230530-3-017 ทางเอกภาค3-ตอน017(หน้า122)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 ที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเรามาเรียนกันต่อเราได้จบบทที่ 23 ไปแล้วงานเป็นวิชาข้อที่ 4 ที่นี่ก็ขึ้นวิชาข้อที่ 5 โสดทิพย์อ่ะลองฟังดูโสดทิพย์ก็เจอจึงมีนัยยะเหมือนกันกับอิทธิวิธีนั้นเองคือโดยบุคลาธิษฐานแบบโลกิยะอภิญญาก็หมายว่าได้ยินเสียงที่คนธรรมดาไม่สามารถได้ยินอาจจะได้ยินเสียงจากที่ไกลได้ยินเสียงที่ละเอียดอะไรก็ตามดังสำนวนที่แปลกันเอาไว้ว่าเธอย่อมได้ยินเสียง 2 ชนิดคือเสียงคิดและเสียงมนุษย์ทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ ด้วยทิพยโสธรภาคอันบริสุทธิ์ล่วงโสดของมนุษย์อดูกัลปังหามหาบพิตรในเว็บผู้ที่พระพุทธเจ้าตรัสด้วยในขณะนั้นอัปรีย์เหมือนบุรุษเดินทางไกลเขาจะพึงได้ยินเสียงกลองบ้างเสียงตะโพนบ้างเสียงสังข์บ้างเสียงมันดังเขาอย่าเพิ่งเข้าใจว่าเสียงกลองดังนี้บ้างเสียงตะโกนดังนี้บ้างเสียงสังข์ดังนี้บ้างเสียงบ้านดอกดังนี้บ้างเสียงเปิงมางดังนี้ภิกษุก็ฉันนั้น ภิกษุก็คือผู้ใฝ่ธรรมเพื่อความหลุดพ้นหรือพระอริยเจ้าทั้งหลายนี่แหละแต่ถ้าจะเอาจะเอาเข้าใจความเอาก็จะเข้าใจเอาแบบบุคลิกฐานง่ายๆสั้นๆที่ไม่ใช่เป้าหมายของพุทธวิชานั้นอภิญญาในข้อนี้ก็คือมีหูเหมือนเครื่องรับวิทยุเหมือนมีเหมือนมิเตอร์ที่อาจสามารถรับคลื่นของความถี่ของเสียงได้เสียงใดๆจะมีคลื่นความถี่หยาบหรือว่าละเอียดลอยมาจากที่ไกลๆก็ดีใกล้ๆก็ดีจนเกินความสามารถของหูคนปกติธรรมดาจะรับได้พรุ่งนี้อภิญญาก็อาจสามารถ เป็นหูทิพย์รับฟังได้ด้วยว่างั้นเถอะถ้าทำได้อย่างนั้นจริงก็เก่งจะนับเรียกว่าเป็นผู้มีอภิญญามีโสดทิพย์หรือมีทิพยโสธรธาตุก็พอนับได้แต่ก็เป็นบุคลิกฐานหรือเป็นรูปประธรรมหรือวัตถุธรรมแท้ๆจะนับว่ามีความเก่งเกินมนุษย์ปกติธรรมดาก็ต้องนับได้ด้วยก็ยอมรับว่าจริงเป็นอภิญญาอันหมาย
อ่านต่อ
เอาว่าเก่งเกินคนธรรมดาสามัญก็จริงอยู่นะจึงเรียกว่าโลกียอภิญญาวงเล็บเปิดเช่นหูสุนัขหรือสัตว์บางประเภทที่รับ เสียงคลื่นแสงตัวยานใหญ่ได้ยิ่งกว่าคนปกติปกติเหมือนหูหมาที่รับเสียงได้พิเศษอย่างนั้นก็ดีคือเหมือนหมูสับหูของสัตว์บางชนิดที่รับได้พิเศษพิเศษเกินแต่ก็ไม่ใช่เรื่องของปรมัตถ์อันหมายเอาจิตเจตสิกโรคจิตเอารูปปัจฉิมที่ต้องทำวิจัยไปจนเกิดญาณทัศนะเกิดนิพพานไม่นั่นมันไม่ใช่ไม่ใช่เรื่องที่หมายนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่ฐานโดยเฉพาะไม่ใช่เป้าหมายของพุทธศาสนาเลยมันเป็นเรื่องของโรงเรียนประสาทหรือวิทยาศาสตร์ก็ทำกันยังเป็นเดรัจฉาน ช้าอยู่เป็นเพียงโลกิยะอภิญญาเท่านั้นหรือเป็นอิทธิปาฏิหาริย์ชนิดที่พระพุทธองค์ทรงเกลียดชังในวงเล็บที่คุณสามีเบื่อระอารายามันตราแล้วถ้าเกิดว่าเขาทำได้ใครทำได้ก็เก่งเราทำได้เราก็ต้องเรียกว่าเราเก่งเหมือนกันนะได้ยินเสียงไอ้ที่มนุษย์เขารับไม่ได้เราได้ยินเสียงอันนั้นได้จากที่ใกล้ก็ตามที่ไกลก็ตามเสียงที่เป็นคลื่นความถี่ที่มัน อ่านแล้วก็เมื่อเรารับแล้วเราก็เป็นเพียงแยกออกว่าไอ้การได้อย่างนั้นเป็นอย่างนั้นมันเป็นเรื่องของความเก่งชนิดหนึ่งที่พระพุทธเจ้าท่านบอกว่าท่านเกลียดชังท่านเบื่อระอาท่านไม่ชอบใจอะไรแต่ว่าทางพุทธศาสนานั้นมีอีกต่างหากอาทิตย์นึงลองฟังดูต่อไปอีกก่อนว่าหรือยิ่งจะไปหลงยึดรูปประธรรมมันไม่มีตัวตนจริงแต่ก็อุตส่าห์มีอุปทานจัดมีอุปทานจัดเกินไปนะปั้นขึ้นเองมีเสียงเองได้ยินเองอย่างนี้มันเก่งเกินจริงจะให้รับว่าเป็นอภิญญาเป็นโสด หรือทิพยโสธรภาคเห็นจะนับไม่ได้เช่นในกรณีที่เล่ากันว่าได้ยินเสียงเจ้าเสียงพรมเสียงอินทร์เสียงเทพองค์นั้นเท้าองค์นี้เสียงฟ้าประทานเสียงสวรรค์บันดาลเสียงพระอริยะเลยเถิดไปจนเสียงพระพุทธเจ้าหรือเสียงประหลาดอะไรจากไหนก็ไม่รู้ต่างๆพวกนี้มันคือโรคจิตชนิดหนึ่งพวกที่ได้ยินเสียงพิสดารพวกนี้มันเป็นโรคจิตๆไอ้เสียงในโลกนี้มันมีอยู่ในเครื่องความถี่ของเสียงอะไรต่ออะไรต่างๆคันนั้นคันนี้มันมีแต่ถ้าบอกว่าไปได้ยินเสียงพิลึกพิลึกปิดเสียงเทวดาเสียงผีเสียงพรหมเสียงอะไรก็แล้วแต่ เทพอินทร์พรหมท้าวนั้นจนกระทั่งถึงเสียงพระอริยะเสียงพระพุทธเจ้าไปเลยทีเดียวไอ้อย่างนี้ก็มันจะให้รับว่าเป็นอภิญญาไม่ใช่แล้วมันตะแบงแล้วมันเป็นเรื่องอุปทานจิตมันเป็นเรื่องเลอะเลือนเป็นเรื่องสร้างเรื่องสั้นเอาเองเป็นโรคจิตชนิดหนึ่งถ้าทางโลกเขาก็รู้ๆกันอยู่สำหรับพวกที่เรียนเกี่ยวกับจิตประสาทหรือว่าโรคจิตและที่หลงงมงายกันก็เยอะอาการหนักๆคุยกันเป็นตุเป็นตะเป็นเรื่องเป็นราวไขไอ้นั่นบอกไอ้นี่กันให้มีเรื่องเป็นราวกันออกของหรือเลอะเทอะไปถึงขั้นเป็นคู่รักคู่ใครกันไปเลย ทั้งๆที่ไม่มีลูกไม่มีหรือไม่มีรูปมีร่างมีแต่เสียงแท้ๆนั่นแหละอาทารลักษณะอย่างนี้ล่ะก็ระวังกันให้มากๆทีเดียวมันคือโรคจิตโดยตรงในปัจจุบันนี้มีเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆและเรื่องที่ลึกลับไม่รู้เรื่องกระจ่างกระจ่างพวกนี้ในวงเล็บเรียกว่าไสยศาสตร์ทั้งสิ้นมันเป็นช่องทางหากินของมิจฉาชีพชนิดหนึ่งจะเรียกกันว่านั่งทางในก็มีเข้าทรงก็มีและยกเรียกว่าเข้าฌานหรือทรงฌานตรงๆกับภาษาศัพท์ทางธรรมเอาเลยก็มีเพี้ยนๆไปในเชิงอื่นๆอีกก็มีเป็นโรคจิตอยู่ที่ผู้นั้นผู้นั้น เพลงเฉพาะตนไม่เหมือนใครก็มีซึ่งเรื่องเหล่านี้ก็จะไม่กล่าวถึงมากเรื่องมากแบบนักข่าวเพื่อที่จะให้เทียบเคียงหรือยืนยันเป็นหลักฐานบ้างเท่านั้นถ้าจะขอชี้แนะเข้าทำโสดทิพย์ที่เป็นอภิญญาแท้ๆของพุทธศาสนาโดยตรงดีกว่าอาการได้ยินเสียงทิพย์หรือโสดคลิปนี่อันนับว่าเป็นความเก่งเป็นความสามารถในทางพุทธแท้ๆตรงๆนั้นคือได้ยินเสียงธรรมดาธรรมดาด้วยหูปกติปกตินี่แหละเสียงคลิปนี้นะไม่ใช่ไม่ได้ยินเสียงแค่ได้ยินเสียงธรรมดาธรรมดาในหูปกตินี่แหละเรียกว่า เสียงมนุษย์อันเป็นเสียงหนึ่งฟังดีนะท่านบอกเนี่ยท่านกล่าวไว้แล้วนี่มีเสียงทิพย์คือเสียงทิพย์และเสียงมนุษย์ก็มีเสียงมนุษย์นี่เป็นเสียงหนึ่งปกติธรรมดานั่นเองเป็นแล้วก็ส่วนเสียง 2 ก็คือพร้อมๆกันนั้นในเสียงอันเป็นรูปประธรรมหรือเสียงมนุษย์ปกติธรรมดานั่นเองก็มีนามธรรมปรุงประกอบร่วมอยู่ด้วยซึ่งเป็นสภาพจะต้องอย่างด้วยยานรู้ซ้อนในเสียงเข้าไปรู้น้ำเสียงเราเรียกว่าน้ำเสียงก็ได้ง่ายๆเข้าไปหานามธรรมเข้าไปรู้ใจจริงรู้กิเลสโน้นแหละเป็นที่สุดเป็น มัดต้องรู้รูปรู้นามให้รอบทวนหรือแทรกซ้อนอย่างเข้าไปจนรู้มโนปุพพังคมาธัมมาพยานเล็กน้อยไปเลยมโนเสฏฐามโนมยาอะไรขั้นนั้นของผู้พูดด้วยว่าเป็นเสียงสุจริตหรือเสียงทุจริตอย่างไรแค่ไหนมีความมดเท็จความส่อเสียดความหยาบคายหรือเพ้อเจ้อหรือไม่ถ้ามีเพราะเหตุอะไรเนื่องด้วยโลหะเหตุหรือโทสะเหตุหรือโมหะเหตุหรือหรือหรือว่าแม่น้ำเสียงนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นซึ่งคนธรรมดาธรรมดาจะดูเป็นว่าราวกับมีโลภ หรือว่าบางเสียงดูราวกับมีโทสะเหตุหรือบางเสียงดูราวกับมีโมหะเหตุหรืออโทสะเหตุหรืออโมหะเหตุจริงๆหมายความว่าไม่มีไม่มีโทรศัพท์ไม่มีโมหะจริงผู้พูดนั้นมีสติสัมปชัญญะมีการกำหนดรู้มีเจตนาใช้เสียงอย่างนั้นใช้คำพูดอย่างนั้นเพื่อผลประโยชน์ดีที่ดีที่สุดหรือบางทีเพื่อช่วยผู้ที่พูดอยู่ด้วยนั้นนั้นจริงๆเอาด้วยซ้ำเราจะต้องไตร่ตรองเทียบเคียงอ่านเข้าไปจริงๆฟังดีๆที่มันชัดอาตมาว่าชัดแล้วนะพวกแกภาษาไทยไทยขยายความออกมาให้เข้าใจง่ายๆ เสียงหนึ่งที่ท่านบอกว่าเป็นเสียงมนุษย์อีกเสียงหนึ่งท่านเรียกว่าเป็นเสียงทิพย์ท่านบอกว่ามีผู้ที่เป็นได้ยินได้ยินเสียงมนุษย์ได้ยินเป็นเสียงทิพย์เสียงมนุษย์ก็คือเสียงธรรมดานี่แหละมนุษย์พูดนี่เสียงทิพย์ก็คือเสียงที่มันเป็นไอ้นี่พยายามใช้คำในภาษาไทยว่าใช้น้ำให้รู้น้ำเสียงที่จริงมันไม่ใช่น้ำเสียงอย่างเดียวมันมีน้ำเสียงมันมีหางเสียงมันมีอะไรต่ออะไรหรือว่ามันมีการหยั่งรู้ตามทั้งน้ำเสียงหางเสียงเครื่องประกอบก็ได้แล้วแต่อย่างตามก็ไปจนกระทั่งถึงรู้จิตรู้จิตที่เป็นตัวนำเกิดมโนปุพพังคมาธัมมาเป็นตัวนำเกิดเสียงที่จีนมันเกิดเสียงมันเกิดเองไม่ได้หรอกมันเกิดเพราะมีจิตนี่เป็นตัวประธานแล้วมันนำเกิด นั่นแหละเราจะตามเข้าไปจนกระทั่งรู้ว่าจิตที่ทำให้เสียงนี้เกิดประกอบการออกมานี่เป็นนามร่วมกับรูปเสียงที่เป็นรูปนะเสียงที่เป็นรูปนามที่ประกอบออกมานี่เป็นเป็นสิ่งที่เป็นน้ำเป็นตัวที่มันตามกันออกมานี่มันบันดาลให้เกิดหรือว่ามันเป็นตัวสร้างให้เกิดเนี่ยมันเป็นจิตเป็นจิตอะไรล่ะเป็นจิตโลภะจิตโทสะจิตโมหะหรือเปล่าเป็นจิตสุจริตจิตทุจริตจนทำให้เสียงนี้เป็นเสียงสุจริตหรือเสียงทุจริตหรือเปล่านี่เรียกว่าเรามีโสดทิพย์มันรู้อย่างนี้เราฟังต่อไปและหรือเจ้าตัวผู้พูดนั้นเขามีโมหะเหตุคือบางคนเนี่ยไม่รู้ตัว มีโมหะเหตุเขาไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาพูดด้วยโลภะเหตุหรือโทสะเหตุแต่ผู้มีอภิญญาสิเมื่อได้ยินเสียงก็สามารถหยั่งยานลงไปรู้ได้ด้วยว่าเขามีโลภะเหตุอยู่บ้างมีโทสะเหตุอยู่บ้างในคำพูดขนาดนั้นขนาดนั้นอันเป็นการรู้ได้เพราะอาศัยเสียงอาศัยคำพูดแท้ๆตรงๆที่เป็นเสียงมนุษย์ปกติธรรมดาธรรมดานี่แหละเป็นสื่อในวงเล็บเสียงที่ 1 จึงได้รู้เสียงที่ 2 อันเป็นเสียงธรรมคือรู้ดีรู้ชั่วได้ด้วยเสียงนั้นๆยังไม่ใช่เป็นนักเอาการอาศัยกายกรรมอื่นๆเป็นสื่อหรืออาศัยมโนกรรมเป็นสื่อเพื่อรู้ แต่ในขณะที่พูดถึงอยู่นี้อาศัยหูอาศัยเสียงน้ำเสียงนี้แหละแท้ๆจึงเรียกว่ามีอภิญญาในหัวข้อโสดทิพย์เพราะอาศัยโสธรภาคแนวและสิ่งที่เกิดทางหูจึงได้แจ้งในทิศวงเล็บเปิดความดีเลิศซึ่งประกอบได้ด้วยความสูงขึ้นวงเล็บปิดหรือได้แจ้งในความดีความเลวของจิตเจตสิกรูปประสิทธิ์อรูปปัจเจกยิ่งๆขึ้นเป็นปรมัตถ์เวลาเปิดเป็นสัจธรรมอันละเอียดดียิ่งๆซึ่งตรงเป้าที่สุดของคำว่าทำมาทิศทางวงเล็บปิดนี่เป็นการรู้ จะเป็นเสียงของใครก็ตามเมื่อเราฟังเสียงได้ยินเสียงแล้วเราก็สามารถรู้เสียงผิดด้วยไม่ใช่รู้แต่เสียงพูดเสียงที่เป็นภาษาเสียงที่เป็นการเปล่งออกมาอย่างเดียวธรรมดาเท่านั้นแต่เรารู้เสียง 2 หรือรู้เสียงทิพย์อายุยิ่งเป็นเสียงของตนเองนั่นแหละยิ่งสำคัญยิ่งเป็นเสียงของตนเองนั่นแหละยิ่งเป็นยิ่งสำคัญถ้าเรารู้ได้ถึงจิตเจตสิกรูปเป็นจิตเอารูปไปจิตของตนในขณะมีเสียงดังขึ้นออกจากปากตนเองมาให้ตนได้ยินได้รู้ตัวแล้วตนก็พึงรู้ในทิศของวงเล็บเปิดคือรู้ในกิเลสที่มีและรีบทำให้รถ รู้ฌานในจิตวิมุตติอยู่ในปัจจุบันนั้นวงเล็บปิดหรือเกิดทิพยญาณได้ทันทีโดยอาศัยโสภาพนี่ใช้ภาษารอบรัดไปสัมพันธ์กันต่างๆให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องลึกลับอะไรหรือเสียงที่ได้ยินทางหูขนาดนั้นนั่นเองก็เรียกว่าเป็นผู้มีความรู้ยิ่งความเข้าใจดีซึ่งเป็นความหมายตรงๆถูกต้องยิ่งแล้วกับภาษาบาลีคำว่าอภิญญาถูกแม่นดีแท้ตรงเป๊ะตามจุดหมายสำคัญจุดหมายสำคัญของนักปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นให้แก่ตนอย่างไม่มีทางเลี่ยงเลยอ่ะเป็นสุคติปัญโญที่เป็นอุ ติดปัญโญและเป็นยายะปะฏิปันโนที่ใดเป็นสามีจิปะฏิปันโนแล้วอย่างแท้จริงเป็นสติปัฏฐาน 100% ทั้งของผู้เสรีบุคคลทั้งเป็นอภิญญาแท้ๆตรงๆของผู้เป็นพระอรหันต์แล้วอันย่อมรู้อยู่เห็นอยู่เป็นปัจจุบันนั่นทีเดียวและในการได้รู้หรือว่าเกิดอภิญญาโสภณนี้ก็มีคำขยายความไว้อีกว่าอันนี้ไม่ได้อธิบายต่อบอกแล้วว่าอยากจะไปฟังเสียงคนอื่นก็ฟังแล้วก็ต้องรู้นามของมันหรือว่ารู้เสียงผิดของมันให้รู้ไปในทางที่มันเป็นอกุศลหรือเป็นกุศลหรือว่าเป็นกิเลสหรือไม่เป็นกิเลสเป็นทุจริตหรือไม่เป็นทุจริตอายุเสียงของตัวเองยิ่ง ต้องฟังเสียงตัวเองเพราะเสียงตัวเองพูดแล้วก็ต้องตามอย่างย้อนกลับไปหาจิตตนด้วยว่าจิตตนเป็นทุจริตหรือเปล่าเป็นอกุศลหรือเปล่ามีโลภะโทสะโมหะเป็นเหตุหรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ยอาทิตย์นี้จะอธิบายเลยต่อไปนะว่าในคำอธิบายจากที่บอกว่าได้ยินเสียง 1 เสียง 2 แล้วยังมีต่อไปอีกว่าก็มีคำขยายความไว้อีกว่าทั้งที่อยู่ไกลและใกล้ตามที่พระไตรปิฎกฉบับมาตรฐานหลวงแปลว่าถ้าเอาความหมายตรงๆตามตัวภาษาตามตรงๆตัวตามประสานั้นก็หมายความว่าแม้เสียงนั้นใจแสนไกลก็อาจสามารถได้ยินวงเล็บเปิดที่อยู่ใกล้นั้นต้องได้ยินแน่ในเมื่อไกลก็ยังอ่านได้ยินวงเล็บปิดฟังดีๆนะตอนนี้เป็นข้อสังเกตนะในภาษา บอกว่าทั้งที่อยู่ไกลและใกล้อันนี้ก็เลยตั้งข้อสังเกตขึ้นให้ฟังว่าแม้เสียงนั้นจะไกลแสนไกลก็อาจสามารถได้ยินและมีวงเล็บต้องกลับไปด้วยว่าไอ้ที่อยู่ใกล้นั้นต้องได้ยินแน่ในเมื่อไกลมันได้ยินเสียงที่อยู่ไกลยังอ่านได้ยินให้มันใกล้เคียงใกล้มันต้องได้ยินจึงยอมรับว่าเก่งต้องเป็นอย่างนั้นก็เอาละพอได้ความกันดีอยู่ทำง่ายๆขั้นนึงก็ถูกก็เก่งอธิบายผ่านมาแล้วอะไรถ้าจะเข้าใจได้เพิ่มเข้าไปอีกว่าความหมายของบาลีที่นำมาใช้ในที่นี้เป็นคำเป็นคำถึง 2 คำคู่กันว่าทุเรศกับสันติเกย์ภาษาบาลีนั้นวงเล็บเปิดใช้ง่ายๆกันว่าไกล กลับใกล้ทุเรศธุระนี่แปลว่าไกลสันติเกย์หรือสันติกะมันแปลว่าใกล้อ่ะมันไม่ใช่หมายเอาเพียงว่าไกลหรือใกล้ด้วยระยะทางเท่านั้นในความเป็นจริงแล้วนี่ถ้าเป็นสัจจะของศาสนาแล้วไม่ได้หมายความว่าไกลและใกล้แบบวัดกันระยะทางเป็นเสียงที่ลอยมาจากที่ไกลแล้วก็ได้ยินเท่านั้นมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกจริงๆกล่าวคือได้ยินเสียงลอยมาจากที่ไกลอันอยู่ห่างๆก็ได้ยินยิ่งได้ยินไอ้ที่ห่างมากไกลมากยิ่งเก่งมากยิ่งมีอภิญญามากกว่านั้นเถอะนั่นอธิบายถึงลักษณะของรูปประจำเฉยๆอธิบายว่าเสียงในระยะทางไกลๆได้ยินเท่านั้นที่จริงแล้วหาใช่ เท่านั้นใหม่เพราะถ้าหมายเอาเพียงการกำหนดระยะทางกำหนดระยะทางแล้วคำว่าใกล้ไม่ต้องใช้ก็ได้ฟังดีๆนะตั้งข้อสังเกตไว้ตั้งแต่ต้นแล้วถ้าผมว่าได้ยินเสียงไกลๆก็ได้ยินไม่ต้องพูดใกล้ก็ได้ก็ในเมื่อคนที่หูดีนี่บอกว่าได้ยินเสียงไกลอ้าวก็กลายเป็นกูทำไมล่ะใกล้มันต้องได้ยินแหงๆเลยเสียงใกล้มันก็กระเทือนถึงหูแน่ไอ้ตัวมันไกลที่หูคนก็ไม่ได้ยินแล้วได้ยินไอ้ใกล้นี่ต้องพูดทำไมไม่ต้องใช้คำว่าสันติเจใช้แต่ว่าทุเรียนก็พออันนี้เป็นข้อสังเกตให้เข้าใจว่ามันไม่ใช่หมายอารยธรรมไม่ใช่หมายออกไกลๆใกล้ๆแบบระยะทาง จะแปลว่าอย่างนี้มันก็ไม่ผิดเพราะว่าไอ้ความหมายของภาษาเนี่ยมันแปลได้หลายเงินเพราะฉะนั้นคนวิจัยและวิเคราะห์ภาษาแล้วก็ตีความเนี่ยนะเขาก็ตีความตามภูมิไอ้นี่มันเข้าใจง่ายอย่างใกล้ๆอย่างนี้มันความหมายพื้นๆใครก็แปลได้เหมือนอย่างภาษาอธิษฐานภาษาง่ายๆที่บอกเดินน้ำดำดินเดินน้ำก็ได้ดำดินก็ได้โอ้ยไม่ต้องไปเรียนพระอภิธรรมอภิธรรมหรอกแล้วก็วิชาขั้นตอนนี้มนุษยธรรมไม่ต้องไปเรียนยากอะไรหรอกอย่างนั้นใครก็รู้ไม่ต้องไปเรียนทรัพย์เรียนสอนอะไรชั้นเดียวกันใกล้ไกลอันนี้ Today อันนี้จึงมันไม่ได้หมายความว่าใกล้ใครแบบระยะทางเพราะงั้นถ้าเผื่อว่ามันไกลไกลได้ยินแล้วใกล้ไม่ต้องใช้ก็ได้เงินที่ตั้ง ก็ในเมื่อเสียงจากที่ไกลๆยังได้ยินเสียงใกล้ๆมันก็ต้องได้ยินน่ะสิแต่ที่นับว่าเก่งอยู่ในขณะนี้นั้นมันก็หมายเอาว่ามันไกลมันห่างจากจนคนธรรมดาๆไม่อาจรับคลื่นความถี่นี้ได้ใช่ไหมผู้อาจสามารถรับได้จึงนับว่าเก่งฉะนั้นถ้าหมายเอาเพียงความห่างของระยะทางดังว่านี้คำว่าใกล้ในวงเล็บสันติเกณฑ์นั้นก็ไม่ต้องใช้ให้ชวนแย้งชวนชมมันไม่ต้องใช้ให้ชวนงงหรือแถมมาให้รุ่มร่ามเฟ้อฟุ่มเฟือยเกินไปเปล่าๆใช้ความว่าทั้งที่อยู่ไกลแค่นี้ก็พอแล้วไม่ต้องใช้คำว่าทั้งที่อยู่ไกลอยู่ใกล้นะเพราะฉะนั้นจึงอันนี้ไม่มีไปตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วอันนี้ ไม่ใช่ความหมายที่ท่านหมายถึงอารยธรรมเท่านั้นแน่ๆหรือไม่ใช่จะมาเอาระยะทางด้วยแต่ที่แท้แล้วความหมายของภาษาบาลีคำว่าทุเรศก็ดีสันติเกย์ก็ดีมันหาใช่เพียงหมายเอาแค่ไกลและใกล้ง่ายๆตื้นๆเท่านี้ไม่มันลึกซึ้งมีความหมายประณีตหลายเหลี่ยมหลายรอบหลายชั้นเชิงมากกว่านั้นอีกนักก็นับในความเป็นอภิญญานี้เอามันหมายเอาความไกลความใกล้ของเสียงหนึ่งกับเสียง 2 เองนั้นแหละเป็นสำคัญฟังดีๆนะทีนี้ความไกลความไกลของเสียงหนึ่งของเสียง 2 นี่มันไม่ใช่ทางไกลของใกล้ของระยะทางมันเป็นความไกลความใกล้ทางธรรม ทางไปทางใกล้ทางนามธรรมทางธรรมะธรรมะเป็นคือได้ยินเสียงปกติธรรมดาแล้วมีผู้มีอภิญญานั้นสามารถหยั่งรู้ตามเสียงต้นนั้นเข้าไปได้ไกลได้ลึกได้ซึ้งซึมซาบเกิดญาณแค่ได้แค่ใดวงเล็บเปิดนี่คือความหมายของทูเดย์ท่านแรกง่ายๆวงเล็บปิดอ่ะฟังดีๆนะตั้งใจดีๆเพราะคำว่าได้ไกลนี่ทุเรศทุเรศมันหมายถึงความยังเข้าไปไกลลึกลึกซึ้งมันไม่ใช่ไกลระยะทางไม่ใช่ไกลแบบ เสียงหนึ่งก็เสียง 2 นี่พอได้ฟังเสียงมนุษย์เสียงนิรภัยเรายังนึกเสียงคลิปนี้ลงไปเท่าไหร่ยังเข้าไปถึงจิตก็ไกลเท่าไหร่อย่างใกล้ๆแค่ได้ยินน้ำเสียงน้ำเสียงอย่างนี้มันแสดงว่าโกรธนี่เท่านี้เองก็ได้หรือคนนี้บอกว่าไม่ใช่นะน้ำเสียงอย่างนี้ไม่ใช่โกรธธรรมดาหรอกนะไม่ใช่โกรธหรอกลึกซึ้งกว่านั้นลูกชิ้นกว่านั้นนะเพราะผู้ที่มีญาณหยั่งรู้ได้ลึกแต่ไกลเข้าไปกว่านั้นแทงทะลุเข้าไปแทงทะลุฟูแล่มนี้มีการมีอภิญญากว่าแน่พอดีมัน มันมีของมันอยู่นะมันไม่ใช่ระยะทางมันก็ไม่มีปัญหานี่หมูๆอย่างนี้ใครจะว่ายังไงก็ตั้งข้อสังเกตให้ฟังแล้วด้วยไม่ยากเย็นอะไรที่นี่หรือได้ใกล้ล่ะใกล้ๆได้ตื้นได้ต้นได้กลางน่ะไม่มีระยะของมันทีนี้คำว่าใกล้เพราะงั้นจึงบอกว่าเราจะได้ไกลได้ตื้นได้ต้นได้กลางใกล้ฉันติดเกมเป็นความกว้างขวางเป็นที่สุดเท่าใดวงเล็บเปิดนี่คือความหมายของสันติเกย์ขั้นแรกง่ายๆวงเล็บปิดงานนี่ยังมีอีกนะทีนี้ความหมายต่อไปอีกมีอีกยังไม่ใช่ความหมายมีเท่านี้ได้ส่วนต่อไปอีกอย่างนี้วงเล็บเปิดความหมายของธุลีอีกนัยยะต่อมาวงเล็บปิดหรือได้ส่วนเดิม เหล้าเก่าไม่ได้เปิดความหมายของสันติเกย์อีกนัยยะต่อมาพอให้ดีนะพอได้ยินเสียงนี้แล้วก็ได้รู้ความหมายอยู่มีความหมายที่เรียกว่ามีส่วนต่อออกไปคำว่าทุเรนคือพอได้ฟังแล้วเออมีอะไรให้เรารู้ต่อไปหรือว่าได้อยู่ส่วนเดิมอยู่เท่าเก่าการทรงอยู่เท่าเก่าฟังเสียงนี้แล้วก็ไม่ได้รู้อะไรนั่นเรียกว่าสันติแก่ถ้ามีอะไรต่อออกไปเนี่ยฟังแล้วได้รับรู้อะไรต่อไปนี้เป็นสุเรนคำว่า Today แปลว่าต่อออกไปด้วยโดยความหมายของความหมายของคำบาลีคำว่าทุเรศสันติเกมหมายคำว่าเท่าเดิมหรือเท่าเก่าส่วนเดิม แน่ๆนิ่งๆอยู่เท่าเดิมสันติที่จะมาไล่จากรากศัพท์สันติสันตินิ่งอยู่เฉยอยู่ไม่มีอะไรไม่มีอะไรไม่มีอะไรมากมันมาหาจุดอยู่เฉยนิ่งสงบสันตินี่เป็นความหมายจากรากศัพท์ความหมายของเขาอย่างนั้นแล้วเขาแปลภาษานี้ก็แปลในพจนานุกรมบาลีเป็นไทยเขาก็แปลไว้นะเป็นเชิงรู้ที่แหลมลึกละเอียดกว่ากันมากน้อยเท่าใดมีลักษณะแตกต่างกันแต่ละระดับแต่ละมุมเหลี่ยมอย่างไรได้เพิ่มออกไปออกไปเป็นความเจริญก้าวหน้าอยู่เรื่อยหมายความว่ามันได้ทีนี้เป็นความหมายลึกละเอียดเลยมันลึกก็ไปมีลักษณะแตกต่างกันมีระดับชั้นเชิงมีมุมมีเหลี่ยม เพิ่มความเจริญก้าวหน้าเสียงนี้นะเราฟังแล้วเห็นว่าสิ่งที่เรารู้ไม่มีลักษณะเราเข้าใจได้เป็นชั้นเป็นเชิงต่างกันอย่างนั้นเป็นอย่างนี้มีไอ้โน่นไอ้นี่เทียบเคียงให้เรารู้เลยอ๋อเสียงนี้นี่มันยังไม่ใช่เสียงมันยังมีลักษณะตั้งหลายอย่างอย่างเช่นคนยกตัวอย่างคนที่จะเจตนาพูดมีเจตนาอย่างพวกนักพูดแหมเขาปั้นเสียงท่าทีก็พูดแล้วก็รู้ว่าเสียงนี้ก็มีเจตนาอย่างโน้นอย่างนี้ไม่มีต่างกันเกษียณคนที่พูดไม่มีเจตนาไม่มีความดัดอะไรเลยเป็นธรรมชาติแต่ก็มีเจตนาในใจเหมือนกันออกมากลมกลืนออกไปเราก็ฟังรู้ว่าอัดเสียงอย่างเจตนา 2 เจตนานี้ต่างกัน มีเจตนาตัวเจตนาของจิตต่างกันสอนลงไปอีกผู้ที่เจตนายิ่งกว่านั้นเป็นพระอริยเจ้าเจตนาไม่ใช่เจตนาเป็นนักพูดคนนี้พูดจะเอาโก้คนที่พูดจะเอาพูดให้ไหมคนชมไม่ดีเอาสรรเสริญเอาพูดให้เพราะให้หวานให้อย่างนู้นอย่างนี้เฉยๆให้เจตนาที่จะให้คนเข้าใจแน่นอนว่าใครมันทุกคนมันก็ต้องพูดให้เจตนาให้คนเข้าใจทั้งนั้นแหละไม่เข้าใจก็มีเหมือนกันน่ะพูดไม่อยากให้คนเข้าใจนะบางคนนานๆมีทีมพูดแล้วไม่ให้เข้าใจถ้าพูดให้เข้าใจไม่รู้เรื่องถ้าอย่างนั้นมันนานๆมีทีแต่เจตนาธรรมดาก็เจตนาจะให้เข้าใจแต่จะให้เข้าใจแล้วมันมีอะไรผสมอยู่ให้เข้าใจแล้วก็ให้รับฟังแล้วก็แหมฉันพูดเก่งมากเพราะไม่ ส่วนหนึ่งหรือถ้าพระอริยเจ้าพระอรหันต์แล้วให้เข้าใจให้ดีๆด้วยแล้วไม่ใช่ต้องการสรรเสริญนะแล้วก็ไม่ให้ดูเสียหายไม่ให้ดูเสื่อมต่ำไม่ให้ดูเลวร้ายอะไรด้วยใครจะชมเฉยได้ก็ชมก็บอกเราก็ไม่ได้ติดชมไม่ห่วงว่าจะต้องชมแต่ก็ชมก็ชมดีเหมือนกันถ้าเผื่อว่าเราสามารถที่จะเอาเป้าหมายที่ละเอียดที่เราต้องการว่าอย่างนี้มันเป็นเราต้องการให้ดีอย่างนี้ให้มันเป็นประโยชน์สูงสุดอย่างเงี้ยแม้จะไม่ชมสักทีเดียวก็ยังเป็นเป้าหมายรองอย่างนี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเจตนาของพระอริยเจ้าพระอรหันต์กับคนธรรมดาทางโลกเป้าต่างกันเป้าหมายของเจตนาต่างกันแล้วเป็นต้น เน็ตอธิบายให้ฟังรายละเอียดต่างๆมันมีอะไรต่ออะไรให้เราเข้าใจตั้งเยอะตั้งแยะเพราะงั้นก็ใครไม่รู้รายละเอียดจริงๆไม่รู้ความจริงโมเมๆไปแล้วอย่าไปอธิบายเลอะเทอะจริงๆจบไปแล้วอธิบายเลอะเทอะไอ้โสดทิพย์ยิ่งได้ยินมาแล้วทุกคนก็รู้แล้วก็ไปนั่งทำเอาสิจะไปหูทิพย์หูทองยังไงที่จะไปได้ยินเสียงตอนนี้เทวดากำลังเถียงกันใหญ่ตอนนี้หมายยักอ่าพระพรหมก็บอกผมเลยทีเดียวก็ตามใจคุณนะได้ยินเสียงอย่างนั้นน่ะว่ากันไปนะที่จริงเคยนะตัวเองเคยเล่นมามาผ่าเบาๆพวกนี้ก็เคยเล่นมาเคยอะไร เขาไม่อยากพูดมากมายแล้วเดี๋ยวนี้เมื่อยนะพูดโดยเฉพาะเอาเนื้อหานี่ก็ลำบากลำบนแล้วตั้งใจฟังก็แล้วกันอาทิตย์นี้ก็ต่อเหตุเหตุผลในความหมายต่อมาทวนเมื่อกี้หน้าว่าได้รู้เสียงที่มันแหลมไม่ใช่แหลมที่ลึกแหลมแหลมลึกก็เอียดมากมันก็กันแตกต่างกันมีมุมเหลี่ยมอะไรๆเจริญก้าวหน้าอยู่เรื่อยเราได้อยู่แค่นั้นแค่นั้นแหละเป็นที่สุดเป็นปลายแล้วนี่เรียกว่าสันติเกย์แล้วมันได้ไปเรื่อยๆคือมันยังต่อไปอยู่ในระบบสุริยะถ้ามันอยู่แค่นั้นมันก็ทำที่แกนะครับคล้ายๆกันในยะที่บอกว่ามันอยู่ต่อไปหรือว่าเท่าเก่านี่แหละขยายความดังนี้สิ่งสำคัญ หมาอย่างที่กำลังกล่าวถึงนี่สำคัญเพราะทุเรศนั้นมันมีความหมายว่าเพิ่มออกไปออกไปไกลนับเอาส่วนต่อไปมีความหมายของทุเรศและสันติเกณฑ์นั้นมันมีความหมายว่ามีอยู่ในที่สุดใกล้นับเอาส่วนเดิมนี่เป็นความหมายของคำว่าสังเกตให้ยกตัวอย่างประกอบอันนี้นัยยะแห่งความหมายสิ่งที่สมมุติง่ายๆเอาตัวเอาแค่ตัวเลขมาลองลองเชิงวัตถุตื้นๆเช่นถ้าเริ่มต้นที่ 3 เป็นหลักเริ่มต้นที่ 3 เป็นหลักแล้วต่อไป 4 5 6 7 อ่ะต่อไป 4567 ดังนี้ 7 ก็นับเอาว่าเป็นทุเรศไม่ได้เป็นหลัก 7 แล้วก็เริ่มแบบทุเรศนับว่าเป็นธุลี 4 แล้วก็นับว่าเป็นสันติเกย์และเมื่อเอาเมื่อ 7 นับเอาเป็นทุเรศ 56 ก็นับเป็นสันติเกย์นะอันนี้ก็เป็นสันติเจอันนี้ก็เป็นทุเรียน 3 เป็นหลักพวกนี้เป็นสถิติอย่างนี้ก็มีสภาวะซ้อนอยู่อย่างนี้เป็นต้นนี้ยกตัวอย่างให้เห็นง่ายๆในเรื่องของรายละเอียดของความหมายอันนี้ตอนนี้ยกตัวอย่างตัวเลข อาทิตย์นี้ 5 หรือ 6 นี่ก็นับเป็นสติกเกอร์อย่างนี้ก็ได้เห็นไหมอย่างนี้นับตัวนี้จะบอกว่าอันนี้เป็นมันมีชั้นเชิงอยู่มันต่างกันอีกตั้งเยอะตั้งแยะซ้อนอยู่นะเพราะไอ้นี่ไกลนะมันไกลแล้วไอ้ 56 ก็เป็นป้ายที่จริงเป็นใกล้ถูกแล้วเพราะชีวิตอยู่กับ 3 แต่ 5 6 นี่ต้องถือว่าเป็นใครถ้ามึงนับ 7 นี่เป็นตัวปลายสุดตัวไกลเพราะชั้น 5 6 ก็นับเป็นใกล้เราจะให้ 56 นี่เป็นไกลก็ยังได้อยู่แล้วนี่ๆๆในเชิงที่จะอธิบายอย่างนี้ก็ได้เห็นไหมหรือ 45 เป็นสันติเกย์อันนี้ 45 เป็นสันติเกย์ไง 45 เป็นสันติเจ 67 ก็เป็นทูเดย์อย่างนี้เป็นต้นง่ายๆอันนี้ก็เป็นได้อีก ในขั้นง่ายๆมิติเดียวเดี๋ยวมิติเดียวหรือสองมิติแค่นี้เราเริ่มต้นที่ 5 นะเราเริ่มต้นที่ 5 ในจำนวนทั้งหมดอันมี 3 4 5 6 7 เมื่อจุดเริ่มอยู่ที่ 5 เช่นนี้ 3 ก็ดี 7 ก็ดีเรียกว่าทุเรศอย่างนี้เขาเรียกว่าทุเรศแล้ว 4 6 4 ก็ 6 ทูเลย์อันนี้ก็ต้องเรียกว่าสันติเจดีย์ 46 แบงค์ที่เป็นต้นนี่เป็นขั้นที่มีหลายมิติยิ่งขึ้น เป็นอีกจานตัวอย่างเมื่อกี้นี้ตัวอย่างแรกคือเราจะรู้ทั้งความห่างความตื้นลึกหนาบางและความเกี่ยวพันกันทางเหลี่ยมอื่นมุมแง่อื่นอีกว่าเท่ากันในเชิงนั้นแล้วก็จริงแต่ยังมีความไม่เท่ากันในเชิงอื่นๆอีกมากขึ้นมากขึ้นลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆอย่างนี้ก็เป็นต้นเพราะงั้นในอย่างนี้เหมือนมันเท่ากันนี่มันหามันหาออกไปแล้วมันลอกแล้วมันไม่มีอันเดียวแล้วมันมีหลายอันถ้าเราเริ่มที่นี่มันมีอันนี้ไปเดินซ้ายเดินขวาอะไรไปน่ะมันมีทั้งแนวตั้งแนวกลมแนวรอบอะไรต่างๆนานาพรุ่งนี้เรียกว่าใกล้ไกลในสัดส่วนอะไรต่างๆ อาทิตย์นี้ที่ยกตัวอย่างรูปแบบแค่ตัวเลขนี้มันเป็นแค่มุมเหลี่ยมง่ายๆคล้ายๆบอกแค่ทิศทางและระยะทางด้วยซ้ำแต่ไม่ใช่ดอกนะที่จริงมีหลายลักษณะหลายขนาดหลายเหลี่ยมหลายเชิงชั้นยิ่งกว่านี้อีกนักก็นักในความหมายของทุเรศและกับสันติแก่โดยเฉพาะเหลี่ยมของการได้อภิญญาคือมันได้ฌานได้ญาณจริงๆนะเพราะงั้นไอ้ตัวเลขนี่เป็นแต่เพียงให้เข้าใจความหมายที่ที่เทียบเคียงเท่านั้นว่ามันมีมุมเหลี่ยมมันมีเชิงมีชั้นมีอะไรจะได้อีกตั้งเยอะตั้งแยะไม่ใช่ว่าไกลใกล้แล้วก็วัดระยะทางนี่หลักปักตรงนี้ปั๊บเอาไม้เมตรหรือว่าเส้นใหญ่ขึง ไอ้แค่นั้นน่ะมันไม่ใช่ระยะทางอย่างนั้นเท่านั้นเพราะลักษณะที่อธิบายนี้ก็เห็นจะเห็นได้ว่ามนๆมันต่อมันมีหลักตื้นระดับลึกอะไ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive