570707_ธรรมาธรรมะสงคราม ที่สันติฯ เรื่อง หลักตัดสินมรรคผลของชุมชนพุทธแท้.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์345 KB
วันที่แก้ไข31 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

570707_ธรรมาธรรมะสงคราม ที่สันติฯ เรื่อง หลักตัดสินมรรคผลของชุมชนพุทธแท้ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์ วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 พ่อครูว่า… วันนี้เป็นวันปลายโอกาสที่อาตมาจะได้เทศน์ก่อนเข้าพรรษา พรุ่งนี้ก็จะได้เดินทางไปเข้าพรรษาที่ราชธานีอโศกแล้ว ก็ขอสรุปเรื่องราวที่ใช้คำว่า อยากจะพูดนะ อาตมาทำงานมาสี่สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่เป็นฆราวาส ทำงานด้านธรรมะ เพราะเห็นว่าธรรมะเป็นเรื่องสำคัญ จนมาถึงวันนี้ยิ่งมั่นใจเห็นจริงว่าสัจจะของพระพุทธเจ้าเที่ยงแท้แน่นอน พระพุทธเจ้าเป็นเจ้าชายที่ถูกประคบประหงมด้วยโลกีย์ อย่างที่ว่าสรรหามาให้ทุกอย่าง เพราะว่าพระเจ้าสุทโธทนะ มีลูกชายอยู่คนเดียว แต่ที่จริงก็มีเจ้าชายนันทะด้วย แต่ท่านก็มั่นใจว่าจะให้ลูกชายคนโตนี่ครองราชย์ต่อ ก็มีพราหมณ์มาทำนายไว้สองคติว่าจะเป็นพระเจ้าจอมจักรพรรดิ์หรือเป็นศาสดาเอกของโลกก็ได้ พระเจ้าสุทโธทนะก็เลยหาโลกีย์มาบำเรอไว้ แต่ที่สุดแล้ว ด้วยบารมีของท่านก็ต้องออกมาทางนี้แหละ คนทางโลกจะเข้าใจยาก เพราะไม่ได้เสพเหมือนโลกีย์เขา แล้วจะมีชีวิตเป็นมนุษย์อยู่อย่างไร? พรั่งพร้อมไปด้วยเบญจกามคุณ พรั่งพร้อมไปด้วยลาภ สักการะสรรเสริญ ปุถุชนก็เป็นเช่นนั้นทั้งนั้น จึงเป็นเรื่องยากจะเห็นสัจจะใน ปรมังสุขัง สุขส่วนตน แล้วสุขส่วนผู้อื่นก็สุดประเสริฐเพราะไม่ได้แย่งชิงเบียดเบียนใคร มีแต่สิ่งดีงามเป็นคุณต่อคนอื่นด้วย เป็นพหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่ชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่ชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) แต่ทุกวันนี้ทำไมคนไม่มีมรรคผล มีแต่พวกเรา สี่สิบปีแล้วก็ได้แค่นี้ ก็แน่นอนแหละมีเหตุปัจจัยของยุคสมัย และกิเลสที่พัฒนาตัว ทั้งคนก็ตกต่ำจริง ความรู้แท้สัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าก็เพี้ยนผิดไป เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดเช่นนี้ อาตมาจึง

อ่านต่อ

มากอบกู้ได้ยากจริงๆ ก็ขออภัยที่ต้องพูดชัดๆ ก่อนที่อาตมาจะมาอุบัติขึ้นและเปิดเผยมีหมู่กลุ่มอโศก มีสัมมาทิฏฐิแล้ว แต่คุณสมบัติก็ต้องพัฒนากว่านี้อีก แต่ไม่ทรุดเสื่อม มีแต่จะเจริญไป เหมือนเด็กที่จะต้องโตต่อไป จนถึงขีด นี่ก็ยังไม่ถึงขีดสุด ผู้มาแล้วเข้าใจก็มีมรรคผล จะเห็นได้ว่าไม่มีอื่นดีกว่า แม้แค่ปัญญาปฎิภาณรู้ว่าสิ่งนี้ดีสุด แต่บารมียังไม่มีต้องอดทนข่มฝืนลำบาก ถ้าชัดเจนสัมมาทิฏฐิก็ปฏิบัติธรรมด้วยน ้ำ ตานองหน้า แต่ไม่ถอย บางคนไม่ชัดก็ถอยออกไป เป็นจริงตามแต่ละบุคคลเป็นไปตามจริง แต่องค์รวมของคุณธรรม สัจธรรม สัมมาทิฏฐิ ซึ่งเห็นผลว่ามีความแตกต่างที่ยืนยันได้ว่ามีทิศทางตรงตามพระพุทธเจ้าตรัส มีหลักตรวจสอบธรรมวินัย 8 1 . เป็นไปเพื่อความคลายกำหนัด (วิราคะ) 2 . เป็นไปเพื่อความไม่ผูกมัดรัดรึงสัตว์ไว้ (วิสังโยคะ) 3 . เป็นไปเพื่อความไม่สะสม (อปจยะ) 4 . เป็นไปเพื่อความเป็นผู้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉะ) 5 . เป็นไปเพื่อความสันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิ) 6 . เป็นไปเพื่อความสงัด สงบจากกิเลส (ปวิเวกะ) 7 . เป็นไปเพื่อปรารภความเพียร (วิริยารัมภะ) 8 . เป็นไปเพื่อความเป็นคนเลี้ยงง่าย (สุภระ) นี้เป็นธรรม เป็นวินัย เป็นคำสั่งสอนของพระศาสดา (โคตมีสูตร พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 143 ) พวกเราฝึกให้รู้จัก กาย คือองค์ประชุม ที่ประกอบด้วย เทวดาหรือสัตว์นรก เปรต อสุระกาย แล้วจัดการได้อย่างเป็นของจริง เราอยู่ในสังคมนี้อย่างไม่ได้หลอก ไม่ได้ครอบงำความคิด เราซื่อสัตย์ แต่บกพร่องบ้างก็มี แต่เจตนารมย์เราก็ชัดเจน ซื่อสัตย์ พยายามแล้วก็ไม่ได้สมบูรณ์บกพร่องบ้าง ก็ธรรมดา แต่เจตนาไม่มีตัวแฝงนะ ไม่มีใครมาแทรกหลอกลวงปฏิบัติเพื่อให้ที่นี่ล้มเหลวลง ทำทีเป็นชาวอโศกแล้วทำชั่วเพื่อทำลายชาวอโศก ยังไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิด มีแต่ผู้มีเป้าหมาย มโนสัญเจตนามุ่งมั่น ส่วนบกพร่องก็มี ก็ได้เท่านี้ แต่คนมีปัญญาจะเห็นว่าสังคมนี้ไม่เหมือนสังคมโลกีย์ เป็นสังคมสุขสงบ มักน้อย หลายคนอยู่ข้างนอก แต่ก็ปฏิบัติตาม อย่างเต็มที่หรือตามสัดส่วน ส่วนพวกมาอยู่เต็มใจปฏิบัติ ทำงานเหน็ดเหนื่อยทำเต็มที่ เอาทั้งตัวตนทุกอย่างองค์ประกอบชีวิต หลายคนมาทั้งชีวิต ทรัพย์สินไม่เอามาเป็นอนาคาริก มาอยู่ระบบสาธารณโภคี อาศัยหมู่ฝูงอยู่ มีชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา อยู่อย่างสบายใจ เป็นภูมิรู้คุณธรรมของแต่ละคน คนไม่รู้ก็มองไม่ออก ว่าเขาอยู่ได้อย่างไร เพราะภพของเขาคือโลกีย์ต้องบำเรอกามคุณจึงอยู่ได้ แต่อยู่อย่างนี้ไม่ตรงไม่ถึงที่เขายึดถือ เป็นภูมิของเรา เราก็เข้าใจ แต่ละคนบอกตัวเองสิว่ามาลดละอย่างไร สบายอย่างไร หลายคนยังบอกตัวเองได้ว่า เราทำดีได้กว่านี้อีก เอาหลักตรวจสอบ ตามโคตมีสูตร (หลักตัดสินธรรมวินัย 8 ) ได้ ทำได้เป็นได้อย่าง นิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง (ยืนนาน) อวิปริณามธัมมัง (ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง (ไม่กลับกำเริบ) แต่บางคนหลง นึกว่าตนบรรลุ แต่แท้จริงไม่ได้ก็มี จะตรวจสอบตามหลัก กถาวัตถุ 10 ก็ได้ 1 . เรื่องที่ชักนำให้มักน้อย กล้าจน (อัปปิจฉกถา) 2 . เรื่องที่ชักนำให้สันโดษ ใจพอ (สันตุฏฐิกถา) 3 . เรื่องที่ชักนำให้สงัดจากกิเลส (ปวิเวกกถา) 4 . เรื่องที่ชักนำไม่ให้คลุกคลีกับหมู่กิเลส (อสังสัคคกถา) 5 . เรื่องที่ชักนำให้ปรารภความเพียร (วิริยารัมภกถา) 6 . เรื่องที่ชักนำให้บริสุทธิ์ในศีล (สีลกถา) 7 . เรื่องที่ชักนำให้จิตตั้งมั่นในสมาธิ (สมาธิกถา) 8 . เรื่องที่ชักนำให้เกิดปัญญา (ปัญญากถา) 9 . เรื่องที่ชักนำให้หลุดพ้นจากกิเลส (วิมุติกถา) 10 . เรื่องที่ชักนำให้เกิดความรู้แจ้ง เห็นจริงในความหลุดพ้นจากกิเลส (วิมุตติญาณทัสสนกถา) หรือตามหลักวรรณะ 9 ก็ชัดมาก 1 . เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2 . บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3 . มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4 . ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5 . ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6 . เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7 . มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8 . ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 9 . ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) เป็นเรื่องของความเป็นมนุษยชาติที่ได้อบรมฝึกฝนจะได้มรรคผล มีลักษณะพิเศษไม่เหมือนมนุษย์ทั่วไป ทุกวันนี้อาตมาประมาณตนว่าทำงานไม่เหนื่อยเกินกาล ใครสังเกตอาตมาว่าเมื่อก่อนอาตมาทำงาน overload แต่ตอนนั้นมันยังหนุ่มอยู่ แต่ตอนนี้ก็ประมาณให้สมดุลขึ้น ก็ทำได้ดีจัดสรรเวลาโอกาส จัดการได้เนียนดีขึ้นจัดสรรการงานของเราจัดสรรเวลา ก็ทำได้ดีพอสมควร แต่อาตมาก็เห็นว่าตนเองไม่เก่ง ทำได้ช้า แล้วที่ไม่เก่งคือต้องแก้บ่อย แก้ใหม่ก็ดีขึ้นอีกทุกที ทำขนาดนี้ก็ไม่เหนื่อยเกินกาล แต่รู้ว่าทำได้มากว่านี้ก็จะได้ประโยชน์กว่านี้ ก็พยายามจัดสรรให้ทำได้มากขึ้นดีขึ้นกว่านี้อีก แต่ก็ได้ตามเหตุปัจจัยตามสมรรถนะตามบารมี สรุปแล้วยังมุ่งมั่นเต็มใจประสงค์ทำงานให้ได้นานที่สุด ถ้าได้ 151 ปีได้ก็ดีมากเลย พวกเราพยายามอยู่เป็นพยานรับรองอาตมาหน่อย อยู่ได้เป็นปาฏิหาริย์จริงๆ แต่อยู่อย่างหง่อม ทำอะไรไม่ได้ พูดไม่ออก แสดงอะไรไม่ได้ เหมือนหมอ โทขุดะที่คุณจำลองว่าเป็นอัมพาต กรอกได้แต่ลูกตา แต่ก็ทำงานได้ทำงานมีใจเป็นกุศล เห็นเป็นคุณค่าต่อมนุษย์ จะให้ลุงจำลองมาทำงาน รพ.พันเตียง จะทำให้ทุกอย่างลุงจำลองไม่ต้องยุ่งยากอะไร แกไว้ใจลุงจำลอง พูดถึงพวกเรา อาตมาว่าพวกเราจริงใจ ไม่ได้มาทำแอ็ค เส แสร้งแกล้งทำ ลำบากลำบนกดข่มใจจะแย่แล้ว ฝืนมา 10 ปีก็แย่ แต่นี่มาตั้ง 40 ปีแล้ว คนอยู่จะรู้ว่าเราเบาสบาย อยู่อย่างตรงกับคำสอนพระพุทธเจ้า จะมีปฏิภาณรู้เอง ถ้าเผื่อว่าเป็นพรางไม่ชัดรู้ยาก อาตมาไม่นิยมการพรางลวง เพราะถ้าพรางลวง คนมารับมาศึกษาก็เห็นไม่เต็ม พออยู่ไปก็จะเห็นว่าบกพร่องอีก ก็จะว่าทำไมไม่เปิดเผย อาตมาจึงทำอย่างจริง ไม่ลวงพราง จริงเท่าไหร่ตรงเท่าไหร่ก็ทำ จะได้คนที่ไม่ถูกพรางเลย ไม่ต้องมานั่งกลบเกลื่อนอธิบายกันอีก เสร็จไปเลยทีเดียว เท่าที่ได้ขนาดนี้เป็นสัจจะที่น่าภูมิใจ ยืนยันธรรมะทวนกระแสโลกีย์ของพระพุทธเจ้า ยืนยันความจริงท่ามกลางสังคมโลกียะอันหยำฉ่า จัดจ้านซับซ้อนยิ่งกว่าเขาวงกตไม่รู้กี่ชั้น แต่พวกคุณก็ออกมาได้อย่างไรนะ เก่ง เพราะเขาหลอกล่อซับซ้อนในนั้นมากเลย อาตมาไม่ชมพวกคุณหรอกว่าเห็นได้อย่างไร ไม่ต้องชมหรอกพวกคุณก็รู้ก็แล้วกัน ว่ามาได้อย่างไร? อย่างฟ้ารักนี่ ทิ้งคู่หมั้นมา นึกว่าจะอยู่ไม่รอด ตอนนี้ไปไหนไม่รอดแล้ว อายุ 60 แล้ว คนอื่นก็มีเยอะแยะ ไม่ได้ฝืนอึดอัดกดข่มเสแสร้ง ชีวิตเป็นของเรา เราจะบ้าบอทำไปทำไม จะมาหลอกอาตมาไว้เพื่ออะไร ทำหลอกทำไมร่วมเห็นด้วยแต่ทนเอา และอีกชั้นคือสังคมน่าสงสาร ยิ่งทำให้อาตมาต้องมุ่งมั่น พวกเราก็เหนื่อย อาตมาพาไปเหนื่อย ขนาดนั้นยังไม่ทันความเสื่อมของสังคม แต่ยิ่งไม่ช่วยก็ยิ่งแย่ ที่อาตมาพาพวกเราไปเหน็ดเหนื่อย หลายคนอาจเคยคิดว่าพ่อท่านพามาทำไมเหนื่อยฉิบหายเลย ขออภัย แต่สังคมน่าสงสารจริงๆ และเห็นว่าโลกุตรธรรมของพระพุทธเจ้าช่วยสังคมโลกีย์ได้ ยกตัวอย่างสงบ สยบความเคลื่อนไหวได้ และคุณธรรมพวกเราทำให้คนจะมาทำร้ายทำลายหยุดได้ ซึ่งบางพวกเขาก็ว่า พวกเราต้องชุมนุมอย่างสงบ สันติ อหิงสา ปฏิภาณมันรู้แต่ใจจริงไม่เป็น ก็แอบสะสมอาวุธ แต่เขาก็ทำชั่วไม่เต็มที่ เพราะนี่คือธรรมฤทธิ์ ชั่วที่แสดงออกไม่ได้ แต่ซ้อนที่ชั่วลับหลังหนักกว่าเก่า เป็นภาวะจริง มีจิตแก้แค้นหนักหนาสาหัสขึ้น ก็ยังไม่อ่อนแรงนะที่จะเอาชนะคะคาน ขอบอกล่วงหน้าว่าพวกเราจะต้องมีงานทำต่อไป อย่าเพิ่งคิดหนีออกไปจากอาตมานะ แต่ถึงอย่างไรเราจะทำงานเหน็ดเหนื่อย เราได้ผลดีไหม ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าต้องมีเหตุปัจจัย มีโจทย์ ใครไม่เลี่ยงโจทย์เดินหน้าเข้าชน ก็หมู่ใหญ่พาทำนี่ คนเดียวทำไม่ได้หรอก แต่บางคนก็ทำนอกบ้างในบ้างก็มีส่วนเสริม แต่ถ้าเป็นหนึ่งเดียวจะมีพลังรวมสูงสุด เอกีภาวะมีพลังซับซ้อนหลายชั้น มีพลังทด ทางโลกีย์ก็มีพลังทด ทางธรรมก็มีพลังทด เหนือชั้นกว่าโลกีย์ด้วย จึงมีธรรมฤทธิ์เหนือกว่าโลกีย์เหมือนปาฏิหาริย์ แต่มีเหตุเนื่องกันมา ปีนี้มีเหตุปัจจัยให้เราพัฒนามีอัตราการก้าวหน้าที่เป็นปฏิภาคทวี อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเผื่อว่าพวกเราเต็มใจตั้งใจทำงานร่วมกับอาตมา เราจะเห็นผลในการพัฒนา ไม่ว่าจะด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง นี่เป็นกลุ่มงานใหญ่ๆของมนุษยชาติ จะแยกย่อยออกไปอีกมากมาย การศึกษา สื่อสาร พาณิชย์ ที่เป็นสุจริตและจำเป็นต่อสังคม อาตมามีเขียนทฤษฎีงานไว้ 19 ข้อ - ทุนที่ดีที่เป็นทุนแท้ 1. คนที่ดี 2 .งานที่ดี 3 .ความรู้ความสามารถดี (นี่คือทุนแท้ๆไม่ใช่ธนบัตร) - ทุนแถม คือมี 4 .เวลาและโอกาส 5 .วัตถุอุปกรณ์หรือทรัพย์สิน - ทุนเสริม คือ 6 .สุขภาพและกำลังที่ดี 7 .ขยันอุตสาหะบากบั่น คนทางโลกเขาศึกษากันมีเสริมอีก 8 . หลักการระเบียบเป้าหมาย 9 . การจัดสรร มีการจัดโครงการ 10. มีการแบ่งงานประสานเนื่องหนุน ทางโลกเขาก็มีแต่เป็นโลกีย์ออกระเบียบมาเพื่อเอาเปรียบ เขามีอุตสาหะบากบั่นแต่เพื่อตัวเอง แต่เราอุตสาหะเพื่อส่วนรวม ถ้าทำงานคนเดียว ว่าตนเองเก่งคนเดียว คุณดีจริงเก่งจริง แต่ไม่ฟังใคร นี่ตัวร้ายมากเลย ก็อยากจะเตือนพวกเราโดยเฉพาะหนุ่มๆสาวๆ ที่ไม่ฟังคนที่ผ่านประสพการณ์มาเยอะ มันหลงตัวเองดูถูกผู้ใหญ่ทันที ต่อให้เก่งจริงก็ต้องประมาณต้องมีสัปปุริสธรรม 7 ประการในหมู่พวกเราก็มีคนหลงทิศอย่างนี้อยู่ จะพาบรรลัยไม่รู้ตัว จะต้องฟังหมู่กลุ่ม แม้คุณจะเก่ง แต่คนอื่นเขารวมกันคิดเฉลี่ยช่วยกัน ได้ผลลัพธ์ ในโอกาสนี้เหตุปัจจัยได้ดีกว่า แต่คนหลงตัวไม่คิดเช่นนี้ แม้คุณเก่งจริง แต่โอกาสเหตุปัจจัยไม่ลงตัว เป็นองค์รวมองค์ประกอบไม่พร้อม ยิ่งทำงานสาธารณโภคียิ่งต้องระวัง และพวกเราไม่มีอคติด้วย องค์รวมจึงชัด แต่ส่วนคนเดียวนี่อคติจะมากกว่า ต่อให้คุณถูกต้องดีด้วย แต่ไม่ใช่โอกาส ไปได้แต่ไม่ไกลหรือพังก่อนนะ ก็ปรับความเข้าใจกันให้เกิดความสามัคคีเสมอ 11 . กระจิตกระใจใส่ใจขวนขวายไม่ดูดาย 12. มีการปรับความเข้าใจเพื่อให้เกิดความสามัคคีเสมอ 13 . มีการขัดเกลาปฏิบัติละกิเลสเสมอ (โลกีย์ไม่ทำ) 14 . มีความยินดีในการได้ประโยชน์ 15 . มีความเห็นจริงซาบซึ้งเชื่อมั่น คุณวิเศษของคนของจิต (ข้อต่อไปนี้โลกีย์ไม่มี) 16 . มีสติ ปฏิภาณ ปัญญา ซึ่งเป็นไปเพื่อกุศล เป็นโลกุตรปัญญา 17 . ฌาณ สมาธิ อุเบกขา ซึ่งทางโลกเขาไม่ได้หรือมีก็เป็นมิจฉาฌาน สมาธิ อุเบกขา ไปหาป่าเขาถ้ำ 18 . ความเสียสละแท้ ไม่ใช่ความเสียสละหลอก ซึ่งในโลกรู้ว่าเสียสละนี้ดี แต่หลอกไม่แท้ 19 . มีพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นเอกีภาวะ อย่างพวกเราไปทำงานนี่คนอื่นเขาจะเห็นว่าพวกเราทำงานได้อย่างเป็นองค์รวมที่มีผลมาก ต่างจากกลุ่มอื่น จะเห็นชัดเลย ถ้าใครมีปฏิภาณปัญญาดูออก ความเอาจริงเอาจัง เอาการเอางาน อดทนดีจนไม่ต้องทนเลย พวกเราทำงานเป็นบริษัท แล้วบริษัทนี้ทำอะไร ก็ทำงานช่วยสังคม แล้วช่วยตนเองรอดแล้ว จริงไม่จริงก็พิสูจน์กันไป พูดแล้วน่าอ้วก ใครจะสมัครเป็นสมาชิก เป็นคนงานเป็นพนักงานก็เชิญ ทำงานฟรี จะอยู่จนตายก็ได้ อยู่ให้ได้ก็แล้วกัน ยิ่งถ้าอยู่ได้อย่างสบายไม่ทุกข์ร้อนด้วยก็ดีเลย พระพุทธเจ้าตรัสว่า วิมุติเป็นเครื่องแสดง พลัง คืออายุ วรรณะ สุข โภคะ พละ แต่ทำไมโบราณาจารย์เขาตัดคำว่า โภคะ ออกไปนะ อาจจะอวดดีตัดออก เหลือแต่ อายุ วรรณ สุข พละ ที่จริงพระพุทธเจ้าตรัสไว้มี 5 อย่าง 1 . อายุมี อิทธิบาท 4 เป็นเครื่องแสดง คนยังไม่ตาย ที่เป็นอาริยบุคคล คือคนที่มี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไปใต้คราวนี้อาตมาขยายตัวแกนของอิทธิบาทคือ วิมังสา คือเนื้อแท้วิเศษเลยที่ต้องรู้ว่าอะไร จะยินดี พากเพียรทำอะไรต้องรู้เนื้อมันไม่ใช่ไปหลงทาง คนไหนที่โลกเขาใช้อิทธิบาทต้องอุตสาหะพากเพียรเอาใจใส่ ถ้าพากเพียรอบายมุข หรือทำลายขบถประเทศเกือบสำเร็จเลย เขามีอิทธิบาทด้วย เขาหลงว่าอันนั้นคือแก่นสาระ แต่ผู้สัมมาทิฏฐิจะรู้แก่นของมนุษยชาติ โดยตัวเราเองไม่เบียดเบียนใคร ไม่เป็นภาระใครจริงๆ มีแต่เหลือเฟือช่วยเหลือผู้อื่น สาระของผู้ไม่ตายมีอายุ คือ อิทธิบาท 4 พวกนี้มีอิทธิบาทในการช่วยสังคม รู้สาระแก่นสังคมว่าจะให้ความสงบสุข ให้เศรษฐกิจ รัฐศาสตร์การเมืองเช่นนี้แล้วเขาทำอยู่เป็นเครื่องแสดงตัวแท้เลยว่าคนนี้มีส ิ่ งนี้ แล้วมีชีวิตอยู่ แล้วคนเห็นจริงจะรู้แล้วอยากให้คนนี้มีอายุยืนยาวด้วย เพราะเขามีอิทธิบาทอันประเสริฐด้วย ไม่ใช่ว่าผู้มีอายุคือสุขสำราญเสพสุขสบาย รวยมีอำนาจ มีสรรเสริญเยินยอ หรูหราสวยงาม มีบริวารป้อยอ คนไม่รู้ก็หลง เป็นอายุแสดงโลกียะหยำฉ่า กับคนมีอายุที่แสดงแก่นแท้สาระสังคม ยิ่งยุคนี้ต้องการธรรมะอาริยธรรที่โลกต้องการ คนนี้แหละคือผู้สร้างสรรทำงาน มีวิมังสาให้แก่มนุษยชาติ 2 . วรรณะ คือ ศีล เป็นเครื่องแสดง ไม่ใช่เอารูปร่างหน้าตาผิวเนื้อ มาแสดง 3 . สุข มี ฌานเป็นเครื่องแสดง คุณลดกิเลสได้เท่าไหร่ ก็ได้สุขเท่านั้น ต้องรู้ตัวเหตุแห่งทุกข์ก็ได้สุขถาวรไม่ใช่สุขบำเรอกิเลส 4 . โภคะ นี่มีอัปปมัญญา 4 เป็นโภคทรัพย์คือเมตตา กรุณา มุ ทิ ตา อุเบกขา คุณพิสูจน์ได้เลย ผู้มีโภคะคือมีอาริยสมบัติ ยิ่งเราได้ช่วยคนอื่นยิ่งสุข นี่คือโภคทรัพย์ ที่ได้ให้ได้ช่วยคนอื่น ถ้าเราช่วยคนตกน้ำ เราได้ให้ชีวิต เขาทุกข์ช่วยเขาให้หายทุกข์ให้สิ่งที่ทำให้เขาไม่ทุกข์ หรือให้วัตถุ ให้แรงงาน ให้ความรู้ ให้ธรรมะ มีทรัพย์หลายระดับ แม้ผู้สูงแล้วไม่ได้สะสมวัตถุก็ให้สิ่งวิเศษได้ 5 . พละ มี วิมุติ เป็นเครื่องแสดง ย ิ่ งลดกิเลสได้ก็จะมีกำลังไปช่วยสังคมได้มากเท่านั้น เป็นพลังทางปรมัตถธรรม ไปช่วยไปรับใช้คุณมีพลัง ความรู้ สมรรถนะมากก็รับใช้ได้มาก เป็นพลังความรู้ความสามารถที่ไม่เป็นภัยกับใคร นี่คือสิ่งที่เป็นวิมุติ มีพลังเป็นเครื่องแสดง สรุปที่ พลัง 4 (ปัญญา วิริยะ อนวัชชะ สังคหะ) ปัญญาก็รู้โลกวิทู เกิดจากโลกุตรจิต แล้วเป็นพลังช่วยโลก โลกานุกัมปา แม้ชีวิตตนก็ทำงานให้เขา เขาจะเลี้ยงไว้ คนไม่โง่ ทำงานให้เขา เขาก็ดูแลเรา ขอให้เราทำให้จริง ไม่ต้องกลัวหรอก ทำให้จริงใจเถอะ แล้วปัญญาจะสำคัญที่ประมาณถูก รู้จักการงานอันเหมาะควร ตั้งแต่ปฏิบัติเป็นอาริยบุคคล เรียกว่ากัมมนิยะ คือการงานอันเหมาะควร ไม่เสีย ไม่เวอร์ไม่ขาดได้สมดุล มีสัปปุริสธรรมจริง ประมาณเป็น มีมหาปเทส 4 ด้วย จะมีกำลังในการพากเพียรจัดสรรตัวเอง ทำการงานอันไม่มีโทษ เป็นประโยชน์ผู้อื่นไม่ใช่เพื่อตัวเอง ถ้านับอรหันต์ขึ้นไปท่านจบกิจส่วนตัวมีแต่ทำเพื่อคนอื่นทั้งสิ้น สมรรถนะท่านมากก็ทำได้มาก สมรรถนะน้อยก็ทำได้น้อย พระพุทธเจ้าเตือนว่าลาภ สักการะสรรเสริญเป็นอันตรายอันแสบเผ็ดแม้อรหันต์ขีณาสพ แม้ท่านไม่ทุกข์แต่ถ้าผิดพลาดกระทบกระเทือนศาสนา ลองคิดสิว่าอรหันต์องค์นี้ทำผิดบ่อย แม้เป็นอรหันต์เขาก็ไม่เอาด้วย แต่อรหันต์ท่านจะไม่ผิดหนักหนา จะผิดเล็กน้อย คือมีสัปปุริสธรรม แม้อนาคามีก็มีตามควร ไม่อวดดีทำหรอก เมื่อการงานไม่มีโทษจึงเป็นคุณอย่างเดียวทำช่วยโลกไปจนกว่าจะตาย ทำแล้วช่วยคนอื่น ตัวเราก็ให้คนอื่นเลี้ยงไว้ แล้วเราก็กินน้อยใช้น้อยด้วย คุ้มแสนคุ้มที่เราทำ เราไม่ได้ทำเพื่อบำเรอกาม บำเรออัตตา กิเลสลดไปตามลำดับ และคนไม่มีกิเลสนี่จะเป็นประชาธิปไตยสุดยอดด้วย เป็นคนไม่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าพระพุทธเจ้าไม่ต้องสร้างศาสนาก็ไปเป็นจอมจักรพรรดิ์ ที่ไม่ใช่อย่างอเล็กซานเดอร์มหาราชหรือเจ็งกิสข่าน เพราะจอมจักรพรรดิ์จะมีบุญบารมีไม่ใช่เดชาบารมี อาตมาจะพาพวกเราทำเป็นประโยชน์ต่อโลกอย่างโพธิสัตว์ท่านหนึ่งตรัสว่า แบบคนจน จะเป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศถ้าทำได้ เพราะเรามีใจอย่างนั้นจริงๆ ช่วยใครไม่ได้ก็ช่วยลาว เขมร พม่าก่อน จริงๆเราก็ไปช่วยประเทศกลุ่มสังคมที่ควรช่วยที่ทุกข์ร้อนควรช่วยก่อน ทำไมต้องช่วยอเมริกา เพราะเขาทุกข์ร้อนมาก ขออภัยจริงๆ เขาอวิชชามาก อาตมาไม่ได้ว่าเขาโง่นะ ทุกวันนี้อเมริกาพรางหลอกโลกซับซ้อน คงไม่นานนักก็จะรู้ เพราะเขาทำของเขาเอง เขาสั่งสมวิธีหลงรวยเท่ ศักดิ์ศรีมีตัวตน ต้องขอบคุณอเมริกาที่ให้ใช้เป็นตัวอย่างไม่ใช่ไปเอาอย่างนะ อบายมุขแย่อยู่อเมริกาหมด เด่นทุกอย่างในอบายมุข ทำตัวใหญ่ ทั้งที่ตัวเอง ขี่รถเบนซ์ อยู่ข้างนอก แต่กลับเข้าบ้าน กินข้าวกับก้างปลาทู นี่คือโวหารที่อาตมาพูด คือลักษณะที่มาก สร้างภาพใหญ่โตหรูหราฟู่ฟ่า มีอำนาจบา ตร ใหญ่ ทำเป็นช่วยโลกเขา มันมองดูดี แต่มันช่วยได้จริงไหม ตนเองพึ่งตนรอดไหม มีหนี้สินไหม จนเขาจะตรวจสอบทองคำอเมริกานะ ประชาธิปไตยขาเดียวเป็นประชาธิปไตยขาดจิตวิญญาณ แนวเดียวกับคอมมิวนิสต์ ที่ได้ฉายาว่า materialism วัตถุนิยม แต่ของพุทธนี่คือประชาธิปไตยแท้ เป็นอรหันต์แท้จะรับใช้สังคมอยู่อย่างประเสริฐ พวกไหน ระบอบไหนก็ต้องการคนเช่นนี้ คสช.จะปฏิวัติรัฐประหารก็เชิญ จะมองว่าเผด็จการแล้วอย่างไร? กาละนี้ต้องใช้เช่นนี้ เศรษฐกิจจะดีแท้ต้องสะพัด แต่พวกนายทุนสะพัดแต่ไปออกดอกหาปันผล แล้วปั่นหุ้นปั่นราคาเอาเปรียบเขาอีก วิธีการนี้เลวสะบัดเลย เมืองไทยนี่แหละเผลอไปรับตลาดหุ้น ถ้าไม่รับเอามานี่ไม่เลวทรุดเร็วขนาดนี้ เพราะตลาดหุ้นคือตลาดพนันเป็นอบายมุข การสะพัดเงินไปให้พวกคนรวยนี่ไม่ใช่สะพัดสู่คนจน อย่างนี้ไม่ได้เรื่อง ถ้าอาตมาบริหารจะไม่เอาระบบตลาดหุ้นระบบสินเชื่อเข้ามาเลย มีนายทุนคนไหนออกสินเชื่อแล้วจะยอมขาดทุน พยายามอย่าทำงานด้วยความเห็นของตัวคนเดียว อย่างอวดดี พยายามเอาความคิดความเห็นของหมู่กลุ่ม อย่าอวดดี ยิ่งพวกเราเป็นหมู่กลุ่มที่แต่ละคนพยายามลดอคติ แต่ละคนความเห็นค่ารวมของหมู่กลุ่มค่าเฉลี่ยจึงต้องควรเคารพ ค่าเฉลี่ยขององค์รวมเหนือกว่าความเห็นของคุณ หมู่สัตบุรุษหลายคนคิด แต่คุณสัตบุรุษคนเดียวแต่ถ้าเป็นคนสุดยอดของพระพุทธเจ้าอาตมาเอาความเห็นพระพุทธเจ้า แต่มันก็เป็นไปตามสัจจะของแต่ละคน ประเทศไทยความเห็นของพระเจ้าอยู่หัวสุดยอด แต่ผู้รับสนองไม่เห็นหรือเห็นแต่ไม่ทำตาม ใครเคยได้ยินที่ในหลวงอยู่หันพระพักต ร์ ไปที่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วตรัสว่า... เราไปทำอะไรให้เขาหรือ เขาจึงทำกับเราอย่างนี้ ...ใครได้ฟังก็คงจะน้ำตาไหล ไตร่ตรองดีๆช่วยกัน อาตมาก็พยายามอุตสาหะพากเพียร ช่วยพวกเราช่วยมนุษยชาติด้วย ก็ขอให้พวกเราช่วยกันเต็มไม้เต็มมือ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน