230509-3-003 ทางเอกภาค3-ตอน003(หน้า017)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์180 KB
วันที่แก้ไข14 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พอจะหนีไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 1 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อถึงหน้า 17 เราควรย้ำอีกนิดนึงซะก่อนว่าเอาอนุเฉทที่ 2 และฌานที่เป็นสัมมาทิฏฐิแท้ๆจริงๆของพุทธก็จะต้องมีญาณเข้าร่วมด้วยคือต้องรู้สภาพที่เรียกว่าฐาน ซึ่งมันก็คือจิตแท้ๆนั่นเองมันจะต้องรู้บทบาทแห่งความเป็นไปของจิตของตนที่มันยังคงมีอยู่ในพระอริยเจ้าที่ยังไม่ตายเน่าทุกท่านทุกระดับของแต่ละท่านแม้จะเป็นแค่ท่านพระโสดาบันก็ตามก็ต้องรู้ตนต้องรู้อย่างชัดแจ้งแท้จริงเอาคำว่าแจ้งอย่างแท้จริงในระดับของพระโสดาบันก็ได้บอกแล้วเมื่อวานนี้ว่าก็อาจจะไม่รู้ละเอียดละออถึงขนาดว่าจิตเกิดจิตดับสามารถจับจิตได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนมัน โกรธแล้วนะนี่กำลังจะมีอารมณ์อารมณ์เป็นอย่างนี้อย่างนั้นอะไรชัดแจ้งใสสว่างเหมือนพระนามคามีขึ้นไปทีเดียวหรือว่าผู้ที่ได้ฝึกจิตเป็นสติปัฏฐานเข้ามาอย่างช่ำชองจนสามารถรู้อารมณ์ของจิตถ้ำทองกับจิตอย่างสำคัญพระโสดาบันจริงๆก็อาจจะจับยังไม่ได้อย่างนั้นแต่พระโสดาบันก็จะรู้ฐานเกิดฐานดับอารมณ์เกิดอารมณ์ดับซึ่งเป็นตัวใหญ่ๆตัวใหญ่ๆตัวชัดๆเช่นว่าอารมณ์ของจิตของเราเนี่ยไปชอบอร่อยอร่อยอยู่ในใบมุขต่างๆที่เราได้พยายามที่จะ รากระดับโลกอันนี้ให้ดังเมื่อเราดับโลกนี้ได้แล้วอารมณ์ที่เราตัดขาดนั้นเมื่อไปแตะสัมผัสได้ตาหูจมูกลิ้นกายสัมผัสสิ่งที่เป็นปัจจัยมีจิตสัมผัสนั้นจนกระทั่งปรุงเข้าไปถึงจิตหรือมันไม่ปรุงเข้าไปถึงจิตหรือว่าจิตมันปรุงเป็นอารมณ์ชอบอารมณ์ทางผู้ที่เป็นพระโสดาบันแม้ไม่รู้ละเอียดก็จะรู้หลักร้อยใหญ่ๆจะรู้ว่ามันไม่มีอารมณ์มันดับมันไม่อร่อยหรือว่ามันไม่ชื่นมื่นมันไม่ลำบากลำบนอะไรมันไม่ติดใจ ไม่ติดไม่หยุดไม่ติดมีก็ได้ไม่มีก็ได้อะไรเป็นต้นหรือแม้ว่าเรา

อ่านต่อ

เป็นพระโสดาบันจะรังเกียจด้วยซ้ำจะผลักไสด้วยซ้ำในพระโสดาเพราะฉะนั้นในพระโสดาจึงจะไม่ยังไม่หมดปฏิฆะแต่ใจยังไม่หมดปฏิฆะจะยังมีการผลักไสรุนแรงเราเองเราไม่ไม่กินเหล้าแล้วนี่เห็นคนกินเหล้าอาจจะโกรธอาจจะอึดอัดไม่ชอบใจได้แต่จิตของเราเจอเหล้าแล้วก็เฉยๆแหละจิตของตัวเองจะรู้ว่าเราไม่มีความผิดยึดเฉยๆไม่มีความโหยหาอาวรณ์ไม่มีความต้องการอันนี้เป็นต้น จะรู้ว่าจิตมันดับมันไม่อยากนี่มันไม่อยากบอกได้ด้วยภาษาหยาบๆตัณหาแปลว่าความอยากมันไม่อยากแล้วเฉยๆอุเบกขาอย่างนี้หมายความว่าตัววิมุตด้วยเพราะงั้นก่อนจะเป็นวิมุตจะต้องเป็นฌานนอนได้ช้างเริ่มต้นตั้งแต่ฐานฌานปฐมฌานไม่ได้ติดเริ่มมีวิตกวิจารณ์พยายามปรับปรุงจิตให้เป็นเวลาถ้าทำตั้งแต่เป็นวิจารณ์อุปสรรคสีเป็นวิราคะสีจนจะถึงนิโรธภาณุศักดิ์มันก็จะต้องรู้อารมณ์ของจิตสัมผัสอุเบกขาแม้อุเบกขาฐานนั้นก็จะต้องทำให้มั่นคงทำไม่แน่นอนทำไม่จนกระทั่งกลายเป็นแข็งแรง คงเป็นสมาธิถึงระดับ 7 ถึงการอภินิหารที่จริงอภินิหารรักแปลว่ามึงมันอยู่อย่างยิ่งอภินิหารอภิปรายว่ายิ่งนิแปลว่าไม่หาละแปลว่าอยู่ถ้าเราจะบอกว่าไม่อยู่ให้อารมณ์กิเลสอันนั้นไม่อยู่แล้วหารับแปลว่าไอ้ที่มันอยู่มันเป็นมันอยู่รู้ว่ามันไม่อยู่แล้วมันไม่มีแล้วมันไม่มีอย่างเก่งเลยอภินิหารรักมันไม่มีอย่างยิ่งก่อนถ้าเกิดว่าเราปฏิบัติสมาธิได้ถึงขั้นสมาธิ 3 อภินิหารรักกลายเป็นเจ้าหน้าที่พยายามทำให้มันได้อย่างนั้นพอสมควรตั้งแต่ฉลาดรู้เป็นอภินิหารถ้าเป็นกุศลที่กุศลเป็นสมาธิกุศลฉลาดต้อง หารูปในสมาธิทั้งหมดเดี๋ยวเราหัดฝึกฝึกหัดเป็นสมาชิกสมาบัติเป็นสมาธิสักทีจนกระทั่งเป็นวุฒิฐานะที่เคยผ่านมาแล้วทำอาวุธฐานจนกระทั่งมันสามารถเพิกได้พักได้หยุดได้กลับไปเวียนกลับไปต่ออีกก็ได้ไล่ขนาดเป็นสภาพการริตสมาธิสังกิจโจจะละรู้จิตของเราเลยว่ามันยังมีรอบสั้นรอบยาวแกนเล็กแกนน้อยหรือว่าจะให้มันเป็นไปเนี่ยอนุโลมตามเป็นไปก็ยังได้เราจะไม่ติดด้วยว่าจริงๆเลยเราจะกินเหล้ากับเขาอย่างไปตามธรรมดาไม่ผลักไม่ใส่ก็ยังได้ถ้า ถึงขั้นนั้นเรียกว่าเป็นสมาธิอันมโหฬารสมาธิอันเก่งจะกินเหล้ากับเขาไปก็ได้แต่ที่จริงแล้วนะผู้ที่รู้แล้วว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ควรไปแตะไปต้องไม่ควรจะไปขี่ไปเกี่ยวไปข้องโดยรูปก็ให้สะอาดภายนอกถ้าผู้ที่สะอาดได้ภายในจริงแล้วภายนอกไม่จำเป็นที่สุดเขาจะไม่เกี่ยวข้องทุกทีไม่แตกไม่แต่ถ้าไม่จำเป็นที่สุดเช่นยางพระอริยเจ้าชั้นสูงแล้วจะกินข้าวแต่ฉันอาหารบางอย่างเป็นอาหารปรุงมาอย่างหยาบคายต้องใช้ว่าหยาบคายอย่างชาวโลกอาจจะบอกว่าโอ้โหปรุงอย่างชั้นยอดเลยตกแต่งประดับประดามาอย่างหรูหรา แต่ในฐานะพระอริยะและจะมองกลับกันไว้อย่างนี้หยาบคายมาล่อฉันหรอกฉันในเครื่องปรุงเครื่องแต่งด้วยอะไรต่ออะไรอย่างนี้จะไม่แตะต้องเลยก็ได้พระอริยเจ้าชั้นสูงจะบอกว่าไม่เอาอย่างนี้อยากไม่เอาได้หรือท่านจะอนุโลมก็เอาก็กินให้ก็แล้วกันคนนี้ยังพูดไม่รู้เรื่องแต่งมาอย่างเช่นวับยังไงก็ทิ้งให้บ้างก็แล้วกันอย่างนี้เรียกว่าเรากินได้เราก็ไม่ทุกข์อะไรเราไม่เดือดร้อนอะไรเนี่ยยังจะอาหารอย่างนี้นะก็ยกตัวอย่างให้ฟังได้ง่ายเพราะว่าอาหารนี่มันจะต้องยืดหยุ่นกันเยอะสำหรับพระอริยเจ้าชั้นสูงถึงแม้ถึงขั้นอรหันต์แล้วก็ตาม เหล้านี่ไม่ต้องพูดถึงอ่ะเราไม่ต้องอนุโลมมาดูแลเมื่อไหร่ก็ได้แม้แต่ที่สุดถึงจะบอกว่าฉันจะต้องกินเป็นยาต้องดื่มเหล้าเป็นยาไม่ต้องอนุโลมก็ได้อย่างนี้มันหยาบคายมากมากแล้วอะไรอย่างนี้แต่ถึงแม้ท่านจะอนุโลมไปดื่มท่านก็ไม่มีทางติดไม่ติดไม่ได้ติดได้ยึดอะไรหรอกถ้าเราทำไม่อร่อยหรือว่าไม่ได้เป็นสุขเป็นทุกข์อะไรเป็นการจริงจังในจิตเป็นสมาธิสั้นอย่างอภินิหารสมาชิกอภินิหารถ้าจะให้เป็นไปก็ได้ไม่ให้เป็นไปก็ได้เพราะฉะนั้นฐานที่จะสุดท้ายที่มันมีสมาธิขั้นเก่งแล้วเนี่ยจะให้เกิดก็ได้จะให้ดับก็ได้ เป็นวิมุตอันบริบูรณ์ยังมีซับซ้อนเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนหรือคัมภีร์ราวผ้าพาโซ่ผิดมากกว่าหนักแล้วก็จะต้องเป็นตั้งแต่เป็นเป็นยังไม่ตายนอกนี่แหละมันถึงจะรู้ละเอียดมันถึงจะเห็นของจริงให้ตายแล้วแล้วก็ไปพูดเป็นนิพพานเป็นนิมิตอะไรกันน่ะมันก็เดาๆโดนๆกันไปทะเลคำนวณกันไปเราก็จะไม่รู้จริงไม่เห็นจริงไม่เข้าใจจริงก็ว่ากันเลอะเทอะนิพพานต้องเอาตายแล้วนั่นเป็นนิภายังไม่ตายไม่มีนิพพานไอ้คนอย่างนั้นน่ะไม่ต้องพูดกันไม่มีวันจะได้เป็นนิพพานกับคนนั้นเพราะว่าไม่รู้เรื่องแต่เอาเรื่องที่ไม่มีทางจะรู้หรือว่ามีทางจะมาพิสูจน์ไม่มีทางจะยืนยันพร้อมผู้ใดนิพพานแล้วตั้งแต่มันเป็นแล้วตาย มันก็ตอนนี้ผ่านเพราะมันนิพพานตั้งแต่เป็นๆแล้วมีพระอริยเจ้าที่ได้ทั้งพากเพียรสั่งสมไปนิพพานเอาไอ้ตอนก่อนตายไม่ก่อนไม่หลังกันก่อนตายท่านเรียกพระอรหันต์แบบสมศรีศรีเพราะท่านบรรลุเห็นแจ้งเห็นจริงพอมันรู้ปั๊บหมดสิ้นใจปั๊บเลยไม่กอดไม่รั้งกันในขณะจิตไอ้นี่ก็แหมเดี๋ยวกำลังที่จะตัดสินในสมัยพระพุทธเจ้าก็ดูเหมือนจะมีองค์เดียวจำชื่อไม่ได้มีอยู่องค์เดียวเป็นตัวอย่างในสมัยพระพุทธเจ้าที่เป็นสมศรีเป็นพระอรหันต์เจ้าแบบตายปุ๊บก่อนตายนั่นแหละจิตดวงสุดท้ายตายแล้วก็บรรลุธรรมจังหวัดเข้าใจแจ้งสว่างซึ่งสภาพบริบูรณ์และท่านก็ตายในจิตดวงนั้นด้วย ก็รั้งตายนะไปแล้วก็ไม่ต้องพูดถึงก็ทำตายพร้อมกับที่ท่านรู้เป็นพระอรหันต์เจ้าให้ตายแล้วจะเป็นพระอรหันต์หรือไม่เป็นพระอรหันต์ไม่รู้เรื่องพูดไม่ได้ก็บอกแล้วอย่างสมศรีสีนี้ก็ไม่เอาก่อนตายขณะจิตดวงจิต 1 บ้านนอกกว่านั้นแล้วพระอรหันต์ต้องไม่ใช่สมศรีศรีเราต้องรู้หมดเลยรู้ตั้งแต่ก่อนตายว่าเป็นอรหันต์เพราะฉะนั้นตายแล้วไปพูดไปทำไมมึงก็ตั้งแต่ยังไม่ตายมันเป็นเพราะอรหันต์แล้วนิพพานแล้วก็ตายไปมันไม่เป็นนิพพานยังไงล่ะเป็นๆในเมืองนิภาแล้วมันได้บอกว่าพระอรหันต์ไม่ต้องนิพพานตอนตายคนที่เข้าใจมิจฉาทิฏฐิอยู่อย่างนี้แล้วก็สงสารเอยไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้แต่สงสารเอยเท่านั้นเองและยิ่งไปบอกว่าตายไปแล้วโน่นน่ะเมืองนิพพานมีอะไรจะใดอยู่ ได้ยินไม่เข้าท่าใหญ่นะอันนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราจะต้องเกิดสัมมาทิฏฐิหรือจะต้องเข้าใจให้จริงเข้าใจให้ดีฟังดีๆนะเมื่อกี้นี้ถ้าเข้าใจที่อธิบายแล้วมันจะไม่ไม่มีปัญหาเราต้องรู้จิตเห็นจิตต้องเข้าใจลักษณะดับสูญหรือลักษณะนิทานและสนามไม่เกิดอีกได้อย่างแน่จริงเป็นอย่างนี้หนอเราจะต้องรู้เองเห็นเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิเห็นตั้งแต่ก่อนตายนิพพานตั้งแต่ก่อนตายพระนิพพานขณะหลังตายเป็นสมศรีสีกับเสี่ยงอย่าเสี่ยงดีกว่าเป็นไปได้ไม่รู้ไอ้ตอนขอก่อนตายนั่นแหละเป็นพระอรหันต์ตายปุ๊บไปด้วยกันอาตมาไม่ขอสนับสนุนไม่ขอสรรเสริญไม่ขอยกให้ไปเสี่ยงอย่าเสี่ยงดีกว่า ให้มันแน่ๆก่อนตายเดี๋ยวนี้เลยเอากันเดี๋ยวนี้เลยให้มันได้อรหันต์เดี๋ยวนี้คุณอยากเกิดอีกอย่างได้เลยกลัวอะไรให้มันได้จริงไอ้เกิดมันไม่ยากไม่ยากมันไม่ยากมันคือมันไม่ให้เกิดให้มันตายมันยากให้เกิดยากอาทิตย์นี้ก็ต่อความต่อคำอธิบายนั้นว่าฐานเกิดหรือที่ตั้งของความเกิดในวงเล็บบวกขานภาษาบาลี 2 ตัวเนี่ยมี การงานอยู่ของจิตแท้ๆเรียกในภาษาบาลีว่าอุดฐานเมื่อไปเรียกเป็นคำสนธิเต็มแล้วเขาก็เลยเอาตัวในวรรคคือทัศนะเขาก็เอาตัวฏปฏักมาเป็นตัวสะกดเป็นหลักของภาษาก็เป็นอุฏฐานเกิดฐานะก็คือที่ตั้งวัดค่าบอกว่าคุณยังมีเกิดอยู่แสดงความเกิดอยู่คุณยังทรงอยู่ยังตั้งอยู่ยังไม่สลายไปยังไม่สูญไปด้วยสัจจะอย่างไรก็แล้วแต่ยิ่งสมมติสัจจะเรายังมีภาพดินน้ำไฟลมยังมีขันธ์ 5 อยู่ถ้าแสดงว่าความเกิดเรามีเราก็จะมีสิ่งแสดง ผู้มีนิพพานแล้วจึงเป็นผู้รู้จักจิตจริงๆอยู่เหนือจิตของตนได้แท้ๆยังมีความเกิดอยู่ยังตั้งอยู่ในฐานะคนเกิดยังมีการงานยังมีบทบาทจะให้จิตตนทำผิดนะจะให้จิตตนทำหรือไม่ทำก็สามารถควบคุมมีอำนาจเหนือจิตของตนได้จริงๆจึงเรียกว่าวสวัตตีภาษาบาลีเรียกว่าสวัสดีวงเล็บเปิดดังที่พระพุทธองค์ทรงยืนยันไว้ในเตวิชญ์ 7 สูตรคีย์คณิตข้อ 384 ในประเด็นที่ว่ายังจิตให้เป็นไปได้ในอังกฤษให้เป็นไปในอำนาจได้ยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ คือมีอำนาจในจิตนั่นเองยังจิตให้เป็นไปโดยอำนาจจิตของเรานี่แหละมีอำนาจเหนือจิตแล้วก็ยังจิตให้เป็นไปได้ตามที่เราประสงค์อย่างจิตให้เป็นไปได้ในอำนาจหรือยังจิตให้เป็นไปในอำนาจได้ไม่ได้บอกว่าสวัสดีอันนี้ไม่ต้องอธิบายเพิ่มมากมายเมื่อเป็นผู้บริสุทธิ์จริงเป็นผู้ไม่หลงสุขไม่หลงทุกข์แท้ๆก็เป็นผู้ที่มีประโยชน์อันเป็นยอดแห่งประโยชน์คือเป็นทิศทางมิตรกับประโยชน์ไม่ได้เปิดประโยชน์ที่เป็นสาระแท้ๆเหมาะแก่ปัจจุบันนั้นๆอย่างเข้าใจจริงๆวงเล็บปิดอันนี้แปลตามพยัญชนะ พยัญชนะอยู่ที่ว่าทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์แปลความเป็นภาษาไทยคำว่าประโยชน์ที่เป็นสาระแท้ๆเหมาะแก่ปัจจุบันนั้นๆอย่างเข้าใจจริงๆแปลโดยพยัญชนะแปลโดยความหมายก็ด้วยกันแต่คำว่าคิดจะทำการทำประโยชน์ที่เรียกว่าอุฏฐานสัมปทาทีเดียววงเล็บเปิดคือมีอุปทานนั้นเป็นบทเป็นพฤติแท้อยู่เสมอเสมอซึ่งโดยสภาวะมันก็คือมีการเกิดให้แก่โลกให้แก่ผู้อื่นจะถ่ายเดียวเพราะอรหันต์นี่ถือว่ามีอุฏฐานะมีความเกิด ชวนให้คนอื่นทำเองถ้าไม่เกิดแล้วท่านเองท่านไม่มีประโยชน์อะไรท่านแล้วท่านไม่เปิดเป็นประโยชน์อะไรท่านถ้าไม่มีตัวไม่มีตัวไม่มีตัวเองก็ไม่รับเอาอะไรไม่เอาอะไรเลยเพราะฉะนั้นสิ่งที่ท่านเกิดอยู่ที่ท่านทำอยู่ที่ท่านขยันอยู่อุฏฐานะเราแปลเอาอัตถะว่าขยันเพี้ยนพากเพียรอยู่หรือกระทำกันอย่างขยันอยู่ทำประโยชน์นั้นเป็นอุฏฐานสัมปทาถึงพร้อมซึ่งความขยันอยู่ท่านก็ขยันเพื่อผู้อื่นขยันให้คนอื่นมีความเกิดให้คนอื่นมีการเกิดให้แก่โลกให้แก่ผู้อื่นไปถ่ายเดียวผมเลยเปิดอันคือการเสียสละแท้หรือการหดตัวหมดตนจริงวงเล็บปิดโดยไม่มีการทำตายหรือไม่มีการทำลายไม่มีการสูญเสียเข้าไปปรับคน ในการทำร้านไม่มีการกระทำตายหรือไม่มีการทำสูญเสียไม่มีเป็นตัวเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดเกิดมันไม่ใช่ตัวตายเป็นตัวสร้างสรรค์วงเล็บเปิดที่จริงมีการทำลายซ้อนอีกมิตรภาพที่จะต้องบันไดอิฐมันมีสภาพอะไรที่ซ้อนแต่โดยสิ่งที่สร้างนั้นไม่มีอะไรเป็นความทำลายหรือเป็นความทำให้สูญเสียหรือทำให้ตายอย่างความหมายโลกๆทำแล้วหน้าเศร้าใจหรือว่าน่าสลดใจไม่มีแต่ที่จริงมีการทำลายซึ่งเป็นการทำลายสิ่งที่ไม่ถูกไม่ดีทำลายฝ่ายที่ขัดแย้งไปในตัวมันก็เป็นความเสริมการเกิดเป็นแนวร่วมของการเกิดอยู่แท้ๆสภาพเช่นนี้เรียกว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนในแง่ เส้นทางกลับต่างกับสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนในแง่ลบเพราะฉะนั้นการกระทำของพระอรหันต์เจ้าพระอริยเจ้าชั้นสูงจึงเป็นกรรมที่สร้างสรรค์ให้กระทำอะไรอยู่ก็คือต้องสร้างสรรค์อยู่ถ้าไม่ได้ทำลายมนุษย์ชาติถ้าไม่ได้ทำร้ายอะไรแก่ใครแต่ถ้าท่านจะทำร้ายก็ทำลายกิเลสเอาเด็กง่ายๆทำลายความที่เป็นทุจริตทำลายสิ่งที่สูญเสียก็คือทำสิ่งที่มันเป็นเชื้อโรคเป็นสิ่งที่มันทำให้ความชิบหายของโลกของมนุษย์เนี่ยตัวร้ายการทำลายตัวร้ายมันก็เท่ากับเสริมให้เกิดเสริมให้เจริญงอกงามเพราะฉะนั้นการหมุนรอบเชิงซ้อนนี้ถ้าเราเข้าใจซ้อนไม่ได้เราก็ไม่รู้นี่เป็นสภาพหมุนรอบ ซ้อนในแง่เสริมพยายามใช้ภาษาถ้าเผื่อว่าอาตมาเก่งก็คงจะต้องค้นหาภาษาอังกฤษมากำกับหรือถ้าเก่งทางบาลีอีกก็จะต้องค้นหาภาษาบาลีเมืองกำกับแต่นี่ไม่เก่งก็ขอพูดแต่ภาษาไทยตามยานพาหนะของเราเพราะอันนี้เป็นญาณทัศนะของตัวเองมันไม่ใช่เส้นต่างกันกับสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนในแง่ลบนะสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนในแง่ลบก็คือคล้ายๆกันนะว่าเราจะบอกว่าเกิดแต่ที่จริงเกิดไปฆ่าคนอื่นถ้าเผื่อว่าทางด้านในแง่ลบก็คือที่เกิดไปเสริมกิเลสขึ้นอย่างนี้เป็นต้นนี่ไม่ได้เสริมสภาพที่มันมันๆๆไม่ใช่สิ่งที่ควรจะเสริม ไปเสริมอย่างเงี้ยเป็นแง่เสริมไม่ใช่แง่ลบเป็นแง่ที่จะผดุงเป็นแง่ที่จะกระทำให้เจริญถ้าเป็นไปทำให้แง่ลบก็หมายความว่าไอ้ความจริงเชื้อโรคนี่มันกัดกร่อนไอ้ทุกวันนี้นี่นะคนเราทำงานนี่ทำงานเพื่อทำลายเอาแรงงานไปทำยิ่งทำลายอย่างเช่นคนสร้างอาวุธปืนอย่างเงี้ยคนที่สร้างอาวุธยุทธภัณฑ์ทั้งหลายคนที่สร้างเฮโรอีนขึ้นมาทั้งหลายพวกนี้ก็ทำงานนะแต่มันจะทำประมาณ 15 คนทำงานเพื่อเป็นในแง่ลบแง่ลบลงมันทำให้มนุษย์ฉิบหายลงไปเรื่อยมันยิ่งสร้างเท่าไหร่โลก 20 มิถุนายนเป็นภาษาบาลีนะทีนี้ คือมันชิบหายมันทำลายความเสื่อมความชิบหายความเสื่อมความทำลายมันสร้างมาเพื่อทำลายมนุษย์ทำลายโลกสร้างอาวุธเป็นต้นสร้างเฮโรอีนเป็นต้นอย่างนี้ยกตัวอย่างให้ฟังพวกนี้เป็นคนสร้างเขาสร้างนะแต่สร้างในสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนในสภาพมันเป็นในแง่ลบไม่ใช่แง่ของไม่ใช่เนี่ยเสริมสร้างมันเป็นแง่ลบเป็นแง่ทำลายมันตรงกันข้ามมันก็เนี่ยเสริมถ้าเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนเราบอกว่าเขาสร้างแล้วเขาสร้างอาวุธพูดก็ว่าจ้างเปล่าถ้าไม่ใช่สร้างโดยจริงแล้วนี่เขาทำให้เขาทำลายก็ต้องไม่ลดแบบนี้เหมือนกับฆ่าคนสร้างเฮโรอีนขึ้นมาทีไรก็คือสร้างการฆ่าคนขึ้นมาบนนั้นสร้างอาวุธลุกขึ้นมาเมื่อไหร่ คือสร้างการฆ่าคนขึ้นมาบนนั้นมันเป็นแต่เพียงว่ามันยังไม่เกิดบทฆ่าคนเท่านั้นแต่มันฆ่าคนมันเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนแง่ลบไม่ใช่แง่เสริมแต่พระอริยเจ้าหรือพระอรหันต์ท่านสร้างอะไรเนี่ยท่านสร้างสภาพที่สร้างขึ้นในแง่เสริมอีกถ้าบอกว่าถ้าจะฆ่าท่านก็จะฆ่ากิเลสค่าความทุจริตให้ค่าสิ่งนี้มันไม่ได้ทำลายโลกไม่ได้ทำลายมนุษย์ไม่ได้ทำลายความดีงามมันทำลายสิ่งที่จะเจริญงอกงามคนดูไว้สร้างสรรค์ไว้ดำรงไว้คงอยู่ไว้นี่เป็นเป็นต้องเข้าใจด้วยภาษาให้ดีและมันมีสภาวะจริงถ้าเราเข้าใจภาษานั้นดีรู้ความหมายดีเราก็จะเข้าใจสภาวะจริงเพราะ คำของพระอรหันต์หรือการงานของพระหันด้วยความขยันของพระอรหันต์ที่ท่านทำอยู่จึงเป็นความขยันที่ไม่ได้ทำลายโลกแต่ท่านเองท่านไม่มีปัญหาท่านไม่ได้ทำเพื่อท่านท่านทำเพื่อคนอื่นหากคือมีแต่สร้างมีแต่ก่อมีแต่จรรโลงมีแต่กระทำบทบาทอันดีก่อการงานอันงามอยู่ร่ำไปเรื่อยไปอยู่ตามปกติเช่นนั้นแค่นั้นเองวงเล็บเปิดคำว่าอุฏฐานะจึงแปลเอาความกันง่ายๆว่าขยันจริงๆเนี่ยบอกแล้วอุทานนำมาจากรากศัพท์ฐานะธาตุและก็แปลให้ฟังแล้วว่าอุแปลว่าเกิดฐานะมันแปลว่าที่ตั้งทีนี้เขาก็แปลอุฏฐานตนให้เป็นผู้สร้าง การทำตนให้เป็นผู้ก่อก่อเสมอดังนั้นถ้าพูดสร้างผู้ขยันนั้นๆเป็นผู้ขยันในการก่อบาปก่อชั่วหรือขยันสร้างแต่สิ่งมอมเมาสิ่งไร้สาระสิ่งไม่ถูกไม่ตรงไม่ดีไม่งามโดยเฉพาะพระที่ขยันก่อขยันสร้างในสิ่งอันไม่ถูกทำตรงวินัยหลงไหลอยู่แต่กับวัตถุธรรมแม้จะเป็นนักก่อนักสร้างนักขยันเท่าไหนเท่าไหนมันก็ไม่ใช่ประโยชน์แน่มันก็ทำลายตรงๆกันเองเพราะฉะนั้นยิ่งขยันมากก็ยิ่งทำลายหนักจึงชื่อว่าพวกวิตถารนี่สะกดด้วยฐฐานเมื่อกี้เนี่ยอุฏฐานซึ่งจะพยายามเอาคำเอาพรรษานี้มาจับมาคู่กันให้ วิตถารทีนี้คำว่าวิตถารนี้เมื่อมาใช้ในภาษาที่จะเอามาเรียกจำเพาะคนมานิยามคนเขาก็เลยสะกดต่างกันขึ้นมาคำว่าวิตถารนั้นก็ในวงเล็บไว้แล้วในภาษาไทยเราก็เอามาใช้วอสระอิตเต่าท้อถึงสระอานหนูนี่มีหนังสือกันแล้วก็เลยไม่เขียนกระดานพวกอันนี้ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ไม่ดีวิถีตรงกันข้ามกันกับการกระทำแบบอุฏฐานถ้าอุทานนะเป็นการสร้างสรรค์ถ้าวิตถารนะไอ้คนนี้มันทำอะไรผิดฐานผิดฐานทำอะไรผิดฐานหรือภาษาไทยเราเข้าใจแล้วเพราะว่าเราเอามาจากภาษาบาลีมาใช้แล้วก็ได้พยายามบัญญัติคำโดยสะกดอักษรพยัญชนะให้เป็น พอเราเรียกแต่สำเนียงเราก็ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาแล้วมาจากรากศัพท์วิตถารที่ใช้ต่ออุปสรรคเป็นคนแล้วก็ถอดตามมาเนี่ยเรียกว่ามันไอ้อย่างนี้มันไม่ไหวแล้วให้เกิดฐานแบบนี้มันไม่ไหวคือพวกที่ทำไม่เข้าร่องเขาลอยพวกทำอะไรออกนอกลู่นอกทางทำในสิ่งที่ผิดฐานนะตรงๆก็คือผิดฐานผิดฐานนะผิดความจริงหรือไม่ใช่ฐานะถ้าแปลเอาภาษาแล้วก็ไม่ฐานะก็แปลว่าฐานะมันไม่ใช่ฐานะของเราจะไปทำไปสร้างเสร็จก่อนเป็นพวกวิหารพิษจากความจริงเป็นพวกทำเหมือนกันแต่เป็นนักทำลายฐานะไม่ได้เสริมฐานะเป็นพวกทำลายฐาน เสริมฐานไม่ใช่เพิ่มความเกิดให้จัดฐานจึงหาใช่อุฏฐานไม่ฟังไอ้นี่มันตรงกันข้ามกับอุทานแปลว่าความเกิดต่อเสริมขึ้นไปส่วนวิตถารเนี่ยมันทำให้เกิดเหมือนกันเป็นสภาวะซับซ้อนกันไปแต่มันไม่ได้ทำให้เกิดมันจะกลายเป็นตัวทำลายเพราะฉะนั้นคำวิจารณ์จะเป็นคำที่ให้ความหมายอะไรจะทำเลยอย่างนี้มันไม่ผ่านทำแล้วมันจริงๆก็ทำให้เกิดนะแต่ด้วยความไม่รู้ก็ตามคนรู้ก็จะบอกเธอได้ทำอะไรในวิหารใหญ่แล้วแต่คนนั้นบอกนี่ไม่ใช่ของดีเราก็ไม่ได้ดีหรอกคนมีฐานแล้วหลงผิดได้ไงเพราะการก่อการสร้างหรือการกระทำความเกิดก็เป็นไปตามจริงตามภูมิธรรม คนผู้นั้นจริงๆเป็นงานการเป็นอาชีพตามจริงตามจริงตรงจริงลงตัววงฐานะบอกภูมิบอกความรู้จริงๆผู้มีภูมิที่จะทำความเกิดได้แค่วัตถุหยาบๆเหมือนคฤหัสถ์แต่ละระดับเป็นการแย่งอาชีพคฤหัสถ์ซึ่งต้องนับเรียกว่าอยู่ในระดับพื้นฐานวันพระไม่จำเป็นจะต้องไปก่อไปสร้างแข่งกับชาวคฤหัสถ์เขาแล้วเราก็ไม่ต้องไปทำอย่าไปแย่งงานทางคฤหัสถ์เขาทำไม่ได้สูงกว่านั้นก็เป็นจริงนะเพราะฉะนั้นบางคนนี่ไปทำแย่งงานคฤหัสอยู่เพราะคนนั้นไม่สามารถที่จะทำงานทางธรรมเป็นพระไม่ทำงานที่ตรงกับงานพระ แต่ไปทำงานนั้นซ้ำซ้อนแย่งอาชีพของพระเขาเช่นว่าในศีลของพระพุทธเจ้าบอกว่าพระที่จะไปรักษาไข้ไม่ได้รักษาไข้นี่มันไปแย่งอาชีพหมอเขานี้เป็นต้นหรือว่าจะแม้แต่ไปปลูกผักปลูกหญ้าโอ้โหเป็นอาหารเป็นอาชีพหลักของคนส่วนใหญ่เลยปลูกผักปลูกพืชพันธุ์กันเป็นอาชีพหลักของคนส่วนใหญ่เลยพระยาไปปลูกผักปลูกพืชแข่งเขามันเป็นนิทานไม่ใช่ฐานะนะเนี่ยไม่ใช่ผ่านแล้วไม่รู้นึกว่าตัวสร้างสรรค์ฟังไม่ดีนึกว่าตัวสร้างสรรค์ฟังให้ดีเราจะเข้าใจคำนี้มันมา ความหมายอะไรภาษาไทยเราเข้าใจดีๆก็คือคนไทยนี่กำไรเพราะภาษามันมาจากธรรมะมันมาจากบาลีมาจากอินเดียแล้วเราก็มาใช้ภาษาอินเดียหรือภาษาของแขกอินเดียเขามาเป็นภาษาไทยซะเยอะเลยแล้วเราก็เข้าใจดีเข้าใจดีพอเวลาจะท้าความไปหารากเหง้าไปหารากฐานไปหาประวัติศาสตร์ของภาษานั้นเราไม่มีนิทานแล้วอย่างรูปอย่างงามไม่ได้แล้วเราไม่ถึงโดยเฉพาะไม่มีนิทานยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงด้วยยาทัศนะอันวิเศษด้วยก็เท้าความไม่ถึงทีนี้ที่พูดให้คุณฟังนิทานความเป็นมาว่าคำพวกนี้มันมาจากรากเหง้าอะไรแล้วก็เอาจากต้นตออะไรมาใช้ก็คืออย่างนี้เกิดจากอุฏฐานเป็นคำคู่คำคล้ายคำเกี่ยวข้องกันเพราะฉะนั้นเมื่อมาใช้แล้วจนกระทั่งมันกลายมาจน ไกลเราเลยเท้าเข้าหารากที่มันมาจากอะไรไม่ได้มาจากการกระทำผิดฐานมาจากการกระทำมาจากการเกิดเพราะฉะนั้นถ้าการเกิดอุฏฐานนะเป็นของดีถ้าการเกิดไม่ถูกฐานะเป็นของจริงหรือเปล่ากิเลสแล้วมันคงไม่เข้าท่าแล้วถึงจะยึดฐานพอยกตัวอย่างให้ฟังถึงแม้จะว่ากันตรงๆพระไปปลูกผักปลูกพืชแข่งขันเป็นเรื่องของวิหารไม่ใช่การเกิดอันสมควรไม่ใช่การก่อการสร้างมันสมควรไม่ใช่อุฏฐานสัมปทาศีลอื่นท่านนับรอบไว้แม้แต่ความหมายอันนี้ถ้าเข้าใจดีก็เราก็จะรู้ลึกซึ้งขึ้นไปอีกว่า มันไม่ค่อยทักเข้าทางหรือมีอื่นอีกยกตัวอย่างแค่นี้ก็คงพอนะเพราะงั้นก็อธิบายเอาไว้บอกเอาไว้เพราะว่าเราจะทำอะไรจะต้องทำให้ถูกหลักถูกเกณฑ์ละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนมากในศาสนานี้แม้แต่ผู้เคยเป็นหมอเมื่อมาบวชแล้วเลิกอาชีพหมอไม่ต้องรักษาทางสรีระเราเป็นหมอทางจิตวิญญาณไงหมอถ้าจิตวิญญาณนี่มีคนไข้มากก็หมอทางสรีระเดี๋ยวนี้ยิ่งเยอะเลยลูกจิตนับไม่ถ้วนคนมีกิเลสโรคจิตทุกคนวันนี้เป็นกิเลสโรคเป็นทุกคนน่ะมารักษากิเลสก็ให้ออกให้หมดนั่นแหละคือรักษาโรคทางจิตเรามีคนไข้มากแล้วไปแย่งเขาทำใหม่ถ้าคดีลาหมอศิริราชเขาก็เรียนเรียนมาตั้งแต่นั่งรักษาก็รักษากันไปอย่างนี้เป็นต้น วัดศรีในพระพุทธเจ้าศีลหลักศีลแม่บทศีลพระธรรมนูญมหาสินท่านก็ตรัสเอาไว้ไม่ให้แม้แต่ใส่ยาเฉพาะแผลพระก็จะไปไถ่แม้แต่ใส่ยาฉะแผลอย่างนี้เป็นศีลของเธอประการหนึ่งอยากไปถึงธรรมพระทำไม่ได้อันนี้เป็นต้นมันจะกลายเป็นวิหารซึ่งผู้มีภูมิที่จะทำความเกิดได้แค่วัตถุหยาบๆเหมือนคฤหัสถ์แต่ละระดับเป็นการแย่งอาชีพคฤหัสถ์ซึ่งต้องนับเรียกว่าอยู่ในระดับพื้นฐานเพราะทำไม่ได้สูงกว่านั้นก็เป็นจริงเพราะฉะนั้นในขณะนี้พระที่ยังไปทำชีวิตฐานอยู่แล้วก็ไม่มีภูมิปัญญาที่จะทำได้กว่านั้นก็มีอยู่จริงก็ยังเป็นจริงพรุ่งนี้ก็ยังไม่สะอาดหรือว่าคุณยังไม่สูงก็เป็นจริง ท่านนั้นก็จะทำอยู่อย่างนั้นทางนั้นก็จะทำอย่างนั้นเพราะฉันไม่รู้แล้วท่านก็ไม่เข้าใจแล้วท่านก็ไม่เก่งกว่านี้ถ้ายิ่งทำสิ่งที่มันยังไม่สะอาดด้วยศีลด้วยธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่อย่างที่อธิบายนี่แหละผู้มีภูมิที่จะทำความเกิดให้ละเอียดเป็นนามธรรมเพิ่มฐานเข้าสู่วุฒิฐานะทางเว้นจากความเป็นคฤหัสถ์อาชีพเลิกละจากเดรัจฉานอาชีพได้เท่าใดเท่าใดก็เป็นจริงเว้นได้จริงเลิกได้จริงก็จะมีงานอันเป็นสัมมาอาชีพถูกปลงแก่ความเป็นสมณะจริงๆเพราะฉะนั้นผู้ใดรู้ว่าตนวิหารก็ต้องพยายามฝึกตนให้ถึงขั้นพื้นฐานออกมาให้ได้เมื่อเริ่มต้นติดเมื่อเริ่มต้นเป็นไปทำไม่ถูกเรื่องก็เลิกมา เลิกมาให้ได้จิตมันนี่แหละตัวสำคัญที่มันจะติด 1 ปัญญาไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ 2 แม้ปัญญาเกิดสมาธิแล้วรู้ว่าจะต้องเลิกแต่ใจมันยังว่าอะไรอาวรณ์มันยังชอบมันยังยึดมันก็เลิกมาไม่ได้สักทีก็ต้องฝึกฝึกมาให้ได้เป็นสมาบัติฝึกมาให้ได้จนกระทั่งผีติฝึกมาได้จนกระทั่งถึงพุทธฐานนะเลิกเพิกได้มันเลิกเลิกได้แล้วทีนี้ก็เป็นเขต 1 ในฐานะจนกระทั่งรู้แล้วว่าเรื่องนี้ก็เรื่องนี้มันก็สั่งสมกันที่สั่งสมควรจะรักจะอนุโลมก็อนุโลมได้เมื่อเวลาละเลิกได้แล้วเมื่อเป็นยิ่งสุดท้ายเป็นสมาชิกอภินิหารที่อยู่ก็ได้ไม่อยู่ก็น่าจะเป็นก็ได้ไม่เป็นก็ได้เป็นความเหนืออันยิ่งอภินิหารรัก พิธีกรรมยิ่งใหญ่ในความเหนือที่ยิ่งใหญ่จะไม่ก็ได้จ๊ะข้อสำคัญก็คือไม่นี่ให้ได้ซะก่อนส่วนจะอนุโลมอีกทีจะเป็นด้วยนั้นอันนั้นเมื่อเกิดญาณปัญญาหรือญาณทัศนะอันวิเศษมีความจริงใจมีความสะอาดมีความไม่ได้โลภโมโทสันมีความสุดทางแล้วที่จะต้องจำเป็นต้องอนุโลมในเรื่องของพระอดีตเจ้าของพระอรหันต์ท่านปล่อยให้ท่านตัดสินเมื่อท่านเป็นพระอรหันต์ที่แท้จริงแล้วท่านไม่มีเจตนาอันลามกแต่เรายังไม่เป็นพระอรหันต์จริงอย่าไปตีกินขอร้องอย่าไปตีกินนะเจตนาของเรามันยังมีลามกแฝงเหมือนอันใดที่เป็นอรหันต์จริงแล้วท่านจะตัดสินมีสรรพคุณ 7 ประการว่าถ้าจะประมาณเอาเท่าไหร่จะอนุโลมหรือไม่รวมเรื่องของท่าน อันนี้ก็มีความรู้แทรกพิเศษเติมให้เป็นเรื่องของอุฏฐานะและวิตถารนะอันต่อมาผู้ที่ถึงนิพพานถึงนิโรธแบบพุทธหรือผู้มีฌานแท้ๆแบบพุทธจึงไม่ใช่คนขี้เกียจเมื่ออธิบายเสริมให้พวกวิตถารนะหรืออุฏฐานว่าขยันเพียงที่ได้กล่าวประกอบไปแล้วเมื่อกี้นี้เพื่อยืนยันให้เห็นแล้วก็ตอนนี้ก็สนุกแล้วว่าพูดถึงนิพพานถึงนิโรธแบบพุทธหรือผู้มีฌานแท้ๆแบบพุทธจึงไม่ใช่คนขี้เกียจไม่ใช่คนไม่ทำงานเลยจริงๆเพราะคนก็ยังไม่ตายนอกนั้นแม้จะมีวิวออกป่านนี้แล้วจิตมันก็ยังมีงานยังมีบทบาทแห่งความเป็นไป ยังทำหน้าที่ตามหน้าที่ของมันคือจิตนี่มันจะทำหน้าที่ตามหน้าที่ของมันคือรู้แล้วเวทนาจำทำความหมายในวงเล็บสัญญาคิดสั่งการในวงเล็บสังขารและรับรู้รับทราบสอดส่องแล้วปล่อยวางให้เป็นที่สุดตามภูมิแห่งจิตนั้นๆในวงเล็บเรียกว่าวิญญาณอยู่อย่างแท้จริงมั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน