230514-3-006 ทางเอกภาค3-ตอน006(หน้า028)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์210 KB
วันที่แก้ไข14 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 14 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 1 ที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวแล้วมาเรียนต่อกับอะไรก็ขอเตือนพวกเราที่มาเรียนเราเรียนนี่เพื่อที่จะให้รู้ดีให้เกิดดีแต่ว่าไม่ได้มาสอนให้เรียนเพื่อที่จะไปแบ่งดี เอาดีไปทับถมข่มใครเราเรียนเพื่อที่จะให้ดีนี้แล้วก็ไปเผื่อแผ่เอื้อเฟื้อเมตตาเกื้อกูลค่อยๆช่วยๆเหลือกันไปเอาดีไปทับผมข่มคนอื่นอย่าไปเอาไปแบ่งระมัดระวังตนรู้สึกตัวให้ดีๆในลักษณะที่จะแบ่งจะทับจะถมอะไรนั่นถ้าเราเองยิ่งเป็นคนไม่มีฤทธิ์ไม่มีเด็กมันน่าหมั่นไส้มันทำให้เกิดผลเสียไม่ใช่ผลดีถ้าเรามาเรียนในหน้า 28 เราได้สรุปทานถาวรฌานหลับตาหรือชาญลืมตาอะไรกันพอสมควรแล้วแต่ก็ยังจะต้อง ความกันไปอีกในเรื่องชาญยังมีอีกหลายหน้ามากอรัญหลับตาชานแบบหลับตานี้มีมาก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมาในโลกและมีทั้งในสมัยพุทธกาลเองก็ยังมีเจ้าลัทธิแบบนี้ยืนยันฌานแบบนี้อยู่อีกมากหลายร่วมสมัยอยู่แท้ๆทีเดียวถึงพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้วก็ยังมีอยู่และแม้พระพุทธศาสนาจะไม่เหลือเนื้อหากันแล้วชาญหลับตานี้ก็ยังจะคงมีอยู่ต่อไปอีกเป็นธรรมดาธรรมดาเพราะเป็นเรื่องง่าย ที่จะทำและเป็นขั้นง่ายที่จะพูดกันรู้เรื่องวงเล็บเปิดนอกจากมันเป็นเรื่องตื้นๆเรื่องเบื้องต้นวงเล็บปิดแต่เมื่อทำได้แล้วมันก็ไม่ง่ายที่จะเกิดรู้สภาพลึกซึ้งหมุนรอบเชิงซ้อนยิ่งๆขึ้นไปอีกตามขั้นตามระดับถ้าจิตไม่ขาดกิเลสตัณหาเป็นฐานเป็นชั้นไปจนจิตมีธรรมที่เป็นชั้นเป็นเชิงอยู่ในตนจริงไอ้นี่ก็สรุปย้ำอีกอันนึงบอกซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าฉันหลับตานั้นอย่างหนึ่งฉันหลับลืมตานั้นอย่างหนึ่ง ความหมายใหญ่ๆแต่ถ้าเผื่อว่าเรารู้ถึงฌานที่แท้จริงแล้วจะหลับตาหรือลืมตาก็ได้ฌานอัสสัมชัญหลับตาที่เขายืนยันเด็ดขาดเลยว่าฉันลืมตาไม่มีฉันต้องอยู่ในสภาพหลับตาเท

อ่านต่อ

่านั้นแต่พวกเราทิชาหลับตาแบบนี้แล้วก็มีมาตั้งแต่ศาสนาพระพุทธเจ้ายังไม่เกิดยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาอุบัติมีมาแล้วพระพุทธเจ้าอุบัติก็ยังมีฌานอันนี้อยู่ร่วมสมัยเขาก็จะสอนกันอยู่เยอะแยะหรือแม้ที่สุดพระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วฌานอันนี้มันก็ยังมีอยู่หรือแม่ศาสนาพุทธจะร่อยหรอไม่มีเนื้อสารกันอีกแล้ว พระพุทธศาสนาไอ้ชานประเภทนี้มันก็ยังอยู่ไอ้ชาติหลับตามันก็ยังมีอยู่เพราะมันเป็นเรื่องโลกิยะมันเป็นโรคมันเป็นธรรมดามันต้องมีแล้วมันก็เป็นเรื่องง่ายเป็นเรื่องตื้นเป็นเรื่องๆที่จะพูดกันก็รู้เรื่องง่ายถ้าใครไม่ใช่คนที่ยึดติดอะไรเกินไปนักเช่นพวกปัญญาที่ยึดติดปัญญาตนเองเกินไปไม่เชื่อง่ายๆไม่ที่ได้จะไปหลงงมงายอะไรได้ง่ายๆนะมานั่งปฏิบัติการหลับตาแบบนี้ไม่ได้เรื่องง่ายๆเพราะอะไรเพราะหลงจิตปัญญาตนปัญญาของตนมันชักไปเชื่อเห็นว่าเอ๊ะนี่ เรื่องอะไรนี่นามันไม่เข้า app อะไรก็อย่างนี้เป็นต้นแล้วมึงก็เชื่อปัญญาของตัวเองมีเหตุผลอะไรต่ออะไรที่เข้าท่าแล้วก็ไม่มาหลงในประเภทชานหลับตางมงายเนี่ยมันยึดด้วยยึดความรู้ของตนมันก็เลยมาปฏิบัติฌานหลับตานี่ไม่ค่อยได้ดึงมายังไงก็ฝึกยังไงก็ยากแต่ถ้าเผื่อว่าไม่ติดยึดในปัญญาของตนมากนักแม้จะเป็นผู้มีปัญญาจริงก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่ติดพุงจนไม่ติดติดทิฐินะปฏิบัติการหลับตานี้ก็ได้พอใช้ทีเดียวถ้าบอกว่ายึดติดปัญญาตนก็แล้วก็เห็นว่าเขาไอ้นี่ไม่ได้เรื่องก็ปฏิบัติยากแต่ถ้าไม่ติดยึดปฏิบัติก็ได้และง่ายด้วยยิ่งมีปัญญาดีมีความเข้าใจดี แล้วมายึดไม่ติดอะไรปฏิบัติการหลับตาก็ไม่ยากง่ายแล้วมันก็เป็นขั้นง่ายจริงๆด้วยที่จะพูดกันรู้เรื่องก็บอกว่าสงบก็หลับตาสงบเข้าไปทำจิตให้เป็นหนึ่งก็เข้าใจนี่มันไม่ยากอะไรนอกจากว่าเราจะเป็นคนขี้แก่มากมันไม่ได้เรื่องบางเรื่องหนึ่งถ้าเราไม่เป็นคนแก่แล้วไม่ฟุ้งซ่านอะไรมากก็สะกดจิตรวมจิตเป็นหนึ่งก็ง่ายแล้วมันง่ายที่จะพูดกันรู้เรื่องพอพูดกันยังไงก็ไม่ยากถ้าหลับตาไม่สลับซับซ้อนสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนไม่ๆๆไม่มีอะไรมากแต่ว่าปฏิบัติการหลับตานี่มันมันไม่ง่ายเลยที่จะเกิดรู้มันไม่ง่ายเลยที่จะยิ่งจะรู้สภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ลึกซึ้งขึ้นไปอีกเป็นลำดับลำดับ มีตั้งไม่รู้กี่ขั้นกี่ตอนมันไม่ง่ายเลยที่จะเป็นอย่างนั้นปฏิบัติตามหลับตาจึงได้แต่ผิวเผินจะได้แต่ระดับๆนึงเท่านั้นเองคำพูดจะเป็นพระโสดาบันก็ต้องทำตนให้เกิดฌานคือมีธรรมะสติเอ้ยไม่ใช่มีธรรมะมีทิศทางมาสุขขะวิหารและมีสันตะวิหารจนบริสุทธิ์บริบูรณ์จากเหตุปัจจัยวงเล็บเปิดขั้นต้นขนาดของฐานโสดาบันวงเล็บปิดที่ต้นติดต้นยึดให้ได้ก็ต้องปฏิบัติปฏิบัติมีชัยมีเจตนาทำการบริหารสุดท้ายก็มีถึงชั้นต่อวิหาร ศัพท์เทคนิคที่เราจะต้องเข้าใจที่จะทำสุขกับวิหารก็คือปฏิบัติพอได้เพราะอาศัยอยู่ที่เดียวในปัจจุบันนั้นเทียวสันตะวิหารก็คือกวาดล้างจนถึงที่สุดเรียบร้อยราบรื่นสบายไม่มีอะไรกระจัดมีอะไรติดขัดไม่มีอะไรลำบากลำบนแล้วและไม่มีอะไรที่จะถ้าสันตะวิหารปลายสุดก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปฏิบัติอีกเป็นนิมิตไปเลยมีความเป็นที่สุดหรือมีสันติที่เรียบร้อยเป็นบั้นปลายอยู่ทีเดียวในเหตุปัจจัยของพระโสดาบันเราจะต้องรู้ด้วยว่าเหตุปัจจัยของพระโสดาบันขีดขอบเอาเท่าไหร่กำหนดเอาเท่าไหร่ถ้า ณัฐพลเลอะเลยโสดาบันจะต้องเอาขี่ขอบเท่าไหร่เราก็ไม่รู้พระพุทธเจ้าท่านมีเครื่องหมายง่ายๆให้ฟังว่ามีศีล 5 เป็นต้นมีผลประโยชน์ 3 เป็นต้นอะไรอย่างนี้แล้วก็จะต้องมาเรียนรู้สักกายะคำว่าสัตยาก็คือขอบเขตขอบเขตของความหมายที่เราจะเข้าใจว่ามันหมายเอาอะไรแค่ใดหยาบๆต่ำๆต้นๆเบื้องต้นก่อนเป็นลำดับแรกหมายเอาแค่ใดและเราก็รู้กิเลสตัณหาอย่างนั้นที่มีเหตุปัจจัยเกี่ยวข้องอย่างนั้นเป็นความเสื่อมต่ำหรือเป็นความไม่ดีชั้นแรกชั้นตื้นและเราก็ทำให้หมดได้สิ้นต้อง ตัวเองดูตัวเองจริงๆดั่งเคยอธิบายมานักหนาแล้วให้จริงว่ามีอบายหรือแปลว่านรกมีอบายหรือนรกใดๆที่ตนหลงเสพหลงยึดอยู่โดยเฉพาะต้องไล่เรียงหยาบต่ำปานกลางสูงละเอียดมาตามขั้นตามระดับให้ได้เช่นต้องเลิกสิ่งเสพติดมัวเมาแค่ศีลข้อ 5 อธิบายยกตัวอย่างเป็นขั้นละเอียดไปแค่ศีลข้อ 5 หรือเป็นอบายมุขตรงๆเสียให้ได้ก่อนอย่างนี้เราก็ต้องเลิกยาเสพติดอย่างต่ำหยาบมาให้ได้และก็รายละเอียดขึ้นมาจนเป็นยาเสพติดขั้น เหมือนมันไม่ร้ายไม่แรงหรอกแต่ก็ไร้สาระปัญญาปานๆกันในปัจจุบันนี้ก็มียาดูดหรือบุหรี่ยานัดและหมากพลูพวกนี้เป็นต้นอ่ะถ้าแค่นี้ก็ไม่มีปัญญาเฉลียวคำว่าเฉลียวนิสัยเครื่องหมายคำพูดไว้เลยนะถ้าแค่นี้ก็ไม่มีมีปัญญาเฉลียวรู้ว่าเป็นสิ่งเสพติดเป็นของไร้สาระอันพึงควรละควรเลิกให้ได้จนจิตหมดสิทธิ์คำว่าจิตหมดสิทธิ์นี่เน้นดำๆตัวดำๆเอาไว้จนจิตหมดสิทธิ์จริงๆแม้จะเห็นสิ่งนั้นอยู่ได้กลิ่นได้ยินได้รสได้สัมผัสสิ่งนั้นอยู่แท้ๆก็ไม่มียาไม่มี ไม่ก็ไม่มีอยากไม่มีไม่อยากทั้งขึ้นทั้งล่องนะสังเกตให้ดีก็ไม่มีอยากไม่มีไม่อยากจะดูหรือจะรับกลิ่นรับกินรับฟังอยู่ก็เพราะเห็นว่าจำเป็นจริงๆแก่ประโยชน์ถ้าไม่จำเป็นจริงก็จะไม่รักจริงๆแต่แม้จำเป็นที่สุดที่จะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งนั้นอยู่จิตก็ไม่มีทุกข์ไม่มีสุขกับการสัมผัสอยู่กับสิ่งนั้นจริงอย่างมั่นคงแข็งแรงถาวรนี่แหละจิตว่าที่เรียกว่าฌานแท้จิตว่างที่เรียกว่าชาญแท้ของพระอริยะที่ถึงขั้นอรหัตผลแท้ๆพยายามฟังสภาพอธิบายแล้วอธิบายอีกซ้ำแล้วซ้ำอีก ยางอย่างต่ำอย่างกลางอะไรก็อธิบายเพราะงั้นถ้าเราไม่มีแม้แต่เราเองเราไม่เคยติดก็ต้องระลึกรู้ได้ว่ามันผิดบ้างที่ไม่ติดมันเป็นยังไงเดี๋ยวติดแล้วยิ่งปฏิบัติเลิกพระมาได้จิตที่เราเองเราไม่ติดไม่มีอะไรแล้วไม่เกิดรถเกิดชาติจริงแล้วไม่เกิดจริงๆนะหมายความว่าไม่เกิดไม่มีเกิดคำว่าไม่เกิดนี้อย่าไปเข้าใจว่าไอ้ร่างกายนี่ตายเน่าเข้าโรงไม่เกิดนี่ก็คือไม่เกิดจริงๆในความไม่เกิดของจิตที่เป็นกิเลสกิเลสไม่เกิดอารมณ์ที่เป็นสภาพที่ทรงไว้ซึ่งสุขก็เวทนาบ้างทุกข์ก็เวทนาบ้างไม่เกิดมันเป็นสภาพกลางๆจะประสบก็ไม่ใช่แกว่าทุกข์ก็ไม่มีแต่ว่ามันทุกข์ไม่เฉพาะศุกร์มันก็ไม่มันก็ไม่สบายก็ว่าง ธรรมดาธรรมดาวิมุติรถนี่มันก็แต่มันก็สบายๆไม่เดือดร้อนอะไรไม่เป็นไปด้วยความอึดอัดขัดเคืองอะไรไม่ต้องทนไม่ต้องทนและอยากทนได้ลำบากอะไรไม่มีแต่ถ้ายังเข้าใจความเป็นชาญตามนัยยะอันลึกซึ้งนี้ไม่ได้แล้วล่ะก็แม้จะไปนั่งหลับตาทำทานให้ยิ่งให้ดับดิ่งได้เป็นได้ยอดเป็นฌาน 4 มีอุเบกขาหลับตาปี๋อยู่ปานใดหรือต่อให้เป็นนิโรธสมาบัติเป็นอสัญญีสัตว์เป็นอากิญจัญญายตนะท่านเก่งเยี่ยมสุดปานใดมันก็ยังเป็นได้แค่ทานยืมเงินในเครื่องหมายคำพูดว่าฌานยืน ทานชั่วคราวอยู่เท่านั้นเองพอลืมตาออกมาจากชาญแบบนี้ก็คงเสพก็คงติดในอบายมุขคงยึดสิ่งที่ตนละไม่ได้เลิกไม่ได้อันเป็นเสียงของเสพติดชั้นต่ำอยู่นั่นเองแหละและนี่ขณะนี้เรากำลังยกตัวอย่างไอ้ฉันต่ำเป็นอบายมุขเป็นของเสพติดนี่ก็กล่าวถึงแม้แค่ยาดูดยานัดบุหรี่หมากพลูอะไรอย่างนี้เป็นของเสพติดบางอย่างที่ไม่ได้กล่าวในที่นี้ถึงจะรู้ชัดๆอยู่แล้วถ้าไม่มีปัญญาแม้แต่แค่ฉันอย่างนี้ก็ไม่เฉลียวรู้ก็ไม่ได้ใช้คำว่าฉลาดไม่ได้เฉลียวใจไม่ได้คิดรู้บ้างเลยว่าไอ้ของแค่นี้มันเป็นของไร้ค่ามันเป็นเจ้าของไร้สาระแค่นี้ไม่รู้และก็ไม่ปฏิบัติจนจิตหมด จริงๆคนนั้นก็ไม่รู้นางไม่ได้เรื่องอะไรเพราะในเรื่องต่ำๆยาวๆนี้จึงมีความหมายต้องเรียนรู้โสดาสกิทานาคาต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งนอกสิ่งอย่างสิ่งตามโลกเขาก็รู้ทางธรรมไม่รู้ทางโลกด้วยอย่างนี้โลกก็บอกว่าไอ้นี่เป็นของต่ำแล้วเราก็ไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างนี้ไม่ต้องเลอะไม่ต้องล่าไม่ต้องหยุดอะไรอย่างนี้เป็นต้นก็ทำไมล่ะของหยาบๆต่ำๆไร้สาระอันนี้ไม่รู้แล้วจะไปรู้ของสูงของละเอียดขึ้นนี่มันก็ไม่เป็นเบื้องต้นทำการบ้านปลายมึงต้นเขาก็รู้ใครก็รู้เป็นทั่วๆไปใครๆเขาก็เข้าใจง่ายๆไม่เห็นอยากเห็นเย็นอะไรอย่างนี้เราจะต้องเข้าใจลำดับและยิ่งไปทำจนกระทั่งจิตมันว่างมันเป็นจิตที่ว่างขั้นวิมุตหรือเป็น นานไปถึงวิมุตเราก็ต้องเข้าใจฌานที่เล่าให้ฟังมาแล้วมันลดลงลดลง 4 ลงน้อยลงจางลงเวลากระทบสัมผัสแล้วหรือเวลาเราเองเราใช้วิตกวิจารณ์แล้วมันก็ไม่มีวิตกวิจารณ์หรือวิตกวิจารณ์เบาบางก็รู้จนวิญญาณไม่มีมีปิติมีสุขอะไรจนกระทั่งติดยึดหรือไม่ติดยึดก็รู้จนต้องว่างสนิทอุเบกขาเฉยมากจะใช้ภาษาสู่ฟังบ่อยๆยิ่งกล้าพูดใดหลงผิดมากตอนต่อไปผู้ใดที่ใช้ได้แต่ตอนนี้เป็นหลงทางหลับตาแล้วก็ดับกลิ่นไปเป็นอสัญญีไอ้แบบนั้นแล้วลืมตาออกมาแล้วก็ไม่เลิกก็ได้เลยอบายมุขอบายมุขก็ยังคงติดอยู่แบบนี้มันทานอย่างนั้นน่ะมันใช่ชา บอลไม่ใช่ฉันจริงจังอะไรเป็นชานยืมชาญชั่วคราวเป็นฌานนั่งดับดีไปเฉยๆจะเรียกใช้ก็ใช้ยิ่งถ้าพูดได้หลงผิดมากขนาดไม่เชื่อว่ะติดหมากพลูติดบุหรี่นี้จะเป็นของควรเลิกควรปิดอบายเสียให้ได้แต่กลับเห็นว่าไม่ใช่อบายมุขไม่ใช่สิ่งกั้นนิพพานไม่รู้ขั้นตอนออกป่านนี้ก็จะยิ่งติดเอามากๆน่าจะติดเอามามากแม้ที่สุดก่อนจะนั่งหลับตาเข้าฌานก็จะอมหมากพลูใส่ปากก่อนแล้วค่อยนั่งหลับตาเข้าสู่ฌานเขาก็จะทำกันได้ถ้าผู้บรรลุฌานสมาบัติแบบนี้และทำกันจนถึงขนาดนี้ถ้าจะเรียกให้ถูกแท้ก็ต้องเรียกว่า ผู้บรรลุฌานทสระอานชช้างสระอานช้างอาบัติถ้าจะเรียกกันจริงๆก็ต้องเรียกผู้บรรลุฌานหมากสมาบัติเติมวงเล็บไปด้วยถ้าจะช้างก็ช้างทั้งนั้นแหละชานหมากชานเขาเขียนชช้างสระอานอภาษาไทยผู้บรรลุชาญหมากสมาบัติคือนั่งหลับตานิ่งหลับสนิทเป็นผู้นิโรธอมตะตุ่ยอมชานหมากอยู่สงบสบายอยู่อย่างนั้นเองแม้กระนั้นก็ยังมีผู้หลงผิดเข้าใจว่าอาจารย์ผู้มีนิโรธสมาบัติหรือมีฌานแบบนี้แต่ยังติดยึดอยู่แค่สิ่งเสพติดขนาดหมากพลูบุหรี่ยานัดแค่นี้ก็ยังละไม่ได้นั้นว่าเป็นผู้บรรลุขั้นอรหันต์สูง ก็มีได้เหมือนกันในความเชื่อความเห็นของคนก็พลอยไตร่ตรองให้สุขุมกันเถิดหมากพลูบุหรี่มันเป็นปัจจัยอะไรกันของชีวิตมันเป็นที่ร้านใน อย่างเดียวนี้ก็หลงไปตั้งสูบบุหรี่มวนโตปุ๋ยไม่ค่อยว่างมือไม่ค่อยว่างปากเลยก็บอกว่าเป็นพระอรหันต์ไปโน่นแล้วไม่มีความรู้แม่แค่นี้เป็นพระอรหันต์นี่ขนาดนี้ที่พูดมาเนี่ยยกตัวอย่างศีลข้อที่ 5 นะหมายถึงสิ่งเสพติดหมายถึงของมึนเมาความเมาไอ้เมาได้แค่อย่างนี้มันเป็นทั้งธาตุวัตถุมันก็เป็นของเมาแค่นี้ก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งเสพติดจิตที่เสพติดแล้วก็เป็นของเมาแค่นี้ก็ไม่รู้แล้วจะไปรู้อรหันต์ที่เป็นสิ่งเสพติดมึนเมาสูงยิ่งกว่านั้นละเอียดกว่านั้นเมาลาบเมายศเมาสรรเสริญเมากาวเมาอัตตาอัตภาพจะละเอียดไปนั้นไอ้อย่างนี้ยังไม่เข้าใจเลยว่าเป็นสิ่งเสพติด มอมเมาเป็นสิ่งมึนเมาแล้วจะไปเรียกกันว่าพระอรหันต์ก็ขอบอกตรงๆว่าก็อรหันต์อมตะอรหันต์ชานหมากแบบนี้มันก็นานๆระมัดระวังน่าคิดเพราะงั้นก็มันก็เห็นใจผู้ที่เขาเข้าใจด้วยปัญญาเหมือนกันอย่างพระสีหนาทภิกขุท่านเจ้าคุณอะไรที่จังหวัดเลยเขียนว่าพระอาจารย์มั่นไอ้นี่ก็เขียนว่ากันแรงจังเพราะว่าพระองค์นี้อยู่มหานิกายว่าอาจารย์มั่นอาจารย์มั่นเป็นพระธรรมยุตซัดกันหน้าดูก็ว่าอาจารย์ เป็นอรหันต์ขี้ยาอรหันต์อะไรยังดูดยาตราไก่ไม่กล้าไก่ก็ไม่ดูดซะด้วยอรหันต์เท่าไหร่ยึดขนาดนั้นว่างั้นนะว่ากันไปที่จริงพระอาจารย์มั่นก็มีดีในเชิงดีหลายอย่างจริงๆก็ส่วนนี้มันเป็นความไม่ละเอียดมันเป็นการเผลอๆไถเป็นการผิวเผินของท่านอย่างหนึ่งอาจารย์มั่นอาตมาเองเนี่ยอาตมาก็เห็นใจนะก็ยอมรับนับถือในคุณธรรมของอาจารย์มั่นหลายอย่างจนอาตมานี่ตัดให้ว่าอาจารย์มั่นนี่เป็นพระอริยะอาตมานี่เรียกขานเลยว่าอาจารย์มั่นเป็นพระอริยะแต่ที่เขาจะบอกไปจนกระทั่งเป็นเพราะอรหันต์อาตมาก็ยืนยัน อาจารย์มั่นไม่ใช่พระอรหันต์เขาก็ไปยืนยันขันไปแล้วในกระดูกเป็นพระธาตุนะแล้วก็ว่างั้นไอ้เรื่องกระดูกเป็นพระธาตุนี่ก็ไม่ได้ยืนยันอะไรกันเป็นชิ้นเป็นอันนักหนาแกเสียใจก็เขียนเล่ากันจริงพระธาตุรู้เจ้าก่อนเสด็จดับขันก็ไม่ได้เล่าแล้วก็มาเล่ากันเป็นอาจารย์น่ะเป็นพระธาตุอย่างนั้นอย่างนี้อรหันต์องค์นั้นองค์นี้เป็นพระธาตุอย่างโน้นอย่างนี้อะไรต่างๆนานาที่จริงมันก็เป็นความรู้และมันก็เป็นความที่เป็นเหตุปัจจัยที่จริงเหมือนกันความรู้ไม่จำเป็นจะต้องเป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าเองทั้งหมดความรู้เขาก็หาสาวกของพระสาวกผู้ใหญ่ผู้ที่มีปัญญามีความจริงที่ท่านจะต้องรู้และท่านเข้าใจอะไรอีกตั้งมากมายท่านก็รู้ความจริงอะไรอีกตั้งหลายอย่างมันจะบอกว่าเอาพระธาตุเนี่ยมาเป็นเครื่อง ยืนยันตัดสินอาตมาไม่สงสัยนะอาตมาเองอาตมาไม่มีปัญหาในเรื่องพระธาตุแต่อาตมาไม่สนับสนุนให้ไปหาพระธาตุหรือให้ไปใช้พระธาตุเป็นเครื่องตัดสินว่าพระองค์นี้เป็นพระอรหันต์เพราะมันซวยกว่าจะรู้ว่าพระองค์นี้เป็นพระอรหันต์ต้องท่านตายแล้วเราเอาพระธาตุมาดูรูปพระอรหันต์องค์ไหนท่านตายหมดแล้วซี้หมดแล้วแล้วจะไปหาว่าหลานตรงไหนแล้วจะไปได้ศึกษาจากท่านตรงไหนกันแล้วจะเอายังไงกันมันซวยนะจะเอาไอ้เรื่องนี้เป็นการตัดสินพระอรหันต์และก็พระพุทธเจ้าไม่เคยแนะนำจะแนะนำจริงๆก็ต้องบอกเอาสังโยชน์ตัดสินคุณธรรมตั้งมากมายหลายอย่างให้รู้ด้วยญาณให้รู้ด้วยปัญญาอันยิ่งศึกษาเข้าไปมีวิชาจริงๆวิชา 9 วิชา 8 วิชา 6 วิชาสามัญอะไรก็ศึกษาจริงๆแล้วมันจะรู้เพราะอะไรคือรูปพระอริยะอย่าง เข้าทางร่างกายที่จะไปเอาเรื่องของบางทีเอาแค่สิ่งเสพติดมอมเมาไปตัดสินซะทีเดียวบางทีก็ไม่ได้เหมือนพระพุทธเจ้าท่านเคยเจอปัญหามีคนมาทูลถามท่านคนนี้เป็นผู้หญิงแล้วก็มีมีพ่อพ่อยังเป็นฆราวาสพ่อเป็นคำว่าแล้วพระพุทธเจ้าท่านก็พยากรณ์พ่อของผู้หญิงคนนี้ว่าเป็นพระอนาคามีเรามีเพื่อนของพ่ออีกคนนึงเป็นพระบวชเป็นสงฆ์และบวชเป็นภิกษุแล้วแล้วพอแล้วพระภิกษุองค์นั้นพระพุทธเจ้าก็พยากรณ์ว่าเป็นเศรษฐกิจพอลูกสาวของฆราวาสคนนี้ก็สงสัยมากมาทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำไมล่ะพระ พระองค์นั้นน่ะเป็นถึงพระมีคุณธรรมอย่างไรจึงได้ยังเป็นพระสกิทาคามีอยู่ส่วนพ่อของดิฉันยังเป็นฆราวาสแท้ๆทำไมเป็นถึงพระอนาคามีพระพุทธเจ้าก็ตอบอย่างก็ไม่รู้ท่านก็ต้องตอบอย่างดีที่สุดพระพุทธเจ้าท่านก็ตอบว่าเออเป็นอย่างนั้นน่ะเธอคุณธรรมสิ่งเหล่านี้มันลึกซึ้งซับซ้อนก็พอของเธอมีคุณธรรมเป็นพระอนาคามีเป็นพระอนาคามีของพระภิกษุองค์นี้มีคุณธรรมเป็นศักราชมีความละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนอยู่อาตมาพูดเป็นภาษาไทยหมายความว่า ที่จริงสำนวนถ้าไม่ว่างอย่างนี้อาตมาจำสำนวนในพระไตรปิฎกไปได้ท่านก็ตอบว่าอย่างนี้ท่านเองท่านก็ตอบไม่ได้ยืนยันย่าเหมือนกันเหมือนอาตมาทำไมเอาอะไรไปวัดพระอาจารย์มั่นมาเป็นอริยะแม้แต่ว่าโสดาก็บอกว่าศีลข้อ 5 เนี่ยก็ยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์เลยแต่น้ำหนักของศีลข้อ 5 ที่อาจารย์มั่นติดมีอาตมาได้พยายามเช็คดูหลายๆอย่างแล้วท่านก็ไม่ได้ติดจริงจังอะไรนักหนาหรอกแต่มีความหลงน่ะโมหะยังมีน่ะมันยังไม่มีอาจารย์ไหนไปสะกิดนิทานไทยสิ่งนี้ขายที่ดิน 4 พระเพียงพอถ้ามีอาจารย์ที่เป็นสิ่งเตือนไม่มีใครจริงท่านไม่มีใครสอนท่านไม่มี คิดดูแล้วท่านก็มีคุณธรรมมากจนกระทั่งคนอื่นไม่ไม่ไม่ไม่ไม่สามารถไปจึงเตือนไปสะกิดท่านใดจะมากเลยไม่มากก็หนักขนาดถึงขั้นคนหลงว่าท่านเป็นพระอรหันต์ละมากหรือไม่มากก็คิดดูนะในคุณธรรมการติดยศติดรากติดอะไรพระอาจารย์มั่นท่านไม่มีนะเพราะงั้นเปอร์เซ็นต์ในส่วนคุณธรรมหลายอย่างที่มันรักลั่นแต่เพราะท่านไม่รู้เรื่องเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายอย่างงามสนิทอย่างนี้มันไม่มีแล้วท่านเองท่านก็ศึกษาตามพระปริยัติตามที่ท่านจะพอถูไถไปได้ส่วนในอบายมุขอื่นๆท่านก็ไม่มีมันมีเศษอะไรนิดอะไรหน่อยอยู่แค่นี้แค่นี้เองท่านก็กินหมากบ้าง เหลือสูบบุหรี่หน่อยอบายมุขอื่นๆใดๆท่านก็ไม่สนับสนุนท่านเป็นผู้ที่รักสงบเอามากๆด้วยอาจารย์มั่นติดตาติดเขาติดถ้ำอยู่บ้านอยู่เมืองไม่ติดไม่ค่อยไปรอดมีคุณธรรมมากมายถ้ามาก็พยายามที่จะรู้ตามธรรมไม่ใช่ไปคิดตื้นๆเขินๆจึงรู้ว่าพ่อพระอาจารย์มั่นไม่มีคุณงามความดีตามท่านได้แล้วก็เป็นสายเจโตที่มีคุณธรรมไม่ใช่น้อยสามารถถ่ายทอดสามารถสอนสามารถทำความเข้าใจให้ผู้อื่นเข้าใจเป็นระดับหลายๆอย่างที่มีเหตุผลมีปัญญาที่จะทำได้ถึงขั้นไม่ใช่ของง่ายๆนะแต่มันจะลักลั่นเล็กๆน้อยๆแม้แต่สิทธิ์ของท่านทุกวันนี้ในสูบบุหรี่ยังกินหมากอะไรอยู่ก็ยังมีอยู่แล้วท่านก็ไม่ถือสาท่านก็บอกว่า อาจารย์ท่านบันทึกอาจารย์อาจารย์ท่านก็ยังเป็นนี่ท่านก็เป็นด้วยอยู่อย่างนั้นใครว่าไงท่านก็ยังไม่ยอมเข้าใจสายพวกนี้สายใจโตนี่ยึดมั่นอาจารย์มากซึ่งก็ยังมีคุณงามความดีหลายอย่างที่เป็นผู้ไม่เมามาในลาบนายยศไม่สงกรานต์ก็รถตามได้ไม่ใช่น้อยแต่มันก็ยังมีสิ่งที่บกพร่องบางเบาหรือว่ามีส่วนปลีกส่วนย่อยอะไรบ้างเพราะฉะนั้นในการที่จะไปให้คะแนนมีหน่วยการให้คะแนนต่างๆเนี่ยมันยังเป็นหน่วยการให้คะแนนที่ลำบากทีนี้ผู้ยึดมั่นถือมั่นเราไม่สะอาดบริสุทธิ์ในส่วนแค่นี้ไม่ยอมให้เป็นพระอริยะเลยแล้วก็เข้าใจพวกนั้นยึดมั่นถือมั่นมากๆและอันอื่นถูกเขาก็พอรู้แต่เขาบอกว่าอะไรกันระดับต้นกลางปลายในเมืองยังเข้าไม่เข้าเรื่องเลยเพราะว่าสายปัญญาจะจัดเขาก็เลยบอกไอ้นี่ เป็นพระอริยะอะไรกันเนี่ยแค่เรื่องพื้นฐานต้นๆอย่างนี้ยังละไม่ได้ลดไม่ได้อื่นๆจะไปเชื่อถืออะไรได้นักหนาแต่ที่จริงท่านก็มีความจริงท่านไม่ได้เมามายในเรื่องลาภยศในเรื่องกามคุณอะไรหยาบๆคล้ายๆอะไรอย่างที่เป็นกันอยู่อย่างท่านเองท่านก็ไปได้หลายสิ่งเหล่านี้ทีนี้ถ้าจะเอาไปตัดคือตัดอะไรออกมาเรียกเป็นพระโสดาพระสกิทาพระอนาคามีอะไรนี่มันยากยากยากแบบนี้แหละตัดสินยากเพราะฉะนั้นคำว่าอนุญาตจะเป็นคำกลางๆเท่านั้นที่ยอมยกให้ว่าอาจารย์มีส่วนดีอันใดอันหนึ่งมันก็จะมาพระพุทธเจ้าจึงไม่ยอมรับผู้ที่เรียนรู้ไม่ถูกหลักการยังไม่มีอริยะเบื้องต้นเบื้องกลางเบื้อง อริยะสมรรถนะ 4 เหล่าโดยรู้เป็นหลักเป็นฐานอะไรต่ออะไรเข้ารูปเข้าร่องอะไรพระพุทธเจ้าจึงไม่ไม่นับเพราะฉะนั้นแม้แต่หลักเอาศีล 5 มาวัดมาจับโสดาปัตติมรรคศีล 5 เป็นต้นอย่างนี้ท่านก็ไม่เข้าใจความหมายแล้วก็เข้าใจไม่ได้ถ้าบอกว่าสุราท่านก็แปลดื้อๆทั้งสองท่านก็ไม่กินเหล้าท่านก็เคร่งครัดด้วยไอ้เหล้าเลิกถ้าไม่ตายจริงๆขอมอบหมายอย่าว่าจะเล่าเลยแม้แต่แปลว่าไอ้เข้ามาที่เป็นเข้ามาที่เป็นมีสภาพที่มันจะเป็นเหล้าเป็นโรคอะไรได้ถ้าเน้นท่านเคร่งครัดถึงขนาดว่าบางทีก็มาฉันก็ไม่กินอะไรอย่างนี้เป็นต้น ถ้ามึงเข้าใจไปอย่างนี้ตามประสาของท่านมันจึงเป็นเรื่องที่ยากอยู่หน่อยนึงแล้วนี่ก็พูดเอาไว้ให้พวกเราเข้าใจส่วนรายละเอียดพวกอะไรต่ออะไรอื่นๆอีกเราจะไปจะระบุนี้ถ้าจะบอกคุณธรรมที่วิเคราะห์ออกมาเป็นส่วนเป็นส่วนเป็นส่วนส่วนนี้มันเป็นส่วนผสมสินค้าส่วนนี้เป็นส่วนของอนาคาส่วนนี้เป็นส่วนของโสดาอะไรเนี่ยมันก็วิเคราะห์กันได้ถ้าจะพูดกันรายละเอียดเพราะเวลาทัวร์จะให้คะแนนเวลาจะตัดสินผลอะไรงี้รวมยอดอะไรอย่างนี้มันก็มันก็จะต้องมีภูมิหลายๆอย่างแต่ถ้าพูดกันง่ายๆต้นๆตื่นๆเผินๆแล้วก็ผูกสายปัญญาก็จะบอกว่าไม่ใช่พระอรหันต์พระอริยะอะไรโสดาโสดาอะไรก็ยังไม่ได้เลยยังไม่สะอาดเลยมันไม่มีความรู้เบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายอย่างนี้บันทึก ทีนี้ก็ต่อถึงไหนแล้วพูดเข้าใจฌานพูดเข้าใจชาญในระบบหลับตาทำความสงบโดยนัยยะดังกล่าวแล้วนี้มันจะหลงผิดความเป็นอสัญญีความเป็นอากิญจัญญายตนะและความเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธเพราะเขาจะไม่เข้าใจความละเอียดที่ต่างที่แตกต่างกันได้ง่ายๆส่วนใหญ่จะมีจิตซึ่งกำหนดหมายสู่สภาวะเดียวกันคือดับจิตสนิทหมดความรับรู้สิ้นสมบูรณ์ดีหรือดับความรู้สึกสนิทในความหมายคำว่าอสัญญี สัญญาเวทยิตนิโรธผู้เล่นและนั่งหลับตานี่จะแยกสภาวธรรมในขั้นเรียกว่าสามีเรียกว่ากินจรรยาเรียกว่าสัญญาไม่ออกภาษา 3 ตัวนี้เขาจะเข้าใจเป็นพวกเหมือนความหมายเดียวกันหมดคือเป็นความหมายว่าดับจิตสนิทหมดความรับรู้หรือสิ้นสมปราณีหรือดับความรู้สึกสนิทอันเรียกว่าอภิสานิโรธภาษาอันนี้พระพุทธเจ้าท่านท่านท่านท่านท่านท่านท่านท่านท่านท่านตรัสกับพระอานนท์อภิญญานิโรธและท่านตัดลักษณะนี้ด้วยลักษณะอย่างที่ถามอย่างที่พระอานนท์ท่านหมายเนี่ยพระอานนท์ท่านทูลถามพระพุทธเจ้าว่าถ้าจะทำ ทำอย่างไรพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสว่ามันก็ไม่เป็นไรนี่ก็เข้าร้านค้าหลับตานี่ก็เข้าชั้น 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น 4 อาคารสาววิญญาณัญจายตนะแล้วก็กินจรรยาแล้วก็ไปเลยดับไปเลยคือดับเพราะอากาศมันมีแสงมันมีสีวิญญาณมันมีตัวมีตนอะไรหน่อยแล้วแต่ก็เอาอ่ะกินเป็นยาแบบฤาษีอธิบายไม่รับรู้นิดนึงๆดับไปเลยดับไปให้ยิ่งเลยอ่ะผิดสัญญาจะชนะแล้วก็ดับต่อไปเลยก็เป็นสัญญานิโรธนิโรธอย่างยิ่งสัญญานี้ดับสนิทอย่างยิ่งดับไม่รับรู้ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสกับพระอานนท์นี้ท่านเข้าใจจิตของพระอานนท์หมายความว่าอะไรหมายว่าจะเข้าใจไอ้ชานแบบไหนที่บ้านนนท์ทูล ทานแบบหลับตาแล้วดับไปอย่างนี้ท่านก็อธิบายให้ฟังตรงๆอย่างนี้อย่างที่ผมเคยเอามาพูดให้พวกคุณฟังว่ามีอาจารย์พวกเรานี่แหละเจ้าคุณอะไรไม่รู้ที่แปลพระไตรปิฎกสูตรนี้แปลในชั้นเขตพระไตรปิฎกพระไตรปิฎกฉบับซึ่งเขตแปลและก็เลยเดาว่าพระพุทธเจ้าท่านท่านละเอาไว้ผ่านไปเลยดับเป็นสัญญาเวทยิตนิโรธคือมีคนตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่มีวัดสัญญาณอ่ะสัญญาจะชนะท่านเจ้าคุณองค์นี้ท่านก็บอกว่าพระพุทธเจ้าท่านท่านเราไม่ได้ถามที่เข้าใจนะท่านก็เลยไม่พูดถึงที่จริงมันต้องมีเหมือนกับการเดินเดินจากนี่ไปบ้านมันผ่านสะพานมันมีต้นเสากี่ดอกกี่หลักบางทีเราก็ไม่ได้นับไม่ได้ดูวันเสาร์หลังนี้มันก็ผ่านไปเลยท่านว่างั้น หล่อและเป็นอย่างนี้เลยด้วยความไม่เข้าใจและความคาดคะเนคำนวณต้นเดาเอาพระพุทธเจ้าท่านไม่ตัดหรอกยิ่งสภาพนั้นลึกซึ้งอย่างนี้ถ้าไม่ตัดผ่านถ้าไม่ตัดละเลยโถท่านละเอียดลอออย่างไรดีแม่บอกว่าพระพุทธเจ้าท่านรักจริงๆผู้นี้ไม่เข้าใจพรุ่งนี้มีความรู้อยู่ในฌานของฤาษีและก็เข้าใจอภิสรานิโรธนี้ไม่ได้แล้วก็เข้าใจว่านนท์ท่านหมายไม่ได้จึงว่าอย่างนั้นนะไปเข้าใจสภาพนี้อย่างแคบๆอยู่อย่างนี้มีเยอะนะความรู้แบบนี้มีอยู่ในพระไตรปิฎกอาจารย์ต่างๆแล้วก็อธิบายการแซมแซมด้วยปัญญาของตนแบบนี้ไว้เยอะอ่ะโดยแม้ในความคิดคำนึงของเขาจะแยกจะคิดว่าคำว่าอสัญญี ก็อย่างหนึ่งซึ่งต่างกับอากิญจัญญายตนะฟังดีๆนะตรงนี้และต่างก็ยังแตกต่างจากสัญญาเวทยิตนิโรธออกไปอีกอยู่ปานใดก็ตามเขาก็แยกกันแต่เฉพาะภาษาเท่านั้นส่วนสภาวะจิตพอทำเข้าจริงให้กับตนเองแล้วไม่ว่าจะทำอสัญญีหรือจะทำมากินจรรยาจะชนะหรือที่สุดทำสัญญาเวทยิตนิโรธเขาก็จะได้รับผลคือหลับสนิทหรือดับจิตไม่รับรู้อะไรเลยอย่างสนิทปิดทวารทั้งหมดนั่นเองฝ่ายเดียวท่าเดียวเขาจะไม่เข้าใจนิโรธสมาบัติที่ลืมตาโพลงๆอีกฝ่ายหนึ่งอีกท่านึงได้เป็นอันขาดหรือจะไม่สามารถเข้าใจอ่ะกินจรรยาเจตนาอย่างลืมตาสัญญาเวทยิตนิโรธอย่างลืมตา ได้เลยจริงๆพรุ่งนี้พูดกันไม่รู้เรื่องจะเข้าใจเป็นแบบอสัญญีเลยดับสัญญาดับความรู้สึกดับไปเลยถ้าบอกว่าแล้วอากินจรรยาจะชนะล่ะแม่ก็จะบอกว่าเขาจะอธิบายเป็นเชิงว่าแปลภาษาแล้วก็จะอธิบายว่าฉันมีเนี่ยต่างกันกับอากิญจัญญายตนะถ้ามามีอีกคำหนึ่งว่าสัญญาไว้ที่ 7 เวทีแต่นิโรธล่ะก็อีกอันนึงภาษา 3 ตัวนี้ต่างกันต่างกันนะเอ้าเขียนหน่อยนึงกระดานนี้ไม่ได้เขียนประเดี๋ยวมันจะร้องไห้เขียนบ้างนะพูดไม่มีหนังสือจะได้ดูด้วยสัญญี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน