เป็นอุเบกขาเป็นใจอันสูงสุดมีทั้งปัญญามันจะมีทั้งปัญญาสมาธิแล้วก็เกิดอุเบกขาเนี่ยอุเบกขาที่ตามหลังอุเบกขาที่ตามหลังสมาธินี่เป็นตัวตัดยอดเป็นตัวจิตสุดเป็นตัวสมาธิหรือตัวฌานก็ฌานที่ 4 ฌานอันสุดมันหมายถึงจิตกันเองอีกอันยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยแปลให้ฟังมันมีทั้งปัญญามันมีทั้งความวางปล่อยเฉยหมดกระเทือนมันมีทั้งรู้มันมีทั้งเห็นมันมีทั้งเข้าใจช่างพร้อมอยู่แล้วไม่มีทั้งจิตที่ไม่มีหวั่นไหว หน้านิ่งจิตที่ไม่สะทกสะท้านไม่สะเทือนณกรรมปกติแล้วก็ไม่มีทั้งเศษของกิเลสมีเศษธุลีลืมธุลีหมองไม่มีตั้งแต่โชคดีหมอไม่มีทั้งเศษธุลีเริงหาภาษาคำนี้ที่ใช้ไว้พยายามแปลมาจากคำว่าอสูรกายกว่าจะถึงเขมรคือไม่มีเศษตรวจสอบอีกเลยไม่มีเศษอะไรแม้แต่จะเป็นอย่างนี้หมอไปในแง่ไม่ดีไปในแง่ไม่ปฏิเสธไปในแง่ที่ไม่ดีหรือมันยังแย่ที่จะยินดีเห็นดีรู้ดีติดดีมาในแง่ดีก็ไม่มีเศษอะไรที่จะเกินดี ไม่มีเศษเดี๋ยวนี้ก็หมดธุลีหมอหมดธุลีเลยอย่างนี้เรียกอุเบกขาแล้วจิตที่สุดสูงสุดเป็นเอกสุดเยี่ยมสุดพ่อจงไปจนถึงสุดอย่างนั้นพร้อมครับเผื่อว่าผู้ใดไม่เข้าใจก็จะสงสัยว่าทำไมสมาธิก็อุเบกขาเนี่ยมันไปอยู่หลังอุเบกขาไปอยู่หลังสมาธิและแถมยังเข้าใจผิดพลาดไปด้วยว่าอุเบกขาก็คือเฉยดื้อใช้ทาเพื่อใช้เดินงมงายไม่รู้เรื่องเฉยเลยเหมือนเดิมนั่นไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาพุทธศาสนา ตอนนี้ว่างมีปล่อยมีไหมมีนิ่งสนิทเฉยนิ่งจิตมันนิ่งคงทนแต่จิตก็เป็นจิตจิตก็เป็นธาตุรู้จิตก็เป็นตัวปัญญาจิตก็เป็นตัวที่แสนรู้เป็นวิญญาณอันศาสนาพราหมณ์รู้ความจริงตามความเป็นจริงมีปัญญาอยู่ในนั้นเสร็จแล้วจะรู้เฉยๆมีปฏิภาณมีปัญญาด้วยแต่จิตก็นิ่งสงบไม่หวั่นไหวเฉยวางเฉยได้ไม่กระเทือนต่อโลกโลกจะหยาบกร้านโลกจะดุเดือดโรคจะทุกข์ร้อนโลกจะเป็นอย่างไรอย่างไรโลกจะมีฤทธิ์ยั่วย้อมโลกก็จะมีเป็นโลก ปิยชาติอย่างไรอย่างไรก็ตามจิตนั้นก็ไม่สะดุ้งสะเทือนคงทนคงทนเฉยแม่สนิทนิ่งจะต้องพยายามเข้าใจสภาพสภาพสภาพสภาพสภาพทำสภาพของจิตที่มันเป็นลักษณะนั้นให้ได้ชัดๆเพราะถ้าเข้าใจไม่พอแปลความง่ายๆคืออุเบกขาก็เฉยเขาก็เฉยๆดื้อไปเลยเฉยไปทั้งกายเฉยๆก็คือไม่กระดิกด้วยจะเชิญพระพุทธเจ้าใช้หยิบจับแตะต้องก็ได้ก็จิตเฉยๆเป็นไม้เอาปรมารูปลูกของจิตเป็นรูปอังกฤษแม้แต่รูปพระจิตก็เฉย พระนิพพานนิพพานมีญาณกับวิมุตไม่ใช่นิพพานไม่วิญญาณไม่มีปัญญารู้รอดมาสอนอันนี้สำคัญเดือนนี้เข้าใจผิดจริงๆง่ายๆมันไม่มันไม่มีเชิงซ้อนไม่มีความสุขผมก็มีอะไรเข้าใจดื้อๆง่ายๆเฉยๆถ้าอย่างนั้นเราก็เข้าใจแต่ดูเฉยๆงั้นหยุดนิ่งไปเฉยๆงั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาเป็นเรื่องที่มันหยุดตายไปเฉยๆเพราะว่าตายจะดื้อตายง่ายๆที่เข้าใจภาษาธรรมะไม่ได้ก็ใช้ตายเหมือนคนตายนอนนิ่งแน่ไปเฉยๆทั้งนั้นอาการอย่างนั้นเมื่อมาอยู่กับจิตที่มันวางเฉยมันก็เหมือนจิตตาย ลายต่ออำนาจที่มันไม่ควรจะกระดุกกระดิกอำนาจโลภะอำนาจโทสะอำนาจโมหะไม่มีกระดิกอาการอย่างนี้ไม่มีกระดิกตายสนิทไม่ติดอย่างนี้ตายสนิทติดตรงนี้แต่ว่ามันก็มีเป็นอยู่ในตัวมีทั้งตายทั้งเป็นลักษณะที่จะต้องเข้าใจให้ชัดเจนและผู้ที่ได้มีความมุ่งมั่นใจได้มีความเห็นชัดในความสำคัญที่พระพุทธเจ้าท่านใดอันนี้เอาไว้มันเป็นองค์ประกอบเท่ากล่าวอย่างนี้ว่าจงมาเถิดบุรุษกู้แผ่นดินอยู่ชนไม่โอ้อวดไม่มีมารยามีคุณชาติเป็นคนตรง แล้วเราก็มีเป็นผู้ที่อันนี้ข้อข้อนี้ข้อเดียวในนี้เดี๋ยวก็อาจารย์กลับไม่โสดก่อนแล้วก็ได้สูตรหลังนี่ที่อ่านให้ฟังเมื่อวานมี 2 สูตรสูตรสามีรายละเอียดให้หมดเลยมีทั้งไม่มีอาภาพและข้อ 3 ก็คือไม่มีไม่มีมารยาเป็นชนชาติมงคลตรงรักษาโรคความเพียรและผู้มีปัญญาก็จะสามารถบรรลุได้จริงนะฮะซึ่งผมก็ได้เน้นให้ฟังแล้วถ้าสมมุติว่าเป็นผมผมไม่ได้พบพระพุทธเจ้าก็จงเพ่งเพียรตัวเองให้มากขึ้นหน่อยช่วยกันคุณช่วยคุณผมก็พยายามที่จะเป็นเพียงช่วยคุณได้มากที่สุดโดยผมไม่ประมาทและผมเองผมไม่ได้เก่งแต่พระพุทธเจ้าผมก็จะไม่ประมาทผมก็จะพากเพียรทุกวิถีทางที่จะให้แก่คุณได้มากที่สุด คงจะไม่ต้องไปหวังถึงขนาดว่าสอนพระเช้าบรรลุเย็นหรือตอนเย็นมนุษย์เช้ากันน่ะเราว่าขนาดเท่าเราก็ไม่หวังแม้กระทั่งมา 7 ปีแต่เราก็ไม่ประมาทมันได้เร็วเท่าไรแต่ 7 วัน 7 คืน 7 เดือนก็เอา 7 ปีได้ก็เอาไม่ได้ 7 ปีจะได้ 70 ปีก็เอาก็แล้วแต่ถ้าเราได้เรารู้ส่วนที่เราได้อย่างชัดเจนได้จริงๆมีส่วนได้อย่างแท้ๆเราก็ไม่มีปัญหาอะไรทีนี้ก็มาต่อสิ่งที่ตรัสรู้แต่ไม่ทรงนำมาสอนมีมากกว่าที่ทรงนำมาสอนมากนะพระพุทธเจ้าจึงยืนยันการพระพุทธเจ้า ในครั้งหนึ่งอยู่ที่ป่าไม้ศรีษะปลาใกล้เมืองโกสัมพีเอาคำว่าศีรษะปลาเนี่ยไม้ศีรษะการมีแปลกันว่าไม้ประดู่ลายแต่ในประธานลูกกลมสันสกฤตแปลว่าไม้อโศกศีรษะการแปลว่าไม้อโศกมันมาเป็นไม้อโศกเข้าไปได้ยังไงก็ไม่รู้แต่มันก็มาเกี่ยวข้องกันกับอโศกเออเราก็อโศกและที่ไม้ที่ป่าศีรษะปลาเนี่ยถ้าตัดเอาไว้มีความสำคัญ เป็นเป้าหมายไม่ใช่เลอะเทอะถ้าเจียนเอาเป้าหมายของศาสนาไม่ออกเจนเอาเป้าหมายของผู้ที่จะต้องเรียนรู้ไม่ออกเสร็จเลอะเทอะแล้วก็วนเวียนไม่มีความสำเร็จได้ง่ายถ้าผู้มีพระภาคเจ้าทรงจำใบไม้ศีรษะป่าถ้าเผื่อว่าแปลศีรษะปลาเป็นอโศกก็กรรมใบไม้อโศกนั่นแหละถ้าแปลว่าก็ดูลายก็มาดู LINE ไปก็แปลว่าอโศกก็กรรมใบไม้อโศกที่ร่วงอยู่ตามพื้นดินขึ้นมาหน่อยนึงแล้วกลับแก่ภิกษุทั้งหลายว่าภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายเข้าใจว่าอย่างไร ใบไม้สีสัตว์ป่าที่เราทำขึ้นหน่อยนึงนี้มากหรือว่าใบไม้ศีรษะปลาที่ยังอยู่บนต้นเหล่านั้นมากจัดการขึ้นมาหน่อยแล้วก็ถามเหมือนกำปั้นทุบดินถามเด็กมันก็รู้ที่จริงทำขึ้นมาหน่อยนึงแล้วก็ถามว่าไงเนี่ยใบไม้ที่อยู่ในกำมือเรานี่มันมากหรือว่าใบไม้ที่อยู่บนต้นถามเด็กๆไม่ต้องโตเด็กเล็กๆก็รู้ใบไม้เนี่ยอยู่ในมือนี่มากเลยมาอยู่บนต้นไม้ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญใบไม้ที่พระผู้มีพระภาคทรงทำขึ้นด้วยฝ่า เป็นของน้อยส่วนใบไม้ที่อยู่บนต้นศีรษะปลาเหล่านั้นย่อมมีมากมันก็แน่ๆไม่ใช่ของยากเย็นอะไรแต่น่าคิดนะคนเราไปคิดไอ้สิ่งที่มันไม่ควรคิดแล้วก็เลอะเทอะยุ่งยากเข้าใจสิ่งที่ยุ่งยากมากและสิ่งสำคัญที่สุดไม่เอาสิ่งน้อยๆที่จะเปลี่ยนเข้ามาหาเป้าหมายเข้าหากันไม่เอาง่ายๆไม่ทำเราไปทำยากๆเช่นผมเคยยกตัวอย่างบ่อยๆเรามีอยู่แล้วเราทิ้งไปเราไม่มีแต่เราจะ เราไม่มีเงินแสนเลยจะต้องหาเงินมาให้ได้แสนกับเรามีเงินแสนอยู่แล้วทิ้งแสนออกไปง่ายๆแต่ทำทำไมไม่ทำหรือทำไมทำไม่ได้แต่ของง่ายมันทำไม่ได้มันดูน่าคิดดีๆเขาง่ายๆมันทำไม่ได้หรือว่าทำไมไม่ทำไอ้ของยัดยาไม่ทำได้ทำดีทำจริงเจอแล้วก็มันยากจริงจะได้ชอบทำอยากฟังดูดีๆมันน่าคิดน่าคิดไม่มีเงินสักบาทมันจะไปหาให้มันได้แสนไม่ได้ล้านนึงมันยากจะตายไอ้นี่เงินแสนเงินล้านทิ้งให้เขาไปเลยเมื่อไหร่จะได้ง่ายจะตายไปหาคนรับคนงาน หาคนรับก็ได้เราเองก็ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยแต่ใจมันหวงแหนมันมันไม่เห็นมันอย่างโลกโลกเขาเองเขาหวงแหนไว้ข้าวเหนียวไว้เอาอย่างเขาอ่ะทำไมไม่เอาอย่างพระพุทธเจ้าก็ว่าศรัทธาพระพุทธเจ้าทำไมไม่เอาอย่างของพระพุทธเจ้าไม่เอาอย่างอริยสงฆ์เนี่ยยกตัวอย่างให้ฟังง่ายๆประเด็นง่ายๆเอาไว้เอาเงินมาก็หาเงินมันกระจายเงินออกไปให้ออกไปไม่เหมือนกับดินง่ายๆแต่นี่ก็ปั่นทุกอย่างยิ่งกว่าจำใบไม้ขึ้นมาให้เห็นชัดๆจะถามว่านี่มากหรือน้อยมาก ไม่ต้องลืมตาเลยหลับตาตอบก็ได้ไม่ต้องลืมตาดูใบไม้ด้วยมือทำยังไงใบไม้บนต้นยังไงไม่ต้องลืมตาตอบหรอกหลับตาตอบก็ตอบได้ว่าใบไม้ในมือมันเป็นของน้อยต้องน้อยกว่าบนต้นไม้ก็ต้องมากกว่าฉันใดก็ฉันนั้นง่ายๆที่สุดทั้งหลายฉันใดก็ฉันนั้นธรรมะส่วนที่เรารู้ยิ่งด้วยปัญญาอันยิ่งแล้วไม่กล่าวสอนนั้นมีมากกว่าส่วนที่นำมากล่าวสอนพุทธเจ้าจะมีความรู้ไปเรียนมา 18 วิชาไปเรียนอะไรต่ออะไรมีความรู้อะไรอีกเยอะแยะที่ท่านจะรู้รู้ยิ่งอยู่แล้วเยอะแยะครับมันก็ไม่จำเป็น ก็ไม่สำคัญอะไรท่านไม่ได้กล่าวไม่ได้สอนเลยไม่ได้นำมายุ่งเกี่ยวถ้าไม่ได้เอามาสอนภิกษุทั้งหลายเหตุใดเล่าเราจึงไม่กล่าวสอนธรรมะส่วนนั้นๆที่สุดทั้งหลายเพราะเหตุว่าธรรมะส่วนนั้นๆไม่ประกอบด้วยประโยชน์ที่เป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ไม่เป็นไปเพื่อความง่ายไม่เป็นไปเพื่อความคลายสำหรับไม่เป็นไปเพื่อความดับไม่เป็นไปเพื่อความสงบไม่เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่งรู้ยิ่งอันนี้มันยิ่งกว่านะ เมื่อกี้นี้ท่านบอกว่าฉันรู้ยิ่งในปัญญาอันไหนส่วนที่ไม่กล่าวสอนก็เยอะแยะแต่ได้รู้ยิ่งกว่านี้นี่มันไม่เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่งไม่เป็นไปเพื่อความรู้พร้อมไม่เป็นไปเพื่อนิพพานฉะนั้นเราจึงไม่กล่าวสอนพระพุทธเจ้าแสดงธรรมไม่ได้มีความรู้แค่ที่มาสอนหรอกถ้ามีความรู้อะไรอะไรอื่นถ้าไม่กล่าวถึงถ้าไม่กล่าวถึงท่านไม่สอนท่านเรียนมาหรือว่าท่านไม่ได้เรียนก็ตามที่จะมารู้ยิ่งเองไปอีกเป็นความรู้ยิ่งเองที่ไม่มีครูได้สอนอีกก็มิได้แต่สิ่งเหล่านั้นท่านวางตัดละท่านเอาแต่เนื้อเนื้อเอาแต่ส่วนที่จำเป็นที่จะเป็นเบื้องต้น คุณทั้งหลายเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์เป็นไปเพื่อความหมายเป็นไปเพื่อความคลายกำหนัดเป็นไปเพื่อความดับเป็นไปเพื่อความสงบเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่งที่น่ารู้นะรู้ยิ่งที่น่ารู้เป็นไปเพื่อความรู้พร้อมอย่างนี้น่ะมันพร้อมมันอยู่ในตัวอันนี้อันนอกนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะมายุ่งเกี่ยวหรือมาพร้อมพลังฉะนั้นเราจึงไม่กล่าวสอนภิกษุทั้งหลายธรรมอะไรเล่าเป็นธรรมะที่เรากล่าวสอนภิกษุทั้งหลายธรรมที่เรากล่าวสอนคือข้อที่ว่าความทุกข์เป็นอย่างนี้อย่างนี้เหตุ คนที่เกิดของความทุกข์เป็นอย่างนี้อย่างนี้ความดับสนิทของทุกข์เป็นอย่างนี้อย่างนี้ข้อปฏิบัติเพื่อความเพราะเพื่อถึงความดับสนิทของทุกข์ของความทุกข์เป็นอย่างนี้อย่างนี้ที่สุดทั้งหลายเพราะเหตุใดเล่าธรรมะส่วนนี้เราจึงนำมากล่าวสอนภิกษุทั้งหลายเพราะว่าธรรมะส่วนนี้ประกอบด้วยประโยชน์เป็นเงื่อนต้นแห่งพรหมจรรย์เป็นไปเพื่อความน่าเป็นไปเพื่อความคลายตำหนักเป็นไปเพื่อความดับเป็นไปเพื่อความสงบเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่งเป็นไปเพื่อความรู้พร้อมกันเพราะเหตุนั้นแลเราจึงนำมากล่าวสอนว่าเราจะวิเคราะห์ซ้อนลง ละเอียดลึกเข้าไปอีกถึงที่พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่านี่แหละท่านกล่าวนั้นเมื่อกี้นี้ก็เพราะว่าท่านว่ามันเป็นไม่เป็นไปเพื่อแทงทะลุถึงอริยสัจ 4 ไม่เป็นไปเพื่อความรู้ว่าอันนี้แหละอย่างนี้อย่างนี้เป็นทุกข์แต่เป็นอย่างนี้อยู่เป็นทุกข์คุณยังวนเวียนอยู่อย่างอยู่ในโลกของวัตสันอยู่ในบนเวียนอยู่ในโลกสงสารอย่าเกินไปยังไม่ตัดขาดมึงวุ่นวายจิตใจก็ไม่ได้ก็ห่างก็ไม่ได้แต่กูยังติดอยู่ในโลกก็บ่ายก็ต้องวนเวียนอยู่กับมันปล่อยขาดไม่ได้อาจจะลำบากไม่ได้ชั่วคราว เป็นทุกความวนเวียนเป็นทุกข์เรียกว่าโลกอนิวรรตสงสารความยังไม่ปรับปล่อยยังไม่ขาดสิ้นยังไม่หลุดออกมายังเป็นทุกข์อาการอย่างนี้เป็นทุกข์เพราะคุณยังวนเวียนแล้ววนเวียนเหล้าอยู่กับอันนั้นนั่นแหละด้วยใจของคุณเนี่ยมันติดใจคุณมันขาดไม่ได้มันยังห่วงหามันยังอาวรณ์มันยังผูกพันมันจะต้องเดินทางเข้าไปเกี่ยวอยู่ด้วยใจอยากไปก็ได้แล้วก็รู้สึกสุขแต่สัมผัสสัมผัสแล้วก็รู้สึกเป็นสุขรู้สึกปราบเครื่องบินหาอีกทีถ้าไม่ได้ก็โหยก็อะไรก็เอา อย่างนั้นมันยังเป็นทุกข์ลักษณะอาการที่เป็นไปอย่างนี้อย่างมีโลกจะเป็นโลกีย์ใจนะพยายามอ่านที่ใจเพราะใจของเราเองเราตัดขาดแล้วแล้วไปเกี่ยวพันโดยสมมุติไปเกี่ยวพันโดยโลกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชาวโลกคำว่าเกี่ยวกับอบายมุขก็ได้แต่เราไม่ดูดซึมไม่ติดจริงๆไม่ได้แปลว่าเป็นสุขตั้งแต่มันก็ผ่านมันก็ไม่ใช่สุขสดอะไรจุดสนิทเงินเดือนวันนี้ผ่านแต่ไม่ได้หมายความว่าไม่เกี่ยวกันมีประสิทธิภาพ ขาได้จริงสนิทแล้วก็เวียนเข้ามาไอ้การเวียนอันนี้เป็นการเวียนสมมติเท่านั้นเองโดยปรมัตถ์เราหมดเวรโดยปรมัตถ์เราหมดโรคฟังดีๆนะนี่อย่างนี้เป็นความทุกข์เหตุอยู่ที่ไหนเหตุอยู่ที่จิตของเรายังไม่ขาดยังไม่แก่โตวิมุตอันเป็นที่สุดเพราะพูดไปอย่างนี้มันยาวไปให้คุณฟังเนี่ยคุณเข้าใจได้ปัญญาได้ผมแน่ใจว่าคุณเข้าใจก็ปัญญาอ่อนทั้งรู้และคุณก็จะต้องพยายามหาอุบายเครื่องออกพยายามที่จะประพฤติปฏิบัติ ด้วยวิธีพิจารณาพิจารณาให้เห็นด้วยปัญญาว่ามันหลอกเราเราไปเป็นภาพมันเราไปยึดถือว่ามันเป็นสิ่งที่มีที่เป็นเป็นสิ่งที่ควรได้ควรมีจิตใจของเราไปติดจิตเราเป็นเหตุใหญ่ไม่มีอื่นเขาทำจิตของเราให้นิ่งสนิทไม่นิโรธให้หมดความผิดหมดความโหยหาหมดความมัวเมาหมดความชอบหมดความชังหมดความดูดหมดความผลักในสิ่งเหล่านั้นไม่ได้เมื่อจิตหมดดูดหมดแล้วสบายใจแต่ดูก็แน่นอนถ้าสิ่งที่ควรจะไปถึงจะไม่ควรพิสูจน์เลยไม่จำเป็นก็ไม่ต้องแน่ใจและเป็นแน่ใจแล้วมันจะมีเครื่องบอกหลายๆอย่างให้เรา เราแน่ใจโดยไม่ต้องพิสูจน์อย่างนั้นอีกเช่นว่าเราไม่ได้เคยสูบฝิ่นเราก็ไม่จำเป็นจะต้องกลับไปสู่ฝิ่นหรือเราเคยปิดฝิ่นแล้วเราก็ละลายคลายมาจนแน่ใจว่าจิตของเราเลิกขาดได้ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปสู่ปิ่นลองดูอีกสิว่าใจเราติดอีกไหมก็ไม่จำเป็นอย่างนี้เป็นต้นเพราะบางสิ่งบางอย่างเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปพิสูจน์อีกไปตัดไปเสร็จหรือไปทำอะไรกับมันอีกเราก็จะมีอาการอื่นเราจะมีสภาพอื่นหรอกแต่ทำให้เรารู้ว่าเราขาดได้ไม่ต้องส่งอะไรมาเมื่อขาดได้หลุดได้ก็เป็นนิโรธนิโรธก็เป็นอย่างนี้เป็นความดับสนิทของทุกข์ ทุกข์มันอยู่ที่ไหนทุกข์ก็ดับแล้วมีการดับไม่เวียนวนเขาก็เกิดหมดวัฏสงสารพระอาจารย์วัฏสงสารให้ได้บทพระสังข์สงสารของจิตที่ไปผูกพันไปติดโรคอบายส่วนใดละเอียดยังไงเราก็รู้ว่าเราไม่ติดโรคระบาดโรคแห่งโลกียะโรคกระทำแต่เราก็ต้องรู้เรื่องลาบเรื่องสรรเสริญให้ได้เรื่องสุขอย่างกามารมณ์กามคุณสุขเพราะติดในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสต่างๆยังมีสุขเวทนาอยู่ถ้าเรายังมีสุขก็เวทนาอยู่ทุกขเวทนาย่อมมีทุกข์ก็สุข หมดทุกข์หมดสุขและหมดอย่างมีปัญญามันจะหมดอย่างโมหะไม่มีทุกข์ไม่มีสุขอย่างเด๋อๆเฉยๆจริงๆช้าๆเฉยๆไม่พอไม่พอต้องหมดอัดทุกคนวันศุกร์ด้วยปัญญารู้อยู่อ๋ออันนี้เนี่ยถ้าใครติดถ้าใครชอบถ้าใครหลงถ้าใครรักถ้าใครชังมันจะเกิดความวันเกิดขึ้นมาทันทีแต่เราแตะอยู่เราก็รู้ว่าอ๋อไม่สุขไม่ทุกข์เพราะเหตุเพราะไม่มีใครอยู่เป็นเพราะเรารู้เท่ารู้ทันตามความเป็นจริงแล้วมันก็เป็นสิ่งหนึ่งมันก็เป็นสิ่งนี้มันไม่ใช่ของคุณได้ควรมีคนเป็นถึงแม้ควรได้ควรมีควรเป็นก็เอาแก่นว่าจะเอาเปลือกทำเป็นแก่ของการสังเคราะห์ชีวิตพอสมเหมาะสมควร ก็เท่านั้นน้อยที่สุดแล้วมันก็ปัจจัยชีวิตมันก็น้อยที่สุดมันเห็นชัดมันดูชัดจะรู้สภาพตัวทุกข์เป็นอย่างนี้เมื่อกี้อธิบายไปแล้วก็ทุกข์ก็คือความบนวัฏฏะสงสารที่มันยังไม่ตัดขาดอยู่จริงเข้าใจของเราไม่ตัดขาดทุกข์มันทนถ้าเกิดว่ามันหิวขึ้นมามันนานๆมันไม่หิวมันไม่อยากมันไม่อะไรขึ้นมามันไม่อาวรณ์ขึ้นมามันไม่มีอารมณ์ขึ้นมาแล้วก็ดูเหมือนมันหายไปได้เหมือนกันน้ำมันหายไปนานๆแต่ไอ้สิ่งที่มันหายไปนานๆได้อย่างเดียวพอดีกับมันบ่อยๆก็เดี๋ยวก็หยาบๆเดี๋ยวก็เกิด รวมกับสิ่งนี้สิ่งนี้อย่างนั้นมันแย่มันติดมากติดหนักติดทั้งคันเลยจะติดลำบากลำบนมากแน่ๆแต่ถ้านานๆทีก็ยังดีนั่นแหละเพราะฉะนั้นบางทีมันนานจนเราดูเหมือนว่าก็ไม่เป็นไรเพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างมันอาจจะเป็นได้อย่างอนาคามีเรียกว่าถ้าเราคิดว่ามันไม่มีแล้วอารมณ์นี้อารมณ์นี้หายนะเสร็จแล้วอยู่ๆนานๆก็โผล่อารมณ์นี้ขึ้นมาเพราะได้อย่างนี้เราเรียกว่าเศษของมันหรือโอปปาติกะผีหลอกเป็นจิตองค์ประกอบของพระอนาคามีเขาพระอรหันต์นั่นแหละแล้วแน่ใจว่าเราไม่มีด้วยซ้ำไปเป็นพระอรหันต์แต่ เราก็รู้เท่าทันต่อมันเป็นได้ค่าพิจารณาซ้ำซ้อนลงไปเนี่ยยังไม่เที่ยงแต่ทีเดียวนะยังมีอนิจจังอยู่บ้างเชียวนะแล้วเราก็ยังรู้ดีว่ามันไม่ใช่อารมณ์อันดีเกิดอารมณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาหลอกเรายังจะมีอารมณ์แว้บๆวาบๆผอมๆอะไรบ้างอย่างเงี้ยพับขึ้นมานั่นแหละเราก็ต้องตามมันลงไปอีกมันเป็นได้เหมือนกันสำหรับพระอรหันต์แต่ยังมีผีหลอกเป็นองค์ประกอบอยู่นี่แหละผีผีก็ได้ แล้วยิ่งมีเชื้อมีเหตุเรานึกว่าเราแน่สนิทแล้วมีเชื้อมีเหตุก็พันขึ้นมาสัมผัสขึ้นมาตั้งหลายครั้งหลายคราวเราไม่เกิดไม่เกิดมีอารมณ์ไม่เกิดมีความสั่นสะเทือนหวั่นไหวอะไรมาสักวันหนึ่งอาจจะหวั่นไหวขึ้นมาก็ได้ครั้งนึงแรงอินทรีย์พระของเรานั้นกดเข้ามาหรือว่าด้วยปัญญามันยังไม่แทงทะลุเสร็จสิ้นรอบเป็นปัญญาวิมุติแท้เรานึกว่าเราได้เพราะเจโตอำนาจกฎของอำนาจสมถะเพราะฉะนั้นมันอาจจะหมดแรงกดของทรัพย์ขึ้นมาก็ได้พิจารณาซ้อนซ้ำเข้าไปอีกอำนาจจิตที่เรารู้ด้วยปัญญาสอนสำหรับอีกนั่นแหละเป็นอำนาจวิปัสสนามันจะลึกซึ้งเข้าไปอีกแบบเหมือนเรานี่บ้าหรือ หายไปนานแล้วมันจะมายินดีแล้วมันจะมีอาการอย่างนี้ซ้ำซ้อนลงไปอีกเหมือนแบบตีซ้ำลงไปอีกอย่างแรงมันจะหมดหายไปอีกบางทีก็หายไปเลยใช้คำว่าบางทีนี่เพราะว่าไม่แน่ใจในปัญญาของคุณถ้าปัญญาของคุณแน่จริงแจ๋วแจ่มจริงๆเป็นยามทัศนะวิเศษก็ถ้าคุณตีครั้งสุดท้ายที่พวกหายไปเลยถ้าปัญญานะมันตัดได้ปัญญาเจตสิกตัวสุดท้ายหมดสงสัยสิ้นเรื่องสิ้นซากตีหายไปเลยแต่ถ้าอำนาจปัญญามันไม่แรงพอมันอาจจะหายไป กว่าเก่าอีกหายไปอีกนานแล้วก็ค่อยรอขึ้นมาหลอกอีกทีนึงก็อาจเป็นได้มันไม่น่าเชื่อเลยไอ้นั่นโทรหาเจโตก็ค่อยตีอย่างนี้นานๆจะโผล่มาไม่มีขาใหญ่โตไม่มีอ่ะมันมีอารมณ์น้อยๆซ่อนๆอย่ามาสะสมนานๆมันก็ค่อยสวยเลยใช่แล้วหมดแรงแล้วอธิบายอีกทางนึงว่ามันหมดแรงหมดอินทรีย์มันก็เหมือนกันนั่นแหละหมดอันนั้นมันก็โผล่ถ้าอย่างนี้เราไม่ได้เรียกว่าไอ้ตัวที่เป็นกิเลสกัดเราเรียกว่าตัวอาสวะอนุสัยได้ วิมุติจรไม่รู้อวัยวะด้วยเหล่านี้จะไปเอารีโมตพระอรหันต์แต่ถ้ามีสติมีสติมีสัมปชัญญะรู้รู้ว่าไอ้นี่คือผีก็รู้ว่าผีอยู่นั่นแหละเพราะโตขึ้นมันก็รู้เมื่อไหร่ก็รู้ว่าผีพระอรหันต์ไม่รู้ผีแต่มันโผล่เข้ามาหลอกได้เด็ดขาดไปหมดใช่ตัวตัวปัญญาเนี่ยเป็นตัวสุดท้ายไงถ้าใช้ปัญญาพิจารณาออกเห็นได้ชัดแน่ใจซ้ำซัดด้วยปัญญาหน่อยมันไม่ดีไอ้นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะต้องไปเป็นธาตุไอ้นี่มันเป็นเรื่องที่เรายังไม่เข้าใจยังไงกันเชียวพิจารณา ซ้ำซ้อนอีกแล้วมันจะมีแรงส่งเหมือนการันตีอย่างที่ว่าตีออกมาตีหัวลงไปอีกให้แรงที่พูดเนี่ยอธิบายนี่คือกรรมวิธีนะคือมักเขาวิธีบอกวิธีให้พวกคุณถ้าพูดกันคุณไม่รู้เรื่องเลยว่าไอ้ตัวนี้หมายถึงอะไรคุณก็ไม่รู้เรื่องแต่ถ้าคุณรู้เรื่องว่าอ๋อตัวนี้เป็นอย่างนี้แล้วมันเคยมียิ่งเราเคยมียิ่งเราจำได้มันก็ยิ่งชัดแจ้งและคุณก็ต้องทำนี่เป็นกรรมวิธีบอกมรรคนี่แหละบอกมาเข้าพิธีในการเล่นกับจิตในการที่จะทำงานจะปิดในการที่จะปฏิบัติกับจิตเป็นที่พูดนี่เป็นจิตตัวร้ายตัวอาสวะอารมณ์ใสซึ่งมันลึกมันละเอียดมันตัว ฐานคำว่าธนาคารมีตัวละเอียดๆผลอาการอย่างนี้จะมีได้เหมือนกันก็บอกนักวิธีให้ทุกเป็นอย่างนี้ทุกคือการวนยังไม่มีจบยังไม่แล้วยังไม่เสร็จจะมีนัดเจอส่วนบางอย่างก็อย่าปิดหน้าละอายใจหรือว่าคุณเคืองกับมันมากนักเราก็ต้องรู้ว่าบางทีมันมีเศษมาได้เป็นอภิมุขจอห์นเป็นตัวโผล่มาได้แต่อย่าประมาทถ้าเป็นพระอรหันต์ต้องมีสติสัมปชัญญะไม่ปล่อยให้มันเกิดมันเกิดมาก็รู้เหมือนกันไม่รู้มันแล้วก็ฆ่ามันซ้ำมันลงไปอีกอยู่เสมอมันก็มีหวัง ชั้นหวังได้ว่ามันไม่มีทางที่จะเกิดอีกหรอกเพราะเราแน่ใจเราฆ่ามันก็มาตั้งนานมันจะมาโผล่อีกก็ยังฆ่ามันอีกมันไม่มีโอกาสจะโผล่ขึ้นมาได้มีการประมาทไม่ได้เรื่อยๆพิจารณาอย่าเป็นสมถะเฉยๆพูดจุดนี้ขึ้นมาดียังคงเฉยๆใช้ปัญญาใช้วิปัสสนาใช้พิจารณาซ้อนซ้ำลงไปให้มันมีตัวไตร่ตรองให้มันมีตัวรู้ด้วยเหตุด้วยผลเพราะมันสำคัญอะไรกันเชียวเทียบเคียงกับโลกเทียบเคียงกับอันอื่นมันอยากอะไรอย่างอื่นด้วยปัญญาที่รู้จักคุณได้แล้วเราจะแน่ใจมั่นใจของไอ้นี่มันก็เหมือนไอ้ที่ ขี้กะโลโทรทั้งหลายพิจารณาให้เห็นน่ะใช้ปัญญาซ้ำซ้ำซ้อนเสมออย่าเอาแต่ประมาทพอเห็นหน้าดูแลแล้วก็ชนิดจะชนะตัดไฟได้เร็วก็จริงอาการนั้นหายไปจากจิตก็จริงแต่แต่เราก็ต้องรู้สภาพนั้นรู้สภาวะนั้นแล้วเอามาพิจารณาอีกหยิบมันขึ้นมาไม่มีอาการไม่มีอารมณ์หรอกแต่เราพิจารณาเห็นเหตุผลเห็นความไม่ดีเห็นความที่ควรละลายเห็นเป็นเรื่องอนัตตาเป็นเรื่องมันไม่มีสิทธิ์เรื่องใหญ่เรื่องโตไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไรไม่ใช่อารมณ์นี้ไม่ใช่ของที่จะต้องคว้าไว้ยึดไว้ไม่จำเป็นจะต้องเกาะเกี่ยวพิจารณาซ้อนกัน มันก็จะปล่อยคลายปล่อยคลายปล่อยจริงๆนี่เป็นภาษาบอกแต่คุณมีสภาวะคุณก็ไปทำคราใดที่คุณเกิดอย่างนี้รู้อย่างนี้เราก็ทำพระพุทธปฏิบัติอันนี้เป็นลักษณะของอริยสัจเรารู้ความวนเป็นทุกข์เรารู้จิตเรานี่แหละตัวร้ายมันยังไม่หมดอย่างไม่หมดปัญหาไม่หมดนานๆมันมีไส้ติ่งวนเวียนหมายก็ได้เนี่ยอธิบายขั้นลึกจากการทำธรรมดานะไม่ใช่นานๆแล้วมันวนเวียนอยู่สัมผัสอยู่อย่างนี้ก็แย่อยู่แล้วของโซดาแต่เราก็ต้องรู้มันจริงๆเพราะฉะนั้นพยายามทำจนกระทั่งมันวาง ปล่อยมันสนิทอยู่แล้วเราก็เข้าใจถึงกรรมวิธีถึงสภาพธรรมดาสภาพมักสภาพผลองค์ 8 แล้วมีสัมมาทิฏฐิแล้วนะถูกแล้วหนอเรามีสัมมาสัมพุทโธเรามีสัมมาวาจาสัมมากัมมันโตได้สัมมาอาชีโวมีชีวิตอยู่ก็ยังได้มีบทบาทการงานสำหรับสัมพันธ์กับสิ่งที่เรารู้ว่าอันนี้เป็นเรื่องต่ำก็ยังได้โดยเราอยู่ยังมีชีวิตอยู่โดยสมมติที่จริงโดยปรมัตถ์เราตายแล้วโดยปรมัตถ์เราไม่เป็นไม่บ่นไม่เวียนไม่เกิดอีกแล้วแต่โดยสมมติเรายังเหมือนกับเราวนเวียนมันเกี่ยวข้องกับมันอยู่ยังมีมันอยู่โดยสมมติจิตของเราก็ไม่มีอาการไม่มีอาการ ปูมะพร้าวเวทนาจะให้เราต้องไปเซ็นรับทุกขเวทนาในเมืองต่อไปอีกไม่มีน่ะไม่มีเรามีสัมมาวายามะมีสัมมาสติจะมีความพยายามที่จะทำประโยชน์ในประโยชน์ถ้าเราจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เราตัดขาดไม่วนเวียนแล้วเราก็เกี่ยวข้องเพื่อทำประโยชน์ในสัมมาวายามะมีสัมมาสติมีความรู้รู้อยู่ว่าเราทำอะไรมีสัมปชัญญะมีปัญญามีหมดมีสติมีสัมปชัญญะมีปัญญารู้แล้วว่าเราทำอะไรตัวอักเสบหรือไม่มีตัวเราไม่เสพเราสิ้นความเสพจริงๆไม่ว่าอบายมุขไม่ว่าโลก ไม่ว่ะในรูปเราขึ้นเสียงสัมผัสก็ไม่ได้เสพเข้าเงินมาให้คิดแล้วก็ไม่ได้ผูกพองอะไรเมื่อวานนี้มีคนมาบอกเมื่อวานก่อนนี้มีคนมาบอกเขาจะให้เงินมาแสนสองแสนสามแสนเราก็รู้เราก็รับฟังเราเกี่ยวกับโดยสมมติเราจะเกี่ยวก็ได้เราจะเกี่ยวล่ะกระจายของเราน่ะมันเกี่ยวไหมใจของเรามันมีเกิดฟองเกิดมีเกิดขึ้นมาแหมมีอารมณ์ดีใจชอ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive