200508-079 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน079-พ่อท่าน-สันติอโศก-พ053.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์272 KB
วันที่แก้ไข14 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันที่ 8 พฤษภาคมพุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกโซนนี้ยังคงเป็นการบรรยายต่อในพุทธประวัติจากพระองค์เรามาทำวัดกันต่ออีกเรื่องที่จะทำวัตรต่อวันนี้ก็เริ่มที่เรากำลังผ่านตอนที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาเรื่องเรา ลำดับที่พระพุทธเจ้าท่านเป็นไฟเป็นไปโดยเข้าโคลงของประวัติพระพุทธองค์จากนั่นมานี่จากนี่มานั่นไปนั่นไปโปรดไปอะไรมันก็เป็นเพียงกิจกรรมแต่เป็นเพียงกิจกรรมของพระพุทธองค์และแม้กิจกรรมวันนั้นถ้าผู้ชาญฉลาดจะรู้ความละเอียดเอามาใช้มาประพฤติเข้ามาสังเกตในส่วนสัตว์ของลำดับประการร้อยเรียงของธรรมะขั้นสูงก็จะรู้ได้จะได้ประโยชน์แต่ถ้าใครไม่สามารถรู้ก็จะรู้แต่ลำดับการร้อยเรียงของบทบาทชีวิตเปลือกชีวิตแบบการโคจรของบุคคลคนหนึ่งเท่านั้นเองจะไม่รู้อะไรลึกขึ้นกว่านั้นถ้าใครยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไรก็ผ่านไป ผู้รู้ละเอียดแล้วจะรู้จะจับได้เช่นเคยทวงให้ฟังเคยให้ตั้งข้อสังเกตไว้ในพระพุทธองค์มีจิตละเอียดจนกระทั่งมาเจ็บไม่อยากสอนเมื่อจิตอยากไม่อยากสอนแล้วก็มีจิตที่จะต้องมีเมตตาอย่างต้องสอนน่ะหรือว่าไม่สอนดีมันจะรู้เพราะรู้ว่าสอนดีเอ้ยจะสอนได้มันมีเหตุผลยังไงมันมีเหตุผลว่ามันสอนเพราะว่าถูกจะรู้มีอะไรเป็นต้นหรือแม้แต่จะออกไปสอนก็พยายามตรวจเลือกคนจะไปสอนพอตรวจเลือดคนได้แล้วจะออกไปสอนก็ยังไปเจอคนที่ไม่ได้คิดจะสอนแล้วมันจะได้สอนหรือไม่ถ้าเราจะสอนมันก็น่าจะได้สอนแต่ไม่ตั้งใจแล้วมันก็ไม่ได้ตั้งใจไม่ได้ตั้งใจมันก็เป็นจริงจะไปยึดไว้จุดจุดที่เราตั้ง อะไรพวกนี้มันจะมีลำดับไปเฉยๆส่วนความละเอียดเราจะรู้ว่าอ๋อมันมีอะไรอะไรซ่อนแสงก็ได้มีอะไรไม่เที่ยงเห็นอนิจจังอยู่ในนั้นเสมอเมื่อเห็นอนิจจังเราจะทำดีให้ได้ยิ่งกว่านั้นมีอีกอย่างนี้พอรู้จะรู้สอดแทรกถ้าพูดยังรู้

อ่านต่อ

ไม่ได้ก็รู้ประวัตินอกจากประวัติที่เรียงลำดับไปเฉยๆของคนคนหนึ่งคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งปัจจุบันนี้มีคนเข้าใจผิดว่าพระพุทธเจ้าไม่มีจริงไม่มีตัวตนบุคคลหรอกเป็นแต่เพียงเรื่องร้อยกรองเป็นเรื่องที่หลายๆคนเอาความรู้หรือปรัชญาต่างๆมาร้อยกรองร้อยเรียงและก็ประพันธ์เงินเข้าไปเรื่อยๆกลายเป็นเรื่องของบุคคลคนหนึ่งที่เลิศ เกิดขึ้นมาเฉยๆคนคิดอย่างนี้ก็มีเรื่องบางคนคิดว่าคนเดียวก็แต่งเลยคนเดียวแต่งนิยายพระพุทธเจ้าขึ้นมาเลยถ้ายิ่งเข้าใจว่าคนเดียวแต่งพระพุทธเรื่องพระพุทธเจ้านั้นมาเลยทั้งคำสอนทั้งปรัชญาทั้งภาษาทั้งอะไรคนนั้นก็คนแต่งนั่นแหละเป็นพระพุทธเจ้าซะเองถ้าเกิดว่าเป็นจริงมันไม่ใช่ของง่ายๆมันลึกลับแต่มันไม่ใช่ลึกลับมันลึกซึ้งมันซับซ้อนมันร้อยเรียงโอ้โหมันยอดถ้าผู้ใดเจอสภาพที่ปฏิบัติไปจริงตรงจริงเป็นจริงแล้วมันไม่ขัดแย้งแต่มันเป็นการซับซ้อนมันเหมือนดูเหมือนขัดแย้งในบทตื้นๆเรียกว่าสันเรขาคณิตสัจธรรมที่เป็นสัน ทำเป็นนิยายนี้ก็ทำเป็นธรรมะที่บรรลุหลุดพ้นได้จริงพ้นทุกข์จริงเป็นสันติธรรมมีขั้นปลายขั้นสุดที่ไม่มีที่ไปอีกมีที่จบเป็นสันติธรรมมีที่สูงสุดสงบสุขเย็นสุดบริบูรณ์หรือว่าดีที่สุดได้จริงๆมันมีจริงๆมีเครื่องร้อยเรียงมีเครื่องมีหลักการต่างๆไม่ขัดแย้งแม้แต่หลักการว่าธรรมะพระพุทธเจ้าเป็นสัจธรรมเป็นชั้นเลยกระทำเป็นนิยายที่กระทำเป็นสันติธรรม 4 หลักนี้ก็แทนที่จะจริงถ้าใครไม่พิสูจน์จึงก็ไม่รู้ถ้าได้พิสูจน์ด้วยตนจริงแล้วก็จะรู้ยิ่งรู้ยิ่งชัด ยิ่งขึ้นยิ่งจะเห็นจริงถ้าเรารู้ประวัติของพระพุทธเจ้าร้อยเรียงไปตามลำดับง่ายๆก็จะรู้ว่าบุคคลคนนี้มีชีวิตโคจรเป็นอย่างไรฉันตื่นๆมันไม่ยากมันก็เป็นร้อยเวรสร้างโครงสร้างครับเรื่องเอาไว้เฉยๆมันก็เป็นไปได้แต่ถ้าเผื่อว่าไม่มีสภาพรู้สภาวะธรรมรู้บทละเอียดรู้พฤติกรรมรู้อะไรก็ได้ซ้อนผิดจริงมันจะลึกซึ้งลึกซึ้งลึกซึ้งจนคนนั้นรู้ว่าเออลึกซึ้งก็จะชักรู้ว่ามันมันก็ลึกซึ้งแต่เขาก็ยังไม่เชื่อยิ่งลึกซึ้งเกินไปเพราะว่าโอ๊ยนี่เป็นไปไม่ได้หรอกเราเป็นแต่ความคิดเฉยๆคนจริงไม่มีได้ไปซะอีกมันจะเป็นอย่างนั้นไปซะอีกแต่ถ้าใครได้เอามาประพฤติจริงแล้วตามรายละเอียดต่างๆค่อยๆสูงขึ้นสูงขึ้นแล้วจะเห็นขั้นตอนและจะพิสูจน์ได้ว่า จริงๆก็ไปเรื่อยๆพ่อแม่ขั้นสูงสูงสูงยอดจนกระทั่งที่เขาว่าลึกซึ้งจนจะเป็นไปไม่ได้มันก็จะเป็นไปได้สำหรับคนที่เป็นแล้วก็จะเห็นความลึกซึ้งที่ร้อยเรียงชั้นสูงขึ้นไปอีกว่ามีความร้อยเรียงอยู่เป็นชั้นตอนที่ไม่ขัดเขินและเป็นไปไม่ได้เลยที่คนจะเอาแต่คิดคะแนนวาดเอามาร้อยเรียงเอามาปั้นเรื่องสร้างโครงสร้างเหมือนหนึ่งนิยายนวนิยายเป็นไปไม่ได้เลยเพราะเป็นเรื่องอ่ะลูกเป็นเรื่องที่ไม่มีตัวตนเป็นเพื่อนที่ไม่ใช่แต่มานั่งเฝ้าได้ง่ายๆจะรู้เองถ้าเมื่อไปถึงสภาพของตอนที่ลำดับเรื่องลำดับอะไรมาทุกทีอาตมา พยายามอธิบายแทรกซ้อนถึงสภาวะธรรมต่างๆในเรื่องราวต่างๆที่ควรจะได้อธิบายกระชับกัมพูชาท่านลงไปเพื่อการประพฤติการปฏิบัติหรือการรู้ยิ่งจะบอกจะเล่าเรื่องเฉยๆใครก็อ่านได้อ่านเองก็ยากอะไรมันเรียงลำดับหรือมีรายละเอียดอยู่บ้างก็ได้แล้วเพราะฉะนั้นอะไรที่ลึกซึ้งอะไรที่มันควรจะได้อธิบายเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติแก่การรู้ยิ่งโดยการเกิดปัญญาอันลึกซึ้งรัฐบาลประจำเป็นที่จะต้องอธิบายสู่ฟังแล้วก็เป็นการดีคิดว่าเป็นการดีพวกคุณทั้งหลายที่ฟังดีกว่าคงคิดเห็นด้วยว่าเป็นการดีแต่ก่อนจะได้อธิบาย ต่อไปอีกจะขออธิบายซ้ำลงไปอีกถึงธัมมจักกัปปวัตตนสูตรและก็ถึงอารัชอนัตตลักขณสูตรต่อๆไปในเรื่องของตอนนี้นิดหน่อยแล้วก็จะถึงย้ำจะย้ำถึงอริยสัจเราจะพูดถึงอริยสัจ 4 อย่าลืมว่าอริยสัจ 4 กับคำว่าอริยสัจคือคนละเรื่องนะคำว่าอริยสัจนั่นมันคือความจริงทั้งสิ่งของคนฉลาดทุกอย่างส่วนคำว่าอริยสัจ 4 นั้นมันมีทุกสมุทัยทุกนิโรธทุกนิโรธสังขารมีปฏิปทาแล้วเรียกว่าอริยสัจ 4 ไม่เหลือไปกว่านั้นไม่นอกไปกว่านั้นเรียกว่าอริยสัจ 4 ถ้าบอกว่าอริยสัจและอะไรกับอริยสัจของคน อริยสัจต่างๆวัดสัจจะต่างๆแม้แต่สมมติสัจจะก็เป็นสัจจะที่ผู้อริยะผู้ฉลาดจะรู้ตามสมมติสัจจะนั้นจริงๆเป็นขั้นตอนรู้ไปจนถึงกระทั่งปรมัตถ์ปรมัตถสัจจะผู้ที่เป็นอริยะก็จะรู้สัจจะนั้นเป็นอริยสัจจริงๆว่าเป็นยังไงจิตใจจะเสกรูปนิพพานสภาพนิพพานเป็นยังไงจะรู้โดยจริงเป็นปรมัตถสัจจะหรือแม้แต่สัจจะต่างๆบอกว่าเกิดแก่เจ็บตายเป็นอริยสัจเกิดแก่เจ็บตายไม่ใช่อริยสัจ 4 แต่ก็เป็นอริยสัจอย่างนี้เป็นต้น เกิดเป็นเรื่องจริงเรื่องเกิดมีในโลกห้ามไม่ได้เป็นอริยสัจจะเป็นสัจจะมีการเกิดอยู่ตลอดตายตลอดโลกมีเสมอแต่เจริญพรเกิดไม่ได้แต่เราสามารถที่จะเหนือความเกิดนั้นจะดับความเกิดได้ก็ที่เราความแก่มันจะไม่มีเมื่อหมดความเกิดอันนี้เดี๋ยวจะกล่าวตอนท้ายมีจริงอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็เราก็เห็นเดี๋ยวนี้รู้เดี๋ยวนี้ว่าความเกิดให้มันดับไปพอเกิดไม่เกิดอีกความแก่ไม่มีอยู่แล้วเดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่าความแก่ไม่มีอยู่ในส่วนไหนที่เราหมายในปร ไม่ใช่สมมุติถ้าสมมุติที่จัดสัจจะเรื่องร่างกายเรามีอยู่แน่ตอนแก่มีความเกิดไม่มีตามสมมุติแต่ความจริงที่เป็นปรมัตถ์โดยจิตที่เป็นจิตที่เราหมายลงไปอีกซ้อนลงไปในจิตว่าเป็นโทสะมูลโลภะมูลโมหะมูลไม่มีเกิดอีกแล้วเมื่อมันไม่มีเกิดมูลนิธิต่างๆที่เป็นอกุศลมูลอกุศลมูลจิตไม่มีจริงๆมันไม่เกิดในจิตไม่มีตัวตนในจิตดับสูญสนิทเมื่อไม่มีอกุศลมูลแท้ๆไม่มีเกิดและอะไรมาจะแก่ไม่มีแก่แล้วไม่มีเจ็บไม่มีเจ็บก็คือมันตายสนิทเหมือนมันตายสนิทแล้วมันจะเอาอะไรมาตายไม่มีแล้วจะเห็นความ สนิทอยู่ที่ปัจจุบันนี้เห็นความตายสนิทอยู่ที่ปัจจุบันเห็นความเจ็บไม่มีเห็นความแก่ไม่มีความเกิดไม่มีเป็นปัจจุบันนี้ทีเดียวนี่หมายเอาอรหันต์หรืออรหันต์ผลอย่าไปหมายเอาตายเนื้อเน่าเป็นอันขาดและเป็นสมมติที่สัจจะไม่ใช่ปรมัตถสัจจะถ้าเราไม่รู้อย่างนี้เราไม่เข้าใจอย่างนี้แล้วทำไม่ได้อย่างนี้มันก็ไม่ถึงอรหันต์ความเป็นอรหันต์ต้องทำได้เป็นอยู่เดี๋ยวนี้อรหันต์มีอยู่ที่คนเป็นๆอรหันต์คนตายที่ไหนเดี๋ยวจะได้ซ้ำอีกจะได้สบายซ้ำเจนก่อนจะอธิบายต่อและอธิบายซ้ำดังกล่าวตัวอย่างนี้ก็ เตือนพวกเราขณะนี้ปัจจุบันพวกเรามีงานกันเยอะทั้งพระทั้งผู้ปฏิบัติทั้งทุกคนแม้แต่ฆราวาสที่มาที่นี่หามาแสวงธรรมะพึงปฏิบัติพึงกระทำให้ตัวเองเป็นไปด้วยดีอยู่ที่นี่หรือจะไปที่โน่นที่นั่นอะไรแล้วแต่เรามีงานเพิ่มขึ้นเพราะเรารู้จักกว้างขวางขึ้นมีผู้ได้รับรู้และเขาจะปรารถนาจากเราปรารถนาส่วนที่เราควรจะให้เขาคือธรรมะนั่นเองก็ปรารถนาธรรมะแสวงธรรมะเขาต้องการธรรมะจากเรามากขึ้นจนเราเองออกเหน็ดเหนื่อย เพชรเหนื่อยที่จะแจกแจกจ่ายเพราะฉะนั้นจะทำให้เรารู้สึกว่าเพลียๆเบื่อเบื่องานการที่จะแจกจ่ายขึ้นมาได้บ้างเหมือนกันอันนี้จะเป็นภัยซ้อนหรือจะเป็นโทษซ้อนว่าเราเบื่อเราออกงานทางโลกมาเราเบื่องานทางโลกโดยเรารู้ความจริงว่างานทางโลกมันทำให้เราเมื่อยมันทำให้เราเหน็ดเหนื่อยเป็นภาระทีนี้พอกลับมาทางธรรมเราก็ได้เลิกงานทางโลกแล้วก็รู้ชีวิตที่เราควรอยู่ง่ายสบายถ้าเราจะอยู่เฉยๆแบบดีๆไม่ทำอะไรอยู่กินอยู่ไปเฉยๆยิ่งเป็นเศรษฐีออกป่าไปเลยเก็บผลไม้หล่นกินแล้ว ดูลมดูฟ้าไปรอวันตายไปมันก็ได้แต่มันยังเป็นคนโง่มันยังเอาวิชามันยังมีอัตภาพแล้วมันก็เสพติดได้แน่จริงใจไม่ต้องไปคิดหรอกมันเสพติดง่ายๆเลยติดอยู่อย่างนั้นใครไปกวนก็ไม่ได้อีแบบนั้นเพราะความเข้าใจผิดเป็นมิจฉาทิฐิไม่เข้าใจถูกต้องเป็นสมาชิกก็คนนั้นน่ะเกิดมาทำไมเกิดมาเป็นผู้ประเสริฐเกิดมาเป็นผู้ที่รู้จุดสุดยอดสูงสุดไอ้นั่นยังไม่สูงสุดไปนั่งวางเฉยเก็บผลไม้หล่นกินก็ดีก็ไม่แย่งไม่แย่งไม่ไปเพื่อได้เบียดเบียนอะไรจริงๆแล้วก็น้อยสุดจริงแต่ไร้ประโยชน์ความเป็นคนเป็นสัตว์โลกที่มีประโยชน์สูงสุดมีปัญญาสูงสุดมีแรงงาน รู้สึกด้วยแรงงานของคนที่ยิ่งกว่าช้างเข้ามาเพราะเป็นแรงงานที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ได้ประเสริฐสุดฉลาดสุดมีค่าถ้าเอาแรงงานนี้ไปสูญสิ้นทิ้งอย่างนั้นก็เหมือนกับคนตายก็ฆ่าทิ้งไปเสียมันก็เท่ากันความที่ไม่รู้กิเลสที่เราเองยังเหลือเชื้อแม้แต่เศษกามที่จะเป็นเชื้อพามาวนเวียนกลับได้ถ้าอธิบายแบบศาสนาทุกทีตายแล้วก็ต้องเกิดใหม่อย่างนี้มันไม่ถูกต้องเพราะฉะนั้นเราต้องเอาแน่ใจตั้งแต่เป็นๆนี่เลยเพราะความดับสนิทความไม่เหลือเชื้อเกิดอกุศลมูลและน้ำมันหมดตรงไหนหมดยังไงหมดจะเป็นเป็นแล้วก็อยู่กับเขาด้วยได้อย่างเป็นๆเพราะการที่เราเองเราจะ ประสบเมื่อเราเลิกจากงานลูกแล้วเราก็มาทำงานทำมันก็ต้องออกแรงกายมีตาหูจมูกลิ้นกายมีอิริยาบถกายกรรมวจีกรรมซึ่งเกิดจากมโนกรรมแต่มโนธรรมของเราตอนนี้เรารู้เรารู้ในการกลั่นกรองรู้ในการที่จะกระทำลงไปให้แก่โลกว่าสิ่งใดดีเราจึงจะทำสิ่งใดไม่ดีเราละเว้นเราทำเป็นด้วยซ้ำไปเคยทำชั่วอย่างเก่าๆที่เคยเคยผ่านมาในชีวิตเคยทำด้วยซ้ำไปแต่เราจะไม่ทำและหยุดให้เด็ดขาดถ้าเราจะหยุดเด็ดขาดถ้าเราจะอรุณโลมเราก็จะรู้ว่าเราเอาโดยรวมเราไม่ได้ทำเพราะเราเสพว่าเราทำและอร่อยและติดเพราะเราไม่มี แล้วก็ไม่ทุกข์เมื่อทำลงไปแล้วเมื่อจะทำก็ไม่ฝืนใจไม่ทุกข์ไม่กลัวไม่เกรงไม่อิจฉาละอายใจไม่มีอกไก่ย่างไม่คับแค้นขัดเคืองไม่โทรมานัดไม่เศร้าสร้อยเสียใจอยู่ด้วยจำใจด้วยจำเป็นอะไรก็ไม่ทุกข์ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากรู้ความจริงว่าบางงานและเหนื่อยบางครั้งงานต้องลงแรงกายมากมายบางงานต้องลงแรงเมื่อกี้รู้จักบางงานต้องปรุงสมองใช้สมองอย่างจัดไม่เช่นนั้น ลึกซึ้งรายละเอียดหรือสร้างออกมาไม่ได้ไม่เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งไม่เป็นสิ่งที่สูงส่งมันต้องใช้สมองปรุงทั้งนานบางทีนานบางทีก็ร้อนบางทีลึกซึ้งเราจะรู้และเราก็จะอนุโลมตามจริงเมื่อเวลาผู้ใดเป็นพระอริยะจริงก็จะกลายมาเป็นคนทำงานที่ประเสริฐงานที่รู้ขั้นตอนให้แก่โลกเป็นผู้ที่อุ้มชูโลกแต่ที่พระพุทธเจ้าท่านเป็นพระจะหยุดทำงานไม่ทำงานเสร็จแล้วผิดเพราะฉะนั้นจะต้องมี 3 พอดีผมมียอดแห่งการรวมสหธรรมยอดแห่งการร่วมยอดในการเป็นไปอย่างดีต้องมีจิตร่วมจิตร่วมและก็มีวจีร่วมกายร่วม ที่เป็นไปโดยธรรมมีเมตตากรุณามุทิตาและก็มีอุเบกขาเป็นสิ่งเป็นสิ่งอาศัยของเราแล้วเรารู้ตัวเองอุเบกขาฌานที่ใช้เป็นที่สำคัญสุดของวิหารเพราะเรามีแม้ปัจจุบันนี้ก็มีอยู่นั่นเพียวอ่ามีเจโตวิมุตติมีปัญญาวิมุติยาววันนี้อนุโลมขนาดนี้อยู่ขณะนี้เรากำลังทำงานขนาดนี้กรรมก็ต้องมีมโนกรรมขนาดนี้วจีกรรมก็ต้องมีขนาดนี้กายกรรมก็ต้องมีขนาดนี้เป็นการปรุงเป็นการประกอบเป็นการงานเป็นสัมมากัมมันตะมันต้องมีแน่ๆเราจะรู้เพราะบุคคลผู้ที่ถูกต้องเข้าใจเป็นสมาชิกแล้วก็จะเข้าใจเมื่อเราทำงานก็ทำได้ตามแรงตามความเป็นจริง ทำได้มากมันก็เป็นคุณความดีเป็นค่าอันสูงเป็นไปได้ดีถ้าเราไม่พยายามทำให้มีสัมมาวายามะมันก็เฉยมันก็ไม่ได้เรื่องแล้วมันก็จะเอนเอียงเข้าไปสู่จุดๆนี่แหละไปพูดศรีตะโกสักการะเทียบไม่มีอะไรเกาะยึดไม่มีอะไรติดแน่นมีแต่ความเป็นไปในทางโน้นดียิ่งขึ้นเพราะถ้าเราพยายามจะมาวายาโมอยู่ยิ่งขึ้นมันจะเชี่ยวชาญมันจะชำนาญมันจะง่ายมันจะสะดวกไม่ยากเมื่อมันไม่ยากมันก็หมดทุกข์แล้วเพราะดำเนินการที่จะทำให้แก่โลกเขามันมีเขตเราจะไม่ทำเกินหรอกหลายอย่างเราจะไม่อนุโลมไปอีกเลยในโลก แล้วจะทำในส่วนสัตว์ที่เราทำเพราะฉะนั้นแม้แต่กระทำกับคนที่มีมากขึ้นมากขึ้นเราก็จะกำหนดตามความพอดีว่ามากเกินไปเราไม่ไหวแต่ถ้ามากได้เป็นที่สุดมันก็เก่งมันก็ดีถ้าเราทำได้กว้างขวางแต่เราจะประมาทเป็นจะมีสัตว์ตำรวจ 7 จะมีสัตว์โพธิธรรม 7 ประการแท้จริงไม่ใช่มีแต่ภาษาหรือหัวข้อธรรมะท่องจำได้เปล่าๆไม่ใช่แต่มันจะมีสภาวะจริงที่เราต้องใช้แล้วก็จะใช้ได้ผลและประโยชน์จริงๆเปลี่ยนเป็นธรรมะพระพุทธเจ้ามันจะเอามาจริงมันจะมาใช้จริงใครจะมาคิดออกมาเล่นๆได้ไม่ใช่คิดเล่นๆเลยมันมีสภาพสิ่งของคนผู้นั้นต้องผ่านมันผ่านมาแล้วพวกคนระลึกย้อนเถอะผ่าน แล้วแต่คุณจะจับเอาหัวข้อละเอียดละเอียดออกมาได้ไหมตรงนั้นถ้าคุณจับออกมาได้คุณจะเห็นจริงว่าคำสอนพระพุทธเจ้าในลึกซึ้งเป็นปรัชญาสูงและเป็นจริงมีเนื้อหามีสภาวะมีแก่นสารก็คือมีตัวมีตนของมันมีอัตรามีอัตภาพอย่างนั้นอย่างนั้นน่ะสุดท้ายเมื่อเราเข้าใจในอนัตตาอนัตตาลักษณะหรือเข้าใจในอนัตตาต่างๆและเราก็ทำอนัตตาเป็นรู้อัตราแก่แล้วก็รู้ความจริงว่าเราคืออะไรเรายึดเป็นของเราคืออะไรเราไปติดเขาว่าเป็นเราคืออะไรเรารู้จริงแล้วเราก็ปล่อยได้จริงก็หมดอัตราไม่มีอัตราที่งานการพวกเรานี่มากขึ้นมากขึ้น ผมก็จะกำหนดไปตามลำดับตามที่ผมก็เห็นก็รู้อยู่ทุกทีเพราะฉะนั้นอันใดที่จะต้องตัดบ้างค่อยๆลดลงไปตามวงจรที่ควรเป็นคนไปผมก็จะดำเนินการโคจรของเส้นทางสู่พวกเราของบทบาทการงานของอะไรต่ออะไรไปตามควรไม่ใช่ไม่รู้แต่มีอนาคตตั้งแต่ยานบ้างมีความรู้ในปัจจุบันบ้างแต่มีอดีตที่รู้เอามาประกอบอะไรต่างๆผมก็รู้แต่ก็ไม่ได้กระทำตามจำนวนจำกัดตามเกณฑ์เสมอสังเกตและก็รู้เอาไปตามหากมีการเดินหน้ามีการจุดควรพอสมควรแต่การถอยหลังเนี่ยเราไม่ถอยในจุดใจที่มันไม่ควรถอย นับถอยหลังมันไม่เป็นสภาพที่เสื่อมโทรมภาษาหรือความหมายเราเดินไปหน้าแล้วก็เราพยายามรักษาสภาพอนุรักษ์ขนาไว้สังวรไว้ประหารส่วนพลทหารอยู่เสมอเพราะความเสื่อมมันเกิดเป็นธรรมดาความถอยหลังถ้าเอาถอยเป็นสภาพธรรมหยาบๆอย่างหนึ่งมันก็ไม่มีอะไรก็คือถอยบ้างบางอย่างเราต้องถอยตั้งหลักอะไรเงี้ยมันก็จะทราบอย่างแต่โดยลักษณะทำแล้วเราไม่ถอยเสื่อมถอยคำนี้หมายความว่าเสือกเราไม่เสื่อมเพราะมันความเสื่อมมันเป็นเรื่องธรรมดาทุกสิ่งทุกอย่างทั้งขาและทำทั้งหลายเป็นความมีความเสี่ยงเป็นธรรมดาเราไม่ต้องทำให้มันเสื่อมมันก็เสื่อมและทรงไว้นี่แหละโดยไม่เพิ่มจุดดีขึ้นไปนี่แหละแล้วก็พยายามส่งไว้ทำบูรณะมันก็จะมี เพิ่มให้มันอยู่ให้พรเท่าๆอย่าให้ขายก็ขายในระบบบูรณะหรือว่าตั้งอยู่ตามเดิมแต่ถ้าเราไม่เพิ่มเลยนะไม่บูรณะไม่เอาจุดดีเติมให้มันเลยนะมันเสื่อมของมันเองมันไม่มีอะไรส่งอยู่ไม่มีที่ทรงอยู่ได้เพราะเราเติมให้เรารู้จักการเติมให้มันบูรณะอยู่ให้มันส่งไวเท่านั้นเองเพราะเราไม่ล่ะก็ดีแล้วเราก็ไม่ให้มันอยู่เท่าเก่าหรอกถ้ามีโอกาสเราจะเพิ่มให้มันทวีให้มันเจริญอยู่เสมอเมื่อสภาพธรรมของผู้ใดหรือคนคนใดมีลักษณะอย่างนี้ในชีวิตมันก็เป็นคนประเสริฐเป็นคนดีเกิดมาและก็ตายไปก็มีแต่ทำความดีหรือเป็นคนที่สั่งสร้างสมนึก ตอบแต่คุณงามความดีเป็นสัจธรรมแท้ๆต้องเห็นไม่ได้ทำงานทุกวันนี้ที่เราเป็นอยู่นี่มันจุ้นจ้านขึ้นในโดยเฉพาะในบริเวณสันติอโศกเนี่ยเพราะงั้นก็จะขอคำปรึกษาระวังพวกเราอย่าเผลอใจจะห่างใจอย่าเผลอพยายามจับจิตจับใจให้ดีระวังตาหูจมูกลิ้นกายมันมีหลายอย่างหลายอันผ่านเข้ามามากทั้งด้านหน้าด้านกลางด้านหลังอะไรต่างๆนานารอบตัวเข้ามามีมาม่าเหตุเพราะเราทำงานเพิ่มขึ้นและเขาก็มีส่วนมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้องให้เราได้ทำเพิ่มขึ้นคนเข้ามามากขึ้นงานที่เราจะ ขยายแม้แต่ที่เพื่อที่จะรับคนจำนวนมากบางอย่างเราก็ต้องรับช่วยบางอย่างญาติโยมเขาก็แบกมาให้แล้วก็อนุเคราะห์เราตามควรขึ้นมาโดยจริงมันก็ขยับเขยิบกันไปเป็นขั้นตอนมีสภาพขยายเป็นจริงๆก็แสดงว่าพุทธจักรธรรมจักรขยายขึ้นสังกัดก็จะต้องเริ่มขึ้นโดยแม้แต่เป็นฆราวาสก็มีเรื่องเป็นพระขึ้นมาด้วยฆราวาสปฏิบัติตนจนกระทั่งมีการลดละลายใกล้ชิดเข้ามามีการศรัทธาเลื่อมใสเกิดปัญญารู้ความรู้ความพ้นรู้ความฝ่ายความหวังเพิ่มจำนวนคนเพิ่มการรู้กระจายไกลออกไปแล้วก็มีผู้นำธรรมะของเราไปเอง เข้ามารับเอาไฟบ้านเข้ามาดึงเราไปเผยแพร่บ้างกระจายไกลออกไปขว้างออกไปมีบ่อยไปมันก็เป็นจริงเพราะฉะนั้นเราจะต้องมีเนื้อสาระมีทั้งสังกัดก็จะต้องเพิ่มปริมาณขึ้นขยายทั้งสถานที่ขยายทั้งอุปกรณ์ที่เป็นองค์ประกอบในการขยายอาจจะต้องมีทั้งหนังสือต่างหากถ้าเรามีหนังสือต้องหาแจกไปก็ทุนไว้เราก็วิ่งน้อยอย่างนี้เป็นต้นและเป็นการผ่อนแรงในตัวมีหนังสือไปพระไว้เขาติดเขาขับแล้วก็ส่งทั้งซื้อประจำส่วนย่อยที่เป็นปัญหาประจำส่วนตัวหรือเป็นปัญหาใหญ่ๆหลักๆแล้วก็มีหนังสือไปคลี่คลายออกหรือมีเทปไปให้ฟังขยาย นี่เป็นสื่อสาระที่มันไกลตัวออกไปได้แทนตัวได้นี่เราก็กำลังขยับเขยิบทำกระจายไปผสมมากขึ้นญาติโยมว่าเขาเข้าใจเขาก็สนับสนุนช่วยเหลือ Profile มีการกระจายทุ่นแรงทุ่นแรงในการใช้เครื่องและมีเครื่องใช้เครื่องอะไรเสร็จพอสมควรไม่ใช่เครื่องเล่นแต่เป็นเครื่องจริงเราจะรู้สาระและอยากจะทำแม้แต่ที่อาศัยที่พักเลยเนี่ยเป็นสถานที่ต้องขยับขยับขยายอยู่อะไรเนี่ยแล้วจะทำอะไรเรารู้ว่าเราทำเล่นทำเพื่อการอวดโชว์ทำเพื่อที่จะเป็นจุดดึงคนมาหลอกล่อให้เข้ามาหลงเพราะความสวยความงามเฉยๆหรือความใหญ่ความโตหลอก จ่ารื้อถ้ามันใหญ่โตโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอเราจะใหญ่ไปทำไมมีเหตุผลเพียงพอว่าใหญ่ไปเพื่อรักกันมันแน่นขึ้นหนาขึ้นอัดแอ้ขึ้นกระทบสัมผัสจัดขึ้นแล้วมันก็ชักจะอึดอัดแล้วกระทบสัมผัสจางหน่อยห่างหน่อยแต่อยู่ในบริเวณที่เกื้อกูลกันได้เป็นไปโดยสถานที่ในรอบของสถานที่เราก็จะขยายไปพอสมควรซึ่งผู้ลงทุนก็แสนที่จะประเสริฐว่าผู้นั้นก็ลงทุนลงทุนเพราะอะไรลงทุนเพราะเป็นประโยชน์ที่เห็นคนที่เสียสละเสียสละยากจะตายแต่มันขี้เหนียวแต่ผู้ที่เสียสละแล้วก็ได้เกื้อกูลกันเสียสละจริงๆแล้วก็รู้ว่าเอามาทำอะไร คนแสนดีจะตายไปเพราะบางทีเราก็ต้องช่วยตนเองบ้างแม้แต่พระบางทีต้องลงไม้ลงมือในส่วนที่ควรลงไม้ลงมือบ้างอย่างนี้เราก็ทำแต่ถ้าเกิดว่าเป็นไปได้ญาติโยมมีหลายคนมีมากคนเข้าใจขึ้นมาแต่เบียดเบียนไม่ได้บังคับขู่เข็ญเห็นด้วยศรัทธาจะลงแรงจะช่วยใกล้ชิดแล้วก็รู้หน้าที่ว่าควรบางอย่างก็พระหลวงปู่ทวดวัดบวชไม่ควรจะให้ไปคลุกคลีลงมืออย่างนั้นเพราะคนเนี่ยมันรู้หยาบมันมองตื้นมองพื้นถ่ายพระไปทำบางสิ่งบางอย่างแล้วมันก็ไม่เคารพนับถือศรัทธาตกความเลื่อมใสตกเพราะฉะนั้นฆราวาสบางคนเข้าใจแล้วก็รีบเข้าช่วยรีบทำแทนรีบไม่ให้พระต้องไปทำบางสิ่งบางอย่างเสียคือนักบวชต้องไปทำบางสิ่งบางอย่างหรือผู้มี สูงใหญ่ก็ควรจะละไว้ให้ผู้มีศีลต่ำกว่าหรือฐานะต่ำกว่าสมมุติต่ำกว่าควรจะทำอย่างนี้เป็นต้นมันก็จะมีการกระทำทดแทนรายเดียวกันอยู่เป็นจริงแต่ก็สำคัญต้องพยายามตอนนี้ตามเหตุการณ์ปัจจุบันมันมีหุ้นขึ้นมีทุกทีมากขึ้นเกี่ยวข้องมากขึ้นผัสสะตาหูจมูกลิ้นกายมีมากขึ้นเพราะฉะนั้นจึงขอเตือนระหว่างจ่ายระหว่างจ่ายพวกเราควบคุมอย่าเผลอใจอย่างใจตอนนี้มันกำลังอัดมาเพราะว่าเรากระจายออกไปแล้วก็มีโอกาสเข้ามามีการเป็นไปมีการงานที่จะผ่อนปรนลงไป ให้มันเสร็จมันแล้วแล้วก็จะมีงานมาอีกอะไรอย่างนี้เป็นไฟเข้าเข่าออกๆอยู่เสมอตอนนี้มากขึ้นมันจะขอเตือนทุกคนทั้งนักบวชและนักปฏิบัติต้องเป็นตัวอย่างแก่กันและกันยิ่งนักบวชเขาจึงจะออกสำรวมสังวรมีสังวรปธานมีประหารประธานมีอนุรักษ์คณาประธานมีภาวนาสถานที่เป็นผลสุดของเราอยู่เสมอๆอย่าขาดเหลือให้มีเสมอให้เป็นฝ่ายมีสติปัฏฐานเป็นองค์นำสติปัฏฐาน 4 ให้รู้มีสติพร้อมอันนี้ส่วนนี้สำคัญของเราเรียกว่าศักยภาพคือส่วนนี้เป็นเรื่องใหญ่ของเรานะระหว่างใคร เป็นภาพตาใครมีเรื่องของทางตาสัมผัสทั้งลูกนะเราเองเนี่ยเผลอไผพระรูปนี้ชวนใจทำให้จิตใจเราตกเรื่อยก็ระวังตาใครที่ลำบากทางหูมีหูเป็นศักยะเป็นเรื่องแม่เขาถือสาเรื่องเสียงเราทนไม่ได้ต่อเสียงเสียงอย่างนั้นเสียงอย่างนี้หรือเสียงของบางคนเราจะมีผูกพันเป็นอาฆาตเป็นพยาบาทเป็นไม่ชอบเป็นโทรศัพท์มูลก็ระวังเนี่ยเพื่อนขณะนี้เพื่อนบางคนแต่อยู่กับเราใกล้ชิดเรานี่บางคนเราถือเสียงคนนะเสียงคนนี้เราไม่ชอบเผด็จฟังแล้วรู้สึกว่าเกิดบาปหูเกิดไม่ชอบเกิดทำให้เราตกต่ำก็ระวังเป็นสัปดาห์ของเรา บางคนเสียงไม่ได้เป็นเชิงบาดหูแต่เป็นเชิงโลภะมูลหรือราคะมูลนิธิได้ยินเสียงอย่างนี้แล้วเกิดราคะเกิดชอบเกิดติดเกิดกำเนิดเกิดตามก็ระวังอันนี้เป็นสักกายะของเรารูปก็ดีเสียก็ดีรถถังริมกระบี่อาหารอร่อยอาหารมันก็คงจะเท่ากับทุกวันนี้หรือจะมากกว่าเก่าขึ้นมาบ้างระวังจะมีคนมาทำบุญมากขึ้นมีอาหารปรุงมามากขึ้นหรืออะไรต่างๆคาราวานรถทั้งสิ้นกลิ่นก็ไม่ไกลหรอกทุกวันนี้ก็กินยังไม่มากไม่มายแต่เดี๋ยวหน้าฝนจะมีกลิ่นเน่าเพิ่มขึ้นรู้เองฝึกหัดเอาเอง จะมีกลิ่นอะไรแปลกๆก็แล้วแต่ในที่นี้ก็สังเกตทางด้านความเป็นอยู่เมื่อมีคนมากขึ้นการสัมผัสเสียดสีอัดแน่นมากขึ้นด้วยสภาวะทางหูตาจมูกลิ้นกายก็สัมผัสกายเองสัมผัสก็สัมผัสแม้แต่จะเคลื่อนย้ายตัวตนจะนั่งจะนอนจะยืนจะยืนจะเดินก็แออัดเพราะฉะนั้นบางทีเบียดเสียดแย่งที่นอนแย่งที่นั่งแย่งที่ที่จะอุจจาระปัสสาวะเกิดการโกรธเกิดการรักได้ทั้งนั้นเกิดเผลอใจเกิดจิตตกจิตเกิดอาการของราคะมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลมารบกวนได้ทั้งนั้นอย่าเผลอใจอย่าห่างไกลถ้อยทีถ้อยอาศัย ชาละวันจิตราฝึกเพียรนี่คือบทปฏิบัตินี่คือสภาพจริงที่เราไม่ได้สร้างมันเป็นเองเอาเงินล้าน 100 ล้านมาสร้างสภาพเหล่านี้ไม่ได้จะช่วยกันขัดเกลานี่เป็นแบบฝึกหัดจริงเราทุกทีบัณฑิตเราจะเห็นได้ตัวอย่างบางทีเราก็เกิดใจวูบมีโรคมีราคะโมมีโทรศัพท์มูลนิธิในใจพอใจเราเกิดปั๊บตาแล้วก็เห็นพี่ๆเห็นภันเตเห็นนักบวชหรือเห็นผู้ที่มีคุณธรรมอันดีเจ๊ก็ไม่เป็นอย่างเราเท่านั้นที่เขารับมันก็จะเป็นข้อเตือนเราแต่ทำให้เราเกิดเหตุผลต่างๆเกิดลดหย่อนได้ทันทีเพราะสิ่งแวดล้อมมันจะช่วยเราอย่างนี้ด้วยถ้าเราเกิดไม่เจออย่างนี้มองจุดแต่ทางโลกหรือเป็นคลุกคลีอยู่ กลุ่มโลกถ้าเราเคยโกรธมองไปดูคนอื่นเอ้าคนอื่นก็โกรธอยู่เต็มโลกมองไปถ้าเราเกิดราคะมองไปเจอะหมู่มาจะฝูงคนโอ๊ะคนก็มีแต่ราคะอยู่เต็มโลกเรื่องอะไรเราจะไปตัดมันก็จะฉีกชวนเราอย่างนี้แล้วมันก็จะดึงเราให้ปล่อยไปตามโลกมากขึ้นเพราะการเคลียร์ในประเทศควรคลุกคลีอยู่ในประเทศที่อันควรอยู่ลึกอยู่ในหมู่กลุ่มนี้อยู่ในสถานที่ที่ควรอยู่มันเป็นสภาวะแวดล้อมที่จะทำให้เราเกิดจิตใจอย่างที่ว่าเนี่ยมันปรุงมันแต่งแล้วมันช่วยเราได้อย่างนี้จริงๆเพราะเราเองเราไปอยู่ในแวดวงหมู่กลุ่มที่มันชวนดึงลงไปมันก็จะดึงเราจริงๆรายละเอียดมันมีความละเอียดของสภาวะธรรมมันมี เรื่องเล่าสู่ฟังเนี่ยสังเกตดูอ่านให้ออกแล้วเราจะเห็นว่าเออจริงแล้วอยู่กับที่ที่มันดึงเราลงมันดึงเราลงจริงๆอยู่ในที่ที่มันจะดึงเราขึ้นมันดึงเราขึ้นรูปกูมีแต่ผู้ที่ดีมองออกไปครับถ้าเราเชื่อปั๊บมองผ่านไปสู่สภาพแวดล้อมว่าทุกคนดีทุกคนไม่มีแล้วเกิดโทรศัพท์มองไปทุกคนไม่มีโทรศัพท์แล้วเกิดราคะมองไปทุกคนไม่มีราคะอย่างเงี้ยมันจะอุ้มมันจะดึงมันจะเกิดหิริโอตัปปะเมื่อเราเกิดเทวธรรมหรืออารยธรรมในตัวเราแล้วเรามีความหมายต่อบาปอายต่อกิเลสอะไรต่อสิ่งที่ไม่ดีของจิตเราจะปรับปรุงจริงๆเพราะงั้นมันก็จะช่วยเราแวดล้อมเรามีปลั๊กเราให้เราอยู่ให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงที่สภาวะแวด ช่วยเราจริงๆพระพุทธเจ้าถึงได้เทศนามงคลชุดที่ 3 มาอยู่ประเทศสมควรอยู่ประเทศอันสมควรนอกจากคบบัณฑิตไม่คบคนพาลก็อยู่ในประเทศในสมควรจะหมายความว่าอยู่ในที่ที่สมควรอยู่เสมอแต่คลุกคลีเกี่ยวข้องในสถานที่ที่ควรเกี่ยวข้องเสมอจะดีและอยู่กับหมู่บัณฑิตด้วยสถานที่ที่อยู่ในแวดล้อมอย่าว่าแต่คนที่เรียกว่าบัณฑิตแม้แต่สภาพแวดล้อมที่นับเอาทั้งสิ่

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน