600322_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สร้างความว่างแต่อย่าสร้างความหวัง.docx
เนื้อหาในไฟล์
600322_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สร้างความว่างแต่อย่าสร้างความหวัง
สมณะฟ้าไทว่า…วันนี้วันพุธที่ 22 มีนาคม 2560 ที่บ้านราชฯ แรม 10 ค่ำเดือน 4 ปีวอก สำหรับปีไทย แต่ปีจีนเป็นปีระกา พ่อครูตอนนี้ สัญจรมาที่ราชธานีอโศก ก็มาติดตามดูงาน ที่ได้สร้างสรรค์เอาไว้ ชีวิตของพระโพธิสัตว์ ขี้เกียจไม่ได้ คืออยู่กับพระโพธิสัตว์ เราก็ขี้เกียจไม่ได้ (พ่อครูว่า คุณว่าคนขี้เกียจเป็นคนฉลาดหรือโง่ ก็โง่) เราอยู่กับคนฉลาดก็ต้องฉลาด พระโพธิสัตว์ ท่านไม่ต้องการให้เราอยู่กับอกุศล ท่านเห็นอกุศล ก็พยายามให้เราเอาออกให้ได้ เราทำไมโชคดีขนาดนี้ ถ้าไปอยู่กับ อสัตบุรุษ ป่านนี้ไม่รู้จะไปซุกหัวนอนที่ไหน ถ้าไปเป็นศิษย์ของเขา ก็คงจะหาที่อยู่ยาก มีหมายจับมาเยอะแยะ เราได้อยู่อย่างนี้ เป็นความโชคดี และประเสริฐของชีวิต คุ้มค่ามาก ที่ได้เกิดมา เกิดมาไม่สูญเปล่า เกิดมาประกาศได้เลยว่า เป็นคนที่ดีที่สุดในโลก เท่าที่ได้อยู่มา 30 กว่าปี ที่สุดแล้วชัดเจนและยืนยันว่า ทำให้เราดีขึ้น พัฒนาการขึ้นด้วย ก็ไม่รู้ว่า ใครจะไปก่อนใคร ถ้าเราไปก่อนก็คงจะดีกว่า ท่านจะได้มีกำลังใจช่วยมนุษยชาติได้มาก ท่านอยู่นานเท่าไหร่ มนุษยชาติก็จะดีขึ้นเท่านั้น เมื่อวาน พ่อครูให้ความรู้ เรื่องทานสูตรไว้ ทำทานอันแรก อย่าให้มีความหวัง ผูกพัน สั่งสม ข้ามชาติ ก็จะเป็นจาตุมหาราชิกา ล.23 ข.49 ทานสูตร เทวดา 6 อย่าง พรหม 1 อย่าง อันที่ 1 จาตุมหาราชิกา (ท้าวกุเวร ท้าววิรุฬหก ท้าวธตรฐ ท้าววิรูปักษ์) คือ ทำทานแล้ว มี 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทาน เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทาน เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทาน เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ (ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ
อันที่ 2 ดาวดึงส์ คือ ทำทานเพราะว่าเห็นว่าเป็นความดี อันที่ 3 ยามา คือ ท
อ่านต่อ
ำทานเพราะเพื่อเป็นประเพณี อันที่ 4 ดุสิต คือทำทานเพราะเห็นว่า สมณะหุงหาอาหารเองไม่ได้ อันที่ 5 นิมมานรดี คือทำทานเพราะทำตามฤาษีใหญ่ๆ อันที่ 6 ปรนิมมิตวสวัตตี ทานเพราะอยากได้ปลื้มใจ (อตฺตมนตาโสมนสฺสํ) อันที่ 7 สหายแห่งพรหม คือทำทานอย่างมี จิตฺตาลงฺการ จิตฺตปริกฺขารํ (ต้องทำปุญญาภิสังขาร ทำทานเพื่อลดกิเลส)
พ่อครูว่า...อาคามีที่วนไปวนมา มันหมายความว่า เป็นโลกียะด้วยนะ โลกียะนี่นรกต่ำ แล้วหลงได้สวรรค์เท็จ แล้วจะตกนรก ต่ำกว่าเก่าอีก แล้วมาขึ้นสวรรค์เท็จได้สูงกว่าเก่าอีก แล้วตกนรกได้ต่ำกว่าเก่าอีก ผู้ที่เป็นอนาคามี จริงของพระพุทธเจ้า คือผู้เป็นโลกุตระไม่เวียนกลับ ไม่มีนรกไม่มีสวรรค์อีกแล้ว มีแต่เหลือเชื้อนรกสวรรค์เฉพาะตน ขั้นรูปราคะ อรูปราคะข้างใน สมณะฟ้าไทว่า เราก็อยู่กับพ่อครู ที่จับต้องได้ดีกว่า พ่อครูว่า...เกิดมาไม่ได้คิดว่า ตัวเองจะเป็นโพธิสัตว์ แต่ทุกวันนี้ ก็ผมนี่ไม่ใช่เล่น คนเคารพนับถือ อย่างน้อย คุณก็เคารพนับถืออย่างจริงใจ เราก็นึกไม่ออกว่าคนอย่างเรา เป็นโพธิสัตว์จริงๆหรือ ถ้าอาตมาหลงตัวว่าเป็นโพธิสัตว์ ก็คือไม่ใช่โพธิสัตว์แล้ว แต่ก่อนนี้ เราก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่พอถึงวันนี้แล้ว โอ้โห เราเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 เชียวหรือ ไม่อยากพูดว่า เป็นระดับ 8 ก่อสร้างบารมีไป สร้างกุศลสิ่งที่เจริญพัฒนาไป
ความเชื่อในกรรมวิบาก เรื่องกรรมเรื่องวิบากนี่นะ คนที่ไม่ค่อยเชื่อกรรมเชื่อวิบาก อาตมาก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เขาว่ากรรมวิบากไม่มีจริง แล้วท่านตรัสอีกคำคือ กรรมเป็นของๆตน มันลึกซึ้งขนาดคุณทำกรรมแล้ว กรรมไม่หาย วิบากไม่หาย จะจบสิ้น ตอนคุณปรินิพพานเป็นปริโยสาน ไม่เวียนกลับมาอีกเลย จึงจะสิ้นเรื่องของวิบาก ตราบใดที่ไม่ปรินิพพาน เป็นปริโยสาน ไม่มีทางสิ้นวิบาก ก็ไม่น่าเชื่อว่า อาตมาจะเข้าใจ กรรมเป็นของๆตน กรรมวิบากมีขนาดนี้ ถามทุกคน ขณะนี้ คนไทยมีพุทธ 95% ลองตอบสิว่า คนที่จะเข้าใจเรื่องกรรมวิบาก และเชื่อว่ากรรมเป็นของๆตน แบ่งใครไม่ได้ ไม่เอาก็ไม่ได้ ทิ้งไปไม่เอาไม่ได้ จะไปยัดเยียดซุกซ่อน ทำเป็นลืมๆทิ้งๆไม่ได้ทั้งนั้น คำว่าเป็นของๆตนนี่นะ กัมมัสกตา อย่างอาตมา ไม่น่าจะมีภูมิ มีความเฉลียวฉลาดขนาดนี้ เรียนหนังสือ ม.4 ไม่ตก ม.6 นี้ตกแน่ๆ ไอน์สไตน์ ไม่รู้ตัวเองหรอกว่า เป็นโพธิสัตว์ เพราะเข้าใจตัวเองไม่ได้ แม้แต่คานธีก็ตาม และอาตมา มาเรียกขานว่าเป็นโพธิสัตว์ เชื่อไหม มันมีเหตุมีปัจจัย มีสิ่งอ้างอิง มีประวัติศาสตร์ตำนานให้รู้ได้ คุณเชื่ออาตมา มากกว่าเชื่อตัวคุณเองหรือ ก็ไม่ เราก็ต้องเชื่อตัวเองมากกว่าคนอื่น แม้แต่อาตมา พระพุทธเจ้าสอนว่าเชื่อตัวเอง แม้แต่ครูของตนหรือพระพุทธเจ้า ก็อย่าเพิ่งเชื่อ สมณะฟ้าไทว่า...เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า เป็นจริงหรือไม่
พ่อครูว่า...ปัจจัตตลักษณ์ คือลักษณะของตนเอง ผู้ที่เข้าใจ ปัจจัตตลักษณ์ กับไตรลักษณ์ ไตรลักษณ์นี้ เป็นสามัญลักษณ์ เป็นปกติธรรมดา เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป แต่ปัจจัตตลักษณ์ ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง ตัวเองเชื่อได้โดยไม่ต้องเชื่อใคร ไม่ต้องให้ใครบอก แม้แต่พระพุทธเจ้า ก็ไม่ต้องบอก จริงๆแล้วเราไม่ได้เชื่อพระพุทธเจ้าด้วย เราเชื่อของเรา แต่ของเรามันตรงกันกับ ของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้าตรงกับเรานะ สมณะฟ้าไทว่า..คืออย่างผม ก็ตรงกับที่พ่อครูอธิบายให้ฟัง เมื่อทำไปแล้ว ก็ตรงกับที่พ่อครูบอก พ่อครูว่า...แม้ว่าเราจะเชื่อการตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้ามากขึ้น ตามสามอย่างของความเชื่อ คือเชื่อกรรม วิบาก และเชื่อคำสอนของพระพุทธเจ้า เพราะเราได้ปฏิบัติ ตามหลักฐานของพระพุทธเจ้า แล้วได้ผลตรงกัน เช่นอาตมา มีสัญลักษณ์ต่างๆ ชาตินี้อาตมาใช้สัญลักษณ์เหล่านี้ อาตมาต้องเกิดมาชื่อรัก และนามสกุล รัก คือแซ่รัก พงษ์คือแซ่ เป็นรองหนึ่ง แต่ที่จริง สองนี่แหละเหลือหนึ่ง เพราะเขายอม ยกตัวอย่างเช่น ผมนี่ หนึ่ง แล้วพวกคุณนี่ แม้แต่คุณสอง ผมก็ต้องยอมคุณ แต่พวกคุณสองนี้ ต้องยอมผมหนึ่ง แต่ผมหนึ่ง ก็ยอมคุณที่เป็นสอง ก็เจ๊ากันลงตัว สมณะฟ้าไทว่า...แสดงว่าพ่อครูได้สร้างสิ่งนี้ ให้เข้ากับที่ตัวเองเป็น พ่อครูว่า...คือนัยลึกซึ้งพวกนี้ พูดแล้วเหมือนยกตัว แล้วความจริง เราเป็นอย่างไร อาตมาพูด เหมือนลบหลู่ในที ขณะนี้อาตมาอยู่ในสภาพถูกลบหลู่ แต่ไม่ได้ตกใจน้อยใจ เพราะปางนี้ อาตมาเป็นเช่นนี้ เหมือนเด่นแต่ไม่เด่น คนที่เข้าใจจริง จะนับถือให้เด่น แต่คนไม่รู้ก็ไม่ยกให้เด่น เราก็จบ เราชัดเจนของเรา พ่อครูว่า… น้ำเต้านี้ทำไมมันใหญ่ขนาดนี้ เหมือนแกล้งเรา ผลหมากรากไม้ที่นี่ มันแกล้งใหญ่โตมโหฬาร กว่าที่อื่นๆ ผลหมากรากไม้ มันแกล้งโตประชดเราไหม เหมือนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทรงประสูติตรัสรู้ปรินิพพานในวันนี้ วันเพ็ญเดือน 6 สมณะฟ้าไทว่า… แสดงว่าจิตวิญญาณนี้ ยิ่งใหญ่มาก พ่อครูว่า… มันต้องลงตัว ระหว่างรูปและนาม สิ่งที่ไม่รู้ตัว ก็ต้องมาลงตัว แผ่นดินไหวเป็นวัตถุ ไม่มีวิญญาณเกี่ยวข้อง แต่ต้องมาลงตัวไหว เป็นอจินไตยที่อย่าไปคิด ปฏิบัติไปแล้ว จะค่อยๆเข้าใจ แต่อย่าเหมาว่า เราถึงเกณฑ์นั้นแล้ว ต้องระวัง อย่าไปตีขลุม จนกระทั่งพิสูจน์ได้ เราก็อย่ายึดมั่นถือมั่น สมณะฟ้าไทว่า… ต้องเกิดซ้ำจนมั่นใจ พ่อครูว่า… แล้วอย่ายึดมั่นถือมั่น แม้มั่นใจแล้ว กว่าอาตมาจะหมดสงสัย หมดคลางแคลงตนเองว่า เป็นจริง มันต้องเป็นจริง ไม่เป็นจริงเป็นอย่างนี้ไม่ได้ ยกตัวอย่างตื้นๆ ถ้าอาตมา ไม่เป็นโพธิสัตว์จริงๆ อาตมาไม่ฉลาดเช่นนี้ เกิดมาตั้งแต่เด็ก ไม่เห็นจะฉลาดอะไร เรียนก็สอบตก ก็ตอนนั้นคิดว่า ทำไมเราต้องสอบตก ทำไมเราต้องทำให้ได้ ก็ว่าเราไม่ได้โง่เท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ตั้งข้อสังเกต ให้พวกเราได้ใช้ประกอบ SMS วันที่ 21 มีนาคม 2560
การสั่งสมบุญคือสั่งสมความว่าง _ 7277คำว่า"สุโขปุญญัสสอุจโย" แปลว่าการสั่งสมบุญนำสุขมาให้..อยากให้พ่อครูอธิบายอย่างละเอียดด้วยครับ?. พ่อครูว่า…สุข คือ ว่าง มันไม่มีนะสุข คุณสั่งสมสิ่งที่ไม่มีอะไร นี่แหละ ก็คือบุญ คนที่ไม่มีอะไร ที่สั่งสมความไม่มีอะไร ยิ่งสั่งสม ก็ยิ่งไม่มีอะไร นั่นแหละคือบุญนำสุขมาให้ สมณะฟ้าไทว่า… พูดได้หลายมุม แต่ฟังขึ้น พ่อครูว่า... ถ้าเรายังเข้าใจไม่ได้ อย่าตกใจ ให้เจียมตัวไว้ก่อน ถ่อมตนไว้ดีกว่า อวดดีจะเสียหาย ถ่อมตนไว้ ๆ พอรู้ตัวก็สูงเสียแล้ว อย่างนี้ไม่เห็นเสียหายสบายๆ ถ้าไม่เจียมตัวไม่ถ่อมตน พอรู้ตัวก็ซวยเสียแล้ว คุณสะสมความไม่มี ก็มีแต่สุขคือว่าง ของละเอียดนี่ มันมีมากกว่า อย่างภูเขา มีน้อยกว่าเม็ดทราย เป็นต้น
_7277ก็ในเมื่อเขาไม่ศรัทธาไม่เลื่อมใสไม่เห็นด้วย แล้วเขาจะฟังไปทำไม..นอกจาก พวกเราฟังไปแล้วบอกต่อ..จึงไม่สงสัยเลยว่า พูดมา 40 กว่าปีแล้ว ไม่กระเตื่องเลย.. แต่ดีที่พ่อครูไม่ท้อ ข้าน้อยขอคารวะ. พ่อครูว่า…ถ้าพวกคุณไม่ดีขึ้น ผมก็แย่เลย ข้างนอกก็ไม่ดีอยู่แล้ว พวกคุณก็ไม่ดีขึ้นอีก อยู่ไปทำไม
6703แบ่งตังค์ให้คนแก่ยากไร้ทีไร ชอบบอกขอให้มั่งมีรวยๆนะ ต้องรีบบอกกลับ ก็ขอให้ยาย ป้ามีเงินนะ คิดในใจหนูยังพอมีจ๊ะ
ปรองดองคือขัดแย้งอันพอเหมาะ _3867ปชธต.ใบปรองดองเพื่อปย.สุขปชช.ควรมาจิตสำนึก ซื่อตรงซื่อสัตย์! จิตใจใสซื่อ! จิตใจที่สะอาดปลอดโปร่งเป็นจิตใจสงบเยือกเย็น! ความคิดเที่ยงตรง มีวิจารณาญาณ คิดอ่านสร้างสรรค์ปย.สุข เจริญก้าวหน้า ให้ทุกคนสัมฤิทธิผลได้! พระบรมราโชวาทในหลวงฯ พ่อครูว่า…ก็ขอให้สติ ผู้ที่ทำการปรองดอง ตอนนี้เราทำพระพุทธรูป ปางปรองดอง ก็คิดว่าจะไม่สร้างอีกแล้ว สร้างแค่สามปางนี้ ปางแรก ปางตรีลักษณ์ คือ โลกุตระ (เหนือโลก) โลกวิทู (รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ (เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ล้ว ก็ทำให้เต็มที่ เราอย่าหลง ว่าเรานี่แหละฉลาด คนอื่นเขาจะยกให้เอง แม้คนอื่นจะมายกยอ เราก็อย่าไปหลง สมณะฟ้าไทว่า… พ่อครูแสดงธรรมะ จะอ่อนน้อมถ่อมตนมาก พ่อครูว่า...เป็นความรู้สึกของคุณ แต่คนอื่นเขาหมั่นไส้ก็มี ถ้ามีความรู้สึกอย่างคนมีมากก็น่าจะมามากนะ แล้วผมไม่เอาคนโง่มานะ ผมจะเมื่อย
ปางที่สอง ปางวิชิตอวิชชา เป็นพระพุทธรูป สมเด็จปู่วิชิตอวิชชา เรียกสั้นๆว่า ปางปราบมาร เราช่วยคนอวิชชา ช่วยให้เขารู้ตัว ให้เขาได้ประโยชน์ ให้เขาได้รู้ จะเรียกปางปราบมาร ก็จะดูไปกดเขามาก
ปางที่สาม ปางสมานัตตตา คือการสมานอัตตา เอาคนมีอัตตา มาสมานกันให้ได้ ประสานกันแล้วอยู่ได้ ต่างคนมีอัตตา แต่อยู่กันอย่าง ไม่ทะเลาะวิวาท สามัคคี คือขัดแย้งอันพอเหมาะ ขัดเกลาให้เกิดภูมิปัญญากัน สมณะฟ้าไทว่า… ปางต่างๆ เป็นกระบวนการทำงาน ของโพธิสัตว์ ใช่ไหมครับ แสดงว่า ปางสุดท้ายทำสำเร็จ คือเสร็จงาน ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า… ปางปรองดองนี้ ทำได้ยาก มีมือประสานกัน โดยคว่ำมือลงไป ส่วนองค์ที่เป็นวิชิตอวิชชา มีพวกเราฝันเพ้อ จะสร้างสูง 151 เมตร ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ จะทำเป็นหินด้วย ตอนนี้ก็ลดความสูงลงมาเหลือ 3.80 เมตร แล้ว แกะสลักที่ปฐมอโศก เรื่องปรองดองมันเป็นเรื่องสังคมศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นความเป็นไปได้ที่อาตมาใช้สำนวนว่ามีความขัดแย้งอันพอเหมาะ สามัคคี คือความขัดแย้งอันพอเหมาะ ความขัดแย้งมันเป็นการขัดเกลา หรือมันเป็นการขัดเพื่อที่จะให้เห็นมุมเห็นเหลี่ยม เห็นส่วนสัด เห็นอะไรต่อมิอะไรต่างๆ ที่เด่นชัด มันเป็นความรู้ มันเป็นความฉลาด มันเป็นสิ่งที่จะบอกเราว่า มันควรจะมีอะไรเพิ่มเติม มันควรจะทำให้อะไรหายไป มันยังไม่ลงตัวดีทีเดียว เรียกว่ามันขัดแย้ง มันยังไม่ลงตัวดีทีเดียว แต่มันทำให้เราเห็นมุมที่จะปรับปรุงแก้ไขให้มันเจริญๆๆๆ ถ้าหากไม่มีความขัดแย้ง ความเจริญไม่มี ไม่มีความขัดแย้งความเจริญไม่มี นี่ก็เป็นมุมที่สรุปจบอันหนึ่งเหมือนกันของความมี ถ้าสิ่งที่มีไม่มีความขัดแย้งเลยหมดเจริญ ถ้าสิ่งที่ไม่ขัดแย้งแล้วหมดเจริญ ก็คือ เท่าเดิมหรือกลับไปหา 0 เท่าเดิม กับเสื่อมไปหา 0 หมดเกลี้ยง ไม่มีความขัดแย้งอะไรอีกแล้ว หมดพลังงาน หมดความร้อน หมดทศนิยม หมดทศนิยมในความก้าวหน้า ในความเพิ่ม ในความที่จะมี ในความที่จะเป็น หมดทศนิยม มีแต่สูญกับสูญ มีแต่สูญกับเสื่อม มันไม่น่าจะงงน้อ มันง่ายๆ อย่างนี้เป็นต้น ถ้าคุณจะอยู่ คุณก็ต้องอยู่อย่างเจริญ ก็ต้องมีความขัดแย้งอันพอเหมาะ และคุณก็จะต้องเติมทศนิยมเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นไป .0001 ก็ตาม ถ้าเติมได้มากกว่านี้ แล้วมันก็ไม่พาให้สูญเสีย อาตมาอธิบายขณะนี้อธิบายลักษณะไปจนกระทั่งถึงขั้น ครน. หรม. สรุปรวมแล้ว ครน. หรม. คือสิ่งที่เราจะจัดสัดส่วนให้ได้ ได้สัดส่วนที่สุด แล้วมันจะสรุปผล เป็นประโยชน์สูง ประหยัดสุด นี่ก็เป็นภาษาที่เราจะเข้าใจ แล้วเราก็จะทำอย่างภาษาที่บอกสรุปนี่ แล้วมันจะใช้จริงๆ ที่พูดนี่ใช้จริงๆ แล้วเราก็จะทำงานอยู่กับสังคม ด้วยทฤษฎีพวกนี้แหละ ด้วยหลักเกณฑ์พวกนี้ หลักการณ์หรือปรัชญาพวกนี้ แล้วมันก็จะอยู่กันอย่างดีอย่างเจริญ เพราะงั้นเรื่องของปรองดองก็จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ทั้งนั้นแหละ มันใช่เรื่องปรองดองนี่คือเรื่องที่เรียบราบ เรียบร้อยหมดแล้ว ไม่ใช่ มีความขัดแย้งอันพอเหมาะ พลังงานจิต มีพลังงานคงที่ กับพลังงานเคลื่อน coefficiency มีตัวแกนหลักและมีตัวเคลื่อนมี static กับ dynamic เป็นพลังงานบวกและลบ ถ้าเราทำตัวลบ ที่เป็น dynamic เป็นแรงเคลื่อน กับตัวภาวะคงที่กระแส ถ้าเผื่อว่า เรามีพลังงานของตัวแปร dynamic น้อยก็ก้าวหน้าช้า ในสัมประสิทธิ์ จะใช้ว่าอัตราก้าวหน้า อยู่ในระดับคูณ ไม่ใช่ระดับบวก ถ้ายิ่งยกกำลังได้ด้วย ก็ยิ่งมาก แกนของตัวคงที่ จะต้องแข็งแรงด้วย จึงจะมีการเคลื่อนได้เร็ว ได้มาก ได้แรง ถ้าเร็วแรงระดับบวกก็ช้า แต่ถ้าระดับคูณ ก็ดี แต่ถ้ายกกำลังได้ ก็ยิ่งดีกว่า ถ้าเราก็ใจจะรู้แม้เป็นนามธรรม ก็เอามาใช้ได้ นี่คือเชิงคณิตศาสตร์ แล้วต้องใช้ ถ้าไม่ใช้ มันก็ไม่มีมาตราอะไร ให้คุณเลย คุณก็มั่ว ไม่มีอะไรเป็นหลัก _3867ทานที่ทำด้วยความหวัง ทำให้จิตสุขทุกข์ รอคอยผลของทาน ด้วยความคาดหวัง ผุดนรกจริงสวรรค์เท็จในใจ! ทานที่ทำด้วยความปลอดโปร่ง ทำให้จิตสงบ ไม่ปรารถนาผลใด วางใจละภพคลายชาติจางกรรม! สกก.
_3867กราบขอบคุณพ่อครูฯ สณ.เดินดินกับธ.ทานทานัญจะ ด้วยจิตวิรชังพาใจเขมัง พ้นสวรรค์6คะเมนลวงตกนรก กสุก(มิใช่สุข)ในอบายภูมิเอวังหนอสาธุ! พ่อครูว่า...อาตมาอยู่ในปางอโศกะ คือไม่เศร้าโศก ไม่หมอง อาตมาชาตินี้ ไม่เศร้าโศก แม้เครียดก็ไม่รู้จัก ไม่วุ่นวาย เศร้าหมอง แต่มันยังมีกิเลส รชะ เป็นตระกูลกาม ถ้าโศกเศร้า คือตระกูลโทสะ เมื่อไม่เลอะเทอะ ไม่โมหะก็จัดสรรได้สองตระกูล คือราคะโทสะ คือ รักกับโกรธนั่นเอง ขั้นโทสะจริงๆแล้วโทสะต่ำว่า รชะ เพราะมันเป็นทุกข์ รักมันยังมีสุขนะ แต่แน่นอนว่า มีวิบากทุกข์ แต่ก็มีสุขให้เสวย แต่โทสะนี่โทษถ่ายเดียว เป็นสิ่งไม่ดีถ่ายเดียว ก็ชัดเจน เขียนโศลก เศษโทสะเท่าไหร่ รู้ว่ามีก็ต้อง kick it out เอาออกไปเลย ไม่เป็นประโยชน์เลย ไม่มีคุณค่าเลย เอาออกไปก่อนเลย ถ้าจะใช้รักรวบรวมสะสมบ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ใช้งานอยู่ ตัว ก คือเริ่มมีขึ้นมา แม้เล็กแม้น้อย ถามพวกคุณ สุก กับ สุข อันไหนสูงกว่า …. สมณะฟ้าไทว่า… ถ้าสุขคือว่าง แล้วเราก็ทำสุก เพื่อผู้อื่นต่อ สุก ก็สูงกว่าครับ พ่อครูว่า...ถ้าสุก นี่ยังเกิด แต่ถ้าสุขนี้ไม่เกิดแล้ว แต่สุก นี้ ก.ไก่ มาก่อนนะ แต่ถ้าคุณรู้ตัวว่า เกิดแล้วก็ต้องตัด จะได้ไม่ต่อ ถ้าอกุศล
....ไลน์คุณสมเกียรติ เว้นขาดจากการรับธัญญชาติดิบ. เว้นขาดจากการเป็นทูตและการรับใช้. เว้นขาดจากการพรากพืชคามและภูตคาม. 1.ผิดศีลข้างต้นบาปมั้ย 2.ไม่ทำศีลข้างต้น ได้รับวิบากกรรมอะไร 3.เว้นศีลข้างต้น อรหันต์ได้มั้ย พ่อครูว่า…อย่าไปรับธัญาหารดิบ เพราะต้องเอามาหุงต้มก่อน ถึงกินได้ ธัญญาหารดิบ คือของที่ต้องเอามาหุงต้มแกง จึงกินได้ แต่ถ้าคุณจะบอกว่า ดิบนี้กินได้ แต่มันก็ไม่ค่อยถูกต้อง อย่างพืชหลายอย่าง ไม่ต้องต้มหุงผ่านไฟ กินสดดีด้วย อย่างนี้ต้องยกไว้ รายละเอียดของธัญญาหารดิบมีเยอะ แต่ท่านต้องตรัสไว้ ว่าห้ามรับธัญญาหารดิบ สรุปว่า ถ้าผมผิดศีลอย่างนี้ จะบาปไหม...ถ้าผิดศีลก็บาปทั้งนั้น แต่ถ้าคุณทำผิดศีล แต่ทำกุศลสูงไปมากๆ ก็ตู๊กันได้ แต่ไม่ล้มล้างได้นะ กุศลนี้ไม่เอกังสะ แต่วิภัชชะสะสมได้ ไม่เหมือนบุญ ที่เอกังสะ ถ้าไม่ทำศีล ก็รับวิบากที่ต้องสั่งสม สั่งสมสิ่งที่มี เป็นสิ่งไม่ดีก็สั่งสม แม้ไม่ดีนิดเดียวก็ตาม เว้นศีลข้างต้น นั้นมันเล็กๆน้อยๆ สิ่งที่ใหญ่ก็ทำได้ ทำให้ทั่วกับสิ่งที่เล็กน้อย สิ่งที่เล็กน้อยเท่าไหร่ก็แล้วแต่ กับสิ่งที่ไม่มีก็ต่าง มีเล็กน้อยกับมีมาก ก็คือมี
.....ไลน์ผู้ร้องเรียน ปัญหาอีกอย่าง ถ้ามีการออกรายการหลายคน เสียงก็ไม่ค่อยเท่ากันอีก บางครั้ง คนหนึ่งพูดไปตั้งนานแล้ว แต่ไมค์ ไม่ดังครับ อยากจะให้ปรับปรุงครับ ทีวีช่องอื่น เขาก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเสียง ทั้งที่เขาเกิดทีหลังเรา หลายครั้ง ผมเคยได้ยินว่า เทคโนโลยี่เขา ด้อยกว่าของเราด้วย นมัสการมาด้วยความเคารพ พ่อครูว่า… เขาก็ติติงมาเพื่อให้เจริญ อย่าไปถือสาเขา ดี ด้านเทคนิคก็รับไป พูดไป จะได้เคี่ยวเข็ญ คนเทคนิคด้วย จะได้เจริญ ทั้งที่เราไม่ได้จ้าง เข้าใจกันก็อาศัยกันไปอย่างนี้
_จากไลน์ หนึ่งดาว....กราบนมัสการค่ะ ดิฉันมีคำถาม อยากถามพ่อครูว่าลักษณะของสภาวะจิต ที่พอได้ผลไม้ลูกงามๆ ก็อยากไปถวายพ่อครู ให้ได้ฉันด้วยคิดว่าเป็นของดีไร้สารพิษ พ่อครูจะได้สุขภาพแข็งแรง สภาวะอย่างนี้ มีความเป็นภพชาติไหมคะ แล้วจะทำจิตอย่างไร ให้สิ้นภพชาติ ในกรณีเช่นนี้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ สมณะฟ้าไทว่า… เจตนาดี แต่ถ้าเขาไม่ยึดมั่นถือมั่น ก็ไม่เป็นภพชาติ พ่อครูว่า… เป็นมโนสัญเจตนา ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ ไม่ต้องหวัง แต่เจตนาดีมีไหม ก็มี มีเจตนาแต่อย่าอยาก
อาตมาก็จะขอพูด ถึงหนังสือ A bomb of love ทั้งของอาตมา และของคนอื่น เพื่อให้คนได้เข้าใจระเบิดรัก ที่มีในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ท่านทรงสร้าง คุณงามความดีสิ่งประเสริฐไว้ ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ มนุษย์คนไทย แม้ต่างชาติก็ได้เห็น สิ่งประเสริฐของมนุษยชาติ เขาก็รวมไว้ เพื่อให้ได้อ่านทบทวน จะได้เกิดประโยชน์ ก็ขอบคุณคนช่วยทำ ย้ำเพื่อให้ได้ลึกซึ้ง สมรูปสมสมัย ยุคสมัยนี้ ทั่วโลกมีความเฉลียวฉลาด เข้าใจสารัตถะ อันประเสริฐของมนุษยชาติ จะต้องหมดตัวตน เสียสละเพื่อมนุษยชาติ รับใช้ผู้อื่น อาตมาว่า เข้าใจกันหมดแล้ว คำว่าเพื่อผู้อื่น โดยไม่ประมาณตน เราจะสุขภาพเสีย ตายเร็วด้วย ที่ไตยังไม่วาย หรือหัวใจล้มเหลว ถ้าพวกเราเข้าใจแล้ว แล้วก็มีกลุ่มหมู่ มีทฤษฎี มีอะไรหลายๆอย่าง แม้แต่วัตถุ ให้พวกเราได้ร่วม อาตมาว่า เราได้อะไรดีๆ จนถึงขั้น แม้วัตถุสิ่งที่ไม่มีชีวิต ก็ยังเป็นใจ แม้แต่ดินน้ำลมไฟ ก็เป็นใจ ยกตัวอย่างง่ายๆ ไม่ได้พูดหาเรื่อง ลองไปไม่ไกลจากเรา ลมพัดระเนระนาดแต่ของพวกเรา ปลอดภัยดี
ทำทานอย่างไรไม่ได้นรก ทีนี้อาตมาอยากจะทวน ถึงทานอีกทีหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสไว้ ครบแล้ว ถ้าผู้มีปัญญาความเฉลียวฉลาดพอ 1 พลังงานจิตที่เกิด สาเปกโข วัง ตอนนี้ เรามาพิชิตไอ้หวัง ไอ้หวังตายแน่ ตายแน่ไอ้หวัง มันก็ประหลาด ว่าทำไมมีเพลง ไอ้หวังตายแน่ (พ่อครูไอตัดออกด้วย) ของเขาโลกีย์ แต่เรามาใช้ระดับโลกุตระ อาการจิต ที่เราต้องเข้าใจ อาการพลังงาน ว่าเราเอาความหวัง ใส่จิตเราเข้าไป ถ้าใครเข้าใจแล้วได้ เรายังสร้างอยู่ ก็ไม่ต้องอึดอัดใจ ทำได้ก็ได้ ทำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร อย่าไปปวดหัว ว่าทำไมเราทำไม่ได้ แต่มันยากเหมือนกันนะ ไม่เช่นนั้น จะมีพลังงาน ที่เสียไปกับ ที่เรายึดมั่นถือมั่น ที่เราไปสปาร์คตัวเราเอง มันกดตัวเองเสียพลังงานซับซ้อน ทำไม่ได้ก็ใจเย็นๆ เข้าใจแล้ว อย่าอยากได้เร็วเกิน อภิชัปปา อย่าอยากได้เร็วๆ ไม่ดี พวกเรานี่ มาฟังธรรมพระพุทธเจ้า ที่ท่านตรัสทานสูตร นี้ มีการให้ทานอย่าง 1.สาเปกฺโข(มุ่งหวัง) ทาน เทติ 2.ปฏิพทฺธจิตฺโต(ผูกพัน) ทาน เทติ 3.สนฺนิธิเปกฺโข(สั่งสม) ทาน เทติ 4.อิมํ เปจฺจ ปริภุญฺชิสฺสามีติ (ให้ข้ามภพชาติ) ทาน เทติ ตายแล้ว ก็จะต้องไปมีภพชาติ ที่สร้างไว้ ตั้งแต่ตอนเป็นๆ อาตมาว่า พวกเราจะเข้าใจดี ไม่ต้องไปทำเลย ถ้าเราจะมีวิมานภพชาติที่ดีๆต่อไป คุณสร้างสิ คุณสร้างภพ วิภวภพ ภพที่ไม่มีภพ คุณจบความเป็นภพของคุณได้ คุณทำให้จบภพ ของคุณเองได้แล้วอาศัยภพ การที่คุณทำให้ไม่มีภพได้ คือวิมานที่คุณอาศัย ถ้ามีภพอย่างนี้ จะไม่มีอีกเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ถ้ายังเข้าใจไม่ได้ แล้วทำไม่ได้ แม้อบายภูมิ ก็ทำไม่ได้ แม้ภพต่ำ ก็ไม่เด็ดขาด ว่าคุณได้แล้วนะ ก็ไม่รู้ว่า อย่างไรคืออบายภพ คนฆ่าคนอย่างอำมหิต แทงตายแล้วแทงตายอีก 50 ครั้ง อำมหิตอย่างนี้เข้าใจไม่ได้ยาก แต่คนที่ดูเหมือนดี แต่สร้างภพมากมาย หลอกคนไปสร้างอบายล้านอบายภพ มันดูเหมือนไม่มีเบาๆ แต่หนักกว่าแทงซากตาย ซ้ำแล้วซ้ำอีก ร้อยครั้งพันครั้ง กับที่หลอกให้ทำ อย่างไม่มีรูปธรรมเลย แม้ร้อยภพเท่ากัน แต่อันที่หลอก จะโง่นานกว่า นี่เราศึกษาไปแล้ว จะเข้าใจสภาพซ้ำซ้อน เหมือนเขาดี แต่ดีหลอก ก็ต้องทำดี แต่อย่าทำดีหลอก ดีหลอกนี่มันแย่ สัจจะมันซ้อน พูดอีกที อาตมาว่า ธัมมชโยเขารู้นะว่า เขาเอาดีมาหลอก นี่แหละคนนี้แหละยอดชั่วเลย ป้องกันตัวเองนี่แหละ คือเขารู้ว่าเขาหลอก อ้าวหาวหนึ่งที พูดเป็นตุเป็นตะ พูดป้องกันตัวเอง คือหลอกคนอื่น นี่คือคนฉลาดไม่จริง คือสิ่งที่ฟ้องให้รู้ว่าเขาพูดไม่จริง ก็เลยบอกว่า เรื่องในฝันนะ เรื่องหลับๆตื่นๆนะ ไม่ใช้เรื่องจริงนะ คือฉลาดชั่วมากๆเลย กันตัวเองไว้หมดเลย เขาจะหลบนี้แล้วว่าสุขก็ช่าง แต่อาตมาว่าเผชิญได้เปิดเผยนี้สุขกว่า สบายกว่า
ทบทวนทานสูตร...เมื่อไม่หวัง แล้วคุณรู้ทัน ก็ตัดเลย ถ้าไม่ตัด ก็จะรวมเข้าไปอีก เป็นปฏิสัมพันธ์ เมื่อไม่ตัดมันก็ต่อ เมื่อต่อแล้ว มันก็ต้องมีผลกระทบ เพราะถ้าสองสภาพ กระดิกเมื่อไหร่ กระทบเมื่อนั้น สองภาวะ สองสภาพ กระดิกเมื่อไหร่ กระทบเมื่อนั้น ใช่ไหม ถ้าคุณจะมีสองสภาพ แล้วจะไม่ให้มีปฏิกิริยา ก็อย่ากระดิก แม้คุณไม่กระดิกแต่อีกอันกระดิก ก็เป็นเรื่อง แล้วเราห้ามอีกอัน ไม่กระดิกไม่ได้ แต่อีกอันไม่ใช่เรา มันยาก เพราะฉะนั้น อย่าไปมีสองดีกว่า มีหนึ่งนี้ดีแล้ว ถ้ามีก็จะมีสามเส้า คือ 1.อิตถีภาวะ 2.ปุริสภาวะ 3.นปุงสกลิงค์ ภาวะมีสอง แต่ถ้าจะนับสาม ก็แยกพยัญชนะเป็น นปุงสกลิงค์ นปุงสกลิงค์ ไม่ใช่อิตถีลิงค์ แยกมาอยู่ที่ ปุงลิงค์ กับ นปุงสกลิงค์ คือไม่มีปุงส์ คำว่าปุงส์ คือปุริสภาวะ คุณจะต้องมี 1 กับ 0 นปุงสกลิงค์ คือ 0 ถ้าจะพูดซ้ำซ้อน 0 อีกก็ไม่ไหว ก็ต้องเป็น ปุงลิงค์ กับ นปุงสกลิงค์
ต้องมีสภาวะและเป็นระเบียบ จึงพูดได้ แต่ถ้าไม่เป็นระเบียบก็ยาก ถ้าคนมีภูมิถึง จะไม่งง ถ้าภูมิไม่ถึงก็จะงง คนที่เข้าใจจะมีน้อย มีน้อยก็ไม่อึดอัดขัดเคือง แต่ถ้าจะมีมากก็ดี ไม่มีมากก็ไม่อึดอัด อาตมาก็ไม่ทรมานทรกรรมอย่างไร อย่างเก่งก็แค่ไอ แต่ไอไม่เจ็บอะไรทั้งนั้น ไอเฉยๆ แต่ไอต้องแรง เท่านั้นเอง ไม่เจ็บอะไร เจ็บคอก็ไม่เจ็บ พูดโดยสำนวน ว่ารำคาญเฉยๆ สรุปคือวิบาก ไม่มากเท่าไหร่ จะว่าทน ก็ไม่ทนมากเท่าไหร่ แต่อาตมารู้สึกว่า เสลดกระเด็นได้ มันอายน่ะ
มาต่อ คุณปฏิพัทธ์ เมื่อผูกพัน ก็จะสั่งสมตกผลึก สันนิธิ แล้วยังโง่ต่อ ว่าสิ่งที่ควรจะมี ควรจะเป็น เช่นสวรรค์วิมาน ที่แสนดีแสนงาม จะไปได้อีกกี่ชาติๆ กี่ชาติ จะเข้าใจภพชาติ ที่คุณใช้หลอกคน ถ้าคนไหนไม่รู้ แล้วนึกว่า มีภพชาติเช่นนี้จริง ก็ไม่บาปหนักเท่าไหร่หรอก แต่นี่คุณเชื่อไหมว่า ที่เขาพูดไป ไม่มีจริง ...เขารู้ วิมานที่เขาจัดสรร เหมือนจัดสรรบ้านจัดสรร วิมานยิ่งใหญ่วิจิตร ราคาแพง ตั้งชื่อวิมานเฟส 2 3ที่ไหน เขาหลอกเต็มๆ เขาก็ไม่รู้ว่า เขาเป็นลูกหนี้คนอื่น มากตามไปด้วยเช่นกัน ถ้าไม่หวัง ก็ทำไม่ได้ ก็อย่าไปสะสม หรือผูกพัน หรือไปมีความอยากได้ ในชาติต่อๆไป หรือเป็นของกูต่อๆไป นี่จะเห็นได้ว่า แค่ที่ท่านสอนทาน อันแรกแบ่งไว้สี่ระดับ ก็ชัดเจนแล้ว พวกเราจะเห็นได้ว่า เราได้ทำกุศลไว้ดีแล้ว แต่อย่าให้เสียสุขภาพ ก็ต้องระวัง อาตมาจึงระวังที่สุด นี่ยังรู้สึกว่า ตัวเองไม่เก่ง ยังขยาย หรม. .ไม่ชัดเจน Greatest common factor ครน. กับ Least common multiple หรม. ครน.คุณต้องให้ก้าวหน้า แต่อย่ากระทบกระเทือนให้เป็นหนี้ คุณต้องทำร่วมกับคนอื่น แต่ร่วมแล้ว อย่าทำให้เสียหายตัวเอง ไปกระทบคนอื่นๆ ทำให้ก้าวหน้าให้มาก แต่กระทบกระเทือน ให้น้อยที่สุด หารร่วมมาก หรม. Least common multiple คุณเอากิเลสออก ให้ได้มากแต่อย่าไปกระทบคนอื่น ให้เสียหาย คุณต้องเอาออกของคุณจริง ให้ได้มากที่สุด ในการเอาออก แต่อย่าให้กระทบคนอื่น มอมเมาคนอื่นมากขึ้นอีก คือหารร่วมมาก ทำอย่างนี้ได้ อาตมาก็สรุปว่า ประโยชน์สูง ประหยัดสุด จัดสรรให้ประหยัดที่สุด แล้วมีประโยชน์สูงสุด ประโ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive