240416-3-046 ทางเอกภาค3-ตอน046(หน้า285)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์182 KB
วันที่แก้ไข14 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 16 เมษายนพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาตั้งใจฟังถ้าต่อไปตอนนี้จะได้อธิบายสภาพฌานสภาพสมาธิที่จะแยกแยะในระบบที่นั่งทำจะเร็วระบบของอานาปานสติแท้ๆก็ได้แต่ว่าจะไม่ได้อธิบายแบบที่เรามุ่งเป็นๆ นาปานสติของพระพุทธเจ้าโดยตรงแต่เราจะอธิบายแยกแยะให้เห็นสภาพของฤาษีกับของพระพุทธเจ้าที่ซับซ้อนมากและจะเป็นของฤาษีอธิบายประกอบเยอะคือทางผิดเยอะทุกทีที่สอนพานั่งทำในตอนที่เข้าพรรษาทำเจโตรสมถะนั้นและเปิดตำราสอนอานาปานสติอย่างตรงทางและมันก็มีแต่ทางดีทางเดียวซึ่งพวกคุณนั้นน่ะถนัดไปในทางเลวถนัดไปในทางไม่ถูกซะมากแล้วมันก็เลยไม่ได้ทำดีจุดเดียวก็ทำไม่ใช่ง่ายนะทำอย่างของพระพุทธเจ้าให้ถูกต้องเป็นชาวเหนือ ทรงฌานที่จะติดต่อกันไม่ใช่ง่ายเมื่อไม่ง่ายแล้วก็ไม่รู้ทางที่แตกต่างที่ชัดลึกมันก็ทั้งๆที่พยายามพูดประกอบเหมือนกันแต่ว่ามันไม่มากพอไม่ละเอียดพอตอนนี้ก็ตั้งใจไว้ว่าจะเอาให้ละเอียดเพราะว่าได้เป็นเรียบเรียงให้ไปแยกอะไรต่อไปที่จะเป็นเรื่องนี้โดยตรงพอสมควรแล้วดังที่ดีจะเรียกว่าเรียบเรียงจะเรียกว่าภาษาอื่นไม่รู้จะเรียกภาษาอะไรดีวันนี้เราก็ตั้งใจให้ฟังดีๆแล้วก็ตามไปดีๆเชื่อแนวพวกเราได้หัดนั่งมาแล้วก็ได้ทำอย่างนี้มาแล้วก็ตามสภาวะตามอะไรๆ จะรู้จะแบ่งออกว่าอ๋อลักษณะนี้ผิดลักษณะนี้ไม่ถูกลักษณะนี้ถูกเราจะเข้าใจไปทุกสายทุกสภาวะแล้วก็จริตของคนแต่ละคนไม่เหมือนกันอีกด้วยเพราะฉะนั้นบางคนก็จะต้องจับตัวเองดูของตัวเองเป็นจริตแบบไหนแล้วมันจะออกรูปไหนอาการที่จะนั่งนั่งบำเพ็ญอยู่พิจารณานั่งตั้งกายตรงดำรงสติของหมั้นแล้วก็กระทำอะไรต่ออะไรไปตามที่จะเกิดผลเกิดประโยชน์ในการเพ่งพินิจเรียนเรื่องจิตเรื่องอารมณ์นี้มีความสำคัญสำหรับ ประโยคข่าวขจรต้องทำเพราะเรามีเวลาหรือไม่มีเวลามันก็ต้

อ่านต่อ

องทำอยู่ดีตอนนั้นตอนนี้ตอนไหนก็แล้วแต่เมื่อเวลาเราถึงเวลาที่เราจะว่างหรือนั่งคนนั่งเราก็บำเพ็ญเลยเพราะหน้าเราก็ทำถ้าพูดได้มีหลักสูตรมีทฤษฎีที่ถูกต้องแล้วมันก็ต้องทำอยู่ดีเพราะมันไม่ต้องไปอาศัยอะไรมากมายมันเป็นการปฏิบัติที่อาศัยตัวเราเองเท่านั้นเราทรงสภาพนี้เข้ามันก็เป็นเลยถ้าไม่ทรงสภาพที่มันเป็นทฤษฎีที่ถูกต้องเราก็จะได้กิเลสทันทีเหมือนกันเพราะถ้าเราเข้าใจไม่เป็นสมาธิที่เรานั่งนี่นะนั่งที่ไรเราก็ได้กิเลสทุกทีคนที่ไปนั่งนี่นั่ง พ่อนั่งไปนั่งไปประเดี๋ยวเดียวหรอกมันไม่ช้าหรอกเพราะเดี๋ยวก็เป็นกิเลสถ้าผู้ที่จะนั่งไม่เป็นกิเลสนั้นต้องรู้ทฤษฎีที่จริงคือทฤษฎีที่ถูกต้องแล้วก็ต้องพยายามธรรมดาปกติมันจะเป็นกิเลสฟังดีๆนะปกติมันจะเป็นกิเลสไอ้ที่จะไม่ให้เป็นกิเลสให้เป็นฌานไร้นิวรณ์นั้นเป็นของยากไม่ใช่เป็นของง่ายเพราะฉะนั้นเรานั่งกันวันนึง 2 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงนั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วเราจะเป็นกิเลสซักชั่วโมงครึ่งเก็บแล้วละเอียดจะได้ไปที่เป็นมิตรเป็นฐานหรือเป็นสิ่งที่ไม่มีนิวรณ์สักครึ่งชั่วโมงกระทั่งญาติอาจจะจริงหรือไม่จริงเดี๋ยวนั่งฟัง ดูให้ละเอียดละเอียดไปแล้วจะรู้จะแยกแยะให้ฟังถ้าพูดได้ฟังธรรมอยู่ขณะนี้มีสติร้อยเปอร์เซ็นต์ตื่นเต็มเบิกบานอยู่แล้วก็ตรวจดูอารมณ์ของเราในขณะนี้เพราะขณะนี้เราไม่ได้ฟุ้งไปหากามเราไม่ได้เป็นไข้อยากอะไรอื่นขณะนี้ใจของเรายังฟังธรรมอยู่เป็นหนึ่งฟังธรรมอยู่รู้ธรรมะจิตใจของเราเข้าใจดีฟังรู้เรื่องฟังความแล้วก็เข้าใจพิจารณามีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะเรามีความเพียรเรามีความตั้งใจอยู่เป็นสมโภชน์ช่อง 3 มีสติ มีธรรมวิจัยฟังไปแล้วก็มีวิจัยในธรรมะที่เรากำลังฟังเป็นภาษาเป็นความหมายเป็นความรู้และเราก็ฟังแล้วก็รับรู้รับวิเคราะห์วิจัยอยู่เรื่อยแล้วก็มีวิริยะเพียรจดจ่อจดจ้องจดจ่อจดจ้องด้วยนะอยู่กับงานนี้อยู่เรียกว่าโยนิโสมนสิการจดจ่อจดจ้องนี่แหละโยนิโสมนสิการเอาใจใส่จดจำอยู่อันนี้เป็นเอกัคคตารมณ์เป็นหนึ่งแล้วเราก็ตรวจอารมณ์ของเราว่าเรามีวอกแวกไปอื่นไหมถ้าไม่มีไปอื่นเลยแม้แต่ในคิดในส่วนตัวหรือว่าฟุ้งไปในกามฟุ้งไปในพยาบาทไม่มีและใจก็ไม่มี มีดหรี่จิตไม่มีผีนะมีท่าเลย 4 จุดนี้เท่านั้นคุณตรวจดูให้ดีอย่าสงสัยไม่มีวิจิตรอิจฉาเลยเข้าใจชัดแล้วก็รู้ความหมายชัดว่ากามารมณ์ไปตามเป็นอย่างไรคือมันเป็นไข้อยากอะไรอื่นชัดๆเดี๋ยวจะอธิบายพุทธจักรที่มันแทรกซ้อนแว่บๆๆเดี๋ยวจะอธิบายไปเดี๋ยวจะอธิบายแล้วมันก็จะถึงจุดนี้เราจะรู้ว่าอ้อเรานั่งๆไปนี้มันเป็นฐานหรือเปล่าเป็นเอกัคคตาหรือเปล่าแล้วมันแว๊บๆไปเป็นพระพุทธเจ้าอย่างนั้นน่ะมันจะเป็นอย่างไรถ้ามันไม่แวบไปอุทยานฟุ้งออกไปเลยรู้ชัดอยู่ในอารมณ์ของเราว่านี่เป็นหนึ่ง นี่เป็นเรื่องนี้เรื่องเดียวนี่กำลังฟังธรรมเนี่ยใจของเราฟังธรรมยิ่งตาก็แป๋วร่าเริงจดจ่อผูกช่วยผูกนะช่วยโยนิโสมนสิการคือตาของเรานั่งฟังธรรมคุณก็ฟังธรรมกับผู้พูดแล้วคุณก็มองไปที่พูดถ้ามีเขียนกระดาษคุณก็มองกระดานตามคุณก็มีทักษะคุณก็มีสภาพที่มันรับเข้ามารู้มีองค์ประกอบที่เข้ามารู้ทั้งทวารตาทวารหูบอกแล้วว่าถ้าคุณสัมผัสกลิ่นได้คุณก็เอากลิ่นไปด้วยมันไม่ถึงกลิ่นหรอกมันไม่ถึงจมูกมันไม่ถึงลิ้นลิ้นโกหกอยู่ข้างในปากสัมผัสกายมันก็ไม่มีอะไรไปมากเพราะฉะนั้นในการฟังธรรมมันก็มีทวารหูก็ทวารปานนั่นน่ะช่วยมากสุดเพราะเราฟังธรรมะสว่าง หูตาสองข้างที่จะนำข้อความรู้นี้เข้ามารู้ได้เต็มครบเรียกว่าเราโยนิโสมนสิการผูกด้วยตาผูกด้วยหูมันนะ 10 ผูกใจผูกกับงานการก็งานนั่นเองกับการนี้งานนี้เรื่องนี้เต็มเหล็กเต็มแล้วคุณก็ผูกได้เรื่องนี้เรื่องนี้ครบชัดไม่มีอื่นอยู่แล้วก็ร้องดูสังเกตอารมณ์ของตัวเองว่ามันแบบเป็นเรื่องอื่นไหมเป็นเรื่องอะไรเรื่องการหยาบๆเป็นเรื่องขยะเรื่องนั้นเรื่องนี้ตามที่เราชอบเราชื่นมีไหมไม่มี 1 นิวรณ์ไม่มีละ 2 เป็นในเรื่องที่มันจะโทรศัพท์ เครื่องอึดอัดไม่ใช่แต่เฉพาะว่ามันจะเกิดพยาบาทจะต้องไปคิดถึงเรื่องเขียนเรื่องค่าเรื่องก็คาดว่าร้ายคนอื่นนะเรื่องอึดอัดขัดเคืองไม่สบายไม่สบายไม่ร่าเริงถ้าฟังธรรมเป็นชามแล้วร่าเริงร่าเริงพอใจยินดีแม้มันไม่มีเรื่องใหม่มันก็ร่าเริงอยู่กับเราร้องเพลงอะไรที่เราติดใจเหมือนกับเราร้องเพลงอะไรที่ติดใจเราก็ร้องกับเขาร้องไปทบทวนเพลงเก่าแล้วจำเนื้อได้แล้วคล่องปากแล้วก็ร้องไปกับเขาก็ร่าเริงไปกับเขาเพราะเราจำได้เพลงนี้แล้วเราก็ร่าเริงในเพลงนี้รู้ว่าเพลงเก่ายิ่งมีความหมายอย่างนั้นอย่างนี้ ใจอย่างไรมันก็จะซาบซึ้งใจอย่างนั้นแม้มันไม่ซาบซึ้งแล้วมันเซ็งแล้วมันเหนื่อยๆแล้วมันก็ร่าเริงในบทเพลงนั้นว่าเป็นของดีแล้วเราก็ฟังแล้วก็ร้องเพลงนั้นไปทวนเพลงนั้นไปได้ด้วยความเบิกบานพอใจอยู่พอสมควรแม้ไม่ทราบซึ่งจะว่าเราเราเข้าใจหมดแล้วมันไม่มีซาบซึ้งหรือปิดจิตใจดีใจอะไรเพิ่มเติมแล้วในเพลงนั้นมันก็ร้องเพลงซ้ำนั้นได้ 100 ครั้ง 500 ครั้งมันก็ร้องซ้ำได้อย่างนั้นน้าเรียกว่าเราพอใจในเพลงทีนี้เราพอจะพอใจในธรรมเราเวลาเราฟังธรรมเราพอใจในธรรมท่านจะกล่าวบททำเรื่องธรรมะอะไรก็ตามแต่เรื่องเก่าก็เหมือนกับเพลงเก่า แต่แรกๆเราฟังแล้วเราร่าเริงเบิกบานปิติใจซาบซึ้งใจเราก็จะมีความซาบซึ้งเอร็ดอร่อยอร่อยในธรรมก็ได้มันซาบซึ้งมันมีรถเป็นธรรมรสรสใดก็ไม่เท่ารถทำมาเพราะรถทำมันมีประโยชน์มีคุณค่ารถเพลงมันก็แค่รถเพลงเราจะทราบถึงเพลงมันก็แค่เรื่องของเพลงส่วนลดธรรมะนั้นมันก็ซาบซึ้งเราซาบซึ้งของเราเองคนอื่นไม่เกี่ยวคนอื่นก็จะทราบซึ่งหรือไม่ทราบซึ่งก็เรื่องของเขาแต่เราเราทราบซึ่งเราก็ฟังธรรมะบทเก่านี่แหละก็เหมือนก็ร้องเพลงเพลงเก่าคำว่าบทกล่าวเราก็ฟังตามไปได้บางทีเราก็จะลองทวนไปก่อนหรือลองชวนไปย้ำทวนไป สาธยายเราก็รื่นเริงร่าเริงบันเทิงอยู่ได้นั้นเรียกว่าเราฟังธรรมเกิดรถธรรมมีธรรมก็จะจำแม่นผึกลงไปร่าเริงเบิกบานอันนั้นเป็นฉันร่าเริงเบิกบานนั้นเป็นฉันเพราะมีปิติถ้าเราเองเราฟังใหม่มันก็จะมีวิตกวิจารเด่นคือจะต้องรู้พฤติกรรมดูเหตุผลว่าเหตุผลแปลว่าความรู้แง่รู้เงื่อนรู้ความเปรียบเทียบรู้ความดีชั่วถูกผิดแจ้งชัดอะไรนี่งานเรียกว่าเราเรามีวิตกวิจารณ์ไปตามหนี้อยู่ในองค์การแล้วนะอธิบายลักษณะขององค์ประกอบในการที่จะทำให้ตนไม่มี ได้ก็เป็นเรื่องหนึ่งตอนนี้ใจของเราเป็นฌานแล้วแล้วลักษณะฌานนั้นมันก็กำลังกำลังเกิดบทบาทเป็นธรรมมีฌานที่กำลังเกิดบทบาทเป็นธรรมเพราะฉะนั้นเราฟังธรรมเราก็มีวิตกวิจารณ์รับทำเพราะรับเพราะเราฟังธรรมด้วยฌานเมื่อพี่วิจารณ์รับทำเนี่ยเรารู้อาการนั้นพฤติการณ์นั้นพฤติการณ์ที่เสียงที่ฟังมาเสียงที่ฟังมาเข้าหูแล้วก็รู้ว่าเป็นเสียงเสียงเป็นรูปประธรรมเสียงนี้มีความหมายเราก็รู้ความหมายตามแยกแยะตามเราก็จะรู้รูปประธรรมนั้นอาการนั้นของนั้นเรื่องนั้นความหมายนั้นไปเรื่อยๆแล้วเราก็ เกิดการนำมาทำตัวรู้เราก็จะรู้เมื่อมีคำว่าวิจัยเราก็จะรู้รู้อันนั้นรู้อันนี้เกิดปัญญาหรือเกิดญาณจากรูปธรรมที่เรารักจากรูปประธรรมที่เรารักเราก็จะเกิดปัญญาเกิดความรู้ผิดรู้ชั่วรู้ดีเกิดสัมมาทิฏฐิมิจฉาทิฏฐิอะไรก็ตามใจมันก็จะเกิดแจ้งเกิดแจ้งเกิดสติธรรมมาวิจัยและวิริยะมันก็จะเกิดนี่เราเรียนเราใส่ใจเรียนแล้วก็มีทานแล้วเราก็เรียนวิชาญไม่ใช่เรียนเรื่องอื่นฌานแท้ๆสมาธิแท้ๆนะถ้าใจเราเราก็เป็นที่น่าเป็นพระมันก็ไม่เรียน ฌานเราไม่ไปหากามไม่มีกามอะไรแม้แต่คำพูดนี้ก็เป็นคำพูดที่ประสมกามได้เราฟังธรรมทีนี้ท่านก็แสดงธรรมด้วยมีกามมีคำเพราะคำเพราะฟังคำนี้พูดไปแล้วไพเราะเป็นลมเป็นใจดูดซึมซับนี้เพราะไพเราะดีเหลือเกินคุณไปสะดุดตรงไหนคุณไปทราบว่ามันเพราะตรงไหนคุณก็จะสัญญาจำไม่ผิดเขาไว้แม่นๆมากๆเพราะคุณต้องใจพอใจไพเราะใจเป็นการอยากตายอันนี้ไว้ดูดไว้ดึงไว้นั่นก็เป็นการแต่ถ้าว่าคำ เป็นคำภาษาธรรมเป็นภาษาธรรมะแท้ๆก็เป็นธรรมดาไม่เป็นไรคนไข้ในภาษาธรรมภาษานี้เป็นภาษาเป็นรูปเป็นบัญญัติก็ตามแล้วคุณก็ใคร่ภาษานี้เป็นธรรมะที่เพราะไพเราะดีคุณก็จะจำภาษานี้เป็นธรรมดาใคร่ภาษาธรรมที่เป็นภาษาที่คุณปรารถนาใครอยากหยุดไว้ก็ยังดีคุณยุทธภาษาธรรมไม่ใช่ภาษาโลกโลกแต่ถ้าคำเพลงคำร้องเพลงนี้มันเพราะดีเหลือเกินมันเป็นคำเป็นคำแต่งคำกลอนเป็นคีตะคำที่เป็นกาบเป็นกลอนเป็นฉันเป็นคำคล้องจองสอดร้อยเป็นคำที่ซาบซึ้งคุณก็จำคำ นั้นเป็นกาโมเป็นการซึ่งก็เป็นเพลงกามเป็นคีตะกรรมมีการมีความใคร่อยากในคำนั้นซึ่งไม่ใช่ธรรมะไม่ใช่ภาษาธรรมเป็นภาษาเพลงหรือภาษาคีตะภาษาของโลกยิ่งเป็นภาษาอะไรที่คุณพอใจหยาบหยาบคายๆหรือไม่อยากก็ตามหยาบคำนี้ไม่ใช่หมายความว่าเป็นภาษาที่ด่าเป็นภาษาที่เป็นลมกามอย่างชัดๆพูดถึงอารมณ์จี๋จ๋าของความรักความใคร่แบบลูกโลกหรือความเกี่ยวพันกันเรื่องติดยึดยั่วราคะที่จะจัดจ้านๆแล้วคุณก็บอกโอ้โหภาษานี้สื่อราคะได้จากเหลือเกินสืบภาษาเกี่ยวกับความรักของผู้หญิงผู้ชายได้ชัดเหลือเกินนั่นเป็นภาษาอย่าง คุณเข้าใจดีนะอาจจะเป็นภาษาที่โลกคือไพเราะเหลือเกินดีเหลือเกินเป็นภาษาที่สื่อชัดเหลือเกินยิ่งชัดยิ่งหยาบมากยิ่งสื่อภาษารักใคร่ก่อให้เกิดความผูกพันกับหลักอย่างโลกโลกมากเท่าไหร่ยิ่งหยาบเท่านั้นอาทิตย์นี้ก็กลับมาภาษาธรรมะธรรมะที่สื่อธรรมชาติเท่าไหร่จะบอกว่าหยาบเราไม่เรียกหยาบแล้วเราเรียกว่าชัดเราเรียกว่าแจ้งเราเรียกว่าตรงเรียกว่าถูกต้องที่หงายของที่คว่ำจุดไฟในที่มืดทำของลึกมาให้ตื้นเป็นธรรมกายมอร์ยิ่งใกล้ในคำ มาริโอ้ภาษานี่ดีจังภาษานี้สื่อชัดจังภาษานี่บอกแจ้งดีเหลือเกินโอ้โห แต่มันก็ไพเราะแบบคีตะฟังให้ละเอียดลงไปอีกเป็นภาษาไพเราะแบบคีตะแต่มันไม่ได้สื่อสภาวะทำให้เราแจ้งให้เราชัดเจนแต่คุณไปติดเป็นภาษาที่มันผูกพันร้อยกรองเป็นกาบเป็นกาบ 11 กับ 12 กับ 18 กับ 4 กับ 6 อะไรแล้วแต่คุณก็ไปไพเราะโอ๊ยทำความมีอารมณ์ร้อยกรองคล้องกันสัมผัสกันอะไรๆคุณก็จำภาษานั้นไปเท่านั้นคุณก็ได้ภาษาที่เป็นคีตะแต่ถ้าภาษาธรรมะนั้นจะสัมผัสกันก็ได้มีคล้องจองกันก็ได้ด้วยนิดๆหน่อยๆแต่แท้จริงแล้วมันสื่ออาการสื่ออารมณ์ของทำได้ชัดดีเหลือเกินคุณจำซาบซึ้งคุณก็เป็นธรรมดา การไข้ภาษานั้นเป็นภาษาธรรมและให้ทำปรารถนาทำให้ชอบใจพอใจกามก็พอใจในภาษาที่มันสื่ออันนี้เรียกว่าการไล่ไปก่อนแยกแยะให้ละเอียดฟังดีๆนะขณะนี้ขอเตือนอยู่อย่างหนึ่งว่าลืมตาฟังธรรมมองให้เกิดทักษะ 2 ทางตาเห็นด้วยหูได้ยินด้วยกำไรคุณจะนึกว่าชานี่คุณนั่งหลับแล้วก็ลีๆๆได้ฟังไม่เต็มสักทีเนี่ยยากนะที่จะรู้ว่าเรามีสติเต็มร้อยหรือเปล่ายากนะถ้าใครฟังไม่ชัดจำไม่ขึ้นใจนะพวกเราขณะนี้ผมจะเอาคุณให้เป็นพ้นจากผีนะมีพระให้ได้แต่ถ้าคุณฟังคำนี้แค่นี้ก็ไม่ออกแล้วคุณก็มี ไม่ลืมตาว่ะนึกว่าก็เต็มที่แล้วคุณประมาทแล้วจะบอกให้ว่าหลับตานี่หลี่นี่เก่งที่สุดไวที่สุดแป๊บนึงแป๊บนึงก็ดีแล้วเป็นทีมอุปกิเลสและพูดไม่เต็มร้อยหรอกรถ 99.99 คุณก็ลดแล้วเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละดีแล้วเพราะถ้าคุณเองคุณเต็มร้อยเป็นคุณจะร่าเริงเบิกบานทุกทีไปจริงๆคุณฟังธรรมซึ่งยังไงคุณก็จำได้ของเก่ามันก็ฟังเพลงซ้ำนี่แหละในเมื่อคุณเองคุณจิตใจมาทางธรรมคุณมาฟังธรรมก็เหมือนคุณไปฟังเพลงคุณจิตใจคุณชอบเพลงคุณไปฟังเพลงเพลงไหนคุณรู้แล้วก็ตามคุณก็จะเพราะกับมันเล็กๆน้อยๆเพลงนี้ชอบมากเพลงนี้ชอบน้อยถ้ายิ่งธรรมะบทไหนที่คุณโอโหบทนี้เราขึ้นใจบทนี้เราชอบเหลือ บทนี้ให้ประโยชน์กับเรามามากเรายิ่งจะท่องตามอย่างร่าเริงคุณฟังตามนี้คุณจะท่องตามอย่างร่าเริงคุณจะต้องตามอย่างร่าเริงจริงๆเพราะขณะนี้ใครฟังทำกิเลสที่นะมีธาตุดึงแรงนะคุณลืมตาไม่ขึ้นลืมตาไม่ขึ้นขณะนี้ท่านชี้หน้าดึงแรงถ้าลืมตาขึ้นขอให้ลืมตาขึ้นทุกคนแล้วดูมาที่อาตมากำลังแสดงธรรมอย่างเข้มข้นถ้าเผื่อว่าบทนี้ผ่านหรือว่าการที่จะทำขณะนี้ไปแล้วเนี่ยพวกคุณไม่ใส่ใจนะแก้ทีนะมีทำไม่ออกแน่นอนเพราะจะเอาตั้งแต่ละเนี่ยทำไมรายละเอียดเลยไม่ๆๆไม่เล่นแล้วถ้าเล่นแล้วไม่ได้มันฟังธรรมฟังด้วยหูและตา ตอนนี้หูด้วยตาอยากฟังธรรมด้วยหลับตาระบบดูสีไม่เอาแล้วระบบเป็นสีไม่เอาแล้วคุณจะเป็นฉันลืมตาชาตามหลับตานั้นส่วนมากเป็นผีนะมีตาเดี๋ยวจะรู้เพราะอธิบายไปถึงจุดที่จะรู้ว่าอะไรคือผีนะมีอะไรคือฌานอะไรคือสภาพสติเต็มร้อยเดี๋ยวจะรู้ยังไม่ไปถึงขั้นตอนนั้นขณะนี้พวกเราชินเหลือเกินชินต่อการีน่าชินจนกระทั่งจิตผีนี่มันดึงฟังธรรมมันลืมตาไม่ขึ้นลืมตาไม่ขึ้นแล้วโรคที่มีท่านแล้วลืมตาไม่ขึ้นบอกให้ก่อนเลยว่าโรคคุณไม่ได้คุณไม่ได้คุณมีโรคมีนิวรณ์ไม่ใช่ความสะอาดของนิวรณ์ไม่ใช่ปราศจากนิวรณ์นะ ไม่ใช่เพราะงั้นหลับตาฟังเนี่ยแม้แต่หลับนี่คุณเป็นแล้วอ่านอารมณ์ไม่ดีคุณลืมตาเต็มแล้วคุณก็เกิดอารมณ์ร่าเริงเบิกบานพอใจมีฉันทะไม่ใช่มีกามฉันทะแต่เรียกไม่มีการก็ได้ธรรมะกาโมฉันทะคุณฟังธรรมอันนี้เกิดธรรมะกาโมฉันทะมีฉันถ้ามีอิทธิบาทมีที่บาปข้อแรกเลยแล้วจะเอาคำว่าการมาใช้ร่วมด้วยก็ได้เป็นกรรมการแรกในฟังเกิดความพอใจเกิดความยินดีเกิดความอยากจะได้อันนี้ไว้ต่อไปเรื่อยๆหรือมันมีใจอยากจะได้เป็นกรรม ฉันทะด้วยดียิ่งกว่าด้วยนี่ก็ฟังไปแล้วก็เฉยๆเฉยๆเฉยๆไม่ช้ามันก็ตกเฉยๆขี้เกียจเบื่อปัณฑิอารตีมันก็ไปโน่นหมดเป็นอุปกิเลสไปหมดมันก็เบื่อเฉื่อยเหนื่อยไปเหนื่อยไปแล้วมันก็ขี้เกียจละไม่ขี้เกียจฟังแล้วมันขี้เกียจในตัวอาคารจิตมันไม่รับนะมันไม่รับมันขี้เกียจแล้วมันก็ปล่อยเหนื่อยเลยไม่ยินดีตกลงก็ไม่ยินดีไม่ยินดีคุณก็ฟุ้งไปตามของคุณหรือไม่คุณก็หลับไปตามมันก็ตกที่นั่นมีพระแน่นอนหรือมันก็ฟุ้งซ่านไปแน่นอนแต่ถ้าฟังด้วยยินดีฟังด้วยฉันทะยินดีที่ฉันมีธรรมกาย ฉันทะด้วยแล้วคุณก็เติมวิริยะวิริยะนี่เป็นเครื่องที่มันเครื่องติดวิริยะในจริงๆก็แปลว่าเครื่องติดวิริยะแปลว่าเครื่องติดเป็นไปตามเครื่องติดนี้ไปเป็นเครื่องติดกับเรื่องนี้งานงานมันเดินกับงานนี้คุณติดไฟมันก็คือเครื่องไฟมันก็เกิดอยู่เครื่องติดไฟคุณกำลังเทน้ำเครื่องแทนการเติมการงานเทน้ำมันก็กำลังเดินเครื่องอยู่นะคุณกำลังพูดมันก็ติดกับพูดจิตใจก็ประกอบกันมีทั้งวิริยะจิตตะจิตมันก็อยู่กับตรงนี้การงานนี้ก็พัฒนาถ้าเมื่อคุณมีโพชฌงค์ประกอบอยู่มีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะมันก็จะรู้ดีหรือได้ ได้ดีเป็นการสร้างสรรค์หรือได้ดีเป็นการสงบสงบเพราะกิเลสลดความสงบเพราะกิเลสรสจืดยิ่งตื่นฟังให้ดีวัดสติเนี่ยความสงบที่จริงความสงบที่จริงปกตินี่ยิ่งได้ธรรมะยิ่งซาบซึ้งธรรมะจิตยิ่งตื่นความสงบในจิตยิ่งตื่นจิตยิ่งสดใสยิ่งแจ่มใสยิ่งเบิกบานร่าเริงเป็นผู้รู้เป็นผู้ถึงยิ่งเป็นพุทธะที่แท้เจ็บยิ่งเป็นพุทธที่แท้ไอ้ผู้เบิกบานร่าเริงสื่อไม่ห่อเหี่ยวๆไม่เกิดอารมณ์ดีๆหนึบๆๆอารมณ์ๆ อารมณ์เต็มโพรงตื่นแล้วก็รู้ๆๆยิ่งฟังธรรมเนี่ยถึงแม้ว่าเราเองจะฟังของเก่าฟังจำได้ก็รู้ก็เข้าใจแล้วเราจะรู้สึกว่าเราโพลงเลยรู้ไปตามเลยมีปฏิภาณมีสัมปชัญญะปฏิภาณปัญญาพอฟังอันนี้พักเรามีปฏิภาณรู้ล่วงหน้ารู้ประกอบรู้อะไรต่ออะไรชาติไปด้วยเลยแล้วก็เราก็จะดูอ่อนี่ท่านจะพูดไปนี่พูดไปอันเดียวกับที่เรารู้มันได้ทดสอบตัวเองไปด้วยในตัวเลยเอานี่ถ้าพูดตัวเดียวกับที่เรารู้มันรู้ล่วงหน้าเลยอันที่เรารู้แล้วมันก็รู้ล่วงหน้าก่อนเดี๋ยวฉันจะพูดอันนี้อันนี้ไปตรงๆพอเราทีเราก็เก่งมันจะมีปฏิภาณเก่งถ้าไม่พูดอันนี้พูดแบบนี้เอออันนี้ใหม่ไงอันนี้เราไม่ถนัดอันนี้เราไม่คล่องเนี่ยอธิบายรายละเอียดให้คุณฟังแต่คุณไม่ได้ถามตัวเองไม่ได้บอกตัวเองว่าอันนี้หรอกแต่คุณก็บอกตัวเอง อย่างนี้คุณเป็นไตร่ตรองดูคุณจะรู้คุณก็บอกตัวเองอย่างนี้เออนี่ไปตามที่เรานึกว่าจะไปตามทางนี้แต่นี่เออไปไปไปไปไม่ไปตามที่เรานึกนะท่านไปทางนี้ทางนี้แปลกเว้ยคุณจะร่าเริงขึ้นมาทันทีหรอกถ้ามีปฏิภาณแตกอันนี้เราไม่เคยเลยอันนี้มันเคยใหม่กูก็จะอุทานในใจคุณจะร่าเริงตื่นตาตื่นใจฟังธรรมแล้วก็เพลิดเพลินตื่นตาตื่นใจไม่อุทานโอ้สิ่งไม่เคยได้ฟังไม่เคยได้ยินก็ได้ยินเนาะนี่แปลกไปแล้วแม้สิ่งได้เคยได้ยินเคยได้ฟังก็ได้ยินก็ย้ำซ้ำคุณก็เข้าใจพอใจชื่นใจอยู่ทีเดียว ท่านสิ่งที่คุณเคยคุณชินคุณก็กลับไปเพราะคุณฟังพูดที่ฉันมีปฏิภาณหรือท่านมีเรื่องใหม่เรื่องแปลกอะไรมาพูดคุณฟังแล้วมันไม่เหมือนคนที่เราเก่งคุณก็จะตื่นตาตื่นใจฟังแล้วมันไม่มีหลับฟังธรรมไม่มีหลับแม้สิ่งที่คุณเกรงไว้ก็มันก็ได้ซ้ำกับความรู้ของเราตรงกันตรงกันกระทำเนาะท่านกับเราตรงกันอย่างนี้มันก็ชื่นใจมันตรงกันถูกเราแน่ใจอยู่แล้วว่าถูกว่าดีมันก็จะถูกจะดีไปกับเราเราก็ยินดีไปกับดีนั้นส่วนที่ไม่ไม่ใช่แล้วแต่แปลกแต่ใหม่ไปอีกเราก็จะรู้หรือแปลกใหม่ที่ไม่ใช่เราก็จะเกิดถ้าเราฟังด้วยการขัดแย้งฟังด้วยการตีโต้และมัวแต่ไปคิดค้านแย้งอยู่เราก็จะสะดุดเพราะฉะนั้นการที่จะรู้รายละเอียดตามผู้ที่ท่านแสดง ก็จะไม่ไปมันพวกที่มาฟังธรรมโดยการเอาภูมิของตนมาขัดแย้งก็จะไม่เจริญธรรมเพราะว่ารายละเอียดมันก็จะตกหล่นแต่ถ้าผู้ฟังทำโดยไม่มีค้านแย้งฟังตามไปเอออันนี้แปลกใหม่เราก็จะดูไปตามวิจัยมันก็จะใช้จิตใจไปตามถ้ามันเห็นดีเห็นมีเหตุมีผลมีอะไรสอดคล้องมันก็จะเกิดปัญญารู้ว่านี่ดีแฮะยิ่งตื่นตาตื่นใจท่านี้คุณก็จะเกิดสงสัยสงสัยวิจิกิจฉายิ่งจะงอนเอ๊ไอ้นี่ไม่เข้าท่าหรือไม่ตรงกับจริตไม่ตรงกับความรู้ของเราเราก็จะคล่องใจเกิดวิจิกิจฉาแต่ถ้าผู้ใดไม่เกิดการแย่งนักก็จะปล่อยตามไปซ้ำซากที่เขาแสดงไว้ไปตามก่อนไม่เอาสิ่งที่คาดแจ้งมา อารมณ์นี่ขนาดฟังแล้วก็จะเก็บรายละเอียดของเขาได้หมดทีนี้เราก็จะไปพิจารณาทีหลังเอาไปเก็บไปกินตามไม่ใช่ปัญญาไปวิเคราะห์วิจัยดูอีกทีมันจะจริงหรือไม่จริงทีนี้ก็จะควรจะรู้เองทีหลังแต่ถ้าไปพาลแย้งตอนนี้นะเราฟังธรรมแบบมานะฟังทำแบบเราเอาความรู้ของเราเข้ามาขัดแย้งแล้วเราจะเก็บรายละเอียดที่เขาก็กำลังแสดงต่อไปต่อไปต่อไปต่อไปไม่ครบไม่ครบคุณชนะเสมอเพราะมันจะเข้าข้างตัวคุณฟังของเขาไม่ครบคุณก็ชนะเสมอไปคิดเองอีกคุณก็จำเอาส่วนที่คอได้นั่นแหละแล้วก็ไปนั่งคิดหาเหตุผลมันก็ชนะเสมอคุณก็ไม่ฉลาดขึ้นแต่ถ้าคุณตั้งใจฟังเก็บไว้ให้ละเอียดหมดแล้วเอาไปวิเคราะห์ทีหลัง ที่นี่เราจะรู้ว่าเราแพ้ชนะหรือเราจะเต็มหรือไม่เต็มเราจะเห็นเหตุผลที่ชัดเจนชัดแจ้งตอนโน้นแหละแต่ตอนฟังนิยายฟังด้วยน้ำชาตัวเล็กล้นถ้วยหรือเต็มถ้วยอย่าเพิ่งค้านแย่งอย่าฟังทำเด็ดขาดอย่าแย่งอะไรไปในตัวมึงจะเชื่อไม่เชื่ออะไรแต่มันมีปฏิภาณซ้อนในตัวว่าเอออันนี้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันก็จะมีการทานยาอยู่ในตัวบ้างเล็กน้อยแต่อย่ามาต้านทานแย่งหามันดึงหาเรื่องขึ้นมาต่อต้านต่อต้านลบล้างลบล้างอย่าเพิ่งไปลบล้างอย่าเพิ่งไปลบล้างทีเดียวฟังไปก่อนถ้าฟังอย่างนี้ไม่มีทะเลาะกันเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็ไม่มีทะเลาะกันเพราะเราอนุโลมตามเราไปรับไปรับไปจบแล้วเราค่อยคิดแล้วก็หยิบขึ้นมาพิจารณาแล้วก็คิดพอจบแล้วเราก็ค่อยแยกกันขึ้นมาอย่างนี้ไม่มีเถียงกันถ้าฟังธรรมด้วยโดยธรรมะแบบนี้ไม่มีมานะกันเลยแบบนี้ไม่มี เถียงกันแล้วจะได้ผลได้ประโยชน์ครบชัดดีด้วยนี่ฟังโดยเราทำสติสัมปชัญญะทำชาญอย่างนี้ยังไม่ถึงนี่เพิ่งขึ้นกามะอันเดียวในการมณีวรรณต่อไปเดี๋ยวขยะพยาบาลเดี๋ยวจะไปถึงที่นั่นมีพระนิวรณ์โดยตรงแล้วก็จะแยกแยะอารมณ์ที่วอนโดยตรงแม้สภาพลืมตาหรือหลับตาลงไปไม่มีนิวรณ์ศีลมีธรรมเป็นอย่างไรและจะรู้ชัดแจ้งว่าหลับตาลงไปแล้วโอ้ทีนี้ถ้ามันเข้านี่หว่าเราจะรู้ตัวเลยว่าเราหลับตาในส่วนมากแต่เราจะรู้ต่อไปเราจะชัดแจ้งเลยว่าอ๋อส่วนมากเราหลับตานี้เราอยู่ในนิวรณ์จริงๆไม่อยู่ในนิ้ววอนอย่าง 100% ก็อยู่ในนิวรณ์โอ้ยส่วนใหญ่แล้ว เดี๋ยวจะรู้ตอนนี้ขอให้ตั้งใจฟังดีๆแม้แต่เดี๋ยวนี้ตอนนี้อย่ามีทีนะมีทางอย่าหลับตาเพ่งตรงฟังตื่นให้ดีเต็มก่อนอื่นอย่าให้ดีๆนิดนึงก็เป็นสีนั้นมีเท่านี้ก่อนกิเลสและอุปกิเลสแล้วไม่มีแต่เราก็ไม่รู้เรื่องไม่เข้าใจแต่ก่อนนี้ก็ไม่เข้าใจกันก็เป็นความบกพร่องของอาตมาเป็นความบกพร่องของผมด้วยที่ผมไม่กำชับกัญชาอะไรก็ได้ลงไปจิตนี่มันร่าเริงเป็นผู้รู้ผู้ตื่นเนี่ยแทบจะไม่ต้องบอกว่าเบิกบานแจ่มใสจิตตื่นเนี่ยมันร่าเริงมันมีตัวร่าเริงมันมีตัวเบิกบานอยู่ในใจแทนเลยคิดถึงถ้าจิตที่มันไม่ตื่นจริง เต็มนะมันสังเกตดีๆจะมีหลายคนพวกเรานี่ยังไม่ถึงพุทธะคือจิตมันไม่พอใจหรอกจิตมันยังคล่องวิจิกิจฉามันเยอะแล้วมันอะไรอะไรมันก็เหลืองๆดำๆเหลืองๆมันไม่ตื่นเต็มมันไม่เป็นพุทธะถ้าจิตรู้ตื่น 100% นี่มันจะร่าเริงเบิกบานเห็นหน้าใครเห็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เออน่ารู้เพราะมันจะเดินรู้อยู่เรื่อยจิตตื่นเนี่ยตัวตื่นนี่เป็นตัวที่ไม่มีทีนะมีทานแล้วเมื่อตื่นแล้วเนี่ยมันจะหน้ารู้ไปเรื่อยไอ้โน่นไอ้นี่ก็น่ารู้รู้ไปว่าจะฟุ้งซ่านนะอยู่กับสภาพสัมผัสสัมผัสเป็นปัจจัยสักพักอันนี้ก็เออก็รู้แล้วก็จะรู้อันนี้ตามความเป็นจริงไปเรื่อย ถ่านนักคิดก็จะคิดทันทีจะปรุงคิดมีการเหตุผลอะไรต่อไปวิเคราะห์วิจัยเป็นทันทีถ้าไม่ใช่นักคิดก็จะรู้ตามความเป็นจริงแล้วมันก็น่ารู้น่ารู้ไปทั้งหมดแม้แต่ของเหม็นของหอมของเคยชอบใจไม่ชอบใจอะไรก็จะน่ารู้ไปหมดจะพิจารณาแม้สิ่งที่ไม่เคยชอบใจถ้าจะตื่นจริงๆแล้วนะมันก็จะน่ารู้ไอ้นี่อย่างนี้นะแต่ก่อนเราเคยรังเกียจไส้เดือนบ้างกิ้งกือมั่งถ้าจะศึกษาเข้าไปจะเกิดเมตตาจะเกิดเรียนรู้ลงไปอีกแม้แต่จะสิ้นไส้เดือนกิ้งกือถ้าจิตเราเป็นชามจิตแล้วตื่นจิตรกรรมมีสติเต็มร้อยมันจะถ้ามันตื่นคำว่าตื่นคำเดียวฟังดีๆคำว่าตื่นคำนึงมันจะสัมผัสอะไร น่ารู้น่าพูดด้วยน่าคุยด้วยน่าวิเคราะห์วิจัยน่าพูดด้วยน่าคุยด้วยหน้าวิเคราะห์วิจัยไปหมดเพราะฉะนั้นเมื่อจิตตื่นจึงจะสืบโยงเป็นรู้จิตจะรู้ไอ้เรื่องอารมณ์เบิกบานนั้นจะคลุมอยู่ทีเดียวจิตตื่นนี่จะคลุมไปด้วยอารมณ์เบิกบานจิตตื่นจะทำให้เราใฝ่รู้และเราจะเกิดรู้อารมณ์เบิกบานแจ่มใสนั้นคืออารมณ์ของพุทธฟังอารมณ์พุทธะให้ชัดชัดมากๆวันนี้ฟังอารมณ์พุทธให้ชัดมากๆโดยความหมาย 3 ในเนี่ยพุทธะแปลว่าตื่นสติ ศาสนาพุทธมียืนยันว่าสตินี้เป็นตัวเลิศเป็นตัวเลือกสติที่เป็นตัวเลขร้อยเต็มสติหรือสัตว์แปลว่าร้อยเต็มร้อยเป็นผู้ที่ไม่มีอะไรไปหลบไปเลี้ยงอะไรอื่นไม่แหว่งไม่เว้าใจเต็มไม่ใจแหว่งใจแต่ไม่ใจเสียใจเต็มไม่ใจน้อยไม่มีน้อยใจไม่มีเสียใจไม่มีเว้าใจไม่มีแรงใจไม่มีตกใจไม่มีหล่นตายใจเต็มเต็มใจนี่ฟังภาษาไทยให้ชัดจะรู้อารมณ์รู้อาการของจิตของเรามันเต็มอยู่นะมันไม่ดีไม่พร่องไม่บอกไม่พร่องไม่หล่นไม่ร่วงไม่หดไม่เหี่ยวไม่ผูกไปไหนเลยไม่มีใจเหี่ยวใจหดไม่มีใจเต็ม เกมปืนเต็มเต็มตื่นเต็มแล้วมันก็ตื่นอยู่แล้วพอแล้วใจที่ตื่นเนี่ยจะไปรู้สัมผัสมีสัมผัสเป็นปัจจัยสำคัญอันนั้นสัมผัสอันนี้ก็จะตื่นตื่นรู้เมื่อรู้แล้วเรามีโทษของเราเป็นลูกพระพุทธเจ้าจะต้องเกิดด้วยโพชฌงค์มีสติมีธรรมะวิจัยมีวิริยะมีองค์ธรรมอันนี้อยู่ประกอบตัวเรื่อยๆคุณจะต้องเร่งตัวเองนะถ้าคุณรู้ความหมายของคำว่า 1 คุณมีสติ 2 คนมีธรรมะวิจัย 3 คุณมีโทษแต่คุณมีวิริยะโคตรสงสารนี้เท่ากับสัมมาอะระหังสัมมารามมัก 3 คือ 1 สัมมาทิฏฐิตัวสมาธินี้เป็นตัวผลเป็นตัวมีผลเอาไป ส่วนตัวโพชฌงค์นั้นเรามีสติเรามีธรรมะวิจัยเพื่อที่จะรู้ความหมายเป็นทิฐิที่ถูกหรือทิฐิที่ผิดเป็นความเข้าใจถูกหรื

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน