240326-3-037 ทางเอกภาค3-ตอน037(หน้า280)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันพฤหัสบดีที่ 16 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระปิดตาด้วยอบรมทำวัตรเช้าบรรยายทางอื่นภาค 3 ต่อที่ประเทศสถานปฐมภูมิและก็ขยายความอะไรก็แล้วแต่ที่จะสามารถชี้ชัดให้เข้าใจผิดหมดสงสัยกันเป็นแน่ใจแล้วก็ปฏิบัติถูกกันแล้วพูดรู้ก็มีหน้าที่ที่จะเปิดเผยมีหน้าที่ มีบอกแนะนำเท่าที่จะสามารถทิ้งกันดูได้ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องที่ชี้ให้กันดูได้ยากหรือว่าอันนี้ทัศนันท์ที่ให้กันเห็นที่ฉันรู้อยู่ยากนะทัศนะแปลว่ารู้แปลว่าเห็นแต่ว่ามันเกิดทันชนะเกิดการได้รู้เห็นสัมผัสมันจะชี้ให้รู้เห็นสัมผัสยากอาจมีลักษณะเพราะว่ามันเป็นเรื่องลึกเป็นเรื่องเกี่ยวกับจิตวิญญาณเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐกิจเป็นโรคจิตหรือว่าเป็นสภาพธรรมที่ ในธรรมเราเรียนสติปัฏฐานเราปฏิบัติเพื่อให้รู้ความประชุมเกี่ยวกับตายในกายภายนอกกายที่มันไม่หยาบละเอียดเข้าไปในประชุมกันเป็นสภาพตัวตนมันประชุมกันเป็นสภาพตัวตนเขาเรียกว่าตายเพราะเป็นสภาพตัวตนนั้นเราก็มันมีความประกอบด้วยนามอีกประกอบไปด้วยความรู้สึกดีกว่าเวทนาไม่ได้ความรู้สึกนั้นถ้าเผื่อว่ามีความรู้สึกที่รู้ความจริงตามความเป็นจริงมันก็เป็นจิตที่นี่เมื่อความรู้สึกตามความเป็น สิ่งนั้นมันเกิดโง่ไม่เกิดมีอะไรแฝงขึ้นมาในความรู้แล้วรู้สึกรับรู้แต่มันไม่รับรู้เปล่ามันไปอารมณ์เข้ามาแขวนเข้ามาปล้นเป็นชอบเป็นฉันก็ต้องการกลับไปชอบประสบการณ์เก็บไว้ยึดไว้เกาะไว้แล้วมันก็อาศัยสิ่งเหล่านี้เกาะเราก็เลยก็เลยติดมาเห็นว่าเป็นตัวตนที่แท้ที่เทียมที่เป็นของเราอารมณ์ที่เกาะก็เป็นอารมณ์เวทนาที่เรียกว่าสุขหรือโสมมะนัดอารมณ์ที่ไม่ชอบไม่ต้องการให้ใครเห็นก็เป็นอารมณ์ของ เรืองศักดิ์ใสทำลายอารมณ์ของทุกขเวทนาหรือโทมนัสเวทนาอารมณ์เหล่านี้เป็นอารมณ์ที่เกิดที่จิตมีความประชุมที่ลึกซึ้งเข้าไปหาจิตเพราะการประชุมของอ
อ่านต่อ
ารมณ์เขาเรียกว่ากายในเรียกว่ากายภายในความประชุมเรียกว่าเรารู้กายขั้นสติปัฏฐานชั้นสูงชั้นอัตโนมัติกายก็เป็นกายของจิตหรือกายของอารมณ์หรือกายของเวทนานิกายของความรู้สึกเพลงว่าเรารู้กายของเวทนารูปกายของ รูปถ่ายของอารมณ์เรียกว่าธรรมารมณ์เป็นธรรมในธรรมในการทรงอยู่ที่เราศึกษาเข้าไปจนถึงขั้นจิตขั้นวิญญาณเพราะจิตวิญญาณนั้นเป็นประธานในสิ่งทั้งปวงและจะออกมาเป็นกายกรรมวจีกรรมมันจะออกมาเป็นความเป็นชุมความเกี่ยวข้องข้างนอกเราจะผลักข้างนอกแล้วเราจะดูดของข้างนอกก็รวนแล้วจะมาจากเป็นประธานจิตมันเป็นประธานภาพหรือว่าจิตมันไม่รับมันไม่ติดมันไม่เกาะมันจะเอามาห่อกันอยู่แตะกันอยู่ยังไงมันก็ไม่มีปัญหาถ้าจิตมันแตะผิดมันต้องการ มันดูดแล้วเราก็ไกลเท่าไหร่มันก็จะเอาให้ได้แล้วมันก็จะพยายามส่งแรงส่งฤทธิ์ใช้พลังงานดูดเอาดึงเอาให้ได้ถ้าไม่ได้ก็ทุกข์อยู่นั่นแหละฉันได้ก็สมใจพยายามอยู่ตลอดเวลาไม่รู้จะหยุดสักวันไม่รู้จะเบาลงไปแล้วอาจเรื่องของจิตพวกนี้แหละที่เราไม่ต้องมาเห็นชัดเจนเรียนรู้อย่างแท้ๆทีเดียวแล้วก็จัดการรู้ความจริงของมันก็เข้าไปถึงขั้นประมาณไม่รู้ว่าเวทนาที่มันเป็นความรู้สึก มันบริสุทธิ์เฉยๆแต่ความรู้สึกจะบอกว่ารู้ว่าเย็นร้อนอ่อนแข็งอะไรเป็นลักษณะหมอกและเราก็ไม่ได้ตื่นเต้นไม่ได้สุขไม่ได้ทุกข์ไม่เสียใจไม่ได้ดีใจไม่ได้ชอบไม่ได้ทำเพราะพี่รู้สึกนั้นนี่เป็นความหมายที่เราจะต้องเข้าใจแต่เราก็รู้ไปในเชิงของปัญญารู้ว่ากุศลหรืออกุศลรู้ว่าดีหรือไม่ดีเป็นความฉลาดที่มีเหตุผลที่รู้ด้วยรู้ว่าดีหรือไม่ดีควรหรือไม่ควรตามภาวะความเป็นจริงของสมมุติของโลกที่เขานับถือที่เขาเข้าใจกันแต่เราเอง ก็มีความรู้ซ้อนด้วยว่าแม้เขาจะหลงใหลโลกเขาหลงหลายสิ่งใดๆก็ตามแต่เราก็มีปัญญาที่จะรู้ซ้อนลงไปว่าการที่เขาหลงใหลเป็นความคิดของเขาการที่เขาอยากได้ในสิ่งที่โลกก็นับถือกันตามติดยึดก็ตามใฝ่หาก็ตามเป็นความทุกข์ร้อนเป็นความลำบากแต่เขาปลดปล่อยบ้างเขาจะสบายก็จะเป็นสุขซึ่งเราเองก็ปลดปล่อยและเราก็เป็นโดยที่เราไม่ต้องไปเดือดร้อนอีกและรู้ความจริงของการสังเคราะห์อยู่การทรงเรียกว่าธรรมะการส่งรูปขันน้ำขันรูปขัน Mini ร่างกายของเรานี่จะเอาอะไรไปสังเคราะห์มันไว้แต่ให้แต่มันไว้พอสมควรแล้วก็ให้มันส่งอยู่ให้อาหารเป็นพอสมควรแล้วมันจงดีพอดีพอดีไปในทางน้อยเพราะคนมันหลงมากหลักการของพระพุทธเจ้าสอนจึงมีความเป็นอภิชาติธรรมใดวินัยใดไม่เป็นไปจากความมักน้อยทำนั้นวินัยนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตธรรมใดวินัยใดเป็นไปเพื่อความมักใหญ่มากๆทำหน้าที่ในนั้นไม่ใช่ของเราตถาคตอย่างนี้เป็นหลักการพระพุทธเจ้าก็มาปฏิบัติพระพุทธรูเรียนรู้ถึงความให้น้อยลงไปจนกระทั่งถึงจุดพอดีแล้วทำงานสังเคราะห์กันอยู่ได้คนเดียวน้อยที่สุดตรวจผ่านจุดน้อยที่สุดที่เรา ถึงจุดจบเขาเรียกว่าจบแล้วก็รู้เราก็รู้ความจริงว่ากินก็แค่นี้เองนะไม่ต้องหลงใหลไม่ต้องวุ่นวายอาหารเอาไปสังเคราะห์ก็แค่นี้เองจนหนูหอมแค่นี้ก็สังเคราะห์ให้มันแล้วพอแล้ว 25 สัก 2 ชุด 15 13 คนดูถ้าเราทนดูแล้วเรายังสามารถมีพลังจิตพลังภายในสามารถที่จะต่อสู้สู้ความหิวกินแค่นี้มันก็ต่อสู้ได้ไม่ต้องหิวไม่ต้องบาปอะไรต่อสู้ได้หนาวแค่นี้สู้ได้มีแค่นี้กันแค่นี้ก็พอได้ร้อนแค่ ได้เราจะรู้ว่าภาวะจิตที่ต่อสู้มีพลังงานพิเศษสามารถสู้ร้อนเย็นร้อนอ่อนแข็งสามารถทนทานต่อด้วยแต่น้ำลมฝนกับสัดส่วนลิ้นคานอะไรก็ได้นี่พลังภายในจริงๆเราสั่งสมมาเราสร้างเราก็ได้ทีนี้ถ้าเผื่อว่าเราเองมีชีวิตอยู่กับงานกับสังคมเราก็เป็นคนที่เปลืองสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือว่าเป็นสิ่งสำคัญกับชีวิตที่เรียกว่าปัจจัยชีวิตอาหารก็ดีเป็นต้นซึ่งผมก็ดีเป็นต้นแม้แต่ที่จะอาศัยอยู่พักเราก็รู้ว่าอ๋อที่อาศัยอยู่พักนึงที่จะให้กลายเป็น ประโยคอาศัยอารมณ์ร้อนหลบหนาวหลบแดดหลบฝนอะไรเล็กๆน้อยๆก็อยู่ในที่ที่พอมีพอบังเล็กๆน้อยๆไม่ใช่ที่ที่จะต้องหรูหราโอ่อ่าหรือว่าที่ที่จะต้องเป็นหลงในสิ่งที่ทดสอบก็ดีตามมันสวยมันงามมันน่านั่งน่านอนแข็งแรงแข็งแรงหรือว่าเอาไว้สำหรับข่มขืน ขึ้นไปทำให้มีความเหนือกันอะไรต่างๆตรงนี้อีกเราก็รู้ความจริงลงไปแล้วเราก็เป็นผู้ที่มักน้อยไม่ต้องแล้วรู้สาระของสิ่งที่พอสมควรแก่ข้าพเจ้าอาคารมันจะใหญ่บ้างก็เพื่อประโยชน์ในการใช้ใหญ่ทางการธนาคารนั้นมันจะใช้ประโยชน์น้อยใช้ประโยชน์ต่อคนเล็กๆน้อยๆส่วนคนเล็กๆก็พอแล้วก็ติดส่วนตัวนิดหน่อยก็พออาคารวิหารที่จะใช้สำหรับพื้นที่ประชุมเป็นศาลาความพอที่จะรับคนอยู่อาศัยแค่คนเดียวก็สำหรับประโยชน์ของมัน รู้เรื่องของที่อยู่อาศัยรู้เรื่องของเรื่องของยารักษาถ้าเราเป็นโรคเป็นป่วยมันเกิดการไม่สมดุลอย่างนั้นอย่างนี้หรือมันเกิดภาวะที่ทุกข์หนักเพราะอาพาสก็ป่วยก็ลำบากอะไรต่างๆนานาต้องมีอะไรแก้กันเพื่อที่จะเกิดภาวะปกติเราก็ใช้ยายาก็คือยาเราก็จะไม่ติดยาที่มันเป็นเรื่องจนกระทั่งยาสำหรับบำรุงหลวงพ่อหลวงตาจงสัมผัส เราก็จะต้องรู้ว่าเป็นได้เพียงเอามาใช้บำบัดไม่ใช่แก้ให้มันปกติอยู่พอเหมาะสมที่จะตัดใจที่เราเข้าใจเรียนรู้เข้าไปเรียนรู้เข้าไปแล้วก็ถ้าไม่มีความจำเป็นอะไรสิ่งเหล่านั้นเราก็ไม่เคยเจอเรามาฝึกพวกเราได้จิตใจก็ควบคุมได้สามารถปล่อยวางสามารถเกิดปัญญาเกิดปัญญาได้ด้วยและจิตก็ปล่อยวางได้จริงด้วยเคยติดมาเยอะแล้วเราก็มาวางมาใส่ได้ปัญญาที่เคยหลงเคยโง่เป็นอธิษฐานก็ไม่รู้จนสามารถรู้ในปัจจัยที่เป็นตัวหลักสำคัญในชีวิตแค่ปัจจัยพอเราย่นย่อก็มาหาปัจจัยไม่ได้ฝึกหรือ คู่ชีวิตนั้นไม่ได้ประกอบไปด้วยการปรุงในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสไม่ได้ไม่ต้องมีค่า or หรูหราอะไรการกินก็ดีการแต่งตัวการมีการมีเสื้อผ้าห่มกายจะดีการมีที่พักอาศัยก็ดีการมียารักษาโรคคนดีนี่เป็นปัจจัยสำคัญของชีวิตเมื่อเรามาพิสูจน์แล้วเราก็ยิ่งมั่นใจยิ่งจะเห็นว่าคนเรามีอื่นๆนานาใดๆมันเกี่ยวข้องกับการฝึกการเกิดเราก็จะลดไปได้ไม่ว่าจะได้สิ่งนั้นมาสิ่งนี้มาที่เคยลงเคยชอบส่วนระดับเครื่องตกแต่งเครื่องประกอบเครื่องใช้ไม้สอยเรื่องที่จะเอามากินมาอยู่เรื่องที่จะเอามาสะสมกอบโกยจนของ ไกลไปแม้จะเป็นของประดับที่โลกเขาหลงกันเราก็จะทิ้งง่ายๆเราก็จะไม่สงสัยอะไรง่ายๆเราก็จะได้รู้หลักเกณฑ์หลักการรู้วิธีการที่จะเป็นลงว่าได้มาเป็นสุขไม่ได้มาเป็นทุกข์หรือว่าถ้ามันมาใกล้ตัวฉันตัดอยู่และเป็นทุกข์ถ้าผลักไสหรือว่าห่างไกลทำลายกันที่สูญหายไปข้างนึงได้เป็นเป็นสุขก็ได้อารมณ์กับการจิตเหล่านี้เราจะมาเรียนรู้ว่ามันเป็นไปเพื่อความต้องการที่ถูกต้องทุกอย่างแม้เราจะรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มันไม่ควรมีในโลกหรือมันควรจะลดน้อยลงในโลกควรจะหลายสิบปีในโลก เรารู้อยู่แสนรู้เราก็จะไม่เป็นนักทำลายที่วู่วามรุนแรงจะมีปัญญาที่จะให้เธอมีรถลงไปลดลงไปได้จริงทำให้รถในกรรมวิธีที่นิ่มนวลที่สุดหรือว่าเรียบร้อยสุภาพที่สุดให้เขาเป็นไปได้หรือมีศิลปะมีนโยบายในการที่จะทำให้สิ่งนั้นมันลดลงไปได้บางทีอาจจะแรงก็ได้แต่ถ้าเหมาะสมกับบุคคลเหมาะสมกับสถานที่กาละเวลาเราก็ต้องทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งหรือว่าบาดหมางมีการทำแทนอะไรกันเพราะลักษณะคำว่าแรงที่จัดลงไปในการระบาด มีคนมาถามว่าฉันเองฉันกลับรุ่นแรกหรือไม่ก็บอกถ้ากดรักรุนแรงในวาระรุนแรงจนทำรุนแรงมาสมควรสมค่าแต่ไม่ได้หมายความว่ารุนแรงนั้นคือไปทำให้ทะเลาะเบาะแว้งอำมหิตโหดร้ายยั่วอยู่แต่เราถือว่าผ่านมาไม่ใช่รุนแรงนั่นก็คือสภาพจัดสภาพอากาศสภาพโรงแรมไปบ้างสภาพแวดล้อมจึงมีนัยยะมีความหมายที่จะรู้ได้ปัญญาอีกเหมือนกันแรงเพื่อผลให้มันได้ผลไม่แข็งแรงเพราะความจำเป็น ทำให้มันเกิดสลายทำลายให้สมใจลงไปโดยที่เรามีสิทธิ์ต้องการทำลายในทันทีทันใดให้สมใจเราเหตุสมสุขสมอารมณ์เราไม่ใช่เมื่อเรามาเรียนรู้แล้วเรามาฝึกปรือเราพิสูจน์แล้วเราจะเห็นได้ว่าชีวิตนี้มันเป็นชีวิตยากนี่เรามาทำตัวคนมาทำบุคคลมาทำตัวเราให้เป็นผู้ที่มีจิตโลกเมื่อไม่ติดแล้วแล้วเราก็มารู้ทีหลังอีกอย่างพระพุทธเจ้านั้นมีภูมิมาทำที่ฉลาดไม่รู้ว่าคนนี้เป็นทรัพยากรของโลกมีทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในโลก มันจะถูกผลาญก็เพราะคนทรัพยากรที่เรียกว่าคนนี่แหละผลาญโลกหรือทำลายโลกเป็นตัวร้ายกาจของโลกมีตัวร้ายกาจของโลกที่สุดเลยข้ามันเกิดการทำลายถ้ามันเกิดการบำรุงหรือเกิดการทำให้โลกสมดุลอยู่เสมอๆก็คนนี้แหละจะเป็นตัวที่จัดแจงทำสมดุลได้ดีที่สุดในโลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นมาเหมือนมันมีอะไรสร้างก็ตามแต่ที่จริงมันเป็นเรื่องของการสะสมสังเคราะห์มันเกิดขึ้นมาแล้วมันไม่รู้เรื่องหรอกอะไรต่ออะไรมันก็ไม่รู้เรื่องดินน้ำไฟลมมันไม่รู้เรื่องแต่คนที่เป็นผู้กำหนดความ จนได้หรือสัตว์หลายชนิดที่มันก็มีกำหนดความรู้ตามฐานะของมันที่เรียกว่าสัตว์แล้วมันก็ทำอะไรต่ออะไรไปโดยไม่ฉลาดไม่รู้เรื่องมันก็ทำตามใจชอบของสัตว์จนคนนี่มีการประมาณนู่นนี่ได้แล้วมีการที่จะต้องการอย่างไม่มีที่สิ้นสุดได้แม้แต่เขาเองก็จะทำลายลูกโลกมีแต่ไปเลยแล้วก็ขึ้นมาเขาก็จะทำคนมันมีความมันต้องมาช่วยคนให้เป็นคนดีเมื่อคนดีก็จะเป็นทรัพยากรที่แสนเลิศของโลกพระพุทธเจ้าท่านตัดความโลภที่จะไม่ไปทำให้โลกแตกหรือว่ามันไปทำลายอะไรก็ได้เกิดการได้แล้วไม่รุนแรงแล้ว ก็มาสร้างสรรค์พุทธศาสนาพระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ศาสนาดับลูกเดียวแต่เป็นศาสนาเกิดด้วยพุทธศาสนาที่สร้างสรรค์ด้วยคนเป็นทรัพยากรหรือว่าเป็นเครื่องกลฉลาดมีประสิทธิภาพสูงจึงเอามาใช้งานด้วยจึงต้องเรียนรู้เรื่องการงานเรียนรู้เรื่องการพระพุทธเจ้าจึงเน้นเรื่องนี้ในลักษณะที่ศาสนาใดๆหรือว่าศาสนาอื่นๆที่เขาสอนในรถให้ดับแม้จะดับอารมณ์ตามเทคโนโลยี ดับอารมณ์มานะก็ตามเขาก็เรียนรู้กันมาเหมือนกันแต่เขาไม่ดับความสงบถ้าไม่ดับความหยุดที่ไม่มีพลังอะไรต่อไปอีกแล้วเขาไม่ดับก็เลยเถิดตรงนี้ศาสนาพระพุทธเจ้าสำคัญตรงที่รู้อัตรารู้จิตเมื่อเวลามันเป็นจิตนี่ลึกซึ้งละเอียดขึ้นแล้วเขาทำความสงบอยู่ในความเกิดไม่ได้เค้าทำความราบรื่นอยู่ในความวุ่นวายไม่ได้เขาทำความสะอาดศาลอยู่ในการทะเลาะไม่ได้ ศาสนาพระพุทธเจ้ามีศาสนาที่สามารถที่จะใช้การประสานอยู่ในการทะเลาะสามารถทำความสงบอยู่ในความวุ่นวายสามารถทำความสะอาดอยู่กลางความเกิดนี่เป็นเป็นจุดเด่นจุดสำคัญถ้าเราไม่เห็นไม่รู้อันนี้ตามที่พระพุทธเจ้าศาสดาเป็นเราก็จะได้ศาสนาที่ดับดับลูกเดียวเป็นฤาษีในศาสนาที่ยึดซื้อลูกเดียวไม่มีการสร้างสรรค์เพราะฉะนั้นจะมีศาสนาแบบโลกิยะโลกๆเขาเข้าใจ เหมือนกันว่าการสุภาพเรียบร้อยเนี่ยมันดีมันไม่ทะเลาะเบาะแว้งมันไม่โลภจับมันไม่โกรธจับอะไรดีที่เป็นกลางๆแต่เจอแล้วอยู่ในโลกเขาไม่มีขั้นที่จะทำให้เกิดได้จริงๆเลยจนกระทั่งจิตนี่มันสามารถสอดร้อยจนกระทั่งสามารถจับอยู่กลางความเจริญสัมผัสต่อสู้อยู่กับโลกอย่างแข็งขันกันแน่ใจจึงสามารถควบคุมตัวสภาพที่มีจริงคือมีลักษณะเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเรียนรู้สภาพของจิตที่มันเป็นสภาพรู้ได้เรียกว่ารูปรูปเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณผู้มีเมียเรียกรวมไปหมดเลยรูปตั้งแต่ รูปหยาบมหาภูตรูปจนกระทั่งมาถึงเป็นตัวตนท่านก่อนขึ้นมาใหญ่โตยังไงก็เดินออกมาหากูจะดูจนกระทั่งถึงอุปชาจะรู้จริงไล่กลับไปหานามธรรมด้วยความละเอียดคันเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็สามารถถูกรู้ถูกเรียนและแบ่งออกแยกได้กับตัวตนได้จนกระทั่งเรารู้ตัวความเป็นจริงของมันแล้วก็ให้มันสังเคราะห์ด้วยให้มันสังขารอยู่สมส่วนแม่มันเกินเรารู้เท่าทันสังขารเพราะสังขารของเวทนาเรานี่เป็นสิ่งสำคัญของมันเขาเรียกสังขารว่าตัวตนรูปร่างหรือลักษณะหรือสัญลักษณ์อะไรก็ได้ สุขเวทนามีสังขารอย่างนี้นะทุกขเวทนามีสังขารรูปร่างโฉมเป็นแต่มันไม่มีรูปไม่มีโฉมพระพุทธเจ้าจึงได้สรุปภาษีให้เราฟังว่ามันไม่มีหรอกที่จริงเวทนาก็ไม่มีตัวตนแต่นาคาสัญญาแท้จริงก็อาจจะตายวิญญาณก็อันนั้นตามันไม่มีตัวตนหรอกแต่เรารู้มันได้ถูกรู้ได้เป็นนามรูปคือเป็นรูปของนามธรรมเป็นรูปของความรู้สึกนามรูปเป็นรูปของความรู้สึกเป็นสิ่งที่ถูกรู้ได้ถูกดูได้โดยเรามันไม่มีตัวตน อยากรู้มันได้ด้วยอาการรู้ได้ด้วยความแตกต่างมันมีลักษณะที่แตกต่างกันไปเป็นอาการอาการของเวทนาก็มันมียังมีอาการที่แบ่งได้เป็นสุขของเวทนาทุกขเวทนาหรือว่าไม่ทุกข์ไม่สุขมันมีตัวจริงมันต่างกันนะเรียนรู้เวทนาในเวทนาเวทนาในเวทนาเป็นสี่ยอดลงไปที่สุดก็เหลือ 3 มิถุนายนหรือ 5 เวทนาอย่างละเอียดความหมายเหมือนกันเราแบ่งได้อาการต่างๆมีเครื่องรู้เครื่องหมายมีสัญญาสัญญาณกำหนด นึกว่านิมิตรทีนี้ผู้รู้ที่รู้ดีรู้เก่งก็สามารถที่จะเอามาชี้เอามากล่าวถึงเรียกว่าอุเทศเอามาเที่ยวมากล่าวถึงเอามาอธิบายนิมิตเครื่องหมายมันแล้วเราเองเท่านั้นที่จะสามารถมีอาการรู้อาการสามารถเห็นความแตกต่างรู้ความแตกต่างเราเองจะเป็นผู้รู้จริงมันอาจจะชี้ไปกรุงเทพฯเป็นภาษาบอกกล่าวถึงความรู้อาการตามเราฟังเสร็จแล้วเราก็ไปดูไอ้ที่มันไม่มีตัวตนนั่นแหละมันมีอาการมีตัวตนมันมีสภาพเหมือนสภาพที่มันเกินไปสภาพที่มันมีแท้ๆแล้วก็เอาไว้ อะไรที่เป็นจุดที่ฉันบอกว่าเออทรงไว้อย่างนี้ป้าน่ารักคือทำธรรมะแปลว่าการจองไว้ฐานไหนให้ทรงไว้ฐานไหนส่งไว้ในสภาพไหนเราก็เรียนรู้ LINE เป็นขั้นตอนมาเราทำไม่ได้ตรวจผ่านไปถึงจุดปลายแล้วก็ทำไปติดตามเป็นต้นไปก่อนก็ทำไปได้ถึง 10 ปลายจนถึงที่สุดจนถึงที่ปลายแล้วก็รู้ว่าเออเราทำได้จริงๆนะอันนี้มันจบแล้วได้แล้วเพราะคนมันมีรูปมีนามว่ามันมีจิตมันมีกายพระพุทธเจ้าท่านก็รู้เออมันติดมันตายมันมีคุณภาพคุณภาพของมันอะไรมันมีคุณธรรมของมันอะไรมันมีคุณค่าของมันอะไร มีคุณมีค่าอะไรทั้งนั้นมีคุณธรรมจงไว้ซึ่งคุณธรรมอย่างนี้ให้มันทำค่าของกายจิตมันมีคุณธรรมอย่างนี้ให้มันมีค่าคงที่แล้วท่านจะเอาคุณธรรมต่างๆนั้นมาสอนให้คนอยู่ในสภาพที่มีคุณธรรมทางกายทางบัญชีทางมโนและเราก็มาปรับปรุงเราให้เป็นคนที่รู้จักจิตไม่มีอะไรควรไม่มีเรียนรู้ไม่มีแม้กระทั่งไปถึงในใจไม่มีจุดจบอยู่ที่จิตวิญญาณเป็นมโนพบความประมาณนี้จุดจบได้เราจะไม่มีไม่มีแม้แต่รูปวัตถุเราเป็นคนไม่ บ้านเราก็ทำได้ถ้าอยู่ได้ด้วยทั้งๆที่คนก็บอกว่าเขาลำบากเขาอยู่ไม่ได้แต่เราก็อยู่ได้โดยไม่ลำบากเพราะเขาบอกคนเราต้องสะสมค่าสะสมน้ำเราไม่สะสมข้าวไม่สะสมน้ำเราอยู่ได้ไหมเราก็มาติดใจว่าเราอยู่ได้เพราะเราจะไม่มีแม้วัตถุพิษณุโลกเขาไม่ต้องมีแต่เสร็จแล้วเราก็ต้องมีสิ่งที่ควรมีบ้างเป็นวัตถุพอสมควรเรียกว่าบริขาร 8 เป็นต้นที่สูงสุดถึงตัวอย่างสูงสุดแล้วก็มีสิ่งที่ควรมีวัตถุมากเล็กน้อยหรืออาศัยความเป็นไปแต่อาศัยเป็นลำลองไม่ได้ยึดเป็นของเรายึดสิ่งของต่างๆเมื่อเราสมมุติสงฆ์ซึ่งสมมุติสมมุติเราก็มีสมมติอะไรอีก ก็รู้ตามสมมุติแล้วเราก็เป็นอยู่มีชีวิตทรงอยู่ในชีวิตของเราก็เกิดกรรมเราก็จัดแจงกรรมของเรากายกรรมวจีกรรมมโนกรรมสร้างสรรค์ไปเราเข้าใจทั้งระบบของสิ่งที่จะมาอาศัยทั้งสภาพธรรมที่จะเป็นอยู่ที่เราจะทรงไว้ซึ่งการกระทำอะไรเราจะทำอะไรเราฉลาดอะไรเราถนัดอะไรเราสร้างสรรค์อะไรได้เราควรจะทำการงานอะไรได้เหมาะสมเราก็ทำการงานนั้นๆๆอยู่เป็นปกติแม้ที่สุดเราจะมีอาชีพเราจะเอาชีวิตทั้งชีวิตมาทำอะไรมาก มันก็มีขั้นตอนมาที่สุดมันก็มาเป็นอาชีพของนักบวชนี่แหละในมิจฉาชีพ 5 นี่เป็นเครื่องแสดงให้เห็นเด่นชัดว่าทำเองฉันเกลียดๆๆให้จนกระทั่งให้มาอยู่ในสภาพที่มันบริสุทธิ์สะอาดที่สุดหรืออยู่ในฐานะที่สูงสุดไม่ต้องมีลาภและลาภเป็นคนที่ปล่อยวางหมดแล้วก็เป็นคนที่สามารถที่จะอยู่ได้โดยระบบโดยที่ท่านตั้งกรมใหญ่กรมของพระองค์นักบวชท่านก็ตั้งกรมรับสมัครคนที่จะมาอยู่ก็จะต้องมีคุณธรรมพอสมควรได้เป็นสีระดับนั้นระดับนั้นขึ้นมาแล้วก็เป็นคนอยู่ได้ด้วยระบบพื้นดินในกฎระเบียบได้ขนาดนี้ได้แล้วก็ได้ทำงาน ทำงานอย่างเป็นอาชีพสูงสุดไม่มีอะไรแลกเปลี่ยนเลยเป็นการงานที่ท้าทายได้เป็นการงานที่เป็นได้ยากที่สุดเราอยู่อย่างเป็นสุขเราอยู่อย่างไม่ดิ้นรนเดือดร้อนไม่มีอะไรแลกเลยไม่ได้ติดลาบเป็ดรู้เท่าทันสรรเสริญนินทาไม่ไม่ได้ติดโลกียสุขอย่าไปอีกแล้วแม้กระนั้นเราก็รู้ว่าสรรเสริญนั้นดีนินทานั้นก็ไม่ดีแต่ก็จะนินทาบ้างก็เป็นเรื่องจริงผ่านถ้าเขาไม่สนใจเขาก็ว่าได้เขาเห็นว่าความดีเป็นความ หีจะเป็นนินทาได้แต่ถ้าเขาเองเขารู้ว่าเอ็งอยู่ดีเขาก็ต้องสรรเสริญมันเป็นความจริงในความจริงเราก็รู้ความจริงในธรรมเราเป็นอยู่อย่างสบายสัปปายะหรือสัปปายะจนเราเนี่ยจะต้องเข้าใจถึงกับตายยาก 4 อย่างแท้จริงก็เจ๊นาชนะใดที่มันจะเกิดความเจริญควรอยู่วาระใดคนหนึ่งกว่าพระพุทธเจ้าเป็นตัวอย่างมากออกป่าฝั่งตะวันออกอยู่บ้านอยู่บ้านบ้างก็อยู่เราจะเห็นได้ว่าท่านจะไปอยู่แต่การไปอยู่นั้น ตัวอย่างว่าออกป่าอยู่ป่านั้นมันจะอยู่ไม่กี่วันอยู่น้อยเป็นจรอยู่นอกจากไม่อยู่ป่าแล้วมันก็ต้องอยู่บ้านก็เท่านั้นเองเพราะฉะนั้นการกำหนดอยู่ป่าก็เป็นแต่เพียงครั้งคราวกำหนด 7 วันบ้าง 15 วันบ้างเดินบ้าง 3 เดือนบ้างดูเหมือนเห็นมี 3 เดือนอย่างมากยังไม่เห็นมากแค่นั้นเราจะอยู่ปฏิสนธินะ 3 เดือนให้ผู้ที่ส่งข้าวเท่านั้นโดยเฉพาะเวลานอกกายหมุนเวียนอยู่เป็นตัวอย่างสูงสุดการที่จะพักผ่อนอยู่ป่ามีประโยชน์การจะพักผ่อนอยู่ที่ที่มันสงบก็มีประโยชน์มีประโยชน์ที่เราก็ได้พัก จะได้ในขณะจิตที่พักเนี่ยมันก็มันก็เหมือนกันหมุนเวียนมีการพักมีการเปลี่ยนตัวซับซ้อนอยู่ชั้นอย่างสั้นอย่างยาวเพราะชีวิตในชีวิตหนึ่งเราก็มีพักผ่อนนู่นนี่บ้างคำว่าป่าคำว่าดีเป็นคำอย่างพระพุทธเจ้าทรงเป็นเพราะว่าท่านเองห้ามกันยากเพราะฉะนั้นจึงมีเวลาจะหลีกเว้นถึงขนาดห้ามไม่ให้ใครเข้าไปพบเลยต้องเด็ดขาดไม่ใครก็พบเลยต้องมีแต่คนส่งข้าวเท่านั้นแม้แต่ท่านจะออกมาบิณฑบาตรท่านก็ไม่ไปเพราะว่าคนเป็นหนักได้แต่พ่อกับคนนู้นคนนี้เพราะว่าท่าน พ่อท่านเองท่านเป็นยอดคนน่ะเป็นคนที่คนจะต้องประสบพบและเข้าหาอะไรอยู่คนนึงท่านก็จริงจะต้องมีค่าอย่างนั้นอย่างเราเองไม่ถึงขนาดนั้นเราก็อาจจะไม่ต้องถึงขนาดนั้นแต่ข้อสังเกตที่ตั้งขึ้นมาเห็นว่าทำไมต้องมีการเป็นและพระพุทธเจ้าท่านดีเป็นอาชีพหรือว่าอยู่กับบ้านเป็นอาชีพที่เกี่ยวกับป่าเป็นอาชีพที่อยู่บ้านนี่แหละที่ท่านก็อยู่บ้านเป็นอาชีพหลีกเลี่ยงในคำว่าหลีกของท่านนั้นก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องเป็นป่า การกำหนดว่าเราจะอยู่ปฏิการสัก 7 วัน 15 วันหรือเดือนนึง 3 เดือนอะไรที่ฉันกลับไปที่เหลือเป็นหลักฐานก็ไม่ได้บอกว่าถ้าจะดีหรือเปล่าหรือบางทีก็จะเป็นในป่าแล้วก็บอกเหมือนกันหรือว่าการพักมันจะมีเป็นแซมส่วนการอยู่บ้านก็เป็นประจำเพราะฉะนั้นการงานที่จะทำอยู่ในบ้านมันก็เป็นการงานที่จะทำได้มากและจะมีการงานที่มากกว่าการหลีกเลี่ยงก็มีงานอีกอันนึงไม่ใช่การไม่มีงานสมัยก่อนไม่มีการเขียนการคิดการเกิดท่านเรียน รถจะออกไปติดตั้งไม่มีเรื่องราวมันมีความว่างที่เราจะรู้อะไรได้เยอะกว่าที่เราจะคิดอะไรได้มากที่เราจะคิดว่าเราจะเปิดเมื่อเราวางเราปล่อยคนที่วางที่ปล่อยแล้วไม่เกี่ยวข้องพฤติการณ์ภาวะแวดล้อมแม้ช่วงคือตอนนอนมันก็จะจำนองก็จะมีจิตว่างๆแล้วก็คิดจะทำงานแบบนั้นในตอนนอนไม่มีอะไรแวดล้อมมากวนเพราะเวลากลางวันมีสิ่งแวดล้อมน้อยมันก็จิตมันก็สามารถที่จะรู้อะไรก็ได้คิดได้เพราะว่ามีการทำงานที่จะเกิดการรู้อะไรเป็นหลักปรัชญาก็ได้ขนาดวุ่นมาก ก็ยิ่งไม่รู้น้อยแล้วมันก็จะทำงานกับสิ่งที่มันจะต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์แวดล้อมมากเพราะฉะนั้นการกระทำงานแวดล้อมอยู่กับผู้แวดล้อมหรือสิ่งแวดล้อมมันก็ทำงานสร้างสรรค์ไปเท่าที่มันมีภูมิมันมีอะไรต่ออะไรเท่านั้นมีปัญญาที่จะทำกันส่วนที่จะคิดค้นที่จะมีรายละเอียดลึกซึ้งอีกมันก็ทำไม่ได้ละเอียดละออนักหรอกร้อนจริงต้องมีเวลาหยุดเวลาพักเวลาคนในโลกอย่างนักประพันธ์อื่นเขาจะไปเขียนหนังสือเพื่อจะไปแต่งอะไรก็ต้องวางแผนวางแบบเอาเวลาเอาสถานที่ไม่เกี่ยวข้องใครใช้การคิด โรงพักนักประพันธ์ใหญ่ๆเตะผ้าอย่างนั้นเลยที่จริงมันก็เป็นสัจจะเหมือนกันก็ทำไม่เกี่ยวไม่ข้องไม่วุ่นวายอะไรใช้สมาธิเต็มที่ทำก็ได้แล้วเขาก็ทำถูกแล้วจริงๆแล้วเขาก็ทำอะไรก็ได้ออกมาเป็นได้ดีได้คนที่จะทำในขณะที่มีสิ่งแวดล้อมเกี่ยวข้องเยอะแยะแล้วก็เราก็ทำอะไรได้สุขุมลึกซึ้งเก่งดีนั่นแหละเพราะว่าก็ไม่จริงแล้วมันเก่งยิ่งกว่าที่จะไปอยู่ในที่ที่เปรียวๆหรือว่าที่ที่ไม่มีอะไรกลัวไม่มีอะไรแวดล้อมวุ่นวายแล้วเราก็ไปสร้างสิ่งที่ดีที่สุดคุ้มประณีตลึกซึ้งได้คนที่ทำใน มีอะไรแวดล้อมได้นี่มันเก่งกว่าคนที่ทำโดยไม่มีอะไรวุ่นวายไม่มีอะไรเกี่ยวกับไม่มีอะไรที่มาทำให้ต้องยุ่งแล้วก็ทำสิ่งใดที่เก่งพิเศษออกมาได้มันก็เก่งแต่ว่าเก่งสู้คนที่ทำในภาวะที่มีอะไรก็แวดล้อมไม่ได้แต่ถึงกระนั้นก็ตามด้วยสัจจะถ้าไม่มีอะไรแวดล้อมไม่มีอะไรวุ่นวายไม่มีอะไรยุ่งมันก็สามารถทำอะไรได้อิสระเสรีทำได้อย่างถนัดมีทั้งเวลามีทั้งความปลอดโปร่งทำอะไรก็ได้ปลอดโปร่งอิสระอันนี้เป็นต้นอันนี้มีนัยยะละเอียดซ้อนๆอยู่ฟังดูแล้วเราก็จะเห็นว่า สวัสดีมึงก็ดีในทุกๆกาละเทศะที่เราก็จะต้องเป็นเป็นทั้งภาวะที่แวดล้อมมีอะไรยุ่งวุ่นวายเป็นทั้งวาระที่เราบางทีก็ว่างๆลงหน่อยแล้วแต่เหมาะสมว่าเราจะทำงานอะไรแล้วเมื่อคนได้ตัดสินได้เรียนรู้อะไรอะไรที่ตัวเองมากจนกระทั่งมีจิตใจสามารถดับสามารถเกิดสามารถปรับและสามารถต่อสามารถปรับสามารถต่อสามารถทำเกิดสำหรับอะไรได้จริงแล้วตามปัญญารู้ละเอียดเท่าไรเท่าไรทำได้จริงพวกนั้นก็สบายที่นี่ก็จบเป็นพระอรหันต์เป็นผู้ที่รู้กรรมรู้กรรมมาโยนนี้ลูกกรรมพันธุ์รู้แม้กระทั่งกรรม ที่เป็นที่สุดที่เราจะพึ่งอาศัยแม้ที่สุดมันจะเป็นที่พึ่งอาศัยแก่เจ้าของพฤติเราเข้าสู่เรื่องทดลองอ่านอ่านต่อดูที่ไม่ใช่ต่อหรอกย้อน 281 มากที่สุดมันจะเป็นที่พึ่งอาศัยแก่เจ้าของพฤติกรรมของการเจ้าของงานเองด้วยเป็นทั้งที่พึ่งที่อาศัยให้แก่ชาวโลกให้แก่สังคมด้วยซื้อได้เงินในฝั่งนะว่าเจ้าของการเจ้าของงานเจ้าของการกระทำจะพึ่งอาศัยเนี่ยถ้าเราเองมันจะเป็นเป็นเราอาศัยกรรมของเราแล้วเอาสายมันไม่มากหรอกแต่เราที่เป็นผู้ที่ทำการทำจิตทำงานอะไรก็ได้เราจะทำสิ่ง ให้ชาวโลกได้อาศัยให้แก่สังคมและอาศัยนั่นแหละเป็นใหญ่เป็นยิ่งกว่าเพราะว่าเราเป็นคนมักน้อยได้แล้วแล้วทำอะไรหน่อยเราก็อยู่ได้นิดหน่อยก็อยู่ได้เพราะถ้าไม่ถ้าใช้ระบบของฤาษีแล้วไปเก็บผลไม้หล่นในป่ากินแล้วก็อยู่จังชีวิตไปหนักเข้าไม่ต้องนุ่งผ้าเพราะอยู่ในป่าสามารถที่จะสร้างอินทรีย์ประชาชนต่อแต่น้ำรวมพลกับเครื่องบินคลานได้อย่างเก่งเปลือยกายให้หนวดยาวผมยาวอยู่ในป่าเป็นฤาษีสมัยโบราณเก็บผลไม้หล่นนี่ถือว่าอย่างยอดนะไม่ขุดไม่ดึงไม่ถึงเก็บผลไม้หล่นกินแค่นี้ก็อยู่ได้แล้ว จะอัดสายกีต้าร์อาศัยชีวิตรีบเรื่องของนี่ยกตัวอย่างแทรกแซงให้ฟังผลสอบพึ่งอาศัยชีวะพึ่งอาศัยชีวิตนี้โดยการอาศัยสิ่งแวดล้อมได้แล้วเราก็ไม่มีประโยชน์อะไรไม่รู้จักว่าความเสี่ยงของศาสนาพุทธนั้นแม้คุณจะเก่งไปหาอาจารย์นั้นมีอาจารย์เรียกว่าอาจารย์ตัวเองเลยเป็นปัจจัยซึ่งตนได้แล้วไม่พบอาจารย์เองตนเองซึ่งส่วนใหญ่แล้วไปเก็บผลไม้หาอาจารย์ถ้าเป็นมีอาจารย์เป็นบุคคลอื่นเราก็ต้องคอยหาบุคคลอื่นบุคคลอื่นก็จะสอนให้ตนเป็นตนที่เป็นศาสตร์ เพราะตอนนี้ตอนพึ่งตนได้แล้วตนก็สามารถอยู่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive