320610 พ่อท่านกับ คุณชัยภักดิ์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ณ สันติอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2532
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์345 KB
วันที่แก้ไข10 กรกฎาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

320610 พ่อท่านกับ คุณชัยภักดิ์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ณ สันติอโศก เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2532

มีเสียงสับสนวุ่นวายฟังไม่ชัดว่าใครพูดในตอนต้นๆ ต่อมาก็เป็นเสียงของ

คุณชัยภักดิ์ : ผมบอกว่า ผมมาเจรจากับท่านคนเดียวนะ ในขณะ ที่...เดี๋ยวจะหาว่าผมบังคับท่านอีก มีเสียงพ่อท่านแทรกขึ้น สมณโพธิรักษ์ : เอ้า มาแล้วนี่ คุณเซ็นรับรองอันนี้ คุณชัยภักดิ์ : ยังไม่เซ็น รอให้ท่านรัฐมนตรีท่านเซ็นก่อน สมณชาวอโศก : ขอขอสมุดสักเล่มหน่อยฮะ แฟ้ม หรืออะไรก็ได้ฮะ คุณชัยภักดิ์ : ไม่มีกฎหมายรับรอง สมณโพธิรักษ์ : กฎหมายก็อยู่ในกฎหมายรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว คุณชัยภักดิ์ : ไม่มีกฎหมาย ท่านก็เป็นผู้ปฏิบัติธรรม ในความคิดของมหาเถรสมาคม สมณโพธิรักษ์ : รู้สึกเอาเอง ว่าพวกอาตมานี่ ปฏิบัติตน ปฏิบัติธรรมนี่ จะเป็นปฏิปักษ์ต่อพลเมืองดีหรือไม่ จะทำให้พลเมืองนี่สงบสุข เจริญงอกงามจริงหรือไม่ มีเสียงนักข่าวถามคุณชัยภักดิ์แทรกขึ้น นักข่าว : ไม่ทราบจะให้ท่านรัฐมนตรีเซ็นวันนี้เลยหรือเปล่าคะ คุณชัยภักดิ์ : ครับ ไม่ใช่เป็นอะไรหรอกฮะ เป็น เป็นข้อความเหมือนที่ผมพูดนั่นแหละฮะ พ่อท่านจะทำยังไง และก็เป็นอนุโมทนาซึ่งที่เราจะรับทราบ นักข่าว : ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีทราบหรือยังคะ คุณชัยภักดิ์ : เดี๋ยวเราจะเจอกัน เสียงสัมภาษณ์คุณชัยภักดิ์เงียบหายไป เสียงสัมภาษณ์สมณโพธิรักษ์ดัง ชัดเจนขึ้น สมณโพธิรักษ์ : ในศาสนาต่างๆ ความแตกต่างในศาสนาต่างๆ นี่ เป็นสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว เป็นปฎิญญาสากล... ยังไม่ได้ตัด นักข่าว : ท่าน ท่านคะ อย่างนี้ สมณโพธิรักษ์ : เอาไว้ รอไว้ วันอาทิตย์เห็นแน่ จะมีเสียงของผู้ชาย 2 คนพูดกัน ชัดกว่า คุณจรวย : พระที่คุย พูดกันเมื่อมีชื่อว่าพระธรรมวโรดม นักข่าว 2 : ไม่ ท่านทำหน้าที่อะไ

อ่านต่อ

ร คุณจรวย : พระธรรมวโรดม วัดชนะสงคราม คุยกันหลายๆองค์ที่หน้าต่างพระวโรดม นักข่าว 2 : แล้วคนที่พูดตะกี้ล่ะ คุณจรวย : พระวโรดม อยู่คณะนี้เหมือนกัน ต่อจากนั้นก็เป็นเสียงนักข่าวสัมภาษณ์คุณชัยภักดิ์ แทรกผสมกับสัมภาษณ์สมณะ นักข่าว : แล้วเราจะช่วยหาเสียงรูปแบบใดบ้างคะ สมณโพธิรักษ์ : หา อันนี้ เอาไว้อาตมายังพูดไม่ได้ ผู้ชาย : นี่ อย่าถามสิ (เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น และอีกคนก็พูดต่อว่า) คุณชัยภักดิ์ : ต้องเปลี่ยนรูปแบบก่อนซิ แล้วค่อยถามท่านซิ สมณโพธิรักษ์ : อย่าพึ่งเลย อาตมาอาจไปคิดทบทวนแล้ว อาจจะไม่ก็ได้ ทุกคนหัวเราะ และเสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น คุณชัยภักดิ์ : คิดทบทวนแล้ว อาจจะลงผู้ว่า (เสียงหัวเราะ)คิดทบทวนแล้วอาจจะลงผู้ว่า กทม. สมณโพธิรักษ์ : อาตมาไม่เอา คุณดูอาตมาไปก็แล้วกัน จะเล่นอะไรเรื่องเรื่องตำแหน่งทางโลก อาตมาไม่เอาแน่นอน เด็ดขาดตลอดชีวิต อาตมารู้มันดีจริงๆ ไม่ใช่อาตมาแกล้ง อาตมาแกล้งบวช นักข่าว : ท่านโพธิรักษ์ครับ ต้องสึกจากการเป็นพระก่อนหรือเปล่า ครับ สมณโพธิรักษ์ : อะไรนะ นักข่าว : ท่านต้องสึก ต้องเปลี่ยนรูปแบบ สมณโพธิรักษ์ : ต้องเปลี่ยนรูปแบบ ผู้ชาย : ท่านครับ ผมไปละครับ สมณโพธิรักษ์ : อ้าว อ้าว ไป นักข่าว : ท่านคะ อย่างเมื่อวันก่อนท่านพูดว่า ถ้าพระนี่ไม่กล่าวสึก ด้วยตัวเองแล้วนี่ เท็ปตัดมาที่การสัมภาษณ์ คุณชัยภักดิ์ นักข่าว : เซ็นแล้ว นำมามอบให้ท่านคืนเลยหรือคะ คุณชัยภักดิ์ : ก็อย่างนี้ อย่างที่ว่านี่แหละ นักข่าว : สึก ตามมติของวันนี้ คุณชัยภักดิ์ : อ้า ข้อความเห็นของทั้ง 2 ฝ่ายซึ่ง... นักข่าว : เป็นผู้ปฏิบัติธรรมเฉยๆ คุณชัยภักดิ์ : ในความเห็นของทางเราเป็นผู้ปฏิธรรมเฉยๆไม่ได้... นักข่าว : บิณฑบาตได้หรือไม่ได้ คุณชัยภักดิ์ : เป็นการพิสูจน์ของท่านเอง คนเชื่อถือท่านอย่างไร ถ้าไม่ใช่พระภิกษุสงฆ์ ท่านจะบิณฑบาตได้ยังไง นักข่าว : ท่านบอกท่านจะทำเหมือนเดิม บิณฑบาตเหมือนเดิม เสียงถามสมณโพธิรักษ์แทรกขึ้นมาชัดกว่า นักข่าว : ท่านคะบิณฑบาตได้ไหมคะ สมณโพธิรัก ษ์ : ได้ซี ยิ่งของอาตมาเองยิ่งไม่ได้ใช้เงินไม่ได้ใช้ทองเลย ไม่บิณฑบาต พวกอาตมาทิ้งบ้านทิ้งช่องมากันโอโฮเท่าไรๆแล้ว ไม่ให้บิณฑบาตทานแล้วคุณเองคุณจะเอาอะไรมาให้อาตมาหรือเปล่าเสียงรถใครเหรอเมื่อกี้ ผู้ชาย : พอแล้วนะฮะ เท็ปตัดอีกครั้ง เสียงสมณโพธิรักษ์ พูดพอฟังได้ แต่ก็มีเสียงอื่นผสม สมณโพธิรักษ์ : เอ้ามาดู มาดูออกแบบยังไงดีไซน์ คุณดีไซน์เนอร์ ...ไม่ต้องวัดตัวหรอก ใช้ขนาด S,M,L เสียงสัมภาษณ์คุณชัยภักดิ์ดังขึ้นแทน นักข่าว : จะต้องสึกไหมครับ คุณชัยภักดิ์ : เปลี่ยนรูปแบบนี่ ก็เป็นการสึกโดยปริยาย นักข่าว : ผมกลัวว่า ต้องให้สึกก่อน แล้วจะให้ครองอะไร คุณชัยภักดิ์ : ไม่ฮะ เพราะว่าการเปลี่ยนรูปแบบนี่ก็ถือว่า จบหมดแล้ว สละแล้วเพราะท่านก็พูดว่าไม่มีพระสงฆ์แล้ว ต่อไปนี้ไม่มีพระสงฆ์ ก็หมายความว่าท่านสึกโดยปริยาย ไม่ต้องไปจี้ให้ท่านว่ากล่าวว่าสึกอีก ท่าน บอกว่างั้นมันก็ไม่ดี นักข่าว : เมื่อกี้ที่ท่านพูดก็ยังยืนยันว่าจะทำเหมือนเดิมนี่ฮะ คุณชัยภักดิ์ : ไม่ใช่ฮะ ไม่ ไม่ใช่ ท่านไม่ได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนานะฮะ ใช่ไหมฮะ ถ้าหากว่าคุณจะศรัทธาท่าน จะไปตักบาตรให้ข้าวท่าน อันนี้ก็เรื่องของท่านแล้ว แต่ท่านนี่ท่านไม่ได้เป็นพระภิกษุสงฆ์ในพุทธศาสนาอีกแล้วนะฮะ นักข่าว : หมายความว่า ถ้าจะออกบิณฑบาต ก็ต้องออกไป คุณชัยภักดิ์ : ก็เรื่องของท่าน ถ้าชาวบ้านให้คนใส่เสื้อแล้ว จะถวายหรือให้ท่านนี่นะฮะ ก็เป็นเรื่องของความเชื่อถือของคนนั่นแหละฮะ เขามาให้ที่นี่ก็ได้นี่ฮะ ก็ท่านเปลี่ยนรูปแบบแล้ว ไม่น่าที่จะต้อง จะต้องอะไรกับท่านอีกแล้วนี่ฮะ คือท่านเปลี่ยนรูปแบบนี่ หมายความว่าเปลี่ยนไม่ได้ เป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ไม่ใช่พระสงฆ์ไทยนะฮะ ที่เราใช้คำนิยาม ตกลงกันเนี่ยะ ไม่ใช่พระพุทธศาสนาอีกแล้ว ไม่ใช่พระ สงฆ์อีกแล้ว แล้วแม้กระทั่ง คำมูลนิธินี่ซึ่งทำไว้สำหรับพระพุทธศาสนา ก็จะไม่มีคำว่าพระพุทธศาสนาอีกแล้ว นักข่าว : ท่านจะใช้ บัตรประชาชน คุณชัยภักดิ์ : บัตรประชาชนที่ใช้.....ขอโทรศัพท์ที่ถืออยู่นั่นติดต่อ ผู้ชาย : เบอร์อะไรครับ

แล้วก็เป็นเสียงสับสน จับใจความไม่ได้ นักข่าว : โทรฯแจ้งผู้ใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่ทราบหรือยัง คุณชัยภักดิ์ : พระธรรม ไม่ใช่ครับ พระธรรมอะไรนะ เมื่อกี้แจ้ง คุณจรวย พระธรรมอะไรนะ คุณจรวย หนูคง : พระธรรมวโรดม วัดชนะสงคราม อยู่ในคณะทำงานของการกสงฆ์นี่ ได้ปรึกษาท่าน นักข่าว : แล้วท่านว่าไงบ้าง คุณชัยภักดิ์ : ท่านก็ไม่ขัดข้องที่จะให้เปลี่ยน จะเรียกอย่างไรก็แล้วแต่ คือ ท่านไม่ขัดข้องแล้ว เพราะว่า คณะสงฆ์ไทยนี่ ก็ไม่มีอะไรจะไปขัด ข้องกับการเปลี่ยนอยู่แล้ว คือตอนนี้ หลักการอยู่ที่ว่า จะสึกท่านใช่ ไหม เพราะว่าท่านเป็นพระสงฆ์ แต่ตอนนี้ท่านเปลี่ยนรูปแบบการแต่งตัวทั้งหมด ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ท่านไม่ได้เป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ไม่เป็นพระภิกษุ สามเณร นักบวช นักพรต ผมก็คิดว่า มันก็สุดแล้ว ก็หมดความเป็นพระแล้วใช่ไหม ท่านก็ไม่ได้เรียกตัวเองว่าเป็นพระ ถ้าความเชื่อถือของท่านในการใส่เสื้อของท่าน แล้วก็มี เหมือนกระโปรงอย่างนี้ คนจะศรัทธาท่าน ชาวญาติธรรมจะศรัทธาท่าน ก็เป็นสิทธิโดยชอบธรรม เราจะไปรุกอะไรอีกละฮะ ใช่ไหมฮะ แล้วในทางพระ ท่านก็ถือว่าท่านก็เปลี่ยนแล้ว ส่วน...เอ้อ มีอีกเรื่องนะฮะ เดี๋ยวคอยช่อง 3 ก่อน....เดี๋ยวลืมพูดอีก นักข่าว : ช่อง 3 นี่ คุณชัยภักดิ์ : มีอีกข้อหนึ่งนะ ที่ลืมพูดไป หนังสือการเผยแพร่ทั้งหมดนี่นะฮะ ที่ท่านเคยเผยแพร่ในแนวทางของพระพุทธศาสนา ท่านจะยุติหมด นักข่าว : หนังสือสันติอโศกจะไม่มี คุณชัยภักดิ์ : จะยุติหมด แล้วท่านก็จะออกเป็นคำสอนของท่านเอง ต่อจากนั้นก็เป็นเสียงพูดโทรศัพท์ คุณจรวย : ฮะ เสื้อแขนกระบอก แขนยาว คอกลม ...(เสียงถามเบาๆ) เอาชีสนี้ให้ท่านรัฐมนตรีดูเสียก่อน ให้ท่านเซ็นเสียก่อน แล้ว แจก นักข่าว : ใจความในนั้นมีว่าอย่างไรบ้าง คุณชัยภักดิ์ : ก็เท่าที่ท่านเลขาฯ ชี้แจงทุกอย่าง เหมือนกันเปี๊ยบเลยแล้ว ท่านอ่าน นักข่าว : เป็นมติของที่ประชุมในวันนี้ ใช่ไหมคะ คุณชัยภักดิ์ : เป็นข้อตกลง เป็นข้อตกลง นักข่าว : เป็นข้อตกลง หมายความว่า ท่านจะยอมเปลี่ยนเครื่องแต่ง กายวันที่ 11 ใช่ไหม คุณชัยภักดิ์ : ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นักข่าว : อ๋อ พรุ่งนี้เลย กี่โมง คุณชัยภักดิ์ : ไม่ แล้วแต่ของท่าน แต่ท่านเสร็จภายในวันอาทิตย์นี้ เท็ปตัดมาที่คุณชัยภักดิ์อีก พระก็ตั้ง 80 ...เดี๋ยวผมมาไม่ทันวันนี้ เดี๋ยวผมจะโทรฯมาบอกท่าน แล้วก็วันอาทิตย์คงจะเปลี่ยน พวกญาติธรรมก็ต้องตัดชุดกันพรุ่งนี้ นักข่าว : หนังสือ หนังสือที่เคยทำนี่นะคะ ถ้าเกิดว่าออกเผยแพร่อีกนี่ จะถือว่าผิดไหมคะ คุณชัยภักดิ์ : เอ้อ ท่านไม่จำเป็นต้องเผยแพร่แล้ว เพราะว่า แนวความคิดเป็นแนวความคิด ตามความเชื่อถือใหม่ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนานะฮะ ที่พิมพ์ไว้แล้ว ก็พิมพ์ไว้ นักข่าว : แล้วจะมีสิทธิ์แจกไหมฮะ คุณชัยภักดิ์ : ก็แล้วแต่ท่าน นี่ความ เป็นสิทธิเสรีภาพส่วนตัว นักข่าว : แจกก็ได้ ไม่แจกก็ได้ คุณชัยภักดิ์ : ครับ ไม่มีใครไปว่าท่านหรอกครับ ทีนี้ตอนนี้ คำที่ว่าเราต้องการก็คือว่าเมื่อคำวินิจฉัยออกมาให้ท่านสละสมณเพศนี่นะฮะ จึงมีเหตุการณ์บานปลายต่อถึงที่ท่านบวชให้ เมื่อเราแก้ปัญหาตรงนี้แล้วโดยความละมุนละม่อม พ่อท่านยินยอมด้วยตัวของท่านเอง โดยการ เปลี่ยนรูปแบบทั้งหมดของท่าน ไม่ได้ประกาศตนเป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนาอีกแล้ว ผมคิดว่าทุกฝ่ายก็น่าจะพอใจญาติธรรมที่นี่ ก็เสียสละ ทุกคนอยู่แล้ว ผมคิดว่า วิธีนี้ดีที่สุดแล้ว นักข่าว : อย่างนี้ เรียกว่าสึกไหมคะ คุณชัยภักดิ์ : มันก็เปลี่ยนรูปแบบใหม่ ท่านจะนับถือ ท่านจะเป็น เป็นในความสำนึกของมหาเถรสมาคม จะมองว่า ท่านเป็นนักปฏิบัติธรรมก็สอนให้คนเป็นคนดีส่วนท่านเอง ท่านจะเรียกตัวว่าเป็น นัก....เอ้อ สมณพราหมณ์ชาวอโศก หรือชื่ออะไรก็เรื่องของท่าน ที่นี่เขาพอใจเขาก็ภูมิใจอยู่แล้ว ที่ได้ปฏิบัติธรรมตามความเชื่อถือของเขา มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่ผิดนะครับ จากการที่ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายและระเบียบแบบแผน เราไม่ว่า ซึ่งถ้าเรามาใช้คำเล่นลิ้นกัน เราจะไปจี้ที่คำนี่ เราต้องคิดถึงความรู้สึกของคนนะครับ ในการที่ผมมาเจรจานี่ กระผมไม่อยากใช้คำรุนแรงเพราะความรู้สึกแบบนั้นนี่ท่านก็ต้องเกิดความรู้สึกมีผู้แพ้ มีผู้ชนะเกิดขึ้นแล้ว มีสัจธรรม มีอสัจธรรมเกิดขึ้นแล้ว ทีนี้ในเมื่อตอนนี้ ความต้องการของเราคือ อะไร เราก็อ้อมเสียหน่อย แล้วทุกอย่างก็เรียบร้อยหมดแล้ว ผมคิดว่า ทุกคนก็คงจะพอใจแล้วครับ นักข่าว : แล้วใบสุทธิที่ทำขึ้นมาใหม่นี่ จะยอมรับไหมคะ คุณชัยภักดิ์ : ท่านทำบัตรประชาชนครับ ไปทำบัตรประชาชนถูกต้อง ท่านเป็นบุคคลของกฎหมาย ขึ้นอยู่กับกฎหมายนะครับ ทั้ง 79 รูป นี่ ทำบัตรประชาชน นักข่าว : ที่เปลี่ยนเสื้อผ้านี่ จะมีการเปลี่ยน..... คุณชัยภักดิ์ : วันอาทิตย์นี้ฮะ วันอาทิตย์นี้ฮะ นักข่าว : ทำเป็นพิธีเลยใช่ไหมฮะ คุณชัยภักดิ์ : ครับ ท่านทำของท่านเองเลยครับ เพราะว่าเป็นเรื่องภายใน กิจวัตรของญาติธรรม ไม่.... นักข่าว : เมื่อกี้นี้นะคะ ศิษย์ สานุศิษย์ของท่านนี้นะคะ ส่วนใหญ่จะ ยินยอมตามแบบมีความพอใจไหมคะ คุณชัยภักดิ์ : ยอม ทุกคนยอม โดยตอนแรกกว่าจะยอม ก็พูดนานหน่อยนะครับ แต่ท่านก็ยอม เห็นแก่ชาติบ้านเมือง ทุกคนท่านยอมหมดเลยครับ เพื่อเห็นแก่ชาติ ไม่อยากเห็นความรุนแรง ไม่อยากจะเห็น ตำรวจมาบังคับให้สึก มาเชิญไป อะไรไป ไม่ใช่ภาพที่ดีของชาวพุทธเลย นักข่าว : (ถามเสียงค่อยมาก) ท่านถึงยอม.... คุณชัยภักดิ์ : พูดด้วยเหตุผลตรงๆ นี่แหละครับ ท่านก็เป็นคนที่เข้าใจนี่ ท่านก็ไม่ใช่เป็นคนที่ดื้อรั้น หรือจะไปฝืนอะไรนี่ครับ เราเสียอีก เราเป็นคนที่ ไปตั้งท่านเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ คือคนเราคนไทยเหมือนกัน เวลาพูดกันด้วยเหตุและผล ผมคิวด่า น่าพอใจแล้วกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ตำรวจตำเหริดจะได้พักผ่อนมั่ง ตอนนี้ทุกอย่างอาทิตย์นี้เรียบร้อยหมดแล้ว วันจันทร์ก็แจ้งความเปลี่ยนแปลงให้ มหาเถรสมาคมได้ทราบ ท่านไม่ได้ขอเป็นนิกาย ไม่ได้ขอ เป็นลัทธินี่ฮะ ท่านก็เปลี่ยนรูปแบบมีความเชื่อถือของท่าน พระเถระชั้นผู้ใหญ่ ก็บอกว่า ถ้าอย่างนี้ ก็เป็นผู้ปฏิบัติธรรม เขาก็ไม่แคร์ เขาก็ไม่มีอะไรจะปฏิเสธ ทำไม ท่านทำตัวเป็นคนดี สอนคนเป็นคนดี ใครจะไปปฏิเสธท่าน แต่ไม่ใช่เป็นพระ ต้องแยกตรงนี้นะ ผู้ชาย : เอาละครับ (แต่มีนักข่าวถามแทรกอีก ฟังไม่ชัด) คุณชัยภักดิ์ : ครับ ท่าน ก็มีคำสอนของท่าน ความเชื่อท่าน ก็คงจะเอามาจากพุทธศาสนา จากศาสดานั้น ก็อยู่ที่คนนะครับ คนที่นี่ ดูหน้าตาคนที่นี่สิครับ แววตาเป็นมิตรทั้งนั้นใช่ไหมครับ เขาเข้าใจ เขาเป็นคนดี ตามแนวทางของเขา ก็ให้เขาเป็น นักข่าว : ไม่ห้ามท่านเผยแพร่คำสอน แต่ว่าห้ามเผยแพร่หนังสืออย่างเดียว คุณชัยภักดิ์ : ไม่ฮะ หนังสือเก่าที่เราว่า มีคำว่า พระพุทธ พระอะไร พระพุทธ พระเพิดอะไรนี่ ท่านจะไม่ใช้ พ่อท่านจะไม่ใช้เป็นพุทธศาสนา ไม่งั้นเดี๋ยวคนเขาว่า อ้าว ยังไม่จัดการอีก อะไรอีก ท่านก็ยอมทุกอย่างแล้วครับ ผมว่าก็ดี แล้วก็ และทรวงศึกษาธิการก็จะดูแล ให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบแบบแผน ผมคิดว่า ญาติธรรมทุกคน ก็คงจะสบายใจแล้ว ไม่มีอะไรจะต้องมาผวา หรือว่าจะมากลัวว่า จะมีการดำเนินการอะไรรุนแรงนะครับ นักข่าว : เมื่อกี้นี้ ท่านบอกว่า ถึงเวลาจริงๆ ท่านอาจจะไม่เปลี่ยนก็ได้ คุณชัยภักดิ์ : ไม่มี ก็พูดกันทั้งหมด (มีผู้ชายพูดแทรกขึ้น "ก็พูดกันสนุกๆ" พูดตลก พูดต่อหน้าสื่อมวลชนอย่างนี้ ท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่จะตาย ก็ เซ็นไปหมดแล้ว วันอาทิตย์ฮะ ท่านจะทำวันอาทิตย์ นักข่าว : กี่โมงฮะ ทราบหรือเปล่า คุณชัยภักดิ์ : อันนี้ เรื่องภายในของท่านครับ ผมจะมาดูสักนิดหนึ่ง ยังไม่ทานข้าวกลางวันเลย นักข่าว : ท่านจะมาประมาณกี่โมงครับ (เสียงหัวเราะของทุกคน) คุณชัยภักดิ์ : แต่เช้า ผมนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว อยากจะให้ลงเอย โดยดีนะฮะ ถ้าอย่างนี้เป็นภาพที่ผมว่า น่าภูมิใจที่สุด ไม่ใช่ชัยชนะของใครหรอกครับ เพราะผมเอง ผมไม่มีผลประโยชน์ต่อการที่ท่าน จะอยู่ หรือท่านจะไป ผมเป็นผู้แทนอุตรดิตถ์ พลเอกมานะ เป็นผู้แทนนครพนม กระทรวงศึกษาธิการ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นี่เป็นเรื่องที่จะต้องมา แหม ถ้าไม่สึก ไม่เปลี่ยนนี่ เราจะแย่ ไม่ใช่เขา มีกฎหมายบ้านเมืองว่ากันไป แต่ทุกอย่างเจรจากันด้วยความเรียบร้อย ก็คิดว่า น่าจะภูมิใจแล้ว นักข่าว : แล้วท่านจะเกี่ยวข้องกับทางด้านการเมืองนี้ได้หรือไม่ คุณชัยภักดิ์ : ก็เรื่องของท่าน ท่านไม่ได้เป็นพระ ท่านจะทำอะไรก็ได้ ท่านจะสนับสนุนใครท่านก็ทำได้ ไม่มีใครเขาว่านี่ ใช่ไหมฮะ อะไรนะครับ ขอบพระคุณนะครับ

จากนั้นก็เป็นเสียงสับสน ฟังไม่ได้เรื่องราว จนถึงตอนหนึ่งเริ่มชัดขึ้น คุณชัยภักดิ์ : ต้องให้กล้องจับคำพูดตลอดเวลา ไม่มีอะไรอีกจะเอาอินเสิ์รตไหม หรือเรื่องหนังสือนั่น (ผู้ชายถาม "มีไหมครับ") มีหนังสือที่ท่านพิมพ์ไว้แล้วนี่ เคยพิมพ์เกี่ยวกับพระพุทธนี่ อะไรท่านก็จะเลิกแล้ว คือ คอนเซ็ปที่ว่าท่านไม่ได้เป็นพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาอีกแล้ว หลังจากวันอาทิตย์นี้ (ครับ) นะ ยินดีที่จะเปลี่ยนการแต่งกายทั้งหมด แล้วก็ไปนับถือสิ่งที่นับถือคือ มีเสื้อ แล้วก็เป็นกระโปรง ใส่ผ้าครอง ไม่ใช้สบง ไม่ใช้จีวร ไม่ใช้อะไรทั้งสิ้น แล้วจะไม่เรียกตัวเองว่าเป็นพระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนา ต้องเน้นนะฮะ หรือจะเอาคอนเซ็ป รอเดี๋ยวได้ไหม ตรงนี้ (เสียงสับสน ฟังไม่ชัด) คุณชัยภักดิ์ : ออกให้ตรงก็แล้วกัน เพราะช่อง 7 สำคัญ เพราะว่าที่นี่ ประชุมเหมือนกับที่ กรป.กลาง นักข่าว : ครับ ครับ ตรงครับ จะปล่อยเสียงให้มากที่สุดครับ (เสียงสับสนฟังไม่ชัด) เท็ปตัดมาที่การสัมภาษณ์คุณชัยภักดิ์อีกครั้ง คุณชัยภักดิ์ : ไม่ องค์อื่นไม่มีปัญหาหรอกครับ เดี๋ยวเราก็ต้องชี้แจงทั้งหมดแล้วก็ให้เวลาท่านวันหนึ่ง จะให้ท่านไปใส่อะไรล่ะวันนี้ ทำวันนี้ไม่รู้จะใส่ยังไง มีพระที่ไม่เห็นด้วยกับพี่ 3-4 รูป นะฮะ ...ไม่ทราบครับ แล้วก็ต้องพูดกันด้วยเหตุและผลนะฮะ ท่านก็เข้าใจ นักข่าว : ตกลง พระทั้งหมด จะติดตามท่านไปใช่ไหมครับ คุณชัยภักดิ์ : ถ้าติดตามท่านไป ก็ปฏิบัติตามแนวความเชื่อถือ เป็นเหมือนผู้ปฏิบัติธรรม ทางฝั่งเราต้องมองว่าเป็นผู้ปฏิบัติธรรมน่ะ ใช่ไหมฮะ เพราะว่า เป็นคนธรรม เป็นคนดี ไม่ได้เสียหายอะไร ไม่ได้ไปสอนให้คนไปเป็นอะไรล่ะ ปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล หรือต่อประเทศชาติ หรือต่อรัฐธรรมนูญ จากความเชื่อถือของท่าน ท่านก็เอาสิ่งที่ดีมาสอนกัน ก็ไม่เป็นไรนี่ ไม่ได้มีอะไรผิดแปลก ตราบใดที่ไม่ได้เป็นพระสงฆ์ในพุทธศาสนา ไม่ได้แต่งจีวร ครองจีวร ให้ดูเสมือนหนึ่งสงฆ์ ญาติธรรมที่นี่เขานับถือท่านอยู่แล้ว เขาเชื่อถือท่าน เขาทำบุญกัน มีอะไรก็ถวายท่านฉัน ก็....ท่านอาจจะเรียกศัพท์ใหม่ก็ได้ แต่เราถือว่าท่านเป็นผู้ปฏิบัติธรรม เหมือนกับญาติธรรม ในความคิดของพระนะฮะ ท่านคิดอย่างนั้น แต่ในความคิดของท่าน ท่านอาจจะให้ชื่อท่านว่าเป็นสมณพราหมณ์ชาวอโศก จะตั้งอะไรก็ได้ แต่ไม่ได้เป็น พระภิกษุ สามเณร นักบวช นักพรต เหล่านี้ไม่ใช่ ผมคิดว่า ทางออกนี้ก็ดีทั้ง 2 ฝ่ายแล้วท่านก็ไม่ได้ไประรานใครแล้ว ก็อยู่ของท่านอย่างนี้ ทุกคนนะ ครับ ควรจะยุติได้แล้ว ถ้าเผื่อออกมาตามนี้นะครับ ในวันอาทิตย์ ผมคิดว่าควรจะพอใจแล้ว เราชาวพุทธควรอยู่กันด้วยสันติ ทำไมต้อง แหม ฟันกันท่าเดียวฮะใจเขาใจเรา เห็นใจคนที่เขาปฏิบัติธรรมมั่ง ผมไม่ได้เป็นพวกสันติอโศกนะฮะ ผมเรียนได้ ไม่งั้นผมคงไม่มาเจรจา อย่างงั้นหรอก เพราะดีผมก็เสมอตัว ไม่ดีผมก็ถูกเหยียบอยู่แล้ว นักข่าว : พระ 3-4 รูป ที่ไม่เห็นด้วยนี่ไม่เห็นด้วยมีเหตุผลอะไรหรือคะ คุณชัยภักดิ์ : ก็ไม่เห็นด้วยที่ว่า เหมือนกับแพ้ ใครจะเชื่อถือยังงี้นะ แต่ว่า ท่านก็ใช้เหตุและผลพูดกันว่าไม่ได้แพ้ ยังไงเสีย เขาก็ต้องบังคับให้ท่านทำอย่างนั้นน่ะ ท่านอยากจะเห็นภาพอย่างนั้นเหรอ แล้วญาติธรรมล่ะ เขาจะคิดอย่างไง จิตใจของนี่ คุณอา คุณป้า ที่มาเฝ้าปฏิบัติธรรมจะคิดยังไง ท่านก็คิดตามว่า เออ จริงๆ ญาติธรรมหญิง : ถ้าจะพูดถึงกันว่า ตามความเป็นจริง ศาสนาไม่ได้เป็นของใคร ใครผูกขาดจากใคร นี่ ป้าร้องไห้จริงๆด้วย เมื่อกี้นี้ เสียใจมากจริงๆ คุณชัยภักดิ์ : อือ ป้าต้องเห็นครับ เพราะว่า มันคงมีเหตุ และผลฮะคุณป้า ญาติธรรมหญิง : เข้าใจเหมือนกัน แล้วคุณบอกว่า อันนี้ไม่มีใครบังคับนะคะ โอ้โฮ คุณพูดอย่างนี้ ก็อันที่จริง ก็ทำลายจิตใจของพวกเรามาก คุณชัยภักดิ์ : อ๋อ ทราบครับว่าเป็นการทำลายจิตใจ แม้กระทั่งท่าน ก็เป็นการทำลายจิตใจท่าน มันทำลายจิตใจท่านด้วย แต่ว่าท่านยินยอม ที่จะทำให้เพื่อส่วนรวมนะครับ ผมคิดว่าผมเข้าใจความรู้สึกของคุณป้าครับคุณป้า แต่ว่ามัน มันมีเหตุผลหลายๆ อย่างที่เราพูดไม่ได้แล้ว ท่านเข้าใจ และพระส่วนใหญ่ ท่านเข้าใจหมดแล้ว ถึงได้ ได้ยอมนะครับ คุณป้ารักษาศีลที่คุณป้ารักษาไว้เถอะครับ ความดีที่ป้าทำไว้ก็จะดีต่อตัวคุณป้าเอง แล้วก็ญาติธรรมทั้งหมด อหิงสาเราเป็นอย่างไร เราก็เป็นอย่างนั้นครับ เมื่อตะกี้ท่านรับครับ ผมว่าดีครับ พี่ครับ ดีกว่าที่จะไปชนกันครับ ญาติธรรม : คุณ ถ้าคุณทำอะไรที่แบบ เอ้อ คือ หมายความว่า ถ้าเอียงมาทางนี้น่ะนะ แย่เหมือนกัน คุณชัยภักดิ์ : ครับ นะครับ OK นะครับ ผมว่าพอแล้วนะครับ นักข่าว : ที่ไม่มีกฎหมายรองรับนี่ ไม่มีกฎอะไรรองรับเลย คุณชัยภักดิ์ : ก็ผู้ปฏิบัติธรรม ต้องมีกฎอะไรล่ะคะ ท่านขา นักข่าว : ถ้าเผื่อต่อไป เอาแบบ หาว่าท่านเถื่อนอะไรอย่างนี้น่ะค่ะ คุณชัยภักดิ์ : เถื่อนอะไร ท่านไม่ได้เป็นพระนี่ ท่านจะเถื่อนอะไรอีกล่ะใครจะไปว่าท่านล่ะ คนที่ว่าท่านนี่ คนจะต้องประณามแล้ว ก็ทำไม ท่านก็เป็นคนปฏิบัติธรรมะ เป็นคนดีคนหนึ่งในสังคม มีบัตรประชาชนอย่างถูกต้อง เป็นคนไทยไม่มีสิทธิจะอยู่เหรอ ใครไปว่าท่านอีกล่ะ ท่านไม่ได้เป็นพระเถื่อนนี่ ท่านไม่ได้เป็นพระแล้ว แล้วจะเอายังไงกับท่านอีกล่ะ ผมอยากจะดูซิหน้าไหนจะว่า ผมยังอยู่ที่นี่ ถ้าเราจะมาระรานอะไรที่นี่ผมก็จะมา ทำไมท่านผิดตรงไหนอีกล่ะ ก็ท่านเปลี่ยนรูปแบบจากการเป็นพระในพระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาจะเอายังไงกับท่านอีก ท่านเป็นอะไรเถื่อน ไหนบอกสิ นักปฏิบัติธรรมเถื่อนเหรอ หรือสอนให้คนล้มล้างรัฐธรรมนูญสิ เออ. อย่างนี้อีกเรื่องอย่าไปรังแกคนนักเลย ตอนนี้หยุดแล้ว ท่านทำตามที่ว่านี้ รัฐบาลก็น่าจะพอใจแล้วนะครับ แล้วพวกเราก็ยิ่งไปจี้ๆ บอกว่า ท่านแม้อย่างนั้น มันไม่จบหรอกครับ บอกว่าอย่างนั้นกูไม่เอาแล้ว คุณอยากเห็นภาพอย่างนั้นเหรอ มากระชากมาอะไร มันไม่เป็นผลดีหรอก ท่านนี่ เสียสละนะ ท่านเสียสัจธรรมของท่านด้วย ท่านก็เห็นแก่ความสงบสุขของบ้านเมือง ไม่ได้เห็นแก่ผมหรอก ท่านไม่ชอบหน้าผม OK นะ ขอบพระคุณนะพี่นะ ผมไปล่ะพี่ ผมว่ายุติยุติ ผู้ชาย : เออ หวัดดี เท็ปตัดมาอีกครั้งหนึ่ง คุณชัยภักดิ์ : ไม่ ไม่ ไม่ได้ห้าม คำสอนของพระพุทธเจ้า ใครจะไปห้าม ท่านจะใช้คำสอนของศาสดาหลายศาสดา นี่ก็เป็นสิทธิของท่านล่ะครับ ตราบใดที่ไม่ได้ขัดกับรัฐธรรมนูญนะฮะ ไม่ได้ไปทำร้ายรัฐบาล ทำร้ายสถาบัน ผู้ชาย : ท่านพูดสอน เราจะทำอย่างไรก็ได้ คุณชัยภักดิ์ : OK นะครับ

จบชัยภักดิ์ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ 10 มิ.ย.2532 ถอดโดย พรธิภา ประยูรสิงห์ ตรวจทาน 1 โดยสุพรรณี เนตรสว่าง

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน