600417_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ นักบวช 8 ประเภท.docx
เนื้อหาในไฟล์
600417_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ นักบวช 8 ประเภท
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 แรม 6 ค่ำเดือน 5 ปีระกา งานสงกรานต์ก็ผ่านไป ของเรางานปลุกเสกฯ ตลาดอาริยะก็ผ่านไป ก็มีอะไรให้ได้คิด วันนี้ ชาวอโศกก็มีอุปัทวเหตุ ที่ชุมพร ขณะเดินทางไปที่ทะเลธรรม เราเคยไปงานเก็บขยะ ที่หาดใหญ่ ก็มีอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง ครั้งนั้นไม่มีคนตาย ครั้งนี้มีคนตาย พ่อครูได้เทศน์ไว้ในวันอาทิตย์ ท่านเทศน์ว่า สังคมใดที่มีแต่การให้ ด้วยความบริสุทธิ์ มากกว่าผู้รับจากสังคมนั้น นั่นคือสังคมที่เจริญ เป็นสังคมบวร บ้าน วัด โรงเรียน ก็เหมือนเป็นประเทศบวร ท่านก็บอกว่า เกิดมาจากการศึกษาเรื่องของจิตวิญญาณ เรื่องทานและศีล ทานการให้ก็ต้องให้ตรงที่สุด ไม่มีอะไรโค้งให้แก่ตัวเอง แม้ 180 องศาก็ไม่ตรง พ่อครูอธิบายวิธีลดกิเลสถึงอุเบกขา ที่มีความบริสุทธิ์ แม้จะทำงานอยู่ จิตวิญญาณมีความแววไว อ่อน ดัดง่าย จะไปซ้ายหรือขวาก็ได้ อย่างพ่อครู พอคนบอกว่าจะไปโรงปุ๋ย ก็ไปได้เลย แม้จะเทศน์อยู่ ซึ่งความจริงแล้วพูดโดยสาระสัจจะธรรมะย่อมสำคัญกว่า แต่กาละนี้ขนปุ๋ยสำคัญกว่า ก็จะให้หยุดเทศน์เลยได้ เป็นจิตวิญญาณที่มุทุภูเต จะต่อก็ได้ไม่ต่อก็ได้ ถ้าเราติดภพ ก็จะหยุดไม่ได้ เหมาะควรแก่การงาน เป็นการงานที่ทำประโยชน์เพื่อคนอื่น แม้จะเทศน์ก็เทศน์เพื่อคนอื่น จะทำงานก็เพื่อประโยชน์คนอื่น และความบริสุทธิ์ ก็ยังบริสุทธิ์อยู่เท่าเดิม สบายอยู่เช่นเดิม พ่อครูก็เบิกบานแจ่มใส ทั้งก่อนและหลังเทศน์ สัมผัสอาการได้ เป็นของจริงตัวจริง ที่เราสัมผัสได้ เราก็สามารถเป็นได้ แบบพ่อครูได้ จะยาวนานขนาดไหนก็แล้วแต่การบำเพ็ญ ของแต่ละคน พ่อครูว่า… วันนี้วันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2560 แรม 6 ค่ำเดือน 5 ปีระกา ก่อนอื่น ก็ต้องขอแก้ข่าวที่บกพร่องเล็กน้อย ซึ่งไม่
อ่านต่อ
โทษนักข่าว เรื่องของเรื่องคือ มีข่าวคราวทางสังคม ก็ออกข่าวกัน ว่า ข่าวทางโทร ศัพท์ รถตู้ญาติธรรม จากทะเลธรรม จ.ตรัง หลังกลับจากงานตลาดอาริยะ ที่ราชธานีอโศก เกิดเหตุที่ จ.ชุมพร เสียชีวิต 2 คน ชื่อ สถิตย์ และคุณฉลองรัฐ ส่วนนอกนั้นบาดเจ็บ ข่าวทีนิวส์แจ้งว่า... รายชื่อผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จากอุบัติเหตุ รถตู้ตกถนนชนต้นไม้พังยับดับ 2 สาหัส 8 ที่ชุมพร ล่าสุดทราบชื่อผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บทั้ง 10 คน ดังนี้คือ 1.นายตั้งมั่นบุญ สัมฤทธิ์อโศก (เสียชีวิต) 2.คนขับชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อสีดำ กางเกงสีดำ อายุประมาณ 45 ปี มีเงินในตัว 1,010 บาท (เสียชีวิต) 3.พระแดกำ ธรรมวัตจิตโต อายุ 73 ปี (บาดเจ็บ) 4.หญิงไทยไม่ทราบชื่อ อายุ (บาดเจ็บ) 5.นายสิริพร กุมกาญจน์ อายุ 36 ปี (บาดเจ็บ) 6.พระธรรมยินดี อายุ 77 ปี (บาดเจ็บ) 7.นางสรารัตน์ วงศ์ศุภปนันท์ อายุ 62 ปี (บาดเจ็บ) 8.นางศศิธร โคกอ่อน อายุ 26 ปี (บาดเจ็บ) 9.นางมณฑา แก้วบำรุง อายุ 61 ปี (บาดเจ็บ) 10.บางบำรุงศรี ถาวร อายุ 62 ปี (บาดเจ็บ) พ่อครูว่า แก้ข่าวเรื่องชื่อหน่อยว่า มีชื่อที่ถูกต้องคือ นายตั้งมั่นบุญ สัมฤทธิ์อโศก ,พระแดกำ ธรรมวัตจิตโต เป็น สมณะแด่ธรรม ธัมมรักขิโต , พระธรรมยินดี เป็น สมณะดินดี สันตจิตโต ขอบคุณผู้รายงานข่าวได้ขนาดนี้ ก็อนุโมทนาสาธุแล้ว ก็ส่งข่าวต่อว่า ท่านสมณะกล้าดี เตชพหุชโน อยู่ที่ไหน ญาติธรรมท่านไหนทราบ ช่วยบอกให้สมณะกล้าดี เตชพหุชโน ติดต่อคุณแก่นคมด่วนด้วย เพราะว่า สมณะกล้าดี เตชพหุชโน จะรู้จักบ้านคนขับรถ ที่เสียชีวิตนี้
SMS วันที่ 16 เมษายน 2560 (รายการวิถีอาริยธรรม)
_5006 คนเป็นจำนวนมาก ทำบุญเพื่อให้ตนดีใจ แต่ไม่ได้ทำบุญ เพื่อให้ใจตนดี –พุทธทาสภิกขุ พ่อครูว่า...ท่านก็มีปฏิภาณรู้ว่า ใจตนดีนี้ ดีได้ตั้งแต่โลกียะกับโลกุตระ ถ้าดีแค่โลกียะ ก็หมุนเวียนเป็นกัลยาณธรรม จะหมุนวนในกรอบโลกียธรรม สูงสุดโลกียธรรม ได้เป็นพระศาสดา สร้างศาสนาใดศาสนาหนึ่งแก่โลกด้วย แต่ออกจากกรอบโลกียธรรมไม่ได้ ยังวนอยู่ในนรกสวรรค์ ตกต่ำสูงส่ง อยู่อย่างนั้น ยังออกมาที่จะลดวัฏสงสารของตนเอง ให้สั้นลงๆ จนจบวัฏสงสารไม่ได้ ศาสดาของศาสนาเทวนิยมทั้งหลาย อยู่ในกรอบของโลกียธรรม สูงสุดสร้างศาสนาได้ ไม่เป็นภัยเป็นโทษ แต่ตนเองยังตกในวงวน ยังไม่มีอัญญะ ธาตุของพลังงาน ตั้งแต่อุตุนิยาม จิตนิยาม ธาตุพวกนี้ทางฟิสิกส์ ก็ต้องศึกษากันอย่างสำคัญ ว่าจะเปลี่ยนธาตุ อุตุให้เป็นพีชนะได้อย่างไร ทางฟิสิกส์ เปลี่ยนแปลงอุตุนิยาม ให้เป็นพีชนิยามไม่ได้ ได้แค่เปลี่ยน DNA ของ พีชนิยามได้ หรือทำแค่หุ่นยนต์ มันก็จะแค่มีอัตโนมัติบางอย่าง แต่ไม่มีอัตโนมัติจริง ของตนเอง มีอัตโนมัติตามที่คนตั้งโปรแกรมไว้ให้ ยิ่งเขาจะทำหุ่นยนต์ ให้เป็นจิตนิยาม เรียนให้ตายก็ทำไม่ได้ จะต้องเกิดจากกรรม ที่จะทำให้เกิดพีชนิยาม เป็นจิตนิยาม หรืออุตุเป็นพีชะ จะต้องศึกษาธรรมะโลกุตรธรรม ถึงจะเปลี่ยนอันนี้ได้ แต่ก็จะไปเปลี่ยนธาตุดินน้ำไฟลม ที่เป็นอุตุนิยาม ให้เป็นพีชะไม่ได้ แต่เปลี่ยนพลังงานจิต ให้เป็นพีชนิยามได้ ทางโลกโลกีย์ฟิสิกส์ ไม่สามารถที่จะรู้ว่า พีชะนี้ไม่มีเวทนา รู้ไม่ได้ เวทนาคืออะไร เขาไม่เข้าใจ ความรู้สึกที่เป็นสุขเป็นทุกข์ มีวิบาก ที่จองเวรจองกรรม พีชะ ไม่มีจองเวรจองกรรม ทางฟิสิกส์ไม่มีทางรู้เรื่องนี้ เขาร้องเพลงให้ต้นไม้ฟังเขาก็ว่ากันไป มันเป็นองค์ประกอบเหตุปัจจัยหลายอย่าง ต้นไม้ถูกดูแลก็จะดี นอกจาก จะร้องเพลงอย่างเดียว เขาต้องช่วยมันหลายอย่าง ค่อยๆศึกษาไป แล้วจะรู้ความจริงเช่นนี้ อาตมาแม้จะพยายามสู่ระดับ 8 ต่อไปให้เป็น 9 ก็ตาม
_3867ตลาดอาริยะกอบกู้ปากท้องปชช.!ศก.พอเพียง.กอบกู้วิกฤติโลก น้ำเมาอบายท่วมสังคมจมวิบาก น้ำมือสุจริตชนก่อคุณประโยชน์สร้างสันติสุข น้ำใจอาริยะชน ค้ำจุณปากท้องปชช. น้ำพระราชหฤทัยน้ำฝนหลวง ค้ำชูแผ่นดิน น้ำอมฤตธรรมจากพ่อครูฯ แผ่ศีลโลกุตระคงพุทธะคุ้มจิตรักษ์โลกา เข็นครกคนเดียวขึ้นเขายากเย็น! ถ้าเป็นพลังอโศกเข็นโลกง่ายดาย! พลังไฟฌาน ลากจูงเรือโนอาห์ ช่วยโลกลอยสูงพ้นทุกขวิกฤตภัย!ลอยลำ พ่อครูว่า...อาตมาเข้าใจเรือโนอาห์ ของทางเทวนิยม เราก็เข้าใจ และใช้เป็นนามสกุล ของบางคนด้วย เป็นอจินไตยที่ไม่อยากจะพูดมาก แต่เป็นความจริง อย่างพระสารีบุตรต้องชื่อนี้ เป็นพระอัครสาวกเบื้องขวา พระโมคคัลลานะ ก็ต้องชื่อนี้ เป็นเรื่องไม่ผิดเพี้ยน อย่างพระพุทธเจ้าบางองค์ก็ทำนาย ผู้จะไปเป็นพระพุทธเจ้า ว่าต้องชื่อนั้น มีอัครสาวกชื่อนั้น ที่เราเรียกว่าพยากรณ์ ท่านไม่ได้ทำนาย ถ้ามีเหตุปัจจัยพอ ถ้าไม่จริงก็ไม่ตรัสบอก มันมีเหตุปัจจัยบอก ท่านถึงบอกว่าจะเป็น ถ้าบอกแล้วไม่เป็น ก็เสียพระพุทธเจ้าเลย มันต้องจริง หากอาตมาจริง มหาเถรสมาคมก็ต้องปลอม ยุคนี้สร้างคนให้เห็นกัน
นักบวช 8 ประเภท ก็ขอกล่าวอย่างวิชาการ ที่จะพูดต่อไปนี้ ไม่ได้ไปว่า ไปข่ม ศาสนาพุทธทุกวันนี้ มันเสื่อมมาก นักบวชในศาสนาพุทธทุกวันนี้ บวชขึ้นมาแล้ว อาตมาแบ่งได้เป็นประมาณ 8 มาบวชกันเป็นประเพณีพิธีกรรม บวชมาเป็นผู้ประกอบพิธีกรรม แก่สังคม ดีไม่ดีก็หากิน เป็นเจ้าหน้าที่สวดมนต์ แม้เป็นงานที่นอกรีตเดรัจฉานวิชาก็ทำ บวชเป็นอาชีพเลี้ยงชีวิต ทำพิธีกรรมหากินเลี้ยงชีวิต ส่วนมากทำเสียด้วย มาบวชไม่ใช่ของง่าย นุ่งห่มจีวรเข้าไป พ่อแม่กราบทันทีนะ ผู้ใหญ่ในสังคม ก็ต้องไหว้ ก็ห่มชุดนี้ โกนหัวนี้ ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ แต่เสร็จแล้ว ทำให้เป็นกรรมวิบาก บวชมาทำไสยศาสตร์ มีอยู่คนหนึ่งออกโทรทัศน์ แล้วเรียกตนเอง ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ อะไรต่างๆ ทำให้ศาสนาพุทธ ฉิบหายวายป่วงแต่เถรสมาคมไม่จัดการ พึ่งทางด้านเดรัจฉานวิชชา ผิดเพี้ยนไปจากศาสนาพุทธ เอามหาศีลยืนยันได้ คนละเมิดมหาศีล คือเดรัจฉานวิชชา แม้แต่จุดธูปเทียน ก็เดรัจฉานวิชชา พึ่งสร้างลาภยศสรรเสริญแก่ตัวเอง ก็มีชีวิตหากินไปตลอดชีวิต ผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วมีลาภยศสรรเสริญ ก็ตามธรรมวินัยก็มี ทำถูกต้องดีสมรูปสมนาม แต่ก็ยังหลงอยู่กับโลกธรรม มาบวชเพื่อการศึกษา ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ แล้วศึกษา อย่างท่านเจ้าคุณ ประยุทธ์ ปยุตโต ก็อนุโมทนาสาธุ แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช องค์ปัจจุบันก็ตาม ถ้าศึกษามาปฏิบัติดีปฏิบัติชอบก็ดี เพื่อแสวงหานิพพาน แต่ก็ยังมิจฉาทิฏฐิ อันนี้น่าเห็นใจ ยังไม่สัมมาทิฏฐิ พยายามพากเพียร ไม่ว่าจะเป็นพระป่าหรือพระบ้าน ดี ที่มาบวชเพื่อแสวงหาพระนิพพาน แต่มันสุดวิสัยได้แค่นั้น เพราะเป็นมิจฉาทิฐิ โดยเฉพาะ ยังไม่มีอัญญะ ยังไม่มีโลกุตรธาตุ ที่เป็นอัญญธาตุ ธาตุโลกุตระ ตัวต้นที่พระพุทธเจ้าว่า ผู้มีธาตุตัวนี้ อัญญาโกณทัญญะ เกิดธาตุตัวนี้แล้ว มาบวช เพราะมีเชื้อของศาสนาพุทธ เชื้อที่ได้มา อยู่ในระดับเริ่มต้นเข้ากระแส ชัดเจนตามบารมี
_4179กราบนัสการพ่อท่านคะ ยังคงดูรายการประจำทุกวันคะ น้อย ชุดพิมาย _ทำไมถึงมีคำว่าหมู่บ้าน และชุมชนอยู่ด้วยกัน ทำไมไม่ตั้งให้เต็มว่า “สังคมบวรหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก” พ่อครูว่า ...ก็พยายามทำไป ทำโดยพฤตินัย ส่วนคำว่าหมู่บ้านกับชุมชน ก็อันเดียวกัน ทางกรุงเทพ เขาเรียกชุมชนอย่าง ชุมชนสันติอโศก อย่างนิตินัยเลย เขาก็ว่า ทำไมไม่จดเป็นหมู่บ้าน จะได้รับเงินอุดหนุนจากทางการ ที่ราชธานีอโศกชื่อว่า หมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก ทำไมถึงชื่อนี้ ก็เพราะว่าไปจดทะเบียนไปว่า ชุมชนราชธานีอโศก เขาก็ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาว่า หมู่บ้านชุมชน ราชธานีอโศก ถ้าจะเปลี่ยนก็ยากมาก ก็เลยเอาอย่างนี้ มาถึงบัดนี้ จะแถมคำว่า สังคม และ บวรอีก เป็น “สังคมบวรหมู่บ้านชุมชนราชธานีอโศก” แล้วก็จะปฏิบัติให้เป็นสังคมบวรให้ได้ สังคมบ้านวัดโรงเรียน ที่จะเนียนสนิท มีการซึมซับ osmosis ไม่ใช่แค่ absorb แต่มีการซึมลึก โดยรู้ตัวและไม่รู้ตัว
ต่อมาก็ขอไขความ เรื่องของอาตมาอีกว่า… บ่ายวันที่7 เม.ย.60 พ่อครูพูดว่า ..“ ปีนี้ 60 คงได้อยู่เนาะ 555 60 โฮ้...มันนานเกิน….โอ๊ยยย.. อาตมาคือยังงี้ ปีนี้มันเป็นปีครบอีกรอบนักษัตรหนึ่ง อาตมาใช้อิทธิบาทมา 1 นักษัตรแล้ว 72 มาถึง 84 แล้ว เพราะฉะนั้น ปีนี้นี่ หนัก ถ้าเกินปีนี้ไป ก็จะดีขึ้นหน่อย ปีนี้จะหนัก อยู่ ไม่อยู่ ก็ไม่รู้ได้ ..ปี 83 - 84 นี้ล่ะ เพราะฉะนั้น 84 นี้จะหนัก ต้องสู้ ขึ้นรอบใหม่ จะได้หรือไม่ได้ ก็ไม่รู้ ถ้าเข้ารอบใหม่ไม่ได้ ก็ต้องจบ” 14 เม.ย 60 กลุ่มแพทย์แผนไทย ศีรษะอโศก มากราบอาราธนาพ่อครู ที่เฮือนศูนย์สูญ ราชธานีอโศก (คัดมาส่วนหนึ่ง) ญาติธรรม : ที่พ่อท่านบอกว่า อยากจะอยู่นานๆ เพื่อจะได้ดูอ่ะค่ะ ก็อยากจะอาราธนา ให้พ่อท่านได้อยู่ดูค่ะ พ่อท่าน : ตอนนี้รับคำอาราธนากันตะพรึด เดินไปที่ไหน ก็อาราธนาเรื่อยไปเลย แหม่ ตอนนี้ก็เอา ...เอา! ญาติธรรม: 151 ปี นะคะ พ่อท่าน : อ่า... ไม่รู้... อาตมาก็ตอบไม่ได้ ญาติธรรม : สาธุ พ่อท่าน : ก็พยายามเท่านั้น 151 ก็ 151 มันก็จะไปรู้ได้ไง ก็พากเพียรอยู่ จริงๆ อาตมารู้จริงๆว่า แค่ขันธ์อาตมามัน 72 ปี ...นี่มันมาหนึ่งรอบ 84 นี่.... โอ้โห! ปีนี้มันก็เลย ..เอ๊! มันอาการยังไงๆไม่รู้ ...จนกระทั่ง พูดพลั้งปากออกไป... โอ้โห!...สะท้อนกลับมาย่ำแย่เลย ก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็พากเพียรอยู่เท่านั้นเอง... มันก็น่าจะได้อีกนะ ก็ลองๆดูไม่รู้ เต็มกำลัง มันจะสุดที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าอีกนักษัตรหนึ่งนี่ มัน 96 …. 96 ยังไม่ถึง 100 นะ เอ่อ ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา 96 ก็คงอาจจะพอได้ จาก 96 ไป ยังไม่รู้นะ ยังพูดไม่ได้เลย นักษัตรใหม่จาก 96 ไป ยังไม่รู้อีก ถ้า 96 ไปอีกรอบหนึ่งก็ 108 ก็ 108 ญาติธรรม : ครบเวทนาพอดี พ่อท่าน : ไม่รู้มันจะไปถึงเวทนา 108 หรือเปล่า ก็พยายามอยู่ ถ้าเวทนา ไปถึงเวทนา 108 ขึ้นไปอีกอันนึง ก็โอ้โห ทีนี้ จาก 108 เป็นเท่าไหร่ ยี่สิบ 120 ปี โอ้โหตั้ง 120 ปียังห่าง 150 อีกตั้ง 30 กว่านะ โอ้โห ห่าง 151 อีกตั้ง 31 ปี เออ ....แหม่ .. มันจะไหวรึ ก็ไม่รู้อ่ะนะ ถ้าเผื่อว่า สังเกตนะ ถ้าสรีระอาตมานี่มันหนุ่มขึ้น เนื้อหนังมังสาอะไร มันหนุ่ม สังเกตตรงนี้ ถ้าสังเกตว่า ถ้ามันหนุ่มขึ้นได้จริงๆ... ไปได้ แต่ถ้ามัน พลังงานหรือว่า ดินน้ำไฟลม มันสังขารสังเคราะห์กันในตัวเราไง มันได้สัดส่วน มันก็มาใหม่ มันจะกลายเป็นพวก อุปปัจจยะ เป็นพวกที่เกิด เป็นธาตุ อุปปัจยะธาตุ เป็นธาตุเกิด มันก็จะพัฒนาเจริญขึ้น เจริญขึ้นได้ มันเป็นของจริง ถ้าสามารถทำได้อย่างนั้นจริงๆ มันได้ขึ้นมาจริงๆ นะ มีธาตุอันนั้นจริงๆ คือพลังงานในตัวเราเนี่ย มันก็ทำงานอยู่ทุกส่วน ในอาการ 32 ทีนี้เราก็พยายาม stimulate มัน พยายามที่จะเพิ่มพลังให้มัน ให้มันพัฒนา แต่ละอาการ อาการ 32 เมื่อมันได้สมดุล มันได้พลังงานเกิน หรือว่าไปได้ เป็นตัวก้าวหน้า ก้าวหน้านี่ ท่านเรียกว่า สัมโพธิปรายะ ก้าวหน้า ท่านเรียกว่า สัมโพธิปรายะ เป็นพลังงานที่ก้าวหน้า ที่ไปได้ มีอุปปัจจยะ อุปปัจจยะก็มันกลางๆ ไม่มีพลังพอที่จะเรียกได้ว่า ก้าวหน้า อุปปัจจยะมันเริ่มเกิด พอถึงพัฒนาไปถึงขั้น สัมโพธิปรายะ มันชัดเจนว่า จะไปที่สูงถึงที่สุด สัมปรายภพ หรือสัมปรายภูมิ เนี่ย เป็นพลังงานในระดับพอไปถึง ถ้าถึงขีดนี้แล้ว เรียกว่า สัมปรายภพ เนี่ย ธาตุนี้จะถึงที่สุด สู่ที่สูง ที่สุดได้ จะดำเนินไปสู่ที่สูงที่สุด ตามที่ปรารถนาได้ อาตมาทำอย่างรู้ ไม่ได้เดามีทฤษฎี ก็พากเพียรจริงๆ เป็นพลังงานที่ก้าวหน้าเป็นอุปจยะ ถ้าไม่มีพลังงานพอจะก้าวหน้า อุปจยะก็ไม่เกิด หากพัฒนาอุปจยะได้ พัฒนาไปถึงสัมโพธิปรายนะ ก็จะรู้ได้ แปลว่าไปสู่ภูมิที่สูงที่สุดได้ เช่น โสดาบันนี้ไปเป็นอรหันต์ได้ คือมีองค์ ธรรม 4 คือ ส่วนที่เกิดทางจิต (โอปปาติกโยนิ) 1. โสตาปันนะ (เข้าสู่กระแสโลกใหม่ คือโลกุตระ) 2. อวินิปาตธัมโม (ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา) 3. นิยตะ (เที่ยงแท้แน่นอน สู่มรรคผลที่สูงขึ้น) 4. สัมโพธิปรายนะ (มุ่งตรัสรู้ในภายหน้า) (พตปฎ. เล่ม 19 ข้อ 1475) เราจักเป็นผู้ไม่ถอยหลัง จักเป็นผู้มีพรหมจรรย์ เป็นที่ไปในเบื้องหน้าฯ อนิวตฺติ ภวิสฺสามิ พฺรหฺมจริยปรายโนติ ฯ (ล.12 ข.478)
ญาติธรรม: พ่อท่านคะ แล้วอะไรที่จะทำให้พ่อท่าน อยู่ยาวไปได้ นานเท่าที่จะนานได้คะ พ่อท่าน : อยู่ที่อาตมา ความพยายามของอาตมา อาตมาถึงตอบ ตอบ อย่างเท่านั้นเอง ใครว่ายังไงมันก็ พยายาม และพยายาม will ... will try and try will try and try เท่านั้นเอง หมด มันไม่มีอะไร ไม่ใช่ shall try and try ..... will เลย will try and try ….. I will try and try ญาติธรรม : พ่อท่านคะ นอกจากเหตุปัจจัยภายใน ที่เกิดจากตัว พ่อท่านเองแล้ว พ่อท่านคิดว่า เหตุปัจจัยภายนอก สามารถที่จะเป็นพลัง ทำให้พ่อมีพลังมากขึ้นไหมคะ ? ตอบแทนหน่อยสิ ….ได้ แล้วมีลูกดื้อหรือไม่ดื้อล่ะ...ก็ต้องไม่ดื้อ เมื่อแน่ใจว่า อาตมาไม่พาไปทางต่ำแน่ อยู่ไหนรีบมา คว้ามีดพร้าและจอบเสียม
พ่อท่าน : มีๆ รู้จักการช่วยทั้งในด้านพลังงาน ที่ได้สัดส่วนที่ดี ถ้าไม่มีพลังงานที่มาช่วยพอ มันก็ไม่พอไง มันก็ขาด ขาดมันก็โหลด อาตมาก็ต้องออกพลังงานนั้นไปเติม อันนั้น แต่ถ้าเกิดว่ามันพอ มันพอ มันมากกว่า ถ้าอาตมาไม่รู้เอาเข้ามาผสมอีกมากกว่า มันก็กลายเป็นซ้อน กลายเป็นเสีย อันนี้ไม่มีปัญหา เพราะอาตมาจะรู้จักว่า ถ้ามากพอ อาตมาก็ปัดออกหรือว่าตัด ไม่เอา มีมากพอเกิน มากพอนี่เราเอง เราไม่ได้หลงส่วนความมาก เราไม่ได้หลงกอบโกย เราไม่หลงสะสมไง เราก็เอาที่มันใช้งานพอดี ไอ้ที่มันมากเกิน เราก็ปล่อย ปล่อยทิ้งไปเฉยๆ มันไม่ยาก นอกจากคนขี้โลภ ต้องการกอบโกย หลงมากขึ้น ใหญ่ขึ้น หรูหรา ขึ้นอะไรขึ้น คนหลงก็แล้วไป เขาก็ไม่รู้ตัว เขาก็กอบโกย ซึ่งก็เป็นซับซ้อนทับถมตัวเอง แต่เราไม่มีแล้ว ไม่มีปัญหาหรอก ที่เราจะไม่เอา ไม่มีปัญหาอะไร เราไม่ต้องบอกใคร ใครให้มาก็จบ ส่วนเราจะไม่เอาของใคร จะไปมีใครรู้ล่ะ เราก็ปล่อยอันนั้นไป ซึ่งไม่ยาก สำหรับคนที่ไม่ ไม่ได้ต้องการสะสมแล้ว เราจะไม่เอาของใครนี้ง่าย เช่นบางอย่างเขาให้เรา แต่เราก็ไม่ได้ใช้ เขาก็เอามาให้ เราก็จะเอาออกไม่ยาก อย่างน้อยไป สขจ. พวกเรานี่อยู่ใกล้ๆอาตมา ก็ผ่องถ่ายไปให้ได้ง่าย อย่างนี้ไม่ยาก สำหรับคนไม่ต้องการสะสมแล้ว
ญาติธรรม : แล้วสิ่งที่เป็นพลังเนี่ย หมาย หมายความว่า ถ้าพวกเราเนี่ย มีความรับผิดชอบ ในหน้าที่กิจการ ภาระ อย่างเช่น รับผิดชอบในงานแพทย์แผนไทย พยายามทำเพื่อมวลมนุษยชาติ พยายามทำตามรอยพ่อ ปฏิบัติธรรม ประโยชน์ตน - ประโยชน์ท่าน จนมีมรรคผลจริง สิ่งเหล่านี้จะมีพลัง ในการทำให้พ่อเนี่ย มีชีวิตต่อได้มั้ยคะ ? พ่อท่าน : ได้ๆ มันเสริมหนุนกัน ทุกอย่างมัน มันเป็นปฎิกิริยาลูกโซ่ เป็นเครือแห พ่วงเชื่อมกันหมด มาสู่ จุดกลางสูงสุด ตามที่เรามีจิตอยู่ที่หนึ่ง ซึ่งของเรานี่หนึ่ง พระพุทธเจ้า ลูกพระพุทธเจ้า เรา เราเข้าใจ เรารู้แล้วว่า นี่เป็นของแท้ เป็นพระพุทธเจ้า ลูกพระพุทธเจ้า เป็นพระโพธิสัตว์ เป็นอะไรเนี่ย ไม่ผิดพลาด และเรามีปัญญาอ่านออก ของจริงหรือของเก๊ ก็จบ อย่าไปเลือกของเก๊ ก็ละกัน หลอกเก่งนะ อาตมาใช้คำว่า pyramidal web คือข่ายแห ของเราฐานใหญ่ สูงก็สูงยิ่งกว่าแห ญาติธรรม : กราบขอบพระคุณพ่อท่านค่ะ พ่อท่าน : เอ้า.. สาธุ ญาติธรรม : อย่างน้อยพวกเราก็มีกำลังใจ มีกำลังใจมากขึ้น ที่อยากจะให้ พ่อท่าน อยู่ได้นานๆนะคะ ก็อยากให้แบบ ได้เห็นอ่ะค่ะ พ่อท่าน : มันดี มันดี ถ้าเผื่อว่า มันเป็นไปได้ มันเป็นอิทธิฤทธิ์ ๆ เป็นปาฏิหาริย์ให้แก่คน จริง พยายามทำอยู่ไง จะไปตอบได้ไง อาตมาไม่อยากอวด ตั้งใจทำเท่านั้น จะไปอวดทำไมหล่ะ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็แล้วไป จบ ญาติธรรม : ในฐานะตัวแทน นักเรียนแพทย์แผนไทยนะครับ ขออาราธนาพ่อครูอยู่ 151 ปี ขึ้นไป พ่อท่าน : ขึ้นไปด้วย ...โห...อ้าว สาธุ ตั้งใจ ก็อยู่ที่ความตั้งใจ ญาติธรรม : ในฐานะตัวแทน กลุ่มแก่นอโศกนะคะ ขออาราธนา ให้พ่อท่านอยู่ต่อ เมื่อ2-3วันที่ผ่านมา มีไลน์ ในกลุ่มแพร่ออกไป ทำให้ลูกหลายคน ดิฉันเองก็รู้สึกกลัวว่าจะเสียพ่อท่านไป คิดว่าตัวเองเกิดขึ้น เป็นลูกพ่อท่านแล้วโต จาก ชมร. ก็เป็นความหวังนึง ที่จะทำให้มี ชมร. ชมรมมังสวิรัติแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น แล้วก็อยากจะทำให้ คนแก่นอโศกโต ก็ขอโอกาสสักครั้งว่า จะทำสิ่งนี้ให้พ่อท่าน ก็ขอกราบอาราธนาพ่อท่าน ให้อยู่ต่อถึง 151 ปีขึ้นไป พ่อท่าน : เอ้า! ทำเลย ไม่ใช่ทำ และรอไว้อย่าเพิ่งทำให้เสร็จ อย่าเพิ่งทำให้สมบูรณ์ พ่อท่านจะได้ดู จะได้รอดู.. ไม่ได้นะ! ทำให้เสร็จแหล่ะ มันจะได้เป็นกำลังเสริมให้อาตมาไปได้ ทำให้บริบูรณ์ ทำให้มันดีๆขึ้นมา เร็วๆเลย ไม่ใช่ว่าจะมารอช้า ..ไม่ได้ จะได้เสร็จเร็วๆ ประเดี๋ยวพ่อท่าน จะไปก่อน เห็นละจะไปก่อน ไม่ใช่ เห็นแล้วยิ่งเพิ่มพลัง ทุกคนอ่ะ ทำให้เสร็จ ทำให้บริบูรณ์ ทำให้เจริญเต็มที่ อันนั้นจะเป็นพลังรวม ที่มันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนไง พอเราทำเสร็จ มันก็จะเป็นพลัง พลังสร้างสรรค์ เป็นพลังสร้างสรรค์ ให้กับประชาชน อาตมาก็ดู โอ้ ผลมาเจริญ ไอ้นี่มันจะมารอ โอ๊ย แล้วเมื่อไหร่จะเสร็จผล ต่อประชาชนซักทีโว้ย แหม ยังไม่เสร็จซักทีโว้ย อะไรงี้ มันก็ไม่มีพลังเสริม.
พ่อครูว่า...อาตมาเห็นใจ แต่พวกเรามีใจที่รัก ก็เลยไม่รำคาญ อาตมาเห็นใจว่า พวกที่ไม่ศรัทธาจะรำคาญ ทีนี้มาสู่เนื้อหา … _มีผู้ไลน์มาว่า...(ชมรายการ"ทำวัตรเช้างานปลุกเสกฯ",9-4-60)... "ท่านดินไท, ท่านฟ้าไท" ก็อยู่ใกล้"พ่อครู".. ก็ทำไมไม่ลองถามว่า.. ก็"พ่อครู" ยังไม่เคย "ทำนิพพานแบบปริโยสานในตัวเอง?" ได้เลยสักครั้งเดียว?.. (เพราะถ้า"ทำได้จริง?" ก็คงไม่สามารถ "ย้อนกลับมาเกิด?"อีกได้?..).. แล้วดังนั้น.."พ่อครู" จะรู้ได้ยังไงว่าคำว่า "นิพพานเป็นปริโยสาน?" นั้นจะสามารถ"ทำได้จริง,เป็นได้จริง?" จริงๆหรือไม่?.. ดังนั้น.. ที่"พ่อครู"พูดถึง"สภาวะนิพพานเป็นปริโยสาน?" ก็น่าจะเป็นเพียงการ "คาดเดาสภาวะไปเอง?" เท่านั้น?..ใช่หรือไม่?... ...ด้วยความเคารพครับ… พ่อครูว่า...พระโพธิสัตว์ประเภทที่ยังไม่ยอมปรินิพพาน เป็นปริโยสาน แล้วจะมารู้ได้อย่างไร พูดอย่างนี้ก็เป็นตรรกะสิ คุณคนนี้ก็เก่ง ดักคอ อาตมาก็ขอพูด เป็นประเด็นว่า ถ้าไม่มีจุดที่สามารถรู้ตรงนี้ได้ มันจะเอามาพูดได้อย่างไร เพราะว่าเป็นคำของพระพุทธเจ้า คำว่า ปรินิพพานเป็นปริโยสาน แต่ขณะที่ท่านตรัสไว้ ท่านก็ยังไม่ปรินิพพาน ท่านต้องรู้สิ ถึงตรัสได้ แม้ตรัสขณะที่ท่านไม่ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 มีสยังอภิญญา อาตมารู้ว่าอบายภูมิ อาตมาตายแล้วไม่เกิด ก็มี กามภูมิ อาตมาตายแล้วไม่เกิด ก็มี [ล.29 ข.407] พระสารีบุตรทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัทธินทรีย์เป็นต้นนั้น ชนเหล่าใดยังไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่ทำให้แจ้ง ไม่ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา ชนเหล่านั้น ย่อมถึงความเชื่อต่อชนอื่นในข้อนั้น โดยแน่นอน ส่วนว่าสัทธินทรีย์เป็นต้นนั้น ชนเหล่าใดรู้(ญาตํ) เห็น(ทิฏฐํ) ทราบ(วิทิตํ) ทำให้แจ้ง (สจฺฉิกตํ) ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา (ผุสิตํ ปญญายะ) ชนเหล่านั้น ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัย (นิกฺกงฺขา) ในข้อนั้นว่า สัทธินทรีย์ ... ปัญญินทรีย์ ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว เป็นคุณชาติหยั่งลงสู่อมตะ (อมโตคธํ โหติ) มีอมตะเป็นเบื้องหน้า (อมตสมฺปรายนํ) มีอมตะเป็นที่สุด. (อมตปริโย-สานนฺติ) ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ สัทธินทรีย์เป็นต้นนั้น ข้าพระองค์รู้ เห็น ทราบ ทำให้แจ้ง ถูกต้องแล้วด้วยปัญญา ข้าพระองค์ ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยในข้อนั้น” (พระภ.ตรัสว่า ถูกล่ะ ถูกล่ะ) พ่อครูว่า...อาตมามีสยังอภิญญา พูดอย่างวิชาการ ไม่มีสาเฐยจิตนะ อาตมารู้เพราะว่า มีสยังอภิญญา จากหลักธรรมคำสอน ในพระไตรปิฎก มูลสูตร จากการวิเคราะห์เหตุปัจจัย และหลักฐาน และสภาวะธรรมที่เรามี มันลงตัวกันหมด สอดคล้องกันชัดเจน อาตมามีสิ่งนั้นจริง เอามาพูด ไม่ใช่พูดอย่างหลักลอยเพ้อเจ้อ อย่างไม่มีหลักฐานมาอ้างอิงยืนยัน ยืนยันตามพระไตรปิฎก มีผู้ปฏิบัติได้ด้วย เช่น อาตมาอ้างอิง อัญญาโกณทัญญะ เป็นโลกุตรธรรมตัวแรก และอาตมาอธิบายอัญญะ ว่าเป็นความรู้อื่น ที่ไม่ใช่ความรู้เฉกะ มันก็ชัดเจน ไม่ได้เป็นเรื่องเพ้อเจ้อ เอาแพะชนแกะ
สงกรานต์กับตลาดอาริยะ อยากจะขอพูดถึง เหตุปัจจัยปัจจุบัน ตอนนี้ อาตมาเห็นสิ่งที่ตัวเองทำ พึ่งผ่านไป คืองานสงกรานต์ กับงานตลาดอาริยะ พึ่งผ่านไปหยกๆ เอาสงกรานต์ก่อน สงกรานต์ที่เกิดขึ้นนี้ เราได้พยายามช่วยทำ ปีนี้ประสบความสำเร็จ ตามที่เราพยามทำพอสมควร คืองานสงกรานต์ของชาวอโศกนั้น ไม่ทำลาย ไม่ผลาญพร่า ไม่สาดน้ำเล่นเสียหาย อาตมาอธิบายมา หลายครั้งแล้วว่า งานสงกรานต์รดน้ำดำหัว เป็นประเพณีที่สูงส่ง คือมันเป็นหน้าแล้ง น้ำน้อย ขาดแคลน ถ้าขืนมาเล่นสงกรานต์ เอาน้ำมาสาดกันเล่น เด็กเล็กหนุ่มสาว ลามกจกเปรต ฉวยโอกาส ทำให้เสียหายอีกเยอะ สูญเสียเงินทองสมบัติ เอาปืนมาเล่นยิง เอาน้ำใส่ภาชนะ ขับรถเทสาดทิ้งกันทำไม ทั้งที่น้ำน้อย ถ้าเลิกไม่ได้นะ การสาดน้ำเล่น... อาตมาว่าไม่ใช่นักเศรษฐศาสตร์ แต่เป็นนักผลาญพร่า ด้วยจารีตประเพณี แล้วคนที่เล่นคือใคร...ก็หนุ่มสาว หนึ่งมันแต่งตัวโป๊ แล้วผู้หญิงก็อยากอวด แต่งจัง เมืองนอกไม่ต้องพูดเลย มันโป๊กันมากมาย เพราะมันมีวัฒนธรรมแบบนี้ เมืองไทยก็ยังอุตส่าห์ ดึงแล้วดึงอีก ทางข้างนอกก็บ้าเล่นน้ำสงกรานต์ ทั้งที่เป็นเรื่องมีเกียรติศักดิ์ศรี สำหรับคนที่ได้รับความนับถือ มีน้ำใส่ออกมารวมกัน ใส่ขันใส่ตุ่ม แล้วเอาน้ำเย็นมารด เป็นน้ำใจของแต่ละคนมารวมกัน ไม่ใช่การเล่นกัน หรือเรื่องลามก แต่เป็นเรื่องมีน้ำใจสูงส่ง แต่เดี๋ยวนี้เป็นเรื่องลามก เรื่องเศรษฐกิจเงินหมุนที่นักเศรษฐศาสตร์เขาหลงใหล ถ้าเงินหมุนแล้วเกิดคุณค่าประโยชน์ ไม่สูญเสียวัฒนธรรมประเพณี ก็หมุน ไม่ว่า แต่นี่หมุนแล้ว วัฒนธรรมก็เสื่อม เป็นเบี้ยหมาก ให้กลุ่มนายทุนหลอกเอาไว้ นี่เป็นความซับซ้อน เรื่องของเศรษฐศาสตร์และวัฒนธรรม ซึ่งถ้าไม่เข้าใจแล้ว ไม่ได้เรื่อง ได้ราว เมืองไทยเป็นตัวตั้งแล้วเมืองนอกจะรับไปอีก เมืองไทยก็ต้องตื่นเสียที อาตมาสรุป อาตมาทำสำเร็จ ของเราไม่มีการสาดน้ำกันเลย แต่เราได้อาบน้ำ อาตมาได้ทำน้ำไว้ให้อาบ อาบอย่างนี้สนุก อาบเองเลย อยากกระโดดน้ำ อยากแช่น้ำ ที่ตื้น มีน้ำตกนวดให้ก็มี ยิ่งกว่าสปาร์ สงกรานต์ที่ผ่านมา อาตมาว่าเราทำได้สำเร็จ และได้ประโยชน์ ได้อาบน้ำแล้วไม่สูญเสียน้ำ มีน้ำหมุนเวียนกันไป ไม่ได้เอาไปสาดเสียเทเสีย มีน้ำวนอยู่ในนี้แล้วน้ำใสสะอาดน้ำดีด้วย ได้หมุนเวียน มีการแตกตัว ให้ออกซิเจนเพิ่มเติม นี่คือเรื่องของสงกรานต์ อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย คนฟังแล้วอาจจะบอกว่าหลง แต่อาตมาว่า เป็นวัฒนธรรม เป็นเศรษฐศาสตร์สังคมศาสตร์ ที่ดี ที่เกิดได้ เป็นเรื่องสงกรานต์ผ่านไป ที่อาตมามองออก ทีนี้มาพูดถึงตลาดอาริยะ ทุกวันนี้เพิ่มขึ้น ที่สร้างอาคารได้ ทำได้ก็ขอบคุณ มันก็ยังเป็นประโยชน์ คนที่มารับบริ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive