241022-3-146 ทางเอกภาค3-ตอน146(หน้า310)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์158 KB
วันที่แก้ไข21 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 22 ตุลาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอ้าวก็วันนี้จะบรรยายแล้วก็จะเอาเหตุการณ์ปัจจุบันเขาประกอบด้วยเพื่อที่จะได้ชี้ส่วนที่จะควรรู้ว่าเราจะเผชิญกับสิ่งที่เกิดอย่างไรเราจะปฏิบัติตนหรือว่าเราจะสู้รบใช้คำภาษาอะไรจะสู้รบกับสภาพอุปสรรคหรือว่าสิ่งที่มาสัมผัสสิ่งที่มาสัมผัส กับเรามันเกิดขึ้นจริงเรายังจะมีผัสสะต่างๆมันมีแล้วเราจะเกิดการรู้เกิดการเข้าใจตามภูมิปัญญาของแต่ละบุคคลแม้ที่สุดมันก็จะเกิดจิตที่มันสะอาดหรือว่าจิตมีอาการตุ๊กแกหรือว่าจิตที่ไม่สะอาดจิตที่ไม่สะอาดมีอาการตุ๊กแกมีอุปกิเลสอุปกิเลสต่างๆเข้าร่วมเข้าเป็นแล้วมันจะเป็นอาการอย่างไรบ้างเราจะรู้อย่างไรเราจะใช้วิชาตั้งแต่จะมีสติปัฏฐานหรือมีวิปัสสนาโดยการพยายามสำรวมใจให้เรา ให้จิตใจของเรามีฌานจะมีการตรวจสอบอ่านรู้กระทบสัมผัสแล้วก็มีความแววไวมีความระลึกรู้จักเป้าเข้ามาที่จิตกระทบสัมผัสก็รู้ยังอยากรู้สึกตัวทั่วพร้อมแล้วก็รู้กายนอกกายในนอกเราก็ควบคุมทุกคนยิ่งเก่งชานข้างนอกก็ยิ่งควบคุมได้ควบคุมคือรู้รู้กายกรรมรู้วิธีกรรมรู้เข้ามาถึงมโนกรรมรู้กายกรรมวจีกรรมเป็นรุ่นนอกผัสสะตาหูจมูกลิ้นกายเรียกว่าเราดักหนูนาแล้วมันก็เข้ามาหาใจ ข้าวมันไก่ในหรือคำว่ารู้ในแล้วก็ตามรู้นั้นเรียกว่าเรามีฌานยิ่งชานเก่งยิ่งฌานมั่นยิ่งชานแข็งก็ยิ่งรู้นอกรู้กายนอกกายกายในกายทีนี้ก็จะมีปัญญาผู้ที่มีฌานแท้เหมาะแก่การปฏิบัติธรรมแก่การงานงานปฏิบัติธรรมที่มีสมาธิองค์ 8 เหมาะตรงที่ว่าเราก็จะรู้เท่าทันแล้วเราก็จะดูเข้าใจความคิดเข้าใจความปรุงเข้าใจวิตกเข้าใจตรรกะเข้าใจวิตกเข้าใจสังกัปปะเข้าใจความไตร่ความตรองเข้าใจ คิดความนึกเข้าใจความตายความตรงเข้าใจความปรุงความคิดที่มันปรุงผสมกระแสกันเข้าแล้วว่าสังกัปปะจับได้จนกระทั่งว่าม

อ่านต่อ

ันปรุงออกมาแล้วมันจนกระทั่งจะเป็นคำเป็นความเป็นวจีสังขารจิตใจของเราก็ยังเป็นจิตที่เป็นฌานเป็นจิตที่ไม่วุ่นวายเป็นจิตที่ไม่มีแต่อุปกิเลสหรือกิเลสเข้าไปบงการเป็นกินเป็นจิตที่เราสามารถรู้แน่วแน่แนบแน่นอยู่กับอาการที่ไม่ให้กิเลสไม่ให้อากาศเข้ามาบันดาลอะไรมากมายนักหรือเมื่อมันมันด่านเราก็รู้ว่าเออจิตรานี้ไม่สะอาดมีอุปกิเลสผสมอยู่เป็นอาคารทุกอย่าง เป็นแขกจอนเป็นส่วนแฝงส่วนปนไม่สะอาดไม่บริสุทธิ์ไม่ได้ดีเท่าที่ควรไม่เป็นอนุจิตรยังเป็นแค่จิตที่ยังหม่นหม่นหมองหมองยังโหดๆโหดๆเป็น เพลงรู้แล้วก็เพลงเผาในขณะเรารู้นั้นแล้วก็เป็นญาณทัศนะวิเศษวิญญาณทัศนะในขณะที่เรารู้และเราได้เผาอยู่เผาอยู่นั่นเรากำลังทำมโนมยิทธิคำว่าเผาให้ฟังให้เข้าใจนะมันไม่ได้เอาจุดไฟใส่เข้าไปนะแต่มันเผากิเลสเราก็จะทำด้วยกรรมวิธีใดก็แล้วแต่เราเรียนมามากแล้วจะด้วยวิธีอดกดข่มสลัดออกทุบหูทุบหัวมันยังไงบี้ขยี้อะไรก็แล้วแต่จะทำด้วยวิธีการโดยการกฎของโดยการทำกันดื้อๆว่าให้มันเปลี่ยนไปให้มันแปลเป็นอื่นให้มันมีอยู่ในสภาพที่เราก็เลยทำใจโตสมถะดูว่าจิตของเราว่า จากกิเลสว่างจากนิวรณ์นี้มันเป็นอย่างนี้มันสะอาดสบายงี้ทำให้เป็นอย่างนั้นแหละทำอย่างที่เราเคยฝึกเคยปรือเคยดูเจโตสมถะมาทำให้เป็นอย่างนั้นทำให้ปราศจากอาการนิวรณ์อย่างนั้นทำจริงๆนั่นแหละเราได้ปฏิบัติธรรมอยู่จริงๆเรามีมโนมยิทธิมีอำนาจมีความเก่งมีอิทธิทางใจเราจึงสามารถขจัดออกได้ด้วยอิทธิวิธีโดยวิธีการต่างๆที่เราได้ฝึกได้ทำกับตนโดยการกดของเชิงหนึ่งเรียกว่าเชิงสมรรถนะในการใช้ปัญญาใช้เหตุใช้ผลบอกมันทำความเข้าใจมันว่ามันไม่ใช่ของจริงแล้วมันก็หลุดลอยไปได้ด้วยการเกิดปัญญา ยานไอ้นี่ยิ่งเบายิ่งดีใหญ่เพราะว่าตัวเกิดปัญญานี่แล้วก็รู้เห็นชัดแจ้งแล้วมันก็หลุดออกปล่อยออกได้นั่นยิ่งเป็นตัววิปัสสนาญาณหรือว่าเป็นวิปัสสนาธุระจะทำการหลุดโดยวิปัสสนาไม่ใช่สมถะลูกเดียวยิ่งดีใหญ่เพราะมันหลุดไปเพราะรู้เพราะเห็นเพราะเข้าใจเนี่ยมันมันหลุดกันอย่างที่เรียกว่ามันไม่จะไม่เวียนวนอีกง่ายๆแต่ถ้ากดคอมนี่ต้องใช้อำนาจส่วนหนึ่งที่ต้องใช้เป็นพลังพลังในใจเรื่องการต้องการต้องกดต้องกดก็ต้องใช้เพราะวิธีที่ต้องใช้พละกำลังนี่ต้องใช้ด้วยฝึกหัดด้วยแต่ไม่ถาวรไม่มั่นคง ไม่เสร็จสิ้นสุดเหมือนอย่างกับวิปัสสนามันก็ยังรู้ด้วยญาณปัญญาไม่รู้ได้ญาณปัญญาอย่างชัดแจ้งจริงเห็นจริงแล้วตัวนึงหลอกตัวจริงตัวที่มันมีกิเลสมันทุกข์เอาออกเสียได้แล้วมันพ้นทุกข์มันเป็นนิโรธสะอาดสว่างสงบแล้วมันก็ยังจะทำให้เราเองนี่เรียบร้อยสุภาพแม้แต่จะก่อกายกรรมก่อวจีกรรมออกไปก็จะสุภาพจะสุภาพเราจะรู้แจ้งจริงๆเลยถ้าอธิบายต่อแล้วมันก็จะเห็นว่าเมื่อกี้เราพูดมาถึงอิทธิวิธีเราก็จะรู้ต่อไปถึงโสดทิพย์คือรู้ทิศรู้ทิศโสตะนี่แปลว่ารู้รู้ทิพย์ก็คือ การรู้เด็กกายกรรมรู้สังกัปปะรู้การนึกคิดแล้วก็ออกมาเป็นวจีวาจาสัมมาวาจารู้ทิพย์รู้การสอดการร่วมว่าเราพูดเนี่ยมันมีจิตมาเป็นตัวบงการมันมีจิตเป็นตัวปรุงแต่งมันเป็นจิตเป็นตัวประธานบอกมาจิตของเราสะอาดไหมเราจะโสดที่เราจะรู้ร่วมเลยว่าโอ้จิตที่เรามาร่วมไม่ปรุงขนาดนี้นี่มันหยาบไปนะนี่มันยังมีกิเลสผสมกระแสขึ้นมาเป็นมานะบ้างเป็นพยาบาทบ้างหรือเป็นความโลภอภิชาวิศวะโลภะอย่างเพลงรอบอยู่นะยังมีการเห็นแก่ตัวเอามาให้แก่ตัวแก่ตนเราจะเกิดญาณเกิดความรู้ โสดทิพย์ก็รู้ว่าคำพูดนี้สะดุ้งตัวเองแหมนี่เราพูดออกไปนี่มันส่อนี่มันสอนนะเราจะมีปฏิภาณรู้เลยว่ามันส่อว่านี่เราพูดนี่มันยังมีลักษณะจะรู้ลักษณะคำพูดได้ละเอียดละออว่าอ๋อของเราเองนี่แหละมันสอนถึงใจเราเองยิ่งใจเราเองด้วยยิ่งหยั่งรู้เข้าไปในจิตในธรรมรู้เข้าไปในจิตในธรรมของเราเองเป็นชั้นเชิงเป็นธรรมะชั้นละเอียดชั้นสุขุมประณีตแทบตายนี่เรายังมีมากมีน้อยเราจะรู้เลยถ้ามันเป็นอกุศลจิตอกุศลมูลเราจะดับจะฆ่าด้วยกรรมวิธีด้วยอิทธิวิธีด้วยความสามารถแล้วจะดับเราจะทำค่าจริงๆ รู้มันมันจึงได้เก็บได้กวาดได้เก็บได้กวาดได้ปราบได้พร้ามได้กระทำการประหารกิเลสได้ทำกิจของเราอันเป็นนักพรตอันเป็นนักปฏิบัติธรรมอยู่แท้ๆตรงๆเพราะเรารู้เท่าทันจริงๆมีโสดทิพย์อันมีอภิญญาเป็นวิชาแท้และเพราะเรามีปัญญารู้ชั้นเชิงของจิตมีเจโตปริยญาณรู้เลยว่านี่รักข้อมูลโทรศัพท์มูลโมหะมูลนี่เป็นตัวชื่อหยาบๆมันมีกระแสอย่างไรนี่ยังแค่สังฆกิจวิกฤตมันแค่มันได้มันก็พอลดได้บรรเทากฎของได้หรือว่าทำให้มันอ่อนแรงลงมาได้บ้างแต่มันก็ยังไม่ผ่องใสจิตใจของเราก็ยัง มันมันก็ได้แต่มันยังไม่ดีขึ้นถึงขั้นใดขั้นหนึ่งยังไม่ดีขึ้นถึงขั้นใดขั้นหนึ่งเราก็จะต้องทำให้ดีขึ้นยิ่งกว่านั้นแล้วมาหาทันตกิจมหากษัตริย์จิตรถ้าเราทำอยู่แค่สังกิจคือมันยังได้แต่มันก็ยังหดถูกอึดอัดท้อแท้อยู่นี่เป็นลักษณะภาษาอังกฤษอ่ะถ้าเป็นลักษณะฟุ้งซ่านอยู่มันยังสร้างมันจะกระเซ็นมันยังจับไม่ติดมันยังคว้าไม่ได้มันยังสร้างกระแสมันยังไม่เป็นมือเป็นหมัดที่เราสามารถแตะได้จับได้แล้วก็ทำให้มันอะไรต่ออะไรลงไปได้อีกดังที่มันหมายดังที่เราทำไมเราทำให้มันเบาไม่ได้ทำให้ลดไม่ได้อะไรเนี่ยมันยังฟุ้งฟุ้งซ่านมัน เปอร์เซ็นกระเด็นหลุดไม้หลุดมือเรียกว่าวิกฤตลักษณะของภาษาอังกฤษต่อจิตนี่มันยังได้แต่มันก็ยังตึกๆๆแท้ๆมันยังไม่โปร่งใสมันยังไม่สบายเบาลักษณะวิกฤตเศรษฐกิจมันก็มันยังจับไม่ติดมันยังฟุ้งมันยังสั้นๆเป็นไปเรายังจับมันไม่มั่นคั้นมันยังไม่ตายยังทำมันไม่ได้เรารู้ตัวเลยว่ามันยังไม่ดีเท่าไหร่ยังไม่ได้อยู่แต่ภาวะที่ดีพอสมควรจนถึงเราจะนับขั้นว่าเราเออเราก็สามารถทำได้ดีขนาดนึงเพราะว่าเราจึงจำเป็นจะต้องให้เกิดมหากษัตริย์เกิดให้ไปสูง เกาะที่ดีกว่านั้นอีกให้ได้เพราะเราทำได้ทีนี้เรามีฝีมือเก่งขึ้นอีกเราก็จะทำจิตของเราได้สูงขึ้นไปกว่านั้นเป็นมหากษัตริย์จิตนี้ยังอ่ะมหากัสรู้ว่ามันยังไม่ดีขึ้นเลยจิตนี้เป็นมหากษัตริย์ก็รู้ว่าจิตนี้ไปสูงได้กว่าเดิมแล้วก้าวหน้าทำได้พัฒนาขึ้นจิตที่มนมองก็สะอาดขึ้นหน่อยจิตที่คว้าไม่ติดก็จับมั่นขึ้นหน่อยประหารได้ปราบได้มีความสามารถขึ้นแม้จะรู้ว่าเขาทำได้มากขึ้นแล้วมันยังดีกว่านี้ได้นะเป็นสะกดจิตที่ดีกว่านี้ยังมีอีกแม้เราจะทำด้วยสามารถและระยะแหมมันยังไม่ดีดั่งใจสูงแม้จะได้ดีขึ้นพอสมควรแล้วขณะที่ ได้ดีนี่แหละจิตขั้นนี้ก็คือจิตฌานพูดจริงก็ยังหดหู่มันจะไปติอะไรสังเกตมันยังอยู่ในระดับที่ยังไม่พอใจยังไม่เป็นอริยสัจ 4 ยังไม่เป็นศีลอันที่พระอริยเจ้าพอใจมันยังไม่เกิดความพอใจดีใจหรือว่าเราเกิดก้าวหน้ายินดีพอสมควรมันยังไม่เกิดเลยมันยังกดถูกมันยังไม่พอใจมันยังมองหม่นแม้เราจะรู้ว่าเราจับมันติดเราสามารถปราบมันได้กว่าเก่าก่อนนิดหน่อยก็ตามเรายังไม่ได้ตรงนี้ขึ้นมามันอยู่ในคีย์ที่ยังไม่เกิดยังไม่เกิดถึงขั้นถอดใจยังไม่เป็นอริยสัจ 4 ละยังไม่เป็นอริยสัจ 4 ยังไม่เป็น บาทที่เราใช้สีใช้พดใช้วิธีการปฏิบัติใช้กรรมฐานปฏิบัติแต่มันก็ยังไม่ได้ดีเท่าที่ควรเราจึงไม่เกิดการพอใจต้องทำให้ถึงขั้นเกิดการพอใจยินดีขึ้นมาได้และทำให้ยิ่งกว่านั้นขึ้นไปอีกซึ่งเราจะรู้ทิศทางฟังดีๆจะเห็นจะรู้จะเข้าใจสภาวะพวกนี้เราทำเองพิสูจน์พิสูจน์ทฤษฎีเหล่านี้พิสูจน์ทฤษฎีเมื่อเราทำจนพอใจแต่ยังไม่ดีสุดพอใจก็พอใจในขณะหนึ่งเป็นปิติเราก็ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นจนเบาว่าสุขสุขคำนี้เป็นวงพอสโมสุกไม่ใช่สุขเพราะเสพสม เราทำได้เราปฏิบัติธรรมได้เราละล้างจางคลายได้เป็นผู้สโมสรเป็นสุขทางสงบระงับจากกิเลสไม่ใช่สุขเพราะสุขของชาญไม่ใช่สุขเพราะเสพสมเป็นโลกียรสไม่ใช่เบาลงว่างลงเคยแปลฟังแล้วโดยพยัญชนะสุขานี้แปลว่าว่างนั่นแหละแล้วก็เราก็ยินดีว่านะเราเห็นดีสุแปลว่าดีค่ะแปลว่าว่างหรือกลางหาวมันว่างลงไปอีกเบาลงไปอีกเป็นปัสสัทธิสงบลงไปอีกปิติปัสสัทธิสัมโพชฌงค์เข้าหาปฏิเสธประสิทธิภาพจงว่างเบาสงบสงบด้วยอุปกรณ์กิเลสอื่นละเอียดลงไปอีกฟังดีๆนะทีนี้ซ้อนเข้ามาหลายทฤษฎีของพระพุทธเจ้าหลายหมดก็หลายบทก็มาช่วย ใครมาช่วยกันกระทำความสัจธรรมความรักร้างมันชัดขึ้นมันเก่งขึ้นสระอุตรดิตที่ว่ายังมีจิตดีกว่านี้ก็ได้ดีขึ้นดีขึ้นจนถึงอนุทินเข้าใจโดยภูมิปัญญาของเราเลยเห็นโดยมันเห็นเองมันจะมีความสามารถภูมิขั้นขอบเขตแห่งความรู้เราก็จะรู้ของเราเองบางทีมันหลงผิดด้วยซ้ำไปว่านึกว่ามียอดแล้วนึกว่าจิตนี้สะอาดแล้วเหลือแล้วเป็นมนุษย์ภารกิจเป็นจิตที่ไม่มีจิตใจเหนือกว่านี้อีกสะอาดที่สุดแล้วบริสุทธิ์ที่สุดแล้วดีที่สุดแล้วมันจะรู้สึกอย่างนั้นเอาด้วยบางทีหลงเองก็ได้แต่ก็เอาเถอะหลงก็หลงก่อนถ้าเรามันยังไม่แน่จริงก็ต้องล้มแต่ต้องแยบคายแต่ก็อย่าเพิ่งรีบตัดสิน อย่าเพิ่งรีบลงว่าโอ๋ไอ้นี่ติดยอดแล้วจิตสะอาดบริสุทธิ์แล้วจิตบริบูรณ์และจิตเยี่ยมแล้วอย่าเพิ่งหลงง่ายแต่มันก็หลงได้ก็ความหลงห้ามได้ที่ไหนเราก็ตะโกนมันหลงมันห้ามไม่ได้แล้วถ้ามันหลงอ่ะมันก็นึกว่าเรายอดแล้วเพราะไม่เคยได้จิตดีขนาดนี้นึกว่ายอดแล้วเราจริงๆนะมันไม่เคยได้จิตดีขนาดนี้เพราะมันได้จิตดีขนาดนี้ยอดแล้วไม่มีใครเท่าใครเทียมเราเลยแล้วเอาเถอะหลงไปก่อนอีกหน่อยสักวันมันก็จะรู้ว่าเฮ้ยมันดีกว่านี้ยังมีอีกที่แท้จริงตัวนี้แค่สะอึกจะได้จิตเองไม่ใช่อนุรักษ์ไม่ใช่จิตตัวที่ดีไม่มีอะไรเหลืออีกแล้วอนุรักษ์แปลว่าไม่มีอะไรเหนืออำนาจ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ประโยชน์ตนถนัดศาสนาพุทธไม่ได้มาบรรลุตรงที่ตรงนี้ไม่ถือว่าเป็นพระอรหันต์กันตรงนี้ศาสนาพุทธบรรลุพระอรหันต์นั้นทั้งประโยชน์ตนประโยชน์ท่านอยู่บนมันเหนือมันเป็นโลกุตตรจิตอย่างนี้ยังไม่เรียกโลกุตตรจิตทีเดียวยังไม่เรียกโรคจิตเพราะว่ายังไม่ได้เป็นข้อพิสูจน์อันอบถ้วนเราจะต้องทำให้เป็นสมาชิกเท่านั้นไม่พอถ้าจิตเรายังไม่เป็นสมาชิกอยู่คือยังไม่เป็นสมาธิแบบพุทธคือมีผัสสะมีชีวิตเป็นปัจจัยต่อโลกกระทำทั้งหลายและจิตไม่หวั่นไหวและยังแถม อยู่ด้วยแบบมีเศษธุลีอีกไหมมีอโศกวิรชาตรวจอีกแม้ร่วมทำงานด้วยสัมมาอริยมรรคองค์ 8 มีความนึกคิดก็ยังเป็นจิตอันยอดเป็นอัปปนาเป็นพยัคฆ์ปันนาเป็นเจตะโสอภินิโรจนะณกัมปิยังสังขารคะแนนวิชาวิสังขารไม่หวั่นไหวเลยจะปรุงยิ่งอภิสังขารก็ยังคงอยู่อย่างจิตนี้ไม่ได้เคลื่อนคลายเคลื่อนคล้อยอย่างแน่วแน่ๆนั่นมันพวกเขาหินอยู่จิตจึงเป็นอย่างนั้นอยู่จริงๆเป็นสมาธิที่ก่อประโยชน์และสมาชิก อธิบายให้คุณได้ฟังทั้งอัฏฐะพยัญชนะเสมอๆแจกแจงให้ฟังไม่ค้านแย้งกันอรรถกับพยัญชนะก็ไม่ค้านแย้งกันสอดคล้องจนเราเกิดสมาธิพุทธสมาธิแบบพุทธเป็นสัมมารามองค์ 8 มีการงานได้ทำสัมมากัมมันตะเป็นสัมมากัมมันตะสัมผัสเกี่ยวข้องอยู่เราก็เบาสบายว่าอุเบกขาเป็นจิตถึงขั้นอุเบกขาไม่ใช่เป็นสุขไม่ใช่ว่างนั่นแหละดีเท่านั้นเองไม่ใช่แม้สัมผัสแม้แต่ต้องแม้คลุกคลีแม้ทำงานร่วมแม้เป็นอาชีพ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ได้ดูตามรูปพุทธศักดิ์ธรรมะพุทธศาสนากับโลกทุกทีกับโลกไม่หวั่นไหวจริงแน่แน่นมั่นใจว่าไม่ทำให้เรานี่เคลื่อนคลอนจะกลับไปทำกายทำวจิหยาบคายไม่ทำแล้วแต่ใจเราสิเรารู้ของเราเองว่ามันมีทุเรียนไหมน้อยจนกระทั่งมันไม่มีบทบาทอะไรไม่มีที่มีแรงอะไรหรอกแต่พระอนาคามีย่อมเก็บด้วยความแยบคายแม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยรู้อยู่แม้โทษภัยอันมีประมาณน้อยฟังให้ดีนะท่านตรัสไว้ละเอียดพระพุทธเจ้ารู้แม้แต่โทษภัยอันมีประมาณน้อยไม่มีประมาณหมดประมาณพระอุปกิเลส ในอุปกิเลส 16 ประมาณถ้าเป็นตัวสุดท้ายปลายตรงไม่มีอภิชาติวิศวะโลภะไม่มีพยาบาทไม่มีโกธะไม่มีอุปมาหาอุปกิเลส 4 ตัวตนไม่มีมัคไม่มีปลาร้าสับไม่มีอิจฉาไม่มีวัชรมีอีก 4 ตัวต่อมาเอาปฏิเสธเป็น 8 ไม่มีไม่มีตัวที่ไปเจอเรือรบหลวงของคนอื่นไม่มีการกำหนดผิดเวลาสระกำหนดผิดยกตนเทียบเท่าทำตีเสมอทำเป็นลบ Blue อะไรลบหลู่บาลาส พยองทำเทียบเท่าวิปลาสมันไม่ชักจะไม่ค่อยเป็นจริงแล้วไม่ใช่สัจจะมันชักจะวิปลามันชักจะแปรปรวนที่ประหารแปรปรวนแล้วมันเปลี่ยนจากสัจจะไปเห็นดีเป็นไม่ดีเห็นถูกเป็นผิดเห็นผิดเป็นถูกชักจะเปลี่ยนแปลงและวิปลาสแปรปรวนไม่เข้าร่องเข้ารอยไม่อยู่กับร่องก็รอยไม่มั่นจับไปจับมากันได้นะเคยเคารพไม่เคารพเคยนับถือไม่นับถืออะไรอย่างนี้หมายถึงโดยที่ว่าอัศจรรย์นะแต่ถ้าไปจับได้ว่านี่เขาไม่ดีจริงๆแล้วก็ไม่นับถืออันนั้นก็เป็นสัจจะมันก็ไม่แปลกอะไรแต่ตอนนี้มันชักแปลกประหลาดสัตว์อีสาน พูดได้ดีอีสานอัจฉริยะยึดตัวยึดตนตระหนี่ขี้เหนียวไม่ได้จะมีอะไรยึดตัวยึดตนนั่นเองวัชรียายึดตัวยึดตนแม้ถือตัวถือตนว่าจะเป็นมานะขึ้นมาใหญ่นี่ตัวที่ตัวที่ 8 ตัวที่ 9 ที่ 10 19 10 11 9 10 11 12 ต่อไปอีกก็มายาสาไถยตอนนี้ถูกสิ่งที่แปลกปลอมล่อลวงเพี้ยนตอนนี้เกิดอันตรายสระน้ำมันก็เริ่มแปรปรวนจะเพี้ยนแล้วพอมาตัวมายาก็เพี้ยนน่ะดูอธิบายลงไปรู้สึกว่ามันหยาบแต่ในรายละเอียดนะมันละเอียดละเอียด เป็นตัวมายาสาวเฉยเป็นตัวหลอกลวงเป็นตัวจิตสาธารณะเรียกว่าเคยแปลให้ฟังว่าเป็นจิตลามกเป็นจิตอวดจิตอ้างจิตยกตัวยกตนขึ้นข่มขึ้นขี่สาเหตุเป็นสภาพที่ปวดตัวอวดตนยกตัวยกตนขึ้นโคมขึ้นขี่เป็นสภาพสาธารณะจิตไม่ดีมันแล้วมันก็ทำให้ออกมาข้างนอกก็กลายเป็นคนอื่นยกตัวข่มท่านได้สาวเขย่ามันก็จะเป็นตัวที่ดื่มดานใหญ่หลงตนทำพระสารพัดยิงผยองใช่มั้ยมันต่อๆกันมาจะเห็นรูปรอยเลยว่ามันค่อยๆโต เป็นตัวหยาบยิงผยองสาวรำพระเย่อหยิ่งธันวาเย่อหยิ่งแปลว่าเยอะจริงเป็นความดื้อเป็นความด้านความเย่อหยิ่งพวกนี้เป็นลักษณะของอุปกิเลสที่มันมีลักษณะของมันเราเข้าใจความหมายแล้วเราก็เห็นความจริงของตัวเราเองให้ได้แก้ไขปรับปรุงแก้ไขปรับปรุงสุดท้ายก็เป็นตัวที่ 13 14 15 16 เป็นมานะเป็นอดีตมานะอติมานะแล้วก็เป็นพระเป็นประมาณพระตัวที่ 16 เราจะถึงขั้นที่รู้ว่าวันนี้เรายังประมาทยังมีตัวที่มันเหลือเชื้อนะจะเก็บละเอียดไปเลยหมดเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่ สามารถที่จะรู้จิตละเอียดพวกนี้ทั้งหยาบทั้งละเอียดมันจะเป็นตัวเป็นตนสภาพแท้จริงแล้วถ้าบอกว่ามีอุปกิเลสจริงๆมันไม่หยาบไม่ใหญ่ถึงขนาดตัวที่น่าเกลียดน่าชังหรอกแต่เราจะเห็นใหญ่ของเราเองเราเห็นว่านี่ตัวนี้ไม่งามและตัวนี้ไม่ดีและตัวนี้มันไม่สะอาดตัวนี้มันสกปรกตัวนี้มันเป็นผีแม้ตัวเล็กเราก็จะรู้สึกว่าใหญ่สำหรับเราผู้ที่รู้สึกรับรู้สึกโทษทีรู้สึกดีรู้สึกผิดชอบตัวเองเนี่ยแม้สิ่งไม่ดีอกุศลเล็กน้อยเราก็รู้สึกว่ามันใหญ่กว่าเราได้สำหรับผู้ที่มีปัญญาสำหรับผู้ที่มีสำนึกมโนธรรมสำนึกอันดีไม่จำเป็นจะต้องไปทำหยาบทำใหญ่ถึงจะเกลียดตัวเองชังตัวเองลงไม่หรอก น้อยแม่เราทำหยาบเล็กน้อยเราก็รู้สึกว่าแม่เราไม่ดีเลยมีหิริมีโอตัปปะละเอียดสุดคุ้มกว่านี้ตามชั้นของเทวดาเราเป็นเทวดาชั้นสูงนี่เราทำบาปเล็กน้อยแม่บาปอันมีประมาณน้อยเราก็รู้สึกว่ามันใหญ่สำหรับเรามันเป็นความจริงของใครของใครของมันนะบางคนบอกเฮ้ยบาปเล็กน้อยเป็นไรหรอกแต่มันจิตของเขาอยากๆของเขาอยู่เทวดาชั้นต่ำเทวดาชั้นต่ำเค้าก็ดูถูกบาปแม้เพียงเล็กน้อยเทวดาชั้นสูงบาปแม้เพียงเล็กน้อยแม้มีประมาณน้อยก็จะรู้สึกใหญ่ของเราเองนี่เป็นความรู้ของตัวเองเป็นความรู้สึกของตัวเองเป็นความเป็นจริงของตัวเองมันตามฉันของฉันภูมิแต่เราก็จะมีความรู้สูง ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกใหญ่เราก็ทำของเราเองประมาทไม่ประมาทของเราเองเราจะเก็บเราจะล้างเราจะทำลายของเราเองเราจะไม่หดหู่ใจเพราะเราเรียนมาแต่ต้นแล้วว่าเราจะไม่หดหู่ใจจะไม่ท้อแท้ใจเราจะอาจหาญชาญชัยวิปลาสเราจะไม่ผิดประหลาดไม่วิปลาสว่าไอ้เล็กก็ไม่รู้เล็กไอ้ใหญ่ก็ไม่รู้ใหญ่หัวหกก้นขวิดที่จริงขณะนี้เป็นความละเอียดแล้วในความละเอียดแต่เราจะรู้สึกว่ามันมันใหญ่สำหรับเรามันเป็นกิเลสสำหรับเราใหญ่เป็นสักกายะของเราเราจะรู้สึกว่ามันเป็นตัวตนตัวกันของเราอันอื่นมันปราบได้หมดแล้วเราว่างหมดแล้ว เหมือนเพชรที่ขึ้นแหวนแล้วเป็นเพชรเจียระไนอย่างงามสุดแล้วแต่มันมีหมอมีแมงนิดนึงต้องใช้ชามัวแชทสุดท้ายไม่ใช่ว่าต้องเอาตะไบมาขัดมาถูอะไรหรอกต้องใช้ชามัวร์เช็ดสุดท้ายต้องรีบทำเลยต้องเอาชามัวร์ปัดเพื่อที่จะให้ผ่องสุดท้ายแต่เรารู้สึกว่าโอ้โหเปื้อนแล้วๆเราจะเดือดร้อนของเราเองแต่เราก็จะไม่บ้าจี้จนกระทั่งว่ามันน้อยก็ไปหลงว่ามันใหญ่เดือดร้อนนักหนาจนเกินการเหมือนปุถุชนไม่แต่เราจะรู้เองว่าเราสำคัญเราจะสำคัญในความสำคัญขนาดไหนเราจะเข้าใจคนอื่นยังไม่รู้กับเราแต่เราเนี่ยรู้ว่าตัวการใหญ่ของเราเองเพราะอย่างอื่นเอาปลาหมดแล้วไอ้ที่ตัวใหญ่ตัวเบ้งเคี่ยวงอก สลากกินอะไรเราก็ซับมาหมดแล้วไอ้เหลืออยู่แม้ตอนนี้มันก็ใหญ่สำหรับเราสำคัญสำหรับเราฟังซ้อนดีๆนะว่ายายคำว่าเอาใหญ่คำว่ามันเปรียบเทียบในภาษาเพราะภาษามันไม่มีละเอียดกว่านี้แล้วภาษาคนมันก็เท่านี้แต่เราจะรู้หมายไปในนามมาทำหรืออัดรูปเหล่านั้นตามความคำอธิบายตามความหมายที่พูดให้ดีแล้วคุณจะรู้จุดเป้าเข้าไปหาว่าเราทำรู้เราเห็นเป็นความสำคัญของเราเราจัดการของเราเองเราไม่ประมาทเพราะฉะนั้นจะแม้แม้ได้แล้วดีแล้วแล้วเราก็จะไม่มีมานะไม่มีอันติมานะอติมานะเนี่ยมันคือยังมีอาการที่มันถือตัวถือตนมันยังถือดิบถือดีอยู่ในตัวไม่ละเอียดๆขึ้นตามฐานะตามภูมิขั้นจริงๆเหมือนกันเพราะอริยเจ้า นี่สูงก็ยิ่งละเอียดและมีดละไมเราจะต้องพยายามรู้ถึงอากาศกริยากายวจีมีส่วนที่เป็นเก่งรู้กายรู้ว่าจีลูกคำกริยารู้ผัสสะเท่าทันใจของเราสุขทุกข์เวทนานี้ไม่ยากนักซ่อนลงไปอีกทีนี้อธิบายเวทนาในเวทนาเราจะรู้มโนปวีณ์ 18 มโนปวิชญ์ที่มันกระทบทางตาหูจมูกลิ้นกายแล้วก็เข้ามาในใจแล้วก็จับเวทนาเท่าทันอันนี้เป็นสุขอันนี้เป็นทุกข์มีสุขโลกีย์รู้เลยเสพสมสุขบี้ทิ้งทันทีไม่เอาหรอกเสพสมสึกสงสัยมันเป็นตัวหลอกแท้ๆตัวมายาจริง ออกได้ออกหน้าเวทนาในเวทนาแยกแม้แต่คำว่าสุขขเวทนาแบบโลกีย์กับปูเป้สโมสรแค่นี้ก็เวทนาสุขเวทนาทั้งคู่อย่าให้ออกในเวทนานั้นไม่เอาสุขก็โยกกี่เราไม่เอาแม้สุขทางโลกุตระที่จริงเขาไม่เรียกสุขน่ารักเขาก็เรียกเขาก็เรียกเหมือนกันลองเป็นหมู่เปิดสโมสรเขาไม่เรียกโรคเขาเรียกสุขอันพิเศษลูกสุกอันสงบสุขมันแตกต่างจากความเสพสมแซบสมแล้วก็พอใจสุขเราเป็นผู้ที่มีทิศทางทางธรรมแล้วเห็นป่ะสงบระงับประสาทจากกิเลสอุปกิเลสนี่แหละสุขกว่าเรียกภาษาซ้ำว่ามันสุกมันภาษาซ้ำเท่านั้นเองแต่ สภาวธรรมคนละสภาวะสภาวะมันเสพสมของโลกีย์อยากได้ได้มาสมใจสุดไอ้นี่ก็อยากได้จริงๆแต่เราอยากได้โดยมันอยากได้ให้กิเลสออกอยากได้กิเลสออกใช่ไหมมันก็อยากได้แต่ว่ามันต่างกันอันนี้มันเอาเข้ามาทำปฏิกิริยาสัมผัสแบบสปาร์คอะไรก็แล้วแต่แซ่บดีอร่อยดีสนุกดีเพลิดเพลินดีสมใจที่เราได้เรามีเราเป็นอย่างนั้นซึ่งมันจะต้องมีปฏิกิริยาผสมเสพสมไอ้นี่ไม่เราไม่ได้เสพสมหวังออกรถออกไม่มีกิเลสตัดขาดไปไม่ยิ่งไม่ปรุงยิ่งไม่ปรุงยิ่งไม่ปรุงกับกิเลสไม่มีอาการแขกจอนมาปนเปย์มันสงบเพราะว่านี่เป็นเวทนาสุขกับเวทนาอย่าง เวทนาในเวทนาคุณแยกออกแม้สุขก็ตามก็ยังไม่เป็นจิตบริสุทธิ์แท้ยังไม่เป็นอุเบกขาฐานจะต้องทำให้เข้าไปอุเบกขาเออเรารู้แล้วล่ะมันก็สบายดีมันก็เบาบ้างดีก็วางเฉยเฉยไม่ต้องตื่นเต้นหมดตื่นแต้วในสุขที่ว่างถ้าว่างจริงไม่ติดใจจึงเรียกว่าอุเบกขาขึ้นไปเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยๆเพราะฉะนั้นยิ่งประณีตยิ่งเป็นหนี้ว่าเออมันว่างก็เข้าใจแล้วรู้หน้ารู้ตารู้ตัวเป็นฐานอาศัยเป็นวิหารธรรมแล้วใช้เราอาศัยพอบอกแล้วว่าเราต้องมีเครื่องอาศัยเรายังเป็นผู้มีรูปนามขันธ์ ศักดิ์อุบาทที่เรายังเป็นสัตว์อุปาทิเสตะปุตตะพุทธเจ้าท่านอธิบายไว้ว่ามีธนาคารมีภูมิ 5 ซึ่งเป็นอันตรายปรินิพพายีเป็นอุปสรรคปรินิพพายีอ่าเป็นสังเคราะห์หรือสัตว์สังคมอสังสังขารพระปรินิพพายีสระสังขารพระปรินิพพายีอุตังไม่มีปรินิพพานตัวสุดท้ายเราทำเราใน เราจะรับปฏิบัติอยู่เนี่ยเราจะปฏิบัติโดยที่เรียกว่าเราจะรู้อุทังโซ่โตปรินิพพานเพราะทางโซดากนิษฐามินีเราจะรู้จิตที่อุทะโกพุทธะจิตที่มันลอยเกิดแล้วจับจิตได้มาเพราะมันลอยกระทงอุทยาน มันเป็นมานะลงว่าตัวใหญ่ทันทีมันใหญ่โดยธรรมมันเป็นโดยเป็นพระอริยเจ้าชั้นใหญ่ชั้นสูงจริงมันจะเป็นพระอรหันต์อยู่แล้วมันใหญ่ไม่ได้เป็นน้องใครไม่ได้เป็นน้อยไม่ได้อรรคแปลว่าไม่มีอะไรที่ไม่มีอะไรที่เล็กไม่มีอะไรที่น้อยสูงใหญ่จริงไม่ได้เป็นน้องชาวบ้านอาจจะมีแต่คามินีคามินีแปลว่าชาวบ้านไม่ได้เป็นน้องชาวบ้านทำแปรตัวทุกตัวแต่นี่ถามแล้วว่าน้องแปลว่าไม่อาจจะคามินีไม่ได้เป็นน้องชาวบ้านใหญ่กับชาวบ้านและจริงพ้นจากความเป็นชาวบ้านชาวบ้านหมดแล้วปลดด้วยความเป็นคนเป็นปุถุชนเป็นคนโลกตอนนี้เป็นพระแท้ มันไม่น้อยกว่าพัดไม่น้อยกว่าชาวบ้านแล้วเป็นพระแท้จริงๆสะอาดขึ้นมาจริงแล้วเพราะจริตจิตมันลอยขึ้นมางี้เราก็รู้พอรู้เท่านั้นแหละคุณก็ตัดปล่อยสิแล้วอย่าไปหลงว่านี่เป็นตัวตนอย่าไปหลงวันนี้เป็นของเราเป็นพรหมแล้วเป็นอัตนิยมถึงขั้นอากะนิษฐาพรหมพรมสูงสุดฉันสุดทาวาสบริสุทธิ์แล้วเป็นอาจิตอาศัยอยู่ในเอาวะเนี่ยอยู่ในฐานะบริสุทธิ์แล้วเอาวิหารอันประปาสุดรักษาเป็นถึงขั้นถามผมแล้วไม่ใช่ชาวบ้านแล้วเพราะฉะนั้นขณะนี้เราไม่ได้ต่ำกว่าชาวบ้านแล้วไม่ได้เป็นน้อง รู้เลยว่าลักษณะคำว่าจิตของเราสะอาดไม่ได้เป็นฐานะของอย่างชาวบ้านอย่างไรเรารู้เราเข้าใจแล้วปล่อยสิปล่อยคุณก็ปล่อยได้คุณก็บริสุทธิ์บริบูรณ์ทันทีบริสุทธิ์บริบูรณ์ทันทีถ้าคุณยังไม่มีอะไรคุณก็ต้องสังสาระปรินิพพายีคุณก็จะต้องมีปฏิกิริยาหน่อยทำหน่อยต้องทำให้แก่ตนหน่อยทำให้แก่ตนสัตว์สังขารต้องทำให้แก่ตนจึงจะปรินิพพานหรือจะถึงขั้นนิพพานปรินิพพานนี้ไม่ใช่ปรินิพพานปรินิพพานมีไม้คำว่าเราจะเข้าสู่ความรอบของนิพพานปรินิพพานอีกเราจะเข้าสู่ความรอบของนิพพานเป็นนิพพานเต็มไม่ใช่ตาย ไม่ผ่านนะปรินิพพานณกับอีกคำหนึ่งส่วนปรินิพพายีนี่มันอีกคำนึงปรินิพพานเยอะก็คือจะเข้าสู่นิพพานจะเข้าสู่ความเป็นนิพพานได้สูงสุดแล้วก็ทำงานแล้วก็ต้องทำหน่อยให้มันกับมันหน่อยถ้ายังทำให้กับมันอยู่เรายังรู้ว่าเราต้องทำอยู่เราก็อาจจะทำเล็กๆน้อยๆแล้วมันก็ได้ก็ยังเรียกว่ายังทำแต่ถ้าเผื่อว่าเราสูงกว่านั้นเราก็จะไม่ต้องทำเป็นสังขารไม่ต้องปรุงอะไรมากไม่ต้องปรุงอะไรพอรู้เท่าทันปั๊บมันก็ปล่อยรู้เท่าทันปั๊บมันก็ปล่อยมันผ่านนิพพานแต่มันยังมีตัวเกิดอยู่ในๆๆ หรือเราจะต้องทำด้วยความสามารถใดๆอุปสรรคจากปรินิพพายีเราก็จะปรินิพพานเราทำด้วยสามารถต้องใช้ความสามารถมากน้อยมันไม่ง่ายนักมันยังไม่ต้องฝึกหรือว่าต้องทำต้องด้วยสระอุปสรรคจับแล้วว่าด้วยสามารถมันต้องทำด้วยความสามารถต้องฝึกส่งผลต้องทำกันพอสมควรหรือว่าต้องทำกันไม่รู้ว่ายังตอบไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่าคุณจะถึงนิพพานเมื่อไหร่ก็ต้องทำไปอันตรายปรินิพพานในระหว่างในระหว่าง 1 ใน 5 วัน 7 วัน 7 ปีก็ตามแต่ ในระหว่างใดระหว่าง 1 ถึงจะปรินิพพานไม่ใช่ถึงจะปฏิบัติถึงจะถึงซึ่งนิพพานถึงจะเป็นผู้ได้นิพพานอันตรายปรินิพพายีมันต้องพูดได้เก่งถึงขั้นอุดทางโซดาคามินีพอเห็นปั๊บรู้ปั๊บเราก็ได้เลยนั้นแล้วก็คล้ายๆกับสระสังขารคล้ายๆกับสังขารพระปรินิพพายีมันใกล้เคียงกันถ้าคุณไม่ต้องทำเลยเพราะเห็นหน้าปั๊บหลุดเลยเห็นหน้าครับกล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน