320831 นักวิจัยชาวญี่ปุ่น(ฟูกูชีมา)สัมภาษณ์พ่อท่าน กรณีสันติอโศก.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2532
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์349 KB
วันที่แก้ไข26 มิถุนายน 2567

เนื้อหาในไฟล์

320831 นักวิจัยชาวญี่ปุ่น(ฟูกูชีมา)สัมภาษณ์พ่อท่าน กรณีสันติอโศก

ฟูกูชีมา : Actually, according to Santi Asoke, they are in the city. So what is the outer, you know, outer picture of Arahan, for example. อภิลักษณ์ : เขาบอกว่า สำหรับความเข้าใจดั้งเดิมนั้น คือพระที่อยู่ในป่าแล้ว เราก็ไม่เห็นท่าน แต่ท่านก็อยู่ของท่าน แต่สำหรับที่นี่ซึ่งยังอยู่ในนี้ คือลักษณะข้างนอก ลักษณะข้างนอกของคนที่เป็นอรหันต์ คืออะไรฮะ? ท่านโพธิรักษ์ : ลักษณะข้างนอกของผู้ที่เป็นอรหันต์ ก็คือคนที่ไม่ได้เป็นทาสของโลกๆ อย่างโลกๆน่ะซิ ก็ทาสที่คนโลกๆ เขาเป็นทาสอยู่ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ที่เรียกว่า โลกธรรมดาของมนุษย์ทั่วไป อภิลักษณ์ : The outer appearance of an Arahan is one who is not the slave of the secular emotion or secular passion, like wealth, prestige, and other worldly pleasures which are of common people. ท่านโพธิรักษ์ : เป็นทาสของลาภ เป็นทาสของอำนาจ ยศ ศักดิ์ ความสรรเสริญ เยินยอ แล้วก็โลกียสุขที่เสพอยู่ โลกียสุข เนี่ย ป็นความหมายสำคัญ อภิลักษณ์ : Slave of โลกียสุข money, prestige or dignity or admiration. โลกียสุขกับกิเลสนี่ต่างกัน ท่านโพธิรักษ์ : โลกียสุข นี่เป็นอารมณ์ของความเสพ อารมณ์ของความสุขที่เขาหลง ที่จริงไม่มีความจริง ศาสนาพุทธตรัสรู้ความทุกข์ ไม่ได้ตรัสรู้ความสุข ความสุขคือ สิ่งหลอกลวง อภิลักษณ์ : โลกียสุข is kind of feeling of ความรู้สึก ของอะไรนะฮะท่าน ท่านโพธิรักษ์ : ความรู้สึกของคนที่คิดเอาเอง อภิลักษณ์ : โลกียสุข is the emotion of indulgence. The emotion of such pleasure is just an illusion. It is not real. Buddhism teaches the enlightenment of the sufferings,

อ่านต่อ

and not the enlightenment of the pleasures. Pleasures are only illusions. ท่านโพธิรักษ์ : ศาสนาพุทธ ตรัสรู้ความทุกข์ ไม่ได้.. ความสุขเป็นสิ่งที่หลอกลวง อภิลักษณ์ : Buddhism teaches the enlightenment of the sufferings. The happiness is only an illusion. ฟูกูชีมา : So can you....can you give me some kind, any kind of example. This Arahan in this modern world, like Gandhi or something. อภิลักษณ์ : ไม่ทราบท่านลองยกตัวอย่างของอรหันต์ในโลกนี้ ที่เห็นได้ เช่น มหาตมะคานธี หรือว่าคุณจำลอง หรืออะไรอย่างนี้ฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ยังไม่มี ขนาดผู้ที่จะกล่าวอ้างในปัจจุบันนี้ ไม่มี อภิลักษณ์ : He cannot mention anyone at present. ท่านโพธิรักษ์ : มีความ มีในระดับเป็นพระอริยะบ้าง ที่..แต่ยังไม่ถึงขั้นพระอรหันต์ทีเดียว อภิลักษณ์ : But he can mention the Ariya but for Arahan he cannot. ท่านโพธิรักษ์ : นี่ หมายถึงขั้นสูงสุด นี่ หมายถึงขั้นสูงสุด ตัวอย่างปัจจุบันนี้ไม่มี ถ้าจะยกตัวอย่าง ก็ในประวัติศาสตร์ หรือในขั้นของ พระพุทธเจ้า เรายกมาได้ แต่ปัจจุบันนี่ ไม่รู้จะยกอย่างไร อภิลักษณ์ : If you want an example of an Arahan of today there is anyone but from in the history, there are examples. ฟูกูชีมา : O.K. For example, in case of the history, I think it's very hard to… ท่านโพธิรักษ์ : แต่ คานธี ก็เป็นอริยะ อภิลักษณ์ : Gandhi is an Ariya. อริยะ แต่ไม่ได้หมายถึง อรหันต์ ใช่ไหมฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ ยังไม่ถึงขั้นสูงสุด อภิลักษณ์ : Ariya is the one level of… ฟูกูชีมา : Arahan คุณสิริมา : อรหันต์เป็นอริยะ แต่อริยะบางรูป ไม่ใช่อรหันต์ อภิลักษณ์ : Arahan… ฟูกูชีมา : Yeah! I understand. So sometimes I get the feeling, according to some explanations about Arahan, they have a kind of supernatural power. Even Lord Buddha showed kind of a supernatural deed. But Arahan in this case, do they have any supernatural power? อภิลักษณ์ : อา คือตามความเข้าใจเนี่ย อรหันต์เนี่ย ก็จะมีอำนาจ พิเศษอันใดอันหนึ่งขึ้นมา แม้แต่ท่านพระพุทธเจ้าเองเนี่ยนะคะ ไม่ทราบว่าในความหมายของท่านเนี่ย อรหันต์เนี่ย มีอำนาจพิเศษนอกเหนือจาก.. ท่านโพธิรักษ์ : โอ๋! มี แน่นอน อภิลักษณ์ : Yes. ท่านโพธิรักษ์ : มีอำนาจเหนือโลก โลกุตตระ มีอำนาจเหนือสิ่งที่คน ธรรมดาเขาอยู่เหนือไม่ได้ อภิลักษณ์ : Arahan is above the things that common people are enslaved to. ฟูกูชีมา : Understanding of Buddhism is quite rational in a sense. They never believe in ผี, they never believe in Buddha statue. And why do they believe in the supernatural power of Arahan? อภิลักษณ์ : เขาบอกว่า ในแง่นี้เนี่ย สันติอโศกค่อนข้างจะเป็น มีเหตุมีผล เช่น ไม่เชื่อในเรื่องผีสางเทวดา เทพเจ้า แต่ว่าทำไม พอถึงกรณีของพระอรหันต์ ทำไม ถึงเชื่อว่า พระอรหันต์เนี่ย มีอำนาจพิเศษอะไรอย่างนี้น่ะฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ก็มันเป็นความจริง อภิลักษณ์ : หรือว่านอกเหนือ นอกเหนือธรรมชาติ อำนาจพิเศษในที่นี่หมายถึง อำนาจที่อยู่เหนือธรรมชาติ ท่านโพธิรักษ์ : ธรรมชาติ ก็คือคนธรรมดา นี่ เขาเป็นทาสโดยธรรมชาติ เขาเป็นทาสความอร่อย เขาเป็นทาสความสุขที่โลกียสุข ที่เขาได้เงินมา เขาดีใจ ที่ไปได้เงินมา ก็ไปดีใจ ได้อำนาจก็ไม่ต้องการอำนาจ ได้ยศได้ศักดิ์ ก็ไม่ ไม่ได้เห็นเป็นสิ่งที่สำคัญอะไร อย่างนี้ ในสิ่งที่ ที่นี่พิสูจน์แล้วเป็นความจริง เขาก็อยู่เหนือสิ่งนี้ซิ เพราะได้ความจริงเหล่านี้แล้ว อภิลักษณ์ : It is the nature of mankind to be the slave of the wealth, prestige, and admiration. They are enslaved to these worldly desires. If they have wealth, they are happy. If not, then they are unhappy. Whereas, it is beyond nature to be able to live above power, prestige... or does not find it essential. We have proven that this is true and we live above secularity because we find the truth in it. ฟูกูชีมา : Yeah! I understand but it does not necessarily mean he has a supernatural power like flying or you know. อภิลักษณ์ : โอ้ เขาเข้าใจ เขาเข้าใจ โอ้คำว่านอกเหนือธรรมชาติ เป็นเรื่องของการที่จะ...อะไรอย่างนั้นคะท่านคือ… ท่านโพธิรักษ์ : สิ่งอย่างนั้น ทางศาสนาพุทธ ไม่ใช่เป้าหมาย อันนั้นเป็นเรื่องอลังการ เป็นเรื่องพิเศษที่ อภิลักษณ์ : หนูว่าตอนนี้ เขาเข้าใจ เขาเข้าใจ คนละอย่างกับท่าน ตอนที่ท่านพูดถึง สิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติเนี่ย เขานึกไปถึง การบิน หรือการอะไรอย่างนั้น นะฮะ แต่สิ่งที่ท่านเข้าใจ ไม่ใช่อย่างนั้น ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ อภิลักษณ์ : เพราะฉะนั้น หนูว่าท่านตอบใหม่ดีกว่า ใช่ไหมฮะ เพราะเข้าใจๆกันคนละ ท่านโพธิรักษ์ : อ้อ มีอย่างนั้นได้บ้าง บางคนที่เขามี แต่เขาไม่ใช้ เพราะไม่ใช่ ไม่ใช่สิ่งพระพุทธเจ้าท่านสอนมนุษย์ อภิลักษณ์ : งั้น จะให้หนูตอบว่ายังไงดี ท่านโพธิรักษ์ : ก็บอกว่า สิ่งที่บอกว่าพิเศษอย่างงั้นเนี่ย ของพุทธศาสนาไม่ได้คือเป็นสิ่งสำคัญ อภิลักษณ์ : Ah! The special power that you think and read is not important in Buddhism. ฟูกูชีมา : Yeah..But for example, sometime you make a Buddha's statue to stop a water like the temple near the port because you know Buddha tried to stop the flood. So it means that Buddha has a kind of a special power to stop the flood. อภิลักษณ์ : โอ๋ เช่นที่เขาเห็นว่ามีรูปพระพุทธ พระเนี่ย พระเป็น รูปปั้น หยุดน้ำท่วม หรือหยุดอะไรอย่างหนึ่งอะฮะ งั้นเขาก็เลย ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอน ไม่ใช่สิ่งที่พระพุทธเจ้า ท่านส่งเสริม ทำไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่อง อภิลักษณ์ : But this is not promoted or taught by the Lord Buddha. Even if an Arahan does not have the supernatural power, it doesn't matter. ฟูกูชีมา : So it means maybe Buddha could do that but he never taught it, right? อภิลักษณ์ : เป็นไปได้ไหมฮะ ที่พระพุทธเจ้าเนี่ย สามารถทำอย่างนั้นได้ แต่ว่าท่าน ไม่ได้สอนที่จะให้ทำอย่างนั้น ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ อภิลักษณ์ : Yes ฟูกูชีมา : Then how about Arahan ? Can he stop the flood? อภิลักษณ์ : แล้วสำหรับอรหันต์ใน… ฟูกูชีมา : And Mr. Chamlong has no problem because he can stop the flood. อภิลักษณ์ : แล้วสำหรับอรหันต์เอง สามารถที่จะมีปาฏิหาริย์ แบบนั้นได้ไหมฮะ เช่น… ท่านโพธิรักษ์ : ได้เป็นบางคน อภิลักษณ์ : Some can. ท่านหมายถึงบางอรหันต์บางองค์ ไม่ใช่อรหันต์ทุกองค์ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ใช่ทุกคน อภิลักษณ์ : Not every Arahan but.. ท่านโพธิรักษ์ : เป็นบางคน ถึงแม้ทำได้ พระพุทธเจ้าท่านก็ห้ามไม่ให้ทำ ถ้าทำปรับโทษ อภิลักษณ์ : Even if you can do it but it is prohibited by the Lord Buddha. Also punished for it. ฟูกูชีมา : But doesn't he think it.. ท่านโพธิรักษ์ : มีวินัย 5 อภิลักษณ์ : It's under Phra Vinai rule. ฟูกูชีมา : Oh! Yeah! But for me it's un-scientific. อภิลักษณ์ : You mean.. ฟูกูชีมา : This kind of, you know, Arahan. Why he can do this? It is beyond the physical law. อภิลักษณ์ : อ๋อ เขาบอกว่า ม้นเป็นสิ่งที่ไม่ สำหรับ... ของเขาไม่เป็นวิทยาศาสตร์ อะไรอย่างนี้ฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วก็ไม่ใช่พุทธศาสนา ไม่ใช่วิชาของพุทธศาสนา อภิลักษณ์ : It's not the lesson of Buddhism. It's also unscientific. ท่านโพธิรักษ์ : แม้แต่ใครทำได้ก็ห้าม พระพุทธเจ้าห้าม เป็นกฎไว้ด้วย อภิลักษณ์ : Even if you can do, it's prohibited. ฟูกูชีมา : Even you can do that it's prohibited. So, anyway you can do that. If.... อภิลักษณ์ : Even if you are able to do it, you are not supposed to do so. ฟูกูชีมา : Oh! Really. Yeah because my understanding of Santi Asoke is..this is a kind of, you know, Protestant, A kind of protestant Buddhism in Thailand. And the feature of Protestantism is rationality. So Santi Asoke can be called, can Santi Asoke be called the rational movement of Buddhism. อภิลักษณ์ : ฮะ คือ เขามองสันติอโศก คล้ายเป็นองค์ เป็นเรื่องของ การปฎิรูปทางศาสนาเนี่ยฮะ เพราะว่าลักษณะหนึ่งของการปฎิรูปทางศาสนา ศาสนาดั้งเดิมก็คือ การให้เหตุให้ผลอะไรอย่างเงี่ยที่มันเป็นทางด้านตรรกะอย่างนี้นะฮะ ไม่ทราบว่าเราจะสามารถเรียกสันติอโศก ได้ไหมคะว่าเป็น… What you call Santi Asoke again? ฟูกูชีมา : The rational Buddhism อภิลักษณ์ : เป็นศาสนาพุทธ ที่ทางด้านเหตุทางด้านผล เน้นทางด้านเหตุทางด้านผล ได้ไหมฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ความจริงมีเหตุมีผล อภิลักษณ์ : ท่านหมายถึง ทั่วๆไป ท่านไม่ได้หมายถึงสันติอโศกใช่ไหมฮะ ท่านหมายถึงความจริงทั่วไป ท่านโพธิรักษ์ : ความจริงทั่วไป มีเหตุผล สำหรับคนมีปัญญา อภิลักษณ์ : For a wise man, the truth is rational. ฟูกูชีมา : Yeah ! This is why I'm asking and asking about this kind of supernatural powers and like that. So can I say that Santi Asoke denies every kind of irrationality? อภิลักษณ์ : จะผิดไหมคะ จะบอกว่า สันติอโศกนี่ ปฏิเสธสิ่งซึ่ง ทุกอย่างเลยที่มันไม่มีเหตุผล ท่านโพธิรักษ์ : ปฏิเสธสิ่งซึ่ง... ความจริงที่ไม่มีเหตุมีผล เราปฏิเสธ ถ้ายืนยันว่านี่เป็นความจริง แล้วไม่มีเหตุผลเราปฏิเสธ อภิลักษณ์ : Yeah. He denies even those things that others may insist to be true but are not reasonable. ท่านโพธิรักษ์ : ศาสนาพุทธสอนทุกอย่างมาแต่เหตุ อภิลักษณ์ : Because Buddhism teaches that everything has its cause and effect relation. ท่านโพธิรักษ์ : เคยได้ยินไหม อภิลักษณ์ : Have you heard about it? ฟูกูชีมา : Yeah, of course! ท่านโพธิรักษ์ : เป็น philosophy ของศาสนาพุทธที่สำคัญ อภิลักษณ์ : It's an important philosophy of Buddhism that everything arises from a cause. ฟูกูชีมา : Yeah, you know if it is really rational some modern Japanese, for example, denies any kind of reincarnation, heaven, or hell because it's un-scientific in a sense but it seems to me Santi Asoke people still stick to this kind of reincarnation or something. So is it compatible with this rationality? อภิลักษณ์ : เขาบอกว่า แต่ว่าถ้าการมีเหตุมีผลเนี่ย พระบางองค์ในญี่ปุ่นปฏิเสธของการที่กลับชาติมาเกิด หรืออะไรพวกนี้นะฮะ ไม่ทราบว่าสันติอโศกนี่ คิดว่าการกลับชาติมาเกิด สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่มีเหตุมีผลหรือเปล่า ท่านโพธิรักษ์ : ถ้าเราไม่มีความจริงที่เราหยั่งถึงพอ แล้วมันสมประกอบไปด้วยเหตุผลที่มีความสอดคล้องกัน เราก็ไม่เชื่อ อภิลักษณ์ : อันนี้ๆๆ คือการกลับชาติมาเกิด ที่ท่านอธิบายนี่ คืออะไรฮะ เรื่องของการกลับชาติมาเกิดเหรอฮะ ท่านโพธิรักษ์ : การกลับชาติมาเกิดน่ะซิ ถ้ามันไม่มีความรู้ที่เรามีความรู้ที่เชื่อถือพอ แล้วมีความละเอียดของนามธรรมพอที่เราจะมี หรือมีความจริงที่เรารู้ว่ามันกลับชาติมาเกิดจริง เราก็ยังไม่เชื่อ อภิลักษณ์ : หมายถึงถ้าไม่มีความรู้พอในเรื่อง… ท่านโพธิรักษ์ : แล้วก็ไม่มีความจริงพอ เราก็ไม่เชื่อ อภิลักษณ์ : หมายความว่า อันนี้ คือการกลับชาติมาเกิด ใช่ไหมฮะ If there isn't enough truth, then he won't believe in it either. คนฟัง : ผมว่า เอาเป็นเรื่องๆไป ผมว่าต้องมี… อภิลักษณ์ : ถ้าไม่มีความจริงกับความรู้พอใช่ไหมฮะ ท่านโพธิรักษ์ : มันมีความจริง ไม่มีความรู้พอ ไม่มีเหตุผลเพียงพอ เราไม่เชื่อ อภิลักษณ์ : If he doesn't have sufficient perception in the truth which corresponds with rationalness, he won't believe in reincarnation. ฟูกูชีมา : So according to him reincarnation is a kind of an absolute truth and it cannot be doubted even by scientific method. อภิลักษณ์ : โอ๋ สำหรับท่าน การกลับชาติมาเกิด เป็นเรื่องที่ไม่สามารถไปสงสัยได้ มันเป็นความจริง ใช่ไหมฮะ ท่านโพธิรักษ์ : เป็นความจริง ไม่ใช่เรื่องสงสัยอยู่ สงสัยอยู่ เราจะไป เชื่อได้อย่างไร อภิลักษณ์ : It's the truth, not something that he still he is still doubting upon. If it is yet something suspicious, he won't be in it. ฟูกูชีมา : Yeah, that's right. But, for example, I get the feeling that Buddhadasa, for example, almost denies reincarnation . He concentrates on this life. Then it seems to me that Santi Asoke is quite the same in the sense with Buddhadasa. I find a kind of a very deep difference because they stick to the reincarnation. อภิลักษณ์ : โอ๋ เขาบอกว่า ส่วนใหญ่แล้วท่านพุทธทาสนี่ จะปฏิเสธ เรื่องการกลับชาติมาเกิด ใช่ไหมฮะ แล้วว่าสันติอโศกเอาเนี่ย มีความเห็นเรื่องนี้ ที่แตกต่างกับท่าน ท่านโพธิรักษ์ : แตกต่าง อภิลักษณ์ : Yeah. ท่านโพธิรักษ์ : อาตมาเชื่อเรื่องการกลับมาเกิด อภิลักษณ์ : He believes in reincarnation. ท่านโพธิรักษ์ : เพราะอาตมาไม่สงสัย เพราะอาตมามีความจริงในเรื่อง เหล่านี้ อภิลักษณ์ : He doesn't have any doubts about reincarnation because he has the truth about it.

ฟูกูชีมา : OK. So well...we understand that there is a deep difference of understanding between Maha Tera Samakom and Santi Asoke. The reason is that they say that Santi Asoke is deviant. They say right? But I get the feeling that SantiAsoke started a kind of a very new understanding of Buddhism. You know why does Santi Asoke still stick to Teravada tradition? And why they never started a kind of a new "ism" like Bodhirakism or Santi Asokism? อภิลักษณ์ : อ๋อ เขาบอกว่า คือตามคำกล่าวหาของมหาเถรสมาคม บอกว่า ทางสันติอโศกนี่ ก็มีการเบี่ยงเบน ใช่ไหมฮะ แต่ว่ามี..ท่านเอาตัวท่านเอง ก็มีความเข้าใจในเกี่ยวกับเรื่องพระพุทธศาสนา ซึ่งแตกต่างจากของเขา อะไรอย่างนี้ ทำไมท่านถึงไม่ตั้งหรือแยกตัวเองขึ้นมาเป็นลัทธิใหม่ ๆ เช่น ลัทธิท่านโพธิรักษ์ หรือว่าลัทธิ สันติอโศก อะไรอย่างนี้ ท่านโพธิรักษ์ : เราไม่เห็นว่าเขาเป็นอื่นจากเราไปทั้งหมด ถึงอย่างนั้นนะ เราก็เห็นว่า เขามีศาสนาพุทธอยู่บ้าง เราไม่ต้องการแตกแยก ไม่ต้องการแตกแยก เราไม่ได้ไปมองความ เราไม่ได้ไปดูถูกดูแคลนเขาอะไรถึงขนาดนั้น ก็คิดอย่างนั้น คล้ายกับว่า เราตีเขาทิ้งไป ดูถูกดูแคลนเขา แต่ว่าเราไม่ได้คิดอย่างนั้น เราถึงไม่ทำอย่างนั้น อภิลักษณ์ : Because Santi Asoke does not think that MahaTeraSamakom is totally different. They also have parts of Buddhism. We don't want to create a distinct separation between MahaTeraSamakom and Santi Asoke or insult them by doing so. ฟูกูชีมา : Yeah. But under Buddhism there are some many understandings right now, right? From Mahayana, Theravada, Tibetan Buddhism. If Santi Asoke tries to start a new kind of Buddhism, I think it's quite OK. Why still stick to, you know, the Theravada tradition? อภิลักษณ์ : เขาบอกว่า ภายใต้พระพุทธศาสนาเองเนี่ย ก็แบ่งออกเป็นเยอะ เช่นหลายนิกาย มหายาน เถรวาทแล้วก็อื่นๆอีก อะไรอย่างนี้ เขาก็สันติอโศกเองนี่ ทำไมถึงไม่ ทำไมถึงไม่แยกออกเป็นชนิดใหม่ขึ้นมาภายใต้พุทธศาสนาก็ได้ ท่านโพธิรักษ์ : เราไม่ต้องการทำเช่นนั้น เราต้องการที่จะพยายามช่วยกัน ไม่ใช่มาจะพยายามที่จะต้องแตกกัน อภิลักษณ์ : He doesn't want to แตกนี่ แตกแยกนี่ หมายถึงมีความขัดแย้งด้วยไหมฮะ ถ้าพูดถึงแตกแยก ท่านโพธิรักษ์ : ไม่พอ ขัดแย้งไม่พอ แตกนี้ หมายความว่า คุณสงกรานต์ : แตกนี่ ไม่สมาน ไม่เกี่ยวข้องกันเลย อภิลักษณ์ : ตรงข้ามกับไม่เป็นเอกภาพ ได้ไหมฮะ เอาอย่างงี้ว่า ถ้าสมมุติแปลอย่างงี้ว่า ท่านต้องการความเห็นเป็นเอกภาพ ได้ไหมฮะ ท่านโพธิรักษ์ : เราพยายามทำให้เกิดเอกภาพ เราพยายามทำให้เกิด เป็นเอกภาพ อภิลักษณ์ : Because he would like to see the unity. ฟูกูชีมา : Unity of what? Of more Buddhism? อภิลักษณ์ : หมายถึงเอกภาพของอะไรนะคะ ท่านโพธิรักษ์ : ความเป็นศาสนาพุทธที่ถูกต้อง ที่ดีขึ้น อภิลักษณ์ : Unity of Buddhism which is more authentic and progressive. ฟูกูชีมา : Oh.. ท่านโพธิรักษ์ : ที่ดีขึ้น ที่ถูกต้องขึ้น อภิลักษณ์ : With improvement and correctness. He does not want to leave them behind, instead he would like to help them progress. ท่านโพธิรักษ์ : แต่เขาต่างหากที่รู้สึก อยากจะทิ้งเรา อภิลักษณ์ : But… ท่านโพธิรักษ์ : เขาไม่อยากจะช่วยเรา อภิลักษณ์ : But it's they who don't want to help us. ฟูกูชีมา : Yeah, because if in Japan there are so many sects of Buddhism, like Zen Buddhism, Nichiran Buddhism and others. So we are quite accustomed to different understandings of Buddhism. So it seems to me in Thailand, it's like a pyramid. There is no real acception. So I don't think it is healthy. You understand? There should be many kinds of interpretation and not the unity but the diversity is important for the city life. อภิลักษณ์ : เขาบอกว่าญี่ปุ่นเองนี่ ก็มีหลายนิกาย ใช่ไหมฮะ หลายนิกาย ต่างเช่น เซ็น นิชิเรน อะไรอย่างนี้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ธรรมดา ในสายตาเขา ..คิดว่า ในเมืองไทยนี่ ทำไม.. คือ เขาคิดว่า ที่เป็นอยู่เนี่ย คือไม่มีความ คือ ไม่มีหลายๆอย่าง หรือไม่ ความหลากหลายเนี่ย ก็ใช่ว่าจะดีอะไรอย่างนี้ฮะ ท่านโพธิรักษ์ : ถูก อภิลักษณ์ : เพราะฉะนั้นความหลากหลายนี่ บางทีก็เป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน ท่านโพธิรักษ์ : ถูก อภิลักษณ์ : แล้วทำไม ยังคิดว่า จะต้องให้มันเป็นปิรามิดอย่างนี้ ซึ่งมี เพียงกับกลุ่มเดี่ยว อะไรอย่างนี้ ท่านโพธิรักษ์ : มันไม่ใช่กลุ่มเดียว มันเป็นหนึ่งเดียว แต่มันมี Plurality มันมี Variety. อภิลักษณ์ : It's not just one group. It is oneness with plurality and variety. หมายถึงภายใต้ความหนึ่งเดียว ท่านโพธิรักษ์ : ฮา อภิลักษณ์ : Under this oneness. ท่านโพธิรักษ์ : แต่ความยอมของผู้ใหญ่ เดี๋ยวนี้ ของศาสนาพุทธนี่ ในเมืองไทยนี้ เขายังรับไม่ได้ อภิลักษณ์ : But it is not acceptable for the head of the Buddhism in Thailand. ท่านโพธิรักษ์ : ยังไม่เคยมีมา...เขายังรับไม่ได้ แต่มันก็จะเป็นไป ขณะนี้มันมีสอง โดยความจริงมันมีสอง แต่โดยความจริงมันมีมาก แต่ว่าเขาก็ยังไม่ประกาศตัวอย่างจริงจัง แต่สันติอโศกประกาศตัวอย่างจริงจังขี้นมา ขณะนี้ ถ้าเราจะมองดูเมืองไทย เหมือนกับมีธรรมยุตกับมหานิกาย ซึ่งเขาก็พยายามรวมกัน อาตมาก็เห็นดี ทีนี้สันติอโศก ประกาศ ออกมาอีกอันหนึ่ง เขาก็พยายามจะไม่รับเหมือน ก็เขาไม่รับ แต่ก่อน ที่ธรรมยุตกับมหานิกาย เขาไม่รับกัน หนักเข้า เขาก็จำนน เขาจะยอมรับ สันติอโศก ในอนาคต แล้วก็จะมีอื่นอีกอยู่อีกอีก กว่าจะเป็นหลายนิกาย จนกว่าเขาจะเห็นว่า พอแล้ว ทีนี้ ไม่ต้านแล้ว จะมีอีกกี่หลากหลาย เหมือนอย่างกับญี่ปุ่นล่ะก็ อีกเมื่อนั้น อีกนาน อภิลักษณ์ : This has never happened in Thailand. It is not yet commonly accepted. At present there are two, Dhammayuti and Mahanikai. Actually there are more. But they don't declare or make themselves known. Whereas Santi Asoke declares itself. It's like Dhammayuti and Maha Nikai. At first they did not accept each other. But later on, they gave into this plurality. In the future they will accept Santi Asoke and also other groups until they no longer protest. It will take some time till then. ฟูกูชีมา : So actually he wanted to make a.. อภิลักษณ์ : In the future, he say that the main organization has to accept the variety. ท่านโพธิรักษ์ : แต่อีกนาน อภิลักษณ์ : But in the long future. ฟูกูชีมา : Oh! It seems that he would like to be a kind of Santi Nikai or something in the Sangha structure, right? อภิลักษณ์ : ไม่ทราบว่าท่าน อยากที่จะมีนิกายสันติ ภายในสังฆอะไร อย่างนี้ หรือเปล่าค่ะ ท่านโพธิรักษ์ : อา..เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่พูดยากนะ มันไม่ใช่อยากจะมีหรือไม่อยากจะมี แต่ความจริงมันเป็น อภิลักษณ์ : He say that it's very difficult to say about this point. ความจริงมัน เอาอีกรอบหนึ่ง ท่านโพธิรักษ์ : ไม่ได้อยากจะ อภิลักษณ์ : He doesn't want it to be like that. But the truth is that it is. ท่านโพธิรักษ์ : มันเกิดของมันเอง มันเป็นของมันเอง อภิลักษณ์ : It happened on its own. It is so on its own. ฟูกูชีมา : Oh! So this is maybe because he has a very strong spirit to have a reformation of the main Sangha, right. Maybe. Because if he wants to do something, you know, on his own will, it's O.K.to go separated. But if he wants to change society, then you have to stay inside, right? อภิลักษณ์ : นี่เป็นเพราะว่า การที่ท่านไม่แยกตัวออกไป เป็นเพราะท่าน เองก็ต้องการปฏิรูปมหา... สังฆด้วยใช่ไหมคะ ท่านโพธิรักษ์ : ใช่ ต้องการช่วยเขา ไม่ต้องการที่จะแตกแยกกับเขา อภิลักษณ์ : Yes, he would like to help them. ฟูกูชีมา : So in this kind of Buddhist socialism? อภิลักษณ์ : ไม่ทราบเป็นลักษณะของธรรมสังคมนิยมหรือเปล่าฮะ ท่านโพธิรักษ์ : เป็นอย่างไร ธรรมสังคมนิยม อภิลักษณ์ : What is the dhamma socialism? ฟูกูชีมา : Well..it's a kind of society oriented Buddhism rather than an individual oriented Buddhism. อภิลักษณ์ : เป็นลักษณะของพุทธที่เน้นสังคม มากกว่าเน้นปัจเจกบุคคล ท่านโพธิรักษ์ : สองอันต้องด้วยกัน อภิลัก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน