600418_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปัญญาอันเกิดจากองค์ 6 (อนาสวะ).docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์29 KB
วันที่แก้ไข28 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

600418_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ปัญญาอันเกิดจากองค์ 6 (อนาสวะ)

สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้ตรงกับวันอังคารที่ 18 เมษายน 2560 แรม 7 ค่ำเดือน 5 ปีระกา สำหรับงานศพของสมณะ หลวงพ่อดินดี สันตจิตโต จะได้เคลื่อนศพมาที่ชุมชนราชธานีอโศกในวันนี้ จะได้เผาศพในวันพรุ่งนี้ ใครจะมาก็มาได้ ทำตามพุทธประเพณี เผาให้เร็วที่สุด พระพุทธเจ้าไม่ให้รอ แม้แต่ญาติทางไกล ดูแลคนที่อยู่ให้ดีที่สุด พ่อครูที่ผ่านมาได้พูดถึงความว่าง ที่เขาได้สร้างภพว่าง ว่างโดยตรรกะ แต่ของพุทธ สามารถว่างจากการลดละกิเลสได้ สามารถเปลี่ยนพลังงานจิต ให้เป็นพีชะได้ จะมีอำนาจจิตที่มาก สามารถเปลี่ยนเซลล์ใหม่ได้ ตามฐานะของท่าน พ่อครูแสดงให้เห็นอิทธิบาท 4 มาถึง 1 รอบนักษัตร ซึ่งพ่อครูก็ยังมีความคล่องแคล่วว่องไว ยังหาคนอายุใกล้เคียงกันนี้เทียบได้ยาก ไม่เห็นลีลาของคนอายุยาว ท่านกระฉับกระเฉง ในคนหนุ่มก็ยังสู้ไม่ได้ เป็นเพราะพลังของวิมุติ พลังของอิทธิบาทที่สั่งสมมานาน พ่อครูมีเจตนารมณ์อยู่ให้นาน แต่ก็คงจะอยู่ไม่เกิน 151 ปี พ่อครูใช้คำว่า I will try ก็มีเหตุปัจจัยจากพวกเราด้วย ถ้าท่านได้ทำงานได้ง่าย ก็จะอายุยืนยาวกว่า ต้องสังขารต้องปรุงให้ยาก ถ้าพูดแล้วเหมือนพูดกับตอไม้ ก็คงไม่อยู่ต่อดีกว่า แต่พูดแล้วพวกเราดีขึ้น ก็คงจะอยู่พูดต่อ ท่านอยู่เพื่อชาวอโศก ที่สนใจธรรมะ และท่านก็แจกแจง บุคคลที่มิจฉาทิฏฐิ แม้เขาจะไม่ชอบใจบ้าง ท่านก็ต้องยอมรับวิบาก เพื่อให้มนุษยชาติ ได้เข้าใจได้สว่างขึ้น ท่านยอมรับวิบากเพื่อคนอื่น แบกวิบากไว้เพื่อช่วยคนอื่น ต้องเป็นบุคคลที่มีจิตใจเมตตากรุณา อย่างสูงยิ่ง

พ่อครูว่า… อาตมาจะขอท้าวความนิดหนึ่ง ถึงเรื่องของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ที่เป็นเรื่องอุปัทวเหตุ ที่เราก็คงจะซับซาบ ก็ขอสรุปๆอีกนิดหนึ่งว่า ตอนนี้ที่นี่ ก็เร

อ่านต่อ

าก็รอศพท่านดินดี สันตจิตโต ซึ่งจริงๆแล้ว ก็มีเสียชีวิตทันทีสองราย บาดเจ็บแปดราย ในทั้งสิบคน มีสมณะสองรูป ข่าวอุบัติทางรถยนต์กับการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดของชาวอโศก

เมื่อวันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 ได้เกิดอุบัติทางรถยนต์ ของชาวสังฆสถาน ทะเลธรรม จ.ตรัง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. ของวันจันทร์ที่17 เมษายน 2560 รถตู้ที่กำลังเดินทาง กลับจากอุบลราชธานี ได้เสียหลัก พุ่งชนต้นไม้ข้างทาง บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หลักกิโลเมตร ที่ 425+600 ต.เขาไชยราช อ.ประทิว จ.ชุมพร

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 8 คน เป็นท่านสมณะ 2 รูป และเป็นฆราวาส 6 คน ทุกคนอาการสาหัส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมาบอำมฤต และต่อมา ถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้เสียชีวิตสองท่านคือ คุณตั้งมั่น บุญสัมฤทธิ์อโศก และ คุณฉลองรัฐ ซึ่งต่อมา มีบุคคลสำคัญอีกท่าน ที่ได้สิ้นชีพไป คือท่านสมณะดินดี สันตจิตโต หรือ หลวงพ่อดำ ท่านได้มรณภาพลง ขณะกำลังย้ายโรงพยาบาล จาก โรงพยาบาลมาบอำมฤต สู่โรงพยาบาลชุมพร ด้วยอาการเลือดออกในปอด ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 4 คือ นางวิไล ภัทรพิทักษ์ เสียชีวิตจาก สมองบวม กระดูกคอและหลังหัก มีเลือดออกจากปอดและช่องท้อง เลขท้ายทะเบียนรถ ที่เกิดเหตุ เลข 2277 รายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส มีดังนี้ 1. นางมณฑา แก้วบำรุง มีบาดแผลตามใบหน้า ดั้งจมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกสะโพกหลุดและร้าว ผ่าตัดแล้ว พักฟื้นอยู่ 2. น.ส.สิริพร กุมกาญจน์ แขนขวาหัก 3 ท่อน ผ่าตัดแล้ว

ส่วนที่ยังอยู่รพ.มาบอำมฤต อาการไม่หนักมาก ได้แก่ 1.น.ส.บำรุงศรี ถาวร เจ็บหน้าอก ฟกช้ำดำเขียว 2. นางสาวศศิธร โคกอ่อน หัวแตกเย็บ 20 เข็ม ปวดหลัง 3. นางศรารัตน วงศ์ศุปนันท์ เจ็บหน้าอก มีรอยขีดข่วนเขียวช้ำตามใบหน้า แพทย์ให้ออกจากรพ.ได้

กำหนดการฌาปณกิจศพ คุณฉลองรัฐ ลูกและญาติๆ ได้นำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้าน จ.ยะลา

กำหนดการฌาปณกิจศพ คุณตั้งมั่น บุญสัมฤทธิ์อโศก กำหนดฌาปณกิจ วันพุธ ที่ 19 เมษายน 2560 ที่เมรุเฮือนสุดชีวิต พุทธสถานปฐมอโศก จ.นครปฐม

กำหนดการฌาปณกิจศพ ท่านสมณะดินดี สันตจิตโต วันพุธที่ 19 เมษายน พ.ศ.2560 ณ เมรุเฮือนสุดชีวิต พุทธสถานราชธานีอโศก ต.บุ่งไหม อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี

พ่อครูว่า เราก็ช่วยกันให้สุดที่

ประวัติโดยย่อ ท่านสมณะดินดี สันตจิตโต ชาตะหรือเกิด เมื่อวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2483 มรณภาพเมื่อวันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 สิริอายุได้ 77 ปี อุปสมบทเมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2518 ท่านมีอายุพรรษาบวช 41 พรรษา 8 เดือน 10 วัน ทุกอย่างเกิดจากเหตุปัจจัยที่ลงตัว ข้อสำคัญคือ ต้องตัดสินที่กรรมของเรา ว่ามันบริสุทธิ์จากกิเลส จริงๆหรือเปล่า อ่านจิตใจของเราให้เห็นจริง เมื่อเราแน่ใจว่า จิตใจเราได้สะอาดบริสุทธิ์จริงนั้นสำคัญ เป็นปรมัตถสัจจะ 2 โดยสมมุติสัจจะ เราก็ดีจริงๆนะ เท่าที่เราจะรู้จักสมมติ ว่าดี ไม่ดี กุศล อกุศลคืออะไร จบชัดเจนทั้งสองสัจจะ ปรมัตถสัจจะ สมมุติสัจจะ

หลวงพ่อดินดี สิ้นชีวิต ก็มีผู้ขอใช้ชื่อดินดีทันที คือคุณวาสนา ณ อุบล เขียนที่บ้านน้ำธารธรรม 18 เมษายน 2560 กราบนมัสการ พ่อท่าน สมณะโพธิรักษ์ ที่เคารพอย่างสูงสุด ชื่อ วาสนา ณ อุบล. อายุ 63 ปี ได้เกษียณอายุจากอเมริกา เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่เมืองไทย พักค้างอยู่ในบ้านราชธานีอโศก ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเจ้าค่ะ มีความประสงค์มาอยู่กับหมู่กลุ่มมิตรดีสหายดี เพื่อขัดเกลาจิตใจ ลดละกิเลส ที่ฝังแน่นในตน และอยู่ใต้ใบบุญและบารมีของพ่อท่าน ตลอดไปเจ้าค่ะ วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 นี้ หนูขออนุญาตเข้ากราบพ่อท่าน เพื่อประสงค์รายงานตัวว่า 1 พ.ค. เป็นวันตายของคนชื่อ วาสนา และหนูจะเกิดใหม่ ในวันที่ 1 พ.ค. นี้ หนูขอความอนุเคราะห์เมตตาจากพ่อท่าน ตั้งชื่อใหม่เพื่อชีวิตใหม่เจ้าค่ะ ขออนุญาตแวะนะเจ้าค่ะ เมื่อหลายปีที่ผ่านมา หนูเคยฟังเทศน์ สมณะอโศก รู้สึกว่า ท่านมีลักษณะพิเศษ และรู้สึกคุ้นเคยผูกพันธ์ ต่อมาทราบชื่อว่า สมณะดินดี ได้ตั้งใจว่า เมื่อกลับมาเมืองไทย จะหาโอกาสไปกราบท่าน ถึงพุทธสถานที่ท่านประจำอยู่ เมื่อธรรมะได้ย่อให้เหตุการณ์ในความประสงค์ของหนูสั้นเข้า ย่นเวลาให้ หนูได้ตักบาตรสมณะดินดี ได้เห็นหน้าตาชัดๆ แต่หนูไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะจะตามไปกราบท่านที่ทะเลธรรม โอกาสและสถานที่คงอำนวยกว่านี้. แต่วันนั้นของหนู มันจะไม่เกิดขึ้นแล้ว หนูขอความเมตตาจากพ่อท่านว่า ชื่อใหม่หนู ดินดี ณ อุบล . ได้ไหมเจ้าค่ะ หนูมากราบพ่อท่านด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่าง รับการรักษาสุขภาพกับแพทย์แผนไทย เป็นเวลา 15 วัน ห้ามเดินออกนอกบ้าน ห้ามทำงาน ห้ามยกของหนัก แต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ เขาคงอนุญาตให้เป็นอิสระแล้ว. หนูได้รับความเมตตาจากญาติธรรม ชื่อคุณพี่ตะวันงาม ยกสิทธิในแปลงที่ดิน ที่ท่านจองไว้ ให้หนูสร้างบ้าน ฉะนั้นหนูกำลังประสานงาน จากหลายฝ่ายในการปลูกสร้างเจ้าค่ะ ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด วาสนา ณ อุบล.

ตกลงคุณจะได้ชื่อว่า ดินดี ณ อุบล

ก็มาดู sms เมื่อวานนี้… SMS วันที่ 17 เมษายน 2560

_5006สร้างความดีต้องมีอุปสรรค สร้างความดีมากเท่าไร อุปสรรคขัดขวางมากเท่านั้น เพราะคนเราเกิดมา เพื่อสร้างความดีใช้หนี้กรรมเก่า -หลวงพ่อจรัญ ฐิตธัมโม

_3867สงสัยบ้านราชฯคงเป็นหมู่บ้านที่ชื่อยาวที่สุดในโลก ตามเค้าว่ากระมัง? แล้วอาจเป็นเมืองเรือโบราณ ที่เยอะที่สุดในโลกกระมัง?!?

_3867บรรพบุรษเจ้าของเรือดึกดำบรรพ์ คงดีใจ เรือเก่าแก่มาอยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ สมณะผู้ทรงศีล อนุโมทนาสาธุ!

_3867ตลาดอาริยะคงเป็นตลาดขายของต่ำกว่าทุน ถูกที่สุดในโลกคงไม่พอ! เป็นตลาดน้ำตกเพื่อหัวใจสว.(สูงวัย)ไกลชรา!ด้วยกระมัง? ต้อนรับสู่ยุคสว.happyศิวิไรซ์:-) พ่อครูว่า...ก็คงจะตั้งชื่อว่า สังคมบวรหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก และอาจเป็นได้ว่า มีเรือโบราณมากที่สุด ก็ตอนนี้เราก็พยายามบูรณะอยู่ สงกรานต์นี้ อาตมาก็พยายามทำให้ดี มีคนมาใช้น้ำตก ต่อไป น้ำโตนจะใช้ได้ จะนวดคนได้ ที่ผ่านมาอาตมาเห็นว่า เล่นสงกรานต์ที่ลึกซึ้งๆแนบเนียนไม่สูญเสีย และได้อาบน้ำเย็นด้วยน้ำ และน้ำเราก็ไม่สูญเสียทิ้ง มีหมุนเวียนตลอดเวลาด้วย ก็พยายามทำอยู่ ต่อไปเราจะมีที่ ที่คนอายุยาว หนุ่มสาวมาใช้ เหมาะสมตามบุคคลตามวัย เราก็จะทำแก่ง แก่งเล็กแก่งโตพอสมควร จนถึงน้ำตก น้ำโตน จากผาแหงน จะสูงที่สุด ทำตามภูมิปัญญาของเรา ที่ทำขึ้นมา ไม่ได้ทำเพื่อที่จะเป็นเครื่องแลกเปลี่ยน เอาเงินทองลาภยศสรรเสริญ มาสมทบซ้อน เหมือนวิธีทุนนิยม ที่เห็นเป็นลาน ยังไม่ได้เอาหินมาตั้ง มีพระพุทธรูปปางตรีลักษณ์ ชาวบ้านเรียกว่า พระไอเลิฟยู มีลักษณะสาม โลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ (เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) นี่คือคุณธรรมคุณสมบัติคุณวิเศษ ที่ได้จริงเป็นจริง ต่อมาคือปางปรองดอง ที่จริงเป็นปางล่าสุดที่เราทำ เอามือประสานกัน เป็นปางปรองดอง ที่ต้องปรองดองคือมีความขัดแย้ง จึงต้องทำให้เกิดความปรองดอง คำว่าปรองดอง ต้องมีความขัดแย้งอยู่ในตัว จะขัดแย้งระดับไหน เราก็จะไม่มีการทำร้ายทำลายกัน จะมีปากเสียงกัน ก็ไม่ต้องถึงขั้นถูกเนื้อถูกตัว มีแค่มุขสตี คืออาวุธทางปาก ก็มีแต่แค่ปากว่ากันไปกันมา ที่ภาษาบาลีว่า ปฏิกโกสนา คัดค้านอย่างจังอย่างแรง เช่นขณะนี้ ถ้าใครดู DDTV จะมีพระที่ออกประจำ ถ้าใครอยากได้ความจริง ข้อมูลหลักฐาน ก็ไปหาอ่านในหนังสือ ประนีประนอมกันด้วยนานาสังวาส เขาก็ออกทีวี ท้าวความผิดๆถูกๆ ผิดเสียมากกว่า เป็นการหาเรื่อง อาตมาก็เห็นใจเข้าใจ ก็ฟังความสองข้าง เราก็ว่าอย่างนี้ถูก ท่านก็ว่าอย่างนั้นถูก มันก็ธรรมดา ของผู้ที่มีอัตตา ท่านว่าก็ฟัง ก็ให้คนฟังตัดสินเองว่า ใครคือธรรมวาที ใครคืออธรรมวาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร ผู้ใดที่จะเห็นว่าอะไรเป็นอะไร มีประเด็นอยู่อันหนึ่ง

อารามตา(การติด)4อย่าง คำถามจากไลน์ B happy 1.ในขณะที่พ่อครูให้ทำงาน (พหุชนะหิตายะ โลกานุกัมปายะ) แต่พ่อครูก็บอกว่า อย่าติดงาน จึงขอถามว่า จุดของการประมาณที่ไม่ให้ติดงาน เพื่อมาทำงานจิตวิญญานหรือนั่งสนทนาธรรม มีการพิจารณาอย่างไร 2.ในขณะที่งานจิตวิญญานหรือสนทนาธรรม ทำจนไม่มีเวลาทำการงาน ซึ่งพ่อครูบอกว่า ความขยันการงานคือการเพิ่มสมรรถนะ จึงขอถามว่า เราจะประมาณอย่างไร ที่ออกจากการนั่งสนทนาธรรม เพื่อออกมาทำการงาน พ่อครูว่า...คำว่า ติดงานก็คือกัมมรามตา คือยินดีในงานเกินไป ติดงาน เป็นโทษ ทำให้เสื่อม จุดของการประมาณ อารามตาแปลว่า ความยินดี อาการยินดีมีอยู่ถึงสี่อย่าง

ต้องอ่านอาการว่า คุณติดอะไร ติดในการนอน การพูด หรือธรรมะที่พูด เลี่ยงงานหนัก สมัครงานเบามันซ้อน ทำอย่างไรเราจะไม่แก้ตัว ทำงานเอาแต่พูดไม่ทำงานหนัก ไม่ทำกายกรรม หนักแต่พูด ก็กำหนดยาก เอาความจริงใจของใครก็แล้วแต่ อ่านรายละเอียดว่า อย่างนี้เรียกว่า อารามตา แล้วเราก็แก้ ถ้าเราไม่ติด ทำได้อย่างแข็งแรง ทำงานได้แต่คุณเลี่ยง เพราะมันหนักมันเปื้อนสกปรกมันร้อน ก็พูดแต่อยู่ในร่มสบายเบาดี ก็ดูรายละเอียด คนไหนจริงใจ แล้วอ่านรายละเอียดให้ณิปุณา คุณต้องชัดเจน ซึ่งสุขุมประณีต ธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นอาการทางนามธรรม ไม่พึงหวังความเสื่อม พึงหวังความเจริญได้แน่ ด้วย “อปริหานิยธรรม 7” 1. น กัมมารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินยินดีการงาน คือไม่หลงเพลินหมกมุ่นวุ่นอยู่กับงาน จนเสื่อมเสียการศึกษาเล่าเรียนบำเพ็ญโพธิปักขิยธรรม) 2. น ภัสสารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการคุย) 3. น นิททารามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการหลับนอน) 4. น สังคณิการามตา ภวิสสันติ (ไม่มัวเพลินการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ)

เรื่องนิทรารามตา มันจะมีการเสพรสการนอน อร่อยในการนอน อาตมาก็ฝึกมาไม่ใช่เล่น ทุกวันนี้ หมดรสชาติในการนอนแล้ว อสังสัคคะ ท่านก็แปลว่า ไม่คลุกคลีด้วยหมู่คณะ หมู่กลุ่มคนพาลก็ไม่ควรคบ แต่หมู่กลุ่มบัณฑิตก็ควรคบหา แต่ไม่ใช่อยู่แต่ผู้เดียว ไม่คบกับใครเลย สุดโต่งไปทางอยู่คนเดียว อันนี้เป็นฤาษีดาบส มิจฉาทิฏฐิ ส่วน สัคคะ แปลว่าสวรรค์ อารมณ์ชื่นชอบใจ อันนี้แหละเป็นนามธรรมชัดๆ คุณต้องไม่คลุกคลีเกี่ยวข้อง ในอารมณ์สุข อย่างหยาบ ละเอียด ลึกเข้าไป ต้องไม่ติดยึดในการหลงสวรรค์ ไม่ปรุงแต่ง อสัง ไม่ทำไม่ปรุงแต่งให้เป็นสวรรค์ให้ตนเองเลย ต้องหมดสวรรค์หมดนรก ดับภพชาติ หมดภพสวรรค์ภพนรก นี่คือรายละเอียดที่ต้องพูดซ้ำ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ลึกซึ้ง

_7277ตลาดอาริยะคือตลาดของคนฉลาดน๊ะจ๊ะ ไม่ใช่ตลาดแบบทั่วๆไปน๊ะจ๊ะ ก _3867นมก.พ่อครูฯมีธ.เป็นยาอายุวัฒนะติดกายใจ ครบ5อย่างเป๊ะ! สัปปายะการีโหตุ! สัปปาเยมัตตังชานาติ! ปริณีตะโภชีจะโหติ! กาลจารีจะ! สะพรัหมจารีให้อายุยืนยาวแน่นอน

_3867สัปปายะการีโหตินำความสบายใจแก่ตน! สัปปาเยมัตตังชานาติ รู้จักประมาณในการใช้กินพอดีๆสบ๊ายสบาย! ปะริณีตะโภชีจะโหติ กินของย่อยง่ายก็มังสะวิรัติชัวร์ป๊าบ..

พ่อครูว่า...มาขยายความคำว่า ติดงาน ติดสนทนาธรรม ที่บอกว่าสนทนาธรรม จนไม่มีเวลาทำงาน เราจะประมาณอย่างไร ที่จะออกจากการนั่งสนทนาธรรม เพื่อไปทำการงาน อันนี้ก็อยู่ที่คุณ ถ้าคุณเอาแต่นั่งสนทนาธรรม ก็มีแต่กำลังทางสมองการพูด ก็จะเสียสุขภาพทางร่างกายไหม ถ้าจะเสียก็เอาประมาณให้พอเหมาะพอดี ที่จริงมันก็เป็นประโยชน์ ถ้าสามารถมีประโยชน์ต่อคนที่มารับซับซาบ แต่ส่วนสรีระร่าง จะอ่อนแอ ก็ต้องเลือกเฟ้น อาตมาก่อนมานี้ ก็ยกดัมเบลก่อนมา ดัมเบลเล็กๆ ถ้าพิสูจน์ว่าสามารถอายุยืนยาวไป ก็แปลว่าทุกอย่าง สามารถกระตุ้นได้จริง สังคมบวรราชธานีอโศก อยากจะย้ำวนเวียนไปว่าเรื่อง บวร บ้านวัดโรงเรียน สามเส้า อาตมาว่า เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ของสังคมมนุษย์ จะต้องเนียนมากเลย สังคมบวร บ้านคือสังคมหมู่ชน ที่เด็กเล็กหนุ่มสาว คนแก่ คนอายุมากทั้งนั้น นักบวช ฆราวาส ครูบาอาจารย์ กรรมกรคนงาน ทุกนาทีทุกกรรมกิริยา รวมกัน อยู่กันอย่างเรียกว่า ไม่มีกําแพง ทุกอย่างประสานร่วมกันทุกคน แต่ละหน้าที่แต่ละการงาน ไม่มีอะไรต่ำไม่มีอะไรสูง มันเป็นการงานที่ควร ในสังคมเรา มีประโยชน์คุณค่าต่อตนเองและสังคม เหมาะสมกับยุคกาล เหตุปัจจัยที่แวดล้อม ต่างคนต่างทำหน้าที่ ที่ถนัดและเป็นประโยชน์ได้ และก็เกิดผลผลิตจากแรงงาน เราก็ได้อาศัย ความซับซ้อนกลมกลืนกัน อย่างแนบเนียนพวกนี้ มันเป็นนามธรรม เป็นอรูปธรรม ที่มีอยู่จริง จากความปัญญาเฉลียวฉลาดความรู้ของเรา ให้มันเกิดสภาวะจริงอันนี้ขึ้นมาได้ บ้าน คือหมายถึง สังคมทั้งหมดที่เราอยู่ร่วมกัน วัด คือคุณธรรมคือธรรมะ โรงเรียน คือการศึกษา จะอยู่ร่วมกันอย่าง ออสโมซิส ขอดัดจริตพูดภาษา อาตมาเข้าใจว่า ออสโมซิส มันละเอียดลึกซึ้งกว่า absorb เดี๋ยวจะมีภาษาอื่นที่ดีกว่านี้ ในความหมายของการซึมซับ ที่เนียนละเอียด สิ่งเหล่านี้อาตมาว่า จะต้องพิสูจน์ อาตมาเห็นตามภูมิของอาตมาว่า มีจริงและเกิดผลมีประสิทธิภาพสูง การสร้างสังคมชนิดนี้ บวร นี่แหละ ใครที่มีปฏิภาณปัญญาเข้าใจ ก็ช่วยกันทำ เป็นเรื่องนามธรรมมารูปธรรมที่เป็นไปนะ อาตมาขอความละเอียดของพลังงาน และระดับอุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม เอาการกระทำ ที่มีจิตนิยามเป็นตัวกระทำ จัดสรรให้เกิดพลังงาน ทางอุตุ พีชะ ถึงจิต ที่สะอาดถึงโลกุตรธรรม เอามาผสมส่วนสังเคราะห์สังขารกัน ทำกรรมกิริยาบวก ลบ คูณ หารร่วมกัน solution เกิด Process สังเคราะห์สังขารออกมาเป็นผลเป็น Output Outcome Impact ไปตามลำดับ ดังที่นักวิจัยท่านได้ใช้ Input Process Output Outcome Impact ของพระพุทธเจ้า ก็มีเหมือนกันคือ เหตุ นิทาน สมุทัย ปัจจัย ในพระไตรปิฎกเล่ม 10 ข้อ 60 ก็เหมือนกันเลย ไม่ได้ต่างกัน พระพุทธเจ้าทำมาก่อน เทียบ ศีล สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ มัคคังคะ พระพุทธเจ้าค้นพบ แล้วเอามาประกาศไว้ เราก็ได้ยินมา เพื่อจะมาพิสูจน์มาปฏิบัติดู ก็จะเห็นอะไรได้ ผู้ที่คิดว่าเห็นดีตามอาตมาพาทำ ก็มาพิสูจน์ความเป็นบวร บ้านวัดโรงเรียน ซึ่งไม่ได้แยกส่วน เพราะเรามีคุณสมบัติคุณธรรม คนที่จะเป็นตัวมวลผู้ปฏิบัติ ไม่เป็นตัวรวน แม้เป็นคนที่มาทำให้เสียหาย มาตั้งใจปฏิบัติให้ดี แม้จะมีแนวคิดความเห็นขัดแย้ง ก็ไม่มีปัญหา จะเป็นตัวขัดขาว เป็นตัว catalyze ที่ดี เป็นตัวขัดที่ดีไม่ใช่ตัวขัดที่เสีย ถ้าไม่มีการขัดเกลา ก็ไม่เกิดผลที่ดีได้

มาพูดถึงเรื่องตลาดอาริยะ เราจะต้องพัฒนาพฤติกรรมของตลาดอาริยะ ที่เป็นเรื่องรูปธรรม เพื่อเอาสินค้าอันเหมาะสม มาขายในราคาลดต้นทุน ให้ได้มาก ที่สุด เราก็ทำไปได้ แล้วมันมีอะไรที่จะขยาย และซ้อนเนียนไปกว่านี้อีก ในตลาดอาริยะ ตอนนี้เราสร้างโรงเรือนได้ อาณาบริเวณถึง 11 ไร่ มีที่มุง ส่วนที่บังเราจะไม่บังอะไรมากมาย จะต้องให้ลมผ่าน หากทึบไปหมด ก็ต้องติดแอร์มันไม่ดี ตอนนี้เราจะไม่บังอะไรมากมาย กันแต่เพียงฝนสาดเข้า ก็มีฤดูกาลของฝนไม่กี่เดือน หรือแสงสาดเข้า แต่ถ้าลมผ่านก็ดี เชื่อว่า ลมคงจะไม่ทันแรง จนทำงานไม่ได้ ก็จะได้สิ่งที่เป็นธรรมชาติ สะอาดดี โรงเรือนนี้ เราจะเปิดตลาดเท่าที่ทำได้ เช่น ทำร้านอาหารมังสวิรัติ หรือทำน้ำปั่น ที่เรามีวัตถุดิบ ถ้าไปทำแล้ว ร้านอาหารมังสวิรัติ ตกเย็นขายไม่หมด เราก็เอาเข้าครัว ให้พวกเรากินที่หมู่บ้าน อาตมาว่าไม่มีปัญหาอะไร หมุนเวียนอยู่อย่างนี้ หมุนเวียนกินใช้ของที่ผลิตเอง อย่างจริงใจบริสุทธิ์สะอาด นั้นหนึ่ง สอง ผัก ผลไม้สด ก็ผลิตของเรา พืชพันธุ์ธัญญาหาร เอาไปขายตรงนี้ หรือแม้แต่อุตสาหกรรม วิศวกรรม คุณผลิตอะไรได้ ก็ยังไม่เห็นว่า พวกเราจะผลิตอะไรได้อุตสาหกรรม แต่ถ้ามีก็วางขายได้ มันยังกว้าง แต่ถ้าเต็มแล้ว ก็ต้องไปหาที่ใหม่ แม้ของเครือแห นอกจากขายที่อุทยานบุญนิยม ก็มาขายที่นี่ได้อีก มันก็จะเป็นตลาดขึ้นมา เป็นตลาดอาริยะ เราจริงใจ ไม่มาขูดรีดเอาเปรียบเอารัดแน่นอน ส่วนคุณจะขายก๋วยเตี๋ยว น้ำปั่น อาหารอื่น ที่จะเป็นอาหารมังสวิรัติ ตามประสาเรา คือ ของดี ราคาถูก ซื่อสัตย์ มีน้ำใจ ขายสดงดเชื่อ เบื่อทวงปวดท้อง นี่คือสูตรสำเร็จของเราอย่างนี้ เราจริงใจจะทำ เพื่อให้เป็นประโยชน์สูงประหยัดสุด ไม่ใช่ของมอมเมาหรือมีพิษ ตามที่เรามีภูมิปัญญาเลือกเฟ้น แล้วเอามาขาย ซึ่งคนไฮโซ จะว่าอะไรวะ มาขายครกสากกระด้งอะไร เดี๋ยวนี้เขาใช้วัสดุสแตนเลส ซื้อทองคำแล้วนะ คุณจะว่าอย่างไร ของเราก็อย่างนี้แหละ ตามประสาเรา ถ้าเผื่อว่า ไม่มีลูกค้าพวกนี้แล้ว เราก็ต้องเลื่อนชั้นไปขายให้คุณ ก็ต้องตาม เขาเห็นว่าของต่ำไม่เอา เอาแต่ของชั้นสูง อย่างพวกคุณว่า เราก็จะตาม ก็ไม่มีปัญหาหรอกจะตามทุกคนไป เราก็อยู่กับสังคมแบบนี้ คนจะมองว่าสังคมระดับล่าง ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าเราทำกับระดับล่าง เขาก็มีชีวิตเป็นพลเมืองไทย เราก็ได้ช่วยเหลือกันตามควร ใครจะบอกว่า เราชั้นสูงชั้นต่ำก็ไม่เป็นไร งานพวกนี้ เราไม่ได้เอาไว้อวดโชว์อวดอ้าง หาคะแนนนะ ไม่ใช่ เพราะว่าเราทำด้วยน้ำใสใจจริง เพื่อมนุษยชาติจริง เพื่อสังคมไทยคนไทยจริงๆ เราอยู่ในถิ่นอีสาน ก็เลือกทำอันนี้ไป ถ้าแต่ละองค์กร แต่ละชุมชนไทย กลุ่มไหนก็แล้วแต่ ก็นัยยะอย่างนี้เยี่ยงนี้ แล้วก็ไปทำเพื่อให้เกิดการเกื้อกูล ช่วยเหลือแบ่งแจกกัน ไม่ได้นั่งขูดรีด อย่างทุนนิยม มีเล่ห์เหลี่ยม เอาเปรียบเอารัดได้เปรียบ ถ้าจริงใจเสียสละ เพื่อให้อยู่รอด ไม่ต้องรวย ขยันมีสมรรถนะ มีพลังงานสร้างสรร แล้วพวกเราก็กินน้อยใช้น้อย พวกเรากินไม่มากแต่สมบูรณ์ ถูกต้องเต็มที่ของการรับเข้า Input ของเราพอ ไม่ได้ขาดหกตกหล่นอะไร ก็พอดีใช้ได้ เพราะว่าเราได้ล้างกิเลส ตัวที่ทำร้ายทำลายออก กิเลสมันตัวผลาญเปลือง ตัวฉิบหาย คุณมาศึกษาจริงๆ จะได้เห็นหน้าตาตัวกิเลส ว่าทำไมมันเลวร้ายจริงๆ ทำแล้วจะเกิด การประโยชน์สูงประหยัดสุด ทำได้อย่างจริงจังเลย เมืองไทย ก็มีผู้นำตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำงานมา 70 กว่าปีแล้ว อาตมาทำงานนามธรรม แต่ในหลวงท่านทำงานทางรูปธรรมชัดเจน แต่อาตมาเอาทางนามธรรม ทฤษฎีโลกุตระที่ละเอียดลึกซึ้ง อาตมารับผิดชอบทำงานทางนี้ จึงรู้ได้ยาก แต่ที่พูดนี้ไม่อยากพูดเท่าไหร่ เหมือนเบ่งตัวเอง ก็ขอพอแค่นี้ อาตมาสรุปแต่ว่า อาตมาก็ทำหน้าที่ของอาตมา แล้วก็ทำเต็มที่ไป พากเพียรไป อย่างน้อยก็ทำงานอย่างน้อย 70 ปีก็ยังดี ตอนนี้ทำงานมา 40 กว่าปีเท่านั้น ต้องทำต่ออีก อย่างน้อย 20 ปี อายุ100 ก็คงพอมีสิ่งอ้างอิงได้ ก็ขอความเห็นใจว่า อย่าเพิ่งเพ่งโทส ข่มเบ่ง แต่พูด ให้เกิดความเข้าใจ ในสาระสัจจะ ที่อาตมายืนยันว่า

เมืองไทยเป็นชมพูทวีป เมืองไทยเป็นชมพูทวีป ชมพูทวีปคือ สุรภาโว สติมันโต อิธ พรหมจริยวาโส มนุษย์ที่มี องคาพยพ อาการ 32 ครบ แล้วทำงานเป็นรูปร่างตัวตน มีนามธรรม ซ้อนในอาการ 32 เป็นนามธรรมเป็นจิตวิญญาณ เป็นปัญญาซึ่งไม่ชัด เฉกาหรือเฉกะ เป็นความฉลาดโลกียะ แต่เป็นความฉลาดโลกุตระ เป็นความฉลาดที่ไม่มีตัว หรือลดตัวตนไปจนหมดตัวตน มันไม่มีความเห็นแก่ตัว แต่ทำเพื่อผู้อื่นจริงๆ ตัวเองไม่ต้องกังวลว่า จะกินจะอยู่อย่างไรด้วยซ้ำไป เพราะว่าเป็นระบบ ปรปฏิพัทธา เม ชีวิกา ชีวิตเนื่องด้วยผู้อื่น คนก็จะมาช่วย ในส่วนที่ขาด คนก็จะรู้ว่า เราทำหน้าที่ได้ เขาก็จะรู้ว่า ต้องให้ท่านทำ เพราะเป็นสิ่งที่ยากกว่า ประเสริฐกว่าสูงกว่า เป็นสัจจะที่สูงกว่า ไม่หลอกลวงกัน ผู้ที่มีปัญญาแต่ละคนก็ตัดสิน ความจริงที่ว่านี้ สุรภาโว มีองค์ประกอบทั้งรูปนาม สุรภาโว เต็มที่ และใช้สติมันโต สติ คำเดียวนี้ รวมไปหมดทั้งโพชฌงค์ 7 สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ อุเบกขาสัมโพชฌงค์ มีทฤษฎีโพธิปักขิยธรรม 37 เป็นทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่ ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ ตรัสรู้ทฤษฎีที่ยิ่งใหญ่นี้ สรุปว่าชมพูทวีปจะมีมนุษย์จริง ที่มีความรู้สัจจะพวกนี้ เอามาประพฤติปฏิบัติในสังคม สุรภาโว สติมันโต จึงยืนยันว่า ที่นี่ตรงนี้ มีมิตรดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี แม้แต่วัตถุ ก็เป็นของไร้สารพิษ ไม่เป็นพิษภัยไม่มอมเมา ให้สังคมได้ใช้สอย อย่างจริงใจสมบูรณ์แบบ จึงเป็น อิธ คือนี้ หมู่ชนนี้ ประเทศนี้ รวมแล้ว ชมพูทวีปก็คือประเทศนี้ อิธ พรหมจริยวาโส มีความประพฤติเป็นพรหม คืออนาคามี มีพลังงานเป็นนิวเคลียร์ฟิชชั่น ตรง ไม่มี เส้นโค้งมาหาตัวตนเลย พรหมจริยะ วาโส คือที่อยู่จริงเลย ที่ตรงนี้ ทำอย่างนี้เป็นอย่างนี้ อยู่อย่างนี้ พรหมจริยะ วาโส คือพฤติกรรมที่สะอาดบริสุทธิ์จริง เป็นพฤติกรรมของ มวลประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศ ก็จะมากขึ้นๆ ตอนนี้ไม่ได้เป็นลักษณะใหญ่ แต่เป็นลักษณะแท้ของ พรหมจริยะ วาโส เมืองไทยมีแล้วขณะนี้ ขออภัย ไม่ได้อวดตัวอวดตน แต่ชาวอโศกเป็นได้แล้ว เป็นสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ สัมมาปฏิเวธ เกิดแล้ว ก็เชิญให้มาตรวจสอบอยู่ได้ ท่านคนไหนจะว่าเรา อย่างโทรทัศน์ดีดีทีวี ก็ฟังท่าน ตรวจสอบแล้ว ขอดูของจริงเราว่ามีไหม ท่านมีอิสระเสรีภาพที่จะทำ เราก็มีอิสระเสรีภาพที่จะทำ ผู้มีปัญญาก็ตรวจสอบดู พิสูจน์ได้ยืนยันได้ ขออภัยไม่ได้เรียกว่าท้าทายนะ แต่พูดสัจจะ เป็นวิชาการเป็นการศึกษา อาตมาเข้าใจ ที่ท่านทำอย่างนั้น ท่านก็มีความคิดเห็น มุ่งหมายตามภูมิธรรมของท่าน อาตมาก็มีสิทธิ์ ที่จะแสดงความเห็นว่า อย่างไหนดี อย่างไหนถูก ก็เท่านั้นเอง เป็นความแตกต่าง ไม่ได้เบ่งข่มทับถม อาตมาว่าห้ามท่านไม่ได้หรอก ท่านก็ว่าท่านไม่เสียหายก็ว่าไป แต่อาตมาว่า มันซับซ้อนจะเสียหายอยู่

มาเข้าสู่เนื้อหาสาระของการศึกษาศีล สมาธิ ปัญญา (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย)

การศึกษา ศีล สมาธิ ปัญญา อาการของกาม มีเจตนาบำเรอกาม หมดกามก็ยังบำเรอรูปภพอรูปภพ คือภว เมื่อล้างรูปภพหมด ก็ล้างอรูปภพ ก็เป็นวิภวภพ มีเจตนาแต่ไม่ได้อยากจะเอามาเพิ่มเลย รูปภพ อรูปภพอีก กามภพไม่ต้องพูดเลย ไม่มีการบำเรอตนอีกแล้ว ไม่มีการทำเพื่อตัวเองอีกแล้ว คุณก็รู้ความจริงพวกนี้ โดยการแบ่งทำเป็นปริเฉทๆ ปริเฉทรูป ทำไปตามแต่ละระดับ ก็จะเจริญขึ้นไปมากทับทวี สอดประสาน เสริมหนุนกันไปเรื่อยๆ แต่ละปริเฉทรูป แล้วใช้งานเป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติ โดยมีวจีสังขารที่เป็นอภิสังขาร ที่เราจัดสรร ในสังกัปปะ 7 คุณสามารถทำอภิสังขาร ให้จิตในจิต ปราศจากกาม พยาบาท ที่สุดปราศจากวิหิงสา แล้วทำสังขารมาใช้งาน โดย process กระบวนการของสังกัปปะ 7 โดยเรียนรู้ กระทบสัมผัสแล้วมีกิเลสไหม จับกิเลสได้ คุณจะมีสมรรถนะ จับกิเลสได้ จนรู้เร็ว มีมุทุภูตธาตุ นอกจาก รู้เร็วทันแล้ว มีความเก่ง ในการกำจัดกิเลสอีก มีฌาน มีไฟ พลังงาน กำจัด เผา ยิ่งฌาน 4 ก็มีประสิทธิภาพสมบูรณ์แบบ ศาสนาพุทธในเมืองไทยตอนนี้ นักบวชหรือภิกษุ ไม่มีศีลแล้ว เหลือแต่วินัย 227 ข้อ ศีลของพระพุทธเจ้าคือ จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล โดยเฉพาะ มหาศีล คือห้ามทำเดรัจฉานวิชา ต้องไม่ให้มี ไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน