600321_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ทานสูตรโดยบริบูรณ์.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2560
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์26 KB
วันที่แก้ไข29 เมษายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

600321_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ทานสูตรโดยบริบูรณ์

สมณะเดินดินว่า… วันนี้วันอังคารที่ 21 มีนาคม 2560 ที่สันติอโศก ที่ปฐมอโศกดูเหมือนว่า พวกเราไปเจอโรคท้องร่วง ทำให้ท้องเสีย จนถึงต้องเข้าโรงพยาบาล บางคนต้องเข้าห้องไอซียู ในบรรดาผู้ที่ต้องเจ็บป่วย ก็มีกันเยอะ 20-30 แต่ผู้ที่เป็นหนักกว่าเพื่อนคือ ท่านเมตตจิตโต คนอื่นให้น้ำเกลือ ให้ยาฆ่าเชื้อก็ดีขึ้น แต่ของท่าน จากอาการท้องเสียโดยเฉียบพลัน มันทำให้ความดันโลหิตตก แล้วทำให้เกิด ลิ่มเลือดอุดตันหัวใจ แล้วขึ้นไปอุดตันในสมอง ท่านล้มฟุบในห้องน้ำ ไม่ทราบว่านานเท่าไหร่ หมอให้ยาสลายลิ่มเลือด เมื่อวานนี้ พ่อครูและปัจฉาไปเยี่ยม ก็ดูอาการดีขึ้น ชีวิตเราอาจจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ เร็วหรือช้า ดูเหมือนว่า พวกเราจะมีแนวโน้ม เป็นเส้นเลือดอุดตัน กันหลายคน มีลุงจำลองเป็น มีหลวงตาดงเย็น หลวงตาชัดแจ้ง หลวงตาพรหม ก็ต้องใส่บอลลูนเส้นเลือดหัวใจ ทั้งสามรูป อายุเท่ากัน ที่ปฐมอโศก ก็จะโทษว่าเป็นอะไรกัน คนที่ทานแกงส้มเป็นก็มี บางคนไม่กินแกงส้มเป็นก็มี บางคนกินที่โรงครัวก็เป็น บางคนไม่กินที่โรงครัวก็ เ ป็น ร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญ แต่จิตใจที่แข็งแรง เป็นสิ่งสำคัญกว่า ถ้าถึงวันหนึ่ง เราจะต้องนอนลืมตา กลอกไปมาได้เท่านั้น สิ่งสุดท้าย ที่จะเป็นที่พึ่งพาอาศัยเรา ก็คือจิตใจ ภาวะจิตที่ปล่อยได้วางได้ ไม่มีเรื่องยึดมั่นถือมั่น แล้วแต่จิตที่สงบที่ปล่อยวาง จะทำให้ทุกอย่าง ค่อยๆฟื้นคืนมา สภาวะจิตที่ตื่นตระหนก ไม่ปล่อยวาง ก็จะทำให้เรื่องเลวร้ายลงได้ เมื่อทุกครั้งที่พ่อครู ไปเยี่ยมพวกเราที่ป่วย ก็จะบอกให้วางใจ จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ที่จริงแล้ว ควรจะฝึกตั้งแต่ตอนนี้ เพราะถ้าป่วยแล้วก็ต้องใช้ เพราะฉุกเฉิน ตอนตายแล้วก็ฝึกไม่ได้ ต้องฝึกตอนเป็นๆ นี้แหละ ท

อ่านต่อ

ี่พ่อครูจะสอนเราได้ อยู่ที่บารมีเราด้วย ถ้ามีบารมี คนก็มาช่วยมากมาย แต่ถ้าไม่มีบารมี คนก็อาจไม่ได้มาดู และก็ตายได้ง่ายๆ อาตมาไปเจอคนที่หกล้ม แล้วกวักมือเรียกเพื่อนในศาลา แต่เพื่อนหัวเราะ นึกว่าล้อเล่น แต่ที่จริงอันตรายแล้ว สุดท้าย เราก็ต้องเหลือแต่จิตนิยาม ที่คุ้มครองเรา พ่อครูพยายามให้เราสั่งสมกุศลกรรม ให้ดีที่สุด

สุขเท็จ ทุกข์จริง พ่อครูว่า...อาตมา ดูข่าวคราวในหนังสือพิมพ์ วันนี้ มีอันหนึ่ง น่าเอามาพูดกันในเรื่องนี้ เพราะเป็นธรรมะ คือเรื่องเขาวัดความสุข เขาบอกว่า ประเทศแต่ละประเทศ ประเทศไหน มีความสุขมากกว่ากัน อาตมาก็ว่า เขาเก่งนะ สามารถวัดความสุขกันได้ แล้วเขาก็บอกว่า ประเทศนอร์เวย์ เป็นแชมป์ คราวที่แล้วเขาวัดความทุกข์น้อยที่สุด เรามาอันดับหนึ่ง อันนี้คนละคณะ ที่วิจัยออกมา

นอร์เวย์แชมป์ สุขที่สุดในโลก 'ไทย'อันดับ32 อาตมาก็เรียนเรื่องสุขเรื่องทุกข์ จริงๆเรียนจากพระพุทธเจ้า ก็เรื่องสุขเรื่องทุกข์ เต็มเรื่องยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะ พระพุทธเจ้าตรัส เป็นเรื่องอริยสัจ ต้องเรียนรู้ทุกข์ และทำให้ทุกข์หมดไป ให้ทุกข์หมดไปจากจิตใจ สุขทุกข์ก็อยู่ที่จิตใจนี่แหละ คนเราทุกคน ต้องการให้ทุกข์ หมดไปจากจิตใจ ธรรมะของพระพุทธเจ้าท่าน สมัยใหม่ที่สุดในโลกเสมอ ไม่มีตกยุค เพราะว่าไม่มีใคร ต้องการทุกข์ในจิตใจหรอก ของพระพุทธเจ้า เป็นสูตรสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มีการเรียนรู้ เพื่อจะให้จิตใจเราไม่เป็นทุกข์ เมื่อจิตใจเราไม่มีทุกข์ ความหมายที่ชัดเจนที่สุดก็คือ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่รู้จัก รู้แจ้งความจริง ความเท็จ เมื่อจิตใจไม่มีทุกข์ ก็จบ ไม่ต้องไปพูดถึงว่าสุขเลย เพราะว่าความสุขมันคือความเท็จ เช่น สุขท่านเรียกเต็มว่า สุขขัลลิกะ คำว่าอัลลิกะ แปลว่าเท็จ สุขมันไม่มีจริงหรอก พระพุทธเจ้า จึงสอนแต่เริ่มภพ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป ผู้สามารถอ่านอาการสุขทุกข์ได้ ว่าผู้รู้เวทนา เรียนรู้แล้วหาเหตุ จับเหตุได้ แล้วมีวิธีกำจัดเหตุ ให้ดับไปหมดสิ้นจากจิตใจ ผู้นั้นหมดทุกข์ พวกนักตรวจสอบ ที่ตรวจสอบว่า นอร์เวย์แชมป์ สุขที่สุดในโลก 'ไทย'อันดับ32 หน่วยงานยูเอ็น จัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก เนื่องในวันแห่งความสุขสากล นอร์เวย์แซงเดนมาร์ก ครองแชมป์ในปีนี้ ส่วนไทยติดอันดับ 32 ของโลก ขยับขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว ในอาเซียน เป็นรองแค่สิงคโปร์ พ่อครูว่า… หยิบประเด็นมาเพื่อให้รู้ว่า คนในโลกก็คำนึงถึง ความสุขความทุกข์ แต่ศาสนาพุทธก็คือ หัวใจของศาสนาพุทธเลย คือการรู้สุขรู้ทุกข์ หัวใจของศาสนา คือ ทุกข์อริยสัจ ตื่นรู้ความทุกข์ เรียนรู้เหตุแห่งทุกข์ ทำให้ชีวิตหมดทุกข์ ของสากลเขามีอันนี้ แสดงว่าของพระพุทธเจ้านี่ ทันสมัยที่สุด แล้วเขาก็คำนึงถึง สุขทุกข์เหมือนกัน อันนี้คือ ความลึกซึ้งของสัจธรรม ความสุข มันเป็นความเท็จ พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทุกข์เท่านั้นที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ ทุกข์เท่านั้นที่ดับไป สุขมันไม่มีหรอก เป็นความเท็จ เราดับความทุกข์ได้หมด ความสุขก็ไม่มี คนที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ นั่นแหละ คืออารมณ์นิพพาน อารมณ์นิพพานคืออะไร ที่ไม่มีสุขไม่มีทุกข์ อทุกขมสุข หรืออุเบกขา เอาประเด็นนี้ มาอธิบายความหมาย ของธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นประเด็นสำคัญ

พ่อครูว่า...มาอ่าน sms ก่อน SMS วันที่ 20 มีนาคม 2560

2436นกม.อาศัย ปชต.เพื่อโกงฉันใด..ธัมชโยก็อาศัยศาสนาเพื่อเสพกามสุข ฉันนั้น! ชาวพุทธเถียงกันเรื่องธรรมะมา100ปีแล้ว ก็ปุถุชนทั้งนั้นแหละ ที่เถียงกัน! พระปุถุชนชอบเถียงกันเรื่องธรรมะ ก็เหมือนคนตาบอด เถียงกันเรื่องแสงสว่าง! ความรู้เรื่องแสงสว่าง เกินจินตนาการของคนตาบอด ฉันใด..ความรู้เรื่องธรรมะ ก็เกินจินตนาการของปุถุชน (กระทั่งไอสไตน์ ก็จินตนาการไม่ถึง) ฉันนั้น!

อัตตานี่ฝังลึกกว่ากาม พ่อครูว่า...เมื่อกี้นี้พูดเรื่องสุข จากการวิจัยของโลกเขา ในที่นี่ก็บอกว่า นักกฎหมายอาศัย ประชาธิปไตยเพื่อโกงฉันใด..ธัมชโยก็อาศัยศาสนา เพื่อเสพกามสุข ฉันนั้น! ที่จริง ไม่ใช่แค่กามสุขเท่านั้นหรอก อัตตายึดอัตตา คนที่บำเรออัตตาตัวเองได้ เขาก็สุข เขาก็พอใจได้ แต่มันเป็นการฝังที่ลึก ถ้าอัตตานี่ ฝังลึกกว่ากาม มันเป็นภายในที่ลึก คนที่จะรู้จักกาม รู้จักอัตตา เช่น อัตตาหยาบที่สุด ท่านเรียกว่า โอฬาริกอัตตา คือกามสุข คือบำเรออัตตาหยาบ ก็ได้สุขหยาบ โอฬาริกอัตตปฏิลาโภ คือได้อัตตาหยาบ คือยึดกามสุขขัลลิกะ โอฬาริกอัตตาคือ หยาบ ภายนอก ผู้ที่ไม่ได้ศึกษาธรรมะ อย่างจริงอย่างดี อาตมาอธิบายมาถึงขนาดนี้ว่า กามสุข คือโอฬาริกอัตตา แม้แต่ผู้เรียนรู้พยัญชนะมา ก็คงจะงง พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตรัสไว้ แต่อาตมาว่า อาตมาชัดเจนในสภาวะ ที่ยืนยันนี้ไม่ผิดหรอก แต่เป็นสัจจะที่ต้องรู้จักสภาวะจริง แล้วคุณ 3867 บอกอีกว่า..

3867 UFOจากต่างดาวกาแลคซี่อื่น มาเยือนโลกด้วยจานบินลอยไปลอยมา ทั้งไทยเทศเห็นทั่วโลก แล้วแว๊บกลับไป ไม่เคยเอาอะไร ไปจากโลกเลย! แต่ยูเอฟโย สร้างจานบินอยู่ติดโลก ดูดปัจจัยของโลก ไม่ให้พ่อแม่พี่น้องเหลือมรดกโลก อันยังปย.ต่อการยังชีพ ไว้ให้อนาคตลูกหลานเลย! ถ้ายังไม่ยุติกับการหากิน บิดเบือนคำสอน ที่สวนทาง ศก.พอเพียง! แต่จิตจักรวาลที่โยนิโสมนสิการ จนปริโยทาตา แล้วบอก ศาสนาคือพลังที่รวมสังคม! อันใดที่ไม่เป็นไป เพื่อความร่มเย็นร่วมกัน ในสังคมสุขสงบรวมกัน ทั้งแผ่นดินนั้น ไม่ใช่ศาสนา! พ่อครูฯจะพูดเบาฤาแรง ก็ทำให้ญตธ. เห็นการพูดของท่าน มีคำโศลกธ.แปลกใหม่, มีเหตุผล ตรงความเป็นจริงตามธรรมชาติ,มีญาณรอบรู้ปฏิบัติให้เห็นชัดเจน! ยกเว้นไม่เคยพูดโอ้อวดชวนเชื่อ ล้วงกระเป๋าชาวบ้าน!

1219 กราบพ่อครูฯ,สณ.,สม.ด้วยความศรัทธาและเคารพยิ่ง และขอบคุณญตธ.ทุกท่าน ขอบคุณอาจารย์กฤษดา ที่ช่วยแก้ปัญหาคันหัวใจ ของผมเช่นกัน@บุญลาภ แก้วมณี ลูกศิษย์หน้าจอฯครับ

พ่อครู พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ในพระไตรปิฎกเล่ม 21 ข้อ 25 พรหมจริยสูตร..ท่านตรัสว่า เป้าหมายของการประพฤติพรหมจรรย์คือ ภิกษุทั้งหลาย ! พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติ มิใช่เพื่อ หลอกลวงคนให้นับถือ มิใช่เพื่อเรียกคนมาเป็นบริวาร มิใช่เพื่ออานิสงส์เป็นลาภสักการะ และเสียงสรรเสริญ มิใช่เพื่ออานิสงส์จะได้เป็นเจ้าลัทธิ หรือเพื่อค้านลัทธิอื่นใดให้ล้มลงไปและ มิใช่เพื่อให้มหาชนเข้าใจว่า เราได้เป็นผู้วิเศษ อย่างนั้นอย่างนี้ ก็หามิได้. ภิกษุทั้งหลาย ! ที่แท้ พรหมจรรย์นี้ เราประพฤติเพื่อสำรวม เพื่อละ เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิทซึ่งทุกข์ แล.

เขาบอกว่า ต้องรอให้ประเทศ เป็นประชาธิปไตยก่อน แต่อาตมาบอกว่าประเทศไทย เป็นประชาธิปไตย ที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้ อาตมามีวิธีวัด ความเป็นประชาธิปไตย ที่ไม่ใช่เฉพาะการเลือกตั้ง มาวัดเท่านั้น อย่างนั้นเป็นแค่ เศษเสี้ยวปชต. อย่างนั้นมันจนแต้มแล้ว ประชาธิปไตยนั้นคือ อำนาจเป็นของประชาชน ทุกวันนี้ผู้บริหารประเทศ มีม.44 เป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ยังใช้อย่างเหมาะควร ไม่ใช้เป็นอำนาจบาตรใหญ่ ใช้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชน แต่คนที่อคติ เข้าใจไม่ได้ มองเอียงว่า ผู้บริหารใช้อำนาจเกินมันก็ดี สื่อสารมวลชนติงไว้ ไม่ให้ละเมิด ไม่ให้เผลอใช้อำนาจ เพื่อตัวเอง เพื่อคณะตัวเอง แต่ถ้าใช้อำนาจเพื่อความเป็นอยู่สุข ของสังคมประเทศชาติ อันนี้คือ การใช้อำนาจอย่างเป็นผู้ที่ รู้จักการใช้อำนาจ ประเทศใดมีผู้บริหาร รู้จักการใช้อำนาจ เป็นประชาธิปไตยโดยประมาณ อย่างทุกสัดส่วน อย่างนี้แหละคือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย อย่างสหรัฐอเมริกา แสดงอำนาจบาตรใหญ่ ยังไม่ทันได้เป็น ประธานาธิบดี สั่งไล่คน ออกจากประเทศเลย จนกระทั่ง ถูกประชาชนของตนเองต่อต้าน ทั้งๆที่เขาไม่ใช่ผู้ที่ถูกไล่ นั่นหรือคือประชาธิปไตย นี่คือประเด็นเล็กๆ ที่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร ที่โดนัลด์ ทรัมป์แสดงออกนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตยเลย อาตมานิยามคำว่า ประชาธิปไตยแล้ว เพราะฉะนั้น ประชาธิปไตยโดยองค์รวม concept ปลอมๆ ของคนไม่เข้าใจประชาธิปไตย มีเยอะมาก เป็นประชาธิปไตย ที่คณะบริหาร ต่างคนต่างมา เขาก็บอกว่า คณะของเขาคือประชาธิปไตย ทุกคณะในโลก อาตมาก็ดูค่ารวม ของแต่ละคณะ เท่าที่อาตมามีภูมิรู้ได้ ว่าคณะไหน บริหารประเทศ ตรงตามความรู้ อาตมาว่า ประชาธิปไตยคือ ผู้บริหาร ใช้อำนาจการบริหาร ทำเพื่อประชาชน อย่างซื่อสัตย์ ใช้อำนาจได้เหมาะสม ทำอย่างมีสัปปุริสธรรม 7 ในประเทศ ในแต่ละบุคคล เอามาประมาณให้ได้สัดส่วน ในยุคสมัย เนื้อหาประชาธิปไตยคืออะไร องค์รวมทั้งหมด ที่จะต้องเอามาใช้รวมเข้ามา เพื่อที่จะจัดสรรตนเอง ก็เท่านี้ คนนับถือเท่าไหร่ จะใช้ได้เท่าไหร่ อาตมาเห็นนายกตู่ มีคนบอกมานิดหนึ่งว่า วันนี้วันเกิดนายก มีอะไรจะอวยพรไหม ...มีคนเขียน ให้อาตมาอวยพรบิ๊กตู่ ก็ขออวยพร ให้นายกฯ ทำงานอย่างมั่นใจ นี่อาตมา ในพลเมือง 65 ล้านเศษๆ อาตมาก็เป็นหนึ่งในนั้น ให้กำลังใจ อาตมาเห็นนายกมา ตั้งแต่เกิดประชาธิปไตยในเมืองไทย มาถึงบัดนี้ มีนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ก็เห็นว่า คุณนั่นแหละ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานี่แหละ นายกเป็นนายกที่ บริหารประเทศ ด้วยประชาธิปไตย ที่ดีที่สุด ไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ไม่ได้ทำเพื่อแม้แต่อัตตาตัวเอง จริงใจ แสดงออก ไม่ค่อยรักษามาดนายกฯ ซึ่งมันเป็นอัตตาอย่างหนึ่ง ไม่เต๊ะท่า ไม่มีฟอร์ม ไม่รักษาฟอร์ม เหมือนนายกคนอื่น จริงใจก็ว่า โกรธก็บอกโกรธ แล้วบอกขอโทษ มันโกรธเมื่อกี้นี้ อาตมาเห็นว่า ผู้ใหญ่ทำได้จริงใจ เท่าที่ตนเองแสดง แม้แต่ในความจริงใจ ก็ชนะทุกคนแล้ว แม้ความรู้ เรื่องประชาธิปไตย ก็ชนะทุกคน

สมณะเดินดินว่า… นักการเมือง ฝ่ายที่ยึดหลักการประชาธิปไตย บอกว่าประชาชน กำลังเสพติด มาตรา 44 พ่อครูว่า… ก็เป็นการพูด เพื่อประชดแดกดัน เสี้ยมค่านิยม ให้ประชาชน ส่อเสียด แก่ประชาชน ให้คิดแบบนี้ๆ หาเรื่องมา พวกตรงกันข้าม ประเด็นอะไรก็แล้วแต่ ที่จะทำให้คนหลงทิศทางตาม แล้ว ดิสเครดิต เขาเอาทั้งนั้น ก็ไม่มีปัญหา เราดูตามเนื้อจริง

ธัมมชโย ทำตรงกันข้ามกับ ความประพฤติพรหมจรรย์ทั้ง 9 อย่างนี้ ถึงบอกว่า สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันอย่างแท้จริง

บวชอย่างไรทำลายศาสนา _sms ...2436ทำไมคนดีๆถึงไม่มาบวชพระกันนะ วัดก็เลยเป็นที่ทำมาหากินของอลัชชี พ่อครูว่า...ก็ขอขยายความ...คือที่เขาพูดเช่นนี้ ก็มองค่ารวม ว่าทุกวันนี้ ผู้ที่มาบวชเป็นพระ ไม่ใช่คนดีๆ มีดีๆบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดีๆ คือ ไม่ได้มาบวชเพื่อ 9 ข้อ ที่อาตมาได้อ่านไปแล้ว อย่างสมบูรณ์แบบ มีบ้างแต่ไม่ครบ วัดก็เลยเป็นที่อยู่ของอลัชชี บวชเพื่อจะได้เป็นเจ้าคุณ เป็นสมเด็จ นี่คืออลัชชี ใจของคนปรารถนาเช่นนี้ แต่บางคน มาบวช ไม่ได้ต้องการเป็นสมเด็จ เป็นเจ้าคุณ แต่ทางการยัดเยียดให้ ก็ไม่เข้าเกณฑ์ที่อาตมาว่า ผู้ที่มาบวชอาศัยเรียน แล้วได้ใบรับรองปริญญา เอาไปทำมาหากิน ถ้าไม่ออกไปทำมาหากิน ก็อยู่ในคราบนักบวช เอามาสร้างฐานะตัวเองขึ้นไป อย่างนี้ไม่ได้บวชใน 9 ข้อนี้ ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ อีกอันหนึ่งมากเลย โดยเฉพาะในต่างจังหวัด หรือในกรุง คือ งานบวชเพื่อเป็นแหล่งทำมาหากิน ไม่มีทางทำมาหากิน อย่างน้อยก็มาอาศัยกิน กับการทานของคน ในต่างจังหวัดอายุมากขึ้น ไม่มีทางไป ก็มาบวชกัน แล้วอาศัยกินไป อย่างนี้มีจริงๆ ไม่ใช่น้อยเลย เพราะฉะนั้น คนพวกที่มา เขาก็ไม่ได้ระมัดระวัง เรื่องวินัย เรื่องศีลธรรม ละเมิดโดยเปิดเผย หรือปิดบังไม่บอกก็มี แล้วความเคร่งครัด ความเอาจริงเอาจังต่อวินัย ต่อศีลต่อธรรม แต่ละวัด ก็ไม่ค่อยจะเอาถ่าน วินัยหรือโอวาทปาฏิโมกข์ สวดกันแต่ละปักษ์ มากวัดที่ไม่สวด จะมีการสวดบ้างก็คือ ตอนเข้าพรรษา แต่ตอนออกพรรษาแล้วไม่สวด เยอะเลย ไม่รู้จัก บางที่ ไปบวช แบบไม่รู้เรื่องรู้ราว แล้วบวชเล่นบวชหัว ก็ทำกัน อย่างเช่นธรรมกาย บวชที่ละแสนรูปล้านรูป บอกว่า ชาติหนึ่งเกิดเป็นชาย ต้องบวชให้ได้ คือเอาปริมาณมาหาเสียง ใช้ปริมาณมาหลอกมนุษย์ ว่าศาสนาพุทธ คือศาสนาที่มีปริมาณเยอะ ธรรมกายไม่ได้เข้าใจเรื่อง ปริมาณกับคุณภาพ ว่าอะไรคือ สิ่งที่ทำลาย คุณค่าของศาสนา คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาบวช แล้วทำให้ธรรมวินัย เลอะเทอะก็มีเยอะ แม้แต่คุรกาบัติ คืออาบัติหนัก อย่างสังฆาทิเสสเยอะแยะ อย่างธัมมชโยนี้ ผิดสังฆาทิเสสข้อที่ 12 เป็นผู้ที่ว่ายากสอนยาก ดื้อด้านขนาดไหน สังฆาทิเสสข้อนี้คือ ภิกษุผู้ว่ายากสอนยาก สงฆ์สวดกรรม เพื่อที่จะให้ละข้อที่ประพฤตินั้น ถ้าไม่ละ ต้องสังฆาทิเสส

_นกม.ขี้โกงชอบอ้าง ปชต.ฉันใด..อลัชชีธรรมกาย ก็อ้างศาสนา~หากิน ฉันนั้น!

_พระดีไปสวรรค์~นิพพาน พระชั่วลงนรก~อเวจี..ธัมมชโย,ก็คุณเลือกของคุณเอง!

_3867วัดขายบุญแลกสวรรค์ชนะก็ชนะทางโลกธ.ด้วยความบริสุทธิ์ ที่ไม่เคยพิสูจน์ ให้สังคมเห็นเลย! แพ้ก็แพ้ทางสัจธ. ที่แสดงธรรมอันสุจจริตใจ ชำระคดีให้สิ้นจากวัด ให้สะอาดปราศจากมลทิน ก็ไม่หมด! วัดแท้ต้องเป็นวัดที่สอนคนวัดจิตใจตน! วัดบุญบาปใน จิตถูกต้อง! วัดดีชั่วในใจถูก ทาง!วัดศีลกิเลสในวิญญาณถูกตรง! พุทธชนจึงออกจากวัดแท้ ด้วยบุญความดี ศีลธ.ในจิตวิญญาณกลับบ้านวัดธรรมในจิตใจทุกวัน! ภาษิตว่าแพ้เป็นพระคือแพ้ด้วยใจพระใจเป็นพระบริสุทธิ์ในศีลสะอาดปราศจากกิเลส! ดังผู้แพ้เช่นพ่อครูฯที่พิสูจน์ในจริยวัตร ปฏิบัติไร้ลาภยศสักการะ ไม่สะสม! ชนะเป็นมารคือชนะด้วยใจมารคือใจเป็นมาร! สะอาดแต่เปลือกแต่สั่งสมอำนาจ ลาภยศสักการะเน่าเนื้อใน กินจิตวิญญาณ! อลัชโยชนะเช่นนั้นจริงฤาไม่? สังคมปกติตอบได้ดีกว่าสังคมวิปริต!

_จาก ลอย แคนาดา..ถามว่า อวิชชาที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด มีชื่อเรียกไหมครับ..ผมนึก แบ่งเป็น ประเภท “สัญชาตญาน” ประมาณนี้. พ่อครูว่า...อวิชชานี้ ถ้าจะแบ่งว่ามีอะไรบ้าง...อาตมาก็ว่า คุณสนใจศึกษาดีเหมือนกัน แต่ถ้าจะให้อธิบาย ก็ยาวนิดหนึ่ง เพราะสัญชาติญาณ เป็นอิทัปปจยตา เป็นปฏิจจสมุปบาท อันหนึ่งในอวิชชา อวิชชาติดตัวมาตั้งแต่เกิด ...สัญชาติญาณ ก็เป็นอันหนึ่ง ในปฏิจจสมุปบาทเกิดจากอวิชชา อวิชชา คือคนไม่รู้ จิตก็เกิดสิ่งที่คุณเรียก ก็คือสังขาร คนอวิชชาไม่รู้จักสังขาร (กายสังขาร จิตสังขาร วจีสังขาร) คนไม่รู้จักสังขารคือวิชชา พวกนั่งหลับตาสมาธิ ขอตบหัวพวกนี้หน่อย คือ การนั่งหลับตาทำสมาธิ ไม่มีทางบรรลุ อย่างน้อย หลับตาแล้ว ไม่รู้จักสังขาร 3 กายสังขาร จิตสังขาร วจีสังขาร แล้วบอกว่า จะบรรลุนิพพานด้วยการนั่งหลับตา แต่ไม่มีสังขาร 3 ปากก็หุบ ไม่ได้ทำกายกรรม ไม่เกิดเลย เราจะเรียนรู้ได้อย่างไร ก็เป็นคนอวิชชา พวกนั่งหลับตาสมาธิ โง่เง่าดันทุรังตลอดกาล ศาสนาพุทธก็เสื่อม กลายเป็นศาสนาเดียรถีย์ทั้งหมด ทางปฏิบัติของศาสนาพุทธ ไม่ใช่หลับตาสะกดจิต meditation อย่างนั้นมันเป็นของศาสนาอื่น พระพุทธเจ้าออกบวช ก็ไปเจออุทกดาบส อาฬารดาบส ก็บอกว่าไม่ใช่ การปฏิบัติศาสนาพุทธ คือมรรคมีองค์ 8 พูดมานานแล้ว แต่เขาก็ไม่กระเตื้อง ตั้งแต่พรหมชาลสูตร ก็บอกว่า การนั่งหลับตา มีแต่อดีตกับอนาคต เป็นทิฏฐิ 62 ในพระไตรปิฎกเล่ม 14 มหาจัตตารีสกสูตร สมาธิของพระพุทธเจ้า เรียกว่าสัมมาสมาธิ ถ้าปฏิบัตินอกจากอันนี้ เรียกว่ามิจฉาสมาธิ สมาธินั้น ต้องปฏิบัติมรรคทั้ง 7 องค์ จึงจะเกิดสัมมาสมาธิ ไปอ่านให้ชัดๆ แค่นี้ไม่รู้ จะไปปฏิบัติถึงนิพพาน ได้อย่างไร ในปฏิจจสมุปบาท ก็มีชื่อเรียกหมด ตั้งแต่ อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูปอายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาสะ ชาติ ก็ต้องไปเรียนรู้ ชาติ 5 คือชาติ สัญชาติ โอกกันติ นิพพัตติ อภินิพพัตติ ก็มีชื่อเรียกทางนั้น ให้ศึกษาให้ดีจะรู้ว่า ต้นตอของอวิชชาคืออะไร คนไม่มีวิชา มีแต่อวิชชา จะไม่รู้จัก อวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปทาน ภพ ชาติ ชรา มรณะ โศก ปริเทว ทุกข โทมนัส อุปายาสะ แล้วสัญชาติญาณ ก็อยู่ในชาติ 5

คนแต่งหน้าเสริมสวยคือคนอกตัญญู _7277คนนั่งหน้าใส่แว่นตาคูเด่นหน้าตาดีไม่รู้ว่ามีแฟนหรือยัง..เห็นนั่งพยักหน้าด้วยเหมือนส่งสัญญาณอะไรสักอย่างแต่ก็น่าสนใจนะ(ถ้ายังไม่มี�1ขอจองไว้ในใจ) พ่อครูว่า… ใครใส่แว่นตานั่งข้างหน้า ...วันที่ 19 อยู่ที่นี่แหละ คนเขียนไม่ได้บอกว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย ฟังแล้วก็เพ้อไปตามประสา ก็ใส่แว่นตากันหลายคน แล้วหน้าตาดีหลายคน ที่นี่หาคนหน้าตาขี้เหร่ยาก คนที่หน้าตาไม่ดี จะต้องพอกกลบเกลื่อนหน้าตา เติมขนตา เติมจมูก เติมปาก เต็มไปหมด คือเขาหน้าตาไม่ดี ก็ต้องเสริม แต่คนที่นี่ ไม่ได้เขียนหน้าเขียนตา จึงเป็นคนที่หน้าตาไม่บอกเพราะ เป็นคนมั่นใจในหน้าตาตัวเอง คนที่เสริมหน้าตา คือคนที่ไม่มั่นใจ ในหน้าตาตัวเอง พ่อแม่ให้มา ก็ไม่มั่นใจในหน้าตาตัวเอง เป็นคนอกตัญญูแต่กำเนิด ขออภัยที่พูดแรงไปหน่อย แต่พูดสัจจะ ถ้ารู้สึกตัวไม่เอาแล้ว ก็สาธุ อาตมาว่า เป็นผลที่อาตมาแสดงธรรม ชัดๆ พวกเราก็ไม่ได้หลงแบบนั้น ไปดูถูกหน้าตาตัวเอง แต่ก่อนนี้เคยดูถูกมาเพราะว่าถูกโลกหลอกมา ตอนนี้ก็ค่อยยังชั่วดีขึ้น

ทานสูตรโดยบริบูรณ์ เฟสบุค กองทัพธรรมFP _Phansawat Nitiya ....กราบพ่อครูค่ะ ธรรมกายบอกว่าทำบุญแล้วปลื้มมาก อยากให้พ่อครูอธิบายความหมายการทำบุญแล้วปลื้มค่ะ เพราะว่าบางครั้งดิฉันบริจาคเงินให้วัดแต่ก็ไม่เห็นจะมีอาการปลื้มเลย บางครั้งให้เสื้อผ้ากับเด็กยากจนข้างบ้านยังรู้สึกดีกว่าบริจาคเงินเยอะๆ พ่อครูว่า...การบริจาคแล้ว รู้สึกว่าต้องให้แก่คนที่ขาดแคลน ก็เป็นคนที่มีสัจธรรมลึกๆที่ดี คำว่าทำบุญแล้วปลื้มคือได้อะไร ได้ 6 ล.23 ข49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา (ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ แล้ว มี 1.สาเปกฺโข (มุ่งหวัง) ทาน เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต (ผูกพัน) ทาน เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข (สั่งสม) ทาน เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ (ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ

อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่า เห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ทำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทำทานเพราะว่า อยากได้ปลื้มใจ อันที่ 7 สหายแห่งพรหม คือทำทานอย่างมี จิตฺตาลงฺการ จิตฺตปริกฺขารํ (ต้องทำ ปุญญาภิสังขาร ทำทานเพื่อลดกิเลส)

ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคน ในโลกนี้ ฯลฯ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เราจักเป็นผู้จำแนกแจกทาน เหมือนอย่างฤาษีแต่ครั้งก่อน คือ อัฏฐกฤาษี ฯลฯและภคุฤาษี แต่ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตจะเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจและโสมนัส เขาให้ทาน คือ ข้าว ฯลฯ ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดา ชั้นปรนิมมิตวสวัสดี เขาสิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศหมดความเป็นใหญ่แล้ว ยังเป็นผู้กลับมา คือ มาสู่ความเป็นอย่างนี้ ฯ ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ ฯลฯ ไม่ได้ให้ทานด้วยคิดว่า เมื่อเราให้ทานอย่างนี้ จิตจะเลื่อมใส เกิดความปลื้มใจและโสมนัส แต่ให้ทานเป็นเครื่องปรุงแต่งจิต เขาให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอมเครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและเครื่องอุปกรณ์ แก่สมณะหรือพราหมณ์ ดูกรสารีบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ พึงให้ทานเห็นปานนี้หรือ ฯ

พ่อครูว่า… คำว่าผู้กลับมา คือความ อาคามี คือจิตแวบได้อารมณ์นี้ คือเมื่อทำทานแล้ว จิตจะมีอารมณ์ตั้งแต่ เริ่มต้นสูตรนี้เลย ในล.23 ข.49 สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุเป็น เครื่องให้ทานเช่นนั้นแล ที่บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้แล้ว มีผลมาก ไม่มีอานิสงส์มาก อะไรหนอเป็นเหตุเป็นปัจจัย เครื่องให้ทานเช่นนั้นนั่นแล ที่บุคคลบางคนในโลกนี้ ให้แล้ว มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ฯ พ. ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังมีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ เขาให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและเครื่อง พ่อครูว่า...ศึกษาพระสูตรนี้ให้ดีจะรู้ว่าคนนับถือศาสนาพุทธนั้นส่วนใหญ่ทำใจในใจไม่เป็น ถ้าทำใจในใจให้ตั้ง ภพชาติ สอนให้หวังได้สวรรค์ก็คือได้นรก คนที่สอนให้คนทำแบบนั้น เช่นธัมมชโยคือคนทำลายศาสนาพุทธ ท่านบอกว่าผู้ที่ทำทานและมีความหวังในการให้ทาน (สาเปกฺโข) มีจิตผูกพันในการให้ทาน(ปฏิพทฺธจิตฺโต) มุ่งการสั่งสมทำทาน (สันนิธิเปกโข) ให้ทานโดยคิดว่าเราตายไปจะได้เสวยผลในทานนี้(อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ) ทานต้องทำจิตให้ว่างนี่คือ ความหมายของศาสนาพุทธ ทำทานแล้วให้ได้นิพพาน คำสวดภาษาบาลีคือ นิพพานังอุจจโยโหตุ คือทำทานให้เป็นเหตุปัจจัยให้ถึงนิพพาน ไม่ใช่ทำทานอย่างหวัง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา (ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1.สาเปกฺโข (มุ่งหวัง) ทาน เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต (ผูกพัน) ทาน เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข (สั่งสม) ทาน เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ (ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ สอนแบบนี้ เป็นการล้มล้างเนื้อแท้ ของศาสนาพุทธเต็มบ้องเลย พ. ดูกรสารีบุตร บุคคลบางคนในโลกนี้ ยังมีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน ให้ทานด้วยคิดว่า เราตายไปจักได้เสวยผลทานนี้ เขาให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและเครื่องอุปกรณ์ แก่สมณะหรือพราหมณ์ ดูกรสารีบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้ พึงให้ทานเห็นปานนี้หรือ ฯ สา. อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ

พ่อครูว่า...สมัยก่อนให้ทานอย่างนี้ แต่สมัยนี้รวมเลย เรียกว่าใบๆ เป็นปัจจัยคือให้เงินเลย พ. ดูกรสารีบุตร ในการให้ทานนั้น บุคคลมีความหวังให้ทาน มีจิตผูกพันในผลให้ทาน มุ่งการสั่งสมให้ทาน ให้ทานด้วยคิดว่าตายไปแล้วจักได้เสวยผลทานนี้ เขาผู้นั้นให้ทานนั้นแล้วเมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงความเป็นสหายแห่งเทวดาชั้นจาตุมมหาราช สิ้นกรรม สิ้นฤทธิ์ สิ้นยศ หมดความเป็นใหญ่แล้ว ยังมีผู้กลับมา คือ มาสู่ความเป็นอย่างนี้ ดูกรสารีบุตร ส่วนบุคคลบางคนในโลกนี้ ไม่มีหวังให้ทาน ไม่มีจิตผูกพันในผลให้ทาน ไม่มุ่งการสั่งสมให้ทาน ไม่คิดว่า ตายไปแล้วจักได้เสวยผลทานนี้ แล้วให้ทาน แต่ให้ทานด้วยคิดว่าทานเป็นการดี เขาให้ทาน คือ ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอมเครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก ประทีปและเครื่องอุปกรณ์แก่สมณะหรือพราหมณ์ดูกรสารีบุตร เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน บุคคลบางคนในโลกนี้พึงให้ทานเห็นปานนี้หรือ ฯ สา. อย่างนั้น พระเจ้าข้า ฯ พ่อครูว่า...ตัวอย่างนี้คือธัมมชโย ขอบคุณที่ให้ยกเป็นตัวอย่าง อาตมาว่าเขาไม่นึกคิดเลย ว่าการเกิดภพชาติคืออะไร เขาปรุงแต่งเป็นภพชาติ สวรรค์วิมาน ทั้งเพชรพลอย ประดับตกแต่ง ว่า

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน