230610-3-022 ทางเอกภาค3-ตอน022(หน้า186)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์221 KB
วันที่แก้ไข14 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 10 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเย็นบรรยายทางเอกภาค 3 บทที่ 26 ที่พุทธสถานสันติอโศกเรามาเรียนกันต่ออีกงานขณะนี้เรากำลังเลื่อนเข้ามาหาสภาพประเพณีอีสานซึ่งเป็นวิชาอันที่ 7 หรือเป็นอภิญญาอันพิเศษอ่าเรากำลังไล่ละเอียดเข้าไปหาสภาพที่จะ เป็นของพุทธวิชชาลัยพูดทั้งสภาพที่มันแตกต่างสภาพที่มันยังไม่ตรงเป้ายังเพี้ยนเพี้ยนเบี่ยงเบี่ยงหรือว่าความหมายที่คมคมชัดเจาะลึกเข้าไปหาความหมายจริงๆที่ถูกต้องที่เราจะต้องรู้แล้วเราจะทำอย่างไรเรารู้ถึงความหมายที่จริงแล้วก็จะทำอย่างไรมันเป็นการกระทำอย่างไรบ้างมันจึงจะเป็นสภาพมรรคแล้วมันจะสู่ผลสู่รูปอย่างไรนะเรากำลังไล่กันอยู่เรื่อยมาตอนนี้เทียบเคียงเรากำลังเทียบเคียงให้ฟังไล่มาเรื่อยๆแล้วกำลังจะจับรายละเอียดที่ว่าเขาหมายความว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณนั้น คำแปลในความหมายอย่างนั้นอย่างนั้นว่าอย่างไรแล้วต่อมาเราก็ LINE LINE มาบุพเพนิวาสานุสติญาณก็คือการกระทำชนิดหนึ่งที่ระลึกย้อนเอาความที่ผ่านมาแล้วบุบพระบุพเพเนี่ยหมายความว่าสิ่งที่ผ่านมาก่อนแล้วอนุสติบุพเพสันนิวาสที่อยู่ที่เป็นที่วาดที่วาดบุพเพสันนิวาสที่อยู่ที่เป็นอนุสติแล้วก็บวกอนุสติอนุสติหมายความว่าใช้สติระลึกตามใช้สติระลึกตามย้อนกลับไปหาความเก่าที่เราเคยอยู่เคยเป็นมา เพราะเราเคยอยู่เราเป็นอยู่จิตมันเป็นอยู่เราเคยเป็นทางกายกรรมเราเคยเป็นทางวจีกรรมเราเคยเป็นทางมโนกรรมมโนกรรมเคยเป็นอย่างนั้นเคยคิดอย่างนั้นเคยเป็นอย่างนั้นกายกรรมเคยเป็นอย่างนั้นก็ตีกันเคยพูดว่าอย่างนั้นเราเคยสัมผัสกับอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นที่ผ่านมาก่อนแล้วเป็นบุพเพสันนิวาสตามมีสติระลึกตามรูปเมื่อระลึกตามแล้วเราก็จับรูปจับนามถูกไล่ละเอียดสอนเข้าไปให้จับรูปจับนามอ่านเป็นเกย์ โทรไปปฏิญาณและเราก็รู้ว่าจิต

อ่านต่อ

ของเราเปลี่ยนได้เป็นได้เป็นมโนมยิทธิหรือว่าเป็นจิตที่จัดการให้มันวิมุตให้มันมหากษัตริย์มาก็ตักขึ้นมาเรื่อยจนเป็นอนุตตรเป็นสมาชิกเป็นวิมุตอะไรได้ในเรื่องที่ผ่านมาอย่างไรอย่างไรไอ้สิ่งที่เราได้เกิดได้มีนั่นแหละเราเรียกว่าญาณเรารู้เราเห็นเราเข้าใจมีปัญญามีญาณทัศนะเห็นรู้เห็นจิตตัวเราเลยเราเป็นได้หรือยังเราเป็นได้อยู่หรือเรากำลังทำให้เป็นอยู่ทำให้เป็นได้ไหมไม่ได้ก็รู้ว่าแม้มันดื้อนะมันยังทำเป็นไม่ได้ ไอ้ที่ปัจจุบันนะไอ้ที่กรก็เหมือนกันเรากำลังพยายามทำจิตมันดื้อนะจิตตัวนี้เนี่ยมันตอนนั้นน่ะเรากำลังกระทบสัมผัสแล้วก็โกรธเราพยายามปรับมันไอ้ที่ผ่านมาแล้ว 5 ชั่วโมงหรือชั่วโมงที่แล้วแม่มันดื้อมันปรับไม่ลงเลยนะมันแก้ให้จิตมันดีไม่ได้เลยนะเราก็ต้องรู้ด้วยว่าญาณอาจารย์ที่รู้ว่ามันยังดื้อหรือมันยังเป็นไปไม่ได้ก็เป็นญาณเหมือนกันเป็นความรู้ตัวเราเองว่าเรายังไม่เก่งเรายังไม่เป็นอภิญญาเป็นญาณรู้เหมือนกันแต่ว่าไม่ใช่อภิญญาทีเดียวเพราะถ้าเราเป็นอภิญญาแล้วมันจะต้องทั้งทำได้ทั้งรู้และทั้งทำได้แล้วนึกย้อนตามก็เห็นความจริงที่รู้เห็นความจริงที่เป็นที่เป็นได้ แล้วว่าจะร่ายไปจนกระทั่งตั้งแต่วัตถุหยาบๆไล่เอามาจนกระทั่งมาถึงจิตเราเกี่ยวข้องแล้วก็เกิดจิตไอ้ตัวจิตนี่แหละเป็นตัวสำคัญเอาความรู้ยิ่งขั้นลึกมาจนระดับนี้จึงมิได้หมายเอาแค่วัตถุหยาบมิได้หมายเอาแค่รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเกิดมาให้รู้ให้เห็นเป็นเพียงขั้นรูปประธรรมล้วนๆตื้นๆแค่นั้นไม่ในเรามาถึงตรงนี้นะเพราะเราได้ปฏิบัติมาแล้วมันก็จะใช้วิธีการคิดเจโตปริยญาณมาเรื่อยๆถ้าเราเป็นนักปฏิบัติที่มีฌานและก็พร้อมไปด้วยการสั่งสมอภิญญาหรือสั่งสมมิตรชา เราก็จะเกิดทีเดียวสั่งสัญญาณทัศนะสั่งสมมติมโนมยิทธิซึ่งก็ใช้กรรมวิธีอิทธิพลทิพย์เจโตปริยญาณนั่นเองเราทำอยู่เมื่อใดเมื่อใดก็ระลึกย้อนดูย้อนเวลาเช้าๆคุณตื่นแต่เช้าอย่าไปตื่นแต่เช้าอย่าไปตื่นแบบที่ว่าพอนอนไปเขาตีระฆังก่อนแล้วจนกระทั่งท่านทีบังกะโลปล่อยน้องหนึ่งน้องเหน่งอะไรนั่นน่ะเอออะไรนะเออเจริญสุขสวัสดีครับทั้งหลายแล้วค่อยงัวเงียงัวเงียลุกขึ้นมาเสร็จแล้วเราก็ต้องฟังสิ่งที่เขาเปิดออกมาประเดี๋ยวท่านก็เอาไอ้หมด ความเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเปิดเอาบทบรรยายอันนั้นนี้มาเปิดต่อไปอะไรเนี่ยคุณก็ไม่ได้มานั่งบุพเพนิวาสานุสติญาณบุบพังกันแน่มันไม่บุพเพสันนิวาสแล้วบางทีอาจจะเลยไปตี 3:40 น ก็มีก็แล้วแต่เถอะบางทีคนตีระฆังเราไม่ได้กำหนดช่วยกันตีใครเห็นแล้วใครระลึกได้ใครเห็นเวลาถึงเวลาก็มาตีแต่การตื่นมีคนตื่นเกินกว่านั้นตื่นตั้งแต่ 2:00 น มี 3 มีตี 3 กว่าจนกระทั่งตี 3 ครึ่งใครก็ได้ก็รีบมาตีแล้วเราก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาสลัดความงัวเงียอย่างที่ท่านบอกไว้นะไม่ ไปเอาตอนที่ท่านบอกทำก่อนบอกสิจรัสความงัวเงียง่วงเหงาอะไรแล้วก็สลัดก่อนแล้วก็เกิดเราก็พยายามระลึกย้อนบุพเพถึงสภาพที่เราได้ผ่านมาได้ฝึกปรือมาเมื่อใดเมื่อใดเราฝึกปรือมาเมื่อวานนี้ยังดีมันยิ่งอุ่นๆใหม่ๆระลึกถึงเมื่อวานนี้ที่ผ่านมาอารมณ์จิตของเรากายก็ดีไม่ดีก็ดีมโนก็ดีที่เป็นนี่ว่าศักดิ์ระลึกตามไปอะไรเป็นทุกข์จริตอะไรเป็นสุจริตตอนไหนมันเป็นแล้วดียับยั้งซ้ำเข้าไปจำสอนครูสอนเห็นเข้าใจยืนหยัดยืนยันอันนี้ดีมากกรรมวิธีนี้แล้วจะตรวจทัวร์เราจะเห็นว่าเราทำพิธีนี้เป็นวิธีวิธีเราทำอย่างนี้อย่างนี้ไร่ระลึกตามอันนี้ รีสอร์ททิพย์อย่างนี้แล้วจิตของเราได้ไล่รู้ละเอียดตามเจโตปริยญาณถึง 13 สภาพหรือ 16 สภาพตามที่ใดรายละเอียดให้ฟังมารู้ดีมีความรู้ตามที่ดีและมีสภาวะจริงรองรับเป็นนักวิทยาศาสตร์ไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์มีแต่ทฤษฎีด้วยเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ผ่านห้องแลปเรารับเราเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ได้เข้าไปพิสูจน์เอาตัวจริงเอาตัว medium และตัว Subject มาทดลองเลยเหมือนเราจับจิตจับกายจับเวทนาจับอะไรต่ออะไรอยู่ตลอดเวลาเราได้ทำจริงแล้วเรามาระลึกยอนถึงความจริงที่เราผ่านมาเนี่ยเราจะได้ความรู้เกิดการอิทธิพล รู้จักอิทธิวิธีของเราเกิดสดทิพย์เออเราได้ใช้โสธรบูชาเนี่ย ละเอียดกว่าเจโตปฏิกิริยาละเอียดกว่าสูตรที่ละเอียดกว่าอิทธิวิธีเหมือนกันครับพระพุทธเจ้าท่านตรัสในสามัญญผลที่บอกว่าพอข้อหลังๆมาแล้วก็ท่านก็บอกว่าข้อนี้ประณีตสุขุมยิ่งกว่าอภิญญาข้อก่อนก่อนธันวางั้นทุกข้อเลยเพราะข้อ 7 ข้อบุพเพนิวาสานุสติญาณเนี่ยมันก่อนเจโตปริยญาณก่อนโสดทิพย์ก่อนอิทธิวิธีก่อนมโนมยิทธิก่อนญาณทัศนะมันก็จะต้องประณีตสุขุมยิ่งกว่าตั้งเยอะขนาดใหญ่ต่อปริญญาก็เรื่องของจิตแท้ๆอยู่แล้วเพราะฉะนั้นบุพเพนิวาสานุสติญาณจึงจะไม่ใช่เรื่องวัตถุอย่างไม่ใช่ตัวตนบุคคลสัตว์ ไม่ใช่และแปรรูปลบกลิ่นเสียงสัมผัสก็ไม่ใช่ทีเดียวถึงจะเป็นรูปรถที่ใช้สัมผัสก็เป็นเรื่องของอายตนะเป็นกามอายตนะบ้างแต่เป็นนะไม่ใช่มาจากตาจากหูจะกลายแล้วก็ระทึกได้นะเพราะพี่โชนี้จึงเป็นภาคที่ทบทวนเมื่อไหร่เมื่อไหร่คุณไประลึกมันไม่ใช่ปัจจุบันน่ะทำเหมือนอย่างปัจจุบันญาณทัศนะวิเศษกับฌานหรืออิทธิพลวิญญาณซึ่งเป็นเครื่องอธิบายน่ะที่จริงเราปฏิบัติคำว่าฌานและญาณทัศนะวิเศษและมโนมยิทธินั่นคือสติปัฏฐานและปฏิบัติสติปัฏฐานเรามีฌานอยู่แล้วเราก็มีญาณทัศนะวิเศษทำญาณทัศนะวิเศษคือทำปัญญาให้เกิดอยู่ แล้วก็ทำให้มโนมยิทธิเกิดปรับปรุงจิตอยู่เดี๋ยวนี้เลยให้เป็นมโนมยิทธิมีอิทธิในมโนของเราจริงๆสัมผัสเดี๋ยวนี้เป็นปัจจุบันน่ะทำเดี๋ยวนี้นี่เป็นการปฏิบัติที่ทันควันในปัจจุบันน่ะทำส่วนบุพเพสันนิวาสเป็นการทบทวนร้อยเรียงตัดสินเรามีอินทรีย์มีพละเรามีความเคยความเป็นความได้มากแล้วมาทบทวนทบทวนทบทวนเราจะตรวจของเราว่าเราทำได้เท่าไหร่ตรวจยูนิตตรวจผลตรวจสิ่งที่เราเก็บสะสมทำได้ทำได้ไล่เรียงไล่เรียงถ้าเราทำบัญชีทุกวันเราตรวจไม่ยากถ้านานๆทำทีนะยาก ยุ่งมากจริงงบดุลผิดว่าเป็นนักบัญชีไปเลยถ้าเราทำบัญชีทุกวันเรียบเรียงง่ายสะดวกสอดร้อยไม่สับสนด้วยแต่ถ้าทำนานๆทำทีนะแหมยุ่งๆเข้ามากๆเขาลืมบ้างหลุดบ้างหล่นๆเวียนๆไม่ค่อยครบอ่ะพอเราพยายามหัดทำทำจริงๆงั้นช่วงเช้าตอนนี้ได้ยามให้ฟังมานานแล้วลำยำมาบ่อยๆว่าให้ทำนะไม่ใช่ว่าเรื่องปล่อยปละละเลยเราอาจจะลบรวมสะสมตรวจสอบดูพิจารณาวันหนึ่งคืนหนึ่งเราได้ทำอะไรดีหลายวันต่อมาแล้วถึงย้อนออกไปหลายวันนึกย้อนไปเรื่อยๆ หลายวันก็ยิ่งดีใหญ่ก็ต้องพยายามก็ทำนี่เป็นวิชาเรากำลังทำวิชามันจะไปนั่งหลับตาเหมือนก็ยังเขาบอกว่าพระพุทธเจ้าท่านใช้เตวิชโชว์ก็คือนั่งหลับตาอยู่ใต้ต้นโพธิ์แล้วท่านจะหลับหรือท่านจะไม่หลับท่านก็เช็คอย่างนี้เช็คโดยวิธีอย่างที่อธิบายนี่แหละพยายามกระทำไปตรวจสอบไปอ่านไปเราก็จะเข้าใจไปมันซ้อนกันนะฟังดีๆมันจะเห็นว่าเราจะได้รู้อย่างอาตมาบอกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณว่าเออเมื่อวานนี้เราทำอะไรได้แค่ไหนเราก็จะรู้ว่าเออเราทำทำอย่างนี้นะอย่างนี้นะมันก็เป็นอีกวิธีที่เราจะรู้ว่าเราทำอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้แล้วทำแล้วเป็นไงเราได้ตามโสดคิดไหมเนี่ยอันนี้เสียงเราได้ยินมาแล้วกระทบสัมผัส ก็ตามรู้เสียง 2 รูปเราเห็นรูปแล้วก็ตามรู้อีกอันนึงคือนามธรรมที่ประกอบด้วยรูปเนี่ยเขาเรียกว่ารูปสองก็ได้กลิ่นรสสัมผัสกายแล้วก็ตามรู้ไปถึงสภาพนามมาทำตามจริงๆรู้ว่ามันประกอบกันอย่างนี้มาทีเดียวเนี่ยเป็นกิเลสเป็นส่วนอกุศลอยู่หรือไม่เป็นกิเลสเป็นส่วนไม่อกุศลจริงใจจริงจังสะอาดอยู่ก็ตามอ่านตามรู้ของเรานี่แหละเราจะโกหกตัวเองยิ่งเกิดญาณละเอียดก็ยิ่งรู้ว่าอ๋ออันนี้เรานึกว่าเราสะอาดแล้วนึกว่าเราเองเราทำออกมาบริสุทธิ์แล้วกายกรรมอย่างนี้ไอ้ยาไม่ควรนะเราควรปรับปรุงยังไม่ดีอ่ะยังมีอกุศลแซมแซมแซมมาเออว่ามีกรรมอันนี้เราทำ จริงด้วยมันไม่ดีเราทำกับคนนั้นทำกับคนนี้อย่างนี้บ้าจริงของเราแล้วเราก็ดูเสียง 2 ของเราจิตที่ประกอบไปกับวจีอันนั้นไม่ดีก็ปรับปรุงได้อย่างนี้ยังไม่ดีทีเดียวจริงๆตอนนั้นเรานึกว่าเราดีที่สุดแล้วแต่ว่าตรวจหวยดูอีกทีไม่ดีมันจะเห็นขึ้นชัดนะไอ้ตอนที่เรากำลังเป็นน่ะเรากำลังมีอารมณ์ในขณะที่เราเป็นจริงๆในขณะปัจจุบันและส่วนมากมันเป็นอารมณ์ที่มันบังถ้ากิเลสมันก็บางความรู้มันก็เลยไม่รู้ตัวนึกว่าตัวดีอยู่ท่าเดียวมากกิเลสน่ะมันเข้าข้างตัวมันเห็นแก่ตัวพอเราเป็นจิตว่างๆโอกาสดีๆเราไปนั่งทบทวนตรวจสอบดีอีกทีนึงมันไม่ค่อยเข้าข้างตัวนั้นทำใจเป็นกลางให้ดีปล่อยแล้ว จริงเราเราเองเราลำเอียงเข้าข้างตัวเพราะฉันทาคติบ้างเพราะโทสาคติบ้างเพราะมองหาคติบ้างเพราะพระยาคติบ้างอคติมันมีอยู่ 4 มันลำเอียงเพราะรักฉันทาคติลำเอียงเพราะโกรธเคืองชังโทสาคติลำเอียงเพราะโง่โมหาคติลำเอียงเพราะเราไม่รู้เท่าทันตอนนั้นมันโง่มันมืดมันบอดตอนนี้ใจชักสว่างสว่างใจชักไม่ได้มีอะไรมาเร่งเร้าจิตนักเพราะเห็นพอรู้หรือลำเอียงเพราะเพลงเพราะกลัวพญาคติลำ กลัวอาก็รู้ตรวจสอบแล้วเขาจะเกิดปัญญาเกิดญาณขึ้นจริงๆเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณนี่ก็บอกรายละเอียดเมื่อไรก็ตามไม่ใช่แต่ตอนตื่นเช้าๆว่างเมื่อไหร่เราจะไปนั่งพิจารณาบุพเพนิวาสานุสติญาณเหนือคือเหมือนกับเราปฏิบัติฌานจะหลับตาพิจารณาก็ได้อย่าให้ทีนะมีท่าเข้าครอบงำหลับตาแล้วฟุ้งซ่านหรือที่นั้นมีธาตุตกภวังค์แล้วก็ดีนะมีธาตุครอบครองมันก็ใช้ไม่ได้เพราะเรามีสติเต็มรู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ระลึกถึงอะไรต่ออะไรก็เข้าใจอยู่เราก็ตรวจสอบด้วยยานั้นแข็งแรงการระลึกรู้อยู่แข็งแรงมีสติแข็งแรงก็เกิดการอันนี้อธิบายประกอบที่จริงเรากำลังไล่มาเรื่อยๆตามคำอธิบายนี้ว่า บุพเพนิวาสานุสติญาณนั้นมันลึกซึ้งกว่าจุดเจโตปฏิกิริยาลึกซึ้งก็โสดคิดลึกซึ้งกว่าอิทธิวิธีเพราะผู้จะได้รับยานเป็นอภิญญาขั้นบุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นอภิญญาญาณขั้นต้นมาก่อนแล้วจริงๆอภิญญาๆก็คือพวกนั้นแหละพวกญาณทัศนะมโนมยิทธิอิทธิวิธีพวกนี้พวกอภิญญาญาณทั้งนั้นแหละหรือจะเรียกตั้งแต่ไอ้ที่วิธีมาก็ได้อิทธิวิธีโหลดคลิปเจโตปริญญาอย่างนี้เรียกว่าอภิญญาญาณตอนนี้เราจะต้องเป็นผู้จะต้องมีญาณเป็นอภิญญาญาณขั้นต้นๆมาก่อนแล้วจริงๆเป็นสามัญญผลตราบจนมามีอภิญญาญาณ เจโตปริยญาณอีกก่อนเป็นระดับๆอันเป็นระยะก้าวของยานตามความจริงแท้มันเป็นระยะก้าวมาก้าวมาก้าวมาเราจะมีความลึกซึ้งขึ้นมาเรื่อยๆละเอียดขึ้นเราอาจจะเกิดเจโตปฏิญาณรู้ในรอบต้นๆก่อนๆก็ได้แค่รู้ราคาข้อมูลรับโทรศัพท์มูลโมหะมูลมันปราศจากราคะปราศจากโทรศัพท์ปราศจากโมหะก็รู้ตึงๆง่ายๆก่อนก็ได้หรือจะเป็นจิตสูงขึ้นเป็นภาษาอังกฤษตาหรือเป็นมหากษัตริย์ไทยขึ้นมาก็ตามจริงเราเป็นจริงมีจริงมันก็จะสูงขึ้นจริงตามความจริงแท้ซึ่งก็จะต้องรู้จิตในจิตรู้รอบรู้เขตขั้นขีดขั้นแห่ง ของจิตเจตสิกต่างๆมาระดับหนึ่งแล้วจริงๆเราจะต้องรู้จริงๆนะว่าคนจะมาปฏิบัติบุพเพนิวาสานุสติญาณจึงไม่ใช่เรื่องตื้นเขินเลยฟังดีๆบางคนที่ไปนั่งหัดหลับหูหลับตาเข้าปุ๊บๆแล้วก็ยังไม่ทันรู้เรื่องอะไรนึกว่าตัวเองบุพเพนิวาสานุสติญาณเข้าใจเป็นบุคลิกฐานตึงๆง่ายๆระลึกโอ้ยชาติก่อนฉันเกิดเป็นรัชกาลที่ 5 จึงเกิดเป็นพระพิชัยดาบหักชาติที่แล้วฉันเป็นไอ้โน่นไอ้นี่มันก็เป็นอย่างนั้นแหละมันจะเป็นเรื่องๆอย่างนั้นซึ่งไม่ได้อยู่ในพุทธาไม่ได้อยู่ในวิชาของพระพุทธเจ้าฟังดีๆมันไม่ใช่ตัวตนบุคคลสัตว์ด้วยและมันก็ไม่ใช่เรื่องหยาบๆอย่างนั้นด้วยมันเป็นเรื่องของการ เปิดญาณเป็นขั้นตอนเป็นชั้นเชิงซ้อนซ้อนซ้อนมาจนถึงป่านนี้แล้วนี่ฟังดูดีๆบุพเพสันนิวาสเราเข้าใจชั้นเชิงเราเข้าใจการปฏิบัติธรรมเรามีความรู้การในการปฏิบัติธรรมรู้สิ่งที่ทรงขึ้นทรงไว้สิ่งที่ได้หรือไม่ได้เป็นการตรวจสอบเป็นขั้นสูงของผู้ปฏิบัติธรรมเพราะถ้าไม่ได้เรียนมาอย่างดีปฏิบัติไม่ถูกพวกคุณได้เรียนมาอย่างดีเข้าใจทฤษฎีแล้วเอาไปใช้แล้วจะไววิชชาจะระณะสัมปันโนจะไว้จะถูกสัดส่วนจะเข้ารอบเข้าร่องไม่ออกนอกคิดนอกทางถูกทฤษฎีแท้แล้วคุณก็ได้เองเป็นเองคุณทำคุณได้น่ะคนนั่งทำวันหนึ่งคุณก็จะรู้ว่าคุณได้วันหนึ่ง ทำ 2 วันคุณจะรู้ว่าคุณได้ 2 วันทำกันบ้างไหมล่ะทำไมใครนั่งทำก็ทำธุระบ้างก็ทำกันบ้างไหมทำให้ไปลองทำไหมทำเหรอตื่นเช้าขึ้นมาหรือว่าเวลาว่างๆก็นั่งไม่ใช่นั่งตารอจนเช้าขึ้นมาก็นั่งหากิเลสเลยคือทบทวนแล้วจับทะเบียนจริงๆนะนี่เป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่งประกอบกันเวลาทำงานเราก็มีสติปัฏฐานเป็นใช่สติปัฏฐาน 4 แล้วปฏิบัติสัมผัสทันทีแล้วก็ละกิเลสทันทีเพราะเวลาเราไม่ได้ปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ต่อหน้าต่อตาแล้วก็ เดวิดโชว์มีบุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นวิชาที่ 1 วิชา 3 มีบุพเพนิวาสานุสติญาณเป็นวิชาที่ 1 ของเดวิดโชว์จุดๆประปาจักรยานเป็นวิชาที่ 2 อาสวักขยญาณวิชาที่ 3 ทีนี้อันไหนคุณตรวจสอบแล้วอันนี้มันอันนี้ถอนอาสวะเช็กของตัวเองก็รู้ว่าโอ๊ยเราจะเกิดวิชาที่ 3 ด้วยอันนี้เราถอนอาสวะแล้วอันนี้เรารู้ลึกรู้ซึ้งเข้าใจแล้วความเกิดความดับอันนี้พูดข้ามไปอีกหน่อยนึงข้ามไปจนถึงจุดธูปประปาจักรยานลองไล่ดูตามประสาที่ว่าไปเรื่อยๆซึ่งก็จะต้องรู้จิตในจิตรู้รอบรู้เขตขั้นขีดขั้นแห่งรอบของจิตเจตสิกต่าง มาระดับหนึ่งแล้วจริงๆโดยเฉพาะจิตที่เกิดดับดับเกิดดับเกิดดับในปัจจุบันที่เป็นสภาวะจับมั่นคั้นตายเป็นสภาพชัดแท้ก็จะต้องได้หัดได้ฝึกเรียนรู้นามว่ากายในวงเล็บของอังกฤษเรียนรู้อุเทศวงเล็บเปิดข้อแตกต่างต่างๆอันแยกแยะแบ่งรายละเอียดออกได้วงเล็บปิดมาแล้วเป็นภูมิเป็นความรู้ตามระดับมีอินทรีย์มีภาระถูกต้องจริงๆรู้นายกตัณหาอุปทานและจิตเจตสิกรูปพระจิตนามกรรมการท่านมีชั้นมีเชิงแล้วจริงๆนะมันได้รู้ รู้มาจริงๆความหมายของอุบัติเหตุต่างๆของหัวข้อต่างๆที่เป็นรายละเอียดที่เราได้ฟังได้เรียนมามากมายและจับนามมากายได้แล้วก็รู้อินทรีย์ภาระของเราได้แข็งแรงขึ้นมาสูงขึ้นมาอย่างนั้นอย่างนี้เราจะรู้หากผู้ใดเข้าใจผิดอาจจะมียังหลงยึดว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณนี้เป็นเพียงอภิญญาขั้นหยาบๆอยู่แค่ระลึกชาติกันเพียงรูปกายอาตมายืนยันแล้วว่าที่จริงมันเป็นเรื่องของนามกายแต่ถ้าใครยังเข้าใจผิดว่าอยู่แค่การระลึกชาติกันเพียงรูปประกายหรือรูปปัจเจกอันเป็นตัวเป็นตนเป็นบุคคลเป็นเราเป็นเขาเป็นผู้นั้นเป็นคนนี้ที่จับเอาแต่เปลือกนอกมานั่งไล่ประวัติศาสตร์ส่วนตัวเล่น ถอยวงเล็บเปิดส่วนมากหลงตามแนวฤาษีหรือแนวหลับตาบำเพ็ญวงเล็บปิดก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรสมิงหนำจะได้รับโทษทีหลงไปยึดไปติดๆๆอยู่ดังอธิบายมาแล้วแถมจะมีกิเลสหลงตนฆ่าตนเองอีกมาลงต้นยังไงมันหลงตอนที่ว่าตัวเองแหมเราระลึกชาติได้แบบนี้เก่งกว่ากันนะโอ้โหตามยอดไปจากชาติที่แล้วเราเกิดเป็นฤาษีชาติที่แล้วเราเกิดเป็นเศรษฐีชาติที่แล้วเราเกิดเป็นรัชกาลที่ 5 อย่างที่กล่าวในยกตัวอย่างและชาติที่แล้วเราเกิดเป็นนายสีในศาลในมาในมีอะไรก็แล้วแต่ส่วนมากมันก็จะไปจับประวัติศาสตร์ที่มันดังๆหน่อยเรื่องดีๆหน่อยหรือไม่ก็ไปสมมุติอะไรขึ้นมา เอาเองโดยที่ไม่รู้เราเกิดเป็นขุนพญาแมนคือใครสั่งประวัติศาสตร์เองเลยว่าไปเลยเราเกิดเป็นขุนพญาลอแล้วแต่กอดแล้วแต่ราคาแบบประกันระลึกไปหรือว่าทำไปอะไรต่างๆนานามันมีได้เพราะฉะนั้นเราจะสร้างประวัติศาสตร์เองใหม่หรือว่าเราจะเอาประวัติศาสตร์ที่เขามีกันรู้ดีแล้วเราก็ไปเกิดเป็นคนนั้นคนนี้ซ้ำซากคนแย่งกันเกิดเป็นรัชกาลที่ 5 บ้างคนแย่งกันเกิดเป็นพระนเรศวรบ้างแย่งกันเกิดเป็นคนนั้นคนนี้อะไรต่ออะไรต่างๆนานาพวกที่ดังๆในประวัติศาสตร์เยอะแล้วก็มานั่งเข้าทรงอ่ะดิมานั่งเข้าทรงแล้วชาติที่แล้วเราเป็นคนนั้นคนนี้มานั่งอย่างนั้นอย่างนี้ไอ้โน่นไอ้นี่หลอกกินกันเยอะ อันนี้แหละแนวเชิงอย่างนี้แหละพวกหลับตาฤาษีก็ชอบจะเป็นอย่างนี้กันนะก็หลงตนว่าเป็นอย่างนี้แล้วถือว่าตัวเองเก่งแต่ก็เด็ดขาดตัวเองดังได้อธิบายมาแล้วเช่นกันซึ่งมีนักปฏิบัติธรรมที่หลงตนและฆ่าตนเพราะการเข้าใจผิดในบุพเพนิวาสานุสติญาณเชิงนี้อยู่จริงๆแม้ในทุกวันนี้มีแล้วก็ว่ากันเรื่อยๆไปอาศัยอะไรต่ออะไรไปตามเรื่องตามราวการระลึกชาติที่เรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณสร้างอธิปัญญาอันลึกซึ้งถ้าเข้าใจที่ได้อธิบายมาแต่ต้นแล้วว่าเรานั่งทบทวนเรานั่งเก็บอะไรก็ได้เป็นการสร้างยานจริงๆเป็นการสร้างอาชีพปัญญา อันลึกซึ้งจนเข้าใจเป้าหมายชัดว่าชาติหรือชาติในที่นี้นั้นไม้เอาเพียงการเกิดที่ระลึกย้อนเอาสิ่งเก่าสิ่งก่อนขึ้นมาทบทวนเพื่อสร้างยานไม่ใช่เพื่อปักใจยึดมั่นฟังความหมายตรงนี้ให้ดีเราพยายามระลึกย้อนเอาสิ่งเก่าสิ่งก่อนเนี่ยขึ้นมาทบทวนเพื่อสร้างยานไม่ใช่เพื่อปักใจยึดมั่นถือเพื่อหลงผิดหลงคืออะไรเลยไม่ใช่อย่างนั้นเลยแต่เพื่อสร้างอธิปัญญาโดยจะอาศัยชาติหรืออาศัยชาติเหล่านั้นแทงทะลุเข้าไปสู่ความจริงในเว็บสัจจะให้เป็นให้เห็นแจ้งว่าอย่างไรลองฟังดูสภาวะแห่งการให้ความเกิด คิดว่าอาจย้อนไปหยิบเอาความจำเก่าๆฟังดีๆนะมันเป็นความจำเก่าๆนะที่เราหยิบไปประเพณีความจำเก่าๆมาพิจารณาแต่ละเรื่องแต่ละช่วงของชีวิตนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องอดีตในวงเล็บบุพเพสันนิวาสบุพเพสันนิวาสสักที่ผ่านมาแล้วเมื่อกี้นี้วินาทีที่แล้วเมื่อวานนี้อาทิตย์ที่แล้วปีที่แล้วหลายปีที่แล้วหรือจะเลยล้ำไปจนชาติที่แล้วตามที่ชอบหมายเอากันนักหนานั้นก็ตามนี่ก็อนุโลมให้ไปเลยแม้แต่จะเป็นเรื่องย่อไปจนกระทั่งถึงจะว่าจะพิจารณาดีๆแล้วเมื่อวานนี้แหละอาทิตย์ที่แล้วหรือปีที่แล้วหลายปีที่แล้วเลยจะย้อนเลยก็ไปจนกระทั่ง เชื่อว่าชาติที่แล้วข้ามภพข้ามชาติไปอย่างนั้นก็เอาก็ตามดังนั้นจะระลึกได้กี่ชาติกี่สิบชาติกี่ร้อยชาติพันชาติหมื่นชาติแสนชาติก็ตามก็ล้วนจะต้องพิจารณาแทงทะลุให้ละเอียดในชาติอดีตนั้นๆสืบสาวเข้าไปจนแจ้งชัดรู้ละเอียดสุขุมว่าความเกิดในระดับชาติในภาวะนั้นชื่อว่าสุขเวทนาหรือชื่อว่าทุกขเวทนาฟังดีๆนะนี่จะไล่ตามที่ท่านรายละเอียดมาชาติดังนั้นโคตรอย่างนั้นเดี๋ยวจะมีหรือว่าเราได้เผลอไผไปเสียแล้วจนไม่รู้ว่าสภาวะช่วงนั้นช่วงนั้นมันสุขหรือมันทุกข์ นี่เราก็จะตามดูตามรูปเวทนาเก่านั่นแหละตามรูปความเก่าที่ผ่านมานั่นแหละในวงเล็บเอาทุกข์เกิดสุขกับเวทนานะว่าไม่รู้ว่ามันถูกหรือมันทุกข์หรือภาวะนั้นชื่อว่าปิติในเว็บก็เวทนาไปข้างชอบใจภาวะนี้ชื่อว่าปฏิกะในและเวทนาไปในข้างไม่ชอบใจภาวะโน้นชื่อว่าถีนมิทธะวงเล็บเปิดเวทนาที่ไปฆ่าโง่ลงโง่ลงหรือไม่ค่อยรู้ได้ง่ายๆว่าชอบหรือไม่ชอบวงเล็บปิดภาวะเช่นนี้เช่นนี้เองชื่อว่าอธิปัญญาวงเล็บเปิดเวทนาที่เป็นเวทีต่างคือผู้นั้นเองรู้จิตในจิตของตนเองอยู่อย่างแท้จริงเป็นปัจจุบันอยู่แท้ๆด้วยเป็นอธิปัญญาท่าน ต่ำและขั้นสูงก็จะแบ่งแยกสภาพของจิตออกเสียด้วยว่าขณะนั้นขณะนั้นจิตของเรากำลังอยู่ในสภาพดีในรถกุศลหรือชั่วอกุศลหรือยังแยกไม่ออกว่าจะเป็นดีหรือจะเป็นชั่วในอภัยพยากรณ์อากาศแต่ก็กำลังได้พยายามแยกกำลังใช้ปัญญาวิเคราะห์วิจัยในมนุษย์ธรรมะวิจัยหรือวิปัสสนาจิตอยู่จริงๆไม่ได้ปิดบริการใหญ่เป็นต้นอันนี้แยกออกมาจนกระทั่งถึงเวทนาเพราะฉะนั้นทำตัวเวทนาต่างๆพวกนี้เราจะเรียกซ้อนลงไปในภาษาอื่นๆต่างๆบ้างอย่างที่ได้พยายามแยกแยะให้ฟังว่าปิติมันก็เป็นเวทนาอย่างหนึ่งปฏิกะก็เป็นเวทนาอย่างหนึ่งหรือจะเรียกเจตสิกก็ได้ ฤาษีเล่านิทานก็เป็นเวทนาอย่างนึงพวกเวทนานี่ถ้าอธิบายถ้าเข้าใจกันดีแล้วคือความรู้สึกที่มันสงเคราะห์ลงไปเป็นสุขเป็นทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ได้จริงๆเพราะถ้าสิ่งใดมันสงเคราะห์เข้าไปเป็นสุขเป็นทุกข์หรือไม่สุขไม่ทุกข์ได้เป็นความรู้สึกจริงของเราขณะที่เป็นผีนะมีธาตุบางทีเราก็หลงเป็นสุขบางทีเราก็หลงเป็นทุกข์ที่จริงมันเป็นทุกข์ไม่ใช่หลงหรอกถ้ารู้จริงแล้วมันเป็นตัวทุกข์บางทีปฏิฆะเราก็หลงเป็นสุขได้นะบางคนชอบไปปฏิฆะให้มันเคืองๆข้างๆอะไรอยู่แค้นๆเยอรมันดีพวกสารดีซึมสารพิษสักหน่อยแล้วผมบอกทีรุนแรงแล้วก็หลงหลงผิดอย่างนี้ก็เป็นได้ก็ต้อง ผู้แทงทะลุซ้อนเข้าไปถึงเวทนาของชาติวงเล็บเปิดซ้อนเข้าไปในตัวตนที่เราระลึกได้นั้นๆวงเล็บปิดไม่ใช่ไปรู้ตัวคนเกิดหรือว่าตัวโตเกิดนั่นแหละแล้วก็เฉยๆแค่นั้นไม่ใช่เราต้องระริกซ้อนลงไปในตัวที่เราจับได้นั้นว่ามันเป็นอะไรความเกิดนั้นเกิดมาเป็นตัวตนอันนึงที่เรารับเรารับเรารู้แล้วเราก็จะต้องซ่อนลงไปแทงลงไปในความรู้นั้นเขาอีกทีนึงให้ได้คือซ้อนเข้าไปถึงเวทนาของชาติให้ได้ดังนี้มิใช่จะรู้มันเพียงแค่กายแค่เปลือกหรือแค่รูปประชุมกันเข้าเป็นกลุ่มเป็นก้อนแล้วก็ มึงก็รู้ได้แค่ผิวหยาบนอกง่ายๆตื่นๆอยู่เผินๆไม่ต้องการที่จะยังบุพเพนิวาสานุสติญาณจึงไม่ใช่เรื่องตื้นเขินอีกนั่นแหละเหมือนกับการดักทายใจที่เรียนรู้มาผ่านมาแล้วในใจตัวปริยายเจโตปริยญาณไม่ใช่ตื่นๆเหมือนอาเทศนาปาฏิหาริย์ที่เป็นที่ได้ดักรู้ใจคนเฉยๆแค่ตื้นๆกำลังคิดอย่างนี้กำลังจะพูดอย่างนี้กำลังมีอะไรฉันตื่นแค่นั้นไม่ใช่อยากรู้นอกแล้วก็รู้ในรูปแล้วอย่างรู้นามลูกก็ไปถึงจิตยังจิตได้อย่างเวทนาเข้าไปเวทนาก็คือจิตของจิตเวทนาคือจิตของจิตคือทำอารมณ์ของจิตเวทนาก็คือความรู้สึก ของกายยะแต่กายะนี้เป็นนามเมืองกายกายอันนี้เป็นนามว่ากายเวทนาก็คืออารมณ์ของนามกายอันนี้อีกทีนึงเพราะฉะนั้นซ้อนซ้ำจะเรียกกายกับเวทนาจะเรียกจิตกับธรรมารมณ์ก็ไม่แปลกอะไรเรารู้สภาพดีสอนเข้าไปซ้อนเข้าไปยังเข้าไปลึกเข้าลึกเข้าถึงนามในรูปมีนามในรูปมีนามในรูปมีนามยิ่งเป็นนามธรรมกายลึกเข้าไปก็ยิ่งเป็นนามที่ละเอียดจึงเรียกว่าสิ่งที่เป็นทิพย์สิ่งที่เป็นทิพย์เอียดเข้าไปเรื่อยๆเรื่อยๆอย่างนั้น แล้วเพราะฉะนั้นการจะย้อนระลึกถึงสิ่งที่ผ่านมาของตนอันประสบมาจริงจะระลึกกันสักกี่ชาติกี่เรื่องกี่สิ่งก็ไม่ว่าแต่ละชาติที่ระลึกขึ้นได้แล้วก็นำมาธรรมวิจัยหรือแทงทะลุซ้อนชอนไชเข้าไปให้รู้ให้แจ้งถึงการเกิดในภพโน้นวงเล็บเปิดสภาพใดๆก็ตามที่ได้เกิดแล้วเป็นมาแล้ววงเล็บปิดก็ให้รู้ชื่อมันให้ได้เพราะงั้นรู้จักตัวไหนได้แล้วก็รู้ซ้อนชอนใจเข้าไปให้รู้ไอ้ตัวเกิดตัวนี้หรือการเกิดอันนี้เนี่ยอยู่ในภพนั้นน่ะให้รู้ชื่อมันว่าอะไรรู้ให้ได้เช่นรู้ในเวทนาต่างๆดังอธิบายผ่านมาแล้วเป็นต้นย้อนไปอีก ตัวนี้เป็นสภาพอะไรที่อธิบายมาแล้วทีนี้มีพระอะไรอย่างนี้เป็นต้นนรกก็รู้จิตตัวนั้นจริงๆให้รู้ชื่อมันให้ได้เช่นรู้ในเวทนาต่างๆดังที่อธิบายผ่านมาแล้วเป็นต้นหรือจะเรียกว่ารู้รสชาติรู้บทบาทอาการรู้นามกายอะไรก็ตามก็ได้ดังนี้แหละคือสภาพของยานเราไล่ลุกขึ้นไปชั้นนึงแล้วนะรู้ชื่อนะตอนนี้พอไล่เข้าไปแล้วรู้ชื่อประเดี๋ยวลูกคลอดไม่ได้รู้อะไรต่ออะไรอีกเดี๋ยวคุณคอยฟังตามบุพเพสันนิวาส เรานี่แหละคือสภาพของยานที่เกิดยางที่อธิบายว่าในภพโน้นเรามีชื่ออย่างนั้นนางเอกเห็นไหมว่าฉันรู้สึกอย่างไรที่เราผ่านมาแล้วที่ท่านผ่านเอาไว้ว่าเราไปรู้แล้วก็บอกว่าในภพโน้นหรือระลึกชาติไปได้แล้วก็บอกว่าในภพโน้นเรามีชื่ออย่างนั้นมีโทษอย่างนั้นมีผิวพรรณอย่างนั้นตอนนี้เราเพิ่งไล่ตัวนี้แล้วก็ไล่แทงเข้าไปหาหาชื่อมันก็เป็นชื่อของโคตรแล้วมันก็เป็นชื่อของตัวนั้นเวทนาเป็นชื่อของอากาศนั้นอาการนั้นคืออะไรคือนามมาไกลขนาดนั้นอีกทีนึงคือทำอารมณ์ของจิตอีกทีคือเวทนาของกายอันนั้นอีกที ชื่อมันชื่อว่าปิติมีชื่อชื่อมันว่าปะติดคะมีชื่อมันชื่อน่ะเคยจับได้ไหมได้จับชื่อมันได้ไอ้เจ้านี่จับชื่อมันแม่นๆด้วยอ่ะเราจำชื่อมันได้หรือจะเจ้าตัวนี้ทีนะมีค่าเรารู้มันซะด้วยแต่ตัวนี้เป็นอาทิตย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน