570227_พ่อครูและคุณไชยวัฒน์ ความเป็นกลางที่ยุติธรรมต้องเป็นหนึ่งเดียวข้างคนดีคนถูกต้อง.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์342 KB
วันที่แก้ไข31 กรกฎาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

570227_พ่อครูสมณะโพธิรักษ์และคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ วันที่ 2 7 กุมภาพันธ์ 2557 เรื่อง ความเป็นกลางที่ยุติธรรมต้องเป็นหนึ่งเดียวข้างคนดีคนถูกต้อง

พ่อครู..วันนี้มีคุณไชยวัฒน์ มาช่วยจัดรายการ ถามประเด็น และจะได้นำไปออกอากาศ ช่อง 13 สยามไทยด้วย ก่อนเริ่มรายการก็มีข่าวบอก...กปปส.จากอเมริกา ติดตามการชุมนุมของชาวเราที่ผ่านฟ้าฯรู้สึกเป็นห่วง และต้องการให้กำลังใจ กองทัพน้ำหมาก ที่มาร่วมชุมนุมกันชนิดยืนหยัดยืนยัน ไม่ถอยเลย แม้วันที่ตำรวจมาลุยด้วยปืนและระเบิด ก็ยังไม่ถอย จึงจัดส่งวิตามิน บำรุงกระดูก มาช่วยเสริมให้ โดยขอให้ฝ่ายพยาบาล แพทย์มารับไปจัดให้กองทัพน้ำหมาก กินวันละ 2 เม็ด หลังอาหารทันที มารับที่ข้างเวที _อ.ไชยวัฒน์ว่า … ผมขอเร ิ่ ม เรื่องราว เหตุของเหตุ ที่เป็นคำสั่งของศรส.สลายชุมนุมที่ผ่านฟ้าฯ และมีการชุมนุมของ นปช.ที่โคราชฯ..ก็มีการแถลงเรื่องราวเกี่ยวกับการแบ่งแยกดินแดน ก็เลยเป็นเหตุให้กองทัพบกออกมาปฏิบัติบางอย่าง...มีทั้งคำสั่งจากผบ.ทบ.ที่เป็นรองผอ.กอ.รมน. ที่มีนายกฯยิ่งลักษณ์เป็นหัวหน้า กอ.รมน. ให้ผู้ว่าฯทั่วประเทศได้ทำรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของแดงนปช.และก็มีการออกคำสั่งในฐานะ รองผอ.กอ.รมน.ให้ผู้ว่าฯราชการจังหวัดทั่วประเทศไปรายงานตัวกับ กองทัพ แล้วนายกฯที่เป็นหัวหน้ากอ.รมน.จะยกเลิกคำสั่งของผบ.ทบ.หรือไม่?...ต่อจากนั้นผมคิดว่า จะมีการออกคำสั่งควบคุมตัว รมต. นายกฯ หรือไม่? จะต้องไปรายงานตัวกับทหารหรือไม่?....และอีกนัยหนึ่งคือ อะไรเกิดขึ้นกับอดุลย์ แสงสิงห์แก้ว เมื่อวานนี้เขาออกมารับมวลชนด้วยตัวเองที่ สตช..... _อ.ไชยวัฒน์ว่า...มีรายงานว่า ผบ.ตร.อดุลย์ ได้ขอเข้าพบทหาร และได้ยื่นข้อเสนอว่า ถ้ากองทัพจะทำการรัฐประหาร ตัวเขาก็จะขอเข้าร่วมด้วย และมีทหารให้สติว่าอย่าไปทำร้า

อ่านต่อ

ยประชาชน และคำสั่งที่สั่งสลายที่ผ่านฟ้าฯที่ผ่านมามาจากใครก็ มาจากเฉลิม และมีนายหน้าเหลี่ยม สั่งการอยู่ _อ.ไชยวัฒน์ว่า วันนี้ผมจะเร ิ่ มประเด็นที่ว่า คนสูญเสีย อย่างเช่นภรรยาตำรวจได้สูญเสียสามีไป ก็ได้พูดว่า ขอให้เป็นคนสุดท้ายที่ได้สูญเสีย ส่วนภรรยาของผู้สูญเสียฝ่ายประชาชน ที่ลูกเล็กๆต้องตายก็บอกว่าขอให้ครอบครัวเขาเป็นครอบครัวสุดท้าย...ทำให้เห็นว่า สังคมไทยนั้น น่าจะมีความหวังว่า ถ้าสังคมเปลี่ยนแปลงใจได้กลับมาเป็นพี่น้องกันอีกครั้ง.... พ่อครูว่า...จิตคนจะปรองดอง หรืออยู่ร่วมกัน จะใช้คำว่า ปรองดองก็คือรวมร่วมกันได้ อยู่ร่วมกันได้อย่างศัตรู แต่จำนน ก็อยู่ร่วมกันได้ เช่นชาวอินเดีย ทั้งที่บางคนเป็นจัณฑาล ถูกกดขี่ต ่ำ สุด ส่วนศูทร ก็สูงขึ้นมาแต่ก็ถูกกด แพ ศย์ ก็ถูกกด ส่วนพราหมณ์ กษัตริย์ก็ถูกยกไว้ ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เขาถูกแบ่งแยกแล้วโดยสัจจะ ของพระผู้เป็นเจ้า แต่รวมแล้วก็เป็นความเห็นสอดคล้องก็อยู่กันได้ ก็เป็นความเชื่อลึกๆ ถ่ายทอดมายาวนาน ทั้งที่กดข่มกันมา ไม่เหมือนสังคมอื่น เขาไม่ค่อยมีเรื่องกัน เป็นหลักฐานว่า มนุษย์นี่จิตวิญญาณเป็นใหญ่ สมัยใหม่ก็มีอิสรเสรีภาพ เป็นการศึกษาสมัยใหม่ พระพุทธเจ้ามีอิสรเสรีภาพ มีสิทธิเต็ม ทานเปิดเผยทำในอินเดียมาแล้ว สำเร็จด้วย ท่านรู้จักจิตวิญญาณ แล้วจะทำอย่างไรให้ปรองดอง ก็ทำอย่างพระพุทธเจ้าพาทำ ยกตัวอย่างเช่น ชาวอโศก ก็เป็นคนจน ไม่ร ่ำ รวย หรูหรา เหมือนศูทร จัณฑาล เรามุ่งมาจน จนมหัศจรรย์ ไม่สิ้นไร้ไม้ตอก จนขยันหมั่นเพียร เสียสละ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ช่วยบรรเทาภาระสังคมด้วย แล้วเราก็จน ส่วนเขาก็หรูหราฟู่ฟ่า เราเข้าใจเขา เห็นใจเขาว่าไม่น่าเสริมกิเลสเลย เพราะเรารู้สัจธรรม เราก็ช่วยคนที่ควรช่วย เป็นการ ปรองดองอยู่ร่วมกัน โดยเรายอมเสียผล เสียสละ เกิดจากเจโตวิมุติ และปัญญา วิมุติ ที่ลดละกิเลส แม้เราไม่หมด เราก็เพียรลดละ และเสียสละตามลำดับ ยกขึ้นมาไม่ได้อวดอ้าง แต่เอาส ิ่ งเกิดจริงเป็นจริงมาพูด อาตมาทำงานมา 40 กว่าปีแล้ว ตั้งแต่ชุมชน 2516 มาปีนี้ก็ 30 กว่าปีแล้ว เป็นรูปธรรมชัดเจน พัฒนามา ไม่เสื่อม เจริญขึ้น มีผู้ร่วมเพ ิ่ มขึ้น แต่ไม่กรูเกรียวเหมือนพวกกิเลส ที่เขาแย่งชิง เร็ว เหมือนเชื้อโรคห่า เป็นโรคทางจิต แต่นี่เราทำไม่ได้เป็นโรค เป็นความวิเศษทางจิต นี่เป็นคำตอบที่คุณไชยวัฒน์พูดมาเป็นการแก้ไขอย่างสมบูรณ์Absolute ดีที่สุด Ultimate เป็นส ิ่ งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ของสังคม พระพุทธเจ้าตรัสรู้ความเป็นมนุษย์ กับสังคมมนุษย์ รู้ว่ามนุษย์แต่ละคนควรอยู่อย่างไร ไม่มีทุกข์เป็นประโยชน์สุด และอยู่ร่วมกันไป เราออกมาทำนี่ออกมาช่วยงานหลายรอบก็เป็นภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ปี 49 ก็เปิดตัวมาเรื่อยๆ มาปีนี้ 57 ต่อเนื่อง มาชุมนุม เรามีคณะมีพรรคการเมืองมา 10 กว่าปีแล้ว พรรคเพื่อฟ้าดิน เราทำการเมืองภาคประชาชน เป็นพลังAuthority ไม่แย่งชิงอำนาจอย่างที่เขาทำ เราทำการเมืองที่เป็นการรับใช้ประชาชน ทำเศรษฐกิจสังคมให้ดี เป็นรัฐศาสตร์สุจริตยุติธรรม ศาสนาทุกศาสนาพาลดกิเลส แต่อาตมาว่าของพุทธลดกิเลสอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ...คำตอบคือมาลดกิเลสแบบพระพุทธเจ้า แล้วจะเป็นผู้ทำงาน สังคม เศรษฐศาสตร ์ รัฐศาสตร์ อย่างบริบูรณ์ต้องศึกษาให้สัมมาทิฏฐิ ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ก็คือ 1 . ปรโต จ โฆโส จ (การได้ฟังสัจจะมุมอื่นจากผู้รู้อื่นๆ หรือจากบัณฑิตอื่น จะไม่ติดยึดแต่ภูมิรู้เดิมๆ ของตน) 2 . โยนิโส จ มนสิกาโร (ปรับใจ ปฏิบัติกระทำใจให้ละเหตุแห่งการเกิดกิเลสที่ใจ กระทำใจละให้เป็น ให้ถ่องแท้ ให้หยั่งลงไปถึงแดนเกิด คือ สมุทัย ที่ใจ) สัมมาทิฐิย่อมมีเจโตวิมุติ มีปัญญาวิมุติ เป็นผล และเป็นอานิสงส์ โดยมีองค์ 5 คือ สัมมาทิฐิอันมีศีลอนุเคราะห์แล้ว สุตะอนุเคราะห์ สากัจฉาอนุเคราะห์ สมถะอนุเคราะห์ วิปัสสนาอนุเคราะห์แล้ว (พตปฎ. เล่ม 12 ข้อ 497 ) ในสัมมาทิฏฐิ 10 ข้อที่ 10 ว่า สมณพราหมณ์ทั้งหลาย เป็นผู้ดำเนินชอบ-ปฏิบัติชอบ ซึ่งประกาศโลกนี้-โลกหน้า ให้แจ่มแจ้ง เพราะรู้ยิ่งด้วย ตนเอง ในโลกนี้ มีอยู่ (อัตถิ โลเก สมณพราหมณา สัมมัคคตา สัมมาปฏิปันนา เย อิมัญ จ โลกัง ปรัญ จ โลกัง สยัง อภิญญา สัจฉิกัตวา ปเวเทนตีติ) คำว่าโลกนี้โลกหน้านี้สำคัญ...ที่จะต้องมีสมณะพราหมณ์เป็นผู้เปิดเผย ต้องเป็นคนที่อย่างน้อยมีปัจจัตตัง หรือจะมีสยังอภิญญา หรือสยัมภู ตามลำดับ ผู้จะมารู้ทวนกระแสพระพุทธเจ้าต้องเรียนรู้สัมมาทิฏฐิ มาลดละกิเลสตามลำดับ เมื่อลดได้ก็เป็นประโยชน์ต่อโลกอย่างแท้จริง รับใช้โลกอย่างแท้จริง พหุชนหิตายะ (เพื่อหมู่ชนเป็นอันมาก) พหุชนสุขายะ (เพื่อความสุขของหมู่ชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ (รับใช้โลก ช่วยโลก) คนเช่นนี้โลกจะเลี้ยงไว้ ชีวิตนี้เนื่องด้วยผู้อื่น (ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา) ซึ่งคนทั้งโลกเขาไม่เชื่อว่ามีคนที่เป็นเช่นนี้อยู่ จะเป็นคนจริงใจบริสุทธิ์ที่แท้จริง ไม่กลับกำเริบ แต่ชาวพุทธเราได้ปฏิบัติจะเชื่อเพราะได้ปฏิบัติตนจนเป็นคนเช่นนี้ได้ ทำงานกับสังคมได้อย่างดี ไม่เหมือนจัณฑาล ที่เขารังเกียจ แต่ของพุทธเราก็อยู่ไม่ถือยศศักดิ์ อยู่อย่างจัณฑาล แต่ว่ามีความรู้ความสามารถทำประโยชน์ต่อสังคม ไม่ใช่เรื่องเพ้อเจ้อ อาตมานำมาเปิดเผยก็ทำได้ยังไม่มาก ต้องพยายามเผยแพร่ให้ละเอียดละออมากกว่านี้ ให้เป็นศาสตร์ที่ ยิ่ง ใหญ่ อาตมาก็เห็นว่าชาติไทยเราน่าจะมีทฤษฏีเช่นนี้ทำได้ เป็นทฤษฎีที่ ยิ่ง ใหญ่ ซึ่งยิ่งใหญ่กว่าลัทธิสังคมนิยม และประชาธิปไตยทั่วโลก พูดไปเหมือนเบ่งข่มเขา แต่เป็นเรื่องจริงที่เกิดจริงได้ เราพูดไปทำไปนี่เขาก็ยังไม่เชื่อ แม้ศาลตัดสินมาเขาก็ไม่เชื่อ บางคนเห็นว่าดีอย่างชาวอโศกดี แต่ไม่เชื่อว่าสิ่งจริง หาว่าทำโชว์ซักวันก็ล้มไป เป็นการกดข่ม แต่เรารู้ว่าไม่ได้กดข่ม เราทำได้จริง ลดละกิเลสได้ประเสริฐ ไม่ได้พูดด้วยบัญญัติภาษา แต่ว่าเป็นความจริงที่เกิดเป็นความรู้ที่ลึกถึงจิตวิญญาณตัวแท้ เรียกว่าญาณ หรือวิชชา มันจริงเช่นนั้นจริงๆ เกิดปัญญาอย่างนั้นควบคู่กับศรัทธา ความเชื่อ มีปัญญาทำลายกิเลสได้ด้วย รู้แล้วกำจัดกิเลส สลายให้จางคลายให้สลายไปได้จริง ถ้าจริงแล้วไม่เปลี่ยนแปลงกลับกลอกด้วย เป็นวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ สรุปจะทำอย่างไรก็ทำอย่างพระพุทธเจ้าพาทำ แม้จะยาก จะนานก็ไม่มีทางเลือกอื่น เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีประชากรเป็นพุทธศาสนิกชน 95 % ทำจนรู้ว่าเป็นสิ่งที่เป็นทรัพย์แท้ เป็นส ิ่ งดีที่ได้มาเสียสละลดละกิเลส มีความพอใจ ฉันทะ เมื่อพอใจก็จะมาฟัง มีปรโตโฆษะ เมื่อก่อนก็ไม่ฟังเท่าไหร่ ก็ฟังแต่อย่างนั้น พอมาฟัง ปร ก็คืออื่นจากที่เคยได้ยินมา เป็นเสียงอื่น ก็จะเกิดสัมมาทิฏฐิ เราจะมีธรรมะด้วยความยินดี เริ่ม ด้วยอิทธิบาท ในสุริยเปยยาลก็มี ฉันทะ ในส่วนมูลสูตรนั้น เริ่ม ด้วยฉันทะเลย 1 . มีฉันทะ เป็นมูล-รากเหง้า (มูลกา) 2 . มีมนสิการ เป็นแดนเกิด (สัมภวะ) 3 . มีผัสสะ เป็นเหตุเกิด (สมุทัย) เป็นเหตุให้กิเลสตาย ซึ่งใช้คำว่าสมุทัยเหมือนในอาริยสัจ 4 4 . มีเวทนา เป็นที่ประชุมลง (สโมสรณา) ซึ่งก็จะแตกเวทนาออกเป็นเวทนา 108 เลย แล้วตัวเหตุหรือสมุทัยในเวทนาก็คือ ตัณหา ที่จะแก้ไขได้ แก้ไขได้ก็ทำให้จิตมีสมาธิ สั่งสมตกผลึกตั้งมั่นเป็นเอกกัคคตาจิต เป็นอุเบกขาเวทนา เป็นสมาธิ 5 . มีสมาธิ เป็นประมุข (ปมุขะ) สามารถปฏิบัติได้ตามหลักธรรมพระพุทธเจ้าเยอะเช่น ปัญญาวุฑฒิ 4 เป็นต้น ขอผ่านไปก่อน มาพูดถึง ที่คุณไชยวัฒน์ ว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งทางอื่นนั้นเป็นวัวพันหลัก อาจใช้กฎหมาย หรืออำนาจกดขี่กดข่ม ให้เขาทำดี แต่ไม่ลดกิเลส นั้นไม่จบ เมื่อไหร่ก็ไม่จบ แต่จะสำเร็จจบได้ต้องทำตามพระพุทธเจ้า ซึ่งรากเหง้านั้นคือความแค้นเคืองโลภโมโทสัน การเสพรส ถ้าไม่ล้างกิเลสก็ไม่สำเร็จจริง อาจกดข่มอย่างไร ก็ไม่ถอนราก ก็วนเวียนกลับได้ แต่ถ้าได้ล้างกิเลสที่เป็นเหตุแท้จริงได้อย่างตายสนิทแท้จริง อาตมามีหลักฐานในพระไตรปิฎกให้อธิบายอีกมากเลย....อาตมากำลังเขียนเรื่องนิโรธ ซึ่งทุกวันนี้เป็นมิจฉานิโรธ เกือบไม่เหลือแล้ว อาตมาก็เห็นว่าท่านแปลภาษาบาลีมาเป็นภาษาไทยก็ยังมีที่ไม่ตรงสภาวะ อาตมาก็พยายามมาเรียบเรียง อาตมาแปลบาลีด้วยสภาวะ แต่ก็เรื่องจริง อาตมาไม่ขี้เกียจหรอก ขยันจนถูกว่า ขอพูดพาดพิงถึงเรื่องเหตุที่ คนไม่เข้าใจความจริงกัน มาฟังความจริงในเรื่องความเป็นกลางของผู้ยุติธรรม ความเป็นกลางของผู้ยุติธรรม หรือผู้ไม่อคติ ไม่ลำเอียง แท้ๆจริงๆ นั้น....เมื่อวิเคราะห์วิจัย วินิจฉัย เจาะลึก สัจธรรมแล้ว ก็จะพบความจริง - ความถูกต้องนั้นมีหนึ่งเดียวเท่านั้น ความจริงไม่มีสอง หรือเป็นอื่นไป จากหนึ่งเดียวเท่านั้นไม่ได้ ดังนั้น เมื่อ ศาล ทุกศาล ที่เป็นศาลที่ยุติธรรม แท้จริง ทุกศาล ทำหน้าที่ตัดสินออกมา “คำตัดสิน” ก็จะตรงกับคนถูก และตรงกันข้ามกับคนผิด ทุกทีไป การที่ศาล เห็นตรงกันกับ ความถูก - ความจริง ของคนถูก นั่นแหละคือ ผู้เป็นกลาง ต้องเข้าข้างคนดี คนถูก คนที่มีความจริง ทุกที ดังนั้น คนผิด คนเลว คนไม่มีความจริง เมื่อตนเองแพ้ จึงพาลด้วยความโง่ว่า ศาลอคติ เพราะฉะนั้น คนผู้ไม่รู้จริงๆ หรือโง่ แท้ๆ เช่นที่ฝ่าย นปช.หรือแม้แต่ รัฐบาล ก็ดี สภาก็ดี ก็หาว่า ศาลลำเอียง ก็ถูกแล้ว ที่เขาจะพูดแสดงภูมิจริง ที่ไม่ยุติธรรม บ้างล่ะ ลำเอียงบ้างล่ะ เข้าข้างที่ไม่ตรงกับตนบ้างล่ะ เพราะไม่เข้าข้างตัวเอง ใครไม่ตัดสินว่า ให้เขาถูก จึงเป็นคนลำเอียง ไม่ยุติธรรม ก็ถูกแล้ว คนโง่ หรืออวิชชา ย่อมมองความจริง ความถูกต้อง ของความยุติธรรม ไม่ออก เพราะโง่จริงๆ รู้ความจริง รู้ความถูกต้องไม่ได้ จึงเรียกว่า คนโง่ หรืออวิชชา เขาจึงด่าว่า ศาลยุติธรรม เพราะไม่เข้าใจหรือไม่มีปัญญารู้ว่า คนเป็นกลาง ต้องมีปัญญา มีวิชชา เข้าข้างคนดี คนถูกเสมอ นี่คือลักษณะของอวิชชา โง่ ไม่เข้าใจ ทำให้สังคมเดือดร้อน นี่ไม่ได้ว่ากล่าวไส่ไคร้ แต่พูดด้วยเมตตาอยากให้เขาหยุด เป็นอกุศลกรรม ทำแล้วสั่งสมเป็นวิบาก คุณทำมันแล้ว ทั้งที่พูดออกมาแล้วก็กลับลำอีกว่าไม่ได้พูดอย่างน้ัน แถลง อีก พวกเราต้องอดทน เราต้องเอาชนะด้วยความดี ความสงบ ถูกต้อง อาตมาฟัง คุณนกแสก ออกมาร่าย ยุทธศาสตร์ 5 ประการ ประชาชนต้องประกอบด้วยมวลชนเสื่อแดง และมวลชนทั่วไปมาเป็นพวกให้ได้ เรียกว่ายุทธศาสตร์ 2 ขา ยุทธศาสตร์สร้างที่มั่นทางการเมืองให้ได้ เรียกว่า 5 เขตยุทธศาสตร์ แล้วก็สาธยายต่อว่า มี 4 ประเด็นที่ต้องจัดการคือ 1 . การนำมวลชนจารีตนิยมของกปปส. 2 . องค์กรอิสระ 3 . กระบวนการยุติธรรมที่ไม่ยุติธรรม 4 . การรัฐประหารโดยกองทัพ นี่คือ 4 ประเด็นที่ต้องจัดการ เขาว่ามวลชนกปปส.คือพวกศักดินา ไม่เสมอภาค ส่วนองค์กรอิสระเป็นภัยต่อเขาไม่เข้าข้างเขา และก็ว่าความยุติธรรมไม่ยุติธรรม และเขาก็ไม่อยากให้เกิดรัฐประหาร แต่ถ้าจะเกิดก็เพราะเขาทำให้เกิด เพราะมีความวุ่นวายเกิด และจะลั่นกลองรบ แยกประเทศนะ คือเขาสับสน ประสาทหรือเปล่า เขาก็ต้องทำลายสุเทพกับแนวร่วม และเปิดโปงองค์กรอิสระให้ปฏิรูป และปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และชูกองทัพให้ก้าวหน้า เขาคิดใหญ่มากเลย คงใหญ่ไปเรื่อยๆ เป็นอึ่งอ่างพองลมไปจนซักวันหนึ่งก็ท้องแตกตาย _อ.ไชยวัฒน์ ว่า...การจะเกิดสัมมาทิฏฐิต้องฟังอย่างอื่นที่ไม่เคยชินให้ได้ ฟังแล้วจะเกิดปฏิกิริยาในใจ เมื่อจับมันได้เป็นกิเลส ก็ดัดมัน ทำให้มันอ่อนแรง ทำโยนิโสมนสิการเข้าสัมมาทิฏฐิ สิทธิเสรีภาพนั้นมวลมหาประชาชนต่อสู้อย่างเสรีชน ถ้ามีก ฎหมาย กำกับเสรีชนอย่างเดียวนั้นไม่ใช้ เพราะมิติจิตวิญญาณและการเปิดของสื่อสารน้ันวัฒนธรรมต้องแข็งแรง หากวัฒนธรรมอ่อนแอก็จะเกิดปั่นป่วนได้ ประเด็นความห่วงหาอาทร และอยากจะไปสู่ วาทะแห่งความเกลียดชัง HATE speech ฝ่ายผู้สูญเสียก็จะเกิดความห่วงหาอาทรอย่าง ยิ่ง แต่ก็ได้มีผู้ที่เทกำลังใจให้ค่อยผ่อนคลาย แต่คนที่ตายไปแล้ว คนมีความผูกพันกัน เด็กสองคนที่ตายไปแล้วเขาจะแก้ความผูกพันได้ไหม หรือรอเข้าฝัน เอาไว้โอกาสหน้าค่อยมาถามต่อ ..จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน