570704_พ่อครูเทศน์เปิดงานภราดรภาพฯที่ทะเลธรรม เรื่อง การศึกษาพุทธชีวศิลป์.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570704_พ่อครูสมณะโพธิรักษ์ เทศน์เปิดงานภราดรภาพฯ วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 ที่ ทะเลธรรม เรื่อง การศึกษาพุทธชีวศิลป์ พ่อครู… การศึกษามนุษย์เรียนทั้งสร้างสิ่งสร้างสรร และเพื่อปราบมนุษย์ที่ทำผิดๆด้วย ก็หนักกว่าเดรัจฉาน ผู้รู้ก็เลยรวมได้ว่าหลงลาภ ยศ สรรเสริญ และหลงเกี่ยวสัมผัสสัมพันธ์ เดรัจฉานไม่ได้มากมาย แต่คนนี่แค่คำว่าสุขเรื่องเดียวนี่สารพัด และพระพุทธเจ้าทรงค้นพบว่า สุขเป็นเพียงสัญญากำหนดในที่จิต สะสมความโง่ว่าจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นเท่านั้น ของเน่าๆเละๆอย่างอบายมันก็ยังอยากได้เลย คนเรานี่ ก็พูดเกริ่นให้เห็นว่าคนหนักหนาสาหัสว่าเกิน สูญเสียทำลาย จึงต้องทำความรู้ จัดการความติดยึดหรืออุปาทาน มาล้างอุปาทานกัน สูตรสำเร็จของพระพุทธเจ้าต้องล้างอุปาทาน แล้วเป็นคนที่ได้ใช้การศึกษาที่ได้ล้างกิเลสสำเร็จ ที่คนเราติดแล้วจัดการกันอยู่ปรุงแต่งอยู่ ไม่ว่าเรื่อง กาม โลกธรรม เสพสุขสารพัด พระพุทธเจ้าก็เลยให้ศึกษาอันนี้ จนมาวันนี้อาตมาพาพวกเราศึกษามา ก็ได้ประโยชน์ตน ก่อเป็นสังคมกลุ่ม มีทิฏฐิสามัญตา ศีลสามัญตา ที่นำพาไปสู่จุดเดียวกัน จุดเดียวกันที่ว่านี้เป็นจุดใหญ่ก็คือ แทนที่จะเป็นอย่างมนุษย์หลงโลกียสุข เราก็บายออกไปเอาออกไป ส่วนทิศทางที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือเลิกเลย แล้วพบว่าสุขคือเรื่องเท็จ อาตมายืนยันอย่างนี้ แม้นักรู้ศาสนานั้น อาตมาแปล สุขขัลลิกะว่าสุขเท็จ เขาหาว่าแปลเอง ทั้งที่หลักฐานคือ อัลลิกะแปลว่าเท็จ เขาไม่เชื่อเพราะไม่ได้บรรลุธรรมว่าสุขนี้เป็นเรื่องเท็จ คนจะรู้จริงก็ต้องเกิดญาณ ที่รู้เพราะอาการสุขเวทนา เป็นสภาวะทางจิตอย่างไร ผู้รู้แจ้งก็รู้ว่าอารมณ์เป็นอย่างนี้ แล้วตามหาเหตุคืออุปาทาน ในขณะเป็นพลังงานศักย์ก็เรียกอุปาทาน พอเคลื่อนตัวออกมาก็เป็นตัณหา เราก็รู้ลีลามันก็จับชัด แล้วจัดการมัน
อ่านต่อ
ได้ เมื่อกำจัดเหตุ อารมณ์ที่ว่าเป็นสุขเวทนา เช่นได้เงินมาได้ลาภได้เสพสัมผัสทวาร ก็สุข อารมณ์นั้นมันหายไปจริง กิเลสดับจริง อารมณ์ลดจริง รสชาติที่ได้เสพสุข ได้ดีได้เต้น ได้ดูบอลโลกมันสุขอร่อย ไม่กินไม่นอน มันเป็นอารมณ์เท็จ เป็นอารมณ์ลวง พาทุกข์ จริงๆไม่มีตัวตนแห่งความสุข สุญญตาคืออารมณ์แห่งความสุขหายไป พุทธชีวศิลป์คือรู้จักศิลปะแบบพุทธ แล้วเอามาใช้ในชีวิต จบศาสตร์ที่เราจบแล้วก็เอามาใช้เป็นประโยชน์แก่โลก แ ล้วเราไม่เสพไม่ติดต่อไป เป็นชื่อที่อาตมาตั้งไว้ เป็นศิลปะในการใช้ชีวิตแบบพุทธ อาตมาทำงานมา 40 กว่าปีก็เห็นผล มีผู้ช่วยทำในเชิงวิชาการ มีทั้งบุคคลและผู้ช่วยเรียบเรียงรวบรวม จัดระเบียบ ก่อตัวเป็นสถาบันการศึกษา ต่อจากระดับมัธยม ซึ่งเราก็ทำมาเรื่อยๆก็ยังไม่สำเร็จเพราะเหตุปัจจัยไม่ครบ แต่มาถึงวันนี้อาตมาเห็นว่าครบแล้ว ก็น่าจะพอ มีทั้งสถาบันที่จะมาช่วยเราตั้ง มาตั้งแต่ ว.มช. ส.สว. แล้วตอนนี้มาเป็น ว.นบ. ว.นบ.ก็จริงจังในพฤตินัย และจะให้เกิดทางนิตินัยด้วย ทางส.สว.ก็เดินเรื่องไป และว.นบ.ก็ดำเนินไป เป็นปึกแผ่นอย่างไม่น่าเชื่อ มีนักศึกษาเกือบสองร้อยกว่าคนแล้ว ศึกษาทั้งการเป็นอยู่ ไม่ใช่ว่าเอาแต่เล็คเชอร์ในห้องเรียน ทำการพิสูจน์ก็ทำเล็กๆน้อยก็ถือว่าจบการศึกษา นั่นคือขาดเรื่องสังคมอย่างมาก แต่ก็ออกมาทำงานกับสังคม ผู้ทำวิจัยก็ทำตามตำรา แต่ในจินตนาการ แล้วพอเวลาทำงานก็เอาจากตำราต่างประเทศที่ต่างจากเรา มาทำหลักสูตรระบบระเบียบก็เละไปหมด ไม่อยู่ในฐานความจริง การศึกษาของไทย ภูมิประเทศ วัฒนธรรมไทยนั้นหรือไม่ว่าชาติไหนก็ลึก วัฒนธรรมนั้นลึกถึงขั้นสัญชาติญาณ แล้วจะไปแก้สัญชาติญาณ มันเลยเละต่อ พอเปลี่ยนวัฒนธรรม เราทำมาเป็นร้อยเป็นพันปีก็เท่ากับเปลี่ยนแปลงสัจจะ ที่มีองค์ประกอบของมัน เราต้อง ว.นบ. ก็คือ วิชชารามนาวาบุญนิยม โลโก้กำลังให้เขาทำกราฟฟิกให้คม แบบเสร็จแล้ว ปีนี้เอาจริงเอาจัง อาตมาก็อายุปูนนี้แล้วจะมีเรี่ยวแรงสอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้ ตอนแรกว่าจะสอน 2 วิชชาคือ สรรค่าสร้างคน และพุทธชีวศิลป์ แต่ตอนนี้ก็คงจะต้องสอนอีกวิชชาคือ ความรัก 10 มิติ เป็นวิชชาที่กว้าง
สุขจากรักที่สูงสุดคือไม่ต้องเสพรสเลย มิติที่ 7 เลยทางโลกีย์เขารักอย่างพระเจ้า มิติของพุทธนับตั้งแต่ 8 เป็นต้นไป 8 คือพุทธ 9 คืออรหันต์เป็นต้นไป 10 ก็คือของพระพุทธเจ้า มิติที่ 8 คือเรียนรู้ตั้งแต่ 1 ถึง 7 เลิกละความรักต่ำๆมาเรื่อยๆ มาสู่ความรักแบบพระเจ้า มิติที่ 7 แล้วพอบรรลุความรักระดับไหนก็จะอยู่เหนือระดับนั้นเลย พอเป็นพระเจ้าก็คือพรหม เขารู้แต่ทำไม่ได้ แต่ของพุทธรู้แล้วทำได้ ตอนนี้ก็จอง 3 วิชชาไว้ก่อนเลย มีนิมิตมาก่อนแล้ว เขาเรียก อาตมา ว่าพ่อท่าน เป็นภาษาปักษ์ใต้ ภาษาอีสานเรียก ยาท่าน แปลว่าพระผู้ใหญ่ที่ได้รับความเคารพนับถือ ก็เหมือนกับคำว่า พ่อท่าน ส่วนคำว่ายาท่าน คำว่ายา ย่อมาจากพญา ก็คล้ายกัน เพียงแต่สำเนียงต่างกันเล็กน้อย อาตมาตอนนี้เขาเรียกว่า พ่อครู นี่มีนิมิตมาก่อน ก็จะมาทำหน้าที่ครู อาตมาใช้นิมิตเป็น คุณอย่ามาอุตริใช้ตามอาตมา เพราะผู้จะใช้นิมิตก็ต้องเป็นคนได้จริง อย่างพระพุทธเจ้านี้ใช้นิมิตมาก แต่อาตมาก็มีเล็กๆน้อยๆ ในมหาจักรวาลนี้ รูปและนาม ถ้าจริงแล้วจะลงตัวทั้งรูปและนาม หมอดูก็ใช้นิมิตพวกนี้เป็นตัวเหตุในการทำนาย สรุปแล้วเรื่องการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ของโลก เพราะคนเองกิเลสทำให้เลอะเทอะ ต้องมาละกิเลส เมื่อละได้ก็อยู่กับสังคมรู้สังคม แต่อยู่เหนือโลกธรรม ช่วยสังคมให้อยู่กันด้วยดี จัดแจงด้วยดี เป็นนักเศรษฐศาสตร์มือหนึ่ง และเป็นนักรัฐศาสตร์และสังคมศาสตร์มือหนึ่ง ไม่บังเอิญ แต่เพราะศาสนาพุทธเพี้ยนไปมากแล้ว มาถึง สองพันกว่าปี เพี้ยนจนไม่เหลือเชื้อ จนถูกผลักออกจาก รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ เช่นผู้จะได้นิพพานต้องหนีไปออกป่า ถูกผลักไปไกลเลย ซวยเลย ผิดไปหมดเลย ไม่ต้องพูดว่าสมาธิพุทธเป็นอย่างไร ก็ได้แต่สมาธิฤาษีแบบเก่าเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องกู้กลับ อาตมาทำงานมา 40 กว่าปีก็ได้บุคคลมา ก็ช่วยงานอาตมามา อย่างคุณจำลองก็ได้ช่วยทางรัฐศาสตร์มา แต่เรื่องเศรษฐศาสตร์นั้นคนไม่เชื่อว่าคนจนจะช่วยคนรวย อาตมายังมีบุญอยู่ที่ในหลวงช่วยอาตมามาก อาตมาจะนำหลักของในหลวงมาใช้ แบบคนจนก็ตาม ขาดทุนคือกำไรก็ตาม เป็นเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์บทใหม่ในโลก การเมืองคือ การชุมนุม ชุนนุมคือประชาชนเอาสิทธิมาทำหน้าที่ หน้าที่คุณทำไม่ดีไม่ถูกก็มาประท้วงให้เปลี่ยนหรือไล่เลย นั้นคือเรื่องประชาธิปไตย แล้วอาตมานำพาทำ ขออภัยอาจคุยโก้หน่อย คือ เอาความสงบ สยบความรุนแรง เรียกว่าวิธีการแบบการเมือง ด้วยการประท้วง ทำได้สำเร็จ หลังสุดนี่ตั้ง 200 กว่าวัน ใช้เวลานาน แล้วก็มีผล ขั้นที่ 1 ร่วมกับพธม.ปี 53 ทำให้ความรุนแรงระดับผู้การแต้มต้องหอบอุปกรณ์และพลทัพกลับไปไม่สำเร็จ ก็ถือว่าชนะเราสงบ แต่คนก็ไม่ชัด แต่ว่าวันที่ 18 กพ. 57 ที่ผ่านมา ตำรวจหนีไป ทิ้งอุปกรณ์รถไว้ระเนระนาด นี่คือความสงบ สยบความเคลื่อนไหว เหตุการณ์รุนแรงอย่างอเมริกาจะต้องไปบุกรุกประเทศอื่นก็ได้รับความนิยมลดลง จะต้องเอาความสุจริตใจ ให้คนเชื่อมั่นไม่ใช่ใช้เล่ห์กลในการช่วยเหลือ ลึกๆก็เห็นแก่ตัวจะต้องมีอำนาจ ต้องใหญ่โต ร ่ำ รวยได้เปรียบ เขาลวงว่าช่วยด้วยเมตตา แต่ก็ไม่บริสุทธิ์ ของเรานี่ทำด้วยบริสุทธิ์มาแต่เริ่มต้น เราจะต้องสร้างธรรมจักร ไม่ใช่สร้างอาณาจักร กลไกอาณาจักรคือไล่ล่าอาณานิคม แต่ขอธรรมจักรไม่ล่าอาณานิคมแต่ช่วยเหลือสังคม อย่างเขาจะทำ AEC แต่เราทำมาแล้วเราทำแนวลึก เขาก็ทำโครงสร้างมา แล้วเราจะเอาจิตวิญญาณและธรรมะใส่เข้าไป คือเอามนุษย์ใส่เข้าไป สังคมมาถึงตรงนี้แล้ว เราจะต้องดำเนินการศึกษา แล้วการศึกษาจะย ิ่ง ใหญ่ที่สุด แล้วสื่อสารจะช่วยให้ยิ่งใหญ่ สื่อกับการศึกษาจะมีบทบาทที่ยิ่งใหญ่ในสังคมต่อไป _ หนึ่งฟ้าว่า....นิสิต ว.นบ. เชิญเข้าพื้นที่บ้านราชฯ อย่างช้าวันที่ 9 ก.ค. 57 วันที่ 10 ก็ประชุมนอกรอบ จากนั้น ปฐมนิเทศน์วันที่ 11 ก.ค. 57 มีพ่อครูเป็นครูใหญ่ เป็นวิชชาธิบดี เพื่อยกระดับการศึกษาโลกุตระให้เป็นผลเจริญยิ่งๆขึ้น _ คุณเทียนพุทธ...ได้พบพ่อท่านตั้งแต่ปี 23 แล้ว …เรียนจบป.โท แล้วก็มาสมัครเรียนปี 1 ที่ว.นบ.ใหม่อีก _ คุณมิ่งหมาย...ว่าได้เห็นผลพ้นทุกข์ได้มากเลยจากการศึกษาพุทธชีวศิลป์จากพ่อท่าน ... พ่อครูสรุป...พวกเราช่วยกันทำ ออกแบบกัน อาตมายังอ่านไม่ทัน การศึกษาพวกเราจะเป็นบทใหม่ของโลก รวมเอาโลกและธรรม อย่างถึงกัน แต่ก่อนเขาเรียนกันแต่โลกๆ เขาก็มีถึงดร. นอกจากเรียนโลก แล้วก็ยังทิ้งธรรมไปเลย เราจึงต้องดึงเอาธรรมไปใส่ในการศึกษาแบบโลก เราจำเป็นจะต้องเอาธรรมะมากกว่า โลกีย์ จึงใช้สูตร 70 กับ 30 เป็นธรรมะ 70 ส่วน เราดึงธรรมะเข้าใส่ในการศึกษาโลกีย์ จะได้เนียนและดีขึ้น จนโชว์ตัวเองว่ามีประสิทธิภาพมีคุณค่ามากกว่าโลกีย์ (นี่พูดล่วงหน้า) พอเขานิยมธรรมมากกว่าโลก ก็จะเกิดการดูถูกโลก ข่มโลก เราก็จะต้องดึงโลกขึ้นมากอีก ไม่สมดุล เกินไป ก็จะลดมาเป็น 50 ต่อ 50 หรือ 40 ต่อ 60 ได้ นี่พูดล่วงหน้าไปนะ แท้จริงชีวิตคนไม่ต้องไปใช้โลกมากหรอก ต้องเอาธรรมมาใช้มากกว่า แต่พุทธนั้นมีทั้งธรรมและโลก ในโลกกามาวจร จนถึงรูปาวจรและอรูปาวจร ในโลกระดับจิตใจ ส่วนโลกกามาวจรเป็นโลกที่มีโครงร่างวัตถุ การศึกษาเราก็เป็นไปได้ เพราะมีตัวบุคคลตอนนี้มีตัวดร.ปาเข้าไป 10 กว่าคนแล้ว เราไม่ได้บังคับก็แล้วแต่ใครจะมาช่วยกัน อย่างน้อยตอนนี้ก็มีกว่า 5 คนแล้วในที่นี้ ก็ได้ ส่วนผู้จะมาสมทบก็มีอีก อย่างดร.จากต่างประเทศก็มี ทยอยมา คนหนึ่งเรียนเศรษฐศาสตร์ป.เอก ม.คอลแนลเอง เรียนจบแล้วไม่ต้องใช้หนี้ทุนอะไร ก็บอกมาแล้วว่าหนูสมัครไว้แล้วนะ พ่อท่านจะใช้อะไรได้ ส่วนดร.เก่าก็มี ดร.รินธรรม มีดร.ชิดตะวันก็สอนที่ม.เกษตรฯอยู่ ก็สร้างบ้านอยู่ที่บ้านราชฯแล้ว ส่วนอาจารย์ทางพฤตินัยก็มี มีความรู้สามารถ จบป. 4 แต่มีความรู้ความชำนาญพิเศษไม่ได้เรียนมามีใบอะไรแต่มีความรู้สามารถถ่ายทอดได้ เราเห็นว่าอันนี้สำคัญด้วย เพราะมีความทำเป็นได้ คนทำเป็นแล้วไม่รู้ไม่มี ทำเป็นแล้วต้องรู้ ทำเป็นเท่าไหร่ก็รู้เท่านั้น แล้วเรารู้อื่นได้ด้วย ดีกว่ารู้มากเป็นดร.แต่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอันเลย จบวิศวะมาขันน็อตสู้ตี๋ไม่ได้เอามาทำไม เราก็มาช่วยกัน ก็ขอบคุณ ผู้จบป.เอก หรือป.โท แล้วก็มาเรียนปีหนึ่งใหม่อีกได้